เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 176 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.176 - สมบัติประจำตระกูล


ตอนที่ 176 สมบัติประจำตระกูล

 

“ ตูม “

 

เงาร่างทั้งสองสายได้เข้าหากันอีกครั้ง บริเวณฝ่าเท้าของเยี่ยจง ก็ได้มีแสงอัสนีดังขึ้นในมุมหนึ่ง ทำให้เขาต้องเพิ่มความเร็วขึ้นจนถึงที่สุด และบริเวณใจกลางฝ่ามือก็ได้รวบรวมพลังกระบี่ตราประทับทับซ้อนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พริบตาเดียวก็เพิ่มกระบี่ตราประทับจนถึงชั้นที่สิบสอง ครอบคลุมไปด้วยพลังอำนาจที่น่ากลัวอย่างยิ่ง พุ่งเข้าสังหารไปยังบริเวณที่ซูจื่อหวินอยู่

 

“ ชิร์ “

 

ร่างกายของซูจื่อหวินได้คุกเข่าอยู่กับพื้น ทั่วทั้งร่างบนล่างราวกับมีประกายสายฟ้าเคลื่อนไหวหมุนวนอยู่ขึ้นมา เมื่อถึงช่วงสุดท้าย เขายกแขนขึ้นชี้ไป วินาทีนั้นก็ได้รวมตัวกันจนกลายเป็นวงล้อมสายฟ้า พุ่งเข้าไปรับกระบวนท่าสังหารของเยี่ยจงอย่างยินดี

 

กระบวนท่านี้กับวงล้อมอัสนีที่ท่านบรรพบุรุษได้ใช้ออกมานั้นมีความคล้ายกันอย่างมาก เป็นการโจมตีที่แปลก แข็งแกร่งอย่างน่าหวาดกลัว

 

“ ก๊ง “

“咚——”

พลังกระบี่ตราประทับและวงล้อมอัสนีได้เข้าปะทะกัน การปะทะในครั้งนี้ยังดูรุนแรงกว่าปกติ แสงจากเพลิงไฟได้แผ่กระจายอยู่ท่ามกลางอากาศออกมา ราวกับเป็นเหมือนดาวตกยามค่ำคืน ในตอนนี้ การลองมือของทั้งสองฝ่ายนั้นมิได้ยั้งมือไว้อีกต่อไป พลังกระบี่ตราประทับของเยี่ยจงนั้นแข็งแกร่งไม่เสื่อมคลาย เพียงแต่ว่าวินาทีที่ได้เกิดรอยร้าวขึ้นบนวงล้อมอัสนี จนเริ่มทำให้พลังในการควบคุมสูญเสียไป เข้าประทะไปยังบริเวณใจหว่างคิ้วของซูจื่อหวิน

 

“ บรึม “

 

ซูจื่อหวินขยับมือขวาคราหนึ่ง เข้ารับกระบวนท่าของเยี่ยจง ทันใดนั้นร่างกายก็ได้กระเด็นลอยออกไป ทันทีที่กระทบสู่พื้นก็ได้กระอักโลหิตออกมา เห็นได้ชัดว่าภายใต้กระบวนท่านี้ เขาคงได้รับบาดเจ็บหนักแล้ว

 

เยี่ยจงค่อยๆขมวดคิ้ว เขาในตอนนี้ที่ได้สวมร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณเพื่อเพิ่มพลังของตนเอง ความแข็งแกร่งของกระบี่ตราประทับซ้อนทับถึงชั้นที่สิบสองนั้นเรียกได้ว่าเป็นการโจมตีที่น่าหวาดกลัวเกินปกติแล้ว แต่ก็คิดไม่ถึงว่ากระบวนท่านี้ เพียงทำให้ซูจื่อหวินได้รับผลพ่วงเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

 

ซูจื่อหวินผู้นี้แข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ​ ?

 

อีกทั้งการขมวดคิ้วของเยี่ยจงนั้นไม่เหมือนกัน ยอดฝีมือทั่วทั้งสี่ทิศก็ได้ปรากฏความตื่นตกใจขึ้น ควรทราบว่า นับตั้งแต่เยี่ยจงเข้ามายังบ้านตระกูลซูจนถึงตอนนี้ ยังคงทำให้ผู้คนตกใจไม่คลายอยู่ตลอด แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้ การประมือในครั้งนี้ เขาถึงกับสามารถทำให้ซูจื่อหวินได้รับบาดเจ็บได้แม้เพียงเล็กน้อยได้ด้วยงั้นหรือ ? นี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย เยี่ยจงผู้นี้ ที่แท้มีพลังอยู่ในระดับใดกันแน่ ?

 

เยี่ยจงผู้นี้ ถึงกับสามารถแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้เชียวงั้นหรือ ?

 

บริเวณที่แห่งนี้ ด้านหน้าประตูเหล็กสีอ่อน ทั้งสองก็ได้สบตากันอย่างประหวาด หลังจากนั้นเอง ร่างของทั้งสองก็ได้พุ่งออกไปอีกครั้ง บริเวณใจกลางฝ่ามือของเยี่ยจงก็ได้รวมพลังกระบี่ตราประทับอย่างรวดเร็ว และซูจื่อหวินที่เช็ดคราบโลหิตอยู่ตรงมุมปาก จากนั้นก็ชี้ออกไป

 

“ ชิร์ “

 

ประกายสายฟ้าสีม่วงสายหนึ่ง เพลิงผลาญแผ่กระจายออกมา มุ่งหน้าเข้าหาไปทางด้านของเยี่ยจงเสียงดัง ความเร็วนับว่ารวดเร็วอย่างสุดขีด

 

วินาทีนั้นเยี่ยจงก็ได้รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมา เขาสัมผัสได้ถึงสายฟ้าที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ แต่ว่าถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ตาม ประกายแสงสายฟ้านี้ยังคงทอแสงสว่างเอาไว้อยู่บนกลางคิ้วของเขา ทันใดนั้น เกราะโลหิตของร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณก็ได้ครอบคลุมไปถึงแขนของเขา แล้วก็ได้ปรากฏบาดแผลขึ้นมาสายหนึ่งจนเห็นถึงกระดูก ในตอนนี้ก็ได้ปรากฏโลหิตไหลรินออกมา

 

“ ความเร็วที่ยอดเยี่ยม ถึงกับสามารถหลบเลี่ยงจากดัชนีเพลิงอัสนีผลาญได้ จึงถือได้ว่าเป็นทักษะยุทธ์ระดับสูงที่แท้จริงแล้ว “

 

ซูจื่อหวินกล่าวเสียงเบา ความตระหนกปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาได้เก็บกระบวนท่าสังหารเช่นนี้เอาไว้ในยามคับขันถึงจะหลบออกมาได้ คิดไม่ถึงว่ากลับทำอันใดเยี่ยจงมิได้เลยสักนิดเดียว

 

“ ทักษะยุทธ์ระดับสูง “ เยี่ยจงหรี่ตาจ้องมองอย่างเงียบงัน จากนั้นก็หัวเราะอย่างเย็นชาแล้วกล่าว “ ท่านอาซู ถ้าหากนี้เป็นไพ่ตายของท่านแล้วละก็ เกรงว่าในวันนี้ท่านจะหยุดข้าเอาไว้ไม่ได้แล้ว “

 

“ เจ้านับว่าแข็งแกร่งอย่างแท้จริง นับเป็นเด็กหนุ่มที่มากด้วยพรสวรรค์และพลังฝีมือ แต่ว่าเจ้าก็อย่าได้หลงตัวเองมากไป “ ซูจื่อหวินยิ้มอย่างเย็นชา นัยน์ตาปรากฏความคิดสังหาร

 

วินาทีนั้นต่อมา ก็พบว่ามือของซูจื่อหวินได้เปลี่ยนแปลงไปมา หลังจากนั้นเอง ที่บริเวณตึกใหญ่สีเงิน มีบางอย่างพุ่งออกมานับสิบสายอย่างรวดเร็ว กระทบไปยังบนร่างของซูจื่อหวิน

 

เสียงดังเช้งเช้งดังขึ้นมาเป็นสาย ประกายสายอัสนีก็ได้มีแสงของอัสนีสีม่วงพร้อมกับเกราะศึกนับสิบชิ้น แบ่งไปประทับใส่บนร่างกายของซูจื่อหวิน เป็นสิ่งที่คอยป้องกันของเขา

 

และในช่วงเวลาเดียวกัน หอกสายฟ้าที่เป็นสีม่วงด้ามหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นบนใจกลางฝ่ามือของซูจื่อหวิน ประกายสายฟ้าได้แผ่จายออกมาเป็นสายอย่างน่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

 

ยอดฝีมือมากมายต่างจดจ้องไม่กระพริบตา ตระกูลซูถึงกลับยังมีสิ่งของทั้งสองชิ้นนี้งั้นหรือ ?

 

“ ข้าทราบแล้ว กล่าวกันว่าก่อนที่ท่านบรรพบุรุษตระกูลซูจะไปยังภพหน้า ก็ได้หลงเหลือสมบัติประจำตระกูลซูเอาไว้สองชิ้น กล่าวกันว่าต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถที่สุดในตระกูลจึงจะสามารถใช้ได้ คิดไม่ถึงว่าซูจื่อหวินถึงกับสามารถใช้ออกด้วยสมบัติประจำตระกูลถึงสองชิ้นเลยงั้นหรือ ? “

 

“ กล่าวกันว่าสมบัติประจำตระกูลทั้งสองชิ้นต่างก็เป็นสมบัติขั้นวิญญาณระดับสูง ยิ่งไปกว่านั้นตามที่เล่าลือ หอกขั้วอัสนีอาจจะจัดอยู่ในระดับเสมือนเซียนอีกด้วย มีพลังอำนาจที่ไม่ธรรมดา ในครั้งนี้เยี่ยจงคงจะลำบากแล้ว

 

“ แต่ว่าก็พูดได้ยาก กระบี่ยาวในมือของเยี่ยจงด้ามนั้นก็มีพลังไม่น้อย อย่างน้อยก็เป็นถึงสมบัติขั้นวิญญาณระดับสูง ยังมีเกราะโลหิตบนร่างของเขาก็ยังดูไม่ออกว่าจัดอยู่ในระดับใด หากซูจื่อหวินต้องการที่จะเอาชนะเขานั้นก็มิใช่เรื่องง่ายเช่นเดียวกัน “

 

“ เช่นนั้นก็กล่าวได้ยาก ได้แต่มองดูรอคอยเวลาเท่านั้นแล้วละ “

 

“ น่าสนใจดีนิ “

 

เยี่ยจงจ้องมองไปยังซูจื่อหวินในตอนนี้ หลังจากนั้นเอง เขาก็ได้ชี้นิ้วออกไป บนมือได้รวบรวมพลังกระบี่ตราประทับจนปรากฏคล้ายกับดาวตกก็มิปาน พุ่งออกไปโดยตรง

 

“ ชิร์ “

 

ซูจื่อหวินขยับสะบัดหอกสายฟ้าขึ้น วินาทีนั้น หอกขั้นสายฟ้าสีม่วงก็ได้ถูกกวาดออกไป แล้วก็ได้ยินเสียงดังขึ้นมา หอกสายฟ้านั้นก็ได้เข้าทำลายพลังกระบี่ตราประทับขึ้น

 

“ เยี่ยจง ระวังเอาไว้ ต่อจากนี้ข้าจะทำให้หัวเจ้าหลุด เพื่อเซ้นไหว้หนี้โลหิตของตระกูลซูข้า “ ซูจื่อหวินกล่าวออกมาเสียงเย็นชา

 

“ ท่านอาซู นี้มิใช่วัวหายล้อมคอกหรอกหรือ ?  ตระกูลซูของพวกท่านยังคงมีสมบัติที่ดีอยู่ไม่น้อย ไม่งั้นก็นำของทั้งสองสิ่งนี้มาเป็นเครื่องชดเชย มอบให้แก่ข้าก็แล้วกัน “ เยี่ยจงเอ่ยปากพร้อมกับหัวเราะขึ้นเบาๆ เขาจ้องเขม็งไปทางด้านหอกสายฟ้าและเกราะสายฟ้า แล้วก็กล่าวเสียงดังกังวาน

 

“ ถ้าหากเจ้าสามารถฆ่าสังหารข้าได้ สิ่งของเหล่านี้ก็จะเป็นของเจ้าเอง “ ซูจื่อหวินเอ่ยปากกล่าว แล้วเขาก็กุมหอกสายฟ้าในมือ แทงเข้าหาเยี่ยจงในระยะห่าง แล้วก็ได้ยินเสียงเหล็กกล้าดังสนั่นขึ้นมา ในตอนนี้ราวกับว่าเขาเป็นเหมือนดังเทพสงครามก็มิปาน ร่างกายที่เต็มไปด้วยพลังฟ้าดินประทับอยู่อย่างน่าหวาดกลัว

 

ในตอนนี้ ทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลซูก็ได้ปรากฏรังสีสังหารแผ่กระจายออกมาเป็นสาย ร่างกายของซูจื่อหวินในตอนนี้ก็ได้แผ่กระจายความน่าหวาดกลัวออกมา เมื่อเทียบกับเยี่ยจงแล้วยังน่าตื่นตกใจอยู่หลายส่วน

 

แสงประกายของเหล่ายอดฝีมือได้ทอความแตกตื่นขึ้นมา หอกสายฟ้านี้ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นสมบัติประจำตระกูลก็เป็นได้ ไม่แน่ว่าอาจจะอยู่ในระดับขั้นเสมือนเซียนแล้ว ไม่ธรรมดาอย่างไร้ที่เปรียบ

 

“ ดี ในเมื่อท่านอาซูท่านกล่าวออกมาด้วยความใจกว้างเช่นนี้ ข้าก็ต้องขอขอบคุณไว้ก่อนแล้ว “ เยี่ยจงยิ้มขึ้นอยากเย็นชา ในครั้งนี้เขาก็ได้ยื่นนิ้วชี้ออกไป แล้วก็พบว่าบริเวณพื้นดินก็ได้ปรากฏยันต์วิญญาณขึ้นมานับไม่ถ้วนในทันที ลอยขึ้นมารวมกันจนกลายเป็นค่ายกลกระบี่เดือนเสี้ยว แล้วก็ได้ทับซ้อนกันอยู่บนร่างของเขาอีกครั้ง ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย

 

ยอดฝีมือทั้งหมดที่ได้พบเห็นฉากเบื้องหน้านี้ต่างก็ตื่นตกใจ เยี่ยจงผู้นี้ก็ช่างน่าหวาดกลัวเสียเหลือเกิน ในตอนที่ได้จัดตั้งค่ายกลยันต์นี้อย่างชัดเจนแล้ว คิดไม่ถึงว่าเมื่อครู่ที่ได้ประลองฝีมือกับซูจื่อหวินนั้นเอง เยี่ยจงก็ได้เตรียมการจัดตั้งค่ายกลยันต์วิญญาณนี้เอาไว้แล้ว สภาพจิตใจและพลังฝีมือเช่นนี้ ช่างน่าหวาดกลัวเสียเหลือคณา

 

ซูจื่อหวินก็ได้หดนัยน์ตาลง นับตั้งแต่เริ่มที่เยี่ยจงได้เข้ามายังบริเวณพื้นที่ของบ้านตระกูลซู ก็ได้ตัดสินใจและเคลื่อนไหวเอาไว้แล้ว เขาทราบดีแก่ใจว่า หลังจากที่ค่ายกลล้อมร่างเอาไว้ พลังฝีมือของเยี่ยจงก็จะยิ่งปะทุขึ้นมา

 

“ เช้ง “

 

กระบี่คงหมิงได้ถูกใช้ออกโดยเยี่ยจงจนส่งเกิดเสียงฝ่าสายลมออกมา เยี่ยจงยกกระบี่คงหมองขึ้นมา แล้วก็ชี้ไปทางด้านของซูจื่อหวิน และจากนั้นก็หัวเราะเสียงเบา “ ต่อจากนี้ไปข้าจะไม่ยั้งมือไว้ให้แล้ว ท่านอาซูโปรดระวังไว้ให้ดี หากว่าท่านพ่าย พวกเจ้าตระกูลซูนี้ก็จะถูกลบล้างเยี่ยงขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น “

 

“ ชนะก่อนข้าให้ได้ก่อนก็แล้วกัน “ ซูจื่อหวินร้องเชอะเสียงเย็นชา ทันใดนั้นเขาก็ได้ลงมืออย่างเฉียบขาด หอกยาวในมือก็ได้เปลี่ยนเป็นคมหอกทิ่มแทงออกมา จนเกิดประกายสายฟ้าอันน่ากลัวพุ่งเข้าไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

ร่างกายเยี่ยจงได้สั่นเทา จากนั้นก็ถอยออกไป แต่ก็มิได้ปัดป้องหอกนี้แต่อย่างไร

 

วินาทีนั้นเอง ประกายสายฟ้าก็ส่งเสียงดังขึ้นมาจากพื้นดิน หลงเหลือไว้แต่รอยแตกขนาดใหญ่สีดำเป็นสาย ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องกรอกตาไปมา

 

“ ซวบ “

 

ท่ามกลางหอกชิ้นนี้ หแกสายฟ้าในมือซูจื่อหวินก็ได้ถูกกวาดออก พกพาประกายอัสนีเปี่ยมพลังอำนาจกวาดไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่ หอกนี้เมื่อเทียบกับการใช้ออกเมื่อครั้งแรกยังร้ายกาจขึ้นกว่าเดิมอยู่หลายส่วน เพียงพอที่จะทำให้ยอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดร่างแตกละเอียดจนกลายเป็นก้อนโลหิตได้

 

เยี่ยจงใช้กระบี่ยาวชี้ออกคราหนึ่ง จิตกระบี่ก็ได้ร่ำร้องขึ้นเป็นสายออกมา จากนั้นในทันใดนั้นเอง ก็ได้ตัดผ่าออกไปทั้งหมดแปดกระบี่

 

ประกายกระบี่ได้เข้าไปพัวพัน ในช่วงเวลานั้นเองก็ได้ปรากฏอักขระประหลาดขึ้นมาเป็นทาง พุ่งตัวออกไปยังบริเวณทางด้านหน้า

 

สิ่งนี้มิใช่วิชาทักษะยุทธ์ แต่เป็นเพียงการใช้ออกด้วยทักษะอื่นชนิดหนึ่ง แต่ว่าในการต่อสู้ที่ใช้ออกด้วยทักษะอื่นในช่วงเวลาคับขันนี้ กลับทำให้รู้สึกแปลกประหลาดชนิดหนึ่ง

 

“ โครม “

 

คมประกายตัดฝ่าสายลม ต้านทานการโจมตีของหอกสายฟ้า จนทำให้สีหน้าของซูจื่อหวินปั้นยากขึ้นมา

 

เมื่อพบว่าเยี่ยจงได้เคลื่อนไหวร่างกายออกไป ในตอนนี้เขาก็มิได้รีบร้อนที่จะเคลื่อนไหวหอกสายฟ้าขึ้น เพียงแต่อ้าปากกู่ร้องขึ้นมา วินาทีนั้นก็ได้เกิดพลังอัสนีบาตออกมาสายหนึ่ง มุ่งหน้าทอดไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

เยี่ยจงรู้สึกตกใจคราหนึ่ง ร่างกายราวกับไม่อาจที่จะขยับได้ช่วงครู่หนึ่ง หลบหลีกมุ่งหน้าไปทางบริเวณทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว จึงค่อยหลบเลี่ยงกระบวนท่าสังหารนี้เอาไว้ได้

 

เมื่อร่างกายได้ทอดลงไปยังบนพื้นดินแล้ว ใบหน้าของเยี่ยจงก็ได้เปลี่ยนไปเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา ซูจื่อหวินผู้นี้ช่างมีพลังความน่ากลัวที่เกินความคาดเดาได้จริงๆ

 

ซูจื่อหวินในตอนนี้มิได้กล่าวคำพูดไร้สาระอันใดต่อ เพียงแต่ใช้โอกาสนี้กวาดหอกสายฟ้าในมือออกไปอีกครั้ง ประกายสายฟ้าในตอนนี้ก็ได้เปลี่ยนเป็นมารอัสนีนับสิบสาย ส่งเสียงคำรามออกมา

 

“​ทักษะยุทธ์อุ้งหอกอัสนี “

 

เมื่อพบเห็นประกายอัสนีนับสิบสายของมารอัสนีแหวกสายลมเข้ามา ใบหน้าของเยี่ยจงก็ได้เยือกเย็นขึ้นมา ทันในนั้นเขาก็ได้ก้าวออกไปหนึ่งก้าว จิตกระบี่นับไม่ถ้วนได้ก่อตัวรวมกันอยู่บนตัวกระบี่คงหมิงในมือขวาของเขา สาดคมกระบี่ออกไป ราวกับคลื่นธาราสีเงินออกไป เคลื่อนไหวไปทั่วทั้งสี่ทิศ

 

“​ โครม “

 

พลังการโจมตีของทั้งสองสายได้เข้าปะทะกัน พลังความบ้าคลั่งจำนวนมากได้แผ่ออกมา หมุนวนขึ้นมาราวกับมังกรทะยาน ร่างกายของทั้งสองฝ่ายก็ได้ขยับขึ้นในเวลาเดียวกัน แล้วก็ได้ถอยออกไปในเวลาเดียวกัน

 

ใบหน้าของซูจื่อหวินได้ปั้นยากขึ้นมาอย่างมาก เขาในตอนนี้ได้ใช้ออกไปด้วยพลังทั้งหมดของสมบัติประจำตระกูลแล้ว แต่ว่าถึงอย่างนั้นก็ยังมิอาจทำอันใดเยี่ยจงได้ เด็กน้อยผู้นี้ช่างจัดการได้ยากเย็นอะไรเช่นนี้กัน ?

 

“ ก๊ง “

 

ทันใดนั้นต่อมา หอกยาวในมือของซูจื่อหวินก็ได้ขยับเคลื่อนไหวจากพื้นดินขึ้นมา แล้วก็ได้เกิดเสียงดังจากการปะทะดังก้องขึ้นมา ท่ามกลางอากาศ ทันใดนั้นก็ได้เกิดควันหมอกรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว ทันทีนั้นก็ได้เกิดประกายสายฟ้านับหมื่นสายเข้ารวมตัวกันไปยังบริเวณของหอกยาว เสียงของพลังได้ทอดลงสู่พื้นดิน ทำให้ผู้คนตื่นตกใจจนตื่นตกใจขึ้นมาหลายคน

 

ประกายสายฟ้าได้ถูกดึงรั้งไว้อยู่บนหอกสายฟ้า เข้ารวมตัวกันอยู่บนร่างของซูจื่อหวินอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาในตอนนี้กลายเป็นเหมือนดั่งร่างอัสนีบาตก็มิปาน มีพลังอำนาจอันบ้าคลั่งอย่างน่าหวาดกลัว

 

“ ถึงกับสามารถควบคุมพลังฟ้าดินให้เปลี่ยนแปลงได้ หอกสายฟ้านั้นก็คงจะเป็นศาสตราวุธอยู่ในระดับเสมือนเซียนแล้วสินะ “

 

มีผู้คนที่เอ่ยปากขึ้นมาด้วยความตื่นตกใจ มีเพียงสมบัติระดับนั้นเท่านั้นจึงมีความสามารถพิเศษเช่นนี้ได้ ถึงกับสามารถควบคุมฟ้าดินได้

 

ช่วงเวลายังไม่ทันผ่านพ้นช่วงหนึ่งถ้วยชาเดือด ประกายสายฟ้าก็ได้ก่อตัวรวมกันจนมีมากมายมหาศาลอย่างน่าหวาดกลัว ซูจื่อหวินในตอนนี้ เป็นเหมือนดั่งเทพสายฟ้าจุติลงมา ทั่วทั้งร่างกายบนล่าง ครอบคลุมไปด้วยประกายสายฟ้าอยู่รุนแรง แข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ

.

.

.

.

 




NEKOPOST.NET