[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 61 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.61 - ต่อจากนี้....


Ch. 61: ต่อจากนี้....

     ตอนนี้ด้านหน้าของฉันมี โทโมเอะ, มิโอะ, ชิกิ, เอลเดอร์ดวาฟ, เอมะ, หัวหน้าลิซาร์ด และอาร์เค่ อยู่ด้วยกัน

“ชิกิ”  คือชื่อของลิชมอบให้ทันทีที่ฉันกลับมาเจอเขายืนรอด้วยความกังวลหน้าประตูหมอกที่ปิดไปแล้ว

ฉันไม่ได้ใช้ชิกิจากคำว่า “ซากศพ” เข้าใจไหม?ไม่ใช่ทั้งชิกิจากคำว่า “พิธีการ” ด้วย แต่เป็นชิกิที่มาจากคำว่า “ความรู้”

< Eng.TN note- คำว่า “ความรู้” เขียนว่า “Chishiki” มาโคโตะเลยเอาตัวอักษรตัวสุดท้ายมาตั้งเป็นชื่อ>

     นี่ก็ผ่านไปวันนึงแล้วหลังจาก “ประสบการณ์ครั้งแรก” ของฉัน ตอนนั้นฉันร้องไห้จนตาบวมเป่งและไม่อยากให้พวกเขาเห็นฉันเป็นแบบนี้ด้วยดังนั้นเลยใช้เวลาเล็กน้อยก่อนจะกลับมา  หลังจากที่ฉันก็กลับมาที่อะโซระ ถึงภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ความคิดในหัวฉันมันยุ่งเหยิงไปหมด ฉันใช้เวลาถึงสองวันเพื่อคิดถึงสิ่งต่างๆมากมาย เกี่ยวกับเรื่องที่จะต้องทำต่อจากนี้ และมีเรื่องหมอกจากอะโซระเข้ามาปกคลุมบริเวณนั้นอีก ฉันจะไปยืนยันกับโทโมเอะอีกทีในภายหลัง

     พวกเรามารวมกันที่บ้านของฉัน ในห้องขนาดใหญ่ที่เอมะบอกว่าตั้งใจจะใช้เป็นห้องประชุม ถึงบางส่วนในห้องนี้ยังสร้างไม่เสร็จหรือจะบอกว่าเสร็จสมบูรณ์แค่ส่วนเดียวมากกว่า ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าสร้างเสร็จบ้านหลังนี้จะใหญ่โตขนาดไหน ยังไงฉันก็เป็นสามัญชนคนญี่ป่นทั่วไปเองนะ

     เมื่อเห็นว่าทุกคนอยู่ที่โต๊ะกันครบแล้ว ฉันจึงเปลี่ยนมาทำหน้าจริงจัง ตั้งแต่แรกที่พวกเรามารวมตัวกันเพื่ออภิปรายถึงเรื่องสำคัญบางเรื่อง ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสีหน้าของทุกคนมีความตึงเครียดอยู่ และด้วยการเปลี่ยนท่าทีของฉัน ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องนี้ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น

 

มาโคโตะ : สำหรับเหตุการณ์ในวันนั้นที่ทำให้ทั้งออร์คและร่างแบ่งภาคของโทโมเอะต้องตาย

“....”

มาโคโตะ : เราได้จัดงานเลี้ยงส่งดวงวิญญาณพวกเขาพร้อมทั้งขอโทษผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่เหตุผลอันดับหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้เป็นเพราะฉันเลือกวิธีการจัดการกับสามคนนั้นผิดไป

 

     งานเลี้ยงส่งวิญญาณ อีกความหมายหนึ่งคือ งานศพ เราจัดงานนี้ขึ้นเพื่อให้ออร์คและลิซาร์ดไว้ทุกข์แก่สหายของพวกเขา พวกเขาบอกกับฉันว่าในกรณีที่ไม่เหลือร่องรอยใดๆ เลยของผู้ตาย พวกเขาจะจุดโคมไฟและจัดงานเลี้ยงส่งผู้ล่วงลับ และนี่เป็นครั้งแรกที่เราจัดงานแบบนี้ขึ้นที่นี่

     ฉันรู้สึกแย่มากเพราะความผิดพลาดของฉันทำให้มีผู้เคราะห์ร้ายเกิดขึ้น ฉันก้มหัวขอโทษนับไม่ถ้วนต่อหน้าครอบครัวผู้เสียหาย รวมทั้งโทโมเอะที่เสียร่างแบ่งภาคของเธอไปหนำซ้ำยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ฉันก้มหัวขอโทษกับเธอเช่นกัน แต่ดูเหมือนเธอไม่ค่อยอยากจะรับและไม่ค่อยพอใจด้วย แต่เธอยังยอมรับแค่ความคิดที่จะขอโทษของฉันอยู่ และบอกอีกด้วยว่าไม่จำเป็นต้องไปขอโทษครอบครัวผู้เสียหายโดยตรง แต่ว่านี่เป็นวิธีของฉันที่จะจบเรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะฉันเลือกให้มันเป็นแบบนี้ แต่มันเกิดขึ้นเพราะความประมาทของฉัน ทำให้เกิดการสูญเสียนี้ขึ้นมา ในอนาคตพวกถ้าเขาต้องถูกบังคับให้ต่อสู้เพราะผลลัพธ์จากตัดสินใจของฉัน เมื่อถึงตอนนั้นฉันจะไม่ขอโทษเป็นการส่วนตัว

     และจากการไว้ทุกข์แก่ผู้ตายด้วยงานเลี้ยงส่งดวงวิญญาณนี้ ฉันได้ตัดสินใจไว้แบบนั้น นี่ก็เพื่อให้เรามุ่งต่อไปข้างหน้าได้ต่อให้เราต้องสูญเสียพวกพ้องไปในอนาคต ฉันจะให้พวกเขาเดินตามฉันมา

 

มาโคโตะ : .....เกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเมืองนี้กับมหนุษย์ เราจะเปลี่ยนแปลงมันเล็กน้อย พวกเขาเป็นนักผจญภัยและบางคนมีความสามารถน่าสนใจด้วย ตอนแรกฉันไม่เห็นว่าพวกนั้นเป็นภัยคุกคามแก่พวกเราและไม่ได้จัดการกับพวกเขา แต่ว่าสำหรับพวกเขาแล้วเมืองนี้เป็นสิ่งแปลกปลอมอย่างไม่ต้องสัย และเราควรวางแผนรับมือไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในอนาคต

 

ฉันหยุดพูดชั่วคราวและมองไปรอบๆ ทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

มาโคโตะ : สำหรับเรื่องแรก เอมะและพวกออร์คภูเขา ฉันคิดว่าจะจำกัดขอบเขตที่สามารถไปได้และการกระทำของพวกมหนุษย์ ไม่ใช่ ฉันจะพูดให้ชัดเจนไปเลยว่าฉันต้องการสร้างพื้นที่แยกเป็นเอกเทศไว้ที่อื่นเพื่อไว้สำหรับที่จะพาพวกนั้นเข้ามา

เอมะ : สร้าง.... พื้นที่ใหม่? ได้แน่นอนค่ะ ตราบใดที่เป็นคำสั่งโดยตรงของท่านมิซุมิ พวกเราพร้อมจะทำตาม แต่ฉันยังไม่เข้าใจความหมายของมันเท่าไหร่นะคะ...

มาโคโตะ : โอเค จะพูดง่ายๆก็คือ ตรงรอบนอกของดินแดนนี้ เราจะสร้างบาเรียอีกอันและแยกพื้นที่ออกมาเป็นเอกเทศ ฉันต้องการให้เธอสร้างเมืองเล็กๆไว้ตรงนั้นเพื่อพานักผจญภัยไปที่นั้นแทน

เอมะ : สร้างเมืองไว้ในเมืองหรอคะ?

 

     กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือฉันต้องการสร้างเมืองปลอมๆไว้เพื่อพาพวกมหนุษย์ไปที่นั้นแทน ที่เราต้องการคือสถานที่ไว้ใช้แลกเปลี่ยนสินค้าเพื่อสร้างการหมุนเวียนเงินตราระหว่างซึเงะกับเมืองนี้ ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ว่าฉันพยายามเต็มที่เพื่อทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับพวกเขาหรอกนะ

 

มาโคโตะ : ใช่แล้ว ส่วนคนที่จะเข้าไปอยู่ในเมืองนั้น ไม่ว่าจะเป็นพวกนายหรือเป็นใครก็ตาม ต้องมั่นใจว่าเป็นคนที่แข็งแกร่ง ฉันจะให้โทโมเอะเป็นคนนำทางพวกนักผจญภัยเข้ามาเพื่อให้พวกนั้นแน่ใจว่าที่นั้นคือเมืองมิราจจริงๆ

 

เอมะดูจะเห็นด้วยและพยักหน้า ดูเหมือนเธอจะเข้าใจว่าฉันต้องการจะสื่ออะไร จุดมุ่งหมายเพื่อจะให้พวกนั้นเจอกับคนที่สามารถรับมือกับพวกนั้นได้และเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายใดๆที่จะเกิดกับคนที่ไร้พลัง

 

เอมะ : การทำแบบนั้นเพื่อให้คนอ่อนแอและเด็กๆ สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกับพวกนักผจญภัยได้ นี่คือสิ่งที่ท่านต้องการจะบอกใช่ไหมคะ? แล้วเรื่องการสลับสับเปลี่ยนคนที่มีความสามารถพอที่จะจัดการกับพวกเขาได้ ไม่ซิ เราต้องค้นหาคนที่มีความสามารถมากพอที่จะจับตาดูพวกเขาให้ได้

มาโคโตะ : ถูกต้อง ฉันคิดว่าอาจจะแตกต่างกับแผนการในตอนนี้ไปบ้าง แต่ฉันต้องการให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอันดับแรก

เอมะ : ไม่มีปัญหาค่ะ ยังไม่มีการระบุอะไรเป็นพิเศษในส่วนนี้ใช่ไหมคะ?

มาโคโตะ : แน่นอน เธอทำตามที่เธออยากทำได้เลย

 

     เอมะยิ้มอย่างพึงพอใจ สำหรับเอมะฉันรู้สึกขอบคุณเธอจากใจจริงเลย ทั้งๆที่เธอก็สูญเสียพวกพ้องไปเหมือนกัน แต่เธอยังคงทำตัวกับฉันตามปกติ ฉันยังไม่รู้ว่าเมืองในตอนนี้จะมุ่งหน้าไปในทิศทางไหน ตัวเลือกที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เธอจัดการ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้โทโมเอะยังสร้างร่างแบ่งภาคไม่ได้อีกด้วย

 

มาโคโตะ : ต่อไปเกี่ยวกับเอลเดอร์ดวาฟ

“ครับ”

 

ผู้เอลเดอร์และเบเร็นเดินออกมา

 

มาโคโตะ : อันดับแรกฉันมีอะไรบางอย่างที่ต้องบอกกับพวกนายก่อน

 

“....”

 

พวกขาสองคนมองมาที่ฉันด้วยสายตาจริงจังและรอคอยคำพูดของฉันอยู่ ฉันคิดว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่ามันเกี่ยวกับเรื่องอะไร

 

มาโคโตะ : เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่จะเอาไปกำจัดทิ้งและก็เรื่องของแหวนด้วย พวกนายเป็นช่างผีมือชั้นหนึ่งดังนั้นฉันรู้ว่าพวกนายจัดการเรื่องพวกนี้ได้สมบูรณ์แบบ แต่ที่นี้มีเผ่าพันธ์อื่นอาศัยอยู่ด้วย และมันจะเป็นปัญหานะถ้าการดูแลป้องกันหละหลวมแบบนี้ แม้แต่กุญแจซักดอกยังไม่มีเลย

 

“พวกเราต้องขอโทษจริงๆ ครับ”

 

เอลเดอร์ก้มหัวลงมาต่ำมาก เพราะพวกเขาเป็นสุดยอดช่างฝีมือระดับสูงจึงควรจะรู้ว่าผลงานที่ล้มเหลวมันอันตรายขนาดไหนและรวมไปถึงการกำจัดของพวกนั้นด้วย แต่เมื่อไม่มีหตุการณ์รุนแรงหรือการตรวจสอบจำแนกแยกประเภทต่างๆ และเนื่องจากพวกเขารู้ว่าของพวกนี้ไม่มีทางระเบิดออกมาเองตามธรรมชาติ แล้วก็วิธีการจัดการกับของเหล่านี้มันไม่เละเทะไปหน่อยหรอ มันเหมือนกับว่าพวกเขาเห็นโกดังเป็นถังขยะที่อยากจะโยนอะไรเข้าไปในนั้นก็ได้ 

     นั้นเป็นในกรณีที่ว่าไม่มีใครใช้ผลงานที่ถูกทิ้งเหล่านั้นไปทำอะไรอันตราย เป็นเพราะว่าแม้แต่เด็กชาวดวาฟก็ยังรู้ว่าไม่ควรเข้าไปที่ๆอันตราย ทั้งที่คิดว่าของพวกนั้นน่าจะมีการรักษาความปลอดภัยมากพอๆกับผลงานชิ้นเอกแท้ๆ รวมทั้งดราพเนอร์ที่ใช้แล้ว, แตกหักและเสียหายก็รวมอยู่ในนี้เหมือนกัน พวกนั้นเป็นของอันตรายแน่นอน การที่เกิดการโจรกรรมแหวนออกมาในตอนนั้นนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของพวกเขามาก

 

มาโคโตะ : อย่าลืมนะว่าพวกนักผจญภัยมองว่าอาวุธของพวกนายมีค่ามาก ส่วนของที่จะทำลายทิ้งก็ควรจะทำลายทิ้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนของที่ไม่สามารถทำลายได้ให้เก็บไว้ในที่ๆ มีการรักษาความปลอดภัยน่นหนา เรื่องพวกนี้คือสิ่งที่ต้องรีบทำทันที

 

“ได้ครับ จะรีบดำเนินการทันที”

 

มาโคโตะ : โอเค หลังจากนั้น ฉันต้องการให้นายไปช่วยเอมะเลือกพวกดวาฟ ส่วนเรื่องชุดเกราะค่อยถามเอลเดอร์ทีหลังว่าทำไปถึงไหนแล้ว และ เบเร็นฉันจะให้นายเดินทางไปซึเงะส่วนเรื่องคัดเลือกคนที่จะไปด้วย นายจัดการได้เลย

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

ทั้งสองคนตอบกลับมานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง สภาพจิตใจของพวกเขาน่าจะดีขึ้นแล้ว หลังจากนี้พวกเขาคงสามารถจัดการสิ่งต่างๆ ได้ ในความเป็นจริงแล้วของที่พวกเขาตัดสินให้มันเป็นอาวุธขยะยังมีมูลค่าที่สูงมากในเมืองซึเงะ ดูจากรายการของที่ถูกขโมยไป ฉันเข้าใจแล้วว่าไม่ควรจะทำเป็นเรื่องเล่นๆ ในการให้พวกเขาเดินทางที่เมืองนั้น บางทีน่าจะเพิ่มตัวเลือกให้พวกดวาฟวัยรุ่น ที่มีฝีมือไปที่นั้นเพื่อขัดเกลาตนเองด้วย มันอาจจะดีกว่าถ้ารอให้เบเร็นเป็นคนเลือกพวกนี้เพิ่มเข้าไปด้วย

 

มาโคโตะ : ต่อไป มิสท์ลิซาร์ด

 

“ครับ”

 

     คนที่ตอบกลับมาเป็นหัวหน้ากลุ่มลิซาร์ด เนื่องจากพวกเขาเป็นนักรบทำให้ตำแหน่งนี้เป็นคนที่มีอำนาจสั่งการสูงสุด การที่เขาเป็นตัวแทนนั้นหมายความว่าเขาเป็นหัวหน้ากองกำลังทั้งหมด ดูเหมือนการว่าเลือกคนมารับผิดชอบในตำแหน่งนี้ได้จะต้องมีความสามารถมากพอในการดูแลและควบคุมทุกหน่วย

 

มาโคโตะ : ตอนนี้หน้าที่ของพวกนายมี บุกเบิกพื้นที่, การสำรวจ. การล่าสัตว์, และทำงานสาธารณะทั่วไป ทั้งก่อสร้างและงานจิปาถะอื่นๆ อีกมากมาย ต้องขอขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง

 

“คำเหล่านั้นไม่คู่ควรแก่ข้าหรอก พวกข้ายินดีให้ความร่วมมือกับผู้อื่นเพราะมันเหมือนกับการฝึกไปด้วยในตัวเอง”

 

     พวกเขาขยันหมั่นเพียรมากในการพัฒนาความสามารถในการสู้รบของพวกเขา เพราะเรื่องแบบนั้นทำให้มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพวกเขาที่จะช่วยงานได้ทุกอย่าง แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นพวกเขาก็ยังใช้เวลาว่างให้การช่วยเหลือมากมายในหลายๆที่

 

มาโคโตะ : ฉันกำลังคิดว่าจะให้พวกนายเปลี่ยนหน้าที่เล็กน้อย

 

“ได้ตามทีท่านสั่งครับ”

 

มาโคโตะ : ในอนาคตพวกเราจะเพิ่มการดูแลภายในเมืองเข้ามานิดหน่อย สำหรับการล่าสัตว์และฝึกฝนข้างนอกจะให้เป็นเรื่องรองลงมา เราจะค่อยๆลดการบุกเบิกและสำรวจลงทีละเล็กทีละน้อยรวมทั้งงานสาธารณะและการก่อสร้างด้วย

 

“.....”

 

มาโคโตะ : เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ฉันต้องการให้นายมาเป็นหน่วยลาดตระเวนในเมือง

 

“หน่วยลาดตระเวน?”

 

มาโคโตะ : พูดง่ายๆก็คือ ให้พวกนายเดินไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ คอยสอดส่องดูแลและจัดการกับเหตุการณ์ผิดปกติ ฉันจะอธิบายรายละเอียดกับโทโมเอะในภายหลังเอง ดังนั้นฉันต้องการให้นายเป็นหัวหน้าและเลือกคนเข้ามาทำหน้าที่นี้

“เมืองนี้ขนาดใหญ่พอควร มันจะไม่ยากเกินสำหรับพวกข้าหรือครับ”

< Eng.TN note – สำเนียงการพูดเริ่มใช้แบบโทโมเอะ >

 

อาจจะเพราะโทโมเอะส่งอิทธิพลต่อพวกลิซาร์ดได้ง่ายมาก ทำให้ลักษณะการพูดของเขาดูเข้มงวดขึ้นหรือเหมือนคนยุคโบราณมากกว่า ไม่ใช่ว่ามันไม่สะดวกหรืออะไรหรอกนะ แต่ว่าการพูดแบบนั้นด้วยใบหน้าของลิซาร์ด มันก็.....

 

มาโคโตะ : นายเป็นคนที่สามารถใช้เครือข่ายของโทโมเอะได้ดีที่สุด เราจะขอความร่วมมือกับออร์คบางตนมาช่วยงานนี้ด้วย ส่วนงานของพวกนายก่อนหน้านี้จะถูกมอบหมายให้คนอื่นทำแทน ดังนั้นจะดีมากที่พวกนายจะคิดเรื่องงานการลาดตระเวนงานหลัก

 

“รับทราบครับ พวกข้าจะปฏิบัติตามหน้าที่ให้ดีที่สุด”

 

     ฉันแน่ใจได้เลยว่าถ้าให้โทโมะเอะเป็นหัวหน้าหน่วยลาดตระเวน น่าจะซัก 8 หรือ 9 ในสิบส่วน น่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงแน่ๆ ตอนนี้ฉันคิดว่าวิธีที่ดีที่สุดที่จะรักษาความสงบคือใช้แบบเดียวกับสมัยเอโดะ ก็เหมือนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในยุคปัจจุบันก็มีการลาดตระเวนเส้นทางต่างๆ ลองเชื่อเถอะว่าวิธีนี้จะได้ผล มันก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

     ถึงจะส่งคำร้องของคนมาทำงานเพิ่มแล้วแต่เรื่องขาดแคลนบุคลากรเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ในทันทีก็เถอะ แล้วก็ยังเหลือเรื่องที่จะให้ยักษ์ป่ามาอาศัยในอะโซระอีก แต่ว่าตราบใดที่ฉันยังไม่ยอมรับมัน ฉันไม่รู้ว่าพวกเราจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้หรือเปล่า และความคิดของพวกเขาที่มีต่อฉันก็ดูเข้าใจยากเหมือนกัน เราอาจจะต้องรับกึ่งมนุษย์และสัตว์ปีศาจที่มีสติปัญญาเพิ่มเข้ามาด้วย แต่ถ้าเรารับเผ่าพันธุ์ที่ระดับด้อยกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ อาจจะทำให้เกิดการแบ่งชนชั้นและอะไรอีกหลายๆ อย่างขึ้นมา บางทีฉันน่าจะกำหนดช่วงเวลาที่สำรวจแดนรกร้างเพิ่มเติม ในขณะที่ต้องดูแลไม่ให้กลายเป็นกลุ่มขนาดใหญ่เกินไปด้วย มิสท์ลิซาร์ดก้มหัวและบอกว่าเข้าใจแล้ว จากนั้นฉันมองไปที่อาร์เค่ต่อ

 

มาโคโตะ : กลุ่มสุดท้ายคืออาร์เค่ใช่ไหม?

 

“ นายน้อย ขออนุญาตให้ผมได้แสดงความขอบคุณแก่ท่านก่อน ในตอนนั้นผมไม่มีโอกาสได้พบกับท่านเป็นการส่วนตัว ดังนั้นฉันจึงรอให้ถึงช่วงเวลานี้”

 

อุหว่า ช่างเป็นการพูดภาษากลางที่คล่องแคล่วอะไรขนาดนี้! เขาเก่งกว่าฉันไปเรียบร้อยแล้ว ใช่แล้ว ถึงฉันจะไม่ได้ยินว่าใครคิดจะแข่งกับฉันเรื่องนี้ก็ตาม

 

“แสดงความขอบคุณ?”

 

“ใช่ครับ ต้องขอบคุณท่านมาก ที่ช่วยชิวิตหนึ่งในเผ่าพันธ์ของเรา ฉันได้ยินเรื่องนี้มาในภายหลังว่าถ้าหากไม่ได้รับการรักษาจากนายน้อยอาการของเขาจะเป็นอันตรายมากกว่านี้ พวกเราเลยต้องการขอบคุณท่านอย่างน้อยซักครั้งนึง”

 

ตัวแทนของอาร์เค่เอามือข้างหนึ่งมาทาบอกตัวของและก้มหัวลง อีกสองตนด้านหลังก็ทำตามด้วย

 

มาโคโตะ : ไม่หรอก ความจริงแล้วที่เขาบาดเจ็บก็เพราะความผิดพลาดของฉันเอง มันแน่นอนอยู่แล้วที่ฉันจะต้องช่วยเขา แทนที่จะมาขอบคุณฉัน ฉันต่างหากที่ควรจะเป็นคนขอโทษมากกว่า

 

“ขอบคุณสำหรับความกรุณาของท่าน มันทำให้ดิฉันรู้สึกดีใจมากขึ้นไปอีก ที่ได้ทำงานรับใช้นายน้อย”

อุ๊ ~ มันน่าจะดีกว่าถ้าฉันไม่พูดงั้นหรอ เมื่อตอนที่ขอโทษโมโมเอะเธอก็พูดไม่สมเหตุสมผลแบบนี้เหมือนกัน

ยังไงก็ตามตอนนี้คนที่พูดอยู่เป็นผู้หญิง และอาร์เค่มีทั้งหมดสี่ตน ถ้านับรวมผู้ชายที่บาดเจ็บหนักแล้ว อีกตนก็อยู่ตรงนี้ รวมแล้วพวกเขามีชายสองตน และหญิงอีกสองตน

 

มาโคโตะ : ก็ดีแล้วที่เขาปลอดภัย งั้นฉันมีเรื่องจะถามพวกเธอหน่อย ในตอนนี้มีกี่ตนที่สามารถแปลงร่างเป็นมหนุษย์ได้?

 

“ทุกตนค่ะ”

 

พวกเขาเป็นคนเอาจริงเอาจังจนน่าเอาเป็นแบบอย่างมาก เมื่อตอนที่ฉันกำลังพูดกับเธอ ฉันประทับใจในความยอดเยี่ยมและความจริงจังของเธอ มันอาจจะเรื่องปกติที่ทำให้คนอื่นดูด้อยกว่า

 

มาโคโตะ : ขะ-เข้าใจละ ทุกตนงั้นหรอ งั้นเรื่องก็ง่ายขึ้นหน่อย ก็เหมือนกับที่ฉันได้บอกพวกออร์คไป ฉันต้องการสร้างพื้นที่เอกเทศขึ้นมา เพื่อไว้ติดต่อกับพวกมหนุษย์ ฉันต้องการให้พวกเธอผลัดเปลี่ยนกันอยู่เมืองนั้นในรูปร่างของมหนุษย์

 

พวกเขามีเพียงแค่สี่ตนเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังต้องการให้พวกเขาทำอย่างอื่นอีก ดังนั้นมันดูจะยากมากเลยที่จะให้พวกเขาหลายตนอยู่ที่เมืองพร้อมกัน

 

“แบ่งเข้ากะละหนึ่งตน และต้องอยู่ในรูปแบบมหนุษย์ด้วยใช่ไหมเจ้าคะ?”

 

มาโคโตะ : ใช่แล้ว ฉันต้องการให้พวกเธอแสร้งว่าเป็นนักผจญภัยที่ถูกเชิญเข้ามาเพราะความสามารถของพวกเธอ

 

“เพื่อแสร้งเป็นมหนุษย์?”

 

มาโคโตะ : ใช่แล้วละ ถ้ามีอะไรแปลกๆ ฉันต้องการให้เธอรายงานและคอยรวบรวมข้อมูลเรื่องต่างๆ มา แม้ว่าเรื่องนั้นจะไม่ค่อยมีประโยชน์ก็ตาม ถึงพวกนั้นจะสงสัยเธอ ด้วยความสามารถของพวกเธอคงจัดการพวกนั้นได้สบายๆ เราจะใช้มาตรการพิเศษเพื่อจัดการกับคนเก่งๆพวกนั้นด้วย

 

“สอบสวนจากภายในและหาสาเหตุก่อนที่มันจะเริ่มก่อตัวใช่ไหมคะ? เข้าใจแล้วค่ะ พวกเราจะผลัดกันเข้าไปอยู่ในเมือง”

 

เยี่ยม ดูเหมือนว่าเรื่องแรกจะผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา

 

มาโคโตะ : แล้วก็อีกเรื่องนึง เกี่ยวกับการบุกเบิกพื้นที่ที่พวกเธอกำลังทำอยู่ เพราะว่าเราต้องการกำลังพลในเมืองมากขึ้นจึงทำให้คนไม่ค่อยพอ นั้นเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมฉันถึงต้องการให้คนที่เหลืออีกสามคนรายงานเรื่องการบุกเบิกพื่นที่, ทิศทางและขอบเขตการสืบสวน แน่นอนว่าความเร็วในการดำเนินงานพวกนั้นจะลดลงก็ไม่เป็นไร

 

“ค่~ า ไม่มีปัญหาค่ะ แล้วจะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ถ้าพวกเราจะฝึกการต่อสู้และวิจัยเกี่ยวกับเวทมนตร์ดำ”

 

มาโคโตะ : ไม่เป็นไร ฉันจะดีใจนะถ้าเธอหาคนมาเรียนรู้เรื่องการผลิตยาจากพวกเธอด้วย ฉันไม่สนใจหรอกว่าเธอจะฝึกหรือวิจัย อยากทำอะไรก็ทำได้เลย ถ้ามีอะไรเร่งด่วนขึ้นมาเรื่องการบุกเบิกพื้นที่กับสืบสวนเอาไว้ทำทีหลังก็ได้

 

     ดูเหมือนจะเป็นเงื่อนไขที่ดีจนน่าเหลือเชื่อสำหรับพวกเขา อาร์เค่ทั้งสามตนดูดีใจมาก นี่เป็นเรื่องดีที่หลังๆ มานี้พวกเขามีความกระหายใคร่รู้ พวกเขาบอกว่ามีอีกหลายเรื่องที่พวกเขาต้องเรียนรู้ มันจะดีมากเลย ถ้ามิโอะสนใจในสิ่งอื่นบ้าง......นอกจากฉัน

 

มาโคโตะ : สำหรับตอนนี้ นี่คือสิ่งที่ฉันคิดทั้งหมด ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นให้รีบรายงานพวกเขาทันที งั้นตอนนี้ก็แยกย้ายได้ยกเว้น โทโมเอะ, มิโอะ, และชิกิ

 

ฉันให้คนอื่นออกไปและบอกผู้ติดตามส่วนตัวทั้งสามคนให้อยู่ที่นี่ก่อน

ฟู่ ~ คงเป็นเพราะฉันพูดด้วยท่าทางจริงจังเลยทำให้ไหล่ฉันตึงไปหมดเลย ฉันเริ่มเอียงหัวซ้ายขวาและขยับใหล่ขึ้นลงเพื่อผ่อนคลายตัวเองลงหน่อย

 

โทโมเอะ : นายน้อย ท่านดูค่อนข้าง......สงบอยู่นะ

มิโอะ : นายน้อยยอดเยี่ยมมากเจ้าค่ะ

ชิกิ : นายน้อยครับ ท่านจัดการแบ่งหน้าที่ให้แต่ละเผ่าได้วิเศษมากครับ

มาโคโตะ : ขอบคุณ

 

ฉันขอบคุณสำหรับคำชมของพวกเขา ถึงแม้ว่าคำชมของชิกิจะมาจากพลังของยัยแมลงนั้นมอบมาให้ฉันก็เถอะ มันทำให้ฉันรู้สึกซับซ้อนยังไงไม่รู้

-------------------------------------------------------------------------------------------

(T/N : ขอบคุณสำหรับคำติชมของทุกท่านครับ หวังว่ารอบนี้จะอ่านได้เข้าใจเนื้อเรื่องมากขึ้นครับ)

 

 

 

  




NEKOPOST.NET