[นิยายแปล] ปราชญ์เทพเกิดใหม่ไปเป็นตราไร้ค่า ตอนที่ 13 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ปราชญ์เทพเกิดใหม่ไปเป็นตราไร้ค่า

Ch.13 - ปราชญ์เทพ, แกล้งทำเป็นไม่รู้


"ท่านเรคฆ่ามอนได้แล้ว"

ชั้นเปลี่ยนเสียงด้วยเวท แล้วตะโกนไปทางชาวหมู่บ้าน

"เอ๋? เอ๋?"

ชั้นลดเสียงแล้วพูดกับพี่เรคซึ่งยังไม่เข้าใจสถานการณ์

"ชั้นไม่ได้อยู่ที่นี่, พี่เรคเป็นคนฆ่ามอน ตกลงนะ?"

"ทำไมต้องทำแบบนั้นล่ะ...?"

"ถ้าชั้นถูกเจอว่าออกมาข้างนอก ก็จะมีแต่ปัญหา, แล้วก็ไม่ได้ต้องการผลงานด้วย, อีกอย่าง ถ้าพี่เรคไม่ได้เป็นหัวหน้าตระกูล....."

แค่คิดเรื่องที่บิฟเกลได้เป็นหัวหน้าตระกูล ก็สยองแล้ว

คงออกจากเขตนี้โดยวางใจไม่ได้แหงๆ

"แต่การขโมยผลงานมัน--"

"งั้นก็ช่วยสนับสนุนให้ชั้นออกจากเขตได้อย่างสบายแล้วกัน ลาล่ะ!"

ผู้คนคุยกันพลางมาทางนี้

ถ้าชั้นโดนเจอ ทุกอย่างก็เสียเปล่า, เลยทิ้งระยะห่างหน่อย แล้วลบตัวตนพลางแอบดู

"ม....มอนถูกฆ่าไปแล้ว!"

พอชาวบ้านมารวมกัน, เรคก็ประกาศอย่างงุ่มง่าม

คะแนนติดลบที่ทำหน้าสำนึกผิด--แต่ดูท่าจะไม่มีใครสังเกตเห็น

จุดบวกคะแนน คือการไม่ได้พูดว่าใครเป็นคนฆ่ามอน

เอาล่ะ, ชั้นกลับก่อนจะมีคนเจอว่าออกมาข้างนอกดีกว่า

--อ้อ, บิฟเกลเป็นคนเดียวที่ถูกทิ้งไว้ โดยมีแผลนิดหน่อยเนื่องจากกรงเล็บมอนโดนส่วนแข็งสุดของเกราะอย่างบังเอิญ

โชคมันดีจริงๆฟ่ะ

 


 


สองวันต่อมา

ด้วยเหตุผลบางอย่าง, ชั้นถูกพ่อที่กลับมาบ้านแล้วเรียก

ให้มาเพียงคนเดียวด้วย

"มาแล้วรึ, มาติ"

พอเห็นชั้น พ่อก็พูด

"รู้เรื่องเมื่อสองวันก่อนรึเปล่า?"

"อื้อ พี่เรคจัดการมอนได้สินะ?"

"อื้ม ดูเหมือน 『เรค』 ฆ่ามอนอสูรไป, เห็นร่างมันแล้ว ถูกตัดอย่างงามเลย"       極魔種の魔物

"ก็พี่เรคเป็นยอดนักดาบนี่นะ!"

ด้วยการสั่งสอนของพ่อ ทำให้พี่เรคโด่งดังในฐานะยอดนักดาบในเขต

แล้วก็, มอนอสูร เหมือนจะเป็นการเรียกมอนร่างเล็กที่มีพลังเวทหนาแน่น

ดูเหมือนจะไม่มีมาตรฐานชัดเจน แต่มอนหมีจัดว่าเป็นมอนอสูร

"ใช่ มีคนไม่มากหรอกที่ตัดคอมอนระดับนั้นได้ในทีเดียว, นี่ถ้าหากทำได้ด้วยดาบที่ให้พี่เจ้าไป--ก็ถือว่าเป็นปีศาจแล้ว"

"พี่เรคยอดเลยเนอะ!"

ไม่ได้ดูแค่ชนิดมอน แต่ดูรอยถูกฟันด้วยรึ

แบบนี้....คงรู้แล้วล่ะสิ, เน้นคำว่า 『เรค』 ด้วยนี่

"โทษทีนะ แต่มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเรค, ในอนาคตอาจจะอีกเรื่อง แต่เรคในตอนนี้ทำไม่ได้แน่, หากมีคนที่ทำได้ในเขตนี้ ก็--"

"บิฟเกล?"

"อย่าบ้าน่า นอกจากเจ้า จะมีใครอีก"

"....พ-พูดถึงอารายกาน"

ถึงชั้นจะพูดเองก็เหอะ แต่ก็คิดว่าบิฟเกลไม่มีทางทำได้หรอกนะ

เอ่ยชื่อตาลุงชาวนาที่ไหนขึ้นมาสุ่มๆ ดูจะน่าเชื่อถือกว่าอีก

"เอาเถอะ, ก็ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจความรู้สึกเจ้า, ชั้นเองก็เหมือนกัน อยากจะเห็นเรคเป็นหัวหน้าตระกูลคนต่อไป....เพราะงั้น จะไม่ซักต่อ หากเจ้าตกลงแบบนี้"

รู้ใจชั้นอีกแน่

ถ้าจะปล่อยไปแบบนี้, ก็ขอถือโอกาสแล้วกัน

"แต่ถึงไม่นับเรื่องผลงาน, สิ่งที่ได้มาก็ควรเป็นของผู้ที่จัดการมัน, แบ่งเป็นวัตถุดิบมันยุ่งยาก จะจ่ายเป็นเงินให้ตอนเจ้าออกจากเขตแล้วกัน, เรคเองก็อนุญาตแล้ว--ไม่สิ, เรคเสนอยังงี้น่ะ"

....ทีนี้เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงต้องถามดูเจตนาชั้น

คงน่าสงสัยหากจู่ๆวัตถุดิบถูกส่งให้ชั้นสินะ

"เรียบร้อยแล้ว ก็จะให้สิ่งนี้ไว้, เป็นหินเวทจากมอนที่มาติ..... ที่เรคจัดการไปได้ มันเก็บไว้ได้ง่าย แล้วก็มีประโยชน์หลายอย่าง"

"ขอบคุณ"

พ่อให้หินเวทกับชั้น แล้วก็ไป

หินเวทรึ

หากเป็นชั้นในอดีต คงเอามาแปรรูปเอง, แต่....คุณภาพจะลดลงอย่างมากหากเป็นตราอื่นนอกจากตราที่ 1

งั้นเก็บหินเวทไว้จนกว่าจะเจอช่างมีฝีมือทำแล้วกัน

แต่ขนาดของหินมันออกจะติดขัด, มันเล็กเกินกว่าจะทำเครื่องมือเวทแรงๆ แต่ก็ใหญ่เกินจะเป็นเครื่องใช้ทั่วๆไป

ความบริสุทธิ์ไม่เลวนัก, บดทำลายไปเป็นวัตถุดิบผงทำยาเวทดีกว่าไหมหว่า--

"มาติ, มีเรื่องจะขอร้อง"

พี่เรคเรียกชั้น ขณะที่เดินพลางคิดเรื่องหินเวทอยู่

"ถ้าเรื่องวัตถุดิบ, พ่อบอกแล้ว--"

"ไม่หรอก ไม่เกี่ยวกัน นั่นของมาติอยู่แต่แรกแล้ว, ไม่ใช่เรื่องนั้น คือ ผมอยากให้สอนเวทมนต์ให้หน่อย"

"เวท?"

"ใช่, เพื่อที่จะตัดบิฟเกลออกจากตำแหน่งหัวหน้าตระกูลคนต่อไปอย่างเป็นทางการ, ผมต้องทำด้วยเวทมนต์ แต่ไม่มีใครที่สอนเวทมนต์ได้ในเขตนี้.....เคยคิดงั้นหรอก แต่มาติ นายใช้เวทมนต์ตอนฆ่าหมีใช่ไหม? แถมไม่ต้องร่ายด้วย"

สังเกตเห็นด้วยรึ

ถึงเวทที่ชั้นใช้ จะไม่ใช่แบบตูมตามเด่นดัง, แต่ก็ไม่ใช่ว่ามองไม่เห็น แบบการ 【อัดเวท】

แน่นอน ว่าไม่มีปัญหาที่จะสอนให้ เพื่อลากเจ้าบิฟเกลลงมา

แต่ว่า มีจุดที่ยังไม่เข้าใจอยู่

"ก็จริงที่ใช้เวทได้.... แต่ 'ไม่ร่าย' นี่อะไรรึ?"

ไม่ร่าย......อะไรกัน

เวทที่ชั้นใช้ตั้งแต่ก่อน ก็ไม่ได้มีชื่ออะไรงั้นนี่, ยุคนี้มีชื่อเฉพาะรึไง

"ไม่ร่ายก็คือละคำร่ายเวลาใช้ไง?"

"....ร่าย?"

ร่-า-ย? คืออัลไล กินได้รึเปล่า....

ไม่สิ, คิดๆดู เหมือนจะเห็นคำนี้จากหนังสือประวัติศาสตร์ที่ไหน

หนังสือที่ว่า 'ต้องท่องประโยคเฉพาะ ทุกครั้งที่อยากใช้เวทมนต์', แต่มันดูปัญญาอ่อน ชั้นเลยโยนทิ้งทันใด

จะว่าไป บิฟเกลเองก็พึมพำอะไร เวลาใช้ไอ้นั่นซะด้วยสิ (ถ้าเรียกไอ้แบบนั้นว่าใช้เวท มันจะเป็นการดูหมิ่นเวทมนต์ไป)

"ไม่รู้จักการร่ายทั้งๆที่ใช้เวทมนต์ได้เหรอ....? การร่ายก็คือแบบที่บิฟเกลทำ.... อยากดูไหม?"

ว่าแล้ว เรคก็ยืนระหว่างต้นไม้ที่ป่า แล้วยื่นสองแขนออกมา

"พลังเพลิงซึ่งสถิตย์ในร่างกาย, จงออกมาเป็นศรแทงศัตรู!"

เรคว่าประโยคแบบเดียวกับบิฟเกลเป๊ะ

แล้วพลังเวทส่วนนึงก็มารวมกัน, แต่อัตราแปรสภาพพลังงานนั้นช่างน้อยนิด จนมีพลังอ่อนสุดๆ

ไม่สิ แบบนี้พลังแย่กว่าบิฟเกลอีก, เพราะตราต่างกัน

หากไม่มีการฝึกฝนอะไรเลย ตราที่ 1 (ซึ่งสมัยนี้ เรียกว่าตรารุ่งโรจน์) ก็จะแข็งแกร่งสุด

"นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการร่าย, มาติใช้เวทได้โดยละคำร่าย เลยเรียกว่าไม่ร่าย, คิดว่าเป็นวิชาขั้นสูงเลยนะ......"

--งั้นรึ

สถานการณ์ของเวทมนต์โลกนี้ มันแย่ยิ่งกว่าที่คิดอีก

ถ้าเป้าหมายคือการเหนือว่า 'ไอ้นั่น'  ของบิฟเกล, ก็ง่ายแสนง่าย

กลับกัน ถ้าทำให้เหนือกว่าไม่ได้สิ ถึงจะเรียกว่ายาก

อย่างไรก็ดี ต้องถามอย่างนึงก่อนการสอน

"พี่เรค, อยากจะเรียนเวทเพื่อชนะบิฟเกลรึ? หรือว่าอยากก้าวสู่หนทางแห่งการต่อสู้เวทมนต์?"




NEKOPOST.NET