เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 117 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.117 - การลงมือของยอดฝีมือทุกคน


ตอนที่ 117 การลงมือของยอดฝีมือทุกคน

 

 

“ บรึม “

 

ท่ามกลางนัยน์ตาของกะโหลกสีเลือดก็ได้ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีอ่อน ทันใดนั้นก็พบว่ามันได้ก้าวออกมาก้าวหนึ่ง ฝ่ามือของกะโหลกสีเลือดก็ได้กวาดไปยังบริเวณทางด้านหน้า

 

“ เช้ง เช้ง เช้ง “

 

ราวกับพบเห็นความเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าอย่างที่สุด แต่ว่าความเร็วของฝ่ามือนี้เรียกได้ว่ามีความเร็วที่สูงยิ่ง วินาทีนั้นก็พบว่าเสวี่ยซินและเสวี่ยสือสองคนได้โจมตีเข้าปะทะในเวลาเดียวกันจนปะทุออกมา และฝ่ามือนั้นก็ได้หยุดลงราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น เพียงแต่เข้าหาเสวี่ยซินที่อยู่บริเวณไปทางด้านของประตู

 

ทันใดนั้นเอง เสวี่ยซินก็ได้เกิดความลังเลครู่หนึ่ง เขาคิดไม่ถึงว่า การโจมตีของกะโหลกสีเลือดผู้นี้ถึงกับมีความแข็งแกร่งได้ถึงขั้นนี้ วินาทีต่อมา เลือดลมภายในกายก็ได้ไหลเวียน ไอโลหิตก็ได้รวมตัวกันบนแขนขวาของเขา จากนั้นก็ได้ออกไปปะทะทันใด

 

“ ตูม “

 

พลังหมัดฝ่ามืออันรุนแรงได้เข้าปะทะเข้าด้วยกัน ราวกับเห็นสายลมที่เปลี่ยนไปบนฝ่ามือของกะโหลก  ตอนนี้เหมือนกับว่าได้เข้ากระทบกับเหล็กกล้า หมัดที่ใช้ออกด้วยพลังทั้งหมดของเสวี่ยซิน เพียงแค่สามารถทำให้กะโหลกสีเลือดนี้ถอยหลังไปหลายก้าวเท่านั้น และตัวเขาเองถึงแม้จะฝืนต้านรับการโจมตีนั้น ร่างกายก็ได้ถอยออกไปติดต่อกันหลายก้าวทันที สีหน้าปกคลุมไปด้วยความดุร้ายอย่างที่สุด

 

ทว่าเสวี่ยซินก็มิได้ถอยไปในตอนนี้ พวกเขาเสวี่ยหยวนหวังเฉาวางแผนมานานหลายปี เพื่อที่จะกระทำการใหญ่โตนี้ จะอย่างไรในสถานการณ์ที่ยังมิได้แม้แต่เริ่มต้น ก็ถึงกับยอมแพ้ ? ดังนั้น หลังจากที่ขบเคี้ยวเขี้ยวฟันแล้ว เสวี่ยซินก็โบกมือคราหนึ่ง และร่างกายของเสวี่ยสือทั้งสองคนก็ได้ดีดตัวออกไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว เข้าปะทะทิศทางทั้งสองด้านบริเวณที่กะโหลกสีเลือดอยู่เข้าไป

 

การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่อันน่าเศร้า ราวกับได้ปะทุขึ้นมาทันที

 

เยี่ยจงและพวกที่อยู่บริเวณทางด้านหลัง ก็ได้หรี่สายเหม่อมองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่ปะทุขึ้นมาในทันทีนี้ สีหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็นปั้นยากหลายส่วน พลังฝีมือของกะโหลกสีเลือดนี้เมื่อเทียบกับหุ่นเชิดสงครามเมื่อครู่ยังนับได้ว่าแข็งแกร่งกว่าเยอะมาก ต่อให้เป็นเสวี่ยซินและเสวี่ยสือที่ตอนนี้ทั้งสองคนได้กักเก็บพลังไว้ตลอดมาของพลังฝึกปรือขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ด แต่ว่าก็ยังต้องถูกกดดันกลับมาจนพ่ายถอน

 

“ ที่ก็คือพลังฝีมือของยอดฝีมือขอบเขตเซียนงั้นหรือ ? กายทิพย์โครงกระดูกนี้ เกรงว่ายังมิได้มีพลังถึงครึ่งของพวกที่แท้จริงในตอนที่มีชีวิตอยู่ด้วยซ้ำ แต่ว่าความน่าหวาดกลัวเช่นนี้ หากว่าเป็นยอดฝีมือขอบเขตเซียนที่แท้จริง พลังฝีมือเช่นนั้นจะมีความน่ากลัวถึงระดับใดกัน ? “

 

คำถามเหล่านี้ได้ปรากฏขึ้นอยู่บนหัวของผู้คนไม่น้อย เห็นได้ชัด พลังการต่อสู้ของโครงกระดูกนี้ ได้เกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดเอาไว้แล้ว

 

มีเพียงแค่เยี่ยจงที่สูดลมหายใจเข้าคำหนึ่ง สีหน้าทอแววแปลกใจหลายส่วน เขาที่เคยมีคุณสมบัติทะลวงผ่านขอบเขตสามนภาเมื่อก่อนหน้านี้ของเขา เพียงแค่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนแค่คนเดียว พลิกมือคราเดียวก็เพียงพอที่จะตบให้ตายได้ แต่ว่าก็คิดไม่ถึง วันนี้กลับต้องถูกกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนกดดันเอาไว้ นับได้ว่าสายลมแม่น้ำยังสามารถเปลี่ยนทิศ(ลมเปลี่ยนทิศ)

 

ทว่าความคิดก็เป็นได้แค่ความคิด เยี่ยจงก็คาดคิดเอาไว้อย่างดี โครงกระดูกด้านหน้าในเวลานี้ แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดาแต่อย่างไร ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ ยอดฝีมือขอบเขตเซียนประเภทนี้ แน่นอนว่าไม่มีพลังฝีมือพอที่จะหยุดยั้งตนเองหลังจากที่ตนเองได้กลายเป็นได้แค่ซากศพแล้วเท่านั้น

 

“ ซู่ ซู่ ซู่ “

 

ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่มีสีหน้าปั้นยากทันที หุ่นเชิดสงครามเหล่านั้นที่ความจริงได้สูญสิ้นพลังการต่อสู้ไปแล้ว ร่างกายก็ได้สั่นขึ้นอย่างกะทันหัน พุ่งพรวดออกไปปานสายฟ้าก็มิปาน เข้าหาบริเวณทางด้านของเสวี่ยซินทั้งสองคนอยู่ดังหวืดออกไป

 

ท่ามกลางการต่อสู้ครั้งใหญ่เมื่อครู่ที่ดูน่าเศร้านี้ เหล่าหุ่นเชิดสงครามก็ได้มีอยู่หลายตัวที่สูญสิ้นความสามารถในการต่อสู้ไปแล้ว แต่ว่าต่อให้เป็นในเวลานี้ ตอนนี้ก็ยังคงหลงเหลือสี่ตัวที่มีสภาพที่ดีอยู่

 

“ ซวบ ซวบ ซวบ “

 

หุ่นเชิดสงครามทั้งสี่ตัวนี้ได้เข้ามาสู่วงล้อมการต่อสู้ วินาทีนั้นก็ได้ทำให้สีหน้าของเสวี่ยซินและเสวี่ยสือทั้งสองคนปั้นยากขึ้นอย่างถึงที่สุด เมื่อครู่ที่พวกเขาทั้งสองคนร่วมมือกันต่อกรกับกะโหลกสีเลือดนั้นก็ได้พ่ายถอยไปแล้ว แต่ว่าในตอนนี้ก็ได้เพิ่มหุ่นเชิดสงครามอีกสี่ตัว เกรงว่าไม่ต้องรอผ่านไปหลายรอบ ในวันนี้ทั้งสองคนก็คงต้องทอดร่างอยู่ในที่แห่งนี้แล้ว

 

“ เยี่ยจง พวกเจ้าหากเอาแต่ดูต่อแล้วละก็ ทุกคนก็จะไม่มีทางออกได้แล้วนะ “

 

ร่างกายสั่นขึ้นคราหนึ่ง เงาโลหิตที่เปลี่ยนเป็นประกายแสงก็ได้โจมตีออกไปด้วยความน่าหวั่นเกรง เสวี่ยซินกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บใจ

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็หัวเราะเย็นชาคราหนึ่ง แต่ก็มิได้ตอบกลับ นอกจากคนอื่นที่ต่างก็ลงมือแล้ว ไม่เช่นนั้นแล้วละก็ เขาเองก็จะไม่ลงมือแน่นอน

 

“ ข้าน้อยหลินเก้งแห่งโรงฝึกจ้านหวัง คุณท่านเยี่ยจง ยังมีคุณท่านฟางหลิง คุณท่านเหลียนคายหยู่ พวกเราสี่คนลงมือพร้อมกัน สนับสนุนพวกเขาด้วยกันจัดการกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนนั้นดีไหม ? “ เมื่อพบว่าพวกเสวี่ยซินสองคนราวกับใกล้ที่จะไม่ไหวภายในสนาม สี่กองกำลังโลหิตแห่งโรงฝึกจ้านหวังผู้ที่เป็นผู้นำ ก็ได้มองไปทางด้านเยี่ยจงและพวกคราหนึ่ง จึงเอ่ยปากกล่าวเสียงเบาออกมา

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงและพวกก็ได้พยักหน้าช้าๆ เพียงแต่ผายมือออกทำทางเกรงใจไม่กล่าวอันใด หลินเก้งนับได้ว่าเป็นเพียงไม่กี่คนที่ สมควรเป็นผู้ที่มีพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งมากที่สุดในไม่กี่คนภายในสนามแห่งนี้ เพิ่มเสวี่ยซินและเสวี่ยสือทั้งสองคน หกคนผสานมือกัน หากต้องการที่จะต่อกรกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนสมควรที่จะไม่ยาก

 

“ ได้ “ หลังจากที่เงียบงัน หลังจากที่เยี่ยจงครุ่นคิดชั่วครู่ ก็ได้มองไปทางด้านฟานหลิงแล้วพยักหน้า เหลียนคายหยู่และอีกสองคน จากนั้นสายตาก็ได้มองไปกำลังการต่อสู้ของเหล่ายอดฝีมือคนอื่นๆ กล่าวเสียงดังกังวาน “ ถ้าหากต้องการที่จะลงมือแล้วละก็ หุ่นเชิดสงครามที่เหลืออยู่ทั้งสี่ตัว ก็ขอรบกวนทุกท่านด้วย ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร ก็ต้องพร้อมใจร่วมมือกันมิใช่หรือ ? “

 

ในครั้งนี้ ความคิดเห็นของเยี่ยจงนี้กลับไม่มีผู้ใดคัดค้าน ไม่ว่าจะกล่าวอย่างไร พลังทั้งหมดของเยี่ยจงและพวกที่ได้ถูกจัดได้ว่าโดดเด่นในด้านกำลังการต่อสู้ที่มากที่สุดเข้าต่อกรกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียน แน่นอนว่าไม่อาจที่จะต่อกรไปพร้อมกับเหล่าหุ่นเชิดสงครามอีกได้

 

หากว่าไม่หาเรื่องให้แก่ยอดฝีมือคนอื่นๆทำแล้วละก็ เยี่ยจงก็คงไม่อาจที่จะวางใจในขณะที่พวกเขาได้จัดการกับความยุ่งยากเหล่านี้อย่างยากลำบากแล้ว ก็จะถูกเด็กน้อยที่ไม่ทราบที่มาที่ไปเหล่านั้นแทงหลังแย่งชิงทุกอย่างไป

 

“ คุณท่านเยี่ยจงโปรดวางใจ ข้าและพรรคพวกจะรับผิดชอบจัดการกับหุ่นเชิดสังหารทั้งสี่ตัวเอง “

 

หลังจากที่ภายในสนามได้มียอดฝีมือคนอื่นเกิดความลังเล ต่างก็ได้พยักหน้าแล้วตอบกลับมา เกี่ยวกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนนี้ แน่นอนว่าพวกเขาไม่อาจที่จะไม่เป็นห่วงได้ แต่ว่าถ้าหากเป็นการต่อกรกับเหล่าหุ่นเชิดสงครามแล้วละก็ พวกเขายังนับว่าสามารถกระทำได้อยู่

 

“ เยี่ยจง เจ้าเองก็ต้องระวังไว้หลายส่วน “ ซูหยี่เอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา

 

“ น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่โตอันใด ทว่าพวกท่านก็ระวังกันเอาไว้ ถ้าหากเห็นท่าไม่ดี สิ่งแรกก็คือจากไปก่อนได้เลย ข้าค่อยคิดหาวิธีในการออกไปเอง “ เยี่ยจงพยักหน้า หลังจากที่สั่งเสียไปแล้ว จากนั้นหลินเก้งก็ได้เป็นผู้นำทะลวงเข้าไป ฝ่าเท้าของเขาเมื่อได้ถึงพื้นเพียงเล็กน้อย ร่างกายก็ได้ดีดพุ่งออกไปในทันที และอีกหลายคนที่เหลือก็ได้มุ่งหน้าเข้าไปล้อมรอบบริเวณที่กะโหลกสีเลือดอยู่

 

ในช่วงเวลาที่เยี่ยจงและพวกลงมือ ยอดฝีมืออื่นๆที่อยู่ท่ามกลางห้องโถงใหญ่แต่ละคนก็ได้ลงมือ เข้าไปดึงดูดเหล่าหุ่นเชิดสงครามในทันที จากนั้นทักษะยุทธ์เป็นสายก็ได้เข้าปะทะจนระเบิดออกมา กับฉากที่เป็นอยู่เช่นนี้ เหล่าหุ่นเชิดนั้นมิได้มีพละกำลังเหมือนดั่งตั้งแต่เริ่มแรก

 

พบว่าเยี่ยจงและพวกตัดสินใจที่จะลงมือ สีหน้าของเสวี่ยซินก็ค่อยเปลี่ยนเป็นดีขึ้นมาอยู่หลายส่วน เขาได้ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาคำหนึ่ง กล่าวเสียงเบา “ ทุกท่าน ลงมือร่วมกันเถอะ ยังดีที่โครงกระดูกนี้ยังใช้ทักษะยุทธ์ไม่เป็น ยังจัดอยู่ในระดับที่พวกเราสามารถที่จะล้อมต่อกรได้ “

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเสวี่ยซิน คนอื่นๆต่างก็พยักหน้าเบาๆ ทว่าทุกคนที่อยู่ในสนาม ต่างก็นับได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่ไม่ธรรมดา ประสบการณ์การต่อสู้ที่มากมายอย่างล้นหลาม ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะพยักหน้าตอบรับ แต่ว่าเมื่อได้ยินคำพูดของเสวี่ยซิน กลับไม่มีผู้ใดที่กล้าเชื่อใจทั้งหมด

 

“ ลงมือเถอะ “

 

สีหน้าที่เย็นชาของหลินเก้ง ปัดมือขวาไปคราหนึ่ง ดาบยาวสีเลือดด้ามหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นอยู่บนใจกลางฝ่ามือ ทันใดนั้นประกายดาบก็ได้สาดส่องออกมา จากนั้นก็ได้ประทับประกายดาบเข้าหากะโหลกสีเลือดลงไป

 

หลังจากที่หลินเก้งลงมือ เสวี่ยซินและเสวี่ยสือทั้งสองก็ได้ลงมืออีกครา เงาโลหิตไหลเวียนเป็นสาย จนกลายเป็นการโจมตีที่น่าหวาดหวั่นสะท้านฟ้าปะทะออกไป

 

เมื่อได้เห็นฉากเบื้องหน้า เยี่ยจง เหลียนคายหยู่ ฟานหลิงรวมสามคนก็ได้ลงมือร่วมกันอีกครา อีกทั้งภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ระหว่างการลงมือของทุกคนนั้นไม่มีแม้แต่การเก็บรั้ง วินาทีนั้น เสียงร้องอันเจ็บปวดไร้ที่เปรียบจากการโจมตีนับไม่ถ้วนที่ประทับไปยังร่างของกะโหลกสีเลือด ทำให้ร่างต้องปะทุเปลวเพลิงออกมาเป็นสาย

 

กะโหลกสีเลือดถึงแม้ว่าจะได้พึ่งพาเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของยอดฝีมือขอบเขตเซียนก่อนที่จะตายไป ดังนั้นการโจมตีล้อมตีของเยี่ยจงและพวกนี้ นับตั้งแต่เริ่มก็เรียกได้ว่ามีหลายส่วนที่มือพัลวันเท้ายุ่งเหยิง

 

“ บรึม “

 

เมื่อสายตาทุกคู่ที่พบเห็นผลลัพธ์ของการล้อมโจมตีนี้แล้ว ทันใดนั้นเสวี่ยซินก็ได้ชักมือออกไป กดลงไปที่บริเวณหน้าอกของกะโหลกสีเลือดนี้ แล้วก็กดลงไปที่กระดูกสันลงชิ้นหนึ่งลงไป พลิกมือเข้าไปเก็บแหวนจักรวาลที่อยู่ด้านใน

 

“ เจ้าเด็กน้อยผู้นี้ คิดที่จะทำอันใดกัน ? “

 

เยี่ยจงก็ได้ตบฝ่ามือออกไป บริเวณใจกลางฝ่ามือได้รวบรวมพลังกระบี่ตราประทับ ภายใต้ฝ่ามือนี้ได้ทำให้ภายนอกซากศพนี้ที่เดิมทีเต็มไปด้วยสีเลือดก็ได้ยิ่งเข้มขึ้นหลายส่วน และการเคลื่อนไหวเช่นนี้ของเสวี่ยซินก็ได้ทำให้จิตใจของเยี่ยจงเกิดความสงสัย ทันใดนั้นเอง เขาก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป ใช้มือคว้าออกไป

 

ทว่าหลังจากที่ได้มองดูการคว้ากระดูกสันหลังอยู่หลายครา เยี่ยจงทำราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เขานั้นมิใช่เผ่าพันธุ์ปีศาจ ไม่อาจที่จะนำกระดูกซากศพมาฝึกปรือเพื่อเพิ่มพลังได้

 

เมื่อพบเห็นเยี่ยจงเลียนแบบการกระทำ นัยน์ตาของเสวี่ยซินก็ได้ทอประกายอาฆาตขึ้นมาสายหนึ่ง ทว่าเขาก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นก็มิปาน และทันใดนั้นที่ตบฝ่ามือออกไปอีกครา กล่าวเสียงดัง “ ทุกท่าน เพิ่มกำลังเข้าไปอีก กะโหลกสีเลือดนี้ดูท่าจะทานทนได้อีกไม่นานแล้ว “

 

จากคำบอกกล่าวของเสวี่ยซิน คนอื่นๆก็ทำราวกับว่ามิได้ยินก็มิปาน พวกเขาต่างก็ไม่ได้โง่เขลา ในเมื่อมองออกว่าเยี่ยจงและเสวี่ยซินสองคนได้มีทำการแย่งชิงโครงกระดูก ดังนั้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ผู้คนมากมายก็ได้ลงมือก็ได้เพิ่มความสนใจในสิ่งเล็กน้อยนี้ พวกเขาไม่รีบเร่งที่จะจัดการกับโครงกระดูกนี้ เพียงแต่แต่ละคนวุ่นอยู่กับการเก็บกวาดโครงกระดูกนี้

 

ฉากเบื้องหน้านี้ได้ทำให้เสวี่ยซินเผยสายตาอันบ้าคลั่ง แต่ว่าเขาก็มิอาจที่จะกล่าวอันใดได้มาก ที่จริงแล้วก็เป็นตนเองที่เป็นคนนำเอง เขายังจะสามารถที่จะกระโดดออกมาว่ากล่าวคนผู้อื่นไม่มีมารยาทได้อย่างไร ?

 

“ คลุกคลุกคลุก “

 

ผู้คนมากมายต่างก็ลงมืออย่างรวดเร็ว แต่ละคนก็ยื้อแย่งกระดูกเอาไว้ในมือหลายชิ้น ทว่า ถึงแม้จะเป็นเช่นนี้ กะโหลกสีเลือดนั้นก็ทำราวกับไม่รับรู้ถึงสิ่งใดๆก็มิปาน จนกระทั่งเก็บกักรวบรวมพลังอันน่าหวาดกลัวเอาไว้

 

“ สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีแล้ว “

 

หลังจากที่ได้พลิกมือเก็บโครงกระดูกอีกชิ้นเข้าไปในแหวนของตนเองแล้ว นัยน์ตาของเยี่ยจงก็ได้ปรากฏความสงสัยขึ้นมา หลังจากที่กะโหลกสีเลือดนี้ได้ถูกช่วงชิงกระดูกไปมากมาย พลังการต่อสู้ก็ได้ลดลงไปเหลืออยู่ไม่มาก ความเคลื่อนไหวก็ไม่มีอันใดที่พิเศษ ฉากเบื้องหน้านี้ไม่ว่าจะมองอย่างไร ก็เหมือนมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องอยู่หลายส่วน

 

“ ซู่ “

 

และในช่วงเวลาที่เยี่ยจงค่อยๆขมวดคิ้ว กะโหลกสีเลือดนี้ก็ได้ขยับร่างกายรวดเร็วมากยิ่งขึ้นอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ถอยกลับไปยังบริเวณที่นั่งบัลลัง และจากนั้นก็พบว่าภายในกระดูกนั้น ก็มีเลือดที่ส่องสว่างขึ้นมาราวกับกำลังแผ่กระจายออกมา

 

“ ดูเหมือน จะไม่ดีแล้วละ ......... “

 

ความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงอันตรายแบบหนึ่งภายในจิตใจ ทันใดนั้น เยี่ยจงก็ได้โบกมือคราหนึ่ง หันกายออกไปอย่างเจ็บแค้น

 

“ หนีเร็ว ออกจากห้องโถงใหญ่ “

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET