เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 195 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.195 - ปิดพิธีชั่วคราว


ตอนที่ 195 ปิดพิธีชั่วคราว

 

 

“ เด็กน้อยผู้นี้ ....... “

บริเวณโต๊ะที่จัดตั้งไว้ให้เหล่าศิษย์ของตระกูลเยี่ย แต่ละคนในตอนนี้ต่างก็มองไปด้วยสีหน้าที่ปั้นยากอย่างถึงที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเยี่ยเจิงหยางที่เป็นผู้นำตระกูลเยี่ยผู้นั้น เขารู้สึกได้ว่าตนเองเกิดความเสียดายและเสียใจจนแทบจะตายคาพื้นดินก็มิปาน

ก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าเขาเองได้กระทำเรื่องราวที่ไม่สมควรไปเท่าไร ถึงกับเบิ่งตามองดูคนของตระกูลขับไล่เยี่ยจงออกจากตระกูลออกไป หากว่าเยี่ยจงยังคงเป็นคนของตระกูลเยี่ยแล้วละก็ เช่นนั้นตระกูลเยี่ยที่มีมานับร้อยปี แน่นอนว่าต้องสงบอย่างถึงที่สุด ไม่แน่ว่าอาจจะทำให้ตระกูลเยี่ยขึ้นสู่ตำแหน่งตระกูลอันดับของเมืองเยียจิงก็เป็นได้

แต่ว่าในตอนนี้เมื่อได้คิดไปคิดมาก็เท่านั้น เยี่ยจงวันข้างหน้าจะอย่างไรก็ต้องก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อยู่ดี ตระกูลเยี่ยก็เป็นได้เพียงแค่ประกายแสงอันเล็กน้อยที่มีอยู่มากมายเท่านั้น จะอย่างไรก็คงจะมิอาจที่จะเทียบเท่าได้

ทางด้านบริเวณอีกทางด้านหนึ่ง ศิษย์ของสำนักเสวียนหวินหลายคนในตอนนี้ต่างก็ใบหน้าขาวซีด พวกเขาได้จ้องเขม็งไปที่เยี่ยจงจนปากสั่นไปมา ราวกับคิดที่จะกล่าวคำพูดร้ายกาจอันใดออกมา แต่ว่าท้ายที่สุดก็มิอาจที่จะกล่าวออกมาได้แม้แต่เพียงคำพูดเดียว หลงเหลือไว้แต่เพียงใบหน้าที่ตายด้าน เด็กหนุ่มเบื้องหน้าสายตาผู้นี้ แม้จริงแล้วจะต้องเป็นดาวคู่อาฆาตกับสำนักเสวียนหวินให้ได้อย่างงั้นหรือ ?

คุณหนูเหร่ยทิงเหอแห่งตระกูลเหร่ยก็ไร้คำพูดจะกล่าว หลังจากนั้นผ่านไปนาน นางก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา แล้วกล่าวเสียงทุ่มต่ำออกมา “ เด็กน้อยผู้นี้ก็ร้ายกาจเกินไปแล้ว เขาทำได้อย่างไรกัน ? “

จ้านหวังน้อยโจวจือซือ องค์ชายสี่ทิศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเยี่ยจงอยู่หลายส่วน หลังจากที่ได้เกิดความแตกตื่นขึ้นมาแล้ว ก็ได้ยกแก้วเหล้าขึ้นมาเพื่อเป็นสรรเสริญเยี่ยจง ไร้คำพูดที่กล่าวอันใดออกมา อีกทั้งยังมีเหล่ายอดฝีมือที่มีควมแค้นอย่างเทียนจื่อเจวียวจื่อที่มิใช่คนของเมืองเยียจิง แต่สีหน้ากลับแตกต่างจากทั้งสองคน ในตอนนี้ก็ได้พบเห็นว่าเหล่าเทียนจื่อเจวียวจื่อแต่ละคนแสดงสีหน้าปั้นยากออกมา กลับกันเหล่าคนของเมืองเยียจิงนั้น แน่นอนว่าต้องยินดีเป็นอย่างยิ่งแล้ว

“ ท่านเยี่ยจง ผู้น้อยของชมเชย หากว่าสามารถที่จะมาเป็นผู้อาวุโสประจำราชวงศ์เราได้แล้วละก็ หากว่าประสงค์ฝึกฝนอันใด ราชงศ์เราก็ย่อมต้องช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด “ องค์ชายใหญ่เดินออกมา ยกแก้วของเบาขึ้น และจากนั้นก็ได้เอ่ยปากกล่าว นัยน์ตาขยับไปมา เห็นได้ชัดว่า องค์ชายใหญ่เมื่อเห็นถึงพรสวรรค์ของเยี่ยจงแล้ว ที่แม้แต่เขาในตอนนี้ก็ยังมิอาจที่จะกระทำเช่นนี้ได้ อีกทั้งยังพยายามที่จะเชิญชวนเยี่ยจงเพื่อที่จะเข้าร่วมกับทางราชวงศ์

อีกทางด้านหนึ่ง นางเซียนชิงหญิงก็ได้ค่อยๆก้าวเดินออกมา นางจ้องมองไปทางด้านเยี่ยจง หลังจากนั้นก็ได้เผยรอยยิ้มอันงดงามออกมา กล่าว “ เยี่ยจง หากว่าท่านสามารถเข้าร่วมกับลัทธิหรูเซียนเรา จะได้รับการฝึกปรือพลังกล้ามเนื้อประจำลัทธิเราจนสำเร็จ นอกเสียจากลัทธิหรูเซียนของเราแล้ว ทั่วทั้งดินแดนซีฮวงก็ไม่อาจที่จะมีขุมกำลังใดที่สามารถเดินไปพร้อมกับเจ้าได้อีกแล้ว นี้นับได้ว่าเป็นโอกาสครั้งใหญ่ก็ว่าได้ “

เยี่ยจงยิ้มเล็กน้อย แต่ก็มิได้แสดงปฏิกิริยาอันใดออกมา เกี่ยวกับการนัดพบของทั้งสองตระกูล เขาก็มิได้ปฏิเสธแต่ก็มิได้ยอมรับใดๆ

นั้นก็เพราะว่าไม่ว่าจะเป็นลัทธิหรูเซียนหรือทางราชวงศ์ก็ดี แน่นอนว่าย่อมไม่ธรรมดา เยี่ยจงทราบถึงสถานะของตนเองเป็นอย่างดี ยังไงเสียทั้งสองฝ่ายก็คงเป็นเพราะเห็นถึงขีดความสามารถในการต่อสู้ของตนเอง แต่ว่าความจริงที่ตนเองสามารถก้าวเข้ามาสู่พลังขั้นก่อเกิดขั้นที่แปดของซานกวานเทียนทงได้นี้ อีกทั้งหากแบ่งแยกเรื่องราวให้กระจ่าง เรื่องเช่นนี้เกรงว่าตนเองคงมิอาจที่จะกระทำได้ ถึงแม้ว่าในมือของตนเองจะมียันต์ปราณอย่างกระจัดกระจาย อีกทั้งร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณก็ยังไม่ทันสะสมพลังแล้วเสร็จ จึงมิอาจที่จะใช้ในตอนนี้ได้

จะว่าไป ไพ่ตายของเยี่ยจงในตอนนี้ก็ได้ใช้ออกมาหมดแล้ว ในช่วงเวลาสามารถเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่อ่อนแอที่สุดก็ว่าได้

แต่ว่าน่าเสียดายที่นอกเสียจากเขาเท่านั้นที่มองออกในความข้อนี้ได้ ผู้คนทั้งหมดต่างก็อยู่ในอาการหวาดกลัวเขาอย่างไรที่เปรียบ

“ เรียกแพทย์หลวงนำยามา รักษาคุณชายเยี่ยเร็ว “

ทางด้านห้องเก้ามังกร ก็ได้มีเด็กสาวสวมกระโปรงสีม่วงเดินออกมา นางใช้มือคว้าไปที่แก้วหยก แล้วก็ได้เหล้าโอสถเทลงไปภายในแก้วหยก จนกระทั่งโอสถส่งกลิ่นหอมประหลาดออกมาชนิดหนึ่ง

ผู้ที่กระทำอยู่นั้นเป็นเด็กสาวผู้หนึ่งอายุสิบเจ็ดสิบแปดปี แต่ใบหน้าของนางนั้นได้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ขนคิ้วราวกับภาพวาด ราวกับคนที่เดินออกมาจากภาพวาดก็มิปาน

“ นี้คือองค์หญิงสี่งั้นหรือ ? “

“ กล่าวกันว่าองค์หญิงสี่ก่อนหน้านี้ได้ถูกผู้ที่มีความสามารถผ่านมาพาตัวไปตั้งแต่แรกแล้วมิใช่หรือ หลังจากที่ได้กราบไหว้ฝากตัวเป็นศิษย์ตระกูลที่มีชื่อเสียงเก่าแก่แห่งหนึ่ง หลายปีมานี้มิได้ปรากฏกายให้เห็น คิดไม่ถึงว่าในครั้งนี้นางไม่เพียงกลับมาแล้ว อีกทั้งยังอยู่ภายในห้องเก้ามังกรอีกด้วย “

“ กล่าวกันว่าองค์หญิงสี่ถือได้ว่าเป็นองค์หญิงที่รักยิ่งของคนในวัง แม้แต่นางเองก็ยังถูกส่งมาให้เพื่อป้อนโอสถแก่เยี่ยจง ดูเหมือนว่าองค์ฮ่องเต้คงให้ความสำคัญเยี่ยจงเป็นอย่างยิ่งแล้ว “

“ พลังฝีมือที่เยี่ยจงแสดงออกมาให้เห็น แน่นอนว่าสามารถที่จะเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เมื่อได้พบพานกันเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ปกติอย่างยิ่ง “

ไม่นานนัก องค์หญิงสี่ก็ได้มุ่งหน้าไปทางด้านหน้าของเยี่ยจง อมยิ้มแล้วส่งแก้วหยกออกไป

เยี่ยจงจ้องเขม็งไปที่แก้วหยก จากนั้นก็ได้เผยรอยยิ้มออกมาสายหนึ่ง เขามองออกว่า เหล้าโอสถนี้ได้รวบรวมโอสถที่ดีเลิศมากมายนับไม่ถ้วนเอาไว้อยู่ อีกทั้งยังถือได้ว่าเป็นโอสถที่ยากที่ตามหาในดินแดนแห่งนี้ หากว่ามิได้มีกำลังดั่งเช่นราชวงศ์เช่นนี้ แน่นอนว่าคงมิอาจที่นำออกมาเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน

หากว่ากล่าวตามระดับมูลค่าแล้ว เหล้าโอสถนี้ก็นับได้ว่ามีราคาค่างวดพอที่ซื้อเมืองได้เมืองหนึ่งเลยทีเดียว

ต่อมาเยี่ยจงก็มิได้เกรงใจแต่อย่างไร อีกทั้งยังยื่นมือรับแก้วเอาไว้โดยเร็ว ในช่วงวินาทีนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงความกระจ่างใสและความอบอุ่นของตัวโอสถที่ได้รวมตัวกันเข้าสู่เส้นลมปราณภายในตัวเขา อีกทั้งยังได้ไหลเวียนไปยังทั่วบริเวณทั้งร่างกายของเขาในแต่ละส่วน

ร่างกายของเยี่ยจงจู่ๆก็มีเสียงดังฮูมฮูมออกมาไม่หยุดยั้ง ในทุกเสียงร้องของเคลื่อนไหวทุกครั้ง บริเวณร่างกายของเขาก็ได้ปล่อยโลหิตสีดำที่ตกค้างอยู่ภายในร่างออกมา ทันทีที่ไหลออกมา พลังของเขาในตอนนี้ก็ได้เริ่มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายก็ราวกับจะปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นราวกับว่าตัวเขาเองเหมือนกับว่าจะเข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่แปดขอบเขตปฐพีได้ในตอนนี้เลย

เพียงแต่ว่าทันใดนั้นเอง พลังกระบี่หกสุสานภายในร่างของเยี่ยจงก็ได้ไหลเวียนขึ้นมาด้วยตนเอง จนหล่อหลอมพลังทั้งหมดของโอสถนับไม่ถ้วนเหล่านี้ ฟื้นฟูร่างกายของเยี่ยจง

ไม่นานนัก ก็ได้กลืนเหล้าโอสถลงไปจนหมด อาการบาดเจ็บจากการต่อสู้ครั้งใหญ่เมื่อครู่นี้ก็ได้ถูกรักษากลับมาดีขึ้นมากแล้ว

ผู้คนที่มองไปยังฉากเบื้องหน้านี้ต่างก็หน้าเปลี่ยนสี ยิ่งไปกว่านั้นก็คือผู้ที่มีความสัมพันธ์กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่มีความสัมพันธ์ต่างก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นขึ้นมา พวกเขาต่างก็ทราบที่มาที่ไปของเหล้าโอสถแก้วนี้ ถึงแม้ว่าจะมีน้อยคนนักที่จะมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ทาน แต่ว่าโดยส่วนมากแล้ว ผู้ที่ทานเหล้าโอสถนี้เข้าไปแล้ว พลังในร่างกายจะต้องปะทุขึ้นมา อีกทั้งก่อนหน้ามีคนที่ได้ทานเหล้าโอสถนี้ไปแล้ว จากเด็กน้อยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ก็ได้เปลี่ยนจะกลายเป็นยอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดได้ในทันที นี้จึงเป็นที่มาที่ไปความแข็งแกร่งของเหล้าโอสถแก้วนี้

แต่ว่า เหล้าโอสถในตอนนี้ถึงแม้จะมิอาจที่จะสามารถทะลวงพลังของเยี่ยจงสูงขึ้นไปอีกระดับได้ นั้นก็เป็นเพราะว่าสิ่งที่เยี่ยจงฝึกฝนมานั้น แท้จริงแล้วจัดได้ว่าอยู่ในระดับใดกันแน่ ?

องค์หญิงสี่ก็ได้สาดประกายตาขึ้นมา ในตอนนี้ราวกับนางมองเห็นสิ่งที่วิเศษที่สุดบางอย่างขึ้น ในเวลาเดียวกันก็ได้ปลดปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์ออกมา นางมองไปที่เยี่ยจงอยู่นาน จนกระทั่งได้ใช้น้ำเสียงที่มีเพียงแค่สองคนเท่านั้นที่ได้ยิน กล่าวว่า “ ทั่วทั้งแดนดินนี้มิได้มีเพียงลัทธิหรูเซียนเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่ ข้าที่มาจากพรรคเวิ้นซือเซียน(พรรคแดนเซียน)ถึงแม้จะมีชื่อเสียงไม่เทียบเท่า แต่ว่าหากว่าเจ้าต้องการที่จะเข้าร่วมพรรค หนทางด้านหน้ายังอีกยาวไกล เจ้าลองใคร่ครวญให้ดี “

กล่าวจบ องค์หญิงสี่ก็ได้หัวเราะออกมา วินาทีนั้นทั่วทั้งตึกจักรพรรดิทองคำราวกับมีดอกไม้บานนับร้อยชนิดขึ้น หญิงสาวนางอื่นเมื่อได้เห็นนางยิ้มอยู่ทางด้านหน้าต่างก็หมองลงไปในทันที เกรงว่าทั่วทั้งท่ามกลางตึกจักรพรรดิทองคำนี้ ในตอนนี้คงจะมีแต่เพียงนางเซียนชิงหญิงเท่านั้นที่จะเทียบกับนางได้

หลังจากที่หัวเราะจบ องค์หญิงสี่ก็ยื่นมือไปนำแก้วหยกมา แล้วก็ได้ค่อยๆก้าวเดินกลับไปยังห้องเก้ามังกร หลงเหลือไว้แต่ความคิดคำนึงของเหล่ายอดฝีมือ

“ พรรคเหวินซือเซียนงั้นหรือ ? “ เยี่จงจ้องมององค์หญิงสี่ที่หายไปอีกทางด้านหนึ่ง ร่างกายก็ได้สั่นเทาขึ้นเล็กน้อย รู้สึกสับสนอยู่หลายส่วน

พรรคเหวินซือเซียนก็เป็นเหมือนดั่งลัทธิหรูเซียนก็มิปาน เมื่อครั้งที่อยู่ที่ดินแดนซานเชียนเซินเจี่ย ก็ได้ยินคำเล่าลือที่โด่งดัง สามารถกล่าวได้ว่าพลิกฟ้าสั่งฝน ก็มิใช่เป็นไปมิได้

แต่ว่า จากชื่อเสียงความแข็งแกร่งเช่นนี้ เพราะเหตุใดถึงได้หลงเหลือเศษเสี้ยวน้อยๆเอาไว้สายหนึ่งไว้ในดินแดนซีฮวงนี้กัน ?

หากว่าก่อนหน้านี้เยี่ยจงก็ยังคงสงสัยอยู่ ว่าลัทธิหรูเซียนนามนี้มีความคล้ายคลึงกันถึงเพียงนี้ เช่นนั้นในช่วงเวลาตอนที่นามของพรรคเหวินซือเซียนปรากฏออกมา เขาก็ได้เข้าใจในทันที ว่าย่อมมิใช่ความบังเอิญอย่างแน่นอน อีกทั้งกว่าครึ่งคงจะต้องมาจากดินแดนอันแข็งแกร่งอย่างซานเชียนเซินเจี่ยที่กำลังจับตามองดูดินแดนน้อยอย่างดินแดนซีฮวงแห่งนี้

และเยี่ยจงก็ยังคิดไม่ออกว่า ดินแดนซีฮวงแห่งนี้ พลังฝีมือและการฝึกปรือทั้งหมดทั้งมวลเรียกได้ว่าเทียบไม่ได้กับดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยเลยแม้แต่น้อย เพราะเหตุใดถึงได้เกิดการดึงดูดความสนใจต่อดินแดนเช่นนี้ได้กัน อีกทั้ง ดินแดนที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ยังเห็นได้ชัดว่ากำลังคัดเลือกลูกศิษย์ที่มากความสามารถอย่างไม่หยุดหย่อน ถึงแม้จะไม่ทราบว่าพวกเขาต้องการที่จะอันใด แต่ว่าเยี่ยจงก็ยังรู้สึกได้ว่ามีฉากเบื้องหลังที่ดำมืดอยู่

ความเคลื่อนไหวของดินแดนแห่งนี้เป็นที่ชัดเจนว่า หากว่ามีบุคคลภายนอกไม่ทันระวังหลงเข้าไป เช่นนั้นก็เป็นไปได้ว่าท้ายที่สุดร่างกายกระดูกเลือดเนื้อของตนเองก็ยังไม่ทราบว่าตายได้อย่างไร

……

พิธีถวายพระพรองค์ฮ่องเต้ กับสถานการณ์ที่มีคลื่นลมพัดผ่านไม่สิ้นสุด ราวกับว่าพิธีถวายพระพรแก่ราชวงศ์ในครั้งนี้จะมิใช่เพื่อองค์ฮ่องเต้ แต่เป็นเยี่ยจงก็มิปาน ตลอดงานพิธีจนถึงตอนนี้ องค์ฮ่องเต้ก็ยังมิได้เผยหน้าออกมา กลับกันเยี่ยจงกลับโผล่ทั้งหัวทั้งหางออกมาไม่หยุด จนกลายเป็นบุคคลที่น่าจับตามองเป็นคนแรก

“ นี้คงมิใช่เรื่องที่ดีอันใด “

ท่ามกลางความเงียบสงบ เยี่ยจงก็ได้กุมแขนเอาไว้ จ้องมองไปทางด้านท้องนภาที่มีดวงจันทร์เป็นประกาย แล้วก็ได้ขมวดคิ้วเล็กน้อย

การมายังเมืองเยียจิงในครั้งนี้ เขาได้กวาดล้างผู้คนไปแล้วกลุ่มหนึ่ง ได้รับชัยชนะจากเหล่าผู้มีชื่อส่วนหนึ่ง แต่ว่าเยี่ยจงก็ทราบดีว่า การมายังเมืองเยียจิงในตอนนี้ เขาได้หยิบยืมกำลังจากภายนอกมากมาย ถึงค่อยมีความสำเร็จเช่นนี้ได้

และหากกล่าวว่าถ้าฝึกยุทธ์ในลักษณะนี้แล้ว กลับมิใช่เรื่องที่ดีอันใด อีกทั้งยังทำให้ตนเองมิอาจที่จะก้าวขึ้นไปอีกขอบเขตหนึ่งได้

ในเวลาเดียวกัน ในครั้งนี้เขาก็ได้ไปหาเรื่องกับกลุ่มคนส่วนหนึ่ง ราวกับเป็นสายลมที่มีฉากสีดำทมิฬปกคลุมประทับอยู่ทั่วทั้งดินแดนซีฮวง ถึงแม้ว่าในตอนนี้ยังเรื่องเหล่านี้จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับเขา แต่ว่าเยี่ยจงก็ทราบดี หากว่าพลังฝีมือของตนเองเพิ่มมากขึ้นอีก วันข้างหน้าก็ยิ่งเป็นไปได้ว่าจะพบคนเหล่าผู้ที่มาจากดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยมากยิ่งขึ้น

“ พลังสินะ “

เยี่ยจงถอนหายใจอย่างแรง พลังฝีมือนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ในขณะนี้เอง เขาราวกับกำลังคิดที่จากเมืองเยียจิงนี้ กลับไปยังลัทธิแห่งดวงดาวเพื่อที่จะได้ฝึกฝน

เพียงแต่ว่า ในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ เยี่ยจงกลับมิอาจที่จะจากไปได้ จนกระทั่งแม้แต่เหล่าศิษย์ที่หลงเหลืออยู่ของสำนักเสวียนหวินที่ยังมิได้จากไป ดังนั้นทุกคนต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้ว อีกไม่นาน สมรภูมิฮวงกู่ก็ใกล้ที่จะเปิดขึ้นมาแล้ว เหล่ายอดฝีมือที่อยู่ภายใต้รัฐใหญ่ทั้งสามแห่งก็ได้ลำบากลำบนเพื่อที่จะเข้ามายังเมืองเยียจิงแห่งนี้ ก็เพื่อที่จะเข้าไปสู่สมรภูมิฮวงกู่แห่งนี้ จะให้พวกเขาจากไปเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ?

เยี่ยจงครุ่นคิดขึ้นมา ท้ายที่สุดก็ได้สงบลงใน เงียบงันรอคอยต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร การฝึกปรือพวกก้าวไปให้สูงยิ่งขึ้นก็ยังจำเป็นต้องพึ่งพวกโอกาสและวาสนาด้วย ถ้าหากอยู่แต่ภายในสำนัก ถึงแม้จะสามารถฝึกปรือได้อย่างราบรื่น แต่โอกาสที่จะได้รับน้อยลงตาม เมื่อได้ลดทอนโอกาสในความเป็นตาย หากกล่าวโดยผ่านการฝึกยุทธ์แล้ว ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีได้เสียทีเดียว

ต่อจากนี้อีกหลายวัน เยี่ยจงก็ได้เก็บตัวเองอยู่ในท่ามกลางสวนแห่งหนึ่ง แล้วก็มิได้ออกไปเยี่ยมเยียนผู้ใด

แต่ว่าถึงแม้ว่าจะเก็บตัวเอาไว้เช่นในตอนนี้ไปก็ใช่ว่าจะสามารถทำอันใดออกมาได้ อีกทั้งเหล่าคุณชายและพระญาติที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเข้า โดยส่วนมากก็ได้ส่งคนมาเสาะหาเขาถึงบ้านเพื่อที่จะเยี่ยมเยียน

แล้วก็ได้มีผู้คนมารบกวนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่คิดจะสานสัมพันธ์ แต่ว่าผู้คนอีกทางหนึ่งยิ่งมากก็เป็นเหมือนการบ่งบอกอีกนัยหนึ่ง หวังว่าตอนอยู่ภายในสมรภูมิฮวงกู่ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันได้ อย่างน้อยที่สุดก็ถือว่าไม่มีปรปักต่อกัน

เป็นที่แน่ชัดว่า การปลดปล่อยประตูสู่สมรภูมิฮวงกู่ จะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว




NEKOPOST.NET