เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 152 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.152 - ไม่มีผู้ใดต้านรับได้


ตอนที่ 152 ไม่มีผู้ใดต้านรับได้

 

 

“ เยี่ยจง อย่าได้รุนแรง “

 

ชายหนุ่มผู้หนึ่งได้ขยับร่างกายวาบออกมา ขวางอยู่ทางด้านบริเวณด้านหน้าเยี่ยจง เอ่ยปากกล่าวด้วยสีหน้าที่หนักแน่น

 

“ รุนแรงงั้นหรือ ? มา ข้าจะให้ดู ท่านนี้มิใช่อาสิบเอ็ดหรอกหรือ ? “ เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชา ภายในดวงตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความเยียบเย็น “ เยี่ยถงเป็นแค่ผู้เยาว์ภายในตระกูล แล้วผิดอันใดกัน แต่พวกเจ้าไม่ถามแม้แต่สาเหตุความเป็นมาอย่างยุติธรรม แล้วลงมือต่อนาง ตอนนี้ยังบอกให้ข้าอย่าได้รุนแรงงั้นหรือ ? ไสหัวไป “

 

หลังจากที่กล่าวจบ เยี่ยจงก็ได้ใช้กระบี่คงหมิงกวาดออกไปคราหนึ่ง แล้วก็ได้ถูกวาดออกไปมาบริเวณที่ชายหนุ่มยืนอยู่

 

“ ฉัวะ “

 

ท่านอาสิบเอ็ดผู้นี้ที่แม้แต่พลังฝีมือในขั้นก่อเกิดขั้นที่หกก็ยังไม่มี ในมือของเขาได้กำไว้ด้วยหอกกระดูกด้ามหนึ่งเอาไว้แน่น นับได้ว่าเป็นศาสตราวุตที่มีพลังมหาศาล แต่ว่าในตอนที่เยี่ยจงได้ลงกระบี่ หอกกระดูกในมือของเขาก็ได้ถูกตัดออกเป็นสองท่อน ร่างกายกระเด็นออกไป หลังจากนั้นก็ชนไปยังกำแพงที่อยู่บริเวณไกล กระอักโลหิตคำโตออกมาคำหนึ่ง ภายในดวงตาของเขาได้เต็มเปี่ยมไปด้วยคั่งแค้น ผู้เยาว์ตระกูลเยี่ยผู้นี้และเขาก้ช่างมีพลังที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง       

 

“ เยี่ยจง ไม่ว่าเจ้าจะยอมรับหรือไม่ เจ้ายังไงซะก็ยังเป็นคนของตระกูลเยี่ย พวกเรายังไงซะก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่เยี่ยถงแน่นอน แต่ว่าเจ้ากลับมาทำลายบ้านตระกูลเยี่ย อีกทั้งยังต้องไปรับโทษที่ศาลบรรพชน “ผู้อาวุโสของตระกูลเยี่ยหนึ่งได้เดินออกมา พวกเขาขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วก็มองออกถึงความล้ำค่าของเยี่ยจง แต่ไม่คิดว่าเยี่ยจงในตอนนี้ไม่แม้แต่จะคุยด้วยเลย

 

“ เรื่องมาถึงเช่นนี้แล้ว พวกเจ้าเหล่าผีตายซากยังกล่าวออกมาได้ราวกับสูงส่งนักหนา ข้ายังไม่เคยกล่าวมาก่อนเลยว่า ข้าเป็นคนของตระกูลเยี่ยพวกเจ้า เมื่อครู่พวกเจ้ายังคิดที่จะให้ข้อสรุปแก่เยี่ยถง เช่นนั้นก็ดี ตอนนี้พวกเจ้าไม่ให้ก็ต้องให้ “

 

“ ดูจากฝีปากของพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าคงจะมีส่วนที่ลงมือต่อเยี่ยถงด้วยสินะ ? ดีมาก วันนี้บัญชีนี้พวกเรามาสะสางให้ชัดเจนกันไปเลย “

 

เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชาคราหนึ่ง กระบี่คงหมิงในมือขยับคราหนึ่ง ในครั้งนี้ พลังกระบี่ตราประทับชั้นที่เจ็ดก็ได้ถูกปกคลุมไปทั่วทั้งตัวกระบี่ ทันใดนั้นก็เกิดแสงแวววาบสายหนึ่งบนทอประกายออกมาอย่างน่าหวาดกลัวกวาดพุ่งออกไปทางด้านหน้า

 

“ ลงมือพร้อมกัน “

 

ผู้อาวุโสตระกูลเยี่ยหลายคนก็ได้เปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชาในเวลาเดียวกัน พวกเขายังไม่เคยพบเจอผู้เยาว์เพียงคนเดียวก็มีความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้าต่อหน้าตนเองด้วยความอวดดีเช่นนี้

 

“ ผิงผิงผิง “

 

ทักษะยุทธ์ได้เข้าปะทะเข้ามาเป็นสาย แต่ว่าทันใดนั้นต่อมาจากการโจมตีของทั้งสองฝ่าย เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเยี่ยเหล่านี้ทันใดนั้นสีหน้าของแต่ละคนก็ได้เปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมา

 

ทักษะยุทธ์ที่ถูกใช้ออกด้วยพลังฝีมือของพวกเขา ถึงกับสลายลงภายใต้พลังของกระบี่เยี่ยจงได้

 

“ บรึม บรึม “

 

ผู้อาวุโสหลายคนที่ถูกทักษะยุทธ์เข้าเต็มๆ ร่างกายลอยกระเด็นไป แต่ละคนต่างก็กระอักโลหิตออกมาแล้วคืบคลานถอยออกไป ใบหน้าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

 

“ พิการไปซะ “

 

เมื่อพบเห็นคนเหล่านี้กระอักโลหิตแล้วถอยไป เยี่ยจงก็ได้หัวเราะอย่างเย็นชาคราหนึ่ง กระบี่คงหมิงในมือก็ได้สาดเป็นประกายในทันที ในทันทีที่เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายยังไม่ทันจะตอบสนองกลับมา พวกเขาต่างก็ถูกตัดแขนข้างหนึ่งไปแล้ว

 

  โลหิตแผ่กระจายไปทั่วท้องฟ้า แต่ว่าภายในดวงตาของเยี่ยจงยังคงนิ่งสงบเยือกเย็น เกี่ยวกับเหล่าเฒ่าชราเหล่านี้เขายังนับได้ว่าเข้าใจดีเต็มสิบส่วน วันนี้หากมิใช่เขามาได้เร็วแล้วละก็ ไม่แน่ว่าเยี่ยถงก็คงต้องถูกพวกเขาเฆี่ยนตีจนตายไปแล้ว

 

เพราะว่าในตอนนี้ ภายในใจเขาก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น จึงไม่มีการยั้งมือไว้ไมตรีเลยแม้แต่น้อย

 

“ ถึงกับด้านลงมือต่อผู้อาวุโสตระกูลตนเอง อีกทั้งยังลงมือสังหาร เจ้าช่างฮึกเหิมยิ่งนัก “ 

 

ผู้อาวุโสตระกูลเยี่ยผู้นี้ใช้ทั้งสองมือประกบเข้าหากันคราหนึ่ง ร่างกายก็ได้พุ่งออกไป วินาทีนั้นก็พบเห็นกระบี่อ่อนทั้งหมดสิบเก้าสายโผล่ออกมาจากแขนเสื้อของเขา พุ่งสาดราวกับฝนฟ้าคะนองก็มิปาน เข้าหาบริเวณจุดที่เยี่ยจงยืนอยู่

 

ผู้อาวุโสตระกูลเยี่ยท่านนี้ได้ใช้ออกด้วยศาสตราวุธประจำตระกูลเยี่ยระดับกลางชิ้นหนึ่ง กระบี่อ่อนดาวตก อีกทั้งยังมีความสามารถเพิ่มพลังขึ้นออกด้วย พลังล่างลี้ลับยิ่งนัก

 

“ ข้าถึงแม้จะแซ่เยี่ย แต่ว่าถ้ากลับไม่ใช่คนตระกูลเยี่ยของพวกเจ้า ไสหัวไปให้ข้า “

 

เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชา เกี่ยวกับผู้อาวุโสตระกูลเยี่ยเหล่านี้ที่มีจิตใจที่ดูสูงส่งตลอดเวลา จากนั้นเขาก็ใช้ออกด้วยฝ่ามือทั้งสองข้าง ทันใดนั้นก็ได้รับกระบวนท่านั้นออกไป

 

“ ตูม ตูม ตูม “

 

ดาวตกสีแดงเพลิงชิ้นหนึ่งได้กระจายออกไปทันที วินาทีนั้นก็ได้ยินเสียงของดาวตกจากฟ้า ความเคลื่อนไหวอันน่าหวาดกลัวแผ่ออกมาเป็นสาย กระบี่อ่อนเหล่านี้แหวกออกไปคนละทิศละทาง

 

“ เช่ง “

 

เยี่ยจงร้องเฮ้อคำหนึ่ง กระบี่คงหมิงในมือได้กวาดออกตามแนวขวาง  ในกระบี่อ่อนนี้ได้ถูกทลายลงไปอย่างแม่นยำไร้ที่เปรียบจนกระบี่อ่อนเหล่านี้ร่วงลงสู่พื้นในทันที เสียงก้อนหินร้าวจนแตกดังระนาวออกมา ความเคลื่อนไหวของกระบี่อ่อนดาวตกนี้ได้ทำให้ผู้อาวุโสตระกูลเยี่ยกระอักโลหิตถอยออกไปในทันที ใบหน้าขาวซีดจนถึงที่สุด

 

ศาสตราวุธขั้นวิญญาณระดับกลางที่หาดูได้ยากชุดนี้ อีกทั้งยังเป็นของตระกูลเยี่ย ที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้น แต่ว่าในตอนนี้กลับถูกเยี่ยจงสลายกระบวนท่าไปได้ วินาทีนั้นเอง คนของตระกูลเยี่ยทั่วสี่ทิศก็ได้รู้สึกเจ็บปวดจนถึงไรฟันขึ้นมา

 

“ พลังดัชนีดาราคล้อย  ? ถึงกับเป็นพลังดัชนีดาราคล้อย “ ในกลุ่มคนที่อยู่รุ่นที่สามของตระกูลที่เคยไปฝึกยุทธ์อยู่ที่ลัทธิแห่งดวงดาวก็ได้อ้าปากตาค้างเหม่อมองไปยังฉากเบื้องหน้าอย่างกะทันหัน หลังจากที่เสียงหยุดลง ศิษย์ที่เคยไปฝึกยุทธ์ผู้นั้นก็ทราบได้ในทันที พลังดัชนีดาราคล้อยนี้ยังเป็นถึงหนึ่งในสามของวิชาประจำสำนักอีกด้วย และต่อให้เป็นศิษย์สาขาในก็ใช่ว่าจะมีคุณสมบัติฝึกฝนกันได้ทุกคน แต่ว่าเยี่ยจงถึงกับสามารถที่จะฝึกฝนกระบวนท่านี้ได้จนมาอยู่ในระดับนี้ได้

 

“ ศิษย์สาขาใน เขาเป็นศิษย์สาขาในของลัทธิแห่งดวงดาวงั้นหรือ ? “ ในกลุ่มคนของตระกูลที่อยู่รุ่นที่สามอ้าปากตาค้างเอ่ยปากกล่าวออกมา นอกจากนั้นแล้ว ก็มิอาจที่จะอธิบายเช่นอื่นได้

 

“ อะไรนะ ศิษย์สาขาในของลัทธิแห่งดวงดาว ? “ ทันใดนั้น ต่อให้เป็นเยี่ยเจิงหยางเองก็ยังต้องสั่นเทาด้วยความกลัว สีหน้าของเขาได้เปลี่ยนเป็นลังเลขึ้นมา เอ่ยปากกล่าว “ เยี่ยจงหยุดมือก่อน ทุกคนต่างก็เป็นคนของตระกูลเยี่ย อย่าได้เปลืองแรงอีกเลย ความเจ็บปวดนี้ ข้าจะให้ข้อสรุปแก่เจ้าเอง “

 

“ ใช่ใช่ใช่ อีกสักครู่ข้าจะให้ข้อสรุปแก่เจ้าเอง “ เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลเยี่ยที่ยังมิได้ลงมือเหล่านั้นในตอนนี้แต่ละคนก็ได้เดินออกมา จ้องเขม็งไปทางเยี่ยจงแล้วกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“ งั้นหรือ ? ให้ข้อสรุปแก่ข้างั้นหรือ ? “ เยี่ยจงทอประกายตาเย็นเยียบ คนของตระกูลเยี่ยเหล่านี้ ต่างก็ทราบว่าการที่เป็นศิษย์สาขาในของลัทธิแห่งดวงดาว สถานะที่เป็นอยู่ทั้งหมดก็ได้เปลี่ยนไปโดยทั้งสิ้น ราวกับเกรงกลัวที่จะถูกฆ่าตัดตอนก็มิปาน มีเพียงแต่จะทำให้เขาปวดศีรษะไปซะเปล่าๆ “ ได้ แต่ว่าที่ให้ข้อสรุปนั้นมิใช่ให้แก่ข้า แต่ให้แก่เยี่ยถง ผู้คนทั้งหมดที่เคยลงมือต่อนาง ตัดแขนข้างหนึ่งทั้งสิ้น เรื่องราวในวันนี้ก็จะถือว่าจบลง ไม่เช่นนั้นก็อย่าว่าข้าลงมือไร้ไมตรี จนต้องเข่นฆ่าสังหารหมู่แล้ว “

 

“ เจ้า “

 

สีหน้าของเหล่าผู้อาวุโสต่างก็แสดงความโกรธ แม้แต่ผู้นำตระกูลก็ทำอันใดมิได้ เด็กน้อยผู้นี้ถึงยอมลดละแม้แต่น้อยเลย

 

“ คนที่ลงมือทั้งหมดต่างก็ตัดแขนตนเองซะ “ นี้มิต่างจากการตัดกำลังความสามารถของตระกูลเยี่ยงั้นหรือ ? เยี่ยเจิ้งหยาง สูดลมหายใจเข้า “ เยี่ยจง เจ้าก็เป็นหนึ่งในหลานศิษย์ของตระกูลเยี่ยเรา ไม่แน่ว่าตำแหน่งนี้ของข้าในวันหน้าก็จะเป็นของเจ้าด้วยเช่นกัน เจ้าทำลายตระกูลของตนเองได้ลงคองั้นหรือ ? ผู้คนทั้งหมดที่ได้ลงมือทำร้าย ข้าจะลงโทษกักบริเวณพวกเขาให้สามปี นับจากวันนี้เป็นต้นไป สมบัติที่ไว้ใช้สำหรับฝึกปรือก็ยกให้แก่เจ้าทั้งหมด และนับจากวันนี้เป็นต้นไป เจ้าก็จะได้เป็นผู้สืบทอดผู้นำตระกูล เช่นนี้ถือเป็นข้อสรุปได้หรือไม่ ? “

 

หลังจากที่เงียบงัน สีหน้าของเยี่ยจงก็ได้เปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดอย่างไร้ที่เปรียบ เขาเหม่อมองไปยังเยี่ยเจิ้งหยางที่กล่าวด้วยความจริงใจ ยังมีเหล่าผู้คนตระกูลเยี่ยที่อยู่ทั่วทั้งสี่ทิศเมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยเจิ้งหยางต่างก็เปลี่ยนสีหน้าขึ้นมาทันที จนกระทั่งเยี่ยจงหัวเราะฮาฮาขึ้นมา

 

“ หลานศิษย์ของตระกูลงั้นหรือ ความสามารถของตระกูลเยี่ยหรือ ? ผู้สืบทอดผู้นำตระกูลงั้นหรือ ? ข้อสรุปอันใด ? “ เยี่ยจงหัวเราะจนเกือบจะน้ำตาร่วงออกมา “ พวกเจ้ายังคงไม่เข้าใจจริงๆ ยังคงหน้าด้านหน้าทนเหลือเกิน  ข้าเป็นความสำเร็จครั้งแรกของตระกูลเยี่ย ข้ามิได้เป็นคนของตระกูลเยี่ยตั้งแต่แรกแล้ว ตระกูลที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน สามารถที่จะไร้เหตุผลจนถึงขั้นนี้เชียวหรือ ? ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งบ่อ เป็นแบบนี้แล้วยังกล้าเรียกตัวเองว่าหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่อีกหรือ ช่างน่าขันเสียจริง “

 

“ ผู้อื่นอาจจะพิศวาสตำแหน่งผู้สืบทอดประมุขตระกูลเยี่ยของพวกเจ้าที่เป็นตำแหน่งที่ทรงคุณค่าไร้ที่เปรียบนี้ ทั้งยังต้องแย่งชิงกันอย่างเลือดอาบศีรษะ แต่ว่ากลับเอามาให้แก่ข้า “ เยี่ยจงหัวเราะอย่างเย็นชา

 

 

“ ตอนนี้ ผู้คนทั้งหมดที่ลงมือไปก็ตัดแขนข้างหนึ่งของตนเอง อย่าได้โทษข้าที่ลงมือด้วยตนเองเล่า “

 

“ เยี่ยจง เจ้าชังบังอาจนัก ทางตระกูลได้ให้ข้อสรุปแก่เจ้าไปแล้ว อีกทั้งยังยินยอมให้เจ้าได้นั่งในตำแหน่งผู้สืบทอดอีกด้วย วันข้างหน้าก็จะสามารถคนนับหมื่นคนด้วยคนเพียงคนเดียว เจ้ายังต้องการอันใดอีก ? ยังต้องการให้ตระกูลเยี่ยเราจบสิ้นให้ได้งั้นหรือ ? “

 

“ อ๋อ ? นี้มิใช่ผู้อาวุโสเยี่ยเจิ้งหงส์หรอกหรือ ? “ เยี่ยจงมิงไปยังคนผู้นี้ ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “ ว่ากันว่าผู้สืบทอดของตระกูลในตอนนี้คือเยี่ยเฮ้าเหวินนิ ถ้าหากจำไม่ผิดแล้วละก็ ยังเป็นหลานชายของเจ้าอีกด้วยสินะ ? เป็นอย่างไร ? เจ้าเกรงว่าข้าจะตอบตกลงข้อเสนอจริงๆ แย่งชิงตำแหน่งของหลานชายเจ้างั้นหรือ ? “

 

“ ไร้มารยาท บังอาจ เยี่ยจง คำพูดที่เจ้ากล่าวมามันเป็นกบฏของตระกูล “ เยี่ยเจิ้งหงส์ถูกจี้ใจดำ ต่อมาใบหน้าเงียบเยียบ ทันใดนั้นต่อมา เขาก็ขยับฝ่ามือคราหนึ่ง หอกสายฟ้าด้ามหนึ่งก็ได้ปรากฏอยู่บนฝ่ามือ หอกยาวถูกใช้ออกไปในทันที พลังอัสนีส่องสว่างขึ้นเป็นสายพุ่งไปยังบริเวณที่เยี่ยจงอยู่

 

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลเยี่ยผู้นี้ ฝึกปรือจนอยู่ขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดอยู่หลายปี หอกสายฟ้าในมือตอนนี้ มีพลังในการโจมตีที่น่าตกใจยิ่ง

 

“ ไสหัวไป “

 

เยี่ยจงหมุนเวียนพลังลมปราณเพลงกระบี่หกสุสานขึ้นมาในทันที กระบี่คงหมิงในมือสั่นคราหนึ่ง ในครั้งนี้กลับมีพลังของตราประทับกระบี่ปกคลุมขึ้นถึงแปดชั้นบนตัวของกระบี่ จากนั้นเยี่ยจงก็ได้ใช้กระบี่ฟาดออก กระบี่อันมืดมิดสีดำทมิฬแผ่ออกมาเป็นสาย

 

“ เคร่ง เคร่ง “

 

วินาทีนั้น ประกายสายฟ้าดังฮืมๆดังลอดออกมา ภายใต้สายลมที่สั่นไหวอย่างน่าเกรงกลัวนี้ ร่างของเยี่ยเจิ้งหงส์ก็ได้ถูกปะทะจนกระเด็นออกไป ตลอดทั้งร่างล้มอยู่บนพื้น กระอักโลหิตคำโตออกมา ทันใดนั้นสีหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็นขาวซีดอย่างไรที่เปรียบ

 

สีหน้าของผู้คนทั้งหมดต่างก็เปลี่ยนไปอย่างยิ่ง ในตอนนี้ ท่ามกลางที่แห่งนี้นอกเสียจากเยี่ยเจิ้งหยางที่ยังมิได้ลงมือแล้ว นอกนั้นที่พอจะลงมือได้ต่างก็ได้พ่ายแพ้แล้ว อีกทั้งเหล่ารุ่นที่สามรุ่นที่สี่ของตระกูลเยี่ย ในตอนนี้ต่างก็ไม่มีความกล้าที่จะลงมือแล้ว

 

“ เมื่อเป็นเช่นนี้ กล่าวได้ว่านับเป็นเรื่องขำขันที่สุดของพวกเราตระกูลเยี่ยในรอบพันปีแล้ว หากว่าเรื่องนี้ถูกกล่าวออกไป ตระกูลเยี่ยเราจึงนับเป็นเรื่องที่ขบขันที่สุดแล้ว “ ไม่ทราบว่ามีผู้ใดภายในกลุ่มกล่าววาจาโอ้อวดออกมาคำหนึ่ง วินาทีนั้นเองก็ได้ทำให้ผู้คนมากมายยังต้องกรอกตาไปมา ความแข็งแกร่งของเยี่ยจงนี้ ได้เกินกว่ารุ่นเดียวกันในตระกูลเยี่ยไปแล้ว

 

“ เยี่ยจง พวกเราเพียงแค่ทำร้ายเยี่ยถงเพียงแค่เส้นผมเท่านั่นเอง เจ้ายังต้องการที่จะทำลายตระกูลเยี่ยเราให้ได้จริงๆหรือ หากมิใช่เห็นแก่ที่เจ้ายังมีสถานะยังคงเป็นลูกหลานของตระกูล ข้าผู้ชราก็สังหารเจ้าด้วยมือตนเองไปตั้งแต่แรกแล้ว “ เยี่ยเจิ้งหยางถึงกับยืนไม่อยู่ ตลอดความเคลื่อนไหวของเขา ก็ได้จ้องมองไปที่เยี่ยจง ทีละคำทีละประโยค “ ตอนนี้ เจ้าหันกลับไปขอขมาที่ศาลบรรพบุรุษ หลังจากที่ออกมาแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็ขอให้แล้วกันไป โทษของเยี่ยถง ก็ทำเป็นไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกัน ข้าจะเป็นรับรองเจ้าเอง ขอเพียงเจ้ายังเป็นคนของตระกูลเยี่ยเรา เรื่องที่เจ้าทำผิดในวันนี้ ข้าผู้ชราจะเป็นคนรับไว้เอง “

 

“ แต่ว่า หากว่าเจ้าตัดสินใจที่จะเดินในเส้นทางเช่นนี้อย่างเดี่ยวดาย ก็อย่า ได้โทษว่าข้าผู้ชราลงมือโดยไม่เห็นแก่สายเลือด “ เยี่ยเจิ้งหยางจ้องมองเยี่ยจง กล่าวออกมาอย่างจริงจัง

 

เยี่ยจงหัวเราะไร้เสียงคำหนึ่ง เกี่ยวกับคนเหล่านี้ที่ไร้เหตุผล เขาถือได้ว่าสั่งสอนออกไปแล้ว ถ้าคิดที่จะให้ข้อสรุปแก่เยี่ยถง ดูเหมือนถ้าตนเองไม่ลงมือ ก็คงจะไม่ได้แล้ว

 

หลังจากที่ได้สูดลมหายใจไปคำหนึ่ง เยี่ยจงกุมกระบี่คงหมิงแล้วเดินออกไปอย่างช้าๆคราหนึ่ง

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET