เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 175 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.175 - ต่อสู้กับซูจื่อหวิน


ตอนที่ 175   ต่อสู้กับซูจื่อหวิน

 

 

“ บรึม “

 

บ้านตระกูลซูพังพินาศดับสูญ ทั่วทั้งบ้านตระกูลซูได้ถูกเยี่ยจงเปลี่ยนจนกลายเป็นซากปรักหักพัง บริเวณบนพื้นดิน ได้เกิดรอยร้าวขึ้นนับไม่ถ้วน คนของตระกูลซูมากมายที่ความจริงซ่อนตัวอยู่ ต่างก็ได้กลายเป็นเศษเนื้อ จนท้ายที่สุด ก็หลงเหลือไว้แต่เพียงตึกใจขนาดใหญ่สีเงินบริเวณใจกลางของบ้านตระกูลซูที่ยังคงไม่เป็นอะไร

 

เยี่ยจงจ้องเขม็งไปที่ตึกใหญ่สีเงิน ภายในของตึกใหญ่ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศบางอย่าง คนเหล่านี้สมควรเป็นลูกหลานของตระกูลซู นับตั้งแต่เริ่มพวกเขาต่างก็ยังมิได้ลงมือ ให้เหล่าคนที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลซูเหล่านั้นถูกฆ่าสังหารไปนับไม่ถ้วนก่อน

 

“ ชิร์ “

 

เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา หลังจากนั้นก็สะบัดกระบี่คงหมิงคราหนึ่ง ประกายกระบี่ส่งเสียงดังหวือออกมา มุ่งหน้าไปทางด้านตึกใหญ่สีเงิน

 

“ โครม “

 

และในช่วงเวลาเดียวกันเอง ก็ได้มีประกายสายฟ้าแลบออกมาจากตึกใหญ่สีเงิน ประจวบกันที่กระทบกับประกายกระบี่ของเยี่ยจง ทำให้คมกระบี่นั้นหายไป

 

จากนั้น ผู้คนมากมากที่พบเห็น เงาร่างสายหนึ่งเดินมือไพล่หลังออกมา ยิ่งไปกว่านั้นนับตั้งแต่ต้นจนจบยังไม่เคยลงมืออย่างซูจื่อหวินนั้นเอง

 

“ เยี่ยจง เจ้าได้สังหารคนของตระกูลซูเราไปมากมายเช่นนี้ อีกทั้งยังทำลายบ้านช่อง ยังไม่พออีกงั้นหรือ ? แล้วเจ้ายังจะต้องการอันใดอีก ? “ ซูจื่อหวินจ้องมองไปที่เยี่ยจงด้วยใบหน้าเย็นเยียบ ดวงตาของเขาไร้ความเสียใจไร้ความยินดี ราวกับการตายของผู้คนตระกูลซูมากมายเหล่านี้ มิได้มีความเกี่ยวพันกับเขาเลยก็มิปาน

 

เยี่ยจงยิ้มขึ้นมา กล่าวออกมาเสียงดังกังวาน “ ข้ามิใช่กล่าวไปแล้วหลายคราหรอกหรือ ? ในครั้งนี้ ข้าจะทำให้ตระกูลซูพวกเจ้าหายสาบสูญไป เจ้าก็เป็นถึงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลซู ถึงกับสามารถอดทนมาจนถึงตอนนี้ ช่างน่านับถือ “

 

คำพูดนี้กล่าวออก บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านก็ได้มีคนสูดลมหายใจเข้าออกหลายครา นี้เป็นเหมือนการที่ไม่เห็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลซูอยู่ในสายตาเลย

 

“ เรื่องราวในวันนี้ก็จบแต่เพียงเท่านี้ นับจากนี้เจ้าไม่ติดค้างตระกูลซูข้า ตระกูลซูข้าก็ไม่คิดค้างเจ้า ไร้ซึ้งไมครีแค้นต่อกัน ไม่ดีหรือ ? “ สีหน้าของซูจื่อหวินสงบนิ่ง กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา

 

“ เหอะ ช่างเห็นแก่ตัวเสียจริง พวกเจ้าไม่คิดต้องการที่จะเอาคืนเลยงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงยิ้มขึ้น เข้าถึงแม้จะไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดซูจื่อหวินผู้นี้ถึงอดทนมาจนถึงตอนนี้ได้ แต่จากคำพูดทั้งหมดของเขา หากว่าคนของตระกูลซูตายไม่หมดสิ้น เขาก็มิอาจที่จะอยู่อย่างสงบได้

 

“ นี้เจ้าบังคับให้ข้าลงมืองั้นหรือ ? “ ซูจื่อหวินใบหน้าเยือกเย็น กล่าวออกมาเสียงทุ่มต่ำ

 

“ เปล่า นี้มิใช่การบังคับให้เจ้าต้องลงมือ แต่เพียงแค่ต้องการชีวิตของเจ้าเท่านั้น “ เยี่ยจงหัวเราะเบาๆ “ เจ้าสามารถที่จะไม่ตอบโต้ แต่ว่าข้ากลับมิอาจมิห้ำหั่นกับเจ้าได้ เจ้าหลังจากนี้ ตึกใหญ่เงินนี้ ลูกหลานตระกูลซูทั้งหมดต่างก็ต้องตาย เจ้าวางใจ พวกเขาจะไปโลกหน้าเป็นเพื่อนเจ้าเอง “

 

“ ตระกูลข้ายอมถอยให้ก้าวหนึ่ง แต่ว่าเจ้าเยี่ยจงกลับไม่ยอมรับ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ลงมือต่อสู้เถอะ “ ดวงตาของซูจื่อหวินทอแววเย็นเยียบ จนในที่สุดก็ร้องเหอะออกมาคำหนึ่ง มิได้ถอยอีก แต่กลับค่อยๆก้าวเดินเข้าไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

แล้วซูจื่อหวินก็ได้ค่อยๆก้าวออกไป บนร่างของเขาก็ได้เพิ่มพลังขึ้นเรื่อยๆ พลังปราณก็ได้แผ่ออกมาจากร่างกาย ทำให้เขาดูราวกับอยู่ในจุดสูงสุดก็มิปาน ทำให้ผู้คนตื่นตกใจ

 

พลังขั้นก่อฟ้าขอบเขตความสำเร็จสูง นี้เป็นพลังฝีมือที่ปรากฏขึ้นมาจากซูจื่อหวินผู้นี้ พลังฝีมือเช่นนี้ ถึงแม้จะมิได้น่าหวาดกลัวมากมายนัก แต่กับในระดับรุ่นเดียวกันแล้วก็นับว่าไม่มีผู้ใดเทียบได้ ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของตระกูลซูมิได้เป็นเพียงแค่ล่ำลือ อย่างน้อยผู้อาวุโสตระกูลซูก็มิอาจเทียบกับซูจื่อหวินได้อย่างแน่นอน

 

เยี่ยจงจ้องเขม็งไปยังซูจื่อหวินที่ค่อยๆก้าวเดินเข้ามา เกราะโลหิตบนร่างของเขาได้ทอแสงสว่างไหลเวียนขึ้น ทำให้เขาเข้าสู่สภาพพร้อมสู้รบในทันที ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เยี่ยจงจะได้สังหารยอดฝีมือตระกูลซูไปมากมาย แต่ว่ากับบุคคลที่หนึ่งของตระกูลซูที่เล่าขานกัน เขากลับเกิดความหวาดกลัวชนิดหนึ่งขึ้นมา

 

ถึงแม้ เมื่อครู่แม้แต่เงามายาของบรรพบุรุษตระกูลซูตนเองก็ยังสามารถสังหารได้ หากมิใช่ว่าซูจื่อหวินผู้นี้มีคนมั่นใจในตนเองแล้วละก็ เกรงว่าในตอนนี้แม้แต่ความกล้าที่จะลงมือก็ยังไม่มี

 

“ ตูม “

 

เงาร่างทั้งสองสายราวกับได้ลงมือทันทีในเวลาเดียวกัน บริเวณทางด้านหน้าที่เกิดการปะทะสังหารขึ้น ซูจื่อหวินแปรสัญญาลักษณ์ทั้งสองมือ วินาทีนั้นก็พบว่าเขาได้ถอยไปยังบริเวณที่มีเมฆอัสนีหนาแน่น ประกายสายฟ้านับไม่ถ้วนได้แลบออกมา ราวกับพายุฝนคลั่งก็มิปาน พุ่งเข้าไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่เข้าไป

 

“ พลังลมปราณสายอัสนี ? “

 

ยอดฝีมือมากมายต่างก็จ้องมองอย่างเขม็ง พลังสายอัสนีนับได้ว่าเป็นพลังฟ้าดินที่ยากจะควบคุมชนิดหนึ่ง และไม่ว่าพลังลมปราณสายอัสนีจะสูงหรือต่ำ การฝึกปรือก็นับได้ว่าไม่ง่ายเลย และคิดไม่ถึงว่าซูจื่อหวินผู้นี้กลับสามารถฝึกฝนพลังปราณสายอัสนีมาจนถึงขั้นนี้ได้ ช่างน่าหวาดกลัวเหลือคณา

 

สีหน้าเยี่ยจงไม่เปลี่ยนแปลง มิได้มีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงใดๆหลังจากที่เห็นวิชาลมปราณสายอัสนีนี้แต่อย่างไร เพียงแต่แทงกระบี่เข้าไปราวกับมังกรเขมือบก็มิปาน บนตัวของเกราะโลหิตได้สาดประกายสีแดงเลือดสดสว่างออกมา หลังจากที่ได้ใช้ออกด้วยร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณแล้ว พลังฝีมือของเยี่ยจงก็เทียบได้กับอยู่ในระดับซานกวานเทียนทงขั้นวิญญาณแล้ว เพียงแค่พึ่งพาพละกำลังของเขาเพียงอย่างเดียว ก็สามารถที่จะสามารถต่อกรกับยอดฝีมือระดับก่อฟ้าความสำเร็จสูงอย่างซูจื่อหวินได้

 

คมกระบี่พลังสายฟ้าเข้าปะทะท่ามกลางอากาศในทันที แต่ว่าเพียงแต่ว่าเกิดการระเบิดเพียงเล็กน้อย กลับมิได้พัวพันกันในช่วงเวลาที่นานนัก ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ก็ตาม การปะทะของทั้งสองฝ่ายก็ได้เกิดอันตรายไร้ที่เปรียบ

 

ยอดฝีมือมากมายมองเข้าไปจนต้องสูดลมหายใจเข้าออก การต่อสู้ระหว่างเยี่ยจงและค่ายกลใหญ่ประจำตระกูลซูเมื่อครู่ รวมไปทั้งท่านบรรพบุรุษตระกูลซู ต่างก็ใช้ออกด้วยพลังสายยันต์อย่างชัดเจน มีความแข็งแกรง่ที่ยากจะคาดเดาเอาไว้ได้

 

แต่ว่าในตอนนี้เยี่ยจงกลับมิได้มีความคิดที่จะเคลื่อนไหววิชาสายยันต์เลย แต่ว่าการโจมตีของเขาก็ยังอยู่ในระดับที่น่าหวาดกลัว ทำให้ผู้คนยากที่จะเชื่อได้ เพราะเหตุใดเขาที่ยังอายุน้อยเช่นนี้ ถึงกลับสามารถพึ่งพาใช้เพียงพลังสายยุทธ์เข้าต่อกรกับซูจื่อหวินเช่นนี้ได้กัน

 

“ ทว่าที่ซูจื่อหวินยังไม่ลงมือในคราวแรกก็คงเป็นเพราะ เมื่อครู่มิใช่ว่าเหล่าผู้อาวุโสตระกูลซูร่วมมือกันต่อกรกับเยี่ยจงหรอกหรือ แต่ว่าในตอนนี้เขาก็ยังมิได้เสียเปรียบใดๆ น่ากลัวอย่างแท้จริง “

 

มียอดฝีมือกล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา

 

“ กล่าวกันว่าช่วงที่ผ่านมานี้ซูจื่อหวินพึ่งจะเก็บตัวฝึกปรือวิชาลับชนิดหนึ่งอยู่ น่าจะเป็นเพราะสาเหตุนี้จึงทำให้เขามิได้ลงมือ ในตอนนี้กลับถูกบังคับจนไม่อาจไม่ลงมือ เกรงว่าภายในใจของเขาคงเต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหาร

 

“ ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเยี่ยจงจะสามารถมีชัยในครั้งนี้ได้หรือไม่ ซูจื่อหวินนั้นไม่เหมือนกับพวกสุนัขต้อนไก่ก่อนหน้านี้ เขานับได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่แท้จริง มีความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา “

 

กับผลลัพธ์การต่อสู้ในครั้งนี้ ในตอนนี้กลับไม่มีผู้ใดพอที่จะคาดเดาผลลัพธ์ออกมาได้ ดวงตาของผู้คนทั้งหมดต่างก็เต็มไปด้วยคำถาม ไม่ทราบเหมือนกันว่าเยี่ยจงจะถูกกล่าวขานออกมาเช่นนี้ได้ อีกทั้งยังฆ่าสังหารตระกูลซูราวกับถอนหญ้าในสวน

 

“ เยี่ยจง เจ้าต้องระวังเอาไว้หน่อยแล้ว เจ้าจำเป็นที่จะต้องตายในวันนี้ “ ซูจื่อหวินไขว้มือทั้งสองข้าง ใจกลางฝ่ามือปรากฏประกายสายฟ้าขึ้น เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่ออกติดต่อกัน รังสีสังหารในใจของเขาก็ยิ่งเพิ่มขึ้น บุคคลประเภทเยี่ยจงนี้ หากว่าไม่อาจที่จะฆ่าสังหารในคราแรกแล้วละก็ ฝ่ายตกข้ามของเขาก็ยากที่จะอยู่อย่างสงบได้

 

“ เรื่องเช่นนี้ใช้เพียงแค่ลมปากก็ไม่มีประโยชน์อันใด “ เยี่ยจงกล่าวเสียงดังกังวาน “ เจ้าลองรับกระบวนท่าดูก่อน

 

“ ซวบซวบซวบ —— “

 

เยี่ยจงแปรมือเป็นสัญลักษณ์ไปมา ทันใดนั้นเอง ก็ได้ปรากฏดาวตกสีแดงเพลิงปรากฏขึ้นท่ามกลางอากาศบริเวณทางด้านหลังของเยี่ยจง หลังจากที่พบเห็นดาวตกท่ามกลางอากาศ ก็เผยให้เห็นถึงเงาร่างมังกรโบราณย่างกรายอยู่บนท้องฟ้าออกมา แล้วก็ได้พุ่งตรงเข้าสังหารบริเวณที่ซูจื่อหวินอยู่ในเวลาเดียวกัน

 

“ ถึงกับสามารถฝึกฝนพลังดัชนีเพลิงดาราคล้อยได้จนถึงขั้นนี้ได้ ยอดเยี่ยมมาก “

 

สีหน้าของซูจื่อหวินยังคงไม่เปลี่ยนแปลง หลังจากนั้นก็พบว่ามีบางอย่างเล็กลอยอยู่เต็มศีรษะ และบริเวณทางด้านหลัง ก็ได้เกิดการรวมตัวของพลังสายฟ้าเข้าด้วยกัน จนธนูยาวด้ามหนึ่ง ธนูยาวได้รั้งดึงไว้ด้วยศรสายฟ้า ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นรูปเป็นร่าง และในเวลาเดียวกันก็ได้พุ่งตัวออกไป

 

“ ตูม “

 

ในช่วงวินาทีนั้นเอง เงาร่างมังกรโบราณตัวนี้กับศรสายฟ้าก็ได้ปะทะเข้าหากัน วินาทีนั้นก็เกิดเสียงดังของระเบิดดังออกมา ทำให้พื้นดินเกิดการสั่นสะเทือนขึ้น

 

หลังจากนั้นเอง การโจมตีทั้งสองสายก็ได้ก็ได้แตกกระจายในเวลาเดียวกัน ไม่อาจแบ่งพลังสูงต่ำของกระบวนท่านี้ได้

 

“ ฝีมือที่ไม่เลว” ซูจื่อหวินหัวเราะเย็นชา จากนั้นเขาก็ได้ขยับกายคราหนึ่ง ทันใดนั้นก็ได้มายังถึงบริเวณด้านข้างของเยี่ยจง ใช้ออกด้วยหนึ่งฝ่ามือ

 

เยี่ยจงหัวเราะเย็นชา พลิกเปลี่ยนสัญลักษณ์ของทั้งสองมือ ตบฝ่ามือออกไปคราหนึ่งโดยที่ร่างกายมิได้ขยับ เข้าปะทะพร้อมกับฝ่ามืออันรุนแรงที่เข้าชนมาด้วยกัน วินาทีนั้น ก็ได้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นมา ทำให้ทั้งสองคน

 

“ มาอีก “

 

ซูจื่อหวินร้องเสียงดังเฮ้อ และในครั้งนี้ บริเวณใจกลางฝ่ามือของเขา ก็ได้เกิดเสียงร้องของมารอัสนีขึ้นมาอย่างรวดเร็ว คำรามออกไปยังบริเวณทางด้านหน้าออกไป

 

“ ฝ่ามือตัดผ่ามารอัสนี “

 

เยี่ยจงยิ้มขึ้นเบาๆ มือขวายังคงสัญลักษณ์ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ในเวลาเดียวกันก็คว้าจับไปที่หัวมุม วินาทีนั้น ก็ได้พบกับเตาทองคำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาบริเวณเหนือศีรษะ

 

“ พลังหมัดเตาทองคำมายา “

 

เสียงเฮ้อดังขึ้นมาเบาๆ เยี่ยจงจับไปที่เตาทองคำแล้วก็คว้างออกไปอย่างรุนแรง และซูจื่อหวินก็ได้ใช้ออกด้วยมารอัสนีเข้าปะทะ

 

วินาทีนั้นเอง ก็ได้เกิดเสียงระเบิดฟ้าผ่าขึ้นนับหลายครั้ง เกิดการผันผวนอย่างมากของพลังปราณนับไม่ถ้วน พลังมหาศาลอันน่าหวาดกลัวได้ลอยออกมากับลม

 

เพียงการปะทะของทักษะยุทธ์ก็เป็นที่ชัดเจน ในขณะนี้เอง ราวกับเปลี่ยนกลายเป็นทั้งสองคนได้เข้าปะทะเข้าหากันในเวลาต่อมา

 

“ เปรี้ยง “

 

ในช่วงทันใดนั้นเอง ฝ่ามือทั้งสองสายก็ได้ปะทะเข้าหากันอย่างรุนแรง ท่ามกลางอากาศ มารอัสนีร้องโหยหวน ทันใดนั้นก็แตกสลายไป และจากนั้นเยี่ยจงก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าไปยังหน้าอกของซูจื่อหวิน

 

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง ฝ่ามือนี้ของซูจื่อหวินก็ได้เข้าประทับกับหน้าอกของเยี่ยจงในเวลาเดียวกัน

 

“ ตึง ตึง “

 

เงาร่างทั้งสองสายก็ได้ลอยกระเด็นไปทางด้านหลังในเวลาเดียวกัน

 

เยี่ยจงมีโลหิตไหลออกมาจากมุมปาก แลกจากนั้นเขาก็ได้ยื่นมือออกไป สีหน้ามิได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

 

และซูจื่อหวินที่ใบหน้าเย็นเยียบอยู่ ในตอนนี้เสื้อผ้าของเขาก็ได้ขาดสะบัน เผยให้เห็นเกราะเงินที่อยู่ด้านใน ด้านบนเกราะเงินได้เกิดรอยแตกร้าวขึ้นมากมาย

 

ถึงแม้ว่าเยี่ยจงต้องได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวใจ แต่ว่าเกราะโลหิตของเขากลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน กลับกันทางด้านเกราะปราณคุ้มกายของซูจื่อหวินกลับแตกสลาย ทำให้สีหน้าของเขาอยู่ในขั้นที่ไม่หน้าดูอย่างยิ่ง

 

“ พลังขั้นก่อเกิดขั้นที่แปด ซานกวานเทียนทง ร้ายกาจถึงเพียงนี้เชียว “

 

ซูจื่อหวินสาดประกายตาเยือกเย็น เอ่ยปากออกมาด้วยความลึกลับ พลังเช่นนี้ของเยี่ยจง ถึงแม้จะยังมิได้ฝึกปรือพลังปราณได้จนถึงระดับของตนเอง แต่ว่าความน่ากลัวของพลังก็ทำให้ผู้คนยากที่จะเชื่อได้ ต่อให้เป็นซูจื่อหวินก็คิดไม่ถึงว่า เมื่อครู่ตนเองเกือบที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้มาถึงเพียงนี้

 

“ มาอีก “

 

เยี่ยจงหัวเราะเสียงเย็นชา ร่างกายหายวาบออกไป และภายในดวงตาของซูจื่อหวินก็ได้สาดประกายเยือกเย็นขึ้นมา ในตอนนี้ก็ได้ปรากฏดวงตาที่เต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันขึ้น

 

วินาทีนั้นเอง ร่างกายของทั้งสองคนก็ได้พุ่งเข้าหากันอีกครั้ง ทุกครั้งที่ได้เข้าปะทะ ต่างก็เกิดประกายแสงแวววาบขนาดใหญ่ขึ้นมา เงาของคนพลิกผันไปมา เงาร่างของทั้งสองยังคงไม่หยุดที่จะปะทะกันจนถอยออก แต่ว่าในทันทีที่ก็ได้พุ่งออกไปปานฟ้าแลบ

 

บริเวณไม่ไกลนักก็มียอดฝีมือหลายคนต่างก็อดใจไว้ไม่อยู่ต้องเข้าใกล้ขึ้นหลายส่วน หากว่าเมื่อครู่เยี่ยจงได้ตัดรากถอนโคนตระกูลซู การฆ่าล้างสังหารผู้คนมากมายของตระกูลซู ถ้านับว่าเป็นหนี้โลหิตที่น่ากลัวแล้วละก็ ดังนั้นทั้งสองคนในตอนนี้หากเป็นการประลองยุทธ์อย่างตัวต่อตัว ก็ถือได้ว่าเกินความคาดหมายแล้ว

 

ต่างก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดถึงว่า การพึ่งพาพลังฝีมือสายยุทธ์เพียงถ่ายเดียว เยี่ยจงก็สามารถที่จะสู้รบกับซูจื่อหวินได้จนถึงขั้นนี้ ช่างมากเกินกว่าที่คาดคิดเอาไว้ได้แล้ว

 

ทำให้คนที่เหม่อมองมาต้องกรอกสายตาวุ่นวาย มีคนไม่น้อยที่สาดประกายนัยน์ตาคมกล้า จ้องเขม็งด้วยสีหน้าหนักแน่น

.

.

.

.

 

 

 



NEKOPOST.NET