เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 197 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.197 - เมืองฮวงกู่


ตอนที่ 197 เมืองฮวงกู่
ประกายแสงสีทองเบื้องหน้าสายตา วินาทีนั้นเอง ราวกับว่ามีเงาร่างทอแสงสว่างขึ้นมาประปรายเบื้องหน้าสายตา และในช่วงเวลาที่เยี่ยจงและพวกได้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว พวกเขาค้นพบว่าตนเองได้ออกมาพ้นจากหุบเขาด้านนอกเมืองเยียจิงแล้ว อีกทั้งยังยืนอยู่บริเวณทางด้านบนสันเขาอีกทางด้านหนึ่ง
บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้าน ก็ได้มีบรรยากาศที่เป็นคลื่นพัดใส่สายหนึ่ง ท่ามกลางอากาศได้มีกลิ่นคาวโลหิตและการฆ่าฟันแผ่รวมออกมาอยู่หลายส่วน จากการเหม่อมองออกไป ทั่วทั้งพื้นที่ก็ราวกับเป็นพื้นโลหิตก็มิปาน
“ ที่นี้คือ ........ “ เยี่ยจงจ้องเขม็งไปบริเวณทางด้านหน้าผืนฟ้าผืนดิน แล้วก็ได้ค่อยๆถอนลมหายใจออกมาคำหนึ่ง
“ นี้จึงเป็นดินแดนซีฮวงอย่างแท้จริง พวกเรารัฐต้าโจวหวังเฉาต่อให้รกร้างมากกว่านี้ ก็ยังเป็นจุดที่ผู้คนสามารถอาศัยอยู่ได้ คอยช่วยเหลือเกื้อกูนกัน อย่างมากก็เพียงแค่เกิดการแย่งชิงภายในเท่านั้นเอง สถานที่แห่งนี้จึงจะเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่อันตรายที่แท้จริงแห่งดินแดนซีฮวง ถ้าหากไม่ระวัง คงจะต้องถูกกงเล็บปีศาจหิวโหยสังหารทั้งเป็น ควรทราบว่า ท่ามกลางดินแดนซีฮวงนี้ มีสิ่งมีชีวิตนับหมื่นชนิด พวกเราเผ่าพันธุ์มนุษย์ก็เป็นได้เพียงแค่หนึ่งชนิดในดินแดนซีฮวงเท่านั้น “ ซูเหล่ายืนอยู่อีกทางด้านหนึ่ง กอดอกกล่าวอธิบาย “ น่าเสียดายที่เวลาในตอนนี้ยังไม่เพียงพอ ไม่เช่นนั้นแล้วละก็เส้นทางนับร้อยลี้ของพวกเจ้าทั้งห้าคนที่เหลือนี้ คงจะได้รับการขัดเกลาที่ดีอีกแบบหนึ่ง “
หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงและพวกก็ได้จ้องมองออกไป แม้แต่เยี่ยจงเองก็ยังต้องรู้สึกขนลุกขนพองขึ้นมาเล็กน้อย บริเวณพื้นที่ในตอนนี้ดูรกร้างไร้ที่เปรียบ เห็นได้ชัดว่าเป็นแหล่งที่อยู่ของเหล่าปีศาจอย่างมิต้องสงสัย หากให้ทั้งห้าคนที่มีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดระดับหนึ่งถึงเก้าฆ่าฟันตลอดทางนับร้อยลี้ คงจะต้องเรียกได้ว่าเป็นความยากเย็นที่มากมายไม่น้อย ต่อให้เยี่ยจงมิต้องการที่จะยอมรับได้ว่า ตนเองก็คงมิอาจมีความสามารถที่จะกระทำเช่นนั้นได้
เมื่อพบเห็นอารมณ์ของผู้คนทั้งห้าคน ซูเหล่าก็ยิ้มไปมาแต่ก็มิได้กล่าวอันใดออกมา จากนั้นก็ได้ผายมือออกชี้ไปด้านบนฟากฟ้าเล็กน้อย
จากนั้นก็พบเห็นแสงพลังปราณแผ่ออกไปยังท้องนภา ราวกับกลุ่มควันไฟเป็นประกายออกมาก็มิปาน หลังจากนั้น บนท้องนภาเก้าชั้นก็ได้มีเสียงสัตว์ปีกกู่ร้องสยายปีกออกมา จากนั้น ก็ได้พบเห็นไก่ฟ้าสีขาวตัวหนึ่งล่อนออกมาจากบนท้องนภาอย่างรวดเร็ว
ร่างกายของไก่ฟ้าสีขาวมีขนาดใหญ่ หากว่านับรวมร่างกายทั้งหมด อย่างน้อยก็มีความยาวนับสิบจัง ดูมีพลังน่าเกรงขามอย่างถึงที่สุด เพียงแต่ว่าในตอนนี้มันกลับแลดูเชื้อเชื่องล่อนลงสู่พื้นดิน
“ นี้เป็นพาหนะที่ข้าผู้ชราเลี้ยงเอาไว้ “ จากนั้นก็ได้กล่าวอธิบายเสียงแผ่วเบา
หลังจากที่เงียบงัน ไก่ฟ้าสีขาวตัวนั้นก็ได้สะบัดตัวไปมา หันศีรษะกลับไปมองยังผู้คนมากมายคราหนึ่ง แต่ว่าก็มิได้กล่าวอันใดออกมามากมาย
“ ไปกันเถอะ “ ซูเหล่านั่งอยู่บนหลังไก่ฟ้าสีขาวตัวหนึ่งก่อน
ไม่นานนัก เยี่ยจงและพวกก็ได้ขึ้นไปยังบนหลังของไก่ฟ้าสีขาวอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นต่อมา ไก่ฟ้าสีขาวก็ได้สยายปีกขึ้นสูง วินานทีนั้น สถานที่ต่อมาก็เป็นพื้นที่ราบที่มีทะเลป่าเขาอยู่ จากนั้นก็ได้มุ่งหน้าไปทางด้านของพื้นที่แห่งนี้หลังอย่างรวดเร็ว
เป็นระยะนับร้อยลี้ได้ สามารถกล่าวได้ว่าช่วงเวลาเพียงครึ่งวันได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งบริเวณพื้นที่ดินแดนของผู้คนนั้นก็ได้หลงเหลืออยู่ทางด้านหลัง ไก่ฟ้าสีขาวได้ลดระดับความเร็วลงมา
“ นี้คงเป็นสุดขอบของเมืองฮวงกู่แห่งนี้แล้ว “ เยี่ยหวูเฮ่าเหม่อมองไปยังดินแดนพื้นที่รกร้าง แล้วก็ได้เอ่ยปากกล่าวออกมาด้วยความสงสัยอยู่หลายส่วน
เยี่ยจงและพวกได้จ้องมองไปบริเวณทางด้านล่าง สีหน้าทอเป็นประกาย ไม่นานนัก ก็พบว่าพื้นที่อุดมสมบูรณ์ได้เลือนหายไป อีกทั้งยังปรากฏหัวเมืองขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ท่ามกลางสายตา
แล้วก็ได้พบเห็นหัวไหล่เมืองเก่าแก่ที่รกร้างแห่งหนึ่ง บนประตูเมืองที่ดูแล้วเหมือนกับพ่ายแพ้สงครามมาก่อน เรียกได้ว่าสูญเสียความสามารถในการปกป้องคุ้มกันไปตั้งแต่แรกแล้ว หลงเหลือไว้แต่เพียงเศษซากเอาไว้
ในตอนที่ได้ยืนอยู่บริเวณทางด้านหน้าเมืองไม่เกินสิบลี้นั้น ซูเหล่าก็ได้ชักสีหน้าแล้วถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าแม้แต่เขาเองก็ยังต้องตกใจ ถึงแม้ว่าจะมีความคุ้นเคยต่อพื้นที่แห่งนี้ก็ตาม หลังจากที่ได้ครุ่นคิดแล้ว ซูเหล่าก็ได้กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา “ ที่แห่งนี้ก็คือเมืองฮวงกู่ กล่าวกันว่าเป็นที่ตั้งของรัฐเก่าแก่แห่งหนึ่ง แต่ว่าหลังจากที่ได้ผ่านไปหลายปี พื้นที่ตลอดรายทางที่เป็นทั้งทะเลและที่นา ก็ได้ถูกมอดไหม้ไปทั่วทั้งรัฐแล้ว แต่ว่า คงเป็นเพราะว่าสมรภูมิฮวงกู่นั้นร้อยปีจะเปิดขึ้นมาซักครั้ง อีกทั้งยังเปิดขึ้นในบริเวณพื้นที่แห่งนี้ ดังนั้นในร้อยปีมานี้ เมืองแห่งนี้ก็ได้กลับกลายเป็นรกร้างไร้ผู้คนมาเนิ้นนานแล้ว “
“ ซูเหล่า นอกเสียจากเมืองฮวงกู่แห่งนี้แล้วยังไงเสียก็ยังต้องมีเหล่าตระกูลอันเก่าแก่ที่เป็นขุมกำลังคอยควบคุมอยู่มิใช่หรือ ? “ องค์หญิงหกเอ่ยปากถามด้วยความสงสัยอยู่หลายส่วน
“ นี้เป็นไปได้อย่างไรกัน ? สมรภูมิฮวงกู่แห่งนี้ถึงแม้จะกล่าวกันว่าร้อยปีจะเปิดขึ้นมาแม้ซักครา แต่ว่าท่ามกลางสมรภูมิฮวงกู่นั้นยังมีความลับอยู่มากมาย เล่าขานกันอย่างยาวนาน คงไม่มีขุมกำลังใดที่ยินยอมที่จะให้คนของตนเองอยู่ในเมืองฮวงกู่นี้แน่นอน กล่าวกันว่าพันปีมานี้ไม่ว่าจะเป็นตระกูลใดก็มีคำบอกเล่ากันว่า แม้จริงฝืนอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ หลังจากนั้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องสาบสูญไป แม้แต่ไก่ปลาของตระกูลก็ยังไม่หลงเหลือ หลังจากนั้นเอง เมืองฮวงกู่แห่งนี้ก็ไม่มีผู้ใดที่หาญกล้าที่จะอาศัยอยู่ต่อไป ขุมกำลังใหญ่ของดินแดนซีฮวง หวังเฉา ตระกูลใหญ่ โดยส่วนมากแล้วก็มีบ้างที่ได้ส่งคนเข้ามาอยู่สถานที่แห่งนี้ในระยะยาว บวกกับสถานที่แห่งนี้ไม่มีตระกูลใดที่หาญกล้าจะสอดมือเข้ามายุ่ง ดังนั้นในดินแดนซีฮวงนั้นเรียกได้ว่ามีผู้ที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย ดังนั้น ในตอนนี้นอกเสียจากพวกเจ้าแล้วก็ยังต้องระมัดระวังผู้อื่นด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังต้องฝึกฝนอย่างระมัดระวัง เด็กน้อยเหล่านั้นสามารถนับได้ว่ายังยุ่งยากมากมายกว่าที่พวกเจ้าเคยพบเจอมาก็ว่าได้ “ ซูเหล่ากล่าวอธิบาย
“ ไป เข้าไปกันเถอะ ถึงแม้ว่าพวกเราจะช้าไปแม้สักนิด แต่ว่าทางราชวงศ์ก็สมควรที่จะจัดการที่อยู่ให้กับพวกเราไว้เรียบร้อยแล้ว คงอีกหลายวันที่สมรภูมิฮวงกู่จะสามารถเปิดให้พวกเราเข้าไปได้ หากว่าเบื่อหน่าย พวกเจาก็ลองไปเดินในเมืองฮวงกู่ดูสักครา เพียงแต่ว่าอย่าไปหาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก็เพียงพอแล้ว ควรทราบไว้ว่า พวกเราที่เป็นรัฐต้าโจวหวังเฉานั้นเมื่อมองจากทั่วทั้งดินแดนซีฮวง ก็เป็นเพียงแค่รัฐที่อ่อนแอที่สุดแห่งหนึ่งเท่านั้นเอง “
ในช่วงที่กล่าวออกมา ซูเหล่าก็ได้นำพาทั้งคณะเดินเข้าไปยังท่ามกลางเมืองฮวงกู่
หลังจากที่ได้ลอดผ่านประตูทางเข้าที่ดูลึกสุดลูกหูลูกตาแล้ว ก็ได้มีบรรยากาศที่กดดันเข้ามาทางด้านหน้าเข้ามา วินาทีนั้นก็ได้พบเห็นเส้นทางสายน้อยใหญ่ภายในทั่วทั้งภายในเมือง ทั่วทั้งบริเวณก็มีผู้คนหลั่งไหลกันเข้ามา และนอกเหนือจากเผ่ามนุษย์แล้ว ก็ยังมีเผ่าพันธุ์ประหลาดแต่ละเผ่าพันธุ์อีกด้วย อย่างเช่นเผ่าที่มีดวงตาแค่ข้างเดียวอยู่ตรงกลาง ทางด้านหลังก็มีเผ่ามนุษย์ที่มีปีกงอกออกมา บนศีรษะก็ได้มีเขาอยู่สามอันที่เป็นจุดรวมของพลังปราณ
ภายในดวงตาของเยี่ยจงได้ทอเป็นประกายประหลาดสายหนึ่ง เมื่อตอนที่ตนเองอยู่ที่ดินแดนซานเชียนเซินเจี่ย ถือได้ว่ามีตระกูลนับหมื่นตระกูล อีกทั้งความแข็งแกร่งของตระกูลเหล่านี้ อีกทั้งยังรัยกได้ว่ามีความแข็งแกร่งที่ไม่ด้อยต่อกันเลยก็ว่าได้
เพียงแต่ว่าแม้แต่เยี่ยจงเองก็ยังคิดไม่ถึง ว่าท่ามกลางดินแดนซีฮวงแห่งนี้ ถึงกลับสามารถที่จะพบเห็นพลังปราณเหล่านี้ได้
จากพลังปราณเหล่านี้แม้นมิใช่พลังของเผ่าปีศาจ แต่กล่าวกันว่าเป็นเผ่าที่อาศัยอยู่ภายในดินแดนรกร้างนี้ อีกทั้งยังเป็นปราณยุคก่อน ที่เมื่อพันหมื่นปีก่อนได้ก่อเกิดขึ้นมา ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีเผ่าพันธุ์มากมายที่อยู่ภายในดินแดนซีฮวงแห่งนี้ แต่ว่าเผ่าพันธุ์เหล่านี้ก็เรียกได้ว่ามีความแข็งแกร่ง จึงมิอาจที่จะดูแคลนขุมกำลังเหล่านี้ได้เลย
ในตอนที่เยี่ยจงยังอยู่ที่ดินแดนซานเชียนเซินเจี่ย ก็ได้พบเจอกับเผ่าพันธุ์ประเภทนี้มาไม่น้อย อีกทั้งยังได้รับทราบความร้ายกาจที่น่าตื่นตกใจของเผ่าพันธุ์ของพวกเขาเหล่านี้ จึงมิได้มีความรู้สึกอันใดมากมายนัก
แต่ว่าลั่วเฉิงและพวกนั้นกลับไม่ไหวแล้ว พวกเขานั้นได้ฝึกฝนอยู่แต่ภายในรัฐต้าโจวเป็นเวลานาน จึงมิได้เคยพบเห็นและสัมผัสกับพลังปราณเหล่านี้มาก่อน ในตอนนี้แต่ละก็มองดูจนตาละลานวุ่นวายไปหมด เห็นได้ชัดว่า การมายังเมืองฮวงกู่ในครั้งนี้ ก็เพิ่มประสบการณ์ให้แก่พวกเขาเป็นอย่างมาก
“ นั้นคืออะไรกัน ? ช่างน่ารักเสียจริง “ เหร่ยทิงเหอและองค์หญิงหกทั้งสองคนได้มองออกไปทางด้านพื้นที่ว่างเปล่าไม่ห่างไกลจากพวกเขามากนัก ในที่แห่งนั้น ก็ได้มีนกยวนยางขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือลอยล่องอยู่บนอากาศ ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไรก็ช่างน่ารักน่าชังอย่างถึงที่สุด
“ แม่สาวงามทั้งสองท่าน ข้าน้อยช่างไร้มารยาทไปแล้ว “ นกแก้วฮวางเชวียนนั้นที่ได้เงียบงัน จากนั้นก็ได้หันหัวกลับมา แล้วก็ได้มุ่งหน้าไปยังหญิงสาวทั้งสองคนแล้วก็พยักหน้าแล้วตอบอย่างมีมารยาท
“ ชั่งน่ารักน่าชังเสียจริง “ หญิงสาวทั้งสองเมื่อได้พบเห็นมันในลักษณะนี้ ก็ยิ่งร่ำร้องออกมา
นกยวนยางสีเหลืองอร่ามจ้องมองจนตาของมันทอเป็นประกายเข้ามา ทว่ามันกลับยิ้มแล้วกล่าวออกมา “ ไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำก็แล้วไป ถ้าหากสามารถเชื้อเชิญสาวงามทั้งสองท่านกลับไปยังที่พักของข้าได้ก็คงจะดี “
“ อืม “
ทันใดนั้นซูเหล่าก็ได้ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วส่งเสียงออกมาผ่านลำคอ หลังจากนั้นก็ได้ยกมือทำขึ้นคารวะตอบ “ สหายตัวน้อยท่านนี้ ผู้น้อยมีตาหามีแววไม่ ต้องขออภัยท่านแล้ว คราวหน้าคราวหลังผู้น้อยจะสั่งสอนให้ดีกว่านี้ “
กล่าวจบ ดวงตาของนกยวนยางสีเหลืองก็ได้ทอเป็นประกายเล็กน้อย หลังจากที่ได้จ้องมองไปยังซูเหล่าแล้ว มันก็ได้ยิ้มอย่างเย็นชาคราหนึ่ง “ เยี่ยมมาก เพื่อเห็นแก่หน้าของเจ้า จะพวกพวกนางไปก็แล้วกัน “
กล่าวจบ นกยวนยางสีเหลืองอร่ามก็ได้สยายปีกอันงดงามทั้งสองข้าง บินออกไปอย่างช้าๆ
หลังจากที่มันได้จากไปแล้ว วินาทีนั้นเองก็ได้พบเห็นท่ามกลางคนโผล่ออกมาจากเส้นทางเมื่อครู่ อีกทั้งยังเป็นหญิงสาวเกือบร้อยคนที่ในตอนนี้ต่างก็ร่ำร้องเรียกส่งเสียงเรียกขานออกมา วินาทีนั้นก็ได้พบว่าพวกนางนั้นต่างก็มีความงามที่ราวกับเป็นสายธารสีเงินก็มิปาน ทันใดนั้นก็หลั่งไหลไปตามพื้นดิน แม้แต่ตามตัวของพวกนางก็ยังมีน้ำมันอ่อนๆไหลรินออกมา แล้วก็ตกกระทบลงไปยังพื้นดิน
ยอดฝีมือทั่วทั้งบริเวณได้มองไปทั้งยังร่ำร้องออกมา มีผู้คนไม่น้อยที่ส่งเสียงสั่นเทาขึ้นมา คิดไม่ถึงว่าร่างกายของตนเองที่เป็นเหมือนดั่งเผ่ามนุษย์ ที่ยังไม่ทันจะได้เข้าไปสู่สมรภูมิฮวงกู่นี้ ในตอนนี้ก็ต้องร่างกายกลับต้องกลายเป็นดั่งของเหลวที่อยู่บนพื้นแล้ว
ไม่นานนัก ทั่วทั้งร่างก็ได้กลายเป็นน้ำสายหนึ่ง หลงเหลือไว้แต่เพียงชุดผ้าคลุมสวยงามเอาไว้ตามพื้นดิน ทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสั่นไปจนถึงกระดูก ขนลุกขนพองจนถึงศีรษะ
“ นี้ ..... ที่แท้คือ ....... “ หากนับตามลักษณะนิสัยของเยี่ยจง ในตอนนี้แม้แต่เขาเองก็ยังต้องกรอกตาไปมา ฉากเบื้องหน้าสายตานี้ถ้าเขาคาดเดาไม่ผิดแล้วละก็คงต้องมีความเกี่ยวข้องกับนกยวนยางสีเหลืองตัวนั้นอย่างแน่นอน แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะสามารถกระทำได้จนถึงขั้นนี้ นี้มิใช่ว่าสายตาของเยี่ยจงนั้นอ่อนเกินไป แต่เป็นเพราะฝ่ายตรงข้ามนั้นมีฝีมือที่แปลกประหลาด จนชั่วเวลานั้นแม้แต่เขาเองก็ยังมองไม่ออก
ส่วนลั่วเฉิงและกงซุนจวินทั้งสองคนก็ได้ทอใบหน้าปั้นยาก เห็นได้ชัดว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดกันแน่ อีกทั้งจากได้ยินได้ฟังคำพูดไร้สติของเหร่ยทิงเหอและองค์หญิงหกในตอนนี้แล้ว
“ นั้นก็คือนกแก้วฮวางเชวียน สามารถใช้พลังของฮวางเชวียนได้ ชมชื่นดูดพลังอันบริสุทธิ์ของหญิงสาวเผ่ามนุษย์เป็นที่สุด “ ท่ามกลางภายในดวงจาของซูเหล่าได้ทอประกายประหลาดออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะจดจำเผ่าพันธุ์นี้ออก แต่ก็คิดไม่ถึงว่าเผ่าพันธุ์นี้จะมีความลี้ลับและแข็งแกร่งถึงเซินทง(ระดับเซียน)ได้เช่นนี้
เซินทง เป็นขอบเขตที่เผ่ามนุษย์สามารถจะฝึกฝนได้หลังจากที่ได้ผ่านพ้นพลังยุทธ์ขั้นก่อฟ้าขอบเขตเซินทงไปแล้ว จึงจะสามารถที่จะค้นพบความลี้ลับของพลังชนิดนี้ได้ เมื่อเปรียบเทียบกับทักษะยุทธ์ยังเรียกได้ว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่า แต่กล่าวกันโดยส่วนมากแล้ว จะสามารถใช้พลังเซินทงได้เพียงชนิดเดียวเท่านั้น นับได้ว่าเป็นพลังยุทธ์ที่เป็นพลังฝีมือระดับสูงก็ว่าได้
แต่ว่าเมื่อแบ่งระดับความแข็งแกร่งของแต่ละเผ่าพันธุ์ทั้งหมด นับตั้งแต่กำเนิดเกิดมาก็มีพลังเทียนทงแล้ว ช่างน่าหวาดกลัวอย่างไร้ที่เปรียบ
“ นกแก้วฮวางเชวียน “
เมื่อได้ยินชื่อเสียงนามนี้ ยอดฝีมือทั่วทั้งบริเวณในตอนนี้แต่ละคนก็ได้อ้าปากค้างด้วยความตื่นตกใจ เห็นได้ชัดว่าเมื่อได้ยินชื่อเสียงอันน่าหวาดหวั่นของเผ่าพันธุ์นี้ กล่าวกันว่านับแต่โบราณกาล ได้มีเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งอยู่ชนิดหนึ่ง ที่ได้ทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์โบราณของรัฐนี้ไป อีกทั้งยังไม่เหลือแม้แต่ซาก มีพลังเวชมนต์ที่สูงเทียบฟ้า อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่านกแก้วฮวางเชวียนนี้ก็ได้มาเพื่อที่จะเข้าสู่สมรภูมิฮวงกู่เช่นเดียวกัน ในข้อนี้ก็ได้ทำให้ผู้คนทั่วทั้งสี่ทิศที่มีความเชื่อมั่นอยู่ก่อนหน้านี้อยู่อย่างเต็มเปี่ยม ต้องแสดงใบหน้าที่ยากที่จะเชื่ออย่างที่สุดออกมา
“ เผ่าพันธุ์นกแก้วฮวางเชวียนที่เป็นดังเทพเซียนงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงยังคงแสดงใบหน้าสงสัย จ้องมองไปยังบริเวณทางที่นกแก้วฮวางเชวียนจากไป อีกทั้งยังถือได้ว่าจัดอยู่ในขอบเขตที่เยี่ยจงเพียงพอที่จะทำความเข้าใจได้ หากเผ่าพันธุ์มนุษย์จัดได้อยู่ในระดับเซียน นอกเสียจากตนเองแล้ว ยังมีอีกหลากหลายวิธี ต่อให้ความสามารถช่วงชิงตำนานเซียนมาได้ อีกฝ่ายก็ยังเป็นเผ่าพันธุ์ระดับเซียนเช่นกัน ในตอนนี้แม้แต่ตัวเยี่ยจงเองก็ยังเรียกได้ว่ามีความสนใจขึ้นมาแล้วหลายส่วน
.
.
.
.



NEKOPOST.NET