เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 178 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.178 - ผลลัพธ์ของเรื่องราว


ตอนที่ 178   ผลลัพธ์ของเรื่องราว

 

 

“ คุณหนูใหญ่ซู พวกเราพบกันอีกแล้ว “

 

เยี่ยจงจ้องมองไปด้วยสายตาที่เย็นเยียบในตอนนี้ บนร่างที่เป็นเหมือนดั่งนางเซียนก้าวย่างมาของซูชิง ก็ได้เผยให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากออกมา เพียงแต่ว่าภายใต้รอยยิ้มของเขากลับไม่มีแม้แต่ความอบอุ่นแม้แต่น้อย ทั้งหมดทั้งมวลมีแต่เพียงความเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

 

ลูกศิษย์ตระกูลซูที่หลงเหลืออยู่ภายในตึกใหญ่สีเงินแต่ละคนก็ได้สั่นเทาขึ้นมา ภายใต้รอยยิ้มนี้ของเยี่ยจง ในสายตาของพวกเขากลับเป็นรังสีฆ่าฟันนับไม่ถ้วน ทำให้พวกเขาที่อยู่เบื้องหน้าของเยี่ยจงในตอนนี้ มิอาจมีความหาญกล้าใดๆออกมาแม้เพียงเล็กน้อย

 

“ เยี่ยจง เจ้าจะฆ่า ก็ฆ่าข้าซะ ไม่ว่าก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร ต่างก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขา “ ซูชิงจ้องเขม็งไปทางด้านเยี่ยจง จากนั้นก็ได้ค่อยๆก้าวเดินออกไป จ้องเขม็งไปที่เยี่ยจงแล้วเอ่ยปากกล่าว “ เยี่ยจง ปล่อยพวกเขาไป ขอเพียงเจ้าปล่อยพวกเขาไป ข้าซูชิงจะยอมเป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ก็ยังได้ “

 

“ ปล่อยพวกเขาไปงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็ได้โบกมือคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็พบว่าระยะห่างของเขาและศิษย์ของตระกูลซูผู้หนึ่งได้ถูกพลังดึงดูดเข้าไปสายหนึ่ง จนมาถึงยังมือของเยี่ยจง

 

ฝ่ามือได้คว้าออกไปยังศิษย์ของตระกูลซูผู้หนึ่ง เยี่ยจงได้บีบไปที่ลำคอของเขา ยิ้มแล้วกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา “ ทำไมข้าจึงต้องปล่อยพวกเขากัน ? เมื่อตอนที่อยู่ที่เมืองเจียงโจว พวกเจ้าตระกูลซูก็มิได้เตรียมที่จะปล่อยข้าไปมิใช่หรือ ? ดูเหมือนจะชื่อว่าซูขุ่ยอะไรนั้น แล้วก็ได้ถูกข้าฆ่าไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้นนางเองก็ยังต้องการที่จะให้ข้าตายอย่างรวดเร็วด้วย ? หากกล่าวไป เบื้องหลังคงจะเป็นเพราะตระกูลซูพวกเจ้าเช่นกัน นางเป็นเพียงแค่ตัวประกอบของตระกูลซูเท่านั้น จะมีความหาญกล้าใดๆกัน ? “

 

“ พวกเจ้าตระกูลซูนับตั้งแต่แรกเริ่มก็มิได้คิดที่จะปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่แล้ว เจ้ากล่าวว่า เพราะเหตุใดข้าในตอนนี้จึงต้องหลงเหลือเส้นทางแห่งชีวิตกัน ? “

 

หลังจากที่สิ้นเสียง เยี่ยจงก็ได้โบกมือคราหนึ่ง แล้วก็ได้ยินเสียง”กร๊อบ”ดังขึ้น ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้ วันหน้าจะต้องกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง แล้วนำพาตระกูลซูก้าวขึ้นทะยานขึ้นไป ก็ได้สิ้นใจกลายเป็นศพแต่เพียงเช่นนี้

 

“ เยี่ยจง ปล่อยพวกเขาไปเถอะ จากนี้เป็นต้นไปข้าจะเป็นคนของเจ้า เจ้าต้องการให้ข้าทำอันใดก็ได้ทั้งนั้น “ สีหน้าของซูชิงเย็นเยียกขึ้นมา นางจ้องเขม็งไปที่เยี่ยจง กัดฟันไปมาแล้วเอ่ยปากกล่าว นางทราบดีว่าตนเองมิใช่คู่ต่อสู้ของเยี่ยจง จึงได้แต่ขอร้อง

 

“ หากว่าไม่เกิดเรื่องที่งานเลี้ยงขององค์ชายใหญ่ ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่มีความสนใจที่จะมาคิดบัญชีกับพวกเจ้า หากไม่มีการดักฆ่าหลังจบงานเลี้ยง ในวันนี้ข้าก็คงจะลงมือยั้งไมตรีบ้าง แต่น่าเสียดาย การกระทำของตระกูลซูพวกเจ้าทั้งหมดก็ทำให้ข้าเข้าใจได้เป็นอย่างดี มีแต่เพียงสังหารพวกเจ้าให้หมด จึงจะสามารถกินนอนอย่างสบายได้ “ เยี่ยจงหัวเราะเสียงเบา เผยให้เห็นความเย็นชาออกมา

 

“ อา “

 

มีลูกศิษย์ตระกูลซูที่อดทนไม่ไหวกับบรรยากาศเช่นนี้ พวกเขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด หันกายหมายจะจากไป

 

“ ซวบ “

 

เยี่ยจงฟันออกไปหนึ่งกระบี่ แล้วก็ได้ตัดไปที่ร่างของลูกศิษย์ตระกูลซูผู้นั้นจนร่างขาดจากกัน จากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วจ้องมองไปยังศิษย์ตระกูลซูที่หลงเหลืออยู่ สีหน้ามิได้เปลี่ยนแปลงมากมายนัก

 

“ จัดการตัวเองซะ นี้เป็นสิ่งเดียวที่ข้าจะเห็นแก่ไมตรีเส้นสุดท้ายของพวกเจ้า อย่างน้อยข้ากับตระกูลซูพวกเจ้าจะมีการหมั่นหวายกัน มิใช่หรือ ? “ เยี่ยจงยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มได้มีความดุดันชนิดหนึ่ง นี้มิใช่การอดทน แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ในดินแดนเช่นนี้ ในวันนี้ถึงแม้ะต้องแปรเปลี่ยนใบหน้า ก็จำเป็นที่จะต้องเข่นฆ่าให้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้นแล้วไม่ทราบว่าในวันหนึ่ง หากไม่ตัดรากถอนโคนแล้ว จะทำให้อยู่อย่างไม่เป็นสุข

 

ยิ่งไปกว่านั้นกับลูกหลานตระกูลซูเหล่านี้ ยิ่งจำเป็นที่จะต้องตาย ไม่เช่นนั้นเยี่ยจงก็นอนหลับได้อย่างไม่สงบ

 

“ กับเทพสังหารผู้นี้แล้ว ลงมือด้วยกันเถอะ “ มีคนที่กัดฟันไปมา ต้องการให้พวกเขาฆ่าตัวตาย มิสู้เริ่มต้นลงมือเองจะดีกว่า

 

ในช่วงวินาทีนั้น ศิษย์ตระกูลซูที่หลงเหลืออยู่มากมายก็ได้พุ่งตัวออกไปในเวลาเดียวกัน ร่างกายของแต่ละคนก็ได้แผ่กลิ่นคาวเลือดออกมา ต่างก็เป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์โดยทั้งสิ้น

 

“ ช่างน่าเสียดาย “

 

เยี่ยจงส่ายศีรษะไปมา ช่วงวันเวลาหลายวันที่ผ่านมาได้มีผู้ที่มีพรสวรรค์มากมายจบสิ้นลงภายใต้น้ำมือของเขา ความรู้สึกนี้ยังคงวนเวียนอยู่ภายในจิตใจ

 

เพียงแต่เมื่อได้สูดลมหายใจเข้าไปแล้วที เยี่ยจงก็ตัดสินใจที่จะตัดขาดความรู้สึกอันน้อยนิดนี้ มือกุมไปที่กระบี่หมุนรอบออกไปในเวลาเดียวกัน เพียงแค่ช่วงเวลาพริบตาเดียว ศิษย์ตระกูลซูทั่วทั้งตึกใหญ่สีเงินนี้ ก็ได้ถูกเก็บกวาดไปจำนนวนมาก มีเพียงแค่ซูชิงที่ยังยืนอยู่ในที่แห่งนี้ บนเสื้อคลุมยาวสีขาว ก็ได้มีรอยแต้มของโลหิต ให้ความงดงามเหมือนดั่งนางปีศาจชนิดหนึ่ง

 

ซูชิงจ้องเขม็งไปที่เยี่ยจง หลังจากนั้นนางก็ได้สูดลมหายใจเข้าอย่างรุนแรง แต่ก็มิได้ลงมือ แล้วก็มิได้ขันขืนอันใด เพียงแต่แค่หลับตาลง ยอมรับชะตากรรมเช่นนี้ ในตอนนี้ ทั่วทั้งตระกูลซูกลับไม่หลงเหลือผู้ใดแล้ว นอกเสียจากนางจะยอมรับชะตากรรม แล้วจะทำอันใดได้กัน ?

 

“ เจ้าไม่คิดที่จะลองตอบโต้สักครั้งเลยงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงจ้องมองไปที่ซูชิง ใบหน้าบ่งบอกถึงความรู้สึกที่ประหลาดใจ บุคคลอื่นๆตระกูลซูนั้นเขากลับลงมือโดยมิได้รู้สึกอันใด อีกทั้งยังไม่ยั้งมือ แต่ว่ากับสาวน้อยที่เป็นคู่หมั่นของตนเองผู้นี้ในตอนนี้ เขากลับมิอาจที่จะตัดใจลงมือได้ จึงได้แต่เอ่ยถามเสียงดังกังวาน

 

“ ข้ามิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า ดังนั้นจึงไม่ต้องการที่จะสูญเสียเรี่ยวแรงอย่างเปล่าประโยชน์ “ ซูชิงส่ายศีรษะ “ อย่างที่เจ้ากล่าว ตลอดมานี้เป็นสิ่งที่ตระกูลซูข้าควรจะรับผิดชอบ ย่อมมิอาจที่จะโทษผู้อื่น หากมิใช่เพราะเจ้ามีความแข็งแกร่งอย่างเพียงพ ในตอนนี้คนที่ตายไปคงจะเป็นเจ้า ดังนั้นข้าจึงไม่โทษเจ้า ลงมือเถอะ “

 

“ ผู้อ่อนแอย่อมต้องเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่ง มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น จึงจะเป็นเหตุผลทั้งปวง ในดินแดนเช่นนี้ คุณหนูใหญ่ซู เดินทางโดยสวัสดิภาพ “ เยี่ยจงเกิดความลังเล จากนั้นก็ได้สูดลมหายใจเข้าคราหนึ่ง ผายแขนออกไป เตรียมที่จะใช้ออกด้วยพลังดัชนี จบชีวิตของซูชิงผู้นี้

 

เสียงถอนหายใจอย่างรุนแรงดังขึ้น แล้วก็ได้ดังขึ้นมาอย่างกะทันหันในช่วงเวลานี้ จากนั้นก็ได้กลายเป็นสงบลงอย่างถึงที่สุด แต่ว่าราวกับมีแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวอย่างลึกล้ำราวกับคลื่นทะเลซัด ก็ได้ปรากฏขึ้นมาจากบริเวณทางด้านนอกของตึกใหญ่สีเงินนี้อย่างกะทันหัน

 

จากนั้น ก็ได้พบเห็นเงาร่างสายหนึ่งที่สวมไว้ด้วยชุดกระโปรงสีเขียว ทันทีที่ได้ปรากฏตัวขึ้นในตึกใหญ่สีเงินนี้ ประจวบกับเข้าขัดขวางเยี่ยจงที่กำลังจะลงมือต่อซูชิงอย่างกะทันหัน

 

ซูชิงสั่นเทาเล็กน้อย แต่ก็มิได้เอ่ยปากกล่าวอันใดมากมายนัก

 

“ เจ้าอีกแล้ว ?​”

 

เยี่ยจงขมวดคิ้ว บุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นมาเบื้องหน้าเขาในตอนนี้กลับมิใช่ใครอื่น ยิ่งทั้งยังเคยมีปัญหากับเขาอยู่หลายครั้งอย่างนางเซียนชิงหญิงนั้นเอง

 

ยอดฝีมือที่จ้องมองมาจากทางด้านนอกในตอนนี้แต่ละคนก็ได้เกิดความตกตะลึง ท่ามกลางการต่อสู้นี้ จนในช่วงเวลาท้ายที่สุดแล้ว ก็ได้มีคนออกหน้ามาจนได้ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่มาจากขุมกำลังที่เล่าขานที่เป็นดั่งเซียน

 

ในตอนนี้นางเซียนชิงหญิงได้หลับตาสงบนิ่ง บรรยากาศรอบตัวนางเป็นเหมือนดั่งคลื่นทะเลใหญ่ที่สงบนิ่งอยู่ก็มิปาน ภายใต้ความสงบนิ่งนี้ก็ได้แฝงไว้ด้วยคลื่นพลังที่คาดคะเนมิได้ นางได้จ้องมองเยี่ยจงอยู่เช่นนี้ เอ่ยปากกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา “ ท่านเยี่ยจง ในครั้งนี้สามารถเห็นแก่หน้าของข้า ปลดปล่อยแม่นางซูไปได้หรือไม่ ? “

 

นางเซียนชิงหญิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมเล็ก ราวกับกำลังขอร้องอ้อนวอนเยี่ยจงก็มิปาน ราวกับว่าเสียงที่ได้กล่าวออกมาทำติดตรึงผู้คน ทำให้หัวใจผู้คนแทบจะล่องลอยออกไป

 

เยี่ยจงส่งเสียงดังเฮอะคำหนึ่ง ในขณะที่กำลังส่งเสียง ก็ได้ทำให้มีผู้คนไม่น้อยร่างสั่นเทาขึ้นมา แล้วก็ได้สติกลับคืนมา

 

ฝีมือของนางเซียนชิงหญิงนั้นนับได้ว่าน่าหวาดกลัว แต่ว่าภายใต้คำพูดนี้ กลับสามารถทำให้ยอดฝีมือรุ่นเยาว์นับไม่ถ้วนเกิดความลุ่มหลงขึ้นมา

 

นี้ยังถือเป็นเซียนได้อีกงั้นหรือ ? เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเป็นวิชานางมารร้าย

 

“ ทำไมกัน ? เจ้ามิได้มีความเกี่ยวข้องกับนางเซียนหรอกนะ ? “ หลังจากที่เยี่ยจงเกิดความลังเล จึงค่อยได้ส่งเสียงกล่าวออกมา

 

นางเซียนชิงหญิงหัวเราะราวกับไร้เสียง กล่าว “ แม่นางซูชิงเป็นศิษย์สายในที่ทางลัทธิหรูเสียนเตรียมรับเข้าเป็นศิษย์ สามารถเรียกได้ว่าเป็นศิษย์น้องหญิงของข้า ไม่ทราบว่าท่านเยี่ยจงจะสามารถเห็นแก่ความในข้อนี้ปล่อยนางไป ? อีกทั้งข้ารับรองว่า ลัทธิหรูเซียนจะไม่มีวันสอดมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับบุญคุณความแค้นของท่านเยี่ยจงและตระกูลซูอย่างแน่นอน แน่นอนว่า ในภายภาคหน้าเมื่อศิษย์น้องฝึกปรือสำเร็จแล้ว ต้องการที่จะตามหาท่านเยี่ยจงเพื่อล้างแค้น ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับข้าเช่นเดียวกัน “

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็หัวเราะอย่างเย็นชา เบื้องหลังของลัทธิหรูเสียนยังมีฉากดำมืดอยู่อีกมาก ในข้อนี้เยี่ยจงเมื่อตอนที่อยู่ในดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยก็ทราบอย่างกระจ่าง หากว่ายิ่งเป็นลัทธิหรูเสียนนี้สถานที่เดียวกับดินแดนซานเชียนเซินเจี่ยแล้วละก็ เช่นนี้การเข้าร่วมของซูชิงนี้ เกรงว่าหลังจากนี้คงต้องเปลี่ยนแปลงเป็นยุ่งยากขึ้นมาอย่างมาก

 

ดังตอนนี้ เยี่ยจงก็มิได้กล่าวคำพูดไร้สาระอีก เพียงแต่ก้าวถอยออกไป ก็ได้ตัดสินใจที่จะสังหารซูชิง

 

“ น้องเยี่ยจง “

 

ในช่วงเวลาในตอนนี้ ก็ได้ยินเสียงลอดออกมา แล้วก็พบเห็นร่างขององค์ชายใหญ่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พกพาความกระอักกระอวกจ้องมองไปที่เยี่ยจง

 

“ องค์ชายใหญ่ก็มาขัดขวางข้าด้วยงั้นหรือ ? ดูเหมือนคุณหนูใหญ่ซูของพวกเราจะมีหน้ามีตามากนัก ก่อนหน้าก็เป็นนายน้อยเสวียนหวิน คราวนี้ก็องค์ชายแห่งราชวงศ์ ว่าไปแล้ว ข้าก็ถือว่าโชคร้ายแล้วสิ ? “ เยี่ยจงบ่นพึมพำกับตนเอง

 

“ น้องเยี่ยจงพูดเล่นไปแล้ว “ องค์ชายใหญ่ยิ้มอย่างขมขื่น หลังจากนั้นเขาก็ได้พลิกมือนำม้วนคัมภีร์สีเหลืองม้วนหนึ่งออกมา แล้วกล่าวเสียงแผ่วเบา “ ฏีกาของคนในราชวงศ์ ท่านเยี่ยจงได้มาเพื่อเป็นตัวแทนของลัทธิแห่งดวงดาว ความจริงทางราชวงศ์เราไม่ควรออกหน้า เพียงแต่ว่า ลัทธิหรูเซียนนับเป็นแขกที่สูงศักดิ์ สภานะเกินกว่าพวกเราทั้งสามรัฐใหญ่รวมกัน หวังว่าน้องเยี่ยจงจะเห็นแก่หน้าของราชวงศ์ข้า หยุดเรื่องราวแต่เพียงเท่านี้ “

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ได้เกิดความลังเล หลังจากนั้นก็ได้พยักหน้าไปมา หันกายเดินจากไป เพียงแค่มองการใช้มือ ก็ทราบได้ถึงสถานะของลัทธิหรูเสียนเกินความคาดหมาย ยิ่งไปกว่านั้นคนของราชวงศ์ยังออกหน้าให้อีก ตนเองจึงไม่สมควรที่จะลงมือต่อไป

 

ไม่ว่าจะกล่าวเช่นไร ในเมืองเยียจิง หน้าของคนในราชวงศ์นี้ย่อมต้องให้อยู่แล้ว

 

“ ลัทธิหรูเสียนงั้นหรือ ? “ ในตอนที่ได้หันมามองนางเซียนชิงหญิงอย่างลึงซึ้งคราหนึ่ง  เยี่ยจงก็ได้พุ่งหายออกไปในทันที

 

ในตอนนี้เยี่ยจงได้จากไปแล้ว สีหน้าของนางเซียนชิงหญิงก็ได้เพิ่มความซับซ้อนขึ้นมาจ้องมองไปทางด้านเงาหลังของเยี่ยจง จากนั้นนางก็ได้หันไปทางด้านซูชิงอย่างยิ้มแย้มแล้วกล่าว “ ศิษย์น้องซู เจ้าก็ตามข้าไปเถอะ ไม่ว่าวันหน้าเจ้าจะตัดสินใจทำอย่างไร ลัทธิหรูเซียนก็จะเป็นบ้านอันปลอดภัยให้กับเจ้า “

 

ซูชิงเกิดความลังเล รางจ้องมองไปศพที่กองเป็นภูเขาเลือดไหดั่งทะเลทั่วทั้งสี่ด้าน แทบจะสิ้นสติลง หลังจากนั้นนางก็ได้ค่อยๆพยักหน้าเห็นด้วย ติดตามไปทางด้านหลังของนางเซียนชิงหญิง เดินจากไปอีกทางด้านหนึ่ง

 

“ เยี่ยจงผู้นี้ ช่างน่าหวาดกลัวอย่างแท้จริง “ องค์ชายใหญ่จดจ้องไปยังบริเวณที่แห่งนี้ หลังจากนั้นเขาก็ได้กล่าวพร้อมถอนหายใจคำหนึ่ง ในครั้งนี้ตระกูลซูรังควานเยี่ยจง จึงกลับกลายเป็นสภาพเช่นนี้ได้

 

ไม่ว่าจะเป็นเพราะก่อนหน้าหรือผลลัพธ์ในตอนหลัง คนนอกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะสอดมือเข้ามา แต่ว่ากลับเป็นขุมกำลังอย่างลัทธิหรูเสียน คนของราชวงศ์มิอาจไม่ออกหน้าได้ ได้แต่กล่าวว่ามิอาจทำเช่นไรกับเรื่องนี้ได้

 

“ หวังว่าเขาคงไม่ถือสาหรอกนะ “​ องค์ชายใหญ่ยิ้มอย่างข่มขื่น ในครั้งนี้พิธีอวยพรท่านอ๋องที่แท้จริงยังมิได้เริ่มต้นขึ้น แต่กลับมีมรสุมเช่นนี้พัดผ่านเข้ามา ไม่ทราบว่าเมื่อได้เริ่มต้นพิธีอวยพรท่านอ๋องแล้ว เมืองเยียจิงนี้จะต้องเกิดเรื่องอันใดขึ้นอีก

 

หลังจากที่ส่ายศีรษะ องค์ชายใหญ่ก็ขยับกายคราหนึ่ง แล้วก็จากออกไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีสมบัติประจำราชวงศ์ตกอยู่ในมือของเยี่ยจง ในตอนนี้องค์ชายใหญ่ก็ไม่ทราบว่าจะเอ่ยปากทวงขออย่างไรดี ได้แต่จากออกไปเช่นนี้

 

“ เยี่ยจงก็ช่างน่าหวาดกลัวเสียจริง คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเยี่ยจงแห่งตระกูลเยี่ยผู้น้อย กล่าวกันว่าเป็นเจ้าขยะไร้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่น่าขันที่สุด ถึงกับสามารถเดินมาจนถึงขั้นนี้ได้ “

 

หลังจากที่ผ่านไปเนินนาน ยอดฝีมือที่มุงดูอยู่เหล่านี้ก็ได้ถอนหายใจออกมา ความแข็งแกร่งของเยี่ยจง ได้เกินกว่าที่จะคาดคิดเอาไว้ได้แล้ว

 

“ แต่ว่าในท้ายที่สุดแล้วก็ยังมีคนของลัทธิหรูเสียนสอดมือเข้ามา เกรงว่าในวันหน้าเยี่ยจงคงลำบากแล้ว ลัทธิหรูเสียนมิได้อ่อนแอเยี่ยงตระกูลซูหรอกนะ “

 

“ ไม่ทราบว่าต่อจากนี้เป็นต้นไปจะเกิดอันใดขึ้นอีก ไม่ทราบว่าสำนักเสวียนหวินนี้ จนถึงตอนนี้ยังคงไม่มีการตอบสนองใดๆเลยหรือ ? “

 

ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ จากนั้นก็ได้ค่อยๆทะยอยหายไป

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET