[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 64 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.64 - ข่าวลือ – ผู้กล้าแห่งลิเมีย 2


Ch.64 ข่าวลือ – ผู้กล้าแห่งลิเมีย 2

         ผู้กล้าโอโตนาชิ ฮิบิกิ เลเวล 188 นั้นคือข้อมูลในปัจจุบันที่พระราชาประกาศให้โลกรับรู้เรื่องนี้ ผู้กล้าที่ลงมายังลิเมียได้เข้าร่วมในสงครามขนาดกลางเพื่อต่อต้านเผ่าปีศาจที่เกิดขึ้นในราชอาณาจักรและประเทศใกล้เคียง

          ในความเป็นจริงการเคลื่อนที่จากประเทศหนึ่งสู่อีกประเทศหนึ่งจะใช้เวลานานมาก แต่พวกเขามีอุปกรณ์เวทมนตร์เคลื่อนย้ายสสารซึ่งตามปกติแล้วพ่อค้าและนักผจญภัยก็สามารถก็ใช้ได้อย่างอิสระ แต่ที่ราชอาณาจักรเตรียมไว้ให้นั้นเป็นเครื่องสำหรับบุคคลสำคัญเพื่อย่นระยะการเดินทางให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

         สัตว์ปีศาจสามารถเข้าใจคำพูดของมนุษย์, เผ่าปีศาจ และมหนุษย์ด้วย ส่วนเผ่าปีศาจเธอเคยคิดว่าเป็นสัตว์ประหลาด แต่เมื่อได้เห็นเป็นครั้งแรกก็แปลกใจเนื่องจากพวกเขามีผิวสีฟ้าและรูปร่างภายนอกใกล้เคียงกับมนุษย์มากๆ ในตอนแรกเธอลังเลที่จะสู้กับพวกนั้น แต่หลังจากผ่านการต่อสู้ไปไม่กี่ครั้ง เธอเห็นความตายของพวกพ้องและทหารศัตรูทำให้เธอยอมรับอย่างแน่วแน่ที่จะสู้เพื่อพรากชีวิตผู้อื่น

         ในปัจจุบันเธอตระหนักถึงคุณค่าของทุกคนอยู่ในระดับเดียวกันและหลักการนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นี่คือข้อสรุปที่ได้จากการไปประเทศต่างๆ ไม่ใช่เพื่อท่องเที่ยวแต่ไปประเทศที่อยู่ในแนวหน้าของสงครามและนั้นก็เป็นเป้าหมายของราชอาณาจักรด้วย นั้นทำให้เธอสามารถรับมือกับความโหดร้ายที่ขัดแย้งกับความคิดพื้นฐานและความศรัทธาของเธอเองได้

         เหนือสิ่งอื่นใด พวกพ้องที่สู้เคียงข้างเธอมาเป็นสิ่งสำคัญ ท่ามกลางสงครามชีวิตของพวกเขานั้นมีน้ำหนักมากกว่าคนแปลกหน้า ยิ่งถ้าพวกนี้เป็นสหายที่ติดตามร่วมเดินทางกันมาจะสำคญยิ่งกว่านี้อีก การที่จะอยู่รอดจากสนามรบได้ขึ้นอยู่กับพรรคพวกที่เราฝากด้านหลังเอาไว้ แต่ถ้าเข้าร่วมในสงครามและสู้ต่อไปเรื่อย....เหล่าทหารส่วนใหญ่ยังคงถูกฝังไปในสงครามที่พวกเขาไม่ต้องการอยู่ดี

         และในตอนนี้.... ฮิบิกิและพรรคพวกถูกจับแยกไปรักษาและพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บคนละห้อง นี่เป็นสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าถูกบดขยี้มา เพราะพวกเธอบาดเจ็บอย่างไม่คาดคิดเนื่องจากผ่านการต่อสู้ที่รุนแรงมาเพียงแต่ว่านี่มันไม่ใช่จากการต่อสู้กับเผ่าปีศาจ ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยแม้ตอนนั้นที่พวกเขาเทเลพอร์ทกลับมาและเกิดความวุ่นวายยิ่งกว่าปกติ เพราะผู้กล้าและพรรคพวกของเธอกลับมาแบบหมดสภาพและดูเหมือนว่าพร้อมจะล้มลงไปได้ทุกเมื่อ

 

 “คิ้ว~ ”

 

เสียงแสดงความเป็นห่วงออกมาจากสมบัติศักดิ์ศิทธิ์ เข็มขัดสีเงินที่อยู่รอบเอวของเธอมีหมาป่าเงินอยู่ มันเป็นสัตว์ผู้พิทักษ์ที่อาศัยอยู่ในนั้นและเช่นเดียวกับเด็กสาว เขาก็บาดเจ็บในการต่อสู้และกลับเข้าไปในเข็มขัดเพื่อพักรักษาตัว

 

“ ฉันไม่เป็นไร นายรักษาตัวและพักผ่อนให้สบายเถอะ แม้นายจะสามารถรักษาตัวเองได้ด้วยเวทมนตร์ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่ากำลังกายของนายจะกลับมาทันทีเหมือนกันนะ”

 

ฮิบิกิพูดออกมาเพื่อให้เขาพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังกาย, พลังเวทมนตร์และยังรักษาความอ่อนล้าอีกด้วย โชคดีที่การพ่ายแพ้ครั้งนี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บถึงตาย รวมไปถึงหมาป่าของเธอด้วย อย่างไรก็ตามเธอกำลังคิดถึงจุดเริ่มต้น

 

( ในแผนของเรา ฉันน่าจะสามารสู้กับหัวหน้าของเผ่าปีศาจได้ในสามเดือน ฉันคิดว่านั้นจะเป็นครั้งแรกของฉันที่....)

 

ครั้งแรกที่เธอหมายถึงคือการพ่ายแพ้ หรือชัยชนะฉิวเฉียดที่เกือบจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ ฮิบิกิ คือผู้ที่ถูกยอมรับว่าเป็นผู้กล้าและมีความสามารถที่เหมาะสมกับชื่อเรียกนี้แต่เมื่อเร็วๆนี้เธอเจอการต่อสู้ที่ยากลำบากมา ตอนนี้เธอรู้สึกท้อแท้มาก แต่เธอก็ไม่ได้บอกกับสมาชิกปาตี้ของเธอเรื่องความรู้สึกนี้

 

(แม้แต่ความเร็วของเนวาล(Naval)ก็ต่อต้านมันไม่ไหว)

 

         เนวาลเป็นประเภทที่คล้ายกับฮิบิกิ เป็นนักดาบหญิงที่ใช้ความเร็วเป็นอาวุธหลัก เธอถูกผลักดันโดยความเกลียดชังที่มีต่อเผ่าปีศาจและยืนอยู่ในสนามรบเพื่อการแก้แค้นเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเคยต่อสู้กับฮิบิกิแต่ตอนนี้เธอกลายเป็นสหายร่วมรบยืนหยัดไปด้วยกันในแนวหน้า

         ในด้านความเร็วเธอเหนือยิ่งกว่าฮิบิกิ เธอเป็นคนฉลาดใช้วิธีการโจมตีและถอยออกมาผสมผสานกันเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือศัตรูของเธอ ทั้งอายุและส่วนสูงของเธอก็ใกล้เคียงกับของฮิบิกิ เมื่อจับคู่กับฮิบิกิผมสีบลอนด์เทาเกือบขาวของเธอยิ่งแสดงความโดดเด่นในสนามรบมากยิ่งขึ้น

 

(การป้องกันของเบรดดาคุง(Bredda)ยังโดนทำลาย)

 

         ความสามารถหลักของเบรดดาคืออัศวิน โดยเริ่มแรกแล้วความสามารถของเขาไม่เหมาะกับปาตี้ผู้กล้าแต่เพราะราชอาณาจักรแอบใช้สิทธิพิเศษบังคับให้รับเขาเข้าร่วมกลุ่ม ในปาตี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นราชวงศ์และยังมีสิทธิ์ในการสืบทอดราชบังลังค์ด้วย

         แต่ไม่ใช่ว่าเขาไร้ความสามารถ หลังจากเข้าร่วมกับปาตี้นี้ เขาได้ตัดสินใจในตำแหน่งของเขาและอุทิศตนเองเพื่อพัฒนามัน และผลลัพธ์คือตอนนี้เขาแบกรับหน้าที่สำคัญในปาตี้อยู่

         ความสารถพิเศษของเขาคือการป้องกัน เขาจะตัดการโจมตีที่ข้ามมาในแนวหลังและยังคอยปะทะกับการโจมตีที่ความเร็วจนแนวหน้าไม่สามารถรับมือและหลบหลีกได้เช่นกัน อาจจะบอกได้ว่าเขาเป็นกำแพงที่สามารถปกป้องได้ทั้งข้างในและข้างนอก เขายังเก่งกว่าฮิบิกิในด้านการปัดป้องและป้องกันพื้นที่รวมทั้งใช้อาวุธขว้างในการโจมตีและมีเวทย์เสริมพลังทันที

 

(เวทย์ของวูดิ(Wudi)ก็ไม่ได้ผลเลย)

 

         วูดิเป็นพ่อมดที่จัดได้ว่าเป็นอัจฉริยะ เขาทำข้อตกลงกับสปิริตลมและใช้ความว่องไวที่เป็นลักษณะเด่นของมันอีกทั้งความสามารถพิเศษของเขาคือพลังเวทย์ที่รุนแรงและในความเป็นจริงเขาเป็นประเภทที่จำกัดการเคลื่อนไหวเพื่อหลบหลีกอีกด้วย  เขาถูกเรียกขานว่าเป็น จอมเวทมนตร์กองร้อยทหารปืนใหญ่ (Battery Magician) จึงได้ชื่อเล่นว่า “กองร้อยทหารปืนใหญ่เคลื่อนที่แห่งลิเมีย” เป็นชื่อเล่นที่น่าสงสัยว่าพวกเขาชื่นชมหรือหวาดกลัวกันแน่ ยังไงก็ตามเขาไม่ชอบชื่อนี้เลย

         แม้เขามีรูปร่างเตี้ยและใบหน้าเหมือนเด็กแต่เขาอายุ 25 ปีแล้วจึงเป็นคนที่แก่ที่สุดในปาตี้ แต่เดิมเขาเป็นพ่อมดราชสำนักแต่เพราะข้อเสนอของพระราชา เขาได้รวมกลุ่มกับฮิบิกิ สำหรับเธอที่ยังไม่ได้เรียนรู้เวทมนตร์โจมตีและปาตี้ที่มีแต่การโจมตีกายภาพเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เวทย์โจมตีของเขาเป็นสิ่งที่สำคัญมาก แต่ในคราวนี้มันไม่ได้ผล

 

(พวกเราสร้างภาระมากมายให้กับจิยะจัง(Chiya))

 

         จิยะเป็นฮีลเลอร์ เป็นนักเวทมนตร์ที่เก่งกาจในด้านเวทย์รักษาและสนับสนุนและมีปริมาณพลังเวทมนตร์จำนวนมาก เธอเป็นยังเป็นมิตรกับสปิริตเหมือนกับวูดิด้วย ตามปกติแล้วนักเวทมนตร์จะไม่ถือว่าเวทย์สปิริตเป็นความสามาถพิเศษของพวกเขาและอาจจะถูกเกลียดจากพวกสปิริตอีก ดังนั้นเรื่องแบบนี้จึงไม่ปกติ ส่วนสปิริตที่เป็นมิตรกับเธอไม่ใช่ลมแต่เป็นสปิริตน้ำ สำหรับปริมาณเวทมนตร์สูงสุดของเธอมีมากอย่างไม่น่าเชื่อ มากจนสามารถเทียบเท่ากับฮิบิกิได้เลย

         เธอเคยเกือบจะเสียสละตนเองแต่ฮิบิกิและพรรคพวกช่วยเอาไว้ได้ทัน  หลังจากนั้นเธอร่วมทางกับพวกเขาและกลายเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการในภายหลัง ทางด้านเวทย์รักษาเธอเป็นอาจารย์ของฮิบิกิ เป็นที่แน่นอนว่าตอนนี้ปาตี้ได้พ่ายแพ้หมดรูปทำให้เธอเสียพลังเวทย์มากที่สุดเพื่อใช้ในการรักษาทุกคนและตอนนี้เธอกำลังหลับลึกอยู่

 

ฮิบิกิ, เนวาล, เบรดดา, วูดิ และจิยะ

 

         นี่คือปาตี้ผู้กล้าของลิเมีย เป็นกลุ่มที่มีแต่มหนุษย์ มันผ่านไปเพียงเดือนเดียวหลังจากฮิบิกิมาที่โลกใบนี้ มีเหตุการณ์มากมายขนาดไหนที่เธอได้พบเจอ? มันอยู่ในจุดที่เรียกได้ว่าพายุโหมกระหน่ำเปลี่ยนแปลงไปมา

         วันที่สามหลังจากที่เธอมาที่โลกนี้ เธอไปลงทะเบียนกับสมาคมนักผจญภัยทำให้รู้ว่าตอนนนั้นเธอเลเวล 120 จากนั้นเธอต่อสู้ไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มเลเวลของตนเอง และแน่นอนว่าครั้งนี้เธอแพ้

 

เธอเผยอริมฝีปาก

 

ลึกๆ ภายในตัวเธอรู้สึกสั่นอย่างแปลกประหลาดคล้ายกับมีแรงสั่นสะเทือนวิ่งผ่านไปทั่วร่างกายของเธอ

         รูปแบบการต่อสู้ที่ฮิบิกิเลือกเมื่อมาถึงที่โลกนี้คือใช้ดาบและความเร็วเป็นจุดเด่น พลังทางกายภาพของเธอเพิ่มขึ้นมาพอควรจากโลกเดิม ดังนั้นเธอเลือกที่ใช้จะดาบใหญ่ แต่เมื่อเอามาพิจารณาจากพรรคพวกรอบตัวเธอและอาวุธของพวกเขาท้ายที่สุดเธอก็ใช้ดาบบาสตาร์ด มันเป็นอาวุธที่ไม่ค่อยมีคนใช้ในราชอาณาจักรมากนัก อีกทั้งดาบคาตานะก็ไม่มีอยู่ในโลกนี้ มันเลยกลายเป็นปัญหากับเธอ ดังนั้นเธอเลยเลือกใช้ดาบนี้แทน

         ตามปกติเธอใช้ดาบนี้ด้วยมือเดียว แต่เมื่อเธอต้องการโจมตีแรงๆ เธอจะจับมันด้วยมือทั้งสองข้างและเมื่อลองใช้ดู มันสะดวกมากกว่าที่คิดและเริ่มติดใจมัน เคนโดที่เธอเรียนมาจะเน้นความสนใจในระยะห่างระหว่างศัตรูและการคาดเดามากกว่าการใช้ดาบ เป็นวิธีการรับมือและมันก็ใช้การได้ดีด้วย เธอมีความสุขถึงแม้ว่าดาบที่เธอใช้จะเป็นแบบตะวันตกก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มาจะเสียเปล่าไปหมด

         ทว่าในตอนนี้มันหักเป็นสองท่อน ดังนั้นเธอเลยอยู่ในระหว่างการหาอันใหม่มาใช้แทน เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเมื่อมองไปที่ด้ามจับยาวที่มีดาบหักติดอยู่

         ตอนแรกฮิบิกิคิดจะใช้พลังเวทย์จำนวนมหาศาลเพื่อเรียนรู้เวทมนตร์โจมตีแต่เมื่อคิดถึงเรื่องการรวบรวมสมาธิในการร่ายขณะต่อสู้ในสนามรบทำให้เธอเลิกคิดจะใช้มัน ท้ายที่สุดเธอตัดสินใจเรียนเวทมนตร์เคลือบอาวุธด้วยพลังเวทย์, บาเรียบทร่ายสั้นที่ใช้งานง่าย และเวทย์รักษาตนเอง

         ตัวเธอมีความรู้สึกอันแข็งแกร่งประกอบขึ้นมาเป็นตัวตนของเธอเอง และในความจริงที่ฮิบิกิไม่เคยแพ้ใครในการสู้ตัวต่อตัวมาก่อน ทำให้เธอคิดว่าถ้าเธอแพ้นั้นมันอาจจะเป็นเพราะถูกล้อมกรอบและเหลืออยู่ตัวคนเดียวมากกว่า

         แต่ในความเป็นจริงนั้นแตกต่างกัน เธอและคนอื่นพ่ายแพ้กันหมดโดยการดำรงอยู่ของสิ่งหนึ่ง และมันกระโดดลงมามาจากบน ไม่มีทั้งแผนการที่วางมาเป็นอย่างดี, ลูกเล่น หรือการอ่านทางล่วงหน้า ไม่มีอะไรเลย แค่โผล่มากะทันหันและสร้างความกดดันแก่ฮิบิกิ แค่สัญชาตญาณเพียงอย่างเดียว บอกได้ว่ามันมีพลังโจมตีที่เหนือกว่าและพลังป้องกันที่สูงสุดๆ

         เนวาลเร็วกว่ามันแน่นอน เธอโจมตีต่อเนื่องราวกับสายลมและกว่าที่ศัตรูจะตอบสนองและโจมตีกลับ เธอก็โจมตีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้างั้นทำไมเธอถึงแพ้ละ?

         เป็นเรื่องง่ายๆ เป็นเพราะการโจมตีของเนวาลไม่สามารถทำให้คู่ต่อสู้ผงะได้เลย แม้ดาบของเธอจะดูบอบบางกว่าของฮิบิกิแต่มีพลังเวทย์อยู่ข้างในและเป็นดาบที่ค่อนข้างคมทีเดียว เมื่อมันมารวมกับความเร็วของเธอแล้วและพลังการตัดที่เพิ่มมากขึ้น แต่แค่นี้มันยังไม่เพียงพอ ขณะที่พวกเขาอดทนต่อความเหนื่อยล้าและค่อยๆเพิ่มความเสียหายทีละเล็กทีละน้อยจนในที่สุดสามารถจัดการขาไปได้ข้างหนึ่ง เมื่อเห็นแบบนั้นถึงแม้จะใช้เวลายาวนานแต่พวกเขารู้สึกก้าวเข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกขั้น ทว่าขาของแมงมุมคืนสภาพในทันทีและมันยังโจมตีต่อราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

         ในตอนนั้นเองเหมือนกับเกิดรอยแตกร้าวขึ้นในปาตี้ที่ร่วมมือกันมาอย่างดี

         เนวาลถูกจับโดยเส้นใยสีดำทำให้การเคลื่อนไหวของเธอถูกปิดผนึกและรับการโจมตีเผด็จศึกเข้าไปเต็มๆ  จิยะพยายามอย่างสิ้นหวังในการตัดเส้นใยและรักษาเธอ แต่พวกเขาทั้งหมดเข้าใจว่าเธอไม่สามารถสู้ต่อไปได้แล้ว นั้นเหมือนจะเป็นจุดสิ้นสุดของนักดาบหญิงเมื่อรับการโจมตีโดยตรงไปเต็มๆ เพราะพรรคำวกคนหนึ่งไม่สามารถสู้ได้ จำนวนการโจมตีที่ฮิบิกิต้องหลบก็เพิ่มมากขึ้น และเพิ่มภาระให้กับเบรดดาด้วย แม้ว่าความสามารถพิเศษของเขาจะเป็นการปัดป้องนั้นแต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้รับความเสียหายเลย หลังจากนั้น มันก็เกิดขึ้น....การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มช้าขึ้นเรื่อยๆ และสุดท้ายเขาก็สลบไป

         เพราะจิยะตั้งใจทำการรักษาคนเจ็บอยู่ สุดท้ายวูดิก็ไม่สามารถหยุดการโจมตีของมันด้วยพลังเวทย์ของเขาเท่านั้น แม้จะไม่สนใจว่าเวทย์โจมตีได้ผลหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นว่าไม่สามารถศัตรูเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวได้เลย ทำให้เกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาในตัวพวกเขา

         แม้ฮิบิกิจะยืนหยัดคนเดียวในแนวหน้าได้ด้วยเวทย์รักษาตัวเองและบาเรีย แต่ถ้าคนเดียวต้องทำหน้าที่ที่ปกติต้องใช้สามคนทำถึงจะสำเร็จ มันแน่ชัดเลยว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น ในตอนที่พวกเขาเข้าใจแล้วว่าการโจมตีของพวกเขาไม่ส่งผลอะไรเลย หมาป่าที่ทำหน้าที่เป็นสัตว์ผู้พิทักษ์คอยสกัดการโจมตีที่บาเรียไม่สามารถกันได้ หมาป่าเงินตัวนั้นรับการโจมตีที่ถูกกระหน่ำลงมาและหลังจากนั้นการเคลื่อนไหวของเขาเริ่มช้าลง เมื่อโดนไปอีกเล็กน้อยก็ล้มลง

         จิยะเปลี่ยนมารักษาฮิบิกิแทน แม้จะทำแบบนั้นแล้วแต่ก็ยังไม่ไหว เวทย์สนับสนุนของวูดิหายไป และสิ่งนั้นพ่นเส้นใยสีดำออกมาอย่างต่อเนื่องจากด้านหลังของมันออกมา เมื่อการรักษาและสนับสนุนหยุดลง เหงื่ออันเย็นเฉียบและความร้อนรนก่อตัวขึ้น พวกเขากำลังจะถูกขยี้ด้วยพลังที่เหนือกว่าทั้งโจมตีและป้องกัน พรรคพวกของเธอล้มลงไปหมดแล้ว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาปลอดภัยหรือเปล่า

         ขาข้างหนึ่งที่เธอฟันโดยใช้มือทั้งสองข้างเกือบจะขาดออกมา และเธอไม่ยอมพลาดในโอกาสนี้ ใช้การตวัดดาบกลับมาเพื่อตัดมัน แต่ก็เหมือนก่อนหน้านี้อนุภาคสีดำกระจายออกมาและ....สร้างขึ้นมาใหม่ทันที

 

 “ฟุ ฟุ...ฟุ....”

 

เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงได้หัวเราะออกมา ทั้งที่ความสิ้นหวังฝังลงไปในตัวเธอตอนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเธอไม่สามารถชนะได้ ไม่ซิ มันไม่ใช่แม้แต่การต่อสู้ด้วยซ้ำ อีกทั้งพลังเวทมนตร์ที่ทุกคนยกย่องหมดไปเรียบร้อยแล้ว ความเหนื่อยล้าและความหนักอึ้งที่เธอไม่เคยรู้สึกมาก่อนกำลังจู่โจมร่างกายเธอ ด้วยความพยายามที่สิ้นหวังอย่างแท้จริง ฮิบิกิเสริมแกร่งร่างกายของเธอและแสงสีแดงห่อหุ้มรอบตัวเธอ

 

ฉันสามารถชนะได้

 

โดยไม่สูญเสียแสงในดวงตาของเธอ

 

“ ฉันยังสามารถสู้ได้! เข้ามาเลย! “

 

เธอไม่เหลือแรงที่จะเคลื่อนไหวอีกแล้ว เธอทำได้แค่โจมตีสวน

 

“Shyagya gya gya gya!” (T/N: ขอโทษด้วยครับ ไม่รู้ใช้เสียงไหนถึงจะเหมาะ)

 

เสียงแปลกๆ นั้นเป็นเสียโห่ร้องหรืออะไรก็ตาม ขาทั้งแปดของมันพุ่งเข้าไปใกล้ฮิบิกิอย่างรวดเร็ว และขาหน้าข้างหนึ่งพยายามเกี่ยวให้เธอล้มลง

         สิ่งที่เธอทำเพื่อสวนกลับคือ.... ก้าวไปข้างหน้าและโจมตีขึ้นไปด้านบน ไม่มีใครรู้ว่าถ้าเธอตั้งใจหรือเปล่าแต่การโจมตีนั้นขึ้นไปเหนือเขี้ยวและเข้าไปในตาที่ส่องประกายอยู่ โดยปกติฮิบิกิจะนับว่านั้นเป็นการสวนกลับ แต่เธอไม่ได้แม้แต่เล็งการโจมตีสวนกลับนั้น ในตอนนั้นเธอมั่นใจว่านั้นเป็นหนทางเดียวที่ที่จะล้มมันลงได้

 

 “กุฟุ”

 

อวัยวะอาจจะถูกเจาะเป็นรู เธอรู้สึกเลือดไหลขึ้นมาในลำคอของเธอ นั้นแน่นอนเพราะแทนที่ฮิบิกิจะหลบการโจมตีที่เล็งมาที่ท้องของเธอ กลับก้าวไปข้างหน้าและรับมันไว้แทน

 

ฉันกำลังจะตาย?

 

ขณะที่คิดถึงรูบนท้องของเธอ สิ่งสุดท้ายที่ฮิบิกิเห็นหลังจากยกหัวของเธอขึ้นมา..... ไม่ใช่สนามรบอันโหดร้ายแต่เป็นที่ราบอันเงียบสงบ

 

“ได้ยังไง.......?”

 

ราวกับคำถามของเธอเป็นตัวเหนี่ยวไก เลือดเริ่มไหลออกมาจากปากของของและไม่สามารถคงสติได้ ทำให้อาการของเธอแย่ลงยิ่งกว่าเดิม

         ผู้กล้า โอโตนาชิ ฮิบิกิ ได้ลิ้มรสประสบการณ์พ่ายแพ้เป็นครั้งแรก เป็นความพ่ายแพ้สมบูรณ์แบบที่เธอในตอนนี้ไม่สามารถชนะได้เลย

         ศัตรูไม่ใช่ทั้งเผ่าปีศาจหรือสัตว์ปีศาจ มันเป็นเพียงภัยพิบัติ แมงมุมดำที่น่าชิงชังเดินทางไปรอบโลกเพื่อกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ในตอนนั้นเธอไม่รู้ว่าตัวตนของสิ่งนั้นคืออะไร แน่นอนเธอไม่รู้ด้วยว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายไปที่ดวงตาของมันได้เติมเต็มความหิวกระหายของแมงมุมชั่วคราวและปล่อยพวกเธอทิ้งไว้ตรงนั้น

         เมื่อฮิบิกิตื่นขึ้นมาและหายใจเข้าไปลึกๆ เมื่อจดจำการต่อสู้ที่ผ่านมาได้ ร่างกายของเธอห่อหุ้มไปด้วบความตื่นเต้นราวกับเธอกลับไปยืนในสนามรบนั้นอีกครั้ง ด้วยการหายใจเข้าไปลึกๆหลายต่อหลายครั้งเธอเริ่มที่จะใจเย็นลงได้

 

“ขอบคุณสำหรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้...คอยก่อนเถอะ ฉันจะชนะอย่างแน่นอน”

 

ความพ่ายแพ้ของเธออาจทำให้ชื่อเสียงของเธอแย่ลง แต่เธอไม่สนใจเรื่องแบบนั้น

 

ฉันจะตรวจสอบเกี่ยวกับสิ่งนั้นและจัดการมัน


ตอนนี้เธอได้เป้าหมายที่แน่ชัดเพิ่มมาอย่างหนึ่งแล้ว

         โลกนี้มอบความพ่ายแพ้และความผิดหวังที่เธอไม่เคยได้มาก่อนแม้เธอจะปราถนาถึงมันก็ตาม นั้นเป็นเหตุที่ว่าทำไมเธอถึงขอบคุณแมงมุมตัวนั้น

 

แมงมุมดำทำให้คน 5 คนที่มีเลเวลเกือบ 200 ต้องล่าถอย

 

         ชื่อเสียงของฮิบิกิแทนที่จะแย่ลงแต่กลับโด่งดังยิ่งขึ้น ปกติแล้วเมื่อพบกับแมงมุมดำนั้นจะถือว่าตายไปเรียบร้อยแล้ว มันเป็นภัยคุกคามระดับสูงแม้แต่สมาคมนักผจญภัยต้องเรียกรวมตัวนักผจญภัยพวกระดับสูงร่วมมือกับประเทศเพื่อสร้างกองทหารเวทมนตร์และโจมตีปูพรมถล่มจากระยะไกลเพื่อให้มันถอยไป

การพูดคุยนี้สร้างความตกตะลึงให้แก่ราชอาณาจักรและกลายเป็นการผลักดันชื่อเสียงของผู้กล้าโอโตนาชิ ฮิบิกิ ให้โด่งดังมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันก่อนที่มาโคโตะจะปลดปล่อยแมงมุมดำจากความหิวกระหาย

---------

โน้ตจากผู้แต่ง

มีความแตกต่างด้านเวลาระหว่างที่ฮีโร่ถูกอัญเชิญมา

ถ้าจะให้พูดเรียงตามลำดับคือ ผู้กล้าชาย, ผู้กล้าหญิง, และจากนั้นเป็นมาโคโตะ แต่ละคนมีระยะเวลาห่งกันประมาณ 1 เดือน

------------

จำนวนขาที่ปาตี้ของฮิบิกิจัดการได้ : 2

จำนวนขาที่มาโคโตะจัดการได้ : มากพอที่จะสร้างโตเกียวทาวเวอร์ได้

----------------

T/N note1 : อีกตอนเดียวจะจบบทนี้แล้วจะขอกลับไปแก้ตอนที่ 55-58 

T/N note2 : POV ที่ขาดไปจะหาเพิ่มมาใส่ในภายหลังครับ ขอบคุณที่เตือนเรื่องนี้

T/N note3 : สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าครับ




NEKOPOST.NET