เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 160 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.160 - การต่อสู้กับอ๋องสาม


ตอนที่ 160 การต่อสู้กับอ๋องสาม

 

หอกยาวสีเลือดได้ปรากฏขึ้นอยู่บนบริเวณมือขวาขององค์ชายสาม วินาทีนั้นเอง พลังลมปราณบนร่างองค์ชายสามก็ราวกับประทุและเปลี่ยนแปลงขึ้นมาในทันที และในเวลาเดียวกัน ผ่านในรูม่านตาได้ปรากฏเส้นเลือดขึ้นมาเป็นสาย น่าหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด

 

“ ศาสตราวุธระดับสูง “

 

เมื่อได้เหม่อมองไปที่หอกยาวสีเลือดที่อยู่บนฝ่ามือขององค์ชายสาม เยี่ยจงก็ได้ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาก็คิดไม่ถึงว่า องค์ชายสามผู้นี้จะสามารถครอบครองศาสตราวุธระดับสูงเล่มนี้ได้ อีกทั้งดูจากพลังของศาสตราวุธชิ้นนี้ อย่างน้อยๆก็ไม่ด้อยไปกว่ากระบี่คงหมิงในมือของเยี่ยจงเลย

 

“ นี้เป็นหนึ่งในศาสตราวุธของราชวงศ์ของราชวงศ์เรา หอกเงาโลหิต “ องค์ชายสามจ้องเขม็งไปที่รอยยิ้มอันลี้ลับของเยี่ยจง “ เจ้าถึงขั้นสามารถให้ข้าใช้อาวุธชิ้นนี่ออกมาได้ เห็นแก่ที่เจ้าก็ไม่ธรรมดา ต่อให้เจ้าตายไป เยี่ยจงเจ้าก็สมควรที่จะตายตาหลับแล้วละ

 

หอกเงาโลหิตที่จู่ๆก็ได้ปรากฏขึ้นท่ามกลางบนฝ่ามือ ร่างกายขององชายสามได้เริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นแผ่กลิ่นคาวโลหิตออกมา และแม้แต่พลังปราณที่แผ่ออกมาจากตัวของเขาก็ได้เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเหม็นชนิดหนึ่ง

 

บริเวณทางด้านหลังขององค์ชายสาม นางเซียนชิงหญิงราวกับขมวดคิ้วไปมา ทว่าเขาก็มิได้กล่าวอันใดมากมาย เพียงแต่นิ่งเงียบจ้องมองไปยังฉากเบื้องหน้า

 

“ ตายซะ “

 

เห็นได้ชัดว่าองชายสามไม่คิดที่จะให้เยี่ยจงมีปฏิกิริยากลับมาได้ทัน ในมือถือไว้ด้วยหอกเงาโลหิตพุ่งแทงผ่านอากาศเข้ามาในทันที วินาทีนั้นเอง  เงาหอกได้ไหลเวียนเปลี่ยนเป็นอักขระสายหนึ่ง ความเคลื่อนไหวประหลาดชนิดหนึ่งได้แผ่ออกมาจากเงาหอกโลหิตด้ามนี้

 

และใช้ช่วงเวลาเดียวกันกับที่ได้แผ่กระจายความเคลื่อนไหว สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้เกิดความงงงันขึ้นเล็กน้อย นั้นก็เพราะว่าการแผ่กระจายที่เคลื่อนไหวอยู่นี้ เยี่ยจงเองก็สามารถตรวจสอบพบ เลือดลมภายในกายของเขาในตอนนี้ก็ได้ไหลย้อนกลับเล็กน้อย ราวกับช่วงเวลานี้ได้เกิดความปั่นป่วนขึ้นก็มิปาน

 

“ เป็นศาสตราวุธที่มีความประหลาดดีเล่มหนึ่ง ไม่แปลกเลยที่เป็นถึงหนึ่งศาสตราวุธวิเศษประจำราชวงศ์ “ เยี่ยจงหรี่ตาจ้องมอง จากนั้นร่างกายของเขาก็ได้ไหลเวียนวิชาพลังกระบี่หกสุสานขึ้น เพื่อกำจัดความเคลื่อนไหวอันประหลาดนี้ไป

 

“ ถี่ “

 

เมื่อพบว่าความเคลื่อนไหวอันประหลาดของหอกเงาโลหิตไม่อาจที่จะทำอะไรเยี่ยจงได้ ดวงตาสีโลหิตขององค์ชายสามก็ได้เปลี่ยนจนกลายเป็นสีแดงฉานขึ้นมา ทันทีหลังจากนั้น เขาก็ขยับกายคราหนึ่ง แปรพลังโลหิตออกไปโดยตรง หอกยาวในมือสะบัดคราหนึ่ง พลังการโจมตีอันน่าหวาดกลัวที่เป็นเหมือนดั่งสายฟ้าฟาดก็ได้พุ่งเข้าไปยังบริเวณทางด้านของเยี่ยจง คมมีดสายลมอันน่าหวาดหวั่นเช่นนี้ ทุกคราที่ได้สัมผัสได้ยังพื้นดินก็ได้หลงเหลือร่องรอยลึกๆเอาไว้

 

“ ติ้งติ้งติ้ง “

 

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีเช่นนี้ขององค์ชายสาม เยี่ยจงก็ยิ้มอย่างเย็นเยียบคราหนึ่ง ขยับกระบี่คงหมิงในมือคราหนึ่ง วินาทีนั้นก็ได้มีเงากระบี่สาดประกายออกมา จนทำให้เงาหอกอันน่าหวาดกลัวต่างก็หดหายไปนับไม่ถ้วน

 

วินาทีนั้นเอง เสียงเหล็กกระทบกันดังไม่ขาดสายอยู่ท่ามกลางภายในสถานที่แห่งนี้ และเงาร่างทั้งสองสายในตอนนี้ก็ได้วาบหายไปมาราวกับเป็นดั่งภูติพรายก็มิปาน กระบี่หอกได้ปะทะกันไม่หยุดยั้ง ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกัน ต่างก็จะต้องก่อพลังบ้าคลั่งอันมหาศาลของสายลมขึ้น

 

“ เปรี้ยง “

 

เงาร่างทั้งสองสายปะทะกันอยู่ท่ามกลางอากาศ ในครั้งนี้ได้เกิดการเคลื่อนไหวหมุนวนอย่างบ้าคลั่งอยู่ภายใน จากนั้นก็ได้มีเงาร่างสายหนึ่งถูกดีดออกมา หลังจากที่เท้าได้เหยียบย้ำลงบนพื้นดินก็ได้ถอยหลังออกไปนับสิบก้าวได้ นั้นก็คือเยี่ยจงเอง

 

เห็นได้ชัดว่า การปะทะเมื่อครู่นี้ เยี่ยจงตกเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ องค์ชายสามผู้นี้มีพลังฝีมืออยู่ในขั้นขอบเขตก่อฟ้าความสำเร็จน้อยแล้ว ย่อมต้องแข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ

 

อีกทั้ง กระบี่คงหมิงในมือเยี่ยจงในตอนนี้ ราวกับก็ปรากฏคราบเลือดออกมาสายหนึ่ง และรอบคราบเลือดเหล่านี้ก็แผ่กระจายอย่างไม่หยุดยั้ง พุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณข้อมือของเยี่ยจง

 

“ เยี่ยจง เจ้ายอมแพ้ในตอนนี้ก็ยังไม่สายจนเกินไป ถ้าหากไอโลหิตพังทลายลง ศาสตราวุธระดับสูงของเจ้านั้นที่ถือได้ว่าไม่เลว เกรงว่าคงจะไร้ประโยชน์แล้ว “ เมื่อได้เหม่อมองไปทางใบหน้าที่ปั้นยากออกมาอยู่หลายส่วนของเยี่ยจง องค์ชายสามก็ได้ยิ้มตอบอย่างเย็นชา

 

“ ก็แค่องค์ชายสามแห่งราชวงศ์ต้าโจวหวังเฉา ทั้งยังมิอาจที่จะทำให้ข้าพ่ายได้ด้วยการเผชิญหน้า ได้แต่เพียงใช้วิธีสรกปกเช่นนี้ ช่างน่ารังเกียจเสียจริง “ หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ได้หัวเราะอย่างเย็นชาออกมาสายหนึ่ง จากนั้นก็พบว่าเขาได้ลูบไปที่มือคราหนึ่ง ถึงกับดูดซับไอโลหิตเหล่านี้เข้าสู่ภายในร่างกายด้วยตนเอง จากนั้นก็ได้หมุนเวียนพลังกระบี่หกสุสานรอบหนึ่ง ไอโลหิตเหล่านี้ก็ได้เยี่ยจงกำจัดทิ้ง

 

เมื่อได้เหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้า องค์ชายสามนั้นก็ยังต้องขมวดคิ้วไปมา บนหอกเงาโลหิตนี้ของเขาได้มีผลของคำสาปโลหิตปกคลุมไว้อยู่หลายส่วน ความจริงแล้วถือเป็นวิชาลมปราณประหลาดชนิดหนึ่ง หากเข้าสู่ภายในร่างกายของผู้คน ก็จะทำให้ผู้คนเจ็บปวดจนอย่างที่จะตายแทน แต่ว่า เยี่ยจงในตอนนี้ถึงกับสามารถขจัดพลังปราณประหลาดนี้ได้อย่างหมดจด นับได้ว่าเกินความคาดหมายของเขาไว้มาก

 

“ ช่างเถอะ ไม่ว่าจะมีความแปลกมากถึงเพียงใด ขอเพียงสามารถฆ่าสังหารเจ้าได้ ความลับทั้งหมดของเจ้าก็จะถูกเปิดเผยออกมาเอง “

 

เมื่อการโจมตีไร้ผล องค์ชายสามก็ได้หัวเราะอย่างเย็นชาคำหนึ่ง แลจากนั้นก็ได้พลิกฝ่ามือเป็นสัญลักษณ์คราหนึ่ง หอกเงาโลหิตก็ได้อัดแน่นไปด้วยพลังโลหิตในทันที จนท้ายที่สุดลำตัวหอกก็ได้เปลี่ยนเป็นอสรพิษสีโลหิตเลื่อยไปมา เห็นได้ชัดว่าประหลาดอย่างถึงที่สุด

 

“ เงาโลหิตอสรพิษคลั่ง “

 

“ ถี่ “

 

อสรพิษสีโลหิตเลื่อนไปมาในทันที องค์ชายสามขยับข้อมือคราหนึ่ง วินาทีนั้นอสรพิษโลหิตก็ได้พุ่งตัวออกไป อสรพิษโลหิตเคลื่อนไหวปานสายฟ้าแลบก็มิปาน มุ่งหน้าเข้าไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่โดยตรง

 

วินาทีนั้นเอง ความรู้สึกอันตรายอย่างถึงที่สุดก็ได้ปรากฏขึ้นในใจของเยี่ยจง นับตั้งแต่ร่างของอสรพิษโลหิตสายนี้ เขาก็ตรวจพบความอันตรายอยู่ที่สุดได้ชนิดหนึ่ง

 

“ ตูม “

 

ทันใดนั้นต่อมา เยี่ยจงก็ไม่กล้าที่จะทำเลยเถิด แล้วก็พลิกมือคราหนึ่ง ก็ได้พบกับพลังปราณฟ้าดินอันแน่นรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ได้กลายเป็นเตายักษ์สีทองใบหนึ่ง มือคว้าจับไปที่ขาของเตา เยี่ยจงใช้แรงในการขว้างมันออกไป พุ่งเข้าปะทะออกไปบริเวณทางด้านหน้า

 

“ เปรี้ยง “

 

การโจมตีทั้งสองสายได้เข้าปะทะกัน วินาทีนั้นก็ได้เกิดแรงระเบิดเคลื่อนไหวหมุนวนไปมาอย่างมหาศาล จนทำให้ปรากฏรอยแตกแยกบนพื้นดินนับไม่ถ้วน ราวกับกางข่ายใยแมงมุมแผ่กระจายออกมาก็ปาน

 

“ ทักษะยุทธ์ระดับสูง ? “

 

ในตอนนี้ แม้แต่ชิงหญิงที่อยู่ทางด้านหลังก็ยังต้องงงงันคราหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงลอดออกมา นางไม่คิดว่าในมือเยี่ยจงจะครอบครองทักษะยุทธ์ระดับสูงไว้อยู่

 

“ อะไรกัน ? ทักษะยุทธ์ขั้นวิญญาณระดับสูง ? “

 

ดวงตาองค์ชายสามจ้องเขม็งเข้ามา จ้องมองไปที่ภายในดวงตาของเยี่ยจง เป็นครั้งแรกที่ปรากฏความหวาดกลัวขึ้นมา “ เจ้าถึงกับสามารถครอบครองทักษะยุทธ์ขั้นวิญญาณระดับสูงงั้นหรือ ? ลัทธิแห่งดวงดาวมีทักษะยุทธ์ระดับสูงตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยิน ? “

 

“ เรื่องที่เจ้าได้ทราบ หรือว่าตัวเจ้าเองที่ทราบไม่เยอะพอหรืออย่างไรกัน ? “ เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา เกิดความเคลื่อนไหวภายในจิตใจ ก็พบว่ามีเตาทองคำขนาดใหญ่ได้ลอยเข้ามา จนมาถึงบริเวณศีรษะขององค์ชายสาม ทันใดนั้นก็ได้กดทับลงไปในทันที

 

“ พลังหมัดเตาทองคำ “

 

“ บรึม บรึม บรึม “

 

ราวกับว่าเตาทองคำยักษ์ได้ร่วงหล่นลงมาจากท่ามกลางอากาศ ทางด้านล่างในตอนนี้ก็ได้เกิดการระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง แรงระเบิดได้แผ่ขยายออกมาอย่างน่าหวาดหวั่น จนทำให้พื้นดินทั่วทั้งสี่ทิศเกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้น เยี่ยจงในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าได้ใช้พลังปราณทั้งหมดออกไปกับทักษะยุทธ์ระดับสูงนี้แล้ว และพลังหมัดเตาทองคำที่ได้กดดันเข้าไปนั้น ราวกับสามารถกดทับจนหมื่นสรรพสิ่งแตกตื่นได้

 

“ องค์ชายสาม หากเจ้ารับกระบวนท่านี้ไม่ได้ ก็ไสหัวไปเถอะ “

 

เสียงของเยี่ยจงก็ดังออกมา ได้ให้ความรู้สึกเย้ยหยันชนิดหนึ่งออกมา หากว่าองค์ชายสามตายด้วยน้ำมือของเยี่ยจงแล้วละก็ เช่นนั้นเกรงว่าก็คงจะตายตาไม่หลับ  และคำพูดประโยคนี้ของเยี่ยจง ก็ได้ทำให้เขาสูญเสียความคิดที่จะถอยหนีไป นั้นก็เพราะว่า กับการเผชิญหน้าเช่นนี้ หากว่าเขาหลบหนีไป ก็ถือได้ว่าเป็นการให้โอกาสพิสูจน์ผลของความสูงต่ำกับเยี่ยจงแล้ว

 

และเมื่อได้ยินเยี่ยจงกล่าวออกมาเช่นนี้ ดวงตาขององค์ชายสามก็ได้ขยับคราหนึ่ง ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้จ้องเขม็งไปยังเตาทองคำที่ถูกวางไว้ หอกเงาโลหิตในมือก็ได้เสือกแทงลงบริเวณบนพื้นดินอย่างหนักหน่วง

 

“ เปรี้ยง “

 

ความเคลื่อนไหวสีโลหิตสายหนึ่งได้แผ่กระจายความบ้าคลั่งออกมา ราวกับว่าการเคลื่อนไหวขององค์ชายสาม ร่างกายของเขาก็เริ่มที่จะปรากฏเงาเทียมสีทองคำขึ้นสายหนึ่ง เงาเทียมได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา จ้องเขม็งขึ้นมองไปยังเตาทองคำบนท้องฟ้า

 

“ เงาโลหิตคลุมกาย “

 

ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงเย็นชาดังขึ้น เงาโลหิตได้ปกคลุมไปทั่วเงาเทียมในทันที มันได้ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างทั้งหมดขององค์ชายสาม จากนั้นก็รวมพลังเอาแล้วเข้าปะทะสิ่งที่อยู่เหนือศีรษะ และในเวลาเดียวกัน เตาทองคำยักษ์นั้นก็ได้กดทับลงไป

 

“ ต๊ง “

 

เตายักษ์ทองคำและเงาโลหิตก็ได้พุ่งเข้าหากันในพริบตาทันใดนั้น ก็ได้เข้าปะทะกันในที่สุด  ราวกับว่าวินาทีนั้น พลังสายหนึ่งที่ราวกับสามารถขยับฟ้าดินได้อัดแน่นรวมตัวกันเพื่อเปิดออก ทั่วทั้งท้องฟ้าในตอนนี้ก็ได้สั่นสะเทือนขึ้นมา จากนั้นบนพื้นดินก็ได้เกิดรอยแตกแยกขึ้นมา และแม้แต่ห้วงบรรยากาศก็ยังต้องปรากฏรอยแตกขึ้นออกมาเป็นสาย

 

“ บรึม “

 

หลังจากนั้นที่เกิดความเคลื่อนไหวกระจายตัวกันออกมา ดวงตาของนางเซียนชิงหญิงก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ทันใดนั้นหยกในมือนางก็ได้แตกออกเป็นเสี่ยงเบาๆ จนทำให้เกิดความเคลื่อนไหวอันน่าหวาดกลัวจนเกิดควันลอยขึ้นมาในทันที และจากนั้นนางก็ได้เปลี่ยนตราสัญลักษณ์บนมืออีกครั้ง บรรยากาศในห้วงเวลาก็ได้หายไป เงาร่างของทั้งสามคนก็ได้ปรากฏขึ้นมายังบริเวณท่ามกลางวังชั้นนอก

 

ในตอนนี้ น้ำในทะเลสาบก็ได้สาดกระเซ็นออกมา ราวกับว่าร่างกายของทั้งสามคนได้ร่วงหล่นลงสู่แม่น้ำ องชายสามและนางเซียนชิงหญิงต่างก็เปียกเล็กน้อย และบนเท้าของเยี่ยจงก็ได้ปรากฏอัสนีสายหนึ่งสว่างขึ้น จากนั้นก็ได้พาขึ้นไปบนฝั่งทันที

 

“ ติ้ง “

 

ในตอนนี้นางเซียนชิงหญิงได้มีขวดหยกในมือเพิ่มขึ้น แต่ว่าในตอนนี้ขวดหยกกลับปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นเป็นสาย เห็นได้ชัดว่า ทั้งสามคนก็ได้เข้าสู่ท่ามกลางภายในขวดหยกนี้นี่เอง แต่ว่าการปะทะของเยี่ยจงและองค์ชายสามก็ถือได้ว่ารุนแรงจนเกินไป ถึงกับสามารถที่จะทำลายศาสตราวุธชิ้นนี้ลงได้

 

และองค์ชายสามในตอนนี้ กระนั้นก็ได้กุมกระบี่เงาโลหิตในมือไว้แน่น เขาจ้องมองเยี่ยจงไปอย่างเยียบเย็น แต่ก็มิได้ลงมือต่อแต่อย่างไร

 

“ เห็นได้ชัดว่าไม่มีผู้ใดคาดคิดถึงว่า การต่อยตีของทั้งสองฝ่ายได้มาถึงกลางคัน ถึงกับปรากฏฉากเบื้องหน้านี้ขึ้น

 

และเยี่ยจงก็ได้สะบัดกระบี่ในมือไปมาหลายครา สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

 

“ โจวเฮ้า เรื่องในครั้งนี้ก็พอแต่เพียงนี้เถอะ อย่าได้แย่งชิงสิ่งของนั้นอีกเลย “ หลังจากที่ชิงหญิงครุ่นคิดชั่วครู่ ชั่วเวลานั้นเองก็ได้บีบแก้วหยกในมือ กล่าวออกมาเสียงแผ่วเบา

 

โจวเฮ้าที่เป็นถึงองค์ชายสามแห่งรัฐใหญ่ เพียงแต่ว่าในตอนนี้กลับถูกชิงหญิงเอ่ยปากชักนำเขาจนมิอาจที่จะทำอันใดได้ และแล้วก็ได้พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นก็จ้องมองไปที่เยี่ยจงอย่างเย็นชา กล่าวเสียงดังกังวาน “ เยี่ยจง ดวงเจ้าแข็งมาก “

 

“ เป็นไรไป ? “ เยี่ยจงยิ้มอย่างเย็นชา จ้องมององค์ชายสามอย่างดุดัน “ โจวเฮ้า ถ้าหากวันนี้เจ้าถอยไป ข้าเพียงแค่มาร่วมงานเลี้ยง จะไม่เอาชีวิตของเจ้า “

 

ภายในดวงตาของโจวเฮ้าแสดงออกถึงความเย็นชา แต่ว่าทันใดนั้นเอง เขาก็ได้หัวเราะเสียงเย็นชาแล้วหันกายเดินจากไป เห็นได้ชัดว่าเขาก็ไม่ต้องการที่จะโต้เถียงกับเยี่ยจงอีก ในเวลาเดียวกันก็ได้เข้าใจ ต่อให้เป็นเพียงการประลองก็ยังเอาเยี่ยจงไม่ลงอยู่ดี

 

“ โจวเฮ้า “ เยี่ยจงจ้องมองไปที่เงาหลัง หากมิใช่สถานที่แห่งนี้เป็นวังชั้นนอกของราชวัง อีกทั้งยังมีการจ้องมองมาของยอดฝีมืออยู่ ตามนิสัยของเยี่ยจง มีหรือที่จะปล่อยเสียเข้าป่า ?

 

“ จะต้องมีโอกาสอย่างแน่นอน “ เยี่ยจงยิ้มออกอย่างเย็นชา จากนั้นก็หันกายไปในเวลาเดียวกัน

 

ท่ามกลางสถานที่แห่งนี้มีแต่เพียงชิงหญิงที่จดจ้องเยี่ยจงอย่างสงสัย ดวงตาปรากฏความหมายบางอย่างออกมา

.

.

.

.

 

 

 

 

 




NEKOPOST.NET