NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ปราชญ์เทพเกิดใหม่ไปเป็นตราไร้ค่า

Ch.33 - ปราชญ์เทพ, เสร็จได้โดยไม่ต้องทำลายสนาม


"เอ่อ, ธนูสุดน่ากลัวนี่ ราคาเท่าไหร่อ่ะ....?"

อัลมาถามชั้นเหมือนกับไม่อยากได้ยิน

ราคารึ....

"หืมม์... วัสดุราคาราว 100 เอลมี, ใช้เวลาทำราว 20 วินาที, แล้วของทำเอง ก็เลยไม่มีค่าแรง....ก็เลย 100 เอลมี, มีทำลูกธนูด้วย  แต่ให้ฟรีก็ได้เพราะทำจากของเหลือๆ" 

เอลมีที่ว่า คือค่าเงินของประเทศ  エルミ

หนึ่งเอลมี ก็คือหนึ่งเหรียญทองแดง, 100 เอลมีก็หนึ่งเหรียญเงิน, 1000 เอลมีคือหนึ่งเหรียญทอง

"ถูกเว่อร์!? เป็นไปไม่ได้น่า, ดูยังไงก็ไม่ใช่ราคาที่ถูกต้อง...."

"ไม่น่าเชื่อว่า 100 เอลมี, ประสิทธิภาพแบบนี้ จะตั้งราคาธนูยังงี้มันก็....."

"งั้น, 300 เอลมีก็ได้"

ชั้นบวกเพิ่มค่าแรงเข้ามา, 10 เอลมีต่อ 1 วินาที, แปลว่าค่าแรงรายชั่วโมง คือ 36000 เอลมี

จากคนเร่ขายที่พาชั้นมาเมืองหลวง, ครอบครัวทั่วไปใช้เงินราว 2000 เอลมีต่อเดือน, อันนี้เลยออกจะรีดไถค่าจ้างแล้วนะ

ได้ค่าจ้างพอจะใช้ชีวิตได้ปีครึ่ง สำหรับทั้งครอบครัว ในชั่วโมงเดียวเนี่ย

"แทบไม่ต่างกันเลยนะ!"

แต่อัลมาก็ยังคิดว่าถูกไปซะงั้น

อ้อ ลืมคำนวณเวลาที่ใช้รวบรวมวัตถุดิบด้วย, ถ้าบวกเข้าไป ก็....

"6300 เอลมี"

บวกไปอีก 10 นาที

โคตรจะขูดรีดสุดๆ, แม้แต่อัลมาเองก็คงคิดเช่นนั้น ไว้ค่อยๆให้ต่อรองลดราคาแล้วกัน....

"ก็บอกว่า, ถูกไปไงเล่า!"

เอ่อ, อัลมาอาจจะใช้ราคาตลาดของเมืองหลวงเป็นมาตรฐานตัดสินรึเปล่า

ถ้าแบบนั้นก็นับว่าถูกจริงๆล่ะ

ก็แหม, ฝ่ายคนซื้อขอเพิ่มราคาแบบนี้ มันไม่แปลกไปหน่อยรึ

"เพิ่มอีกไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวอีกซักครึ่งปี ก็จะรู้เองว่าราคานี้มันยุติธรรมไหม"

จริงอยู่ว่าชั้นจะเพิ่มราคาไปตามตลาดก็ได้ แต่มันจะเป็นการคิดแพงเกิน เมื่อรูรี่เรียนรู้การบรรจุเวทได้แล้ว

จึงอยากจะเลี่ยงความขัดแย้งเช่นว่า

....แต่ก็นะ, ผลิตธนูนี่ออกมาเยอะๆ ปล่อยออกเต็มตลาด ก็อาจจะน่าสนุกอยู่เช่นกัน

"แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ...."

"งั้น, ถือว่าให้ยืมธนูไปก่อน ช่วยให้ความร่วมมือกันทำดาบของชั้นตอบแทนแล้วกัน, แต่ก่อนอื่น เราควรฝึกต่อ จะได้สอบผ่านไปลงดันเจี้ยนได้, แล้วก็ รูรี่ ก็ยังติดค้างเรื่องดาบสินะ?"

"ใช่ค่ะ.... แต่ช่วยมาติคุงทำดาบ ไม่ได้หมายความว่าตอบแทนบุณคุณแล้วหรอกนะ?"

"งั้นเหรอ?"

"ก็, มาติคุงจะสอนเทคนิคการผลิตของนี่!? แบบนี้ก็ยิ่งติดหนี้มากขึ้นสิคะ!"

"จริงด้วย, ผมก็จะเก่งขึ้นจากที่มาติสอน แล้วได้ลงดันเจี้ยน......ได้ประโยชน์ฝ่ายเดียวเลยนี่นา! ผมต้องจ่ายค่าธนูสิ!"

"....งั้นเหรอ, พอเราได้วัตถุดิบมา ต้องทำดาบหลายๆอันจนกว่าจะได้ดาบที่ชั้นคาดหวังนะ, มันกินเวลายาวเลย.... มั่นใจกันแล้วรึ?"

"มั่นใจ!"

ท่าทางจะดื้อกันกับเรื่องนี้

กะจะให้ใช้หนี้แท้ๆ แต่กลับเป็นเพิ่มหนี้ซะได้

เอาเหอะ ก็ไม่มีใครเดือดร้อน เลยไม่เป็นไรมั้ง

อ้อ, เนื้อหาการสอบเข้าดันเจี้ยน ถูกแปะในห้องเรียนเมื่อเช้านี้

เป็นการสอบแบบเดียวกับตอนสอบเข้า และสอบได้ทุกเวลาหลังเลิกเรียน

ยิ่งกว่านั้น หากสอบผ่าน จะได้รับยกเว้นจากบทเรียนดาบหรือเรียนเวท ขึ้นกับการสอบที่เลือกด้วย

เหตุผลก็เพราะเป็นการสอบที่ยากกว่าสอบขึ้นเป็นเด็กปีสองอีก

"อืออ, เราจะสอบวันนี้สินะ? จะไม่เป็นไรเหรอคะ?"

"ถ้าเราสอบเสร็จ จะได้ใช้เวลาที่ไม่ต้องเข้าเรียนเวทแบบร่าย มาฝึกเวทจริงๆไง, ควรสอบให้จบไวๆเลย ก็เวทแบบร่ายมันไร้ประโยชน์สำหรับการบรรจุเวทนี่นะ"

ชั้นตอบรูรี่

"เข้าใจแล้ว! ไปสอบกันเลยเถอะ!"

เหมือนรูรี่จะมีแรงใจขึ้นมาเมื่อได้ยินถึงการบรรจุเวท, เธอวิ่งไปที่ห้องครูเลย

อัลมาเหมือนอยากจะฝึกกับธนูใหม่อีกหน่อย, แต่คงไม่อยากถูกทิ้งไว้ เลยตามรูรี่ไปด้วย

"เราอยากจะสอบเข้าดันเจี้ยน"

"มาแล้วมาติอัสคุง, ช้ากว่าที่คิดนะ"

ครูบอกเมื่อชั้นพูดออกมาในห้องครู

"ช้า?"

"เธอเป็นกลุ่มที่ 5 ที่รับการสอบ, ทุกคนฝึกเวทไร้ร่ายกันในเวลาว่างหลังเรียนเวทแบบร่ายในชั้น, แล้วทั้ง 4 กลุ่มก่อนหน้านี้ก็ผ่านหมด"

"....เอ่อ, ขอโทษที"

ถึงเวทแบบร่ายจะไร้ประโยชน์, แต่ก็น่าสงสารครูที่รับหน้าที่สอนอยู่

"ไม่หรอก กลับกัน เราดีใจซะอีก, พูดตามตรง ครูเรารู้สึกว่าสอนเวทแบบร่ายมันไร้สาระ เลยคุยเองกันว่าจะเริ่มสอนเวทไร้ร่ายในบทเรียนให้เร็วกว่านี้.....แต่มันทำยากโดยไม่มีผลงานมาก่อน เราเลยอยากเพิ่มบทเรียนเข้าไปทันทีหลังจากงานประลอง"

อ้อ, ท่าทางที่ผู้อำนวยการพูดในพิธีเปิดการศึกษาว่าเน้นความสามารถมาก่อน จะเป็นจริง

ท่าทางจะเวทไร้ร่ายจะเผยแพร่ไปได้ไวกว่าที่คาด

เรามาถึงที่สอบ (สนามของโรงเรียน) ระหว่างที่คุยกัน

"เอาล่ะ, การสอบแบบเดียวกับตอนสอบเข้า, แต่มาตรฐานสูงขึ้น, ใครจะเรื่มก่อนล่ะ?"

"งั้น, ชั้นเอง"

ชั้นยกมือขึ้นเมื่อครูติดตั้งเป้าหมายสำหรับยิงบนสนามเสร็จ

มันน่าจะง่ายขึ้น หากทั้งสองคนเห็นตัวอย่างก่อน

ระยะทางคือ 40 เมตร, ไกลกว่าตอนสอบเข้าหน่อย

ยากนะ สำหรับตราที่ 4, ถึงชั้นมั่นใจว่าจะทำได้ โดยมีพลังเหลือพอซ่อมสนามโรงเรียนก็เหอะ

ที่เผื่อพลังว่าต้องซ่อม ก็เพื่อกันกรณีโดนตัดสิทธิหากพังสนาม, ชั้นจึงสร้างเวทในระดับที่พังโลหะมิธริลได้

"หยุด, หยุ๊ด! ผ่านแล้ว! มาติอัสคุงผ่านทั้งดาบทั้งเวทแล้วล่ะ!"

ครูมาหยุดชั้นก่อนที่จะสร้างเวทขึ้น, สงสัยคิดว่าชั้นทำลายสนามโรงเรียนอีกล่ะสิ

แต่ถ้าสอบต่อไป ก็คงทำลายจริงๆล่ะนะ

ถือซะว่าเป็นเรื่องดี ที่เสร็จได้โดยไม่ต้องเปลืองพลังเวทแล้วกัน

ทีนี้ก็ไม่มีความจำเป็นที่ชั้นต้องเข้าเรียนเวทแบบร่ายแล้ว, และชั้นก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเรียนภาคทฤษฎีด้วย เลยเข้าร่วมแต่ชั้นเรียนดาบก็พอแล้ว

พูดตามตรง, อยากเรียนอยู่ว่าโลกนี้เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนแล้ว จากการเรียนภาคทฤษฎี.......แต่ก็อย่าฝืนเลย ไม่ช้าก็เร็วคงรู้เอง, เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าโลกเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนเมื่อแข็งแกร่งขึ้นเองล่ะ อืม

แล้วก็, ชั้นถามรูรี่ว่าทำไมเวทถึงได้แย่ลงไปขนาดนี้ แต่เธอก็ตอบว่ามันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แสดงว่าการถดถอยของเวทมนต์ ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว

ว่าแต่, รู้สึกว่าการสอบนี่จะยากไปสำหรับตราที่ 4 นะ

"ชั้นว่าการสอบนี่ยังปรับปรุงได้อีกนะ, ตราที่ 4 เป็นตราถนัดสู้ระยะประชิด จึงมีประโยชน์แม้เวทจะไปไม่ถึงเป้าหมายตรงโน้น, ต่างกับตราอื่น มันใช้ยากหากไม่ชำนาญวิชาดาบ...."

"จริงๆแล้ว, ครูๆก็คุยเรื่องนี้กันอยู่, จากบทเรียนที่ผ่านมา เราก็ไม่พบความผิดปกติอะไรจากรูปแบบของตราที่มาติอัสคุงบอกเรา, แต่ว่า........ให้เปลี่ยนการประเมินค่าของตรา ไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ชั่วข้ามคืน เราต้องรอผลลัพธ์จากการเรียนการสอนขึ้นมาก่อน"

ก็นะ, จู่ๆถูกบอกว่าตราแต่ละแบบมีลักษณะต่างจากที่เชื่อถือกันมา คงจะสับสนกันล่ะสิ

คิดว่าสำหรับโรงเรียนนี้ แค่รับฟังไปพิจารณา ก็ถือว่ายืดหยุ่นพอตัวแล้ว 

ไม่จำเป็นต้องรีบเร่งหรอก, ก็ชั้นสอบผ่านแล้วนี่

"เรื่องการสอบแบบพิเศษสำหรับตราไร้ค่า.... ดูเหมือน พวกระดับสูง, แม้แต่คนใหญ่คนโตของโรงเรียน ก็คัดค้านอย่างมาก"

ชั้นไม่ได้รู้สึกว่าถูกกีดกันอะไรจากการเป็นตราไร้ค่าเมื่อมาที่โรงเรียนนี้.....แต่มันก็ยังเป็นปัญหาสินะ

ถึงขนาดมี -200 คะแนน ในการเลือกหัวหน้าตระกูลคนต่อไป กับคนมีตรา

หากเป็นจริง, การแก้ไขเรื่องนี้ จะเป็นการอนุญาตให้ตราไร้ค่าเป็นชนชั้นสูงได้

"เอาล่ะ สอบต่อ, ต่อไปใคร?"

"ฉันค่ะ!"

รูรี่ยกมือ

เธอพังเป้าหมายทีละอันโดยใช้เวทไร้ร่าย

เป้าหมายพังหมดในการยิงครั้งที่ 5

 "ผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย, ต่อไปอัลมาสินะ"

"ผมดูแล้วคงตามรูรี่กับมาติอัสไม่ได้หรอก, แต่.... เอ้ย์"

อัลมายิงเป้าพลางว่า, เธอต้องยิงสองครั้งเพื่อทำลายแต่ละเป้า, แต่พลังเวทกับความแม่นนั้นเสถียรดี, ทำลายเป้าหมายได้ทั้งหมดอย่างไม่มีปัญหา

"เวทเธอก็แรงอยู่นะ อัลมา, แต่อีกสองคนมันไม่ปกติเท่านั้นเอง ถ้านี่นับว่าตก นักเรียนปีที่แล้วคงต้องมาสอบใหม่กันหมด.... ผ่าน!"

"เย้!"

ดูท่าเราจะผ่านแล้ว

แต่ไหนแต่ไร ก็ไม่มีความกังวลเรื่องนี้อยู่แล้ว

ส่วนที่น่ากังวลมากสุด คือความทนทานของสนามโรงเรียนต่างหาก

"ได้รับอนุญาตให้ไปดันเจี้ยนแล้ว, แต่ช่วงครั้งแรกๆ..... ทั้งสามคนต้องมีครูตามไป จนกว่าจะเห็นว่าไปโดยไม่มีคนคุมก็ได้นะ, จะไปเมื่อไหร่ล่ะ?"

"วันนี้ได้ไหม?"

"วันนี้!?"

"จู่ๆไปเลย มันจะดีเหรอ?"

"ไม่เป็นไรหรอก ดูจากปฏิกิริยาเวทมนต์, ไม่มีมอนควรค่าจะพูดถึงในบริเวณรอบๆ ปัญหาคือครูที่ตามไป...."

"แน่นอน, ว่าไม่มีปัญหาที่จะไปด้วยกับพวกเธอ ถ้าคิดว่าติดขัดคงไม่อนุญาตแต่แรกหรอก, ตามมาสิ"

ดูเหมือนครูก็ไปด้วยได้

ครูนำเราไปที่ดันเจี้ยนทันที

หลังจากผ่านประตูเหล็ก เราก็มาถึงปากถ้ำ

"เอาล่ะ เราจะเข้าดันเจี้ยนจากนี้, ถึงจะไม่มีมอนเก่งๆในชั้นแรก แต่ต่างจากโรงเรียน ที่นี่ไม่รับประกันความปลอดภัย, บางกรณีอาจจะเสียชีวิตได้, ซึ่งจริงๆแล้ว 80% ของอัตราตายในโรงเรียน ก็มาจากดันเจี้ยนนี่ล่ะ, ต้องระวังเสมอ และกลับออกมาทันทีที่คิดว่าอันตราย"

"""โอ้!"""

หลังจากตอบครู, เราก็ก้าวเข้าสู่ดันเจี้ยน




NEKOPOST.NET