เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 167 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.167 - ขอขมาถึงบ้าน


ตอนที่ 167 ขอขมาถึงบ้าน
 
 
คนกลุ่มใหญ่ส่งเสียงจอแจภายในเมือง และเป็นทางผ่านไปบริเวณตึกของบ้านตระกูลซูพอดี ตลอดทางมานี้ เยี่ยจงก็ไม่เกรงใจ ร้องเรียกกล่าวมิตรสหายไปทั่ว โดยส่วนมากแล้วจะเป็นคนที่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงกับองค์ชายใหญ่ ต่างก็ถูกเยี่ยจงดึงเข้าร่วมเดินทางไปด้วย บวกกับมิตรสหายเหล่านี้ ญาติสนิท คนในตระกูลต่างๆ วินาทีนั้น กลุ่มคนก็ได้เปลี่ยนเป็นเอิกเกริกขึ้นมา ส่งเสียงดังจอแจ
 
ผู้คนทั้งหมดต่างก็ทราบว่า ในตอนนี้เยี่ยจงมาถึงประตูบ้านเพื่อขอขมา การที่เยี่ยจงถึงกับยินยอมก้มหัวให้กับตระกูลซู อีกทั้งยังเตรียมของขวัญมาด้วย ? ถึงได้ว่าเป็นเรื่องที่ยากที่คาดคิดเอาไว้ได้
 
เพียงแต่ว่าถ้าอยากจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ก็ต้องรู้จักยืดหยุ่น อีกทั้งเยี่ยจงยังคิดจะไปขมา ฉากที่น่าตื่นเต้นเช่นนี้ มีผู้ใดบ้างที่อยากจะพลาดไป ? ต่อมาผู้คนทั้งหมดก็มีทั้งรู้จักเยี่ยจงและคนที่ไม่รู้จัก ต่างก็ได้พกพาใบหน้าอันแปลกพิกลติดตามคณะที่ส่งเสียงวุ่นวายไป
 
พริบตาเดียวก็ได้รวบรวมกลุ่มศิษย์ของคนตระกูลซูมาได้อย่างมากมาย ในช่วงเวลาที่พบเห็นใบหน้าอันยิ้มแย้มของเยี่ยจง พวกเขาก็ได้ลงความเห็นในทันที อีกทั้งยังไม่คิดที่จะหันตัวจากไปด้วย
 
พรรคพวกเหล่านี้เพียงทราบแค่ว่าเยี่ยจงร้ายกาจ แต่กลับไม่ทราบว่าเขานั้นมีความร้ายกาจได้จนถึงระดับใด อีกทั้งเบื้องสูงของตระกูลเยี่ยกลับเป็นคนพิการไปเกือบครึ่ง
 
แม้แต่บรรพบุรุษของตระกูลเยี่ยก็ยังต้านทานเยี่ยจงไว้ไม่อยู่ จนทำให้เหล่าศิษย์ของตระกูลเยี่ยเหล่านี้เมื่อเห็นเยี่ยจงก็คิดที่จะวิ่งหนีไปในทันที
 
อีกทั้งยังดูเยี่ยจงเป็นเหมือนตัวตลก ? หัวเราะออกมา เด็กน้อยเหล่านี้ไม่ทำให้ผู้ใดตายก็พอแล้ว ยังทำเหมือนเขาเป็นเรื่องตลก ?
 
ไม่นานนัก กลุ่มคนที่ส่งเสียงดังนี้ก็ได้มาถึงยังบริเวณส่วนนอกที่เป็นลานกว้างว่างเปล่าของตระกูลซู
 
“ ผู้ใดกัน ? “ สีหน้าของเวรยามของคนตระกูลซูก็ได้เปลี่ยนไป ราวกับเจอศัตรู ผู้คนมากมายปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกัน ต่อให้เป็นตระกูลซูก็ยังต้านไว้ไม่อยู่
 
“ เหอะเหอะเหอะ พี่ชายทุกท่านอย่าได้วู่วามไป ผู้น้อยเยี่ยจง เพียงแต่ว่าวันนี้แค่มาเคาะประตูขอขมาก็เท่านั้นเอง มามามา ของไม่กี่ชิ้นนี้เป็นของเป็นขวัญที่เตรียมมา ขอโปรดได้ส่งเข้าไป หากว่าทางตระกูลซูยอมรับในการขอขมาของผู้น้อย เช่นนั้นเรื่องราวในวันนี้ก็ขอให้จบแต่เพียงเท่านี้เถอะ “ เยี่ยจงอมยิ้มอย่างมีเลศนัย ของขวัญนับได้ว่าเพียงพอ ราวกับสามารถได้รับความยินยอมก็มิปาน
 
ไม่นานนัก กล่องหยกอันสวยงามทั้งซะสี่กล่องก็ได้ถูกส่งมอบไปยังห้องโถงหลักตระกูลโดยศิษย์ของตระกูลซูอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะมองอย่างไร กล่องหยกหลายใบนี้สมควรที่จะถูกจัดใส่สิ่งของล้ำค่าเอาไว้ ดูเหมือนเยี่ยจงผู้นี้หลังจากที่ถูกสั่งสอนอยู่รอบหนึ่งแล้ว ก็เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น ?
 
คนของตระกูลซูมากมายยิ่งยิ้มอย่างเย็นชามากขึ้น เยี่ยจงผู้นี้ก็เหมือนกับพยัคฆ์ไร้เขี้ยว ในเมื่อเขามาขอขมา ในครั้งนี้คงต้องสั่งสอนเขาให้รู้ซึ้งซะแล้ว
 
เพราะในตอนนี้ ความนี้ก็ได้ถูกส่งไป คนของตระกูลซูไม่น้อยต่างก็รวมตัวกันที่ห้องโถงใหญ่ อีกทั้งคิดที่จะดูว่าเยี่ยจงผู้นี้ที่แท้ส่งสิ่งของอันใดมาขอขมากัน
 
“ ข้าจะเปิดแล้วนะ “ มีคนของตระกูลซูที่มีความสนใจได้เดินเข้ามา เปิดกล่องหยกขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ต้องการที่จะมองดูว่าด้านในกล่องนั้นมีสมบัติอันใดกัน
 
แต่ว่าทันทีที่ได้เปิดออก ผู้คนของตระกูลซูทั้งหมดก็หน้าเปลี่ยนสี ต่างก็แปรเปลี่ยนเป็นปั้นยากเต็มสิบส่วนในทันที
 
ศีรษะคนสีศีรษะ อีกทั้งยังเป็นศีรษะคนสีศีรษะ อีกทั้งผู้คนทั้งหมดต่างก็จดจำออก ทั้งสี่คนนี้เป็นคนของสำนักเสวียนหวินที่คิดจะออกไปสั่งสอนเยี่ยจง พลังฝีมือกล้าแกร่ง และในตอนนี้ดวงตาของพวกเขาก็จ้องมองอย่างเอาเป็นเอาตาด้วยความตื่นตกใจ ไม่เพียงแต่มีความหวาดกลัวเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าราวกับตายทั้งเป็นก็ว่าได้
 
" บรึม "
 
ซูจื่อหวินใช้มือฟาดไปที่โต๊ะด้านข้างคราหนึ่ง ก็ยังตบจนกลายเป็นเศษผงโดยที่ไม่สนใจว่าโต๊ะตัวนี้จะมีราคาคางวดอยู่เท่าไหร่
 
เขาทราบว่าชายหนุ่มเกราะเงินเพื่อเห็นแก่หน้าของตระกูลซู เขายังถึงกับเคลื่อนไหวด้วยตนเองคราหนึ่ง นั้นก็เพราะว่าเยี่ยจงต้องตาย แต่ก็คิดไม่ถึงว่า ในเวลาไม่นานนี้ ศีรษะของชายหนุ่มเกราะเงินและลูกน้องกลับถูกส่งกลับมา
 
แล้วจู่ๆเยี่ยจงก็เอ่ยปากเสียงดังว่าจะมาเคาะประตูบ้านเพื่อขอขมา อีกทั้งยังเตรียมของขวัญมาอีก
 
เจ้าของขวัญนี้ก็อะไร ? ก็เหมือนการตบหน้ากันซึ้งๆหน้า ในช่วงเวลานั้น ซูจื่อหวินเพียงรู้สึกว่าเหมือนกับถูกเยี่ยจงตบเข้าไปที่หน้าอย่างเจ็บปวด แสบไปทั่วทั้งใบหน้า
 
“ นี้คงเป็นสารท้าของพวกเราตระกูลซูแล้วละ เจ้าบัดซบผู้นี้ “ ชายหนุ่มร่างใหญ่โตผู้หนึ่งเริ่มโกรธ ใบหน้าปรากฏรังสีฆ่าฟัน
 
" เยี่ยจงผู้นี้กระทำเกินเลยไป เขาคิดที่จะทำให้ตระกูลซูเราไม่มีหน้าไปพบผู้คนงั้นหรือ ? ก็แค่เด็กหนุ่มเพียงคนเดียว ต่อให้พลังฝีมือไม่ได้อ่อนแอ ต่อให้มีลัทธิแห่งดวงดาวคอยสนับสนุน แต่ว่า วันนี้เขากลับมาหาถึงที่เพียงคนเดียว มีหรือที่จะจัดการเขาสิ้นซากไม่ได้กัน ? “
 
“ อีกฝ่ายมาถึงที่เช่นนี้ แล้วยังส่งศีรษะคนมาอีก ก็เหมือนกับการประกาศสงครามแล้ว ถ้าไม่ฆ่าเขาซะ ตระกูลซูของพวกเราของมีหน้าให้พบผู้คนอีกหรือ ? “
 
ไม่นานนัก เบื้องสูงของตระกูลก็ส่งเสียงดังคุยกัน วินาทีนั้นเหล่าลูกศิษย์ตระกูลซูที่พอใช้ได้ก็ได้ถูกส่งออกไปส่วนหนึ่ง แต่ละคนกุมอาวุธในมือพร้อมแผ่รังสีสังหารอย่างเข้มข้นออกมาก้าวยาวๆออกไปบริเวณด้านนอก
 
ที่เยี่ยจงทำเช่นนี้ ก็เหมือนกับการตบไปที่ใบหน้าของพวกเขา หากว่าในวันนี้พวกเขายังมิอาจที่สังหารเยี่ยจงในพื้นที่ของตนเองได้ละก็ เช่นนั้นตระกูลซูคงต้องถอดป้ายตระกูลลงแล้ว ยังคงจัดการให้จบเลยยังจะดีกว่า “
 
“ ตูม “
 
ไม่นานนัก กลุ่มลูกศิษย์ของตระกูลซูที่พอใช้ได้ก็ได้หลั่งไหลออกมาราวกับแม่น้ำก็มิปาน รังสีสังหารปรากฏออกมาหนาแน่นทั่วทั้งบริเวณบ้านตระกูลซูจนถึงด้านนอก
 
สายตาของพวกเขาแสดงออกถึงความเคร่งเครียด ทันใดนั้นก็ได้ยังถึงยังถึงยังบริเวณส่วนหนึ่งของบ้านตระกูลซูที่เยี่ยจงอยู่ วินาทีนั้นวายตาของทุกผู้คนต่างก็จ้องมองไปด้วยตาที่แดงก่ำ
 
“ เหว่ย ? ตระกูลซูทำอันใดกัน ? เยี่ยจงมาขอขมาถึงที่ อีกทั้งยังส่งของขวัญมาให้ พวกเขากลับยังแผ่รังสีสังหารออกมามากมายขนาดนี้อีก ? “
 
“ หึหึ พวกเจ้าก็มิใช่ว่าจะไม่ทราบถึงลักษณะนิสัยของพวกตระกูลซู ชอบข่มขู่ให้เกรงกลัวจนเป็นนิสัย เยี่ยจงอ่อนข้อให้ในตอนนี้ พวกเขากลับยังต้องการจะเล่นงานอีก “
“ หึหึหึ ตระกูลซูนี้ก็ช่างไม่รู้อะไรเลย ในตอนนี้มีผู้ใดบ้างที่ไม่ทราบว่าเยี่ยจงนั้นมาจากลัทธิแห่งดวงดาว กับอีกแค่เพียงแค่ตระกูลซู มีหรือที่จะสามารถเป็นคู่มือกับลัทธิแห่งดวงดาว
 
“ ว่าอย่างงั้นก็ไม่ได้ ผู้อื่นก็มิใช่มีสำนักเสวียนหวินคอยช่วยเหลือหรอกหรือ ? กล่าวกับว่ายังนำเอาสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองเยียจิงไปเป็นเครื่องแลกเปลี่ยนด้วย “
 
กลุ่มคนบริเวณทางด้านหลังส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเป็นสาย กลุ่มคนเหล่านี้ต่างก็เป็นผู้มีอำนาจของเมืองเยียจิง มีหรือที่จะเกรงกลัวขุมกำลังของตระกูลซู ดังนั้นกล่าวกันตามตรง ก็แทบจะไม่ใส่ใจอยู่แล้ว ทำให้ตระกูลซูเหล่านี้แต่ละคนมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นปั้นยากขึ้นมา
 
“ เป็นไร ? ข้าส่งของขวัญมาให้ไม่พองั้นหรือ ? ถึงกับทำให้พวกเจ้าต้องโกรธเคืองถึงเพียงนี้ ? ถ้าอย่างนั้น ข้าจะส่งเพิ่มให้หน่อยดีหรือไม่ ? “ เยี่ยจงกึ่งยืมกึ่งไม่ยิ้มจ้องมองไปยังลูกศิษย์ที่โดดเด่นของตระกูลซูที่แผ่รังสีสังหารออกมาในตอนนี้ ยิ้มเบาๆแล้วกล่าวออกมา
 
“ เจ้าก็คือเยี่ยจงงั้นหรือ ? “ มีคนที่ส่งสายตาแดงเพลิงแล้วเอ่ยปากกล่าว รังสีสังหารแผ่ออกมารางกับสายฝน ไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย
 
“ ข้าก็คือเยี่ยจง “ เยี่ยจงหยักไหล่ไปมา ราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น
 
“ เยี่ยมมาก ในเมื่อเจ้าก็คือเยี่ยจง เช่นนั้นเจ้าก็ตายเสียเถอะ “ มีศิษย์ของตระกูลซูที่อยู่ทางด้านหลังชักหอกยาวออกมาด้ามหนึ่ง ชี้หอกยาวไปทางเยี่ยจง แล้วกล่าวออกมาด้วยเสียงเยียบเย็น
 
“ ตระกูลซูของพวกเจ้าก็ช่างไม่กล่าวถึงเหตุผลเอาซะเลย มีผู้คนมากมายมองมาเช่นนี้ ข้ามาขอขมาถึงหน้าบ้านด้วยตนเอง อีกทั้งยังส่งมอบของขวัญมาให้ พวกเจ้าถึงกลับจะคิดฆ่าแกงกันเชียวหรือ พวกเจ้าก็ช่างกลับกรอกกับข้าซะอย่างนั้น ? “ เยี่ยจงถอยหลังไปครึ่งก้าว กึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มเอ่ยปากกล่าว
 
หลังจากที่เงียบงัน ชาวยุทธ์ทั่วทั้งสี่ด้านก็ได้ส่งเสียงดังออกมา พวกเขากลุ่มนี้ชอบรักษาหน้าเป็นที่สุด อีกทั้งยังรู้สึกได้ว่าเยี่ยจงผู้นี้กำลังเหยียบย้ำใบหน้าของตระกูลซูอยู่ อีกทั้งกับความเคลื่อนไหวของตระกูลซูในตอนนี้ ยังเห็นได้ชัดว่าไม่พูดถึงเหตุเลย
 
“ เจ้า “
 
เหล่าลูกศิษย์ของตระกูลซูแต่ละคนต่างก็แปรเปลี่ยนสีดำ มีแค่เพียงพวกเขาเท่านั้นที่ทราบว่าสิ่งที่ถูกส่งมานั้นคือสิ่งใด แต่ว่าในตอนนี้กลับไม่สามารถกล่าวออกมาได้
 
ทำได้แต่เพียงอดทนไว้ เด็กหนุ่มผู้นี้เห็นได้ชัดว่ามาเพื่อเหยียบย้ำตระกูลซู ตบไปที่ใบหน้าตระกูลซู รวมทั้งสีหน้าที่ไม่ค่อยจะพอใจของเขาในตอนนี้ ทำให้เหล่าลูกศิษย์ตระกูลซูของพวกเขาต่างก็แทบจะเป็นบ้าขึ้นมา
 
“ เช้ง “
 
ลูกศิษย์ตระกูลซูที่อยู่ทางด้านหลังมากมายได้ชักอาวุธออกมาอย่างพร้อมเพรียงกัน แผ่รังสีสังหารออกมาจากร่างกาย เยี่ยจงผู้นี้ก็ช่างรังแกผู้อื่นเกินไปแล้ว
 
“ ซวบ “
 
ต่อมาลูกศิษย์ของตระกูลซูก็ได้เริ่มเคลื่อนไหวค่ายกลหอก แผ่พุ่งพลังอันน่ากลัวมากับสายลม พร้อมทั้งยังพุ่งเข้าหมายสังหารเยี่ยจง
 
“ เช้ง “”
 
เยี่ยจงใช้เพียงแค่นิ้วเดียว ก็ได้มีลมสายหนึ่งพัดเข้ามาจนถึงปลายหอก จนเกิดเสียงดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว และเหล่าลูกศิษย์ของตระกูลซูที่กำลังลงมือต่างก็รู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา ถึงแม้ว่าลูกศิษย์ของตระกูลซูจะมีพลังฝีมือที่ไม่นับว่าอ่อนด้อย แต่ว่าก็ยังถูกกดดันจนถอยหลังไปคนละหลายก้าว
 
“ เยี่ยจง เจ้ากลับหาญกล้าดูถูกตระกูลซูเราเช่นนี้ ในวันนี้ต่อให้สังหารเจ้าไปแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถกล่าวได้ว่าเกินไปแม้แต่ตัวเดียว “ มีคนทอสายตาเป็นประกายจ้องมองไปทางเยี่ยจง เอ่ยปากพร้อมแผ่รังสีสังหารออกมา
 
เยี่ยจงหัวเราะเสียงดังฮาฮา “ พวกเจ้าตระกูลซูก็ช่างไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ข้าส่งของขวัญมาขอขมา พวกเจ้ากลับต้องการสังหารข้าซะอย่างนั้น ดี วันนี้ข้าเยี่ยจงจะฆ่าล้างตระกูลซูให้เอง ข้าก็อยากดูเหมือนกันว่า ขุมกำลังอันยิ่งใหญ่ของเมืองเยียจิง จะมีผู้ใดที่กล้าออกหน้าให้กับตระกูลซูอันไร้เหตุผลอย่างพวกเจ้ากัน “
 
“ เจ้า “
 
ลูกศิษย์ของตระกูลซูต่างก็ใบหน้าดำคล้ำ เยี่ยจงผู้นี้มีความคิดอ่านลึกซึ้ง ถึงกับสามารถทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
 
“ ใช่ ฆ่าล้างตระกูลซู “
 
“ ใช่แล้ว ฆ่าล้างพวกเขา คนอื่นก็ได้มาขอขมาถึงที่แล้วยังหยิ่งเช่นนี้อยู่อีก “
 
“ กล่าวเหมือนราวกับว่าตระกูลเยี่ยเกรงกลัวตระกูลซูงั้นแหลาะ ผู้อื่นก็มีตระกูลเยี่ยคอยสนับสนุนอยู่ หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ แล้วยังมีลัทธิแห่งดวงดาว จะเอามาเทียบกับตระกูลซูผู้ขี้คุยได้อย่างไรกัน “
 
“ ตระกูลซูยังคงขึ้นต่อสำนักเสวียนหวินจริงแล้วงั้นหรือ อีกทั้งยังคิดว่าสามารถเป็นจ้าวยุทธ์อีกด้วย ช่างไร้เดียงสาเสียจริง “
 
ทั่วทั้งสี่ทิศได้ส่งเสียงพูดคุยที่มีทั้งดีทั้งร้าย เห็นได้ชัดว่า ต้องการที่จะดูฉากเบื้องหน้าที่ตระกูลเยี่ยมาขอขมานี้ มีผู้คนไม่น้อยที่รู้สึกไม่พอใจ พวกเขาที่มาในที่แห่งนี้มิใช่เพื่อที่จะดูเยี่ยจงและตระกูลซูลงมือต่อกัน การต่อยตีฆ่าฟันมีใครบ้างที่ไม่เคยพบเห็น เพียงแต่ว่าหนุ่มน้อยผู้นี้ที่มีความสามารถเทียบฟ้าทั้งยังมีการเจริญเติบโตที่เรียกได้ว่าก้าวกระโดดจึงได้สามารถดึงดูดผู้คนมาได้ แต่ว่าในตอนนี้อารมณ์ที่กำลังดีอยู่ของพวกเขากลับถูกตระกูลซูทำลายไปเสียได้ แน่นอนว่าต้องโกรธเคืองตระกูลซูอยู่แล้ว
นับตั้งแต่แรกเริ่มลูกศิษย์ของตระกูลซูก็ได้ถูกต้อนจนมุมจนใบหน้าดำคล้ำจนถึงที่สุด อีกทั้งพวกเขาในตอนนี้ก็ยังไม่อาจที่จะสามารถกล่าวเรื่องจริงออกมาได้ ความอัดอั้นทำให้พวกเขาทำได้แต่ถอนหายใจออกมายาวๆคำหนึ่ง วินาทีนั้น ก็พบเห็นกับหอกยาวกวาดเข้ามายังกลางใจ ชักนำสายลมแห่งความน่าหวาดกลัวมุ่งหน้าไปทางด้านของเยี่ยจงเข้าไป
 
“ กึก “
 
เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชา จากนั้นก็โบกมือคราหนึ่ง ฝ่ามือดาบสายหนึ่งได้ตัดไปยังตัวด้ามของหอกยาว วินาทีนั้นเอง ก็ได้พบเห็นพลังอันน่าหวาดกลัวแผ่กระจายออกมา เสียงหอกได้ดังขึ้นมา ถึงกับเกิดรอยร้าวขึ้นทันที
 
“ ตูม “
 
กระบวนท่าหนึ่งถึงกับสามารถทำลายศาสตราวุธชิ้นนี้ได้ ร่างกายเยี่ยจงไม่เข้าและไม่ถอย จากนั้นฝ่ามือก็ได้ฟาดไปยังหน้าอกของศิษย์ของตระกูลซูผู้หนึ่ง ทำให้กระดูกหน้าอกแตกหัก ร่างกายกระเด็นออกไปอย่างรุนแรงไปทางด้านหลัง จนกระแทกเข้าไปยังประตูใหญ่ของบ้านตระกูลซู จากนั้นก็มิได้เคลื่อนไหวแม้แต่น้อยอีก
 
ใช่แล้ว เขาได้”กระแทก”ไปยังบานประตูใหญ่นี้ เพราะว่าร่างกายของเขาได้ชนกับประตู จนโลหิตแตกกระจายออกมามาเลือดเนื้อและสายน้ำปะปนอยู่ด้วยกัน พอดีกับได้ไปเกาะที่บนประตู ดูแล้วรู้สึกประหลาดอย่างไร้ที่เปรียบ
 
ลูกศิษย์ของตระกูลซูที่ความจริงกำลังแผ่รังสีสังหารอย่างเข้มข้นเมื่อได้เห็นฉากเบื้องหน้า แต่ละคนต่างก็เกิดอาการสั่นเทาขึ้นมา ขนลุกขนพอง พลังของเด็กหนุ่มผู้นี้ช่างน่าหวาดกลัวเสียจริง
 
.
.
.
.



NEKOPOST.NET