เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 174 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.174 - ยอดฝีมือไร้สภาพ


ตอนที่ 174   ยอดฝีมือไร้สภาพ

 

ทั่วทั้งเมืองเยียจิงในตอนนี้เงียบสงบไร้สุ่มเสียง ไม่มีผู้ใดที่หาญกล้าพอจะตัดพ้อ คำพูดของท่านบรรพบุรุษตระกูลซูแท้จริงมีความแข็งแกร่งในอยู่ในระดับใด เพราะว่า ความแข็งแกร่งระดับนี้ พลังในระดับนี้ ถือว่าอยู่นอกเหนือผู้คนเหล่านี้จะคาดคิดไปแล้ว มีผู้คนไม่น้อยที่มองไปยังฉากเบื้องหน้าอย่างโง่งม แม้แต่เรี่ยวแรงในการหายใจก็ยังไม่มี

 

เยี่ยจงในตอนนี้ ก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีสังหารชนิดหนึ่ง พลังไร้สภาพได้พุ่งเข้ายังบริเวณร่างที่เยี่ยจงอยู่ จนทำให้ร่างกายภายนอกเกิดเสียงดังกึกกักออกมาไม่หยุดยั้ง

 

แม้ว่าท่านบรรพบุรุษตระกูลซูจะเพียงแค่หมุนวนลมปราณแท้จริงรอบหนึ่ง แต่ก็ทำให้เกิดความรู้สึกน่าหวาดกลัวอย่างไร้ที่เปรียบได้

 

เยี่ยจงเงยหน้าขึ้น จ้องเขม็งไปเงาร่างอัสนีที่กำลังแสงอยู่ท่ามกลางอากาศ หลังจากนั้นก็ยิ้มออกมาคำหนึ่ง

 

ท่านบรรพบุรุษตระกูลซูผู้นี้คิดว่าตนเองเป็นเจ้าชีวิตของทุกสรรพสิ่งหรืออย่างไร ?

 

“ ก็แค่เงาร่างมายาสายหนึ่งเท่านั้น เจ้าคิดจริงหรือว่าจะปรากฏร่างได้ง่ายจริงงั้นหรือ ? “ เยี่ยจงเงยหน้า แล้วก็หัวเราะคำหนึ่ง ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับยอดฝีมือที่สูงส่งเช่นนี้ เขาก็มิได้มีความคิดที่จะถอยหนีแต่อย่างไร

 

“ วันนี้ ข้าอาจจะตายได้ แต่ว่าก่อนหน้านั้น สายเลือดของพวกเจ้าตระกูลซู ก็ยังต้องถูกข้าฆ่าล้างจนสิ้นอยู่ดี “

 

ท่ามกลางเสียงที่อยู่ภายใต้ความเงียบในเมืองเยียจิง ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนที่เงียบงันต่างก็สูดหายใจเข้าออกหลายที ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความคิดไม่ถึง ว่าจิตใจของเยี่ยจงจะกล้าแข็งแกร่งเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นเงาร่างของยอดฝีมือขั้นไร้สภาพก็ยังกล้าที่จะเผชิญหน้า

 

ท่านบรรพบุรุษตระกูลซูมิได้กล่าวอันใดอีก เพียงแค่ค่อยๆยกมือขึ้นมา จากนั้นบริเวณท่ามกลางอากาศก็มีบ้างอย่างที่มองไม่เห็น ค่อยๆกดทับลงไป

 

ประกายอัสนีนับไม่ถ้วนในตอนนี้ได้จับตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็ว จนกลายสภาพอเป็นประกายอัสนีเข้าด้วยกันจนเป็นวง พุ่งตรงเข้าหมายสังหารบริเวณจุดที่เยี่ยจงอยู่

 

ประกายวงอัสนีแม้จะมิใช่ร่างที่แท้จริง แต่เป็นเพียงแค่เงามายา รวมกับจิตสำนึก จนกลายเป็นร่างเงากลุ่มหนึ่ง

 

แต่ว่าภายใต้การโจมตีที่มีช่วงหน่วงของเวลาของระยะทางแล้ว แต่ก็ยังคงมีอำนาจของพลังชนิดหนึ่งด้วยอยู่ด้วย

 

“ ก็แค่พลังงานที่เกาะกุมกันจนเป็นรูปร่างเท่านั้น คิดที่จะฆ่าข้า ฝันไปเถอะ “

 

เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา แล้วเขาก็ได้เริ่มขยับร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณ จากนั้นเขาก็ได้ใช้หมัดขวาพุ่งออกไป อีกทั้งบนหมัดขวายังถูกใช้ออกไปด้วยพลังของกระบี่ตราประทับ แผ่กระจายพลังอันลี้ลับขึ้นมาสายหนึ่ง ออกมาจากภายในกายของเยี่ยจง

 

“ ตูม “

 

พลังกระบี่ตราประทับนับสิบสายได้ก่อตัวรวมกันในทันที แล้วก็ค่อยๆถูกปล่อยไปยังพลังวงอัสนีที่อยู่บริเวณทางด้านหน้าของเยี่ยจง ฝ่าเท้าของเยี่ยจงในตอนนี้ได้ก้าวขึ้นไปบนพื้นด้านหน้า แล้วก็ใช้ออกด้วยหมัดขวา เข้าปะทะในทันที

 

“ กึง “

 

พลังการโจมตีทั้งสองสายได้พุ่งเข้าปะทะในทันที ในช่วงวินาทีนั้น แสงสาดส่องราวกับระบำฝน กระบวนท่านี้สะเทือนฟ้สสะท้านดิน เคลื่อนที่แพร่กระจายออกไปไร้เสียงไร้การสัมผัสไม่ขาดสาย

 

“ บรึม “

 

เยี่ยจงกระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง ร่างกายกระเด็นไปอย่างรวดเร็ว พุ่งเข้าชนกับตึกรามบ้านช่องนับสิบหลังจึงจะหยุดลงได้ กระดูกหน้าอกของเขาเกิดรอยยุบ เผยให้เห็นอวัยวะภายใน

 

มียอดฝีมือหลายคนที่สูดลมหายใจเข้า นี้เป็นความแข็งแกร่งของยอดฝีมือสูงสุดงั้นหรือ ? เพียงแค่กระบวนท่าเดียว ก็ทำให้เยี่ยจงที่กดขี่ตระกูลซูถึงกับบาดเจ็บสาหัสจนถอนไปได้

 

“ ฮาฮาฮา เยี่ยจง ข้าทราบแล้ว วันนี้เจ้าต้องตายแน่ “ ผู้อาวุโสตระกูลซูเอ่ยขึ้นมา ทำให้พวกเขาหมดห่วงกับสถานการณ์ต่อไปของเยี่ยจง

 

แต่ว่าเพียงหัวเราะได้เพราะครึ่งเดียว ก็มีผู้อาวุโสตระกูลซูไม่น้อยเกิดความตกใจขึ้นมากะทันหันในเวลาเดียวกัน เพราะว่าพวกเขาพบว่า วงล้อมอัสนีในตอนนี้ได้สูญสลายไปแล้ว อีกทั้งเงามายาของท่านบรรพบุรุษตระกูลซูที่ปรากฏขึ้นก็ได้เกิดรอยร้าวขึ้น

 

“ เป็นไปได้อย่างไร ? ท่านบรรพบุรุษ “ คนของตระกูลซูเอ่ยปากด้วยความยากที่จะเชื่อ

 

คนของตระกูลซูนับไม่ถ้วนต่างก็รู้สึกขนหัวลุกขึ้นมา อีกทั้งยังทำให้ท่านบรรพบุรุษท่านนี้ของตระกูลตนเองเกิดเรื่องเช่นนี้ได้ ก็บ่งบอกได้ถึงความแข็งแกร่งของเขา แต่ว่า ถ้าหากเงามายานี้ถูกทำลายไปแล้วละก็ เช่นนั้นผลลัพธ์คงไม่ต้องคาดเดาแล้ว

 

“ อย่าได้กล่าววุ่นวาย ท่านบรรพบุรุษไม่เป็นอันใดอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเขาในตอนนี้เป็นแค่เงามายา จึงมิอาจที่จะมีพลังเทียบเท่าแม้เพียงหนึ่งส่วนของตัวจริง หากเกิดสภาพเช่นนี้ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ปกติ ขอเพียงสามารถสังหารเจ้าเด็กน้อยนี้ นับจากนี้เป็นต้นไปเมืองเยียจิงก็เป็นของพวกเราตระกูลซู “ ผู้อาสุโสตระกูลซูเอ่ยปากกล่าว ปลุกปลอบใจผู้คนของตระกูลซู

 

ในที่ห่างไกล เฒ่าประหลาดของแต่ละขุมกำลังใหญ่โตต่างก็ขมวดคิ้วขึ้น มีคนพูดคุยกันแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย

 

“ เล่าขานกันว่าพลังฝีมือของบรรพบุรุษของตระกูลซูท่านหนึ่ง ความสามารถเทียบฟ้า สามารถทำลายกฎเกณฑ์ของขอบเขตได้ เข้าสู่ดินแดนด้านบน แต่ว่า กล่าวกันว่าดินแดนด้านบนนั้นไปง่าย แต่กลับมายากเสียยิ่งกว่ายาก เขาทำได้อย่างไรกันถึงกับสามารถหลงเหลือร่างเงามายาเช่นนี้เอาไว้ได้ ? อีกทั้งยังพลังทำลายเหล่านี้อีก ? “

 

“ เกรงว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายกลพิทักษ์ตระกูลของบรรพบุรุษ ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ คงจะไม่มีการปรากฏตัวของยอดฝีมือร่างเงามายาเช่นนี้ ในช่วงเวลาที่ลงมือก็คงไม่พลาดพลั้งหรอก ? “

 

“ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ “

 

ตามเศษซากของตึก เยี่ยจงค่อยๆที่จะลุกขึ้น เขานำโอสถรักษากลืนเข้าไป ร่างกายสว่างวาบ จากนั้นก็ขยับคราหนึ่ง แล้วก็กลับมาปรากฏอยู่เบื้องหน้าของบ้านตระกูลซูอีกครั้ง

 

ในตอนนี้ เลือดลมในร่างกายเยี่ยจงไหลเวียนอย่างปลุโปร่ง เกราะโลหิตกระจายพลังอีกครั้ง รอบล้อมอยู่ทั่วทั้งสรรพร่างกาย และเขาก็ได้ยื่นกระบี่คงหมิงขึ้น ชี้ไปยังเงามายาของบรรพบุรุษตระกูลซู

 

เมื่อครู่บรรพบุรุษตระกูลซูได้ใช้ออกไปด้วยพลังที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด แต่ว่าเขาก็ใช้ออกได้เพียงแค่พลังที่อยู่ในขั้นก่อฟ้าระดับสูงสุดเพียงเท่านั้น เรื่องนี้เยี่ยจงก็พอคาดเดาได้ การที่บรรพบุรุษตระกูลซูปรากฏตัวเช่นนี้ น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับค่ายกลเพลิงอัสนีกว่าแปดส่วน

 

และเพียงแค่กระบวนท่านี้ เงามายานี้ก็ได้ปรากฏรอยร้าวขึ้น เห็นได้ชัด เป็นเพราะว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องค่ายกลขนาดใหญ่นี้ได้สูญเสียพลังไปมากแล้ว เยี่ยจงไม่เชื่อว่า เงาร่างมายานี้ยังจะสามารถใช้การโจมตีเช่นก่อนหน้าได้อีกครั้ง

 

“ ก๊ง ก๊ง ก๊ง “

 

พลังภายในกายของเยี่ยจงได้เพิ่มอัดลงไปยังกระบี่คงหมิงอย่างไม่หยุดยั้ง ในเวลาเดียวกันภายใต้ค่ายกลกระบี่เดือนเสี้ยวก็ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง พร้อมกับร่างกายในทันที ทำให้พลังของเยี่ยจงปะทุขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

 

และบนตัวของกระบี่คงหมิง กระบี่ตราประทับได้ทับซ้อนพลังขึ้นอย่างบ้าคลั่ง พอถึงตอนท้าย ก็ปรากฏพลังกระบี่ตราประทับไปจนถึงชั้นที่สิบสอง ควรทราบว่า ในสภาพการณ์ปกติทั่วไป เยี่ยจงยังสามารถเพิ่มพลังทับซ้อนได้แค่ชั้นที่เจ็ดเท่านั้นเอง และในตอนนี้ถึงกับสามารถทับซ้อนกับออกมาได้ถึงชั้นที่สิบสอง พลังอำนาจเช่นนี้นับได้ว่าน่าหวาดหวั่นจนเกินกว่าที่จะคาดคิดเอาไว้ได้

 

“ โง่เขลา “

 

เงามายาของท่านบรรพบุรุษตระกูลซูถอนหายใจคำหนึ่ง ไม่ทราบว่าถอนหายใจเพราะตนเองหรือว่าเยี่ยจงกันแน่ และในครั้งนี้ เขาก็ได้ยกแขนขวาของเงามายาขึ้น มุ่งกวาดไปทางด้านที่เยี่ยจงเข้ามา

 

การใช้ออกที่น่าหวาดกลัวอย่างขีดสุดเช่นนี้ ถึงแม้พลังอำนาจจะมีเพียงแค่หนึ่งในหมื่นของร่างแท้จริงท่านบรรพบุรุษ แต่ว่าก็เพียงพอที่จะทำให้สะเทือนฟ้าสะท้านดินทั้งหมดได้แล้ว ทำให้เยี่ยจงจะหนีก็ไม่มีโอกาส

 

“ เพล่ง “

 

เยี่ยจงมิได้หลบถอยหนี เขาใช้สองมือกุมไปที่กระบี่คงหมิงในเวลาเดียวกัน จากนั้นก็รวมพลังไว้ที่กระบี่

 

“ ถี่ “

 

เสียงดังขึ้นมาแผ่วเบา คมกระบี่สายหนึ่งกวาดขวางออกมา ราวกับฝ่ามือขนาดใหญ่ตัดเข้าไป และก็ได้ตัดเข้าไปยังบริเวณร่างเงามายาอัสนีของบรรพบุรุษตระกูลซู

 

“ ฮูม “

 

กระบี่นี้ใช้ทีหลังกลับถึงก่อน ทันใดนั้นก็ได้กระทบถึงบริเวณใจกลางหน้าอกของบรรพบุรุษตระกูลซู วินาทีนั้น ก็ได้เกิดความเคลื่อนไหวประหลาดออกมา ร่างกายของบรรพบุรุษตระกูลซูก็ได้ขยับเล็กน้อยในตอนนี้ อีกทั้งยังเริ่มที่จะแตกร้าว ยากที่จะกลับมารวมตัวกันได้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้รวดเร็วอย่างยิ่ง แต่ว่าก็ไม่มีผู้ใดคาดคิดได้ว่า เยี่ยจงถึงกลับสามารถใช้ออกด้วยกระบี่นี้รุนแรงได้ถึงขนาดนี้ แล้วก็ได้ตัดผ่าเงาร่างมายาของท่านบรรพบุรุษเข้าไปโดยตรง

 

“ เจ้าหนุ่ม เจ้านับได้ว่ามีความมั่นใจในตนเองอยู่หลายส่วน ข้าจะจดจำเจ้าเอาไว้ “ ร่างกายของท่านบรรพบุรุษตระกูลซูค่อยๆหายไป เขามิได้กล่าวคำพูดเชิงคุกคามทิ้งท้ายไว้แต่อย่างไร และในคำพูดที่กล่าวออกมา แต่ว่าไม่ว่าเป็นผู้ใดต่างก็ฟังออกว่า การที่จะใช้คำพูดที่ไม่แยแสสนใจเช่นนี้ จึงนับได้ว่าเป็นความโกรธที่มากกว่าปกติยิ่ง

 

เกรงว่าหากเป็นเช่นนี้แล้วละก็ ท่านบรรพบุรุษตระกูลซูผู้นี้คงจะสังหารผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเยี่ยจงทั้งหมด

 

“ เจ้าวางใจ เมืองเยียจิงนับจากนี้ไป จะไม่มีคนของตระกูลซูอยู่อีก “ เยี่ยจงหัวเราะเย็นชา กล่าวออกมา

 

ท่านบรรพบุรุษตระกูลซูราวกับกำลังจะกล่าวอันใด เพียงแต่ว่าร่างของเขาก็เกิดการสั่นไหวขึ้น จนกลับกลายเป็นแสงกระจายราวฝนสายหนึ่ง สูญสลายหายไป

 

และในเวลาเดียวกัน บริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านของบ้านตระกูลซู ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงราวกับหยกแตกเป็นสายอย่างชัดเจน ในระหว่างที่เสียงหยกแตก ท้องนภาที่เต็มไปด้วยประกายอัสนีในตอนแรก ก็ได้สูญสลายหายไป

 

ร่างกายของเยี่ยจงได้ค่อยๆขยับ ในครั้งนี้เขาได้นำโอสถรักษาพลังออกมาจากแหวนจักวาลกลุ่มใหญ่ แล้วก็กลืนเข้าไปในคำเดียว ไม่แม้แต่จะหล่อหลอมพลัง ท่ามกลางการไหลเวียนของตัวยา ก็ได้ทำให้ร่างกายของเยี่ยจงเกิดเสียงดังขึ้นมา อาการเจ็บปวดจากเมื่อครู่นี้ก็ได้ค่อยๆฟื้นฟู ถึงแม้ว่าในช่วงเวลานี้ เยี่ยจงจะมิได้มีเวลามากพอที่จะฟื้นฟูพลังอย่างช้าๆได้

 

ทั่วทั้งเมืองเยียจิงในตอนนี้ได้เปลี่ยนราวกับเป็นใบ้ไร้เสียงขึ้นมา ผู้คนทั้งหมดที่จ้องมองไปยังฉากเบื้องหน้า ต่างก็ยากที่จะเชื่อลงไปได้

 

ผู้คนมากมายตระกูลซูต่างก็เริ่มเกิดความท้อแท้ ถึงกลับแม้แต่ท่านบรรพบุรุษผู้แข็งแกร่งก็ยังถูกลงมือเช่นนี้ อย่าว่าแต่พวกที่มีอายุน้อยเลย ในครั้งนี้ตระกูลซูคงจะต้องสูญสิ้นให้ได้งั้นหรือ ?

 

“ เป็น …….. เป็นไปได้อย่างไรกัน …….. ตระกูลซูจะต้องพินาศจริงงั้นหรือ ? “ มีผู้อาวุโสตระกูลซูคุกคลานถอนหลังออกไป เส้นผมบนศีรษะก็ได้เปลี่ยนเป็นสีขาวในทันทีนับไม่ถ้วน ไร้ซึ้งพลังที่จะต่อสู้ไปเสียทั้งหมด

 

เงามายาท่านบรรพบุรุษถูกทำลาย ถ้ามองในมุมของคนตระกูลซู ครั้งนี้เป็นเหมือนการต่อสู้ครั้งใหญ่ เหมือนดั่งผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลซูพวกเขาก็มิอาจที่จะหยุดยั้งเยี่ยจงได้แล้ว

 

“ ตอบได้ถูก จะมีรางวัลให้ “

 

“ เยี่ยจงได้ค่อยๆถอนหายใจออกมาคำหนึ่ง หัวเราะเสียงเย็นชา จากนั้นเขาก็ได้ขยับกระบี่คงหมิง พลังกระบี่ได้ตัดฝ่าออกไปเป็นสาย หมายฆ่าสังหารคนของตระกูลซู

 

ตระกูลซูนับได้ว่ามีมรดกที่น่าหวาดกลัวแข็งแกร่งมาก วันนี้ที่ทั้งสองฝ่ายมาจนถึงขั้นนี้ หากว่าไม่จัดการตระกูลซูอย่างเด็ดขาดแล้วละก็ วันหน้าเยี่ยจงก็คงยากที่จะอยู่อย่างสงบได้

 

คนของตระกูลซูในตอนนี้ก็ได้สูญเสียการต่อสู้ไปแล้ว เหม่อมองไปยังกระบี่ที่กวาดเข้ามาของเยี่ยจง ศีรษะมากมายของคนในตระกูลลอยกระจายไปทั่ว ไม่มีผู้ใดที่มีความกล้าจะลงมือ เบื้องหน้าเยี่ยจงผู้นี้ พวกเขาได้สูญเสียความเชื่อมั่นไปแล้วทั้งสิ้น

 

“ อา ข้าไม่เชื่อ “

 

เสียงร้องโหยหวนดังออกมา ท่ามกลางการลงกระบี่ที่ฟาดฟันไปยังผู้อาวุโสของตระกูลหลายคน ความจริงขอบเขตพลังของพวกเขานั้น มิได้อ่อนด้อยเช่นนี้ แต่ว่าหลังจากที่ใช้ค่ายกลเพลิงอัสนีแล้ว พวกเขาในตอนนี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่อ่อนแอ บวกกับจิตใจที่สั่นไหว แทบจะไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงในการปกป้องตนเองเลย

 

ภายในเวลายังไม่ถึงหนึ่งชั่วนำชาเดือด ภายใต้การมองมาของยอดฝีมือทั้งหมด คนของตระกูลซูที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็ได้ถูกเยี่ยจงกวาดล้างจนว่างเปล่า เขากู่ร้องเสียงดังยาวนานก้องฟ้า กวาดกระบี่ในมือเข้าฟาดฟัน มุ่งหน้าไปยังบริเวณตึกราบ้านช่องส่วนชั้นในของตระกูลซู

 

“ เปรี้ยง “

 

สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ได้เกิดรอยร้าว ภายใต้การเคลื่อนไหวด้วยร่างมหัศจรรย์หมื่นโบราณ บวกกับค่ายกลกระบี่เดือนเสี้ยวเบื้องหน้าเยี่ยจง เหล่าตึกโบราณที่รอบล้อมอยู่นั้นก็เป็นได้เพียงสิ่งที่ไร้ประโยชน์ ถูกทุบทำลายนับไม่ถ้วน

 

ยอดฝีมือทั้งหมดที่มองอยู่ต่างก็อ้าปากตาค้าง ไม่กล้าแม้แต่จะกล่าวครึ่งคำออกมา เรื่องราวที่ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ทำให้พวกเขาไม่อาจที่จะมีการตอบสนองกลับมาได้ เยี่ยจงผู้นี้ ช่างแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ

.

.

.

.

 

 

 

 




NEKOPOST.NET