เทพยุทธ์สะท้านภพ ตอนที่ 104 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

เทพยุทธ์สะท้านภพ

Ch.104 - ลานโอสถห้องโถงใหญ่


ตอนที่ 104 ลานโอสถห้องโถงใหญ่

 

 

“ ถี่ “

 

ร่างกายทะยานเข้าไปท่ามกลางด้านในของประตูอารามอย่างรวดเร็ว เบื้องหน้าสายตามีแต่ความมืดสลัว ทันทีนั้นเยี่ยจงก็ได้มีปฏิกิริยากับแสงสว่างสีเหลืองที่อยู่ด้านใน

 

หลังจากที่เข้าไปได้ประมาณสิบเมตรแล้ว ฉากที่ปรากฏให้เห็นเบื้องหน้าก็มีจะมีลักษณะเป็นสวนปรากฏออกมาท่ามกลางอารามอย่างที่คิดเอาไว้หลายส่วน สวนเหล่านี้ได้ต่อกันจนเป็นสาย ท่ามกลางสถานที่เช่นนี้ยังมีการปรากฏของหินและแอ่งน้ำไม่น้อย ยังมีต้นไม้ใหญ่ที่ถูกโคนล้มลงตามสภาพอากาศที่เลวร้าย รวมกับบรรยากาศภายในอารามแห่งนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่น่าจะมีสิ่งมีชีวิตใดๆอยู่เลย

 

ทว่า ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ตอนนี้สวนแห่งนี้กลับมิได้ต่อกันส่วนอื่นเลยแม้เพียงนิดเดียว สายตาที่มองออกไป ทำให้ผู้คนมิอาจที่จะมองเห็นปลายสุดอยู่มุมหนึ่งของอารามแห่งนี้ได้ เงาร่างเป็นสายๆได้เคลื่อนไหวไปมาท่ามกลางอารามแห่งนี้ เป็นราวกับแมลงที่กำลังบินเข้าสู่กองไฟน้อยๆก็มิปาน

 

“ ช่างเป็นการลงทุนที่มากมายเสียจริง “

 

เยี่ยจงหรี่ตาจ้องมองไปยังสวนของลานขนาดใหญ่ ภายในดวงตาที่ปกคลุมเต็มไปด้วยความตื่นตกใจสายหนึ่ง ถึงแม้ว่าเขาจะเคยเห็นซากปรักหักพังอยู่ไม่น้อย แต่ซากปรักหักพังที่เขาเคยพบเห็นเหล่านั้นไม่ถึงว่าใหญ่โตเช่นนี้ แต่ว่า ที่แห่งนี้ก็ยังเป็นได้แค่สถานที่นั่งบำเพ็ญของยอดฝีมือของขอบเขตเซียนเท่านั้น ความมั่งคั่งเช่นนี้ของยอดฝีมือขอบเขตเซียน ได้ทำให้เยี่ยจงรู้สึกตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดในเวลาเดียวกัน ภายในใจของเขาที่มีต่อท่ามกลางอารามแห่งนี้ก็เริ่มที่จะเข้าใจขึ้นมาแล้วหลายส่วน

 

“ เด็กน้อยที่มาจากเกาะหมอกควันเหล่านั้นก็เริ่มที่จะตามหาสมบัติกันแล้ว พวกเราก็อย่าได้รอช้าอยู่เลย ขอเพียงเป็นของดี ก็อย่าได้พลาดไปจะดีที่สุด “ เยี่ยจงจ้องมองไปยังลานโอสถขนาดใหญ่ด้วยดวงตาที่ลุกโชน นัยน์ตาทอสาดเป็นประกายเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง เขาได้ตั้งตารอคอยว่า ท่ามกลางภายในลานห้องโถงขนาดใหญ่แห่งนี้ จะสามารถตามหาโอสถวิเศษที่จะทำให้เขาทะลวงเข้าสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดได้หรือไม่

 

“ ไป “

 

ทันใดนั้นต่อมา เยี่ยจงก็ได้โบกมือคราหนึ่ง วินาทีที่กลุ่มคนทั้งห้าได้เลือกที่จะเข้ามาในที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งออกไปด้วยความเร็วสูงสุด                                                              

 

หลังจากที่เยี่ยจงและพรรคพวกได้เข้ามายังสถานที่แห่งนี้ได้ไม่นาน ประตูทางเข้านั้นก็ได้มีเงาร่างสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมาเป็นสาย วินาทีนั้นก็ได้ทำให้อารามที่ผุพังอยู่ตามอายุที่ผ่านวันเดือนอันนับไม่ถ้วน กลับกลายเป็นเสียงของผู้คนมากมายดังออกมา

 

“ แซ๊ด แซ๊ด “

 

ทว่า ในขณะที่ผู้คนยิ่งเข้ามายิ่งมายิ่งเยอะ ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางลานกว้างเหล่านี้ก็ได้เกิดเสียงอึกทึกขึ้นมาอย่างกะทันหันทางด้านอีกฟากหนึ่ง เงาร่างของหุ่นเชิดสงครามก็ได้พุ่งออกมาเป็นสายในทันที ท่ามกลางเสียงร้องอึงอลออกมาไม่จบสิ้น บนศีรษะของหุ่นเชิดสงครามเหล่านี้มีลักษณะที่เป็นสีดำส่องสว่าง แลดูมีความน่าหวาดกลัวแผ่ออกมาในเวลานั้น วินาทีนั้นก็ได้ทำให้เด็กน้อยเหล่านั้นตอบสนองกลับมาไม่ทัน ถูกพวกมันทุบจนร่างแหลกเละกลายเป็นก้อนเนื้อชิ้นหนึ่ง

 

“ แย่แล้ว ห้องโถงนี้ถึงกับมีหุ่นเชิดสงครามเยอะขนาดนี้เชียว “

 

“ ไสหัวไปซะ “

 

“ อา “

 

ความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันนี้ วินาทีนี้ได้ทำให้ท่ามกลางของอารามได้ปรากฏเสียงร่ำร้องออกมาเป็นสาย ถึงแม้หุ่นเชิดสงครามเหล่านี้จะมีเพียงแค่พลังที่เทียบเท่ายอดฝีมือขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ด แต่ว่าถึงจะเป็นเช่นนั้น ใบหน้าก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวงเมื่อต้องต่อกรกับหุ่นเชิดสงครามเหล่านี้ หุ่นเชิดสงครามที่อยู่ด้านหน้าเหล่านี้ หากว่าไม่สามารถที่จะจัดการกับพวกมันได้แล้วละก็ เช่นนั้นเรื่องราวต่อจากนี้ก็ทำไม่ได้เช่นเดียวกัน

 

เยี่ยจงและพวกเมื่อได้มองเห็นฉากที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าก็ได้ตกใจคราหนึ่ง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น หลังจากที่เยี่ยจงได้ลงมือจัดการกับหุ่นเชิดสงครามที่มีพลังฝีมือขั้นก่อเกิดระดับที่หกสองตัวไป พวกเขาก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาส่วนหนึ่ง เห็นได้ชัดว่า หุ่นเชิดสงครามเหล่านี้น่าจะมาจากภายในท่ามกลางอารามแห่งนี้ หากว่าแม้แต่ด่านแรกยังไม่สามารถผ่านพ้นไปได้แล้วละก็ เช่นนั้นก็อย่าได้คิดที่จะตามหาสมบัติภายในอารามแห่งนี้อีกเลย

 

“ ต่อไปพวกเราก็ไปค้นหาสถานที่มีโอสถกันอยู่เถอะ “

 

หลังจากที่ได้ใช้มือตะปบไปที่หุ่นเชิดสงครามตัวหนึ่งอย่างรวดเร็ว เยี่ยจงก็ได้กลิ่นหอมหวนที่ลอยอยู่ในอากาศอย่างกะทันหัน แน่นอนว่าเขาก็ได้กล่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

“ ได้ แต่ว่าพวกเราต้องรีบแล้ว การตามหาสถานที่ที่มีกายทิพของยอดฝีมือขอบเขตเซียนที่นั่งบำเพ็ญนั้น จึงถือได้ว่าเป็นภารกิจที่แท้จริง “ หลิงเยวี่ยกล่าวอย่างรวดเร็ว

 

หลังจากที่เงียบงัน เยี่ยจงก็ได้พยักหน้า การใช้โอสถวิเศษของเขานั้นกล่าวได้ว่าใช้ได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพมาก แต่ว่าด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ถ้าเป็นผู้อื่นใช้แล้วละก็ยังถือได้ว่ามีข้อจำกัดอยู่

 

ต่อมาเขาก็มิได้กล่าวมากความอีก แล้วโบกมือคราหนึ่ง แล้วก็นำพาผู้คนพุ่งทะลวงเข้าไปทางด้านทางเข้าทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือไปอย่างรวดเร็ว

 

เยี่ยจงก็ก้าวเท้าเข้ามายังลานขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง จากนั้นก็ได้พุ่งตัวออกไปทันที หยุดอยู่ที่บริเวณหัวมุมแห่งหนึ่ง ร่างกายก็ได้ไหลออกไปอีกครา พุ่งขึ้นไปบริเวณทางด้านหน้า

 

และทันทีที่หลิงเยวี่ยและพวกต่างก็เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตามขึ้นไป ไปตามด้านหลังของเยี่ยจงอย่างรวดเร็ว

 

เพียงแต่ว่า ด้านในของอารามที่มีขนาดใหญ่โตแห่งนี้ กลับเป็นอะไรที่มากเกินกว่าที่เยี่ยจงคาดคิดเอาไว้ ทางด้านนอกจู่ๆก็มีเสียงฝีเท้าเหยียบย้ำเดินเข้ามาเป็นกลุ่ม ความจริงสามารถที่จะเรียกได้ว่าเดินเข้ามาด้วยความเร็วที่สูงมาก ดังนั้น ในสถานการณ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าปะทะกับหุ่นเชิดสงครามเหล่านั้น ถึงแม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะมีไม่อาจที่จะทำอันใดแก่เยี่ยจงและพวกได้ แต่ว่าก็สามารถที่จะทำให้เสียเวลาได้ไม่น้อย

 

ทว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ตาม หลังจากที่ช่วงเวลาได้ผ่านเลยไปราวสิบกว่านาที เยี่ยจงและพวกก็ได้มาถึงท่ามกลางลานที่ส่งกลิ่นหอมหวนโบราณแห่งหนึ่ง

 

ทั่วทั้งสี่ทิศของลานแห่งนี้ที่ดูราวกับยุ่งเหยิงที่เต็มไปด้วยโอสถ ท่ามกลางห้องโอสถในตอนนี้ได้มีโอสถที่หลากหลายชนิดมากมาย และโอสถวิเศษเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าดูมีอายุเก่าแก่อยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังได้แผ่กลิ่นอายความหอมหวนออกมาเป็นสายอย่างเข้มข้น ราวกับเป็นกลิ่นอายในอากาศตามปกติก็มิปาน

 

เป็นที่ชัดเจน เจ้าของอารามเมื่อก่อนแห่งนี้ต้องเป็นคนที่มั่งคั่งจนผู้คนต่างก็ต้องตกใจ ควรทราบว่า ต่อให้เป็นลัทธิแห่งดวงดาว ก็ไม่อาจที่จะมีโอสถที่มากมายได้ถึงเพียงนี้

 

“ ลานแห่งนี้น่าจะเป็นสวนโอสถละ ........ “

 

เมื่อเหม่อมองฉากเบื้องหน้านี้ หากเป็นไปตามนิสัยของเยี่ยจงแล้ว ภายในดวงตาก็ได้ปรากฏความตกใจขึ้นมา จำนวนโอสถที่มากมายมหาศาลเช่นนี้ เกรงว่าคงจะมากมายเกินกว่าที่ผู้คนจะคาดเดาเอาไว้ได้

 

“ เป็นอย่างไรบ้าง ? “ หลิงเยวี่ยและพวกได้กวาดสายตามองเข้ามา แล้วถามด้วยความสงสัย

 

“ ศิษย์พี่หญิงซูหยี่ ศิษย์พี่หญิงหลู่ปิง ศิษย์พี่เฮ่อฟง พวกท่านทั้งสามใช้กำลังทั้งหมดในการเก็บโอสถวิเศษเหล่านี้ จำไว้ เมื่อมีสิ่งผิดปกติใด อย่าได้เสียเวลาเนินนาน ถ้าของเหล่านี้พวกเราเก็บต่อไปไม่ได้อีกแล้วละก็ ก็คงจะต้องมีเหล่ายอดฝีมืออื่นๆตามมาอย่างแน่นอน พวกเจ้าก็ระวังตัวเอาไว้ ข้าและศิษย์พี่หญิงหลิงเยวี่ยจะไปดูที่ด้านใน “ เยี่ยจงกวาดตาสำรวจไปรอบด้าน หลังจากที่ไม่มีสิ่งที่ตนเองต้องการแล้ว ต่อมาก็ได้จ้องมองไปยังห้องโอสถที่อยู่ลึกทางด้านในที่อยู่ภายในตึก แล้วก็กล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“ ได้ “

 

ต่อมา ซูหยี่และพวกก็มิเสียเวลา ทั้งสามคนได้ลงมือพร้อมกันอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะเก็บเหล่าโอสถวิเศษเหล่านี้เข้าสู่แหวนจักวานอย่างวุ่นวาย กล่าวได้ว่าการมายังถ้ำหงส์หยาในครานี้ เพียงแค่เก็บเหล่าโอสถวิเศษเหล่านี้กลับไป ก็เพียงพอที่จะที่จะทำให้เยี่ยจงสามารถได้รับสะสมวิญญาณมหาศาลได้แล้ว

 

ทว่า ถึงแม้โอสถเหล่านี้จะสำคัญ แต่ว่าเขาก็เข้าใจเป็นอย่างดี ท่ามกลางสวนโอสถแห่งนี้ สมบัติที่สำคัญที่จะต้องมิใช่โอสถวิเศษเหล่านี้อย่างแน่นอน อีกทั้งสิ่งของเหล่านี้ยังเรียกได้ว่ามีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นพวกเขาก็มิอาจที่จะลังเลที่จะเลือกให้หลิงเยวี่ยและเขาเข้าไปยังส่วนลึกของสวนโอสถเหล่านี้

 

“ ซวบ ซวบ “

 

ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ใกล้เคียงเยี่ยจงและหลิงเยวี่ยอยู่ในใจกลางของสวนโอสถ ลมพักผ่านพร้อมๆกับเสียงสายหนึ่งมา ทันทีที่ ก็ได้ปรากฏเหล่ายอดฝีมือกลุ่มหนึ่งที่เข้ามายังสวนโอสถแห่งนี้ที่แต่ละคนกำลังแสดงสีหน้าแปลกใจอยู่สายหนึ่ง ทันใดนั้นเอง ทุกผู้คนที่อดไม่ได้ที่แสดงออกถึงความโลภที่อยู่ภายในใจเอาไว้ได้

 

“ โอสถวิเศษ ทั้งหมดเป็นโอสถวิเศษหมดเลย “

 

“ เข้าไปแย่งเลย “

 

ท่ามกลางเสียงที่ดังขึ้นมา ผู้คนมากมายก็เริ่มที่จะลงมือ ซูหยี่และพวกเมื่อเห็นเช่นนั้น ก็เริ่มที่จะเก็บกวาดโอสถเหล่านี้อย่างบ้าคลั่ง ควรทราบว่า ตามปกติการปรากฏของโอสถวิเศษเช่นนี้ ยังไงซะก็ต้องเกิดการแย่งชิงอย่างแน่นอน แต่ว่าในลานโอสถที่อยู่ภายในตอนนี้ก็แทบจะไม่แตกต่างไปจากผักชิ้นใหญ่ก็มิปาน ในช่วงที่พวกเขาเก็บเกี่ยวอย่างเพียงพอแล้ว จะสามารถที่จะทำให้พวกเขาหยุดบ้าคลั่งได้งั้นหรือ ?

 

แน่นอน ยังคงมีผู้คนอีกส่วนหนึ่งที่ยังคงอยู่ในอาการที่สงบ หลังจากที่ได้โอสถวิเศษเหล่านี้ส่วนหนึ่งแล้ว ก็ได้เก็บอาการความโลภเอาไว้ภายในจิตใจได้ แล้วก็ได้ทะลวงเข้าไปยังส่วนลึกของบริเวณสวนโอสถแห่งนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขานั้นทราบดีแก่ใจ ว่าเกรงว่าท่ามกลางตึกเหล่านี้ ยังคงที่จะต้องมีสมบัติที่เกินกว่าที่จะคาดคิดเอาไว้ได้

 

“ ซวบ “

 

เมื่อนำร่างที่มาถึงทางด้านหน้าของตึกนี้ นัยน์ตาของเยี่ยจงก็ได้หดตัวลงเล็กน้อยจ้องมอง ห้องนี้ที่ถูกสร้างขึ้นจากการใช้หินศิลาโดยทั้งหมด ท่ามกลางห้องศิลา ก็ได้มีกลิ่นหอมโชยแผ่ออกมา แต่ว่าก็มีบางอย่างที่แปลก ลักษณะของการจัดวางของหินเหล่านี้เยี่ยจงรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่าง เหมือนกับเมื่อก่อนเคยพบเห็นมาแล้วหลายครั้งครา หากว่าเขาจำไม่ผิดแล้วละก็ สถานที่ที่เก็บรักษาโอสถวิเศษไว้ สมควรที่จะอยู่ในท่ามกลางใจกลางของตึกแห่งนี้

 

“ ตามข้ามา “

 

หลังจากที่พยายามอดใจที่เต็มไปด้วยความโลภของตนเอง เยี่ยจงนั้นก็เข้าใจได้เป็นอย่างดีของความสำคัญเหล่านี้ เหร่ยยิงเกว่อ(ผลไม้เสียงอัสนี) เชียนจีกู่และหลิงเสียวซา ทั้งสามอย่างนี้เป็นของที่ใช้ไว้เพื่อทะลวงสู่ขั้นก่อเกิดระดับที่เจ็ดโดยทั้งสิ้น ดังนั้นจึงถือเป็นสมบัติที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก

 

และสิ่งของทั้งสามอย่างนี้ แต่ละอย่างนั้นเกรงว่าจะมีจะมีค่าที่เรียกได้ว่าสูงค่ากว่าดอกหยินหยางเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ถ้าหากท่ามกลางลานโอสถแห่งนี้มีแล้วละก็ แน่นอนว่าสถานที่เก็บรักษาไว้คงจะเรียกได้ว่าสำคัญอย่างถึงที่สุด และไม่ใช่เป็นเพียงแค่ห้องศิลาปกติธรรมดาเหล่านี้อย่างแน่นอน

 

ดังนั้น เยี่ยจงนับได้ว่ามีความคิดที่จะจัดการกับห้องศิลาเหล่านี้อยู่หลายส่วนแล้ว แต่ว่าในสถานการณ์ที่คับขันเช่นนี้แล้ว เขาก็ทำได้แค่เพียงเสี่ยงดวงดูเท่านั้น

 

ไม่ทราบว่าผ่านพ้นศาลาไปมากน้อยเท่าไหร่แล้ว ทางด้านในที่เต็มไปด้วยโอสถมากมาย ต่อให้เป็นหลิงเยวี่ยเองเมื่อมองเห็นก็ยังอดไม่ได้ที่จะต้องกลืนน้ำลายลงคอ แต่ว่าเยี่ยจงก็มิได้หยุดที่จะเคลื่อนไหวจนทำให้นางทราบได้อย่างชัดเจนว่า เยี่ยจงคงจะมีเป้าหมายอื่นอยู่อย่างแน่นอน

 

ทั้งสองคนได้ฝืนใจเดินหน้าต่อไปท่ามกลางแรงกดดันและความโลภภายในจิตใจ หลังจากที่ช่วงเวลาผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งก้านธูป

 

ที่ด้านหน้าของศาลาห้องโอสถอันใหญ่โตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของโอสถวิเศษอย่างเห็นได้ชัด และบนทางด้านของประตูใหญ่นี้ ตอนนี้ก็ราวกับกำลังมีตัวอักขระโบราณไหลผ่านไปมา เมื่อพบเห็นความเคลื่อนไหวเช่นนี้ จึงได้เปิดมันออกมา

 

“ สิ่งของที่อยู่ด้านนี้ สมควรที่จะเป็นห้องโอสถที่มีค่ามากเลยทีเดียว “

 

หลังจากที่เยี่ยจงจ้องมองไปยังห้องโอสถ เขาก็มิเกรงใจอีกต่อไป แล้วก็ขยับกายคราหนึ่ง กระบี่ตราประทับซ้อนก็ได้ถูกใช้ขึ้น พร้อมกับออกพลังหมัดเข้าปะทะด้วยความรุนแรง

 

“ ผัวะ “

 

จากนั้นก็พบว่าเยี่ยจงราวกับได้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดผลักออกไปที่ประตูใหญ่นี้ แต่ว่าก็ไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวอันใดอย่างที่คาดคิดเอาไว้ เพียงแต่ได้ทำให้เยี่ยจงทั้งคนต้องพุ่งออกไปราวกับคันศร ร่างกายของเขาตรวจสอบพบว่ามีบางอย่างได้เข้ามาในพื้นที่ด้านหลังราวสิบก้าวของเขา ใบหน้าปรากฏถึงความผิดหวังอยู่หลายส่วน

 

“ อย่าได้เสี่ยงจนเกินไป การจัดตั้งที่เป็นเหมือนดั่งค่ายกลยันต์วิญญาณเก่าแก่คอยปกป้องประตูบานนี้อยู่ กับพลังฝีมือข้าท่าน คงยากที่จะเปิดออกมาได้แล้ว “ หลิงเยวี่ยเปลี่ยนแปลงสีหน้าเล็กน้อย จดจ้องไปที่บานประตูบานใหญ่แล้วกล่าวต่อ “ ทว่า ให้เวลาข้าซักเล็กน้อย ข้าสมควรที่จะปลดผนึกค่ายกลนี้ได้อยู่ “

.

.

.

 

 




NEKOPOST.NET