เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 115 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.115 - เรื่องราวที่เปลี่ยนไป


ตอนที่ 115 เรื่องราวที่เปลี่ยนไป

 

 

 

 

ท่ามกลางห้องโถงใหญ่เก่าแก่สูงตระหง่าน ความวุ่นวายไร้ที่เปรียบจากการแย่งชิงม้วนคัมภีร์ก็ถึงคราวสิ้นสุดลง อากาศบริเวณด้านในที่เต็มไปด้วยกลิ่นของคาวเลือดไร้ที่เปรียบ ทำให้ผู้คนต้องกรอกตาไปมา

 

ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่อาจที่มองสิ่งใดได้ออก เยี่ยจงก็ได้เหินบินถอยมุ่งหน้าไปยังทางเข้าอย่างรวดเร็ว และในเวลาเดียวกัน ยอดฝีมือของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาก็ได้ก้าวขึ้นไปบริเวณแท่นบูชาบัลลังเหล็ก เสวี่ยซินที่นำทัพอยู่ก็มีใบหน้าที่ร้อนระอุเหม่อมองไปยังฐานรองเท้าที่นั่งอยู่ไว้ด้วยกายทิพย์ ยอดฝีมือขอบเขตเซียน นี้คือเป็นดินแดนก่อฟ้าสุดท้ายของดินแดนทั้งสามที่เป็นดินแดนขนาดเล็กแห่งนี้

 

และยอดฝีมือขอบเขตเซียน ได้ถูกวางไว้กลางสามรัฐใหญ่ ในดินแดนซีฮวงทั้งมวล สามารถกล่าวได้ว่าเป็นที่สุดของยอดฝีมือแล้ว หากจะกล่าวถึงพวกเขาในสนามแห่งนี้ที่ต่างก็เป็นยอดฝีมือที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อฟ้าเหล่านี้แล้ว ขอบเขตเซียนเพียงสามคำ แม้จะเรียบง่ายแต่ก็ยากที่จะเอื้อมถึง

 

“ ขอบเขตเซียน นี่ก็คือกายทิพย์โครงกระดูกของยอดฝีมือขอบเขตเซียนงั้นหรือ …… “

 

เมื่อก้าวสุดท้ายได้ย่างเข้าไป เสวี่ยซินก็ได้มาถึงเบื้องหน้าบริเวณของโครงกระดูก ตอนนี้เขาได้จ้องเขม็งไปที่โครงกระดูกที่สวมชุดเกาะที่เต็มไปด้วยเหล็กกล้า อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากไปมา สายตาเร้าร้อนจนถึงจุดเดือดสูงสุด

 

 

    “嗤——”

ทว่าหลังจากนั้นที่ได้ก้มลงไปในทันที เสวี่ยซินก็ได้ชักมือออกไป บริเวณบนฝ่ามือได้มีร่องรอยโลหิตสว่างรวมตัวกันขึ้น เห็นได้ชัดว่าเยี่ยจงและพวกคาดเดาได้มิผิด ไม่ว่ากลุ่มคนแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาต้องการจะทำอันใด แต่ก็เป็นที่ชัดเจน เป้าหมายอันดับแรกของพวกเขาในตอนนี้ ก็คือให้เสวี่ยซินดูดกลืนกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนนี้

 

ตอนที่เสวี่ยซินได้ใช้มือคว้าจับไปที่กายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนนี้ ยังไม่ทันที่จะไก้หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นก็ได้มีความเจ็บปวดสายหนึ่งวิ่งผ่านยังบริเวณฝ่ามือ

 

ความรู้สึกเจ็บปวดอันเล็กน้อยได้ทำให้เสวี่ยซินงุนงง เขาเก็บมือกลับมาอย่างรวดเร็ว ก็พบว่าบริเวณใจกลางฝ่ามือของตนเองตอนนี้ได้มีรอยกดทับสีทองแดงอยู่เล็กน้อย และจากนั้นเลือดก็ได้ไหลรินออกมาเป็นสาย รวมตัวกันเข้าสู่ทั้งสองมือที่กำลังทำสัญลักษณ์อยู่ของกายทิพย์

 

ในตอนที่เหม่อมองดูที่บริเวณใจกลางฝ่ามือ ยังมีบาดแผลที่ปรากฏออกมาอย่างไม่มีที่มา สีหน้าของเสวี่ยซินก็เปลี่ยนเล็กน้อย ทันใดนั้น ความรู้สึกอันตรายอย่างที่สุดก็ได้ปรากฏขึ้นมายังจิตใจของเขา

 

“ นายน้อย ? เป็นไรไป ? “

 

ยอดฝีมือของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาที่อยู่ทางด้านข้างเมื่อเห็นเสวี่ยซินหยุดมือ แต่ละคนก็เกิดอาการงุนงง เอ่ยถามอย่างรีบร้อน

 

เสวี่ยนซินสะบัดมือไปมา กลับมิได้กล่าวอันใด เขาเพียงแค่จ้องมองกายทิพย์ทางด้านหน้านี้อย่างเอาเป็นเอาตาย ทันใดนั้น เขาก็ได้จ้องมองไปยังสีทองแดงเข้มบนตัวกายทิพย์อย่างดุดัน เวลาผ่านไปเพียงครู่หนึ่ง ตราประทับบนมือของกายทิพย์นี้ ก็ได้เปลี่ยนแปลงไปมาหลายแบบ

 

“ แย่แล้ว ถอย “

 

ภายในฉากเบื้องหน้า เห็นได้ชัดว่าเสวี่ยซินเหมือนกับนึกอะไรขึ้นได้ ทันทีที่ตราประทับมือเปลี่ยนแปลง เขาก็ได้ตะโกนออกมาเสียงดัง ร่างกายก็ได้ถอยออกไปปานสายฟ้า

 

ถึงแม้ว่าเสวี่ยซินจะมีการตอบสนองที่รวดเร็ว แต่ว่ายอดฝีมือแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาคนอื่นๆ นอกเสียจากเสวี่ยสือที่ถอยออกมาได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยอดฝีมือมากมายอื่นๆก็ยังอยู่ในลักษณะงุนงง ในเวลานี้กลับคิดไม่ออกว่าเหตุใดนายน้อยถึงได้จากไป แต่ว่า รอจนพวกเขาคิดมาจะติดตามมา ก็นับได้ว่าสายเกินไปแล้ว

 

โครงกระดูกที่นั่งอยู่ ในตอนนี้ก็ได้สั่นเทาขึ้นอย่างกะทันหัน ทองแดงที่ที่เป็นดั่งรอยประทับที่เกาะอยู่ตามตัวนับไม่ถ้วนก็ได้ร่วงหล่น ท่ามกลางเศษเหล็กที่หล่นมา ทันใดนั้นก็ได้ปรากฏเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นมาสองสาย

 

“ เป็นผู้ใด รบกวนการหลับฝันของข้า “

 

การปรากฏของเปลวเพลิง กายทิพของยอดฝีมือขอบเขตเซียนในตอนนี้ก็ได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา เสียงเบียดเสียดของโครงกระดูกดังกราวออกมา ในเวลาเดียวกันก็ได้ยินเสียงร้องดังอย่างเจ็บปวดขึ้นมา ทันใดนั้นก็เหมือนกับอัสนีสวรรค์ชั้นเก้าผ่าลงมาก็มิปาน

 

ทันทีที่เสียงที่ร้องดังขึ้นมา เสียงที่แตกก็ได้เปลี่ยนเป็นคงที่ขึ้นมาทันที ราวกับแรงลมประทุขึ้นมาก็มิปาน ท่ามกลางบัลลังนั้น แผ่กระจายออกบริเวณทั่วทั้งสี่ทิศแปดด้านไป

 

“ ฮูมฮูมฮูม “

 

เสียงสั่นสะเทือนแผ่ออกเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ยอดฝีมือรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉานับสิบที่มีการตอบสนองช้า ภายใต้เสียงนี้**ก็ได้เข้าสู่ร่างกายในทันที ร่างของพวกเขาพองขึ้นคล้ายกับลูกบอลหนังก็มิปานในทันทีจนเกิดริ้วรอยขึ้นตามตัว หลังจากนั้นในทันที ก็ได้ยินเสียงดังระเบิดขึ้นมาเสียงหนึ่ง ได้กระจายเลือดออกมาสาดไปทั่วบริเวณ

 

“ ชิร์ “

 

เสวี่ยซินและเสวี่ยสือทั้งสองเมื่อพบเห็นฉากเบื้องหน้า สีหน้าก็ได้เปลี่ยนเป็นปั้นยากขึ้นมาอย่างถึงที่สุด ทว่าพวกเขาก็ยังดีกว่ายอดฝีมือแห่งรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาคนอื่นๆอยู่หลายส่วน นั้นคือก็มีการเตรียมตัวเตรียมใจ ในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งสองคนที่นับได้ว่าโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างที่สุด ในเวลาเดียวกันก็ได้ฟาดมือไปที่บริเวณหน้าอกของตนเองคราหนึ่ง จากนั้นก็ได้พ่นโลหิตออกมาคำหนึ่ง พวกเขาได้ใช้

 

ทว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นก็ตาม พลังโจมตีเสียงสั่นสะเทือนนี้ก็ได้ทำให้พวกเขาใบหน้าขาวซีด กระอักโลหิตคำโตออกมาอีกครั้ง

 

“ ฮูมฮูมฮูม “

 

เสียงสั่นสะเทือนยังไม่มีทีท่าหยุดลง จนท้ายที่สุดก็ได้ไปยังบริเวณที่เกิดการแย่งชิงม้วนคัมภีร์ของเหล่ายอดฝีมือในทันที หลังจากที่มีเสียงดังเปรี้ยงคราหนึ่งก็กลับหลายเป็นดังทะเลเลือดผืนหนึ่ง เพียงแค่ในเวลาไม่นาน ยอดฝีมือที่อยู่ภายในห้องโถงใหญ่ เกินกว่าครึ่งก็ได้กลายเป็นหมอกโลหิตสายหนึ่ง

 

ฉากเบื้องหน้าที่เกิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน ได้ทำให้เหล่ายอดฝีมือแต่ละคนที่ความจริงกำลังแย่งชิงม้วนคัมภีร์กันอยู่อย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้น คนเหล่านี้ก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาได้ละทิ้งการแย่งชิงม้วนคัมภีร์ไป แล้วแต่ละคนก็ได้ถอยออกไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ได้จ้องมองไปยังบริเวณท่ามกลางของห้องโถงใหญ่

 

ไม่มีผู้ใดคาดคิดได้ว่า ห้องโถงใหญ่แห่งนี้ถึงกังเป็นเหมือนดั่งแดนประหารก็มิปาน ก่อนหน้าที่จะเข้ามายังสถานที่แห่งนี้ที่มียอดมือประมาณพันคนขึ้นไป แต่ว่าในตอนนี้ที่หลงเหลืออยู่ในท่ามกลางสนามยังมีไม่ถึงสามหลักเลย การสูญเสียเช่นนี้ ไม่อาจที่จะไม่ยอมรับได้ อีกทั้งที่รวมอยู่ในนั้น ยังมียอดฝีมือที่มีพลังอยู่ในขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดอยู่หลายคนต้องตายลงไป ฉากเบื้องหน้า ไม่อาจที่จะไม่ทำให้ผู้คนรู้สึกคันที่หนังศีรษะได้

 

ยิ่งไปกว่านั้นเสียงของการโจมตีครั้งสุดท้ายเมื่อครู่นี้ แม้แต่โรงฝึกยุทธ์จ้านหวัง สำนักเจ้าหวังก็ยังต้องสูญเสียขุมกำลังไปจำนวนมาก บุคคลเช่นคุณชายเสเพลฟางหลิง ผางเจี่ยแห่งลัทธิมนต์ดำ ถึงแม้ว่าพวกเขสจะหลบหนีออกมาได้ แต่ว่าสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้น

 

“ เสวี่ยซิน พวกเจ้ารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาที่แท้กำลังทำเรื่องผีสางอันใดกัน “

 

ผู้ที่มีปฏิกิริยากลับมาเป็นคนแรก ที่แท้ก็เป็นผางเจี่ยแห่งลัทธิมนต์ดำ คนผู้ที่นับว่าเป็นผู้ที่เคยพลาดพลั้งภายใต้น้ำมือเยี่ยจงมาก่อน ใบหน้าในตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นดุร้ายอยู่หลายส่วน เขานั้นมีความเกรงกลัวต่อเยี่ยจง แต่กับรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉานั่นกลับมิได้เกรงกลัวอันใดมากนัก ต่อมาก็อดไม่ได้ที่จะต้องเอ่ยถามด้วยวาจาเสียดแทง

 

หลังจากที่เงียบงัน ยอดฝีมือมากมายที่จ้องมองมาก็ได้กวาดตามองขึ้นๆลงๆไปยังร่างของเสวี่ยซิน นัยน์ตาปรากฏความหมายหลากหลาย เมื่อครู่หากมิใช่ตนเองมีการตอบสนองที่เร็วแล้วละก็ คงมีสภาพที่ไม่ต่างจากคนอื่นแล้ว

 

ในตอนที่ตกเป็นเป้าสายตาของยอดฝีมือมากมาย ต่อให้เป็นนิสัยอย่างเสวี่ยซิน ตอนนี้ก็ยังต้องหรอกตาไปมา ใบหน้าปั้นยาก แน่นอนว่าเขาก็คิดไม่ถึง เรื่องราวจะเปลี่ยนกลับกลายจนเป็นเช่นนี้ได้ เรื่องราวที่เปลี่ยนไป การสูญเสียยอดฝีมือภายในสนามของพวกเขารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉา ความสูญเสียเช่นนี้ เป็นสิ่งที่รัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉายากที่จะยอมรับได้

 

เยี่ยจงและกลุ่มที่ไม่เกิดความสูญเสียเกิดขึ้นก็เพราะว่าเยี่ยจงมีการตอบสนองที่รวดเร็ว แต่ว่าถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ยอดฝีมือแห่งเกาะหมอกควันก็มีไม่จำนวนไม่น้อยที่มีพลังฝีมือจัดได้ว่าต่ำ ตอนนี้ก็ได้กระอักโลหิตออกมาอยู่หลายคำ สีหน้าของพวกเขาส่อแววความกลัว หากมิใช่เยี่ยจงตอบสนองเร็วแล้วละก็ เกรงว่าคนของพวกเขาที่ต้องสูญเสียไปคงมีเกือบครึ่งหนึ่งเลย ดังนั้นในตอนนี้ พวกเขาก็ได้จ้องมองไปที่เสวี่ยซินอย่างเอาเป็นเอาตาย นัยน์ตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

 

“ องค์ชายเช่นข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าที่แท้เกิดเรื่องอันใดขึ้น ถ้าหากทราบแล้วละก็ พวกเรารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาคงมิต้องสูญเสียมากมายถึงเพียงนี้หรอก น่าจะรู้ นอกจากข้ากับเสวี่ยสือแล้ว รัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาของพวกเราก็ต้องสูญเสียยอดฝีมือไปนับสิบคนเช่นเดียวกัน “ หลังจากที่เสวี่ยซินสาดทอตาเป็นประกาย ก็ครุ่นคิดแล้วกล่าวออกมา กับการที่ต้องสูญเสียยอดฝีมือมากมายถึงเพียงนี้ ได้ทำให้ขุมกำลังของรัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างแน่นอนในทันที ถ้ากล่าวว่าก่อนหน้านี้แทบจะไม่เห็นยอดฝีมือเหล่านี้อยู่ในสายตา เช่นนั้นเขาก็เข้าใจแล้วว่า ในตอนนี้ตนเองไม่อาจที่จะดูแคลนยอดฝีมือมากมายเหล่านี้ได้อีก ไม่เช่นนั้น ต่อให้เขายังมีไพ่ตายอยู่อีก ก็ยากที่จะรับมือจากผู้คนมากมาย ความรู้ความสามารถของเขาและเสวี่ยสือทั้งสองคนนี้ ยังคงมิอาจที่จะคลี่คลายเหตุการณ์เบื้องหน้านี้ได้

 

“ มีหรือที่เจ้าจะไม่ทราบว่าเกิดอันใดขึ้น ? หากมิใช่ว่าพวกเจ้ารัฐเสวี่ยหยวนหวังเฉาวางแผนที่จะหล่อหลอมกายทิพย์ของผู้อาวุโสท่านนั้นแล้วละก็ มีหรือที่จะทำให้ผู้อาวุโสโกรธเคืองได้ ? “หลังจากที่เยี่ยจงจ้องเขม็งมองดูไปที่สีหน้าที่เปลี่ยนไปของเสวี่ยซิน จู่ๆก็หัวเราะเสียงเย็นเยียบออกมาคำหนึ่ง เขานั้นไม่ต้องการที่จะมาล้มอยู่ในตอนนี้อย่างแน่นอน

 

เมื่อได้ยินน้ำเสียงของเยี่ยจง ยอดฝีมือรอบด้านก็ได้เปลี่ยนมามองทางด้านนี้ทันที สายตาที่มองมายังร่างของเสวี่ยซินนั้นก็เต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีการฆ่าฟัน

 

เสวี่ยซินกรอกนัยน์ตาไปมา ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน เขาเข้าใจตนเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ที่สมควรจะจัดการมากที่สุดก็คือเยี่ยจง แต่ว่าเขาก็ยังทราบอีกข้อ ตอนนี้เขานั้นได้สูญสิ้นคุณสมบัตินั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาหลังจากที่เขาสาดสายตาเป็นปะกาย ก็ค่อยทำท่าคารวะไปทั่วสี่ด้านแล้วกล่าว “ ทุกท่าน เรื่องในคราวนี้ถือได้ว่าเป็นความผิดขององค์ชายเช่นข้าเอง แต่ว่า สิ่งที่พวกเราต้องทำในตอนนี้ สมควรที่จะมิใช่หาผู้ใดมารับผิดชอบ แต่สมควรเป็นร่วมมือกันจัดการกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนผู้นี้ หากว่าองค์ชายเช่นข้าเดาได้มิผิดแล้วละก็ สิ่งที่คอยควบคุมกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนจนสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ สมควรที่จะเป็นเศษเสี้ยวแห่งจิตสำนึกกำลังกระทำอยู่ แต่ว่าถ้ากล่าวให้ชัดเจนก็คือ ภายในกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนนี้ ต้องมีความลี้ลับบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขีดจำกัดของระดับพลัง ขอเพียงพวกเราร่วมมือกัน แน่นอนว่าจะสามารถจัดการกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนลงได้ ได้ครอบครองสมบัติมีค่ามากมาย “

 

“ ชิร์ กล่าวได้น่าฟังเสียจริง ลองโดนการโจมตีเฉกเช่นเมื่อครู่อีกครั้งแล้วละก็ พวกเราภายในนี้อย่างน้อยก็คงต้องลดน้อยลงอีกส่วนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้กายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนมีความลับอันใดแล้วละก็ ผู้คนมากมายเช่นนี้พวกเราจะแบ่งกันอย่างไร ? แบ่งเป็นส่วนๆหรือ ? ไร้สาระ “ สี่กองกำลังโลหิตแห่งโรงฝึกจ้านหวัง ผู้ที่เป็นผู้นำก็ได้หัวเราะอย่างเย็นชาแล้วกล่าว เมื่อครู่นี้พวกเขาโรงฝึกจ้านหวังก็ได้สูญเสียยอดฝีมือไปหลายคนเช่นกัน เลยทำให้พวกเขานั้นโกรธแค้นอย่างที่สุด

 

“ ในเมื่อแย่งชิงม้วนคัมภีร์มาได้แล้วหนึ่งม้วน จากนั้นก๊อกจากที่นี้เถอะ “ มีคนกล่าวเสียงแผ่วเบา พลังฝีมือของกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนนี้น่าหวาดกลัวจนเกินไป ผู้คนในที่นี้ไม่มีใครที่คิดที่จะปะมือกับมันด้วยเลย

 

“ ไร้สาระ หากว่าองค์ชายอย่างข้าคาดเดาได้ไม่ผิดแล้วละก็ หากว่ายังไม่มีหนทางในการกำจัดกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียน ต่อให้พวกเจ้าได้ม้วนคัมภีร์ทักษะยุทธ์ไป พวกเจ้าก็ใช่ว่าจะสามารถปลดผนึกมันออกมาได้ ถ้าไม่เชื่อ พวกเจ้าก็ลองนำม้วนคัมภีร์ทักษะยุทธ์ของเด็กน้อยเหล่านั้นมาทดสอบดูตอนนี้เลย “ สีหน้าเสวี่ยซินปรากฎความลังเล ทันใดนั้นก็เอ่ยปากตอบกลับมาไม่หยุดหย่อน

 

หลังจากที่เงียบงัน ต่อให้เป็นเยี่ยจงก็ยังหน้าถอนสี เขาพลิกมือแล้วนำม้วนคัมภีร์ทักษะยุทธ์ออกมากวาดตาดู ทันใดนั้นก็ต้องกรอกตาไปมา เป็นเช่นนั้น ม้วนคัมภีร์ได้มีผนึกติดเอาไว้อยู่ หากนับตามสายตาของเยี่ยจงมองแค่คราเดียวก็ดูออก เสวี่ยซินมิได้หลอกลวงพวกเขา ถ้าหากไม่จัดการกับกายทิพย์ของยอดฝีมือขอบเขตเซียนผู้นี้แล้วละก็ ม้วนคัมภีร์เล่มนี้ก็คงจะกลายเป็นเสียขยะชิ้นหนึ่งเท่านั้น .........

.

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET