NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] ปราชญ์เทพเกิดใหม่ไปเป็นตราไร้ค่า

Ch.1 - ปราชญ์เทพ, ได้ตราแกร่ง


ตื่นขึ้นมาบนเตียงแข็งๆ, ความทรงจำยังมึนๆ แต่สติสมบูรณ์ดี

ดูท่าการเกิดใหม่จะไปได้สวย

ชั้นโดดลงจากเตียง และดูแขนซ้ายเป็นสิ่งแรก

"--เอาล่ะ ถูกหวย!"

สิ่งที่เห็น ไม่ใช่ตราที่1 อย่างเคย, แต่เป็นตราที่ 4

เป็นตราซึ่งถนัดการต่อสู้ระยะประชิด และเท่าที่รู้ เป็นตราอันเหมาะสมที่สุดในการต่อสู้เวทมนต์

ชั้นตะโกนดังอย่างไม่สมอายุ, แต่ความทรงจำในอดีตกับชาตินี้มาปะปนกัน เลยรู้สึกเหมือนเป็นหนุ่มขึ้น

ไม่สิ พูดให้ถูกคือได้รับอิทธิพลจากชาติก่อนมากกว่า, ความทรงจำแค่ปะทุขึ้นมา เลยไม่ใช่ว่าแย่งร่างกายคนอื่นมาแต่อย่างใด

อายุของร่าง ในตอนนี้คือ 6 ขวบ

ชั้นเลิกนิสัยทำตัวเป็นตาแก่ดีกว่า แต่ไหนแต่ไร นิสัยของชั้นก็ไม่ใช่ยังงั้นด้วยนะ

ชั้นในตอนนี้ ไม่ใช่ปราชญ์แล้ว,มาแนะนำตัวกันหน่อย

ผมชื่อ มาติอัส ฮิลเดสไฮเมอ マティアス=ヒルデスハイマー, 6 ขวบครับ

เป็นบุตรแห่งบารอเน็ตฮิลเดสไฮเมอ....

โอย พูดแล้วก็ขนลุก, เลิกเฟคดีกว่า เอาใหม่ๆ

ในชาตินี้ ชั้นมีชื่อว่ามาติอัส ฮิลเดสไฮเมอ

อย่างที่เห็น, เป็นลูกชายคนที่สาม ของบารอเน็ตฮิลเดสไฮเมอ

ไม่รู้จักคำว่า 『บารอเน็ต』 นี่นักหรอก, แต่จากความรู้อันน้อยนิดของชั้นในตอนนี้ ดูท่าจะเป็นตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐ ที่สืบทอดทางสายเลือด ปกครองเขตพื้นเมือง

คนมักเรียกกันว่า 『ผู้ปกครอง』 ไม่ก็ 『ท่านผู้ใหญ่』, ถ้าเข้าใจไม่ผิด เหมือนว่าจะเป็นระบบชนชั้นอะไรซักอย่าง

บารอเน็ตดูท่าจะเป็นอันดับสองจากต่ำสุด, แต่มันก็เป็นตำแหน่งสูงสุดของที่เขตนี้ 

ถึงกระนั้นเอง จากมุมมองของประเทศ มันก็เป็นตำแหน่งระดับล่างอยู่ดี

--เชื่อว่างั้นนะ

"โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นกัน?"

จากสภาพโลกชาติก่อน นึกไม่ถึงเลยว่าโลกชาตินี้จะเป็นยังงี้

ไม่เห็นเครื่องมือเวทมนต์ซึ่งเป็นของขาดไม่ได้ในชาติก่อนเลย

ไม่มีแฟรี่ประดิษฐ์แบบบินได้ที่ช่วยทำสวน, ไม่มีเครื่องเร่งมวลสารเพื่อทำอาหาร, ไม่มีเครื่องจักรเวทใช้ก่อสร้างด้วย

ใช้ชีวิตกันได้ไงเนี่ย, ดูเหมือนว่าประชากรจะทำนาด้วยแรงกายมนุษย์ แล้วก็ปลูกพืชเพื่อประทังชีพ

ยิ่งกว่านั้น หัวหน้าตระกูลฮิลเดสไฮเมอ ซึ่งเป็นผู้ปกครองคนปัจจุบัน ก็ลงไปทำงานกับเค้าด้วย

เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง สำหรับเวทมนต์ศักราชที่ 12700

ช่วงที่ชั้นมาเกิดใหม่ มันเกิดอะไรขึ้นกันหว่า

...เอาเถอะ, บ่นกับสภาพตอนนี้ไป ก็ช่วยอะไรไม่ได้

โชคยังดี ที่ชั้นมีความทรงจำของยุคสมัยนี้, แล้วก็มีความทรงจำในอดีตที่ใช้ชีวิตเอาตัวรอดอาศัยในป่าด้วย

ดังนั้นจึงไม่มีปัญหากับการปรับตัว

ก่อนอื่น รวบรวมข้อมูลก่อน

ดูท่าตัวชั้นจนถึงบัดนี้ จะใช้ชีวิตสบายๆไป โดยไม่ได้มองดูถิ่นปกครองหรืออ่านหนังสือของพ่อเลย

ตัวชั้นในชาติก่อนเองก็ชอบฝึกจริง มากกว่าการเรียน ดังนั้นจะโทษตัวชั้นในชาตินี้ก็คงไม่ถูก

"ไง, มาติ หาอะไรในห้องหนังสือรึ?"

ขณะที่จะเข้าห้องหนังสือ, ลูกคนโต เรค レイク ก็เรียกชั้น 

ในบรรดาพี่ชายสองคน คนนี้จัดว่าเป็นพวกจริงจัง, อายุ 15 ปี

ตรานั้น เป็นตราที่ 2, ซึ่งถนัดเวทระยะกลาง จึงเป็นตราจำเป็นสำหรับการร่วมมือกันต่อสู้เป็นกลุ่ม

ดูท่า ตอนนี้จะไม่ได้ฝึกเวทมนต์, ถ้าฝึกเวท ก็น่าจะเป็นนักเวทที่ดีได้หรอก

"อยากอ่านหนังสือล่ะ"

ชั้นตอบพี่ด้วยท่าทีปกติ, ถ้าท่าทีเปลี่ยนไป จะแปลกใจเอานี่นะ

"หนังสือเหรอ คิดว่ายังไวไปสำหรับมาตินะ.... อยากอ่านหนังสืออะไรล่ะ?"

"หนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้ แล้วก็หนังสือเวทมนต์"

อย่างอื่นนั้นไม่ได้มีอะไรสลักสำคัญที่จะต้องรีบดูก่อน

ประวัติศาสตร์ว่าเกิดอะไรขึ้นก็น่าสนใจอยู่หรอก แต่ไว้ดูทีหลังได้

เพราะเป็นไปได้ว่าจะมีวิชาต่อสู้หรือเวทมนต์ใหม่ถูกประดิษฐ์ขึ้น

แต่ว่า พี่เรคทำหน้าซับซ้อนเมื่อได้ยินชั้นพูดถึงเวทมนต์

แล้วพี่ก็ยิ้มออกมาและว่า

"งั้นจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้ให้นะ"

ดูท่าจะไม่พูดถึงเรื่องเวทมนต์แฮะ

ก็น่าขอบใจหรอก แต่อ่านหนังสือเองได้น่า

"ไม่หรอก, อ่านเองได้......"

ชั้นตอบงั้นแล้วก็เปิดประตูห้องหนังสือ

เมื่อเอาหนังสือที่ดูเหมือนจะเกี่ยวกับการต่อสู้และเวทมนต์ออกมา--

"...มันเขียนอะไรล่ะเนี่ย?"

มีหนังสืออยู่บ้าง

แต่ปัญหาคือปกของหนังสือพวกนี้

อ่านไม่ออก

ชั้นต่อสู้มาหลายร้อยปี จนรู้ตัวอีกที ก็ถนัด 27 ภาษาแล้ว, แต่ภาษาเขียนที่อยู่ตรงปกหนังสือ กลับไม่ตรงกับภาษาใดเลย

หากใช้เวทแปลภาษา ก็คงอ่านได้ แต่มันกินพลังเวทมาก ซึ่งชั้นในตอนนี้คงไม่ไหว

ถึงจะมีความรู้ แต่ก็ไม่มีทรัพยากรพอให้ใช้งานไงล่ะ

"ฮะฮะ กะแล้ว จะอ่านให้นะ"

ว่างี้ แล้วพี่เรคก็ดึงหนังสือออกมาอ่าน

เป็นหนังสือเกี่ยวกับตำนานวีรบุรุษ, มอนซึ่งทำลายประเทศได้ด้วตัวเอง ปรากฏออกมาเรื่อยๆ แล้วตัวเอกก็ไปพิชิตมัน

น่าอิจฉาจัง, มอนแบบนั้นในชาติก่อนของชั้น ก็มีอยู่บ้าง แต่มีไม่ค่อยเยอะ

แบ่งมาให้ตีซักครึ่งนึงดิ

เอาเหอะ, มันดูดีเกินไป คงจะเป็นเรื่องแต่ง, เจ้าหนังสือแต่งขึ้นนี่ไม่ได้ข่วยให้เข้าใจสถานการณ์โลกนี้ดีขึ้นเลยซักกะนิด

ยังไงก็ตาม, พอจะจับหลักภาษานี่ได้ จากการเทียบตัวอักษรกับการอ่านของของพี่เรคแล้ว, ต้องขอบใจพี่เรค

แต่คงต้องใช้เวลาอยู่ กว่าชั้นจะอ่านหนังสือเกี่ยวกับการต่อสู้เวทมนต์ได้, เพราะงั้นดองไว้ก่อน เอาไว้ทีหลัง

ถ้าชั้นฝึกจนมีพลังเวทมากพอจะใช้เวทแปลภาษา ก็น่าจะเร็วกว่าด้วย

จะว่าไป ภาษาพูดดูไม่ต่างจากชาติก่อนนัก เลยเข้าใจได้ทันที

ถึงจะมีหลายคำที่ฟังไม่เข้าใจ อย่าง [ตราไร้ค่า]  失格紋 ก็เถอะ



พออ่านหนังสือให้ฟังเสร็จ พี่เรคก็กลับไปทำงานที่ทุ่งต่อ

ในหมู่บ้านนี้ พออายุ 11 ก็จะได้รับทุ่งเป็นของตัวเอง แล้วก็มีหน้าที่ต้องไปดูแล

พี่ชายทั้งสอง ก็มีทุ่งเป็นของตัวเอง ตามกฎนี้

แต่สำหรับชั้น ดูจะแตกต่างออกไปนิดหน่อย

ตอนนี้ ชั้นยังไม่มีทุ่ง เพราะอายุไม่ถึง, แต่แม้อายุถึง 11 ก็อาจจะไม่ได้รับทุ่ง

เหตุผลอย่างเป็นทางการ คือมีพื้นที่ไม่เพียงพอ

ก็จริง หมู่บ้านนี้มันขาดพื้นที่ทำนาทำสวน, แค่นี้ก็เลยเข้าใจได้อยู่

แต่ดูจากพฤติการณ์ของชาวหมู่บ้าน พ่อแม่ แล้วก็พี่อีกคนที่ชื่อ บิฟเกล ビフゲル, ก็รู้สึกได้ว่ามีเหตุผลอยู่อีก

พ่อแม่มองชั้นเหมือนน่าสงสาร, ส่วนบิฟเกลจะมองแบบดูถูกอย่างเห็นได้ชัด

ซึ่งดูเหมือน มันจะเกี่ยวข้องกับ 『ตราไร้ค่า』, แต่พี่ชายกับพ่อแม่ชั้นไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ และชั้นเองก็ไม่อยากถามบิฟเกลด้วย ถึงจะถามไป ก็คงไม่ได้คำตอบดีๆออกมาหรอก

ยังไงก็ตาม มีเวลาอีกหน่อยกว่าจะถึงอาหารเย็น

เริ่มฝึกฝนเลยดีกว่า

การฝึกความอึดและพลังเวททุกวัน เป็นสิ่งจำเป็นล่ะนะ




NEKOPOST.NET