[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 63 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.63 - ข่าวลือ – ค่ายฝึกทหารทีเอ็ม ~ บทไว้อาลัยแด่เหล่ายักษ์ป่า ~


Ch.63 : ข่าวลือ – ค่ายฝึกทหารทีเอ็ม ~  บทไว้อาลัยแด่เหล่ายักษ์ป่า ~  

 

                 ณ ชานเมืองมิราจ จะมองเห็นนักรบผิวสีน้ำตาลตาสีแดงเรียงแถวกันอยู่ทั้งหมด 15 ตน พวกเขาทุกคนมีประสบการณ์ต่อสู้มากมาย และในสายตาบ่งบอกถึงความภาคภูมิ หรือก็คือพวกเขาเต็มไปด้วยมั่นใจในตนเองมาก พวกเขาคือกลุ่มหัวกะทิทั้ง 15 ตนที่ถูกคัดเลือกจากหมู่บ้านยักษ์ป่ามาที่เมืองมิราจเพื่อเป็นการแสดงความร่วมมือกับมาโคโตะหรือที่พวกเขารู้จักกันในชื่อ ไรโด ในกลุ่มคนพวกนั้นมีอาคัวกับอีริสที่มาโคโตะรำคาญอยู่ด้วย

                 โทโมเอะได้ปรับปรุงความแข็งแกร่งของบาเรียและต้องการกำลังรบที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นดังนั้นการคัดเลือกคนเข้ามาก็เสร็จโดยไม่มีการควบคุมใดๆ ยักษ์ป่าที่ถูกเชิญไปพื้นที่ตัวอย่างนั้นตกใจมากเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในอะโซระและพวกเขาชื่นชอบมันมาก คนที่ถูกเลือกมาได้รับอนุญาตให้อาศัยในป่าและปกครองตนเองได้ สำหรับพวกที่ไม่ได้รวมอยู่ที่นี่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณากันอยู่ว่าใครจะเป็นผู้จัดการดูแลพวกเขา ส่วนวันนี้เป็นวันแรกตามที่เคยประกาศไปแล้วว่าเป็นการฝึกต่อสู้ ถึงตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออยู่ก่อนที่จะเริ่ม แต่ในเมื่อทุกคนมาอยู่ที่นี่แล้วพวกเขาจึงรอคอยสามคนที่กำลังจะมาตรวจสอบพวกเขา

                 สามคนนั้นหมายถึงไรโด, โทโมเอะ และมิโอะ สามคนที่แกร่งที่สุดในเมืองมิราจ พวกเขาคิดจริงจังเลยว่าสามคนนั้นมาเพื่อตรวจสอบพวกและคิดอีกว่า “ อย่าเพิ่งแปลกใจในการฝึกของพวกเรา ” ใครความรู้สึกของพวกเขาคิดว่าพวกตนช่างเป็นกลุ่มที่โชคดีจริงๆ

 

“ โอ้~  สมกับเป็นกลุ่มคนที่ถูกคัดเลือกมา พวกนายมารวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว “

 

คนแรกที่พูดกับกลุ่มที่ยืนเรียงกันอยู่คือโทโมเอะ หญิงสาวผมฟ้าและสวมเสื้อผ้าญี่ปุ่นที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนในโลกนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่านี่เป็นเสื้อผ้าของซามูไร มันเป็นชุดที่แปลกประหลาดจนน่าตกใจ

 

“ ... มาดูแลพวกปลาซิวปลาสร้อยแบบนี้ไม่น่าสนใจเลย ”

 

คนที่อารมณ์เสียจนน่าสงสัยเลยว่าเธอน่าจะเป็นคนความดันต่ำคือมิโอะ ผมสีดำและสวมชุดญี่ปุ่นอีกแบบอยู่ เป็นชุดที่เรียกว่ากิโมโน เพียงแค่มองผ่านๆ ก็บอกได้ว่าชุดแบบนั้นไม่เหมาะสมกับการเคลื่อนไหว ทำให้ภาพลักษณ์ของเธอดูแล้วไม่ใช่คนที่จะมาร่วมฝึกด้วยเลย

 

“ ทำไมฉันต้องมาที่นี่ด้วย? ให้ชิกิมาก็น่าจะพอแล้วนะ”

                                                                                                                        

คนที่ดูเหมือนว่าเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจคือคนที่มีอำนาจสูงสุดในดินแดนแห่งนี้ มาโคโตะ เขาดูเหมือนว่าอยากรีบกลับไปเร็วๆ เพราะว่าถูกหยุดตอนกำลังจะไปที่นครการศึกษาและลากมาเข้าร่วมในเหตุการณ์ไร้ประโยขน์นี้แทน เขาได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ตอนเข้าตรู่ นอกจากโทโมเอะ อีกสองคนดูแล้วไม่มีแรงจูงใจเลย ยักษ์ป่าทุกตนได้แต่ทำหน้าเหยเก

 

“เมื่อพวกท่านก็มาแล้ว ถึงฉันไม่ค่อยชอบคนที่ไม่มีแรงจูงใจแต่ฉันคิดว่าพวกท่านที่นี่เพื่อดูการฝึกอิสระของพวกเราใช่ไหม?”

 

ตัวแทนของยักษ์ป่ายืนยันกับสามคนที่เพิ่งมาถึง รูปร่างของพวกยักษ์ป่าจัดอยู่ในพวกผอมเพรียวแต่ชายคนนี้ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและมีสีหน้าที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขาคนนี้ถูกเรียกว่าอาจารย์หรือวิตถาร

 

โทโฒเอะ : ไม่ละ เรื่องนั้นจะระงับไว้ก่อน

วิตถาร : ....เธอว่ายังไงนะ?

 

เมื่อได้ยินเสียงปฎิเสธอันเรียบเฉยของโทโมเอะ คนวิตถารตอบกลับมาด้วยความไม่พอใจ

 

โทโมเอะ : นายนี่กระฉับกระเฉงเหมือนเดิมเลยนะ ถ้าจำไม่ผิด...นายคือ มอนโด ใช่ไหม? ถึงแม้ว่าชื่อจะดูยอดเยี่ยมแต่นายดูน่าสงสารจริงๆ

วิตถาร : นี่พี่สาวมังกร เธอพยายามหาเรื่องกันอยู่ใช่ไหม?

โทโมเอะ : ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น วันนี้พวกข้าแค่เปลี่ยนแผนซักหน่อย ข้าคิดว่าจะให้พวกนายแสดงความสามารถให้พวกเราดู และขึ้นอยู่กับว่าถ้าพวกนายผ่านเกณฑ์นี่ไปได้แม้เพียงคนเดียวก็เข้าย้ายเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านได้เลย แต่ถ้าทำไม่ได้พวกข้าจะเตรียมการให้ฝึกพวกนายแทน

 

ที่โทโมเอะพูดฟังดูมีเหตุผลแต่หน้าของเธอกำลังแสยะยิ้มอยู่ อย่างที่มอนโดพูดเธอแค่อยากจะสู้เท่านั้น

มอนโด : เธอกำลังจะบอกว่าไม่พอใจพวกเรางั้นหรอ

โทโมเอะ : .... มอนโด ข้าคิดว่านี่เป็นสิ่งที่พวกนายกำลังต้องการนะ? จากนี้ไปพวกนายแบ่งทีมและสู้กับพวกข้า นั้นเป็นเหตุที่ว่าทำไมข้าถึงได้เสียเวลาในการพาท่านมาโคโตะและมิโอะมาที่นี่ยังไงละ

มอนโด : ...เห~   

 

แม้ว่ามอนโดทำหน้าเยาะเย้ยใส่แต่สำหรับโทโมเอะแล้วเขาไม่ใช่ภัยคุกคามอะไรเลยดังนั้นมันเลยไม่จำเป็นต้องใช้สายตาข่มขู่กลับ

 

โทโมเอะ : จะแบ่งเป็นทีมละห้าก็ไม่เป็นไร ถึงยังไงนายและลูกศิษย์สองคนนั้นก็อยู่ทีมเดียวกันอยู่ดีใช่ไหม? ฉันคิดว่าจะให้พวกนายสู้กับนายน้อย

มอนโด :  นั้นมัน....เยี่ยม! พวกเราก็สงสัยเหมือนกันว่าท่านมาโคโตะแข็งแกร่งแค่ไหน

โทโมเอะ : เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วละ ตอนนี้สิ่งต่อไปจะเป็นหลักเกณฑ์การผ่าน

 

โทโมเอะอธิบายต่อด้วยรอยยิ้มอันเจิดจ้า เธอไม่ได้สนใจในน้ำเสียงและคำหมิ่นประมาทที่พวกเขาพูดออกมา ส่วนมิโอะที่อยู่เงียบๆ ซ่อนริมฝีปากของเธอไว้หลังพัดด้ามจิ๋วราวกับซ่อนคำพูดอะไรบางอย่าง ทางด้านมาโคโตะก็ไม่ได้เปลี่ยนท่าทีอะไรมีเพียงสายตาของเขาเท่านั้นที่บอกว่า “หวังว่าจะจบเร็วๆนี้นะ....”

 

มอนโด : เกณฑ์การผ่าน? งั้นก็ไม่มีปัญหาถ้าพวกเราคว่ำเธอได้ใช่ไหม?

โทโมเอะ : แน่นอน~   ถ้าพวกนายสามารถล้มพวกเราได้ พวกนายจะได้รับการยอมรับโดยไม่มีใครบ่น จะเจาะจงลงไปหน่อยว่าถ้าทีมไหนที่สามารถทำให้ข้าหรือมิโอะงอเข่าหรือแม้แต่พังพื้นที่พวกเรายืนอยู่ได้ก็พอแล้ว เกี่ยวกับท่านมาโคโตะ....พวกนายจะผ่านถ้าสามารถโจมตีไปถึงตัวท่านได้แม้เพียงครั้งเดียว ถ้าพวกนายทำไม่ได้ต้องเข้ารับการฝึกตอนบ่ายตกลงไหม?

 

คำพูดของโทโมเอะแม้จะแผ่วเบาเหมือนกับคำกระซิบแต่กระจายไปทั่วราวกับระลอกคลื่น

 

มอนโด : รู้แล้ว รู้แล้วแล้วแต่ที่เธอทำเหมือนกับว่าพวกเราเป็นตัวตลกเลยนะ เราจะแบ่งกลุ่มกันแล้ว อย่าเสียใจซะละ

โทโมเอะ : พวกนายก็ด้วย แสดงออกมาให้เต็มที่จนไม่เสียใจทีหลังละกัน? การทดสอบนี้จะเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ถึงเที่ยง พวกนายจะใช้อะไรก็ได้แต่พวกข้าจะไม่โจมตีจุดอันตรายและบาดแผลที่พวกนายได้รับจะถูกรักษาแน่นอนดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วง

 

งั้นเตรียมตัวให้พร้อม

เมื่อพูดแบบนั้น เธอจับมือกับยักษ์ป่าและส่งสัญญาณให้ลุยได้

 

มาโคโตะ : โทโมเอะ~   เธอเอาจริงงั้นหรอที่บอกว่าตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเที่ยง? ยิ่งไปกว่านั้นโจมตีโดนเพียงครั้งเดียว? เธอตั้งอุปสรรคให้ฉันยากไปหรือเปล่า?

โทโมเอะ : นายน้อย ยักษ์ป่าพวกนี้ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ เพราะพวกเขาใจร้อนตั้งแต่เกิดและไม่เข้าใจว่าใครแกร่งกว่า พวกนั้นได้รับอิทธิพลแย่ๆมาจากพวกมหนุษย์ด้วย แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไปดูเหมือนพวกนั้นจะลืมข้อเท็จจริงที่ว่าพวกนั้นหนีออกไปไหนไม่ได้ การสอนพวกเขาเกี่ยวกับจุดยืนที่จะรับใช้พวกเราในอนาคตและยังช่วยให้การฝึกเป็นไปอย่างราบลื่นด้วย ได้โปรดเถิด ข้าขอความร่วมมือจากท่านด้วย ส่วนค่ายฝึกทหารตอนบ่ายท่านไม่จำเป็นต้องมาก็ได้

 

ดูเหมือนว่าเธอคิดว่าเขาไม่มีทางถูกโจมตีได้อย่างแน่นอน

 

มาโคโตะ : คะ-ค่ายฝึกทหาร นี่เธอไปเอามาจากความทรงจำแปลกๆ อีกแล้วหรอ? ก็ได้ ในเมื่อฉันไม่สามารถมาที่นี่ได้บ่อยๆ งั้นฉันจะให้ความร่วมมือมากเท่าที่จะทำได้ตอนที่ฉันอยู่ที่นี่

มิโอะ : ทำไมดิฉันต้องอยู่ตอนบ่ายด้วยเจ้าคะ?  ดิฉันอยากไปด้วยกันกับนายน้อยค่ะ

โทโมเอะ : มิโอะ มันเป็นเพราะถ้าเธออยู่กับข้าที่นี่ พวกนั้นจะยิ่งตกลงไปในความสิ้นหวังมากยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเปล่าประโยขน์แต่พวกนั้นยังเคยพยายามทำร้ายนายน้อยรู้ไหม? มาร่วมมือกับข้าเพื่อเป็นประโยชน์ในการสั่งสอนพวกนั้นกันเถอะ

มิโอะ : เมื่อเธอพูดถึงเรื่องนั้น.... ฉันยังไม่ได้ลงโทษพวกมันเลยนี่ ถ้าเป็นแบบนั้น....

 

มิโอะถอนคำพูดหลังจากที่ได้ยินคำพูดของโทโมเอะ  เพราะเธอไม่ทันสังเกตถึงเจตนาชั่วร้ายของยักษ์ป่าตั้งแต่แรกและหลังจากที่เธอได้ยินสิ่งที่พวกมันวางแผนจะทำอะไรกับมาโคโตะ ทำให้เธอไม่ประทับใจในตัวพวกเขาเลยซักนิด เมื่อเธอตกลงจึงร่วมมือด้วยจึงเป็นเรื่อช่วยไม่ได้ที่จะหาทางทำให้พวกมันพวกมันมีประโยชน์ให้ได้ มาโคโตะยังบอกอีกว่ายังไงเขาก็ไม่พาโทโมเอะกับมิโอะไปนครการศึกษาอยู่ดี ดังนั้นเธอจึงให้ร่วมมือกับคำขอโทโมเอะซักเล็กน้อยแทน

 

โทโมเอะ : งั้นเพื่อให้อยู่ในขอบเขตที่พวกนั้นจะไม่ตาย ด้วยเมนูการฝึกของร่างโคลนใหม่ของฉันจะทำให้พวกนั้นกลายเป็นคนใหม่ คุฟุฟุฟุฟุฟุ~ ~  

 

                 เมื่อร่างโคลนรุ่นแรกถูกทำลาย โทโมเอะใส่พลังลงไปในร่างโคลนใหม่เพื่อที่จะทำงานเป็นผู้จัดการคนใหม่ของอะโซระ และผลลัพธ์ที่ได้คือรุ่นสองกลายเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีความสามารถในการต่อสู้สูง ยิ่งไปกว่านั้นร่างโคลนนี้สร้างขึ้นมาจากพลังที่แข็งแกร่งของเธออีกทั้งยังใช้แหวนสีเลือดหมูที่ดูอันตรายเป็นแกนของรุ่นสอง และเคยมีข่าวลือน่าสงสัยด้วยว่ารุ่นที่สองเคยแอบสู้กับมิโอะ โทโมเอะได้แต่ตัวสั่นสะท้านไปกับความคาดหวังเรื่องการฝึกที่จะประกาศวันพรุ่งนี้ ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะแสดงความเป็นศัตรูกับเขาแต่มาโคโตะยังคงรู้สึกสงสารพวกยักษ์ป่าอยู่ดี

---

                 ผลลัพธ์ของการต่อสู้นั้นแย่มาก สำหรับพวกยักษ์ป่านี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่พวกเขาถูกขยี้จนพ่ายแพ้ มอนโดอาจจะเป็นพวกงั่งไร้สมองแต่เขาไม่ได้ไร้ความสามารถในต่อสู้ เขายืนยันกับโทโมเอะและได้รับคำรับรองว่าเธอจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับการฝึกของพวกเขาอีก ถ้ามีทีมไหนสามารถผ่านได้แม้แต่ทีมเดียว แต่นี่อาจจะเป็นเพราะความสามารถในการพูดและทักษะการยั่วยุของเธอทำให้เขาพลาดในจุดที่สำคัญที่สุด แน่นอนว่ามอนโดส่งกลุ่มอ่อนแอที่สุดไปสู้กับโทโมเอะและอีกห้าคนสู้กับมิโอ จากนั้นส่งห้าคนที่เก่งที่สุดสู้กับมาโคโตะ เมื่อคำนึงถึงการจัดอันดับภายในขของพวกเขาการกระทำแบบนี้ไม่ค่อยน่าแปลกใจมากเท่าไหร่ ในทีแรกเขายังไม่รู้ว่าเป็นเพราะพลังเวทมนตร์ของมาโคโตะทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้น(หรือพวกเขาบอกเขามาแบบนั้น) ที่เกิดขึ้นขณะที่มอนโดกำลังท่องเที่ยวในอะโซระ แม้ว่าพวกเขาจะใช้เวลานานหลังจากที่พระอาทิตย์ขึ้นมาลอยกลางท้องฟ้า แต่เวลาที่ใช้ในการต่อสู้กับโทโมเอะและมิโอะไม่ได้ใช้เวลานานขนาดให้พระอาทิตย์ขึ้นไปสูงขนาดนั้น

                 โทโมเอะไม่แม้แต่จะชักดาบออกจากฝัก ใช้เพียงแค่หมอกแห่งความเจ็บปวดทำให้พวกเขาห้าคนร่วงลงไปนอนน้ำลายฟูมปากและไม่สามารสู้ต่อไปได้ภายในเวลา 15 นาที พวกนั้นไม่มีโอกาสแม้แต่น้อยที่จะแสดงความสามารถจากการฝึกส่วนตัวหรือความสามัคคีของพวกเขา เสียงกรีดร้องเจ็บปวดทรมานค่อยๆเบาลงและเมื่อกลายเป็นความเงียบ เธอปลดปล่อยมันออกมา นั้นเป็นสิ่งเดียวที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นโทโมเอะหยิบเอกสารบางอย่างออกมาด้วยมือข้างเดียวและครุ่นคิดเกี่ยวกับวิธีการทำฝักดาบและการออกแบบกำบังมือ นี่มันโหดร้ายไปหน่อยนะ

                 ในกรณีของมิโอะเมื่อเริ่มต่อสู้ หนึ่งในพวกนั้นร่ายเวทย์ใส่มิโอะ เธอยืนรับเข้าไปตรงๆ โดยไม่แม้แต่จะพยายามหลบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอใช้เส้นใยจับทั้งคนร่ายเวทมนตร์และอีกสี่คนที่พยายามจะเข้ามาโจมตีจากทางพื้นดินในจังหวะเดียวกับเวทมนตร์ที่โจมตีเข้ามา พวกนั้นดูเหมือนแมลงที่ติดอยู่ในใยแมงมุง พวกเขาทำได้แค่ปล่อยให้โดนดูดพลังไปเรื่องจนจบ ยิ่งไปกว่านั้นมิโอะยังไม่ขยับแม้แต่เซ็นเดียว ถึงแม้เที่ยงแล้วก็ตามมีเพียงคนเดียวที่ยังสามารถขยับได้ แต่การเคลื่อนไหวของเขาเทียบได้กับลูกกวางเกิดใหม่ หลังจากที่ทุกคนหมดสติไปแล้วเธอมองหาหินแถวๆนั้นเพื่อนั่งลง เธอเพียงแค่ยืนยันสภาพของเครื่องแต่งหน้าที่เธอพึ่งเรียนมา นี่ก็โหดร้ายเหมือนกัน

                 ในตอนนั้นถ้าพูดถึงมาโคโตะ..... เขาเผชิญหน้ากับหัวกะทิห้าคนที่ไม่คิดจะซ่อนเจตนาฆ่ากันขณะที่คิดวิธีจัดการพวกเขา มอนโดเสนอให้ลองโจมตีหนึ่งครั้ง ในเมื่อพวกเขาไม่รู้ว่ามาโคโตะแข็งแกร่งแค่ไหนและไม่รู้ว่าควรยั้งมือขนาดไหน ดังนั้นมอนโดจึงออกมาข้างหน้าและบอกให้มาโคโตะลองโจมตีหนึ่งครั้ง มาโคโตะเริ่มจะชอบไอ้งั่งนี่ขึ้นมาบ้าง ถ้าในนิยายเขาต้องเป็นประเภทที่ตะโกนประหลาดใจว่า “ อะไร?! ” หรือไม่ก็ “ นี่มันนรกขุมที่เก้าหรือไง?! “ นี่คือสิ่งที่มาโคโตะคิดขณะที่ยิ้มแห้งๆ เพราะมอนโดยื่นเงื่อนไข “ให้โจมตีก่อนหนึ่งครั้ง “ เขาน่าจะเสนอตัวเองมา นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าเมื่อมาโคโตะโจมตีมอนโดที่ทำหน้าบอกว่าตีเข้ามาตรงนี้ คนอื่นๆได้แต่ยืนมึนมองมอนโดลอยไปในท้องฟ้า อีกสี่คนที่เหลือได้แต่ตกตะลึงไม่สามารถมตามเขาไปได้และได้แต่มองที่ๆอาจารย์ของพวกเขาบินลอยไป หลังจากนั้นซักพักพวกเขาก็ได้สติและรีบวิ่งไปตรงที่พวกเขาเดาว่ามอนโดร่วงลงไป แต่อย่างที่คาดไว้สภาพของมอนโดดูอ่อนแรงและตาเหลือกหลังจากโดนซัดปลิวออกมา

มาโคโตะ : เก่งแต่ปากจริงๆ...

                 มาโคโตะพูดเบาๆ ออกมาโดยไม่มีใครได้ยิน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรและมองเมฆไปเรื่อยๆ เมื่อพวกยักษ์ป่าก็กลับมา พวกเขารีบทำการรักษา สำหรับตอนนี้ดูเหมือนมอนโดจะไม่เป็นอะไรแล้ว หลังจากนั้นด้วยเหตุผลบางอย่างพวกนั้นกล่าวหาว่ามาโคโตะแอบทำอะไรบางอย่างและเริ่มโจมตีใส่ แต่มาโคโตะสร้างบาเรียขึ้นมาครอบคลุมทุกทิศทางเท่านั้นและใช้[ซาไค]เสริมแกร่งเป็นสองเท่าจากนั้นก็ปล่อยพวกนั้นไว้ลำพัง แม้พวกนั้นจะพยายามโจมตีทุกทิศทางหรือโจมตีรวมเป็นจุดเดียวแต่ว่าไม่เกิดผลอะไรเลย ทั้งเวทมนตร์, ดาบ, ธนู ทุกอย่างถูกปัดออกอย่างง่ายดาย สำหรับพวกยักษ์ป่ามันรู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาโจมตีหินที่ไม่มีทางแตกต่อไปเรื่อยๆ ในกรณีที่มาโคโตะจะชนะพวกนั้นได้แค่ปล่อยให้พวกนั้นหมดแรงไปเองและหลังจากที่พวกนั้นโจมตีต่อเนื่องจนถึงเที่ยงพวกเขาทุกคนก็หมดแรง ในตอนนั้นโทโมเอะเห็นมาโคโตะเริ่มจะหงุดหงิด ดังนั้นจึงเธอหยิบธนูและเดินไปข้างๆเขา  หลังจากยิงธนูไปห้าดอกก็ไม่มีใครสามารถยืนขึ้นมาได้เลย พวกเขาหายใจหอบรุนแรงและไม่เหลือเรี่ยวแรงแรงที่จะยืนอีกแล้ว มาโคโตะเดินออกไปทั้งแบบนั้นหลังจากถามโทโมเอะว่าเป็นแบบนี้พอใจแล้วใช่ไหม

                 สุดท้ายที่เหลืออยู่มีแค่ยักษ์ป่า 15 ตน ถึงแม้ว่าบาดแผลจะถูกรักษาแล้วแต่ความมั่นใจของพวกเขาโดนทำลายหมดสิ้นจนไม่เหลือร่องรอยของทัศนคติที่พวกเขามีเมื่อตอนมาที่นี่แม้แต่นิดเดียว โทโมเอะพยักหน้าพึงพอใจกับเหตุการณ์ที่คาดไว้

 

โทโมเอะ : ตอนนี้พวกนายทุกคนไม่มีใครผ่านเลย ดังนั้นพวกนายต้องได้รับการฝึกจากข้า

 

“ ....เข้าใจแล้ว”

 

อย่างไรก็ตามโทโมเอะแค่หัวเราะเพราะคำตอบรับที่ได้รับกลับมานั้นซ่อนทั้งความเหนื่อยล้าและการต่อต้านผสมอยู่ด้วย

 

มิโอะ : โทโมเอะ เธอไม่ปล่อยให้พวกมันเข้าใจตัวเองผิดไปหน่อยหรอ? ถ้างั้นมันจะไม่ดีกว่าหรอที่จะปล่อยให้พวกนั้นอยู่ในหมอกของเธอซักครึ่งวันและให้พวกนั้นรู้จุดยืนของตัวเองบ้าง? มันอาจจะทำให้พวกมันมีแรงจูงใจมากกว่านี้ก็ได้นะ

 

เมื่อได้ยินคำพูดของมิโอะ ยักษ์ป่าที่สู้กับโทโมเอะหน้าซีดเผือกและกุมมือตัวเองไว้ พวกเขาน้ำลายฟูมปากในเวลา 15 นาทีเท่านั้น ถ้าถูกทิ้งไว้ครึ่งวันจิตวิญญาณของพวกเขาคงจะแตกสลาย ในบริเวณนี้คนที่บอบช้ำทางจิตใจมากที่สุดน่าจะเป็นพวกเขา

 

โทโมเอะ : เอาน่ามิโอะ ตอนนี้อย่างพึ่งแกล้งพวกเขาเลย ปล่อยให้เกมลงทัณฑ์กับคนที่แสดงผลงานได้ไม่ดีแทนดีกว่า

มิโอะ : คนที่ดีแต่ปากพวกนี้จะใช้การได้จริงๆหรอ? ในกรณีของนายน้อยพวกนั้นโจมตีตลอดเวลาแต่ก็ยังได้แค่นั้น

โทโมเอะ : พวกนี้มีคุณภาพพอน่า เราสามารถทำให้พวกนั้นมีประโยชน์ได้ถ้าเริ่มฝึกให้พวกนี้ใหม่ตั้งแต่ศูนย์เลย

มิโอะ : แม้ว่าในอะโซระ พวกนี้น่าจะอยู่ในระดับล่างสุดของล่างสุดอีกทีเนี่ยนะ

 

ไม่รู้ว่าโทโมเอะคาดหวังอะไรจากพวกนั้น มิโอะได้แต่เอียงคอสงสัย แต่มันแน่นอนว่าไม่มีความเห็นใจสำหรับยักษ์ป่าแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวในคำพูดของพวกเธอ

 

โทโมเอะ : ข้าไม่ปฏิเสธเรื่องนั้นหรอกนะ พวกเขาเป็นเหมือนเด็กที่คิดว่ามีแต่พวกเขาที่เก่ง ดูเหมือนว่านายน้อยก็เห็นถึงเรื่องนั้นในจิตใจด้วยเมื่อตอนที่จัดการพวกนั้น

มิโอะ : .....แทนที่จะลงโทษ มันเหมือนกับกลายเป็นต้องคอยดูแลเด็กแทนนะเจ้าค่ะ

 

                 เพราะมั่นใจได้เลยว่าในอนาคตต้องกลายเป็นแบบนั้น มิโอะจึงเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดจากนี้เป็นต้นไป ถ้าคนพวกนี้พังง่ายๆเพราะโดนแกล้งนิดๆหน่อยๆ รู้สึกว่าจะทำให้เกิดความเครียดสะสมแทน

                 ไม่ว่าพวกเธอจะพูดอย่างไรเพราะพวกนั้นพ่ายแพ้สมบูรณ์แบบเลยไม่มีสิทธิ์คัดค้านอะไรทั้งสิ้น พวกเขาฝึกตามเมนูที่โทโมเอะสั่ง การฝึกนั้นมีต่อเนื่องไปจนถึงตอนเย็นนั้นเป็นอะไรที่โหดร้ายสำหรับมอนโดและคนอื่นๆ พวกเขาไม่สามารถหย่อนยานได้แม้แต่นิดเดียวเพราะการควบคุมดูแลของทั้งคู่ และส่วนต่างๆ ในร่างกายถึงขีดกำจัดของพวกแล้วอีกทั้งพวกยักษ์ป่ายังสงสัยเรื่องนับจากพรุ่งนี้จะไม่มีการฝึกรออยู่ได้แต่รออยู่ในป่าให้เวลาผ่านไป โทโมเอะคาดหวังอะไรจากเรื่องนี้? นี่คือที่พวกเขาคิดไว้แต่ไม่ได้พูดออกมา

 

โทโมเอะ : โอเค วันนี้พอแค่นี้ได้!

 

ด้วยคำพูดของโทโมเอะพวกเขาบางคนรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องเข้าไปในหมอกแห่งความเจ็บปวด แต่ว่านรกที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นหลังจากนี้ โทโมเอะประกาศโดยไม่สนใจ 15 ตนนั้นที่จัดกลุ่มเรียงแถวกันอยู่

 

โทโมเอะ : ดังนั้น พรุ่งนี้จะเป็นวันที่ยาวนาน เตรียมตัวให้ดีด้วย

 

นี่คือสิ่งที่เธอพูด

 

มอนโด : ?!! อย่ามายุ่งกับพวกเรา! การสังเกตการฝึกครั้งต่อไปควรจะเป็นอีก 15 วันถัดไป!

 

มอนโดพูดปฎิเสธออกมาอย่างไม่เกรงกลัวกับโทโมเอะ เพราะคำพูดของเธอนั้นผิดข้อตกลงที่จะปล่อยให้พวกเขาฝึกอิสระและคอยมาตรวจสอบทุกครั้ง

 

โทโมเอะ : นายพูดอะไร? ข้าไม่ได้บอกตั้งแต่แรกหรอว่าจะมีต่อไป?

“นั้นมัน...! ไม่ใช่ว่าพวกเราจะหยุดฝึกฝนถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้จับตามองอยู่ก็ตาม?

โทโมเอะ : นั้นก็เป็นเหตุผลของพวกนาย ยังไงก็ตามฉันยังบอกอีกว่าดูที่ความสามารถ ถ้าพวกนายต่ำกว่ามาตรฐานฉันจะให้พวกนายฝึกเพิ่ม นั้นคือสิ่งที่ฉันพูดออกไป

มอนโด : ตอนนี้การฝึกจบแล้วใช่ไหม?!

โทโมเอะ : ยักษ์ป่าช่างโง่เง่าจริงๆเลย ข้าบอกไปว่าจะเริ่มการการฝึกตอนเย็น แต่ข้าจำไม่ได้เลยบอกว่า “เมื่อไหร่” ถึงจะจบ ยังไงก็ตามจากแผนการของฉัน อย่างสั้นที่สุดน่าจะใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน

 

หนึ่งเดือนคืออย่างสั้นที่สุด คำพูดเหล่านั้นทำให้เหล่ายักษ์ป่าบางตนถึงกับล้มพับไปเลย ถูกควบคุมดูแลโดยคนที่แตกต่างจากปกติและยังไม่รู้ว่าจะได้รับการฝึกแบบไหน มันเหมือนกับการเอาไปทรมานมากกว่า พวกเขาคิดที่จะปฏิเสธเรื่องแบบนี้แต่ไม่สามารถใช้กำลังทำได้ ทางเดียวที่เหลืออยู่คือการหนีเท่านั้น

 

มอนโด : คนที่พูดให้เหตุผลดูดีแบบนั้นคือเธอ! มันไม่ชัดเจนหรอว่าการฝึกควรจะจบภายในวันเดียวกัน?!

โทโมเอะ : ใช่ ฉันไม่สนหรอกว่าจะเป็นการพูดให้ดูดี แต่ความจริงและเหตุผลของผู้อ่อนแอย่อมไม่สามารถเทียบได้กับเหตุผลของผู้แข็งแกร่งอยู่แล้ว

 

คำพูดของมอนโดกลายเป็นความขมขื่น แม้ว่าเขาจะทำดีที่สุดแล้วแต่เขาเข้าใจแล้วว่าสองคนนั้นเป็นยังไง การฝึกจะไม่จบภายในวันเดียวแน่ๆ มอนโดมั่นใจว่าต่อให้พวกเขา 15 คนโจมตีพร้อมกันในตอนที่สองคนนั้นเมาหรือหลับอยู่ก็ตาม พวกเขายังคงพ่ายแพ้ยับเยิน ในทางตรงกันข้ามพวกเขาอาจจะถูก “จัดการ” แบบไม่ยั้งและลงมือฆ่าพวกเขาแทน ทั้งร่างกายและจิตใจของพวกเขาเข้าใจดีเลยว่าสองคนนั้นแข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน และพวกเขายังไม่สามารถเข้าไปโจมตีมาโคโตะได้แม้แต่เพียงนิ้วเดียว ถึงพวกเขาโจมตีต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็ยังไม่สามารถทำลายบาเรียของเขาได้ แม้ว่ามาโคโตะจะจัดการกับพวกเขาเมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ สำหรับมาโคโตะแล้วพวกเขาเป็นได้เพียงแค่เด็กน้อยที่เล่นไปรอบๆ เท่านั้น

 

มิโอะ : แหม แหม ก่อนที่จะสู้พวกนายยังกล้าพูดอะไรซักอย่างประมาณว่า “ถ้าพวกเราสามารถทำสำเร็จข้อใดข้อหนึ่งตามเงื่อนไขพวกนั้นได้” แต่ตอนนี้พวกนายได้แต่ยึดมั่นเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ ฉันจะไม่พูดเรื่องยากๆ นะ แต่พวกนายคิดว่าคนอ่อนแอมีสิทธิ์ที่จะต่อต้านผู้แข็งแกร่งงั้นหรอ

 

“.....”

 

                 ส่วนอาคัวและอีริสว่านอนสอนง่ายพอควร พวกเธอไม่สามารถจะเป็นได้แม้แต่คู่ต่อสู้กับมาโคโตะ และหลังจากฝึกพวกเธอยังถูกพูดจาแย่ๆ ใส่อีกมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นเพราะพวกเธอรู้สึกว่าเกือบจะสำเร็จหลายต่อหลายครั้งแต่กลับล้มเหลวตลอด สภาวะจิตใจและร่างกายของพวกเธอนั้นยุ่งเหยิงไปหมด ตามจริงแล้วพวกเธอและอีกสองคนที่สู้กับมาโคโตะรู้สึกว่าแทนที่จะมาห่วงเรื่องการแผนการวันพรุ่งนี้  พวกเขาต้องการกลับไปนอนมากกว่า ส่วนที่เหลืออีก 10 คน ก็ใจเสียกันหมดแล้ว กลุ่มที่ไม่สามารถคิดอะไรได้เลยคือกลุ่มห้าคนที่สู้กับโทโมเอะ และอีกกลุ่มที่คิดจะหาทางหนีให้ได้คือกลุ่มที่สู้กับมิโอะ โทโมเอะปล่อยให้มอนโดยืนอ้าปากพะงาบๆไว้ก่อน และมองไปที่สมาชิกที่เหลือ

 

โทโมเอะ : เป็นกลุ่มคนที่เข้าใจได้ง่ายจริงๆ พวกนายเหนื่อยกับเมนูการฝึกระดับนี้ ครึ่งหนึ่งของพวกนายก็คิดหาทางหนีงั้นหรอ

 

“ ?! ”

 

โทโมเอะ : แต่...ลองคิดเกี่ยวกับมันด้วยสมองน้อยๆของพวกนายหน่อย ตอนนี้พวกเราอยู่ที่ไหน? พวกนายเข้ามาที่นี่ได้ยังไง? อย่าบอกนะว่าพวกนายคิดว่าที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่บ้านนายใช่ไหม? พวกนายนี่ซื่อมาก จะซื่อเกินไปแล้ว

มอนโด : ...เธอหมายความว่ายังไง?

 

มอนโดคั้นเสียงของตนออกมา ในมุมหนึ่งของจิตใจเขายังคงคิดหาทางหนีอยู่ แทนที่จะทำเป็นเข้มแข็งมันเหมือนกับเกิดความกลัวตายมากกว่า

 

โทโมเอะ : ไม่มีทางอื่นแล้วนอกจากจะบอกว่าที่นี่อยู่ในบาเรียแบบพิเศษที่สร้างโดยนายน้อย มันอยู่คนละระดับกับบาเรียที่นายน้อยสร้างมาแบบง่ายๆ เมื่อกี้ ถ้านายต้องการที่จะหนีออกไป....นายต้องมีพลังพอที่จะทำลายบาเรียของนายน้อยได้ด้วยปลายนิ้วเดียว

 

คำพูดของเธอเต็มไปด้วยคำโกหก ยังมีเส้นทางอีกมากมายในอะโซระที่พวกเธอยังไม่รู้ แน่นอว่าโอกาสที่พวกยักษ์ป่าจะออกไปได้นั้นไม่มีทางเป็นไปได้เลยยังคงเป็นความจริงเช่นกัน

 

“ด้วยนิ้วเดียว? ไม่มีทาง นั้นมันบ้าไปแล้ว”
 

ไนเมื่อพวกเขาไม่สามารถทำลายบาเรียแบบง่ายๆของมาโคโตะได้ ยักษ์ป่าตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง  อาคัวและอีริสได้แต่ตกตะลึงเมื่อรู้ว่าบาเรียนั้นเป็นแค่มนต์แบบง่ายๆเท่านั้น “ เมื่อมาคิดดูแล้ว เขาไม่ได้ร่ายซักบทเลยด้วยซ้ำ” นี่เป็นสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาก็คิดออกมาได้

 

โทโมเอะ : นายยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ใช่ไหม? พวกนายจะหนีไปไหนได้ และในขณะที่หมู่บ้านของพวกนายก็อยู่ในกำมือข้า ในตอนที่พวกนายจบลงด้วยการอ่อนกว่ามาตรฐาน เส้นทางหนีของพวกนายเหลือแค่อยู่ในโลกใบนี้เท่านั้น ถ้าการกระทำของพวกนายมันแย่ ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านของพวกนายเข้าใจใช่ไหม?

 

โทโมเอะพูดหลายต่อหลายครั้งว่าเธอคือกฎและข่มขู่พวกเขา

 

มิโอะ : พวกนายไม่ตายหรอก พวกนายแค่กลับไปที่หมู่บ้านแบบสินค้าไร้ประโยชน์หรือพวกนายอาจจะสำเร็จและกลายเป็นของมีค่า ถ้าพวกนายมีสปิริตก็แสดงมันออกมาซะ

 

                 มิโอะพูดต่อหลังจากโทโมเอะ คำพูดที่พูดออกมาเหล่านั้นโทโมเอะให้มิโอะจำก่อนที่จะเริ่มฝึก เธอถูกบอกให้รับบทผู้ฝึกสอนสุดโหดและเธอเอาด้วย ในเมื่อมิโอะไม่สามารถไปนครการศึกษากับมาโคโตะได้ดังนั้นจึงมีเวลาว่างอยู่ เธอเลยคิดว่างั้นทำไมไม่ลองมาดูการฝึกของพวกนั้นละ? การคุกคามของโทโมเอะและการะเบิดของมิโอะ พวกเธอทั้งคู่ทำแค่บั่นทอนแรงจูงใจที่แท้จริงของพวกเขาเท่านั้น มันจะดีถ้าพวกเขาตัดสินใจได้ในคืนนี้และแสดงผลลัพธ์ออกมา ดังนั้นโทโมเอะไม่สนหรอกว่าพวกนั้นในตอนนี้จะน่าสงสารขนาดไหน เหมือนกับว่าเมื่อเธอสามารถเข้าใจความสามารถของพวกเขาโดยประมาณได้ การฝึกที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นพรุ่งนี้ เป็นรูปแบบการฝึกที่เอามาจากโลกเดิมในความทรงจำของมาโคโตะ แต่เอามาใช้แบบทั้งที่เข้าใจผิดและบิดเบือนออกมา

                 แน่นอนว่าชื่อที่โมโมเอะเอามาตั้งมาจากข้อมูลที่เธอค้นหามาจากคำว่า “ค่ายทหาร”  เธอวางแผนนี้ไว้ในใจและใช้ความทรงจำของมาโตะเป็นแหล่งอ้างอิง เพราะเหตุนี้เธอถึงใช้ตัว T (จากTomoe) และ M(จากMio) มาตั้งเป็นชื่อ ค่ายฝึกทหารทีเอ็ม

 

โทโมเอะ : คุ ฟุ ด้วยสิ่งนี้แผนการในอนาคตที่จะขายยาก็ก้าวหน้าไปอีกขั้น ช่างเป็นความคิดที่ชาญฉลาดเสียจริงทั้งกระจายชื่อเสียงของบริษัทและยังใช้รวบรวมข้อมูลไปในตัวด้วย ข้าได้หว่านเมล็ดพันธ์ที่จะทำให้ท่านมาโคโตะประหลาดใจไว้แล้ว

โทโมเอะพูดด้วยเสียงเบา ถึงแม้มิโอะจะได้ยินสิ่งที่โทโมเอะพูด เธอไม่เข้าใจมันเท่าไหร่อยู่ดี ดังนั้นเธอจึงดูพวกยักษ์ป่ากลับมาในสภาพโซเซเท่านั้นและไม่ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย ก็สมกับเป็นมิโอะจริงๆ

 

“ ลูกค้าคือพระเจ้า! ”

“ ฉันจะคำนวนผลกำไรอย่างถี่ถ้วน! “

“ กรุณาสนับสนุนการขายยาของบริษัทคุซุโนฮะ! “

“ เมื่อคุณมีปัญหาฉันจะรีบไปที่นั้นเพื่อช่วยเหลือ! ”

 

หลายคำที่ยักษ์ป่าตะโกนออกมาขณะที่ฝึกฝนอย่างหนัก รูปแบบการฝึกของพวกเขาสารมารถเห็นได้ที่พื้นที่รอบเมืองในวันต่อมา ยังมีเสียงกรีดร้องและตะโกนผสมปนเข้ามาด้วยว่า นายเสียงเบาไป, รอยยิ้มของนายมันจืดชืด, การรับรู้ด้วยตัวเองของนายยังไม่พอ, อ่อนแอ, นายไม่สนุกเลย, ตอนที่พวกเขาเจอกับความรุนแรงที่ไร้เหตุผลในขณะที่ฝึกร่างกาย, ฝึกฝนการต่อสู้, การลอบเคลื่อนไหว และการเก็บข้อมูล พวกเขายังถูกยัดเยียดข้อมูลของมหนุษย์ลงไปในร่างกายและจิดใจ

ค่ายฝึกทหารของโทโมเอะทำการล้างสมองผ่านความกลัวดำเนินไปเรื่อยๆ แม้แต่ตอนนี้ก็ตาม

 




NEKOPOST.NET