[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 7 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.7 - ความฝันที่มังกรแสดงให้ผมเห็น


" หือ? ที่นี่คือ... โรงฝึงของชมรมยิงธนู? " (มาโกโตะ)

สติของผมยังรู้สึกเลือนลาง ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่?

ไม่ใช่ว่าผมกำลัง... ไม่สิ หืม?

ถ้าหากผมอยู่ที่โรงฝึกแล้วกำลังทำกิจกรรมชมรมอยู่หล่ะก็ ความรู้สึกไม่พึงประสงค์ต่างๆจะค่อยๆหายไปตอนที่ผมจัดระเบียบความคิดของผม

ผมยังคงใส่ โดงิ อยู่ (โดงิ คือชุดเครื่องแบบสำหรับการฝึกซ้อมในประเทศญี่ปุ่น)

ในมือของผม มีคันธนูอยู่

มันคือสถานที่ที่ผมควรจะอยู่สินะ  แน่หล่ะ หลังจากที่อำลากับทุกคนแล้ว ผมก็ฝึกซ้อมการยิงธนูด้วยตัวคนเดียวตลอดเวลา

แบบนี้ไม่ดีแน่ สติของผมเหมือนจะหลุดไปไกล แทนที่จะดึงสติมาอยู่ที่นี่เพื่อฝึกซ้อม

" ผมรู้สึกว่ากัปตัน* จะต้องโกรธผมอีกแน่ๆ " (มาโกโตะ) [เปลี่ยนจากคำว่า ประธาน เป็น กัปตัน แทนนะครับ]

เพื่อปรับเปลี่ยนอารมณ์ซะใหม่ ผมนั่งลงแล้วตัดสินใจทำ 'ยิงให้โดนตรงกลาง' อีกครั้ง

ยิง และ เข้าเป้า

ไม่มีศัตรูอยู่ใกล้ๆ

อีกครั้ง ยิงธนู เข้าเป้า

เป้าที่อยู่ตรงหน้าผม ถูกลูกธนูของผมยิงเข้าอย่างแม่นยำ ผมหยิบลูกธนูที่ทำจากไม้ไผ่ออกมาอีกครั้ง และยิงไปยังตำแหน่งเดิม

" อือ เหมือนสถานะภาพของผมจะยังดีอยู่ " (มาโกโตะ)

พอผมคิดดูแล้ว มันก็ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนตำแหน่งแล้วสินะ

" กัปตันคนใหม่จะต้องเป็น ฮิงะชิ อย่างแน่นอน  แต่ผมสงสัยจังเลยว่าใครจะได้เป็นรองกัปตัน " (มาโกโตะ)

อึก อีกแล้ว หัวใจของผมมันไม่ยอมสงบนิ่ง

สำหรับ 'ยิงให้โดนตรงกลาง' ของผม ที่ห่างจากเป้าไปไกล ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยนัก

เกิดอะไรขึ้น?

ผมวางคันธนูลง แล้วก็นั่งในท่าเสซะ

" รองกัปตัน.. รองกัปตันก็คือผม? " (มาโกโตะ)

ผมเจอสาเหตุของความไม่สบายใจแล้ว

ทำไมเหมือนกับว่า เนื้อเรื่องมันไม่ประติดประต่อกันชอบผล

ผมจำไม่ได้เลยว่า ผมจะอยากเป็นรองกัปตัน  ผมกลายเป็นคนที่ทะเยอทะยานตั้งแต่เมื่อไหร่?

ถ้านั่นคือสาเหตุหล่ะก็ ผมควรจะเล็งตำแหน่งกัปตันมากกว่าสิ ถึงผมจะไม่ได้เป็นเป้าของสายตาก็เถอะ

แต่ดูเหมือนว่า การสับเปลี่ยนตำแหน่งจะ 'ยัง' ไม่เกิดขึ้นนะ

รุ่นพี่ในทุกๆปี ก่อนงานเทศกาลบง* จะประกาศชื่อของกัปตันแล้วก็รองกัปตันคนใหม่ บางที ในกลุ่มของรุ่นพี่คงจะตัดสินใจในเรื่องของรายชื่อเสร็จไปตั้งนานแล้วหล่ะ
[เทศกาลบงเป็นเทศกาลที่จัดขึ้น เพื่อให้เกียรติแก่บรรพบุรุษของคนญี่ปุ่นที่นับถือศาสนาพุทธ]

แต่นั่นควรจะเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดไว้สิ

ผมมองไปรอบๆโรงฝึก

ผมมองเห็นเงาที่เหมือนจะขยับเล็กน้อย แต่เมื่อผมเพ่งมองอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอยู่ตรงนั้นตาของผมกำลังเห็นภาพหลอนอยู่งั้นเหรอ?

เอาเถอะ ถ้าหากยังไม่มีใครรู้ถึงเรื่องนี้ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร

" หึ... " (มาโกโตะ)

ความรู้สึกของผมสงบลง

ลูกธนูดอกที่สามเข้าตรงกลางเป้าอย่างจัง มันเสียบทะลุผ่านลูกธนูอันก่อนหน้านี้ด้วย มันแม่นขนาดนี้ได้อย่างไร ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

วันนี้ฝึกแค่นี้ก่อนละกัน

อยู่ดีๆ ผมก็ตัดสินใจหยุดการฝึกซ้อนในวันนี้ล่วงเวลา ผมเดินออกไปด้วยความเศร้าเล็กน้อย ถ้าหากสภาพจิตใจของผมอยู่ในขั้นปกติหล่ะก็ ผมคงจะฝึกต่อไป

ในสายตาของผม ผมเห็นชั้นวางอุปกรณ์

แล้วผมก็มองไปเห็นคันธนูส่วนตัว ที่ผมมักจะเห็นมันวางอยู่ตรงนี้บ่อยๆ

จริงด้วยสิ ก่อนที่ผมจะเลิกฝึก ผมมักจะใช้คันธนูอันนี้ก่อนอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ทำไมครั้งนี้ผมถึงเกือบลืมไปได้นะ?

ความกังวลเริ่มจะทำให้ผมไม่สบายใจอีกครั้ง

ผมถือธนูคันนั้นแล้วก็ง้างสายธนูออก เทียบกับอันก่อนหน้านี้แล้ว อันนี้แข็งกว่ากันเยอะเลย แต่สำหรับผมแล้ว คันธนูอันนี้มันสบายมือผมมาก

" อึก!! " (มาโกโตะ)

ผมเผลอส่งเสียงออกมา จากสัมผัสที่ไม่ได้เจอมานาน ผมทำแบบนี้แถบจะทุกวัน ทำไมผมถึงยังไม่ชินกับมันอีกนะ?

ลูกธนูที่ถูกยิงออกไปจากระยะทางที่ถือได้ว่าไกลจากเป้าหมายมาก เข้าเป้า

บ้าจริง ทั้งที่ผมพยายามที่จะยิงให้พลาดอยู่ตลอดแล้วนะ

" ไม่มีทางเลือก แต่ว่าการจะดึงมันออกมาค่อนข้างลำบากเลยนะ " (มาโกโตะ)

ผมถอนหายใจ แล้วก็เดินไปเพื่อเก็บลูกธนูที่ยังคงปักอยู่ หลังจากที่ทำงานที่แสนลำบากเสร็จแล้ว ผมนำทุกอย่างกลับไปเก็บให้เข้าที่ แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากลับ

ผมกลับไปสวมชุดยูนิฟอร์มอีกครั้ง ผมสำรวจรอบๆเพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วก็เดินตรงไปยังทางออก

ที่ทางออก ผมเจอผู้หญิงคนหนึ่ง

---

" รุ่นพี่ ขอบคุณที่เหนื่อยนะคะ "

คนที่พูดประโยค ซึ่งผมได้ยินบ่อยๆนี่คือ รุ่นน้อง ของผมเอง

ผมจำได้ว่า เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่เข้าร่วมกับชมรมของเรากลางคัน เธอเป็นคนที่กระตือรือร้นมากๆ แล้วไม่นานก็ขึ้นไปถึงระดับผู้ฝึกหัดใหม่ได้ไม่ยาก แต่ต่อมาไม่นาน เธอก็ข้ามระดับนั้นไปแล้ว

เพราะว่า คนที่มีประสบการณ์การยิงธนูมาก่อนระดับประถมหน่ะมีไม่มาก นี่คือคำบอกจะผู้มีประสบการณ์

" อ่า ฮาเซงาวะ เหรอ มีอะไรรึเปล่า? เธออยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ? " (มาโกโตะ)

" อ่ะ ใช่ค่ะ คือว่า ก่อนจะถึงช่วงปิดเทอม มีบางสิ่งที่หนูจะต้อง... เอ่อคือ... " (ฮาเซงาวะ)

" หืม? ถ้าหากเป็นเรื่องที่จะต้องยิงให้โดนเป้าหล่ะก็ เธอทำเสร็จแล้วนี่นา ใช่ไหม? " (มาโกโตะ)

ถ้าหากผมจำไม่ผิดแล้วหล่ะก็ นั้นคือสิ่งที่เธอบอกว่าเป็นเป้าหมายสำหรับเธอ

แล้วก็ถ้าหากความจำผมถูกต้อง ผมจำได้ว่าเธอทำเป้าหมายนั้นสำเร็จลุล่วงไปแล้วในเดือนกรกฎา ตอนที่เธอยิงโดนส่วนบนของเป้ายิง

ในสายตาของผม มันเป็นลูกฟลุ๊ค แล้วก็ไม่ได้โดนตรงกลางด้วย มันก็แค่ลูกที่ยิงโดนเป้า

แต่ถึงแม้ว่ามันจะลูกฟลุ๊ค นั่นก็หมายความว่า เธอมาถึงระดับที่สามารถข้ามผ่านเป้าหมายของเธอสำเร็จแล้วเธอพัฒนาได้รวดเร็วมาก อย่างน้อยเธอก็พัฒนาได้เร็วกว่าผมหล่ะนะ

" ไม่ ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เอ่อ~ ...รุ่นพี่ไม่รู้เหรอ?! " (ฮาเซงาวะ)

" รู้อะไรเหรอ? ผมคิดไม่ออกเลย.. เอ๋ หรือว่าเธอลืมของไว้? " (มาโกโตะ)

ฮาเซงาวะ ทำท่าไหล่ตกเล็กน้อย หลังจากได้ยินสิ่งที่ผมพูด

หญิงสาวก้มศรีษะของเธอลง ผมสีดำของเธอซึ่งถูกย้อมไปด้วยสีแดงจากแสงแดด กำลังปลิวไสวไปมากับสายลมเหมือนอย่างที่ผมเคยสอนเธอถึงท่ายิงธนูของเธอ ตอนนี้ผมของเธอถูกมัดรวมกันไว้  ในลักษณะของทรงหางม้าตวัดข้าง (Side Ponytail) 
[เรียกว่าตวัดข้างรึเปล่าผมไม่แน่ใจนะครับ ไม่มีความรู้เรื่องทรงผม]

ทรงหางม้าคือความโรแมนติกตลอดกาลของพวกเราที่เป็นผู้ชาย แต่ทรงหางม้าตวัดข้างก็มีความหมายเช่นกัน

จากการที่เห็นหญิงสาวคนนี้ เปลี่ยนสไตล์ผมของเธอไปเรื่อยๆ และขณะที่เธอกำลังช่วยผมทำงานชมรมต่างๆ
ผมเผลอพูดออกไปว่า 'ทรงนี้เข้ากับเธอดีนะ'

หลังจากนั้น เหมือนเธอจะเชื่อในสิ่งที่ผมพูด เธอก็เลยทำทรงผมทรงเดิมนี้มาทุกครั้ง จนผมจำชื่อของเธอได้

ตัวผมที่ทรงผมสั้น แล้วก็ไม่เคยคิดจะทำทรงผมแบบนั้นมาก่อน การมัดผมรวบไว้ด้านบนแบบนั้นมันไม่ทำให้เจ็บเหรอ?

" รุ่นพี่มิซุมิค่ะ " (ฮาเซงาวะ)

เสียงของหญิงสาว เรียกผมกลับมาจากภวังค์

" อือ? มีอะไรเหรอ? " (มาโกโตะ)

ถ้าหากเป็นสิ่งที่กวนใจเธอ แน่นอนว่าผมจะต้องช่วยเหลือเธอ แต่เฉพาะในขอบเขตที่ผมสามารถช่วยได้เท่านั้นนะ ในฐานะรุ่นพี่ ตัวผมเองก็ต้องการให้เธอได้เห็นศักยภาพของคนเป็นรุ่นพี่

" หนูรู้สึกหลงใหลในตัวรุ่นพี่มานานมากแล้ว หนูชอบรุ่นพี่นะคะ ได้โปรดไปเดทกับหนูด้วยค่ะ " (ฮาเซงาวะ)

" ?? "

" ?? "

" ?? "

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม.. มันควรจะมีเสียงสัพเพเหระอื่นๆ เช่นเสียงนกด้วยสิ แต่ผมกลับไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

.... ครับ?

เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?

หนูหลงใหลในตัวรุ่นพี่?

หนูชอบรุ่นพี่?

ได้โปรดไปเดทกับหนู?

ผมเคยพูดอะไรด้วยเหรอ? ผมไม่ใช่คนที่มีเสน่ห์อะไรขนาดนั้นหรอก จริงๆผมก็อยากจะอวยตัวเองนะว่าภายในของผมหน่ะมีเสน่ห์ แต่ถ้านับจากรสนิยมของผู้คนทั่วไปแล้วหล่ะก็  ควรจะวัดเสน่ห์กันจากหลังมาหน้ามากกว่า อะไรทำนองนั้น 

การเรียน ถ้าไม่นับวิชาที่ผมชอบ วิชาอื่นก็งั้นๆ

นอกจากการยิงธนูแล้ว วิชาพละผมอยู่ในระดับกลางถึงสูง ไม่สิ อยู่ระดับกลางเป๊ะเลยต่างหาก

ยิ่งไปกว่านั้น รุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้าผม กลับมองว่าผมนั้น..นั้น!

นั้นโอเค?!

ยังไงก็ตาม ในชมรม โดยเฉพาะสาวน้อยคนนี้ ไม่น่าจะมีความรู้สึกแบบนั้นต่อผมนี่นา?

" รุ่น..พี่? " (ฮาเซงาวะ)

หลังจากสารภาพรักกับผมแบบไม่ทันตั้งตัว เธอก็ยกหัวของเธอขึ้น ฮาเซงาวะจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่เร้าร้อน

เธอจะต้องดูเร้าร้อนกว่านี้อีกนิดนะ... เอ๋ย! ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องแบบนั้น

" เดี๋ยวเดี๋ยวเดี๋ยว รอ.. รอเดี๋ยวก่อน " (มาโกโตะ)

ผมกำลัดจัดระบเบียบความคิด เพื่อที่จะเข้าใจถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ผมต้องถามคำถามเธอหลายคำถามเลยหล่ะ อย่างแรกเลย คำถามที่สำคัญที่สุด

" เธอ สิ่งที่เธอพูดในวันแรกตอนที่เข้ามาที่ชมรมนี้ หมายความยังไง? " (มาโกโตะ)

" สิ่งที่พูด? " (ฮาเซงาวะ)

" เธอพูดออกมาอย่างชัดเจนโดยที่ผมไม่ได้ถามด้วยซ้ำ ว่าเธอหน่ะมีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ? หมายความว่ายังไง? เธอจะบอกผมว่า เธอเลิกกับเขาแล้วอย่างงั้นเหรอ?! " (มาโกโตะ)

" นั้นหน่ะ ก่อนที่หนูจะได้เข้ามายังชมรม เพื่อนของหนูบอกหนูเกี่ยวกับงรุ่นพี่อิบูกิให้หนูฟัง หนูเลยคิดว่าจำเป็นต้องมีอะไรสักอย่างไว้ป้องกันตัว หนูก็เลย... " (ฮาเซงาวะ)

" มันคือคำโกหก?! " (มาโกโตะ)

" ค่ะ " (ฮาเซงาวะ)

เป็นคำพูดให้กำลังใจอะไรจะขนาดนั้น! ผมหมายถึง เพื่อนของเธอเป็นห่วงเธอ ถึงขนาดที่ต้องให้เธอระวังตัวไว้ก่อน เพื่อที่เธอจะสามารถเข้ามายังชมรมได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ทั้งหมดนั่นมันเกิดขึ้นจากเพื่อนนิสัยแย่ๆของผม อิบูกิ (น้ำตาผมถึงกับไหล)

" แต่ว่าเธอ ตอนที่ผมพยายามจะจัดท่ายิงของเธอให้ถูกต้อง เธอก็เอาธนูฟาดผมอย่างจัง พร้อมกับส่งเสียง 'กรี๊ดดด!!!' หรืออะไรนองนั้น ดังมากเลยไม่ใช่เหรอ " (มาโกโตะ)

เพราะแบบนั้นแหละ เพื่อตัวเธอเอง ไม่ให้ใครมาเข้าใจเธอผิด ผมจึงจำไว้ตลอดเวลาว่า ควรจะแตะเนื้อต้องตัวเธอให้น้อยถึงน้อยที่สุด เวลาจัดท่ายิงให้เธอ

ตอนแรกผมคิดว่า จะขอให้สมาชิกเพศหญิงสอนเธอตามที่ผมบอกแทน แต่ว่า

มันจะรังแต่จะเพิ่มจำนวนคนกับเวลาซะเปล่าๆ ผมเลยตัดสินใจว่ามันไม่จำเป็น แล้วก็กลับมาใช้วิธีเดิม

ตกหลุมรักเพราะเรื่องแค่นั้น?! ไม่ เป็นไปไม่ได้หรอก! ถ้านั้นคือเหตุผลหล่ะก็ ผมคงมีแฟนไปนานแล้วหล่ะ!

ผมไม่เป็นที่นิยมถึงขนาดไหนหน่ะเหรอ? อืม มันถึงจุดที่ผมอยากจะผนึกตัวเองไว้กับประวัติศาสตร์ที่มืดมนเลยหล่ะ นั่นแหละคือระดับความไม่เป็นที่นิยมของผม

" นั่นหน่ะเพราะว่า รุ่นพี่อยู่ดีๆก็มาแตะตัวหนูเองไม่ใช่เหรอ? ตอนนั้นหนูไม่ได้ตั้งใจจะร้องออกมา แต่ว่ารุ่นพี่มาแตะจากด้านหลัง ตอนที่หนูยังไม่ได้เตรียมใจให้พร้อม ก็เลย... " (ฮาเซงาวะ)

" เอ~ จริงด้วยสินะ ผมต้องขอโทษด้วย....  เฮ้ ฮาเซงาวะ " (มาโกโตะ)

" ค่ะ " (ฮาเซงาวะ)

" ผมต้องขอโทษจริงๆ แต่ผมยังไม่คิดจะเป็นแฟนกับเธอ  วิธีคิดแบบนี้อาจจะเก่าแล้ว แต่ว่าตอนที่ผมตกหลุมรักใครสักคน ผมอยากที่จะเริ่มเดทหลังจากที่เป็นแฟนกันแล้วเท่านั้น ถ้าหากอยู่ดีๆเธอมาบอกผมว่าไปเดทกัน ผมก็คงรับมันไม่ได้หรอก " (มาโกโตะ)

โอกาสแบบนี้อาจจะไม่มาเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว แต่ว่า 'ผมจะรักเธอหลังจากการออกเดท' ความคิดแบบนั้นหน่ะ ผมไม่เห็นด้วยหรอก

ถ้าหากผมรักใครสักคน ผมก็จะไปสารภาพรักกับเขาด้วยตัวเอง แล้วถ้าเขาตอบตกลงหล่ะก็ ถึงตอนนั้นเราค่อยไปเดทด้วยกัน นั้นคือสิ่งที่ผมอยากจะให้เป็น

ผมเองก็คิดว่ามันเป็นความคิดที่งี่เง่ามาก อิบูกิ ก็บอกกับผมแบบนั้นบ่อยๆเหมือนกัน ' ถ้าหากว่ามีผู้หญิงที่ชอบนาย แล้วก็สารภาพรักกับนาย  นายจะรอจนกว่านายจะรู้สึกแบบเดียวกันกับเธอ
จนไปสารภาพรักกลับ แล้วก็ปฏิเสธผู้หญิงคนอื่นๆทั้งหมดที่เข้ามาในชีวิตนายระหว่างนั้นน่ะเหรอ? '  เขาพูดว่าแบบนั้น

' มันผิดตรงไหนกัน ที่จะเริ่มตกหลุมรักขณะที่กำลังไปเดทด้วยกัน? ' คำพูดเหล่านั้นที่เขาบอกกับผม ผมคิดว่ามันเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง และผมก็เข้าใจมัน  แต่ว่าจิตใจของผมก็คงจะรับมันไว้ไม่ได้อยู่ดี ผมมันดูเหมือนคนโง่คนหนึ่ง

" ไม่เอา! " (ฮาเซงาวะ)

" เอ๋ออออ?! " (มาโกโตะ)

ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้?

นี่มันไม่อยู่ในพจนานุกรมของผมนะ

" ถ้าอย่างนั้นก็โอเคค่ะ ถ้าแค่ทดสอบดูก่อนก็ได้! แต่หลังจากนั้นได้โปรด ตกหลุมรักฉันด้วยค่ะ! นั้นยังไม่ดีพอเหรอค่ะ รุ่นพี่? คะ...คุณมาโกโตะ! " (ฮาเซงาวะ) 

อะอึกอั่ก!!!

นี่มันการดำเนินเรื่องระดับเทพแค่ไหนกัน? เกมส์? นี่มันเกมส์ความรักโลกไหนกันเนี่ย?

ต่อให้มีโอกาสก็เถอะ นี่มันมากเกินไป! นี่มันจะสะดวกสบายสำหรับคนที่เป็นผู้ชายมากเกินไปหน่อยรึเปล่า ทำไมเรื่องมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เล่า?!

ผมค่อนข้างตื่นตกใจ

" ฮะ..เฮ้ ฮาเซงาวะ! เธอ เธอจะโอเคกับมันงั้นเหรอ?! " (มาโกโตะ)

" ได้โปรดเรียกฉันว่า นุกูมิ ด้วยค่ะ! หรือว่าคุณจะมี... จะมีผู้หญิงคนอื่นอยู่ในหัวใจอยู่แล้ว?! " (ฮาเซงาวะ)

" ไม่ ไม่ใช่อะไรแบบนั้นหรอก แต่ว่า... " (มาโกโตะ)

น้ำเสียงของผมมันดุดันเล็กน้อย ความรู้สึกที่ถูกกดดันตลอดเวลามันเป็นแบบนี้เองสินะ

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่ผมพยายามที่จะใช้ความคิด แล้วก็เลยก้มหัวของผมลง ผมเห็นร่างกายของเธอที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แม้ว่าเธอจะสวมใส่ยูนิฟอร์มอยู่ก็ตาม แต่ยังไงผมก็ไม่ควรจะจ้องมันอยู่ดี

สายตาของผมเลยเลื่อนขึ้นไปหยุดอยู่ที่หน้าอกของเธอแทน!

ดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้ว ผมก็คงจำเป็นจะต้องคุยกับเธอ ขณะที่จ้องหน้าเธอไปตรงๆสินะ

" ไม่เป็นปัญหาใช่ไหมค่ะ?! การทดสอบ ถ้าหากว่าคุณปฏิเสธฉันในภายหลัง ฉันก็จะไม่ร้องไห้หรอกค่ะ ฉะนั้นแล้ว! " (ฮาเซงาวะ)

นั้นมันโกหกชัดๆ! เธอจะต้องร้องไห้อย่างแน่นอน แค่ดูจากสถานการณ์ในปัจจุบันผมก็รู้แล้ว

อืออออ.....

ผมปฏิเสธเธอไม่ลง

" ถ้าเธอโอเคกับมันจริงๆ หล่ะก็ ตกลง... แต่ว่าผมอยากจะรู้อะไรบางอย่างก่อน  ทำไมถึงเป็นผมหล่ะ? มันอาจจะฟังดูเจ็บปวดสำหรับผม ที่ผมต้องถามแบบนี้ แต่ว่าทำไมเธอถึงตกหลุมรักคนอย่างผมหล่ะ? " (มาโกโตะ)

" ท่วงท่าของรุ่นพี่ ตอนที่กำลังใช้คันธนูเหมือนกับเมื่อกี้นี้ " (ฮาเซงาวะ)

" เธอดูอยู่เหรอ?! " (มาโกโตะ)

เธอพยักหน้า

" ตอนแรกที่ฉันเห็นมัน คือตอนที่รุ่นพี่ซ้อมอยู่คนเดียว ฉันจ้องมองท่วงท่านั่นโดยไม่ได้กระพริบตาเลย " (ฮาเซงาวะ)

" ...จากนั้น? " (มาโกโตะ)

" ฉันคิดว่ามันสง่างามมากค่ะ หลังจากวันนั้น ไม่ใช่แค่ในชมรมเท่านั้น ฉันคอยฝึกซ้อมยิงธนูอยู่ทุกวัน โดยไม่สนใจที่จะทำอย่างอื่นเลย  เพื่อที่จะได้เข้ามายังชมรมนี้ ฉันเลยพยายามอย่างสุดความสามารถ ดังนั้น ตอนที่เข้ามาที่นี่ได้ เป้าหมายของฉันก็ได้หายไปแล้ว " (ฮาเซงาวะ)

" ?? " (มาโกโตะ)

" หลังจากนั้น การได้มองรุ่นพี่หลายๆครั้ง ฉัน.... " (ฮาเซงาวะ)

" เธอแอบมองผมหลายครั้งแล้ว?! " (มาโกโตะ)

ผมไม่รู้สึกตัวเลยด้วยซ้ำ นี่มันความผิดพลาดอะไรกัน

" ฉันเริ่มที่จะคิดว่า ฉันอยากจะรู้จักคนคนนี้ให้มากยิ่งกว่านี้  นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมฉัน ถึงเข้าร่วมกับชมรมยิงธนูค่ะ " (ฮาเซงาวะ)

ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า เธอตกหลุมรักผมมาตั้งแต่แรกเลยสินะ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าความสุขส่วนตัวของผมหลังจากการฝึกซ้อมกับชมรม จะถูกใครบางคนเห็นเข้า มิหนำซ้ำคนคนนั้นยังไม่ใช่แม้แต่สมาชิกของชมรม ตอนนี้ต้องยับยั้งความรู้สึกนั้นไว้ก่อน  คราวต่อไปก็คงต้องสนใจสิ่งรอบตัวให้มากกว่านี้ซะแล้ว

" อยากจะบอกว่า หลังจากที่ฉันเข้ามาก็... ก็รู้สึกว่ายิงได้ไม่ดีเท่าแต่ก่อน ก็เลย.. " (ฮาเซงาวะ)

" ขะ..เข้าใจแล้ว  ขอบคุณมากนะฮาเซงาวะ ผมรู้สึกดีใจมาก " (มาโกโตะ)

เพื่อที่จะหยุดเธอที่พยายามจะพูดต่อ ผมก็เลยพูดขอบคุณเธอ  เธอตกหลุมรักผมจากการมองดูผมยิงธนู นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ผมได้ยินอะไรแบบนี้จากผู้หญิงในรุ่นเดียวกัน

" เรียกฉันว่า นุ-xxx-มิ ค่ะ! " (ฮาเซงาวะ)

" ขอโทษที นี่มันไม่ใช่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในทันทีหรอกนะ ยังไงตอนนี้ก็ได้โปรด ยกโทษให้ผมด้วย แล้ววันนี้ก็กลับบ้านก่อนเถอะ นี่มันก็ดึกแล้วก็มืดมากแล้ว สถานีก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มาก เธอเดินไปเองได้ใช่ไหม? " (มาโกโตะ)

มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าผมจะพูดว่า ผมจะพาเธอไปส่งเอง  แตก็อย่างที่คิดเลย ประโยคนั้นมันค้ำอยู่ที่คอของผม ทำให้ผมไม่สามารถพูดมันออกมาได้

" อะ ค่ะ! ดูเหมือนว่าหลังจะปลดปล่อยทุกอย่างออกมา หนูรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยค่ะ รุ่นพี่คะ ช่วงปิดเทอมที่จะถึงนี้ ไปเที่ยวด้วยกันให้หนำใจไปเลย ตกลงไหมคะ? " (ฮาเซงาวะ)

" ได้เลย ผมจะตั้งตารอนะ " (มาโกโตะ)

ผมโบกมืออำลาเธอ แล้วอยู่ดีๆ ผมก็รู้สึกได้ถึงเสียง 'เปรี๊ยะ' บางอย่าง รวมไปถึงความรู้สึกที่อึดอัด มันเหมือนกับว่า อะไรบางอย่างในร่างกายของผมมันจะระเบิดออกมา

ผม 'ถูก' สารภาพรักเป็นครั้งแรกในชีวิตของผม มันเป็นเหตุการณ์ที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย ในระหว่างที่กำลังอำลาเธอ มันก็ไม่แปลกหรอกที่ผมจะรู้สึกแปลกๆ

เอาเถอะ ดูเหมือนกับว่า 'ผมทำมันลงไปแล้ว' แค่ตอนนี้หน่ะนะ

" เฮ้อ~ ตกใจมากเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับชีวิตผม " (มาโกโตะ)

ผมสวมรองเท้า แล้วเหมือนว่าในที่สุด ผมก็จะได้เดินออกจากโรงฝึกสักที

" เธอกลับช้าจังเลยนะ มิซุมิ "

ที่ทางออก

" ฮิงะชิ " (มาโกโตะ)

เพื่อร่วมห้องที่ผมคิดว่า มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดที่จะกลายเป็นกัปตัน

ในระหว่างที่เธอพิงหลังของเธอไว้กับผนังข้างนอกโรงฝึก เธอจ้องมาที่ผมด้วยสีหน้าที่ดูอึดอัด

----

" มันน่าตกใจนิดหน่อยนะ ที่แม้แต่มิซุมิเอง ก็เริ่มที่จะก้าวไปข้างหน้า " (ฮิงะชิ)

" อะ..อ่า " (มาโกโตะ)

ผม และ ฮิงะชิ อะซุมะ เดินออกมาจากประตูของโรงเรียน ผมเดินกลับบ้านไปพร้อมๆกับ ฮิงะชิ

ไม่ต้องสงสัยเลย เธอต้องเห็นเหตุการณ์ที่เป็น จุดเปลี่ยนชีวิต เมื่อกี้นี้แน่ๆ

ผมรู้สึกได้เลยว่า ฮิงะชิ ดูกังวลใจกว่าปกติ เพราะเรื่องนั้นแน่ๆ

ในสถานการณ์แบบนี้ ผมควรจะพูดอะไรดีนะ ผมคิดไม่ออกเลยจริงๆแฮะ

" ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ฉันจะมาร่วมเป็นสักขีพยานในเหตุการณ์แบบนี้ ตอนที่ฉันมองพวกผู้ชายในชมรม มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ว่า... " (ฮิงะชิ)

ฮิงะชิจ้องมาที่ผมด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ  ดวงตาของเธอน่าจะอยู่ในระดับเดียวกับดวงตาของผม แต่เหมือนกับว่าตอนนี้มันอยู่สูงกว่าเดิมนิดหน่อย  แต่ผมยังอยู่ในช่วงของวัยรุ่น ฉะนั้นผมยังสูงขึ้นได้อีก ใช่ไหม?!

" แต่ว่า ฉันต้องขอโทษด้วย! ฉันไม่ได้นึกเลยว่า สถานการณ์มันจะกลายเป็นแบบนั้น! มันไม่ใช่ว่าฉันมาที่นี่เพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ  ฉันต้องขอโทษจริงๆ! " (ฮิงะชิ)

" สิ่งที่เธอเห็นมันไม่สมควรจริงๆนั้นแหละ แต่มันก็ทำให้ผมเจ็บปวดอยู่นะ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไงดี! " (มาโกโตะ)

เฮ้อ~ ผมคร่ำครวญสะได้

แต่ถ้าหากลองมาคิดดูแล้ว

ฮิงะชิ จะต้องอยากพูดอะไรสักอย่างกับผมแน่ๆ เธอถึงมายืนรอผมแบบนี้  เธอไม่ใช่คนประเภทที่จะชอบไปแอบฟังบทสนทนาของคนอื่นซะด้วย

เธอมีลักษณะนิสัยตรงไปตรงมาคล้ายๆกับพวกผู้ชาย ไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะ แต่ว่าด้วยเหตุนั้นแหละ ที่มันทำให้รู้สึกว่าเธอเป็นพวกที่คุยด้วยได้ง่าย

ด้วยนิสัยที่เธอเป็นแบบนี้นั้นแหละ เธอเลยเป็นที่นิยมของทั้งผู้ชายและผู้หญิง

ถึงผมจะพูดแบบนั้นก็เถอะ ร่างกายของเธอไม่ได้ผอมบางแต่ให้ความรู้สึกของคนที่มีร่างกายแข็งแร่ง และทำให้ผมรู้สึกว่าเธอน่ะดูเป็นผู้หญิงมาก  ถ้าหากไม่นับฮาเซงาวะที่มีรูปร่างเหมือนคนโตเกินวัยละก็ ผมขอร้องหล่ะ แบ่งส่วนสูงของเธอให้ผมบ้างเถอะ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ตัวใหญ่ขึ้นแล้วอะไรมันจะดีขึ้น

ทักษะที่ดูงดงามของเธอ แล้วก็สัดส่วนที่เหมาะสมในการตั้งท่ายิงต่างๆ ทำให้เธอทำคะแนนไปได้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิด

ในใจของผม ผมมองว่าฮิงะชิเป็นผู้หญิงที่มีสเน่ห์  ถ้าหากมีการจัดอันดับเพื่อนสาวในอุดมคติหล่ะก็ ถ้าจัดกันแค่ในโรงเรียน เธอจะต้องได้ที่หนึ่งอย่างแน่นอน

แต่จริงๆแล้ว มันมีการจัดอันดับของรุ่นพี่ผู้หญิงแบบลับๆอยู่ แล้วเธอก็ได้ที่สองซะด้วย และดูเหมือนว่าผู้เข้าแข่งขันจะชั้นปีที่สามเยอะมากเลยหล่ะ การที่เธอได้ที่สองนั้นแหละที่ทำให้น่ากลัว

แม้กระทั่งรุ่นพี่ยังหลงใหลในตัวเธอเลย ฮ่าๆ... พอแค่นี้ก่อนดีกว่า

" ยังไงก็ช่างมันเถอะ แล้ว? เธอมีธุระอะไรกับผมหล่ะ? " (มาโกโตะ)

อืม? เดี๋ยวก่อนนะ หรือธุระของเธอก็คือ?

อีกครั้งหนึ่ง ผมขมวดคิ้วเพื่อใช้ความคิด แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้อยู่ดี

" อืม นั่นสินะ " (ฮิงะชิ)

เสียงของฮิงะชิที่ดูเหมือนจะมีความลังเลปะปนอยู่ น้ำเสียงของเธอก็ต่ำกว่าปกติหนึ่งระดับด้วยหรือมันจะเป็นสิ่งที่ผมคิดจริงๆ ?!

" เธอเองก็เห็นตอนที่ผมกำลังทำ 'ยิงให้โดนตรงกลาง' งั้นเหรอ?! " (มาโกโตะ)

" หา?! ทำไมถึงถามแบบนั้นหล่ะ? อืม แต่ก็เห็นจริงๆนั้นแหละ " (ฮิงะชิ)

" อ๊ากกกก นึกว่าจะไม่มีใครเห็นเลยสะอีก " (มาโกโตะ)

ผมรู้สึกเจ็บปวดจนเอามือทั้งสองข้างกุมขมับ

มันเป็นช่วงนอกเวลานะ แล้วเพื่อกลบเกลื่อน ผมถึงกับลงทุนทำความสะอาดทั้งโรงฝึกเพื่อใช้เป็นข้ออ้าง ตอนที่ทุกคนออกไปหมดแล้วด้วยนะ!!

นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!!

ฮิงะชิกำลังทำสีหน้าที่บ่งบอกว่า 'นานขนาดนี้ไม่มีใครรู้ก็แปลกแล้ว'

หน้าของผมบิดเบี้ยวมากยิ่งขึ้น!! ผมเกือบสลบไปพร้อมกับความเจ็บปวด!

" อืม ก็นานๆครั้งนะ มันไม่เหมือนกับว่านายล็อคโรงฝึกนี่นา ฉะนั้นมันก็ไม่มีความลับอะไรมาตั้งแต่แรกแล้วหล่ะ " 
(ฮิงะชิ)

" แต่ว่าโรงฝึกธนูหน่ะ อยู่เกือบขอบสุดของโรงเรียนเลยนะรู้ไหม? ตอนที่กิจกรรมชมรมจบลง แล้วทุกๆคนก็กลับบ้าน มันไม่น่าจะมีใครหลงเหลืออยู่เลยสิ?! " (มาโกโตะ)

" ถ้าหากมีคนลืมของไว้ ความลับก็แตกทันทีอยู่ดี " (ฮิงะชิ)

" ผมตรวจสอบให้มั่นใจแล้วก่อนที่ผมจะเริ่มฝึก ว่าจะไม่เกิดอะไรแบบนั้นขึ้น ฉะนั้นมันเป็นไปไม่ได้ " (มาโกโตะ)

" ทำไมนายพูดเหมือนกับเด็กที่ต้องคอยเอาใจใส่แบบนี้นะ? ถึงแม้ว่าจะไม่เกิดอะไรแบบนั้นขึ้นก็เถอะ ยังไงก็ต้องมีคนคิดว่าตัวเองลืมของอะไรสักอย่าง แล้วก็กลับมาดูจริงไหมหล่ะ? อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันหน่ะนะ " (ฮิงะชิ)

" ความจำของเธอยังปกติดีอยู่ไหมเนี่ย?! " (มาโกโตะ)

" ยังไงฉันก็เป็นมนุษย์นะ " (ฮิงะชิ)

โว้ว โว้ว ผมรู้สึกเหมือนกับว่า ผมแพ้อย่างราบคาบเลย

" เอาหล่ะๆ ออกทะเลไปไกลแล้ว เข้าเรื่องๆ โอเคนะ? " (ฮิงะชิ)

คุณฮิงะชิ ทำหน้าเหมือนกับกำลังสมเพชผมอยู่

เอาเถอะ อยากจะพูดอะไรก็พูดเลย

ผมยอมแพ้แล้วหล่ะ ถ้าผมถึงบ้านเมื่อไหร่ ผมจะเล่นเกมส์ใหม่ที่พึ่งได้มาทันที มันน่าจะช่วยฟื้นคืนชีวิตให้ผมได้

" วันนี้ก็คือ ช่วงก่อนที่จะเริ่มกิจกรรมชมรม  พวกรุ่นพี่เรียกฉันเข้าไปพบ แล้วก็บอกกับฉันว่า ฉันจะได้เป็นกัปตันคนต่อไป " (ฮิงะชิ)

" แล้ว? " (มาโกโตะ)

เธอต้องการจะบอกอะไรกันแน่? เอาจริงๆก็คือ ทุกๆคนน่าจะคิดไว้อยู่แล้วว่าเธอคือตัวเลือกหมายเลขหนึ่ง รู้ไหม?

" ที่พูดว่า 'แล้ว' มันหมายความว่ายังไง?! ตกใจให้มากกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอไง?! " (ฮิงะชิ)

" เอ๋? " (มาโกโตะ)

ดูเหมือนรอบนี้จะทำให้ฮิงะชิโวกเวกขึ้นมาจริงๆ  ผมไม่ได้พยายามจะปั่นหัวเธอหรอกนะ เพราะปฏิกิริยาของผมมันมาจากใจของผมจริงๆ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะดูจริงจังกว่าที่คิด

นอกจากหน้าตาของผมจะแย่แล้ว (ถึงคำพูดของผมจะทำให้ผมไม่พอใจซะเองก็เถอะ) ผมยังเป็นคนที่ได้รับรางวัลยอดแย่ในการอ่านบรรยากาศอีกด้วย

" งั้นขอถามอ้อมหน่อยละกัน  นอกจากเธอแล้ว เธอคิดว่าจะมีใครเป็นกัปตันได้อีก? " (มาโกโตะ)

" เอ๋.. อะ.. อืม.. นายละมั้ง? " (ฮิงะชิ)

อยู่ดีๆก็โยนให้ผมซะอย่างนั้น มันจะไปไกลเกินไปหน่อยแล้ว

" เธอก็รู้ ว่าผมจะไม่ไปเข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเม้นต์ของชมรม แล้วก็ไม่ได้ไปแข่งนอกประเทศด้วย ถ้าเกิดผมได้เป็นกัปตันจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับชมรมหล่ะ? ยิ่งไปกว่านั้น ชมรมนี่ก็ประสบความสำเร็จด้วยนักกีฬาเพศหญิงมาหลายๆ รุ่นอยู่แล้วด้วย " (มาโกโตะ)

ใช่แล้ว นอกจากความจริงที่ว่าผมจะไม่เข้าร่วมการแข่งขันแล้ว ในชมรมของเรา ด้วยเหตุผลบางอย่าง จะมีกัปตันเป็นผู้หญิงเสมอ

" นายพูดแบบนั้น แต่นายกลับมีความสามารถที่จะพลิกผลลัพธ์นั่นได้นะ " (ฮิงะชิ)

" เฮ้ย เฮ้ย " (มาโกโตะ)

" นอกจากนี้แล้ว คนที่ได้รับความน่าเชื่อถือมากที่สุดในชมรม ก็น่าจะเป็นนายอีกด้วย " (ฮิงะชิ)

" เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย! " (มาโกโตะ)

นี่มันอะไรกัน ทำไมวันนี้ ฮิงะชิ ถึงมีความคิดติดลบแบบนี้หล่ะ?

สำหรับคนที่กระโดดโลดเต้นไปมา แล้วหักไม้ไผ่ออกเป็นสองท่อนได้น่าตาเฉย สำหรับผู้หญิงคนนั้นที่กลายมาเป็นแบบนี้ นี่มันผิดปกติมากเลย

" เพราะว่ารุ่นพี่พวกนั้นไม่รู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของนาย  ฉันพยายามจะเสนอชื่อนายแล้วนะ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังอยากจะให้ฉันเป็นกัปตันอยู่ดี " (ฮิงะชิ)

การเสนอชื่อสุดอันตรายนั่นมันอะไรกัน? บทสนทนานั้น ผมมั่นใจว่ารุ่นพี่คนอื่นไม่น่าจะรู้ถึงเรื่องนี้นะ ฉะนั้นผมเลยมั่นใจว่ามันไม่น่าจะเกิดขึ้น

ไม่อยากจะคิดเลยว่าโอกาสเล็กๆแบบนี้มันยังจะเกิดขึ้นอีก อุตส่าห์ใช้ชีวิตแบบขี้เกียจแล้วแท้ๆ

ในจินตนาการของผม ผมได้ยินเสียงหยดเหงื่อของผมตกใส่พื้นดัง ติ๊ง ติ๊ง

พวกเราสองคนที่เดินด้วยกันมา ตอนนี้กำลังอยู่บริเวณตรงกลางของเนินเขาที่ลาดยาวอยู่ เมื่อพวกเราเดินลงมาถึงปลายเนิน ตรงนั้นเป็นเขตพื้นที่ของตลาด มีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินผ่านไปมา แต่พวกเราเป็นเพียงคนสองคน ที่เพิ่งเดินออกมาจากโรงเรียน

" เฮ้ " (ฮิงะชิ)

เธอเรียกผม แล้วก็หันหน้าของเธอมาหาผม

ผมหันไปหาเธอ เพื่อที่จะตอบเธอกลับ แต่เธอก็จับแขนของผมไว้แน่นในระดับข้อศอกด้วยมือทั้งสองข้างของเธอ จากนั้นเธอก็หันทั้งตัวผมไปหาเธอ

แล้วก็แน่นอน พวกเราจ้องตากัน

ผมรู้สึกเหมือนกับว่าพละกำลังของมือทั้งสองข้างที่กำลังจับแขนผมไว้ เริ่มที่จะอ่อนแรงลง

" มิซุมิ ฉันขอร้องให้นายเป็นกัปตันได้ไหม? " (ฮิงะชิ)

" ฮิงะชิ ผมทำแบบนั้นไม่ได้  เหมือนอย่างที่ผมบอกไปตอนแรกนั้นแหละ ทุกๆคนในชมรมต่างก็คิดว่าคนที่จะได้เป็นกัปตันก็คือเธอ  พวกเราคิดว่าเธอ จะต้องสามารถทำได้ " (มาโกโตะ)

" นั่นมัน.. ถ้ามิซุมิแค่แสดงให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถของนายละก็ ทุกๆคนเองก็น่าจะเปลี่ยนใจ! ถ้าหากนายโชว์ให้พวกเขาได้เห็นว่า นายสามารถยิงลูกธนูให้ทะลุผ่านลูกธนูดอกเดิมได้ อย่างน้อยแค่ครั้งเดียว พวกเขาจะต้องหันมาเชื่อมั่นในตัวนายอย่างแน่นอน! " (ฮิงะชิ)

" ฮิงะชิ! " (มาโกโตะ)

ผมไม่รู้ว่าผมจะทำยังไงดี แต่สุดท้ายผมก็สลัดมือทั้งสองข้างของหญิงสาวที่กำลังจับแขนของผมออกจนได้ แล้วโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง พบจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอ

ร่างของหญิงสาวที่ซึ่งสั่นอยู่ก่อนแล้วเล็กน้อย พอผมวางมือไปบนไหล่ของเธอ ร่างของเธอก็สั่นอย่างรุนแรง แล้วก็หยุดลง ตาของเธอเหมือนจะเบลอลงเล็กน้อย

น่าเศร้ามาก ผมไม่สามารถตอบเธอในสิ่งที่เธอต้องการได้  คุณสมบัติของฮิงะชิที่สามารถเป็นกัปตันได้นั้น มันแน่นอนอยู่แล้ว นั่นแหละเหตุผลที่ผม จำเป็นต้องมอบความกล้าให้กับเธอ

" นี่อาจจะฟังดูบ้านๆนะแต่ว่า ผมรู้ว่าเธอสามารถทำได้ ผู้คนรอบข้างเองก็จะช่วยเหลือเธอด้วยเช่นกัน ไม่สิ ผมจะบังคับให้พวกเขาทำเลยหล่ะ! ยังไงก็ตาม ลองเป็นดูก่อนก็ได้ ตกลงไหม? " (มาโกโตะ)

" จริงเหรอ? " (ฮิงะชิ)

เธอกำลังกลัวงั้นเหรอ? ผมไม่เคยตะคอกใส่ ฮิงะชิ เลยสักครั้ง  มันเหมือนกับว่า เธอหน่ะดีพร้อมอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตะคอกเพื่อดึงสติเธอเลยสักครั้ง เธอเป็นคนที่ทำให้คนอื่นๆรู้สึกสนุก เวลาได้อยู่ใกล้ๆตัวเธอ

ใช่แล้วหล่ะ ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยแสดงด้านที่อ่อนแอให้ผมเห็นเลยสักครั้ง  แต่เพราะแบบนั้นแหละ ผมที่ซึ่งเห็นฮิงะชิเป็นแบบนั้นตรงหน้าของผม มันทำให้ผมลำบากใจเล็กน้อย

" ใช่ ผมรับประกันเลย  ผมเองก็จะช่วยเหลือเช่นกัน " (มาโกโตะ)

" ถ้าอย่างงั้น นายจะเป็นรองกัปต้นได้ใช่ไหม? " (ฮิงะชิ)

" เอ~ แน่นอนอยู่แล้... หา?! " (มาโกโตะ)

" นายจะเป็นใช่ไหม? " (ฮิงะชิ)

ผมถูกจัดฉาก?

ผมถูก...หลอกใช้?

ไม่ใช่ ฮิระงิไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นนี้ก็คงเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกจริงๆ

ผมรู้สึกว่า ผมไม่สามารถปฏิเสธเธอได้เลย  การพยายามที่จะปฏิเสธตรงนี้ มันก็เหมือนกับการขัดคำสั่งของพระราชาอะไรทำนองนั้นเลย สุดท้ายก็ถูกจับ แล้วก็วนกลับมาที่เดิม  นี่มันความยากระดับที่ผ่านไปไม่ได้เลยชัดๆ!

" ถูกซื้อสะแล้ว~ โอเค ตกลง ผมจะเป็นรองกัปตันให้  ในปีที่ยาวนานที่กำลังจะมาถึงนี้ ผมขอฝากตัวด้วยหล่ะ ท่านหัวหน้าในอนาคต " (มาโกโตะ)

" ฮี่~ ถ้าอย่างนั้นขอถามอีกอย่างหนึ่งได้ไหม? " (ฮิงะชิ)

ด้วยดาวตาที่ยังคงเบลอเล็กน้อยของเธออยู่ เธอยิ้มให้กับผม

เปรี๊ยะ อีกแล้ว อะไรบางอย่างมัน....

สัญญาณเตือนบางอย่างดังขึ้น แล้วมันยังรุนแรงกว่าครั้งก่อนอีก นี่มันอะไรกัน?

" เฮ้ ไปเดทกันนะ " (ฮิงะชิ)

" อ่า~ ตกลง ตกลง... เดี๋ยว! ว่าอะไรน้าาา?! " (มาโกโตะ)

" อะฮ่า! ดีจริงๆที่ลองถามดู ได้โปรดดูแลฉันด้วยนะ ที่รัก~♫ " (ฮิงะชิ)

" หวา หวา หวา หวาาา " (มาโกโตะ)

" หืม~ มีอะไรเหรอ~? " (ฮิงะชิ)

" อย่า 'มีอะไรเหรอ' กับผมเลย! เธอเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดสินะ?! " (มาโกโตะ)

เหตุการณ์ที่ผมถูก สารภาพรัก

คำตอบที่ดูไม่เท่ของผม แล้วก็ 'ผลลัพธ์' ของมัน

" ใช่ " (ฮิงะชิ)

เธอตอบผมมาแบบเบื่อๆ

ผมไม่เคยรู้จักฮิงะชิที่เป็นแบบนี้มาก่อนเลย นี่มันใบหน้าของฮิงะชิ ฉบับ 'สาวน้อย' ชัดๆ

" แต่ว่านายกำลังอยู่ในช่วงทดสอบความสัมพันธ์กับฮาเซงาวะอยู่ใช่ไหม? ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะรู้ไหม? " (ฮิงะชิ)

" หา?! " (มาโกโตะ)

เหมือนกับกำลังบอกผมเลยว่า ผมสามารถคบซ้อนได้

ฮิงะชิก็ด้วย? ไปจนถึงรุ่นน้อง ที่อยู่ดีๆก็มาสารภาพรักกับผม แถมยังชมรมเดียวกันอีก

เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ

ผมรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด ที่กำลังก่อกวนสติของผม แล้วก็สัญญานเตือนอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นไปพร้อมๆกับความเจ็บปวดนั้น

นี่มันไม่ใช่แล้ว คนๆนี้ไม่ใช่ ฮิระงิ

" สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่เคยเกิดขึ้นในความเป็นจริง! " (มาโกโตะ)

อีกแล้ว ความรู้สึกที่เหมือนกับกำลังถูกจ้องมองอยู่ เหมือนกับตอนอยู่ในโรงฝึก แต่ว่ามีบางอย่าง ที่แปลกออกไป!

" อย่าคิดให้มันลึกเลย ทั้งฉันแล้วก็สาวน้อยคนนั้นไม่ติดใจอะไรกับแค่การทดลองคบกันหรอก นายสามารถลิ้มรสพวกเราได้อย่างอิสระ แล้วถึงตอนนั้นค่อยตัดสินใจก็ได้ว่าจะเลือกใคร สำหรับฉันแล้ว ถ้าหากเป็นมิซุมิหล่ะก็ ฉันก็โอเคนะที่จะเป็นที่สอง รู้ไหม? " (ฮิงะชิ)

ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ฮิงะชิค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ขึ้น มือของเธอถูกวางลงบนแก้มของผม เธอย่อเข่าลงเล็กน้อย แล้วตอนนี้ใบหน้าของเธอก็แถบจะชิดกับแก้มของผม

เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!

ใช่ นี่มันผิด!

กลิ่นผมของฮิงะชิ กระตุ้นบางอย่างในตัวผม แต่ว่า!!

นี่มันไม่ใช่ ความจริงมัน 'ไม่ใช่' แบบนี้

ความเป็นจริง

ความทรงจำในตัวผม!

เหตุการณ์นี้เป็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกแย่กว่านี้เยอะ

เปรี๊ยะ ความเจ็บปวดจากสัญญาณเตือนลดลง  ในทางกลับกัน สิ่งต่างๆรอบตัวก็เริ่มที่จะสลายหายไป นี่เป็นเพราะน้ำตาอย่างงั้นเหรอ? ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น!

มันเป็นความทรงจำที่หนักอึ้ง แต่ว่ามันก็ยังเป็นความทรงจำที่มีค่าสำหรับผม! แล้ว.. แล้วมันก็ไม่ใช่อะไรที่งี่เง่าแบบนี้!!

ทั้งฮาเซงาวะและฮิงะชิ

พวกเขาทั้งคู่เป็นคนหัวดื้อ แต่ยังไงพวกเขาก็ไม่ได้หัวดื้อถึงขนาดนี้! พวกเขาทั้งสองคนที่ผมได้ทำให้พวกเขาเจ็บ!

นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่า นี่หน่ะมัน...

หัวของผมเริ่มที่จะได้สติกลับคืนมา สัญญาณเตือนยังคงดังต่อไป แต่มันอ่อนกำลังลง ใช่แล้ว สัญญาณเตือนนั้นแหละคือ ความเป็นจริงของผม

" นี่มันไม่ใช่ความจริง " (มาโกโตะ)

อ่อนแออะไรแบบนี้ ผมสมเพชตัวเองที่ถูกเล่นตลกมาถึงจุดๆนี้

สำหรับตัวผม ที่ต้องการให้ทั้งสองคนเล่นละครงี่เง่าแบบนี้ ผมสมเพชตัวเองมาก

น้ำตาที่ไหลลงมาพร้อมกับความเศร้าเสียใจ ผมเช็ดมันออกด้วยแขนเสื้อของผม

ในโลกที่ดูสมจริงถึงขนาดนี้

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นี่คือภาพมายา

ตัวผม ที่รู้สึกได้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันอีกครั้ง หันไปรอบๆ เพื่อยืนยันโลกที่ผมยืนอยู่อีกครั้ง

นี่แหละความเป็นจริง ก็แค่ยืนอยู่ในหมอก หมอกที่หนาทึบ

" นั่นหน่ะมันยิ่งกว่าภาพมายาแล้ว บ้าที่สุด บ้าที่สุดดด!! " (มาโกโตะ)

ถ้าหากตอนนี้ ผมประมาทไปอีกสักนิดหล่ะก็ ผมคงโดนหมอกนั้นกลืนกินเป็นครั้งที่สองแน่ๆ ครั้งต่อไปจะมีตัณหาอะไรรอผมอีก กับการเจอบุคคลที่ผมไม่มีวันได้เจออีกแล้ว ผมจะทำให้พวกเขาแปดเปื้อนด้วยจิตใจอันโสมณของตัวผมเองรึเปล่า?

เรื่องพรรค์นั้น ผมไม่อยากจะเห็นมันอีกแล้ว เพราะผมไม่สามารถรับมันได้

แต่ก่อนหน้าที่ผมจะหาหนทางออกไปจากที่นี่ได้ ผมจะต้องต่อยกำแพงที่ขังผมไว้ในโลกเล็กๆพวกนี้ ไปแรงๆสักทีนึงก่อน ไม่อยากนั้นใจของผมคงจะไม่สงบลงแน่ๆ

ผมจะต้องขจัดความทุกษ์ กับความสมเพศในตัวออกไปให้หมด ไม่อย่างนั้นผมคงไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่อย่างเป็นสุขแน่

" เช็น ขอขอบคุณที่ทำให้ผมได้เห็นว่า ตัวผมมันน่าสมเพชแค่ไหน " (มาโกโตะ)

โดยไม่ลำบากนัก ผมก็เจอกับกำแพง  กำแพงที่ขังผมไว้ในโลกที่มีแต่หมอกหนาทึบแห่งนี้

ขอโทษนะอิบูกิ เพื่อนยอดแย่แสนสำคัญของผม ผมอยากจะบอกนายบางอย่างมาตลอดเลยและเพราะความประหม่าของผม ทำให้ผมไม่สามารถบอกกับนายได้

แต่ว่านี่คือโลกอีกแห่งหนึ่ง   ในโลกอีกแห่ง การใช้คำพูดที่ไว้เปรียบเทียบบ่อตักน้ำหรือโพรงของต้นไม้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรใช่ไหม? 
[คนที่แปลอังกฤษบอกว่า ประโยคนี้ไม่แน่ใจว่ามาโกโตะสื่อถึงอะไร ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ฮ่าๆ น่าจะเป็นสำนวนอะไรสักอย่าง]

เพื่อนของผมในโลกที่แล้ว การกระทำของเขาหลังจากเห็นแววตาที่น่าอับอายของผม ลอยเข้ามาในหัว

แน่นอนหล่ะ ตัวผมซึ่งน่าสมเพชเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา ทำให้เขากลายเป็นฝ่ายผิดซะอย่างนั้น หน้าของตัวผมเอง ที่ผมอยากจะต่อยเข้าอย่างจังๆ ก็ปรากฎขึ้นมาในหัวของผม 'เช่นกัน'

" ยังไงก็ตาม แก...! " (มาโกโตะ)

อารมณ์ของผมสงบลงแล้ว ผมก็เลยร่ายเวทย์ บริด อย่างแผ่วเบา หลายๆครั้ง

" เรียกผู้หญิงออกมาคนแล้วคนเล่า!! " (มาโกโตะ)

แสงสีแดงปรากฎขึ้น แล้วก็ครอบคลุมไปทั่วมือขวาของผม แล้วสร้างอะไรบางอย่างที่ดูมีรูปร่างเป็นทรงกลม อาจจะเป็นแค่จินตนาการของผมก็ได้ แต่ผมรู้สึก พลังของเวทย์มนต์นี้ รุนแรงขึ้นกว่าครั้งสุดท้ายที่ผมใช้มันซะอีก

น่าจะเป็นเพราะความตึงเครียดในจิตใจของผม!!

ผมทิ้งน้ำหนักตัวไปไว้ที่ขาซ้ายอย่างหนักแน่น ราวกับว่ามันสามารถพังหน้าพื้นดินให้ทลายลงไปได้

ผมยืนในลักษณะเดียวกับการปล่อยหมัดตรง ที่เห็นในมังงะประเภทชกมวยอยู่บ่อยๆ

ในมือของผม ผมกำลังถือบอลเพลิงอยู่!

" ผมเบื่อที่จะฟังแกพูดแล้ว อิบูกิ!!! " (มาโกโตะ)

สำหรับเพื่อนในชมรม อิบูกิ ที่ซึ่งได้รับพรสวรรค์มากมายจากสวรรค์ พร้อมๆกับความไม่พึงพอใจส่วนตัวของผม ด้วยกำลังทั้งหมดที่ผมมี ผมต่อยไปที่กำแพง!!

--------------------------------------

คำอธิบาย(อันนี้น่าจะมาจากตัวผู้แปลอังกฤษเอง) : ตอนนี้อาจจะเข้าใจยากในหลายๆความหมาย แล้วมันก็ยังเหมือนกับจะทำให้เรื่องราวในอดีตของตัวละครหลัก 'เป็นปริศนา' ดังนั้น ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจริงๆคืออะไรนั้น เราไม่อาจทราบได้ (หมอกของเช็นเป็นผู้สร้างภาพมายานี่ขึ้นมา ฉะนั้นบางสิ่งที่เล่ามาในตอนนี้ อาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด)

แต่สิ่งที่เกิดขึ้น น่าจะใกล้เคียงมากๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง  ตัวอย่างเช่น: ตอนที่ตัวหลักถูกหลอกให้กลายเป็นรองกัปตัน หรือไม่ก็ตอนที่เขาถูกสารภาพรัก นั่นอาจจะเป็นความจริงทั้งหมด แต่ส่วนที่ไม่เป็นจริงก็คือ หลังจากถูกมาโกโตะปฏิเสธแล้ว พวกเขายังคงไล่ตื้อพระเอกอยู่

แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่าง อิบูกิ กับตัวละครหลัก  อิบูกิคือเพื่อนนิสัยแย่ๆของมาโกโตะ เขามักหัวเราะเยาะใส่มาโกโตะ เวลาที่มาโกโตะเจอเรื่องแย่ๆมาทุกครั้งเมื่อมีโอกาส  แล้วเขาก็ยังเป็นพวกเพล์บอยอีกด้วย (น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ฮาเซงาวะต้องหลอกมาโกโตะว่า มีแฟนอยู่แล้ว เมื่อหลีกเลี่ยงการโดนไล่จีบจาก อิบูกิ) แล้วเขาก็ยังเป็นคนที่มีพรสวรรค์มากมาย  สรุปคือ มาโกโตะไม่ชอบอิบูกิ




NEKOPOST.NET