เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 118 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.118 - จารึกเสวี่ยหยวน


ตอนที่ 118  จารึกเสวี่ยหยวน

 

 

 

ทันทีที่ตนเองได้ยินเสียงที่ดังมา ร่างกายของเยี่ยจงก็ได้มุ่งถอยไปยังบริเวณทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว สีหน้าปั้นยากถึงที่สุดในทันที

 

“ ตูม “

 

ความรุนแรงและน่าหวาดกลัวอย่างที่สุดสายนี้ ราวกับดอกไม้ไฟก็มิปาน นับตั้งแต่เริ่มต้นกะโหลกสีเลือดนี้ก็ได้ระเบิดบางอย่างออกมา ความน่าหวาดกลัวของแรงระเบิดชนิดนี้ ก็ได้แผ่กระจายออกไปในทันที

 

“ ระเบิดตัวเอง ? “

 

ทันใดนั้นเอง เสวี่ยซินและพวกก็ราวกับพบเห็นอะไรบางอย่าง ต่อมาใบหน้าของแต่ละคนก็ราวกับถูกขีดเขียนเต็มไปด้วยความตกใจ พวกเขาเพียงแค่ได้ยินเสียงที่ดังออกมา จากนั้นก็ได้วิ่งตะบึงราวกับหนูหนีภัยพิบัติ

 

เยี่ยจงและพวกที่ได้พุ่งถอยออกมาอย่างกะทันหัน ก็ได้ดึงดูดความสนใจของยอดฝีมือภายในสนามทั้งหมด เหล่ายอดฝีมือที่ความจริงกำลังผนึกกำลังต่อกรกับหุ่นเชิดสงครามอยู่ถึงแม้ในตอนนี้จะไม่ทราบว่าที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่ว่าพวกเขาก็เข้าใจ แน่นอนว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ดังนั้น ความจริงในตอนนี้คือไม่ต้องเอ่ยถามอันใด ผู้คนทั้งหมดต่างก็ร่วมใจกันถอยหนีออกไปกันอย่างบ้าคลั่ง

 

เพียงแค่ทันทีที่ผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ทั่วทั้งห้องโถงขนาดใหญ่ก็ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นชนิดหนึ่ง จากนั้นก็พบว่าที่บริเวณใจกลางบัลลังทองแดงนี้ ได้มีโลหิตสายหนึ่งลอยมาตามสายลมแผ่กระจายออกมาในทันที เป็นความเคลื่อนไหวที่ทำให้ทุกผู้คนเกิดความรู้สึกขนลุกพอง ปกคลุมไปทั่ว

 

“ อา “

 

ถึงแม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะวิ่งได้อย่างรวดเร็วก็ตาม แต่ว่าก็ยังมีอยู่ส่วนหนึ่งที่นับว่าตั้งรับได้ไม่ทัน ความเร็วในการถอยหนีของพวกเขาก็ช้าลงมาส่วนหนึ่ง ท่ามกลางแรงลมที่พัดแรงระดับออกมาเป็นคลื่นราวกับสายโลหิตขนาดใหญ่ เพียงชั่วครู่เดียว ก็หายไปจนไม่หลงเหลืออันใด

 

เสียงร้องของความเจ็บปวดดังขึ้นมา จากสองเป็นสามดังขึ้นเรื่อยๆ เงาร่างกลุ่มของคนมุ่งหน้าไปทางด้านบริเวณทางเข้าอย่างบ้าคลั่งเป็นสาย เพียงแต่ว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ความรุนแรงที่หมุนเวียนอยู่ทั่งทั้งห้องโถงใหญ่ราวกับสายลมที่ระเบิดได้ทางด้านหน้า ยังมีคนที่ถูกเปลี่ยนเป็นเศษผงหายไป

 

“ เปรี้ยง “

 

ทันทีที่ร่างกายได้มาถึงยังด้านนอกของห้องโถงใหญ่ เยี่ยจงก็หันกายมิงไปยังบริเวณทางด้านหลัง ตอนนี้ทั่วทั้งห้องโถงใหญ่ก็ได้ถูกย้อมไปด้วยสีของโลหิตเคลื่อนไหววนเวียนไปมา นอกเสียจากเหล่ายอดฝีมือที่ออกมาที่ด้านนอกได้ตามเวลาแล้ว ยอดฝีมือที่เหลือก็ได้ถูกกายทิพย์นั้นระเบิดตัวเองในสถานการณ์เช่นนั้น ต่างก็ได้ถูกทำลายลง

 

จากนั้น ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาของทุกคน ห้องโถงขนาดใหญ่ในตอนนี้ก็ไม่แตกต่างจากทะเลทรายผืนหนึ่งก็มิปาน หลงเหลือไว้แต่เศษซาก

 

เพียงแต่ว่าในช่วงที่ผ่านพ้นไปเพียงไม่กี่ลมหายใจ ความโหร้ายที่เกิดขึ้นภายในห้องโถงใหญ่เมื่อครู่ ตอนนี้ทั่วทั้งห้องแม้แต่ก้อนหินก็ยังหาไม่เจอ

 

เยี่ยจงปาดไปที่เหงื่ออันเย็นเชียบ กรอกตาอย่างบ้าคลั่ง เขารับรองได้ว่า ฝีมือเช่นนี้แน่นอนว่ามิใช่สิ่งที่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนเพียงคนเดียวจะกระทำได้ถึงขนาดนี้ ในครั้งนี้ ทุกผู้คนต่างก็ถูกหลอกแล้ว หากไม่ใช่เป็นเพราะเขาพบเห็นแต่เนิ่นแล้วละก็ ต่อให้เขาได้ถูกพัวพันเข้าสู่การระเบิดตัวเองครั้งนี้ เกรงว่าคงจะมีแต่ความตายเพียงถ่ายเดียว

 

เหม่อมองไปที่ห้องโถงใหญ่ที่ได้หายสาบสูญไปนี้ ก็ได้มีแรงลมสีโลหิตปะทุขึ้นมาขนาดเล็ก สีหน้าของเยี่ยจงยังคงความปกติเอาไว้ได้ จากนั้นเขาก็ได้มองไปท่ามกลางวงล้อมนั้นเข้าไป

 

ภายในการระเบิดตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เมื่อครู่นี้ก็ได้มียอดฝีมืออย่างน้อยหนึ่งในสามที่ยังคงอยู่ด้านใน ยังดีที่ยอดฝีมือของลัทธิแห่งดวงดาวนั้นมิได้เกิดความสูญเสียใดๆ ในข้อนี้ได้ทำให้เยี่ยจงรู้สึกยินดีอยู่เล็กน้อย

 

“ ศิษย์น้องเยี่ยจง เจ้าไม่เป็นไรนะ ? “

 

บริเวณทางด้านหลัง หลิงเยวี่ยและพวกก็ได้เข้ามาหาอย่างรวดเร็ว เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

เยี่ยจงส่ายศีรษะไปมา เมื่อครู่เขานับได้ว่าวิ่งได้เร็ว จึงมิได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียใดๆ

 

“ คุณท่านเยี่ยจง ครั้งนี้ต้องขอบคุณแล้ว หากมิใช่ท่านเตือนสติได้เร็วแล้วละก็ เกรงว่าการสูญเสียในครั้งนี้ของพวกเราเกาะหมอกควันคงนับว่าหนักหนาแล้ว คิดไม่ถึงว่าเพียงแค่ยอดฝีมือที่อยู่ในขอบเขตเซียนเพียงคนเดียว ถึงกับมีความอันตรายได้ถึงเพียงนี้ “ หวินหลิงในตอนนี้ก็ได้หันหน้ากลับไปเหม่อมองอารามทางด้านหน้าหายไป เรื่องการระเบิดตัวเองเช่นนี้นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่นางเคยพบเจอ

 

“ นี้มิสมควรที่จะเป็นยอดฝีมือขอบเขตเซียนที่จะกระทำได้ และตรงจุดแท่นนั่งของยอดฝีมือขอบเขตเซียนบริเวณในที่นี้ สมควรที่จะตีเครื่องหมายคำถามไว้ เกรงว่า พวกเราทุกคนได้ถูกรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาหลอกเอาแล้ว “ เยี่ยจงส่ายศีรษะเล็กน้อย ต่อให้ยอดฝีมือขอบเขตเซียนระเบิดตัวเองเป็นเรื่องจริง ความรุนแรงก็ไม่สมควรที่จะรุนแรงจนน่าตกใจเช่นนี้ ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นหลายส่วน

 

หลังจากที่สิ้นเสียง เยี่ยจงก็ได้จ้องมองไปบริเวณท่ามกลางสนาม ที่มีร่างของเสวี่ยซินพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว และในตอนนี้เสวี่ยซินราวกับมิได้สังเกตุเห็นอันใดก็มิปาน ร่างของเขาสั่นขึ้นคราหนึ่ง เพียงแต่ว่าได้จ้องมองมาทางด้านหน้าด้วยสายตาอันดุร้าย สีหน้าตื่นเต้นดีใจ

 

“ เป็นไปได้อย่างไรกัน ? “

 

เยี่ยจงมองกลับไปทางด้านเสวี่ยซินอยู่มองมาอยู่บริเวณทางด้านหน้า ก็พบว่าบริเวณทางท่ามกลางของห้องโถงใหญ่เมื่อครู่ ตอนนี้ก็ได้ปรากฏหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมา ในตอนนี้ บริเวณท่ามกลางหลุม ก็ได้มีแผ่นหินโลหิตเผยให้เห็นด้านหนึ่ง ด้านบนแผ่นหิน ได้มีตัวอักขระสีแดงจำนวนมากไหลเวียนไปมาไม่หยุด อีกทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นแผ่กระจายออกมา ทำให้หนาวเย็นไปทั่วทั้งร่างกาย

 

“ ที่แท้คืออันใด ......... “

 

หลิงเยวี่ยและพวกในตอนนี้กำลังตรวจสอบสิ่งที่เห็น สีหน้าของแต่ละคนได้เกิดความสงสัยเหม่อมองไปที่แผ่นศิลาหินโลหิตแผ่นนี้ ตอนนี้ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถที่จะมองเห็น แผ่นศิลาหินสีเลือดแน่นอนว่าไม่ธรรมดา แต่ว่าความเป็นมานั้นควจะไม่ธรรมดา แต่ก็ไม่มีผู้ใดที่สามารถกล่าวได้ว่าคือสิ่งใด

 

“ นี้คือ ? “ หวินหลิงหดนัยน์ตาจ้องมอง นางในเวลานี้ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคิดไม่ออกว่าเป็นอันใด แต่เท่าที่ทราบก็คือ สิ่งนี้ไม่ธรรมดาสามัญ

 

“ จารึกเสวี่ยหยวน “ เยี่ยจงหดนัยน์ตาจ้องมองไปอย่างช้าๆ หลังจากนั้นเขาก็ได้สูดลมหายใจคำหนึ่ง ท่ามกลางนัยน์ตาก็ได้ปกคลุมไปด้วยความหวาดกลัวอันล้ำลึก ว่าแม้แต่เขาก็ยังคิดไม่ถึง ของสิ่งนี้กลับสามารถที่จะปรากฏในที่แห่งนี้

 

“ จารึกเสวี่ยหยวน ? ตามที่เล่าขาน หากว่าฝึกปรือในที่ใกล้เคียง นับเป็นสมบัติล้ำค่าที่จะเพิ่มโอกาสในการบรรลุเข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่แปดได้ ? นี้ถือได้ว่าเป็นศาสตราวุธระดับสูงที่เรียกได้ว่าเข้าใกล้ความเป็นอาวุธเซียนแล้ว ? สมบัติเช่นนี้ เหตุใดจึงมาปรากฏในที่นี้ได้กัน ? “ ร่างกายของหลิงเยวี่ยสั่นเทาเล็กน้อย ถึงแม้ว่านางจะจำจารึกเสวี่ยหยวนไม่ออก แต่ว่าทันทีที่เยี่ยจงเอ่ยออกมา นางก็นึกถึงสมบัติชิ้นนี้ขึ้นมาได้

 

กล่าวกันว่า ระดับชั้นของศาสตราวุธ ศาสตราวุธที่อยู่ในระดับสูงกว่านั้น ได้ถูกเรียกขานกันว่าศาสตราวุธเซียน ถ้าหากสามารถครอบครองได้แม้เพียงชิ้นเดียวก็ถือได้ว่ามีพลังความสามารถที่ยิ่งใหญ่แล้ว และกล่าวได้ว่าจารึกเสวี่ยหยวนนี้ เป็นสิ่งที่มิใช่ปรมาจารย์สร้างศาสตราวุธจะสามารถสร้างออกมาได้ กลับกันมันเป็นเพียงแค่ศาสตราวุธที่จัดอยู่ในกลุ่มที่เกิดมาจากพลังแห่งฟ้าดิน กล่าวถึงศาสตราวุธโดยทั่วไปแล้ว ก็มิได้มีความสามารถอันใด แต่ว่าก็มีสิ่งที่สิ่งอื่นไม่มี ยกตัวอย่างเช่นศาสตราวุธที่อยู่เบื้องหน้านี้เรียกได้ว่าเข้าใกล้กับศาสตราวุธเซียน ศาสตราวุธเซียนนี้มีชื่อที่เรียกขานกันว่าจารึกเสวี่ยหยวน ผลลัพธ์ก็คือทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ใกล้ กำลังภายในมีความเปลี่ยนแปลงอย่างประหลาด การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ สามารถที่จะทำให้เพิ่มความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่แปดซานกวานทงได้ กล่าวอย่างง่ายดาย ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้ยอฝีมือ ไม่ว่าจะมาจากรัฐใดก็ตาม สมบัติชิ้นนี้ถือได้ว่าเป็นสมบัติที่มีค่าอย่างมากที่สุด

 

ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นรัฐใหญ่ทั้งสามแห่งนี้ ก็ไม่มีเคยได้ยินขุมกำลังใดที่มีศาสตราวุธเซียนแม้แต่ชิ้นเดียว

 

“ รัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาในครั้งโบราณกาล เพื่อที่จะจารึกเสวี่ยหยวนนี้ ? เสวี่ยหยวน ? รัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา ? เกรงว่าสิ่งของชิ้นนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา ไม่ว่าจะอย่างไร ก็มิอาจให้พวกเขาสามารถครอบครองของชิ้นนี้ “ เยี่ยจงจู่ๆก็ได้เปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน “ แน่นอนว่าไม่อาจที่จะให้รัฐเสวียหยวนหวังเฉาเอาไปได้ ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ เพื่อที่จะปิดปาก พวกเขารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาคงไม่อาจให้พวกเราสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แม้แต่คนเดียว “

 

หลังจากที่เงียบงัน สีหน้าหลิงเยวี่ยและพวกต่างก็เยียบเย็นขึ้น ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ทราบถึงเป้าหมายของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา พวกเขามิอาจที่จะทำความเข้าใจได้ รัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาเหตุใดถึงเดิมพันไว้สูงขนาดนี้ ตอนนี้นับได้ว่าเข้าใจขึ้นมาเกือบจะทั้งหมดแล้ว ขอเพียงรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาแล้วสามารถทำได้สำเร็จแล้วละก็ละก็ เกรงว่ารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาที่ลงทุนมากมายถึงขนาดนี้ ยังไงซะพวกเขาก็มีแต่ต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น

 

ถ้าหากจารึกเสวี่ยหยวนตกอยู่ในการครอบครองของพวกเขาจริงแล้วละก็ เกรงว่าสถานการณ์ต่อจากนี้ แม้แต่คิดก็ยังไม่กล้า

 

“ จารึกเสวี่ยหยวน ? ที่แท้ก็เป็นจารึกเสวี่ยหยวน ? “

 

ในบริเวณอีกหลายฝ่ายอย่างเช่นหลินเก้ง เหลียนคายหยู่ ฟานหลิงเป็นต้น ตอนนี้สีหน้าของแต่ละคนก็ได้แสดงความตกตะลึงขึ้นมาในบริเวณที่มองเข้าไป นัยน์ตาปรากฏไปด้วยยากที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็น

 

เมื่อศาสตราวุธที่อยู่นอกเหนือจากที่ทั้งสามรัฐใหญ่เคยมีมาปรากฏขึ้น โดยทั่วไปแล้ว ต่อให้เป็นทักษะยุทธ์ที่เคยปรากฏขึ้นในยุทธ์ภพที่อยู่ในระดับวิญญาณอย่างน้อยก็เพียงพอที่จะสามารถดึงดูดสัตว์ประหวาดเข้ามาได้แล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่เกินไป

 

แต่ว่าจะมีผู้ใดคาดคิดได้ การมายังถ้ำหงส์หยาในครั้งนี้ ถึงกับมีของสิ่งนี้ปรากฏขึ้นมา ?

 

เมื่อเทียบกับจารึกเสวี่ยหยวนแล้ว ก่อนหน้านี้ผู้คนจำนวนมากที่ได้รับม้วนคัมภีร์ยุทธ์เหล่านั้น แทบไม่ต่างจากเศษขยะชิ้นหนึ่ง ถึงแม้ว่าม้วนคัมภีร์เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่กายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนที่ระเบิดตัวเองไปแล้วหลงเหลือเอาไว้ แต่ว่า ตอนนี้กลับมีผู้คนมองเห็นอยู่ในสายตา สายตาของผู้คนทั้งหมด ต่างก็มีแต่เพียงจารึกเสวี่ยหยวนเท่านั้น

 

“ ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร จารึกเสวี่ยหยวนนี้ก็มิอาจที่จะตกอยู่ในมือของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา ไม่เช่นนั้นพวกเรารัฐต้าโจวหวังเฉาคงเกิดความยุ่งยากแล้ว “ สีหน้าของหลินเก้งปั้นยากขึ้น แล้วเอ่ยปากกล่าวออกมา

 

“ แต่ให้ต้องทำลายของชิ้นนี้ไป ก็มิอาจที่จะให้ตกอยู่ภายใต้การครอบครองของพวกเขา “ คุณชายเสเพลฟานหลินเอ่ยปากขึ้นเช่นกัน จากนั้นเขาก็มิงไปที่คุณชายควางโซวเหลียนคายหยู่คราหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายนับได้ว่ามีความคุ้นเคยใกล้ชินกันอยู่หลายส่วน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะคำนวณอย่างไร ถ้าพวกเขาเป็นคนของรัฐเหร่ยเทียนหวังเฉาแล้วละก็ เช่นนั้นก็ยิ่งทำทำลายมันให้สิ้นซาก หรือแม้แต่ลัทธิมนต์ดำของผางเจี่ย หลังจากที่ครุ่นคิดแล้ว ต่างก็เห็นด้วยกับความคิดของฟานหลินทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาในตอนนี้ได้มีความเห็นเป็นอย่างเดียวกันแล้ว

 

ยอดฝีมืออื่นๆที่ยังเหลืออยู่ ก็เริ่มที่จะมีบางคนนึกออกแล้วว่าเป็นสิ่งใด แต่ว่าต่อให้มีคนที่จดจำได้สิ่งของที่ปรากฏออกมาในตอนนี้คือจารึกเสวี่ยหยวนแล้ว ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นตกใจอย่างถึงที่สุด พวกเขาเหม่อมองไปยังแผ่นจารึกเสวี่ยหยวน สีหน้าหดหู่อย่างถึงที่สุด

 

อย่างน้อยเสวี่ยซินและเสวี่ยสือก็มีเพียงแค่สองคน ภายในครึ่งลมหายใจ ก็ได้ปลุกปลอบสติกลับมาให้ร้อนแรงอย่างถึงที่สุด ทันใดนั้น ทั้งสองคนก็หัวเราะอย่างเย็นชาขึ้นอย่างกะทันหัน

 

“ ฮา ฮา ฮา คิดไม่ถึงว่าการมีอยู่ของจารึกเสวี่ยหยวนนั้นจะมีอยู่จริง ที่เป็นดั่งจารึกของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา ที่แท้ก็เป็นจริง ฮา ฮา ฮา “       

 

เสียงหัวเราะได้ทอดลง เสวี่ยซินก็ได้หันกายไปในทันที จ้องมองไปอย่างเยียบเย็นไร้ที่เปรียบ ไปจนถึงยอดฝีมือทั้งหมดที่อยู่สนาม ทันใดนั้นเอง พลังลมปราณในร่างเสวี่ยซินก็ได้แข็งแกร่งไร้ที่เปรียบ เริ่มต้นที่จะค่อยๆแผ่กระจายกันออกมา

 

“ ทุกท่าน ช่างดีเหลือเกิน ข้าจะกล่าวเพียงครั้งเดียว จารึกเสวี่ยหยวนนี้ เป็นทุกอย่างของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาของข้า หากใครคิดที่จะตุกติก ก็อย่าได้หาว่ารัฐเสวี่ยหวังเฉาข้าไม่เกรงใจอีก “

 

“ ตอนนี้ให้เวลาแก่พวกเจ้าสามลมหายใจ ผู้คนที่ยังไม่ถอยออกไปภายในสามลมหายใจ จะฆ่าจนไม่เหลือ “

 

เสียงอันเยียบเย็น ได้ถูกเอ่ยออกมา ทำให้ทุกผู้คนสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET