[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 62 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.62 - ดังนั้นจากนี้ไป.....


Ch. 61: ดังนั้นจากนี้ไป...

 

มาโคโตะ : เมื่อตอนที่ฉันมาที่โลกนี้ เธอเป็นคนแรกที่ฉันทำข้อตกลงด้วย แต่ตอนนี้พอมาคิดดูแล้วผลกระทบจากการทำข้อตกลงไม่ค่อยส่งผลอะไรกับฉันเท่าไหร่เลยนะ

โทโมเอะ : ถ้าข้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะบอกเป็นการแลกเปลี่ยนที่ไม่เลวเท่าไหร่นะ

 

นี่เธอแกล้งโง่งั้นหรอ? หรือว่าเธอจำไม่ค่อยได้จริงๆ?

 

มาโคโตะ : ฉันอยากจะบอกว่าตอนที่ทำข้อตกลงกับฉันทำให้เธอต้องสูญเสียร่างเดิมและเพิ่มขีดความสามารถทุกอย่างของเธอ งั้นฉันละได้อะไร?

 

                ตอนที่ฉันมาที่โลกนี้ ฉันทำข้อตกลงกับมังกรระดับสูงสุดที่มีจำนวนไม่ถึงเลขสองหลัก, แมงมุมดำที่ใครๆต่างก็เกรงกลัวจนกล่าวขานว่าเป็นภัยพิบัติ รวมทั้งลิชอดีตมหนุษย์ที่กลายเป็นอันเดด(ที่ทำลายความเชื่อเรื่องนี้ของฉันป่นปี้)

                ท่านซึคุโยมิยืนยันว่าพลังเวทมนตร์ของฉันเหนือกว่าเมื่อเทียบกับฮีโร่คนอื่น ถึงข้อตกลงจะไม่ส่งผลเสียกับร่างกายของฉัน มีสิ่งเดียวที่อาจจะเป็น “ แบบนั้น” จะเป็นประสบการณ์เมื่อตอนฉันใช้ประตูหมอกเพื่อเชื่อมต่อซึเงะกับอะโซระ  ส่วนการอ่านความทรงจำของคนอื่น ฉันคิดว่านั้นเป็นพลังของโทโมเอะ ฉันหันไปหาผู้ติดตามคนอื่นๆ ที่กำลังรออยู่โดยไม่พูดอะไร และเริ่มพูดต่อ

 

มาโคโตะ : เมื่อสองวันก่อน ฉันเห็นความทรงจำของคนอื่น ไม่ต้องสงสัยเลย โทโมเอะเธอรู้อะไรเกี่ยวกับมันใช่ไหม?

โทโมเอะ : นายน้อยช่างเป็นคนที่บาปหนาจริงๆ ข้ามีข้อสรุปสำหรับเรื่องนี้อยู่ท่านอยากจะฟังหรือเปล่าละ?

มาโคโตะ : ให้ฉันยืนยันเรื่องกฎการทำข้อตกลงหน่อย  ฉันรู้ว่ามันจะเปลี่ยนรูปร่างภายนอกและยกระดับความสามารถทุกด้านของผู้ติดตาม ถ้างั้นผู้ควบคุมละได้อะไร? ฉันคิดว่าเขาน่าจะได้คุณสมบัติพิเศษของผู้ติดตามทั้งหมดใช่ไหม

 

                  ฉันอาจจะอธิบายได้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่การที่ฉันสามารถใช้พลังของโทโมเอะได้ งั้นฉันอาจจะสามารถใช้พลังของมิโอะและชิกิได้เหมือนกัน ฉันคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับมนุษย์ที่จะใช้พลังของอมนุษย์โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ งั้นก็เป็นเรื่องปกติที่ฉันต้องแลกเปลี่ยนบเพื่อให้ได้พลังบางส่วนของพวกเขามา อย่างน้อยนั้นคือสิ่งที่ฉันคิด

                  ย่อๆ ก็คือตอนนี้ฉันกลายเป็นอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์ไปแล้ว นั้นเป็นสิ่งที่ฉันคิดแต่ว่า.....

 

โทโมเอะ : พรู่ด

มาโคโตะ : โทโมเอะ เธอหัวเรอะทำไม?

 

ไม่ได้เป็นมนุษย์อีกต่อไปแล้ว นั้นมัน.....ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงไปหน่อยหรอ? พูดตรงๆนะ นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจที่สุดตั้งแต่มาที่โลกนี้เลยรู้ไหม? ในกรณีอาจจะกลายเป็นการหักหลังฉันเลยรู้หรือเปล่า? ถ้าพวเขาพูดกับฉันว่า “ แค่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไป มันเป็นเรื่องใหญ่มากเลยงั้นหรอ? ” ฉันคงจะตกใจน่าดู

 

โทโมเอะ : ท่านก็รู้นี่ ข้าคิดว่าสองวันนั้นที่นายน้อยไล่ตามไปในภูเขาแต่คิดว่าท่านแค่เข้าใจผิดและหลงทางนานไปหน่อย เผอิญข้าแค่........... ข้าขอโทษจริงๆ

ชิกิ: แต่เดิมผมเป็นคนที่ละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปแล้ว ดังนั้นผมเข้าใจความรู้สึกของท่านนะ  แต่ถ้าความเป็นมนุษย์นั้นเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนายน้อย ข้าจะจำใส่ใจไว้ครับ

 

โทโมเอะและชิกิแสดงท่าทีตรงกันข้ามกับที่ฉันคาดไว้อย่างหมดจด ส่วนมิโอะดูท่าทางเธอจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้เท่าไหร่

 

โทโมเอะ : การที่นายน้อยสามารถใช้พลังของข้าได้..... ในตอนนี้อาจจะเป็นความบังเอิญ จริงๆมันควรจะใช้ได้หลังจากนี้อีกนาน ตอนนั้นนายน้อยอาจะอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของท่านได้ มันอาจจะน่าอายไปหน่อยที่จะบอกแบบนี้ แต่ข้าคิดว่านั้นเป็นเพราะ “สายสัมพันธ์” ระหว่างท่านกับข้าก่อตัวขึ้นมา

 

สะ-สายสัมพันธ์?!

 

อุ๊! สายตาของมิโอะดูอันตรายขึ้นมากะทันหัน เธอนั่งอยู่พร้อมกับประกายแสงในตาเธอค่อยๆหายไปอย่างช้าๆ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด  มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเข้าใจไหม?!

 

มาโคโตะ : อธิบาย! รีบอธิบายด่วนเลยโทโมเอะ! เร็วเข้า!

โทโมเอะ : หืม? อ่อ ข้าอาจจะเลือกคำพูดได้แย่ไปหน่อย ที่ข้าใช้คำว่าสายสัมพันธ์นี่ก็เหมาะสมแล้ว ทั้งความเชื่อมั่นและการแลกเปลี่ยนความรู้สึกระหว่างเราหรืออะไรแบบนั้น ยังไงก็ตามสำหรับนายน้อยที่เป็นผู้ควบคุม จะได้รับความสามารถบางส่วนของผู้ติดตามมันก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เข้าใจใช่ไหม? ถ้าเป็นแบบนั้นจะกลายเป็นความสัมพันธ์เท่าเทียมกันแทน พวกเราเป็นผู้ติดตาม ผู้ที่มอบคำมั่นปฏิญาณด้วยความภักดีของเรา ถ้านายน้อยปราถนา ท่านสามารใช้พลังของพวกเราเพื่อทำเรื่องขี้โกงได้ ตามปกติพลังนี้จะมีผู้ใช้ได้เพียงแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น เพื่อที่จะใช้มันได้ท่านต้องสร้างความคุ้นเคยกับมันก่อน และในไม่ช้าท่านจะใช้มันได้เมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ท่าต้องการ แต่ก็มีข้อยกเว้นอยู่และเรื่องในคราวนี้ก็เป็นกรณีนี้

 

พลังของโทโมเอะและคนอื่นหรอ แน่นอนว่าฉันยังไม่รู้สึกว่ามีพลังแบบนั้นอยู่ในร่างกายของฉันแม้แต่ครั้งเดียวมาก่อน ครั้งที่แล้วก็ด้วย พลังของโทโมเอะทำงานเองโดยที่ฉันไม่รู้สึกอะไรเลยถึงความสามารถนี้

 

“.....”

 

ท่าทีของมิโอะดูเหมือนหายสงสัย.....อาจจะนะ?

เธอตั้งใจฟังอยู่ไหม?หรือเธอได้ข้อสรุปบางอย่างออกมาแล้ว? ขอให้เป็นอันแรกทีเถอะ

 

โทโมเอะ : สำหรับในเหตุกาณ์นี้ที่นายท่านกำลังมองหาหนทางแก้ปัญหา และประเด็นเรื่องสายสัมพันธ์แห่งความเชื่อมั่นระหว่างเจ้านายและผู้ติดตามที่เห็นได้ชัดอีก มันยังมีโอกาสที่พลังของผู้ติดตามจะแสดงผลออกมาในรูปแบบการอาละวาดภายในร่างกายของผู้เป็นนาย มันสามารแสดงผลของมันออกมาเองหรืออาจจะมีโอกาสที่นายท่านปลดปล่อนมันออกมาในปริมาณที่เหมาะสม ดูเหมือนว่าคราวนี้จะเป็นการแสดงผลออกมาเอง

                  ไม่มีข้อเสียนั้นคือที่โมโมเอะบอกเสริมขึ้นมา  มันเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างจะรุนแรงทีเดียวแต่ที่เธอบอกว่ามันไม่มีข้อเสีย? แน่นอนว่าไม่ค้องเสียพลังเวทย์ในการใช้งานมัน มันคล้ายกับตอนที่ฉันใช้ [ ซาไค ] มันใช้พลังเวทย์ของฉันเป็นสื่อกลางอย่างไม่ต้องสงสัย นั้นคือความแตกต่างระหว่างมันกับ [ ซาไค ]

 

มาโคโตะ : ความเชื่อใจและการอาละวาดงั้นหรอ

 

                  นั้นหมายความว่าฉันเชื่อใจโทโมเอะถึงขนาดนั้น? เธอเป็นคนแรกที่ทำข้อตกลงและกลายเป็นผู้ติดตามคนแรกของฉันด้วย ในใจฉันอาจจะยอมรับเธอแล้ว มันอาจจะเป็นเช่นนั้น โทโมเอะดูจะดีใจมากที่ฉันสามารถใช้พลังของเธอได้ พูดตามตรงแล้วนั้นมันไม่น่าดีใจสุดๆเลยนะ เธอรู้ไหม?! ฉันไม่สามารถสลัดอารมณ์ออกไปได้เมื่อฉันต้องการทำมัน เธอจะบอกว่านับจากนี้มันมีโอกาสจะทำงานเองอีกนับไม่ถ้วนเลยงั้นเรอะ? งั้นเมื่อไหรที่ฉันจะสามารถควบคุมมันได้ทั้งๆที่ยังมีสติอยู่?

 

โทโมเอะ : ใช่แล้ว เชื่อใจ! ความเชื่อใจไงละนายน้อย ช่างยอดเยี่อยมอะไรเช่นนี้ที่เห็นท่านใช้พลังของข้าได้เป็นอันดับแรก! ด้วยสิ่งนี้ตำแหน่งผู้ติดตามคนแรกของข้ายิ่งมั่นคงขึ้นไปอีก

 

ส่วนนั้นดูจะสำคัญมาก โทโมเอะถึงขนาดทวนซ้ำหลายต่อหลายรอบ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ส่วนมิโอะก็ .....

 

มิโอะ : ….แค่มีโอกาส

โทโมเอะ : หืมม? มีอะไรหรอมิโอะ? ฉันไม่ค่อยได้ยินที่เธอพูดเลยน้า~


หยุดเถอะโทโมเอะ

 

มิโอะ : ....คราวนี้แค่บังเอิญที่ความทรงจำไหลเข้าไปในตัวเขา! นายน้อยเป็นคนที่น่าเหลือเชื่อมาก ถ้าตอนนั้นเขาอยู่บนขอบเหวแห่งความตาย เขาต้องใช้พลังของฉันเพื่อรักษาตัวเองแน่ๆ! มันเป็นความบังเอิญ แค่มีโอกาศเกิด!! มันก็แค่นั้นเจ้าค่ะ!

 

อย่ามาแช่งให้ฉันเจ็บหนักปางตายกันซิ! [ซาไค] รักษาฉันไม่ได้รู้ไหม? ฉันอาจจะตายเพราะบาดเจ็บร้ายแรงนะ! อ่า แต่ถ้าฉันใช้ความสามารถในการฟื้นฟูของมิโอะได้ มันก็น่าจะดี ใช่ไหม? แต่ถ้ามันทำงานสภาพนั้น อาจจะได้ความสามารแบบอื่นมาแทนก็ได้....

มันเป็นการพนันที่ฉันไม่ต้องการให้มันเกิด ต่อไปนี้ฉันต้องแน่ใจว่ามีคนที่สามารถรักษาฉันได้เมื่อบาดเจ็บอยู่ใกล้ๆเสมอ

 

โทโมเอะ : ช่ายแล้ว ใช่แล้วละ เธอพูดถูกแล้ว~ มันก็แค่ความบังเอิญ~ มันก็เหมือนกับที่มิโอะพูดมา~

 

อาจจะเรียกได้ว่าเป็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยปิติยินดี ส่วนของมิโอะก็....อสูรไม่ก็ฮันเนีย เหมือนว่าเธอกำลังอดทนไม่ให้ความกระหายเลือดของเธอไหลออกมา แต่ยิ่งไปกว่านั้นเธอดูจะไม่ชอบท่าทีของโทโมเอะ มันดูเหมือนจะทำให้เธอเสียหน้าอยู่ดี

 

ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากให้ชิกิมาช่วยหยุดพวกเขาตอนนี้แต่....ดูแล้วน่าจะเป็นไปไม่ได้ เป็นความจริงที่ว่าเขายังเป็นเด็กใหม่และค่อนข้างหงอกับรุ่นพี่ทั้งสองคนนั้นด้วย เหมือนกับว่าเขาถูกรุมแกล้งมากกว่า ฉันได้แต่หวังว่าพวกเธอจะไม่ทำอะไรแย่ๆ กับเขานะ

 

มิโอะ : ฟุ...ฮุฮุฮุ เธอยังใช้คาตานะไม่เป็น ได้แต่ส่งเสียงน่ารำคาญเกี่ยวกับเอโดะแบบนั้น เอโดะแบบนี้ไม่ก็เรื่องของซามูไร ท่าทางภาษาธรรมดาจะส่งไปไม่ถึงคุณโทโมเอะแล้วซินะคะ?

โทโมเอะ: ....โฮ่ ~  มิโอะ เธอที่เป็นอันดับสองวางแผนที่จะสู้กับฉันที่เป็นอันดับหนึ่งงั้นหรอ? ข้าสร้างข้อผูกมมัดกับนายน้อยแล้วนะเธอรู้รึเปล่า? นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรอว่าสถานะของเราคนละระดับกันแล้ว?

 

เธอบอกว่าข้อผูกมัดงั้นหรอ มันดูจะเกิดจริงไปหน่อยนะนั่น

 

มิโอะ : ฉะ-ฉัน เคยแลกหมัดกับนายน้อยแบบเต็มกำลังมาแล้ว และพวกเรายังแลกเปลี่ยนเลือดระหว่างกันอีกด้วย ผูกมัดด้วยเลือดเลยนะเจ้าค่ะ!

 

มิโอะนั้นมันแตกต่างจากข้อผูกมัดนะ อีกอย่างเธอแค่ดูดเลือดฉันข้างเดียวเลยไม่ใช่เรอะ

 

โทโมเอะ : หา....แม้แต่เรื่องนั้นเธอก็ไม่มีทางชนะฉันหรอก ประสบการณ์แบบนั้นฉันก็มีเหมือนกัน ความสัมพันธ์ที่เราต่างเจ็บปวดและบุกเข้ามาอย่างเร่าร้อนต่อกัน! แค่โดนกระทืบข้างเดียวแบบนั้นแม้แต่ชิกิก็ทำได้ เพราะแบบนี้มิโอะถึงได้....

 

ฉันใช้แต่ [บริด] โจมตีเธอใช่ไหม

 

มิโอะ : เราไม่ได้พูดถึงลิชอวดฉลาดนั้น เธอควรจะเรียนรู้เรื่องการถ่อมตัวบ้างนะมาพูด เรื่องข้อผูกมัดและสายสัมพันธ์แบบไร้กังวล เพราะแบบนี้โทโมเอะถึงได้....

 

อะ-อวดฉลาด โหดร้ายอะไรแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้นเธอเป็นคนบังคับให้เขาทำไม่ใช่หรอ?

 

เฮ้อ~ พวกเธอพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้เมื่อตอนที่พวกเราพบกัน และพูดเรื่องนู้นเรื่องนี้ตอนที่ฉันมาที่โลกนี้ ย่อๆเลยคือพวกเธอแค่ทะเลาะกันตามปกตินั้นแหละ แม้ว่าเรื่องสำคัญที่ฉันอยากจะพูดมันหลังจากนี้ก็เถอะ....แต่ดูทั้งคู่กำลังได้ที่เลย คงต้องรอไปอีกซักพัก

                  ไม่มีทางเลือก ฉันน่าจะบอกชิกิก่อ..น โอ้ ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับความเสียหายจากลูกหลงที่ทั้งคู่สาดใส่กันระหว่างที่สองคนนั้นทะเลาะกันอยู่ สายตาของเขาบ่งบอกว่า “ ตัวฉันไม่มีค่าอะไรเหลืออีกแล้ว ”  โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าชิกิมีศักยภาพในตัวมากนะ สำหรับในตอนนี้ก็... ฉันใช้ [ซาไค] เพื่อปิดเสียงหนวกหูของสองคนนั้น อืม นี่มันสะดวกดีแหะ

 

มาโคโตะ : ช่างสองนั้นไปก่อน ชิกิ ฉันตัดสินใจเลือกทิศทางที่จะมุ่งไปได้แล้วละ

ชิกิ : อุ มันจะดีหรอครับ ที่ให้คนอย่างผมเป็นคนแรกที่ได้ยิน?

 

ขะ-เขามองโลกแง่ร้ายสุดๆ

 

มาโคโตะ : ใช่ สำหรับฉัน โทโมเอะ, มิโอะ และชิกิ ต่างก็เป็นทั้งพวกพ้องและครอบครัวที่มีค่ามาก

ชิกิ : .....

 

ตาของชิกิเบิกกว้างเพราะเขาจะได้ยินอะไรบางอย่างที่เหนือความคาดหมาย มันเป็นนคำที่ห่างไกลจากแนวคิดของข้อตกลงที่พวกเราเป็น ดังนั้นฉันไม่สามารถโทษเขาได้สำหรับเรื่องนั้น เพราะพวกเราถูกผูกมัดด้วยกฎของข้อตกลงอยู่ดี

 

โธ่ ถึงแม้ว่าภายนอกเขาจะดูเท่, สูง และฉลาดหลักแหลม แต่สายตาของเขาบ่งบอกว่าเขาเป็นคนขาดความมั่นใจ มันดูไม่เข้ากันเลย

 

มาโคโตะ : ขึ้นอยู่กับว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากที่ฉันกลับไปที่ซึเงะแล้ว ฉันจะเตรียมตัวเพื่อมุ่งหน้าไปนครการศึกษาในไม่กี่วันข้างหน้าและจะบอกนายเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทตอนหลัง ตอนนี้ฉันสนใจเรื่องการศึกษาของมหนุษย์ ฉันจะฝากให้ทุกคนดูแลกิจการในซึเงะด้วย

ชิกิ : ท่านวางแผนที่จะไปที่นั้นคนเดียวหรอครับ?

มาโคโตะ : ไม่ ฉันจะไปกับนาย ไปกันสองคนแบบสงบๆ ดีกว่า

ชิกิ : กะ-กับผม? ไม่ๆ ท่านควรไปกับท่านโทโมเอะหรือไม่ก็ท่านมิโอะมากกว่า ถ้าสองคนนั้นรู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...... ผมไม่มั่นใจว่าแขนสองข้างของผมจะยังเหลือติดอยู่กับตัวของผมหรือเปล่านะครับ

 

ชิกิ พวกนั้นขู่นายไว้มากขนาดไหนเนี่ย?

 

ดูชิกิเปลี่ยนท่าทีไปมาและตกใจกลัวก็สนุกดีนะ แต่ดูท่าทางจะไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ สองคนนั้น......ต้องจับไปฝึกวิธีการดูแลรุ่นน้องให้ดีๆ หน่อยซะแล้ว เอาให้หางจุกตูดเลยในสองวันนี้เลย

 

มาโคโตะ : ถึงยังไงเราก็เจอกันที่อะโซระอยู่ดี งั้นมันจะได้ผลดีมากกว่าถ้าทั้งฉันและโทโมเอะแยกกันไปทำดัวยตนเอง เพราะมีแค่พวกเราสองคนเท่านั้นที่สามารถเปิดประตูได้ รวมทั้งวิธีปฎิบัติการของโทโมเอะนั้นทำให้เกิดปัญหาและมันจะเกิดผลกระทบตามมาทีหลังแน่นอน ส่วนนาย ชิกิ นายดูเหมือนนักวิจัย ดังนั้นฉันเลยรู้สึกว่านายจะเข้าใจเรื่องปัจจุบันและหามาตรการรับมือได้ ยิ่งไปกว่านั้นนายก็เคยเป็นมหนุษย์ด้วย ฉันเลยคิดว่านายน่าจะมีความคิดพื้นฐานดีกว่าสองคนนั้น

 

เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังบทสนทนาที่ฉันกำลังพูดอยู่ ฉันลดเสียงลงบอกเขาเมื่อตอนที่ฉันกับมิโอะสู้พวกยักษ์ป่าด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นทั้งโทโมเอะและมิโอทำลายฐานของพวกนั้นทั้งหมด

 

ชิกิ : ดูท่าทางนายน้อยจะผ่านเรื่องต่างๆมามากเลยนะครับ

มาโกโตะ :  อืม ก็ใช่ละนะ ดังนั้นนายต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้ดีด้วย เพราะอนาคตจะลำบากยิ่งกว่านี้

ชิกิ : .....

มาโคโตะ : ท้ายที่สุดแล้วฉันอยากให้นายสามารถหยุดกระทะเลาะของสองคนนั้นได้ภายในทีเดียว

 

ตอนนี้มันอยู่ในระดับที่ไม่มีใครบอกได้ว่าพวกเขากำลังสื่อการกันอยู่ ทั้งสองคนต่างก็ไม่ยอมยกมือขึ้นมาบางทีอาจจะมีกฎที่ว่าใครเริ่มก่อนแพ้? ก็ดีแล้วจะได้ไม่มีใครบาดเจ็บ

 

ชิกิ : ....นายน้อย รู้ไหมว่าอันเดดก็ตายเป็นเหมือนกันนะครับ?

 

“เฮ้ นายพูดอะไรของนาย?” นั้นคือสายตาของชิกิที่บอกฉันด้วยใบหน้าจริงจัง

 

มาโคโตะ : นายมีเวทย์รักษาดังนั้นนายน่าจะไม่เป็นอะไรใช่ไหม?

ชิกิ : ผมคงจะถูกกระหน่ำด้วยห่ากระสุนนับล้านต่อเนื่องจนไม่เหลือซาก เมื่อเป็นแบบนั้นมันก็หมดทางที่จะรักษาแล้วนะครับ ผมทำไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้ ผมต้องตายแน่นอนครับ

 

ชิกิพูดขอร้องกับฉันทั้งน้ำตา ถ้าเขายังได้รับความเสียหายมากจากลูกหลงมันคงจะยากสำหรับเขาที่จะต่อต้านสองคนนั้นงั้นหรอ

 

มาโคโตะ : แต่ว่าฉันวางแผนที่จะให้นายบอกพวกเขาแยกกันเคลื่อนไหว

ชิกิ : ??!!

มาโคโตะ : ฉันต้องการให้สองคนนั้นมุ่งหน้าไปทะเลที่อยู่ทางเหนือของซึเงะ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าโทโมเอะจะเริ่มพูดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางทะเลหรืออะไรแนวๆ นี้ ในอนาคตอันใกล้แน่นอน แทนที่จะคิดเรื่องลักพาตัวนักพจญภัยในแดนรกร้างและสายสัมพันธ์กับบริษัทเรมแบรนดท์ ฉันรู้สึกว่าให้โทโมเอะอยู่นอกเมืองซึเงะจะสะดวกมากกว่า

 

เธอเป็นคนเจรจาเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงเธอจะดูเป็นแบบนั้น แต่เธอก็เป็นคนมีความสามารถมากคนหนึ่ง เหมือนกับเธอเก่งไปทุกเรื่องเลยมากกว่า

 

ชิกิ : งะ-งั้นมันจะไม่ดีกว่าหรอที่จะพาท่านมิโอะไปกับพวกเรา?

มาโคโตะ : มิโอะงั้นหรอ ถ้าจะให้พูด ฉันอยากพามิโอะไปกับพวกเราด้วย แต่ฉันคิดว่าให้โทโมเอะทำงานทุกอย่างคนเดียวมันจะน่าสงสารเกินไป ยังไงเราก็สามารถเจอกันได้ทุกสัปดาห์อยู่แล้ว ดังนั้นฉันเลยต้องการให้เธอเรียนรู้ที่จะอยู่ห่างจากฉัน

 

ชิกิทำไมนายทำหน้าเหมือนกับโลกนี้มันจบสิ้นแล้วละ? ฉันไม่คิดว่ามิโอะจะทำได้ทุกอย่างยอดเยี่ยมแบบโทโมเอะหรอกนะ แต่ฉันต้องการให้เธอเรียนรู้เรื่องที่สามารถทำได้มากขึ้น

 

ชิกิ : นะ-นายน้อย

มาโคโตะ : อ่อ แล้วก็ห้ามเรียกฉันว่านายน้อยตอนอยู่ที่นครการศึกษา ช่วยเรียกฉันว่า ไรโด ด้วย

ชิกิ : ได้โปรดเถอะครับนายน้อย....ผมต้องบอกพวกเขาทั้งหมดนี้จริงๆหรอครับ?

มาโคโตะ : แน่นอน ฉันจะไปที่ซึเงะและคุยกับคุณเรมแบรนดท์  ในเมื่อเขาช่วยแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ตั้งร้านให้เราแล้ว ถ้าอยู่ๆ เจ้าของร้านหายไป มันจะดูหยาบคายไปหน่อย ดังนั้นอย่างน้อยฉันก็ต้องไปกล่าวลาเขาให้เรียบร้อย

ชิกิ : คิดว่านี่เป็นสิ่งแรกที่ผมจะทำหลังจากที่ได้รับชีวิตใหม่มาแล้ว..... ผมอาจจะไม่รอดกลับมาจากเรื่องนี้.....

 

ฉันตัดสินใจทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดพึมพำคนเดียวของเขา ตอนนี้ฉันจำได้ว่า เขาพูดบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองว่าเป็นอันเดดชั้นสูงที่มีพื้นฐานใกล้เคียงกับสปิริต เหมือนจะเป็นธาตุมืด, ไฟ เขาสามารถควบคุมได้หลายธาตุ ฉันคิดว่าเขาพูดไว้แบบนั้น ฉันจินตนาการถึงสปิริตไม่ออกเลย นี่มันนอกเหนือจากความรู้ที่ฉันมี สิ่งเดียวที่ฉันรู้ก็คือว่าถ้าพลังเวทมนตร์ของเขาหมดไป เขาจะหายไปอย่างสมบูรณ์แบบ

 

มาโคโตะ : ฉันคาดหวังในตัวนายนะ งั้นตอนนี้ฉันออกไปก่อนละ

--

                  ดังนั้นจากนี้ไป..... ฉันตัดสินใจมุ่งหน้าไปนครการศึกษา ฉันยังตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มตั้งร้านของฉันอย่างจริงจัง และคิดด้วยว่าที่นั้นอาจจะมีโอกาสหาข้อมูลเกี่ยวกับพ่อแม่ของฉัน ในที่ๆ ถูกเก็บรวมรวมความรู้ต่างๆไว้ด้วยกัน แต่เป้าหมายที่แท้จริงของฉันนั้นมันต่างกัน สิ่งที่กระตุ้นให้ฉันทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้คือความทรงจำของผู้หญิงคนแรกที่ฉันฆ่า

                  โลกใบนี้ถูกดูแลโดยยัยเทพธิดานั้น ดังนั้นฉันเลยคิดว่าโลกนี้แปลกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ตอนนี้ ข้ออ้างแบบนั้นดูจะไม่ค่อยเพียงพอแล้ว ฉันอยากจะรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้, เกี่ยวกับมหนุษย์, มุมมองของศาสนาต่อเทพธิดา, เทคนิคของพวกเขา, กึ่งมนุษย์, เผ่าปีศาจ, แกรนท์(Graunts), เกี่ยวกับโลกใบอื่น นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าถึงแม้ธุรกิจของฉันในอะโซระกับซึเงะยังไม่ค่อยเสร็จสมบูรณ์นัก ฉันยังตัดสินใจที่จะออกเดินทาง

                  จะเรียกว่าโชคดีหรือเหมือนกับแปลกๆ มากกว่า คุณเรมแบรนดท์เบิกตากว้างและมีสีหน้าตกใจแต่เขาก็สนับสนุนความคิดของฉันเกือบจะทันที ถึงแม้ว่าฉันจะเคยไปที่พักของเขาเพื่อตั้งใจเรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากรุ่นพี่ที่ยอดเยี่ยมของฉัน ปกติแล้วนี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ว่ามันก็จบเรื่องโดยไม่มีอะไรร้ายแรง ฉันรู้สึกเหมือนเขาวางกับดักอะไรบางอย่าง แต่ฉันไม่คิดว่าจะได้ข้อมูลออกมาจากปากของคนที่มากประสบการณ์เช่นเขาหรือพ่อบ้านของเขา และค้นหากับตรวจสอบของ [ซาไค] ไม่สามารถอ่านใจไดด้วย ดังนั้นมันเลยไร้ประโยชน์ละนะ

                  ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขาอ่านแม้แต่เอกสารเกี่ยวกับใบสมัครของนครการศึกษา พวกเขาต้องวางแผนอะไรไว้ตรงไหนซักแห่งแน่ๆ ถึงแม้ฉันจะมีประสบการณ์ในการฆ่าคนมาแล้ว ฉันยังคงเชื่อมั่นในตัวพวกเขาอยู่เพราะฉันเห็นใบหน้าของเขาตอนที่ครอบครัวของเขาป่วยด้วยคำสาป ฉันคิดว่าคนพวกนี้ไม่เหมือนกัน ฉันก้มหัวขอบคุณและรับเอกสารของนครการศึกษาจากคุณเรมแบรนดท์และหนังสือแนะนำของเขามา ฉันไม่คาดคิดว่าเขาจะเขียนหนังสือแนะนำให้ฉัน เคยคิดว่าเขาเป็นแค่พ่อค้าที่มีอำนาจแค่ในซึเงะ บางทีเขาอาจจะเป็นบุคคลสำคัญมากกว่าที่ฉันคิดไว้ก็ได้นะ

                  เพื่อแสดงด้วยความรู้สึกขอบคุณของฉัน ท้ายที่สุดฉันถอดหน้ากากออกต่อหน้าสองคนนั้น มันเป็นสิ่งที่ฉันเตรียมใจไว้แล้ว อีกอย่างฉันใส่มันไว้เพราะเหตุการณ์บางอย่างอยู่ดี ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหน้าของฉัน อย่างที่คิดไว้เลยมันต้องจัดอยู่ในหมวดสุดยอดเลวร้ายในมุมมองของพวกเขาแน่นอน พวกเขามองฉันด้วยสายตาสงสาร ฉันได้แต่ยิ้มแห้งๆกับเรื่องนี้เพราะสำหรับฉันแล้วพวกนายทุกคนต่างหากที่แปลกประหลาด พวกเขาบอกฉันว่า “ ใช้เวลาซักพักเดียวคนก็คุ้นเคยไปเองดังนั้นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก” และนั้นเป็นเรื่องโหดร้ายที่เข้าใจได้ง่ายจริงๆ แม้ว่าอาจจะเป็นเพราะภูมิต้านทานของเขามีมากขึ้นเมื่อตอนที่ครอบครัวของเขากลายเป็นแบบนั้น คุณเรมแบรนดท์ยังคงทำแสดงท่าทีต่อฉันตามปกติ ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ให้ฉันพบกับภรรยาและลูกสาวของเขาแต่ดูท่าการรักษาจะเป็นไปได้ด้วยดี

                  ฉันออกมาจากที่พักของคุณเรมแบรนดท์ด้วยจิตใจที่สงบ ฉันได้ขอบคุณเขาเรียบร้อยและเมื่อไหร่ที่เริ่มแผนการค้าขายสินค้าของอะโซระฉันจะให้ความสำคัญกับเขาก่อนแน่ๆ

                  ตอนนี้หลือบางอย่างที่ต้องทำอยู่ในอะโซระ คือเรื่องของโทโมเอะกับมิโอะ หลังจากที่ฉันออกมา ดูเหมือนชิกิจะบอกพวกเขาเรียบร้อยแล้วและอย่างที่คิดไว้มันค่อนข้างรุนแรงทีเดียว (ขอโทษนะชิกิ) เขาเดินโซซัดโซเซหนักมากถึงจุดที่ฉันรู้สึกว่าร่างกายของเขาโปร่งแสง และเห็นบางอย่างลอยออกมาจากปากของเขาด้วย

                  ฉันเริ่มเข้าใกล้สิ่งที่วาดฝันไว้ สิ่งที่ฉันคิดและสิ่งที่ต้องการ ฉันพูดถึงสิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นแบบแผนและวิธีการผ่านมัน ทั้งสองคนดูจะไม่เต็มใจเท่าไหร่แต่ในท้ายที่สุดก็ยอมรับ สายคาอิจฉาริษยาของทั้งสองคนนั้นจ้องเขม็งไปทางชิกิ นั้นก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ละนะ

                  ถึงมันไม่ใช่ของขวัญลาจากหรืออะไรแบบนั้น แต่ฉันตัดสินใจที่จะมอบหมายภารกิจให้พวกเธอ เป็นบางอย่างที่พวกเธอเคยถามเมื่อนานมาแล้ว แต่ตอนนั้นฉันยังไม่รู้คำตอบเลยขอเลื่อนไปก่อนจนมาถึงตอนนี้ มันอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องแต่ฉันบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่ฉันคิด

                  สำหรับโทโมเอะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคาตานะ หรือจะเหมือนกับวิชาดาบมากกว่า แน่นอนว่าฉันเป็นมือสมัครเล่นในด้านนี้ ถ้าเกี่ยวกับ “อิไอ” ฉันมีประสบการณ์เล็กน้อยจากตอนที่เพื่อนสอนฉันมา แต่มันไม่ได้อยู่ในระดับที่จะเอามาใช้จริงได้ เอาจริงๆแล้วเพราะมือซ้ายของฉันทนความตึงเครียดไม่ไหว เป็นมือสมัครเล่นโดยสมบูรณ์แบบจริงๆ แม้แต่จะตัดหุ่นฟางข้างหน้ายังทำไม่ได้เลย ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามมองหาข้อมูลในหัวของฉันและฉันจำได้แค่พื้นฐานของเพลงดาบ มันเป็นเรื่องบางอย่างที่คาดไม่ถึงสำหรับฉัน โทโมเอะบอกว่าเธอจะใช้คาตานะในอนาคต ดังนั้นเรื่องนี้จะถือว่าเป็นข้อมูลอ้างอิง

ฉันพูดอถึงการจับดาบเมื่อถือคาตานะ ฉันสอนว่าถ้าปราศจากการฝึกที่เหมาะสม การเคลื่อนไหวทั้งหมดที่เธอใช้กับดาบจะไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง มันดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมแบบหนึ่ง แต่มันมีความหมายซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดเหล่านั้น นั้นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันได้ถูกสอนมา ดังนั้นฉันเลยรู้สึกเสียใจต่อโทโมเอะนิดหน่อย นั้นเป็นเหตุที่ว่าทำไมเธอถึงต้องฝึกการจับดาบก่อน ฉันแนะนำเธอให้ลองลองถือบางอย่างที่มันยาวและหนักกว่าอันที่เธอใช้อยู่  เมื่อมีโอกาส ฉันควรจะดูความทรงจำของฉันเพื่อยืนยันอีกครั้งเรื่องการฝึกกับอาจารย์ของฉัน ถ้าเอาส่วนที่ฉันถูกบอกว่า “ไร้พรสวรรค์” กับ “ฟาด” ออกไป เนื้อหามันจะเหลืออยู่แค่ไหน?

                  สำหรับมิโอะ มันเกี่ยวกับเทมนตร์ดำ เธอต้องการถามเกี่ยวกับ “ปืน”หลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจทัศนคติของฉันที่มีต่อพวกมัน ดังนั้นเธอเลยพยายามจำลองมันขึ้นมาเองด้วยมนต์ดำโดยไม่ถามฉันเกี่ยวกับมันเลย นี่เธอชอบปืนมากขนาดไหนกัน? สำหรับมิโอะ เธอสามารถจำลองกระสุนขนาดเล็กในเวลาอันสั้นแต่ยังมีปัญหาในเรื่องขาดพลังทะลุทะลวง ฉันยังคิดว่าด้วยรูปทรงแบบนั้นหากถูกยิงออกไปด้วยความเร็วสูงมันก็น่าจะทะลุผ่านไปได้ แต่เดิมธาตุมืดนั้นใช้สำหรับการโจมตีโดยตรง ดังนั้นมันเลยเหมาะกับการปะทะมากกว่า และฉันก็ไม่รู้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกด้วย ฉันไม่ค่อยรู้จักปืนในโลกเดิมของฉันมากนัก ฉันเคยอ่านการ์ตูนที่แต่งมาอย่างดีแต่ก็เข้าใจในส่วนนั้นเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้นทำให้หลายครั้งฉันมีแต่คำถามตามมา และในท้ายที่สุดคำถามต่างๆก็แก้ได้ด้วยคำตอบของอาจารย์ ฉันคิดว่าคำแนะนำนี้ดูจะหนักหนากว่าของโทโมเอะ

                  มันเกี่ยวกับการหมุน ถ้าจำไม่ผิด เมื่อกระสุนผ่านลำกล้อง มันจะเกิดการหมุน, ความแม่นยำ, ความสามารถในการทะลวง และพลังดิบๆ อาจารย์สอนฉันถึงรายละเอียดทฤษฎีของมัน แต่ว่าตามตรงแล้วฉันชอบธนูอย่างเดียวเท่านั้นและฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรในปืนที่เป็นอาวุธระยะไกลเหมือนกัน ดังนั้นฉันเลยฟังมันผ่านๆ เท่านั้น มันก็เหมือนกับสว่านหรืออะไรแบบนั้น ฉันไม่รู้ว่าทำไมความแม่นยำถึงเพิ่มขึ้นจากเรื่องนั้นและไม่คิดว่าจำเป็นต้องรู้ด้วย ธนูก็ทำได้เหมือนกันอยู่ดี ฉันเลยสอนมิโอะเกี่ยวกับการหมุน

                  เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ถ้าเรื่องนี่เป็นภารกิจที่คุ้มค่าจริงๆ ทั้งสองคนดูจะดีใจมาก งั้นนั้นก็ดีแล้วละ ฉันยังบอกพวกเขาว่าอันที่จริงฉันเห็นพวกเขาเป็นเหมือนครอบครัว และฉันก็ไม่รู้ว่าพวกเขาต้องการหรือเปล่า แต่ฉันต้องการให้พวกเขาใช้นามสกุล มิซุมิ ถึงตอนนี้จะมีแค่โทโมเอะ, มิโอ และก็ชิกิ ก็เถอะ แต่ฉันไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดีและมันเป็นเรื่องน่าอายสุดๆ ท้ายที่สุดฉันก็เลยไม่ได้พูดออกไป ฉันนี่มันไร้ประโยชน์จริงๆ

 

มาโคโตะ : พ่อครับ,แม่ครับ  ผมยังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับท่านทั้งคู่ แต่ผมวางแผนว่าจะก้าวไปข้างหน้าตามแบบของผม มันดีแล้วใช่ไหมครับ?

 

                  บนเนินเขารกร้างที่อะโซระ ฉันบ่นพึมพำอยู่คนเดียว ที่นี่เกิดจากการที่ฉันข้อตกลงกับชิกิงั้นหรอ? ฉันรู้สึกว่าเนินและภูเขาถูกสร้างมานับไม่ถ้วน ตามปกติพวกนี้จะอยู่ในที่ไกลออกไปดังนั้นเลยไม่เป็นอะไร แต่ถ้ามันอยู่ใกล้ๆอาจจะเกิดแผ่นดินไหวได้

                  ฉันอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่ง ฉันมาที่นี่คนเดียวในสถานที่ค่อนข้างไกลจากตัวเมือง ท้องฟ้ายามเย็นของอะโซระกลายเป็นสีแดง เป็นเวลาที่ความเย็นเริ่มจู่โจมราวกับร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ฉันนั่งยู่ตรงนั้นและเริ่มเย็นก้นขึ้นมา ในมือซ้ายของฉัน มีภาพวาดของพ่อแม่ฉันอยู่ ขนาดประมาณกระดาษ A5 ฉันไม่รู้ขนาดที่แน่นอนของมัน ภาพวาดของพ่อกับแม่ถูกวาดลงกระดาษคนละใบ รูปวาดที่ฉันขอให้รินอนวาดให้ตอนนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว ในอะโซระไม่มีคนที่วาดรูปออกมาได้ดีเลย ฉันไม่นึกเลยว่าเธอจะวาดรูปได้เก่งขนาดนี้ถึงแม้ว่าฉันไม่อยากจะขอให้เด็กวาดรูปเหมือนให้ฉัน

 

“....”

 

มีอีกอย่างหนึ่งที่ฉันจำได้ ไม่ซิ มันเหมือนกับใบหน้ามากกว่า บนมือขวาของฉันมีภาพที่ลอยอยู่ราวกับโฮโลแกรม รูปใบหนึ่งในความทรงจำของฉัน ในรูปนั้นจะเห็นได้ถึงความอ่อนโยนของทุกคน ในที่ๆไม่มีการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ในที่ๆการฝึกปฏิบัติไม่มีกลิ่นอายที่อันตรายใดๆ

 

ภาพหมู่ของสมาชิกชมรมยิงธนู

 

ในกลุ่มนั้น มีอยู่คนหนึ่งตรงกลาง และฉันมองสูงขึ้นมาเล็กน้อย

 

มาโคโตะ : ...ฉันขอโทษที่หายตัวไปหลังจากวิ่งหนีออกมา สุดท้ายแล้ว....ฉันก็ฆ่าคน ฉันร้องไห้แต่ไม่ใช่เพราะเสียใจ และหลังจากตอนนั้นฉันจำเธอสองคนได้ชัดเจน.....

 

คำพูดจากปากของฉันพรั่งพรูออกมาไม่หยุด สิ่งแรกที่ฉันคิดคือครอบครัวของฉันจากนั้นก็ธนู และหลังจากที่ฉันทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างมาที่โลกนี้เหมือนกับว่ามันไม่เป็นอะไร ตอนนี้พอฉันคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น มันยังมีอีกหลายเรื่องที่ฉันเสียใจเหลืออยู่ที่โลกนั้น

เกี่ยวกับผู้หญิงสองคน......ไม่มีทางที่ทิ้งไว้แบบนั้นแล้วจะไม่เป็นอะไร

 

มาโคโตะ : ทุกสิ่งที่ฉันทำมันส่งเดชไปหมดเลย ทั้งสิ่งที่จำได้และลืมไปแล้ว มันทำให้ฉันเข้าใจแล้วว่าฉันมันแย่ที่สุดเลย

 

ถ้าฉันสามารถทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างเพื่อสิ่งหนึ่ง ถ้าฉันสามารถทุ่มเทพัฒนาฝีมือการใช้ธนูอย่างเดียว มันจะสะดวกขนาดไหน ยิ่งก้าวไปข้างหน้าฉันก็ยิ่งไม่แน่ใจ  ก็อย่างที่คิดไว้ ฉันเป็นแค่ทั่วไปที่ใช้ได้แค่ธนูเท่านั้น

 

มาโคโตะ : นี่ ฮิกาชิ, ฮาเซกาวะ แม้จะเป็นแบบนั้น อย่างน้อยฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อเธอทั้งสองคนที่เริ่มจะชอบคนแบบฉัน จะพยายามทำให้ดีที่สุดจะได้ไม่กลายเป็นผู้ชายที่ทำให้เธอผิดหวัง  นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าถ้าวันไหนฉันกลับไปได้ ถ้าเป็นไปได้....

 

แม้ว่าฉันจะเคยฆ่าคน และในอนาคตคงจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ฆ่าใคร

 

ถ้าเป็นไปได้....

 

คำพูดหลังจากนั้น.....ฉันไม่สามารถพูดออกมาได้ เพื่อที่จะเข้าใจได้ ตอนนี้ฉันจะเริ่มจากสิ่งนั้นก่อน สิ่งที่ฉันจะทำ สิ่งที่ฉันจะตัดสินใจหลังจากสำเร็จแล้ว จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันจะระมัดระวังสงครามระหว่างเผ่าปีศาจกับมหนุษย์ ในตอนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดสินใจทุกอย่าง ทั้งเรื่องของยัยเทพธิดา, มหนุษย์, ปีศาจ หรือกึ่งมนุษย์? ฉันก้มหัวลงราวกับนอนหมอบและตัดสินใจแน่วแน่ที่จะออกเดินทาง

                  นครการศึกษา ร็อทสการ์ด (Rotsgard) จากที่เห็นในแผนที่จะอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางของทวีป เป็นดินแดนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่าประเทศขนาดเล็ก ฉันได้ยินว่าซึเงะอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมัน ถึงแม้ว่าจะเป็นเมืองเพื่อการวิจัยและการศึกษา แต่ที่ตั้งของมันยังอยู่ใกล้กับสงครามระหว่างเผ่าปีศาจด้วย นั้นเป็นที่ๆ ฉันจะมุ่งหน้าไป

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

[T/N1] สำหรับเรื่องแปลน่าจะทำไปเรื่อยจนชนกับนายท่านรึเปล่า ยังไม่แน่ใจครับ อาจจะแปลไปจนชนแล้วคิดอีกที

[T/N2] สำหรับแปลแก้ตอนที่ 55-58 ของคุณคิว อาจจะทำหลังจากจบบทนี้ครับ

[T/N3] ขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน




NEKOPOST.NET