เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 131 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.131 - การต่อสู้ที่น่าเศร้า


ตอนที่ 131  การต่อสู้ที่น่าเศร้า

 

 

 

 

ร่างกายในตอนนี้ของเสวี่ยเสวียนได้ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติแล้ว แต่ปีกที่อยู่บนหลังได้หายไป เพียงแต่ว่า ร่างกายของเขาได้มีร่องรอยแตกหักน้อยใหญ่อยู่นับไม่ถ้วน เลือดสดๆยังคงไหลออกมาไม่หยุด จากนั้นก็กระอักโลหิตออกมาคำหนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนเป็นขาวซีดราวกับกระดาษ

 

เห็นได้ชัดว่า เมื่อครู่ที่ได้ใช้วิชาฮุ้ยหยวนเสวี่ยเยาได้ทำให้เขาต้องชดใช้ในส่วนที่ถูกใช้ออกไป เพียงแค่เวลาอันสั้นๆที่คิดจะเข้าโจมตีอีกครั้งหนึ่งนี้ โอกาสนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

ทันใดนั้น วินาทีนั้นที่สีหน้าได้เปลี่ยนไป เงาร่างสายหนึ่งก็ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าเข้ามายังบริเวณทางด้านหน้า จากนั้นก็ได้ใช้ออกด้วยพลังหมัดเข้าที่บริเวณหน้าอกอย่างรุนแรง

 

“ เปรี้ยง “

 

เสียงระเบิดดังขึ้นออกมา พลังหมัดนี้ได้ทำให้ร่างกายของเสวี่ยเสวียนกระเด็นออกไป

 

“ บัดซบ บัดซบ “

 

ตรงหน้าอกได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดเป็นสาย ได้ทำให้เกิดความโกรธแค้นขึ้นภายในดวงตาของเขา หลังจากที่เขาได้มองดูการโจมตีที่ติดต่อมาของเยี่ยจง สีหน้าได้เคลื่อนไหวไปมาอย่างดุร้ายไม่หยุดยั้ง ในครั้งนี้ เขาถึงกับไม่หลบพลังหมัดที่ได้พุ่งเข้ามาจากบริเวณทางด้านหน้า

 

“ เปรี้ยง เปรี้ยง “

 

ในช่วงวินาทีนั้นเอง พลังหมัดของทั้งสองฝ่ายก็ได้กระทบเข้ากับบริเวณหน้าของของฝ่ายตรงข้ามในเวลาเดียวกัน ร่างกายของทั้งสองคนได้ขยับออกไปเป็นสายในเวลาเดียวกัน หลังจากที่ได้ถะไหลไปทางด้านหลังราวสิบก้าวแล้ว ภายในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่พอจะสามารถพึ่งพาได้ ก็คงจะมีแต่พลังฝีมือที่มีอยู่เท่านั้น

 

พลังฝีมือของเสวี่ยเสวียนจัดได้ว่าสูงส่ง แต่เยี่ยจงกลับชนะได้ด้วยพลังที่ต่างกันราวฟ้ากับดิน

 

นั้นก็เพราะว่าตอนนี้ ภายใต้กระบวนท่านี้ที่ได้เข้าปะทะกัน ทั้งสองฝ่ายก็มิได้มีฝ่ายใดเป็นฝ่ายได้เปรียบ

 

“ คิดที่จะเสี่ยงชีวิตกับข้า ? ไม่รู้จักตายซะแล้ว “

 

ร่างกายของเสวี่ยเสวียนได้สั่นไหวคราหนึ่ง แล้วก็ได้กระอักโลหิตออกมาอีกคำ หลังจากนั้นเขาก็ได้เงยหน้ายิ้มอย่างดุร้ายตอบ

 

ทว่าในรอยยิ้มของเขานี้กลับมิได้ทำให้เยี่ยจงรู้สึกกดดันเลยแม้แต่น้อย จากนั้นก็ได้มีโลหิตไหลออกมาจากมุมปาก แต่ก็มิได้กล่าวคำพูดไร้สาระอันใด เพียงแต่ก้าวออกไปทางด้านหน้า ร่างกายก็ได้พุ่งออกหายออกไป

 

เมื่อพบเห็นความเคลื่อนไหวของเยี่ยจง รอยยิ้มบนใบหน้าของเสวี่ยเสวียนก็ได้ปรากฏเค้าโครงดุร้ายขึ้นมา หากว่าเยี่ยจงสามารถที่จะโจมตีเข้าไปอีกครั้งเช่นครั้งทีแล้วแล้วละก็ เช่นนั้นเขาก็ทำได้แค่ยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีเท่านั้น แต่ว่าในตอนนี้เขากลับพุ่งเข้าต่อสู้ขึ้นมา การเข้าปะทะกันของทั้งสองฝ่าย จากที่เสวี่ยเสวียนเข้าใจ เยี่ยจงมีแต่รนหาที่ตายเพียงทางเดียวเท่านั้น

 

“ ตูม “

 

เงาร่างทั้งสองสายในตอนนี้ได้เข้าปะทะกันจนเกิดเป็นกลิ่นอายของความโหดร้ายออกมาหลายส่วน พลังหมัดก็ได้เข้าปะทะกันในทันที พลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมาเป็นที่น่าหวาดเกรง เพียงแต่ว่าในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายกลับไม่มีการแยกออกมา เพียงแต่ทั้งสองคนได้หยุดหมัดเท้าเอาไว้ กลับเข้าหากันใช้กายเนื้อเข้าแลกกันอย่างดุดัน

 

“ เพล้ง เพล้ง เพล้ง “

 

เสียงชนิดที่น่าหวาดกลัวออกมาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับว่าทุกครั้งที่ลงหมัดไป ทั้งสองฝ่ายจะต้องมีการสูญเสียเลือดเนื้อบนร่างกายส่วนหนึ่งออกไปก็มิปาน

 

ยอดฝีมือแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาทั้งสองตนในตอนนี้ก็ได้ตั้งหน้าตั้งตาเหม่อมองไปยังสถานที่เบื้องหน้า มุมปากของทั้งสองคนแห้งผาด เมื่อได้มองดูสถานการณ์นี้แล้วละก็ หนึ่งในทั้งสองคนไม่ว่าจะเป็นผู้ใด พลังหมัดอันมหาศาลของพวกเขาเมื่อได้กระทบถูกร่างกายของอีกฝ่าย แน่นอนว่าคงต้องบาดเจ็บอยู่ไม่น้อย

 

เลือดเนื้อยังคงหลั่งไหล่กระจายออกไปโดยรอบอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งท้ายที่สุดต่างก็มิอาจที่จะแบ่งแยกออกมาได้ว่าเป็นของผู้ใด แต่ว่าก็เห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งสองคนในตอนนี้ ก็ได้จดจ้องกันอย่างตาแดงก่ำ หากว่าถ้าไม่ทราบผลแพ้ชนะแล้วละก็ เกรงว่าทั้งสองฝ่ายแน่นอนว่าคงจะนอนตายตาไม่หลับอย่างแน่นอน

 

แต่ว่าเป็นเหมือนกับเกินความคาดหมาย ถึงแม้ในตอนนี้จะทราบถึงการเข้ามาอย่างกระจ่าง ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงการต่อสู้ได้ แต่ว่าไม่ทราบเพราะเหตุใด ยอดฝีมือทั้งสองคนแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาในตอนนี้ก็ได้ตัวสั่นเทาขึ้นมา เกิดความหนาวสั่นอยู่ภายในจิตใจของแต่ละคน แม้แต่ความกล้าเช่นตอนแรกก็ยังได้หายไป

 

“ ซูม “

 

แล้วก็เป็นการเข้าปะทะอย่างน่าหวาดกลัว พลังอันมหาศาลของทั้งสองฝ่ายได้สับเปลี่ยนกันเข้าไปมา และในครั้งนี้เลือดเนื้อที่อยู่บนพลังหมัดก็ได้แตกออก เผยให้เห็นกระดูกสีขาวที่ซ่อนอยู่ภายใน

 

เยี่ยจงในตอนนี้ ทั่วทั้งร่างกายมีบาดแผลอยู่นับไม่ถ้วน หากว่ามิใช่วิชาที่เขาฝึกปรือเป็นวิชากระบี่หกสุสานแล้วละก็ ไม่แน่ว่าในตอนนี้ร่างกายของเขาคงได้สูญสลายไปตั้งแต่แรกแล้ว

 

ทว่าถึงแม้จะกล่าวออกไปไม่น่าฟังอยู่หลายส่วน แต่ว่าภายในดวงตาของเยี่ยจงก็ได้มีพลังความโหดเหี้ยมลึกล้ำออกมา

 

และบริเวณด้านตรงข้าม ร่างกายของเสวี่ยเสวียนในตอนนี้ก็ได้มีบาดแผลมากมายไม่แพ้กัน แต่ว่าก็มิได้หนักหนาเท่ากับของเยี่ยจง จนถึงขั้นที่เห็นจนถึงกระดูก พลังที่แท้จริงของเขาถึงแม้ว่าจะอยู่ในระดับขั้นก่อเกิดระดับที่แปดซานกวานเทียนทงขั้นระดับรู้แจ้งวิญญาณ ในระดับเช่นนี้ ถ้าเทียบกับพลังฝีมือของเยี่ยจงยังถือได้ว่าเหนือกว่ามาก

 

“ เจ้าบัดซบน้อย ถ้าหากเจ้าต้านรับเอาไว้ไม่อยู่ เช่นนั้นข้าก็จะให้ความรวบรัดแก่เจ้าเองก็แล้วกัน “

 

เสวี่ยเสวียนเหม่อมองไปยังเยี่ยจงราวกับว่าร่างกายสามารถที่จะแตกออกไปทุกเวลา บนใบหน้าของเขาได้ปรากฏความน่าเกียจขึ้นมา ทันใดนั้นก็จ้องเขม็งไปที่เยี่ยจง หัวเราะออกมาอย่างเยือกเย็น ทันใดนั้นก็ใช้ออกด้วยหมัดลมอันดุร้ายไร้ที่เปรียบ มุ่งหน้าไปบริเวณทางด้านหน้าอกของเยี่ยจงเข้าไป

 

“ ตูม “

 

ในขณะนั้นเอง เยี่ยจงก็ใช้ออกด้วยพลังหมัดเข้าปะทะ เป้าหมายก็อยู่ที่บริเวณหัวใจของเสวี่ยเสวียนเช่นเดียวกัน

 

การโจมตีของเยี่ยจงที่ดูเหมือนอ่อนแรงกว่าก่อนหน้านี้ไม่รู้กี่เท่าตัว บริเวณมุมปากของเสวี่ยเสวียนได้ปรากฏแววเยาะเย้ยสายหนึ่ง ภายในการต่อสู้นี้ เขานับได้ว่าทราบถึงพลังของเยี่ยจงได้เป็นอย่างดีแล้ว ช่วงวันเวลาที่ได้ผ่านเลยไป พลังลมปราณของเยี่ยจงก็ได้ไหลเวียนอย่างรวดเร็ว และในตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าเหมือนกับการง้างเกาทัณฑ์โดยที่ไม่มีแรง ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจที่จะมีพลังในการฆ่าสังหารได้แล้ว

 

“ กระบวนท่านี้ ต้องเอาชีวิตของเขาให้จงได้ “

 

ทันใดนั้นเอง เสวี่ยเสวียนก็ราวกับตัดสินใจได้แล้ว เขาเตรียมตัวที่จะทั้งไม่หลบไม่ป้องกัน ภายใต้กระบวนท่าแลกกระบวนท่า ยังไงก็ต้องเอาชีวิตน้อยๆของเยี่ยจงให้จงได้

 

จากนั้น ในช่วงขณะที่เสวี่ยเสวียนไม่คิดจะถอยหรือป้องกัน เยี่ยจงก็ได้เปลี่ยนไปใช้พลังหมัดที่อัดแน่นด้วยลมในทันที ทันทีที่เข้าสัมผัสได้ถึงพลังของหมัด บริเวณใจกลางของหมัด ราวกับได้เพิ่มพลังของกระบี่ตราประทับชั้นที่แปดไว้แล้ว ให้แรงกดดันอันน่าหวาดกลัวชนิดหนึ่งแผ่กระจายออกไป

 

ถึงแม้ว่าเมื่อสักครู่เยี่ยจงได้ใช้กายเนื้อของตนเองกดดันพลังภายในของตนเองโดยภายในนั้นมีพลังอันมหาศาลอยู่สายหนึ่ง เพื่อที่จะได้ใช้ออกไปใช้ช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้

 

ในช่วงเวลาที่ก้อนหินถูกแสงไฟส่องเป็นประกาย เสวี่ยเสวียนถึงแม้จะทราบได้ถึงเป้าหมายของเยี่ยจง แต่ว่าเขาก็ยังมิอาจมีการตอบสนองที่ทันการ ในตอนนี้ เขาได้แต่เพียงใช้พลังลมปราณของตนเองทั้งหมดอย่างบ้าคลั่ง ใช้พลังหมัดสายหนึ่งกดทับไปยังบริเวณหน้าอกของเยี่ยจง

 

“ บรึม “

 

ทันทีที่หน้าอกของเยี่ยจงได้ยุบตัวลงไป ความเจ็บปวดแสนสาหัตเช่นนี้ ได้ทำให้เขาตัวสั่นไปทั้งสรรพร่าง แต่ทว่าตอนนี้เขาก็มิได้เปลี่ยนแปลงความเคลื่อนไหวเลยแม้แต่น้อย และภายใต้พลังหมัดสายนี้ ก็ได้กดทับไปยังบริเวณหัวใจของเสวี่ยเสวียน

 

และในทันทีที่พลังหมัดได้กดทับลงไป รูม่านตาของเสวี่ยเสวียนก็ได้ขยายตัวขึ้น ภายในดวงตาได้ปรากฏความยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น ทันทีที่เขาคิดที่จะถอยออกไป แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว

 

ในขณะนี้เอง เขาก็เข้าใจได้นับต้องแต่ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มปะทะกัน เยี่ยจงก็ได้ใช้กระบวนท่าที่ดูเหมือนว่าอ่อนแอ ทุกอย่างที่เขาคิดเอาไว้ ก็เพื่อที่จะใช้กระบวนที่นี้ในยามคับขันที่สุด

 

พลังใจที่หนักแน่นยิ่ง และฝีมือที่ร้ายกาจ

 

“ ตูม “

 

ภายในดวงตาที่ผิดหวังปรากฏขึ้นอยู่บนใบหน้าของเสวี่ยเสวียน และในขณะนั้นเอ บริเวณหัวใจของเขาก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดขึ้นมาสายหนึ่ง เขาสามารถที่จะสัมผัสได้อย่างชัดเจน ฝ่ามือนี้ของเยี่ยจง ได้ทะลวงเข้าสู่บริเวณด้านหน้าของหัวใจออกไปโดยตรง จากนั้นก็ได้ทะลวงเข้าไปจนถึงบริเวณแผ่นหลังออกไป

 

“ บัดซบ “

 

ใบหน้าของเสวี่ยเสวียนดุร้ายขึ้น เขาได้ฟาดฝ่ามือไปยังหัวไหล่ของเยี่ยจงอย่างดุดันคราหนึ่ง จากนั้นก็เข้าปะทะอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเขาก็กุมไปหน้าอกโซซัดโซเซถอยหลังไป ใบหน้าขาดซีดราวกับกระดาษ ในเวลาเดียวกันนั้น พลังชีวิตบนร่างก็ราวกับได้หายไปอย่างหยุดไว้ไม่ได้

 

ยอดฝีมือทั้งสองคนแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาที่จ้องมองมายังฉากเบื้องหน้าในบริเวณที่ไม่ไกลมากนัก สีหน้าต่างก็ปั้นยากอย่างถึงที่สุด พวกเขาเหินตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาที่ได้ค่อยๆยกแผ่นหลังของเสวี่ยเสวียนขึ้น บริเวณหัวใจก็ได้มีเลือดไหลออกมาจากรู ทำให้ทั้งสองคนต้องเปลี่ยนสีหน้าไปอย่างรวดเร็ว

 

ไม่ว่าผู้ใดก็มองออก เสวี่ยเสวียนในตอนนี้ แน่นอนว่าต้องตายแล้วอย่างแน่นอน

 

“ สังหารเจ้าเด็กน้อยนี้ซะ นำเอาจารึกเสวี่ยหยวนในมือของเขามา ยังพอมีโอกาสอยู่ “ เสวี่ยเสวียนกระอักโลหิตคำโตออกมา พลังชีวิตไหลออกมาจนทำให้เขารู้สึกได้ถึงความกลัวอย่างถึงที่สุด เขาเงยหน้าขึ้นมากล่าวอย่างยากลำบาก เอ่ยปากออกมาด้วยใบหน้าขาวซีดก่อนที่จะตายลงไป

 

หลังจากที่เงียบงัน ยอดฝีมือทั้งสองคนแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาที่ได้มองดูอยู่นี้ ก็ได้มีคนหนึ่งที่ได้ลุกขึ้นยืนขึ้นมา ทอประกายสายตาดุร้ายไปยังร่างกายของเยี่ยจงก็กำลังโซซัดโซเซถอยหลังอย่างหยุดไว้ไม่อยู่

 

เยี่ยจงในตอนนี้ พลังภายในนั้นไม่อาจที่จะเรียกได้ว่ามีพลังหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ผลที่ตามมาที่เมื่อครู่ที่ได้กลืนกินโอสถระเบิดพลังไปทั้งหมดหกชิ้น ดูเหมือนว่าเริ่มที่จะปะทุขึ้นมาในตอนนี้แล้ว เขาในตอนนี้ ราวกับเหมือนกับว่าจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆก็มิปาน ถึงแม้จะเห็นว่ายอดฝีมือของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาได้ก้าวเข้ามา แต่ว่าเขาก็ได้สูญเสียพลังทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ คิดไม่ถึง คิดไม่ถึงเลยว่า “

 

เยี่ยจงกระอักโลหิตออกมาหนึ่งคำ จากนั่นก็ได้นั่งลงอยู่บนพื้น เขาไร้เรียวแรงที่จะพยุงตัวขึ้นมา ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอันขมขื่นออกสายหนึ่ง

 

คิดไม่ถึงว่าการลงมือของตนจะออกมาในสภาพเช่นนี้ได้ แม้แต่เจ้าเด็กน้อยที่มีพลังขั้นก่อเกิดขั้นที่แปดของซานกวานเทียนทงก็ยังถูกตนเองสังหารไป แต่ว่า ท้ายที่สุดก็ยังต้องตกอยู่ในน้ำมือของเหล่าเด็กน้อยที่มีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่เจ็ดผู้หนึ่ง ฉากเบื้องหน้านี้ ชังดูเป็นการเสียดแทงอยู่บ้าง

 

“ แต่ว่า ต่อให้ฆ่าข้าแล้วจะได้อะไร ? จารึกเสวี่ยหยวนก็มิได้อยู่ที่ข้า หากว่าข้าเดาได้ไม่ผิดแล้วละก็ จารึกเสวี่ยหยวน มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะส่งกลับไปยังลัทธิแห่งดวงดาวของข้าแล้ว ? “ ในขณะที่เงยหน้าขึ้น ยอดฝีมือแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาก็ได้ค่อยๆเดินเข้ามาพร้อมทั้งยิ้มออกมา

 

ในขณะนี้ เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้วว่า เส้นพลังชีวิตของตนเองได้ไหลเวียนออกจากร่างกายแล้ว ความรู้สึกเช่นนี้ มิใช่ประสบการณ์ครั้งแรกของเขาแต่อย่างไร

 

“ อย่างน้อย นางก็ยังปลอดภัย ........ แต่ว่า ที่แท้นางจะใช่อาจารย์หรือไม่ ? “

 

เยี่ยจงกระอักโลหิตอีกครั้ง นัยน์ตาก็ได้กรอกไปมาอย่างรวดเร็วคราหนึ่ง เพียงแต่ว่า ริมฝีปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มออกมาสายหนึ่ง อย่างน้อย ตนเองก็ยังปกป้องนางไว้ได้ มิใช่หรือ ?

 

“ เพล้ง เพล้ง เพล้ง “

 

ทันทีที่เยี่ยจงกำลังอยู่ในอาการสะลืมสะลืออยู่นั้น ทันใดนั้นเอง ก็ได้ยินเสียงดังออกมาเป็นสาย จากนั้นเยี่ยจงก็รู้สึกได้ว่า ตนเองเหมือนกำลังถูกใครบ้างคนอุ้ม และเป็นการอุ้มขึ้นมาจากพื้นดินโดยตรงอีกด้วย

 

“ อา ........ อาจารย์ ? “

 

ความรู้สึกอันคุ้นเคย ได้ทำให้สติของเยี่ยจงเลือนลอยไป หลังจากที่กล่าวคำพูดนี้ออกมา เขาก็เหมือนกันว่าได้เข้าใกล้กับความตายเข้าไปแล้ว

 

“ หาญกล้าที่จะลงมือกับศิษย์ของลัทธิแห่งดวงดาวเรา พวกเจ้านับว่ามีความกล้าอยู่ไม่น้อย “

 

ทั่วทั้งบริเวณแห่งนี้ ในตอนนี้ไม่ทราบว่ามีเงาร่างมากมายเพียงใดปรากฏตัวออกมา พวกเขาพกพาสายตาที่เหม่อมองไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฉากเบื้องหน้านี้อย่างตื่นตระหนก จากนั้นพวกเขาก็ได้จดจ้องไปยังทางด้านร่างกายคนแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา ภายในดวงตานั้น ก็ได้ปรากฏรังสีฆ่าฟันขึ้น

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET