[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 60 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.60 - กรรมตามสนอง


Ch.60 : กรรมตามสนอง

“ที่นี่คือ.... ซึเงะ? ฉัน..กลับมาแล้ว....งั้นหรอ?”

เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง

“อะ...อะ ฮ่า! ฉันรอดแล้ว! บรรยากาศนี้, กลิ่นนี้ ไม่ต้องสงสัยเลย! ซึเงะแน่นอน!”

ในตอนนั้น ฉันพบกับผู้หญิงคนหนึ่ง

ณ ปลายทางของร่องรอยที่ฉันตามมา ก็พบเธออยู่ตรงนั้น

ในตรอกด้านหลังที่ไร้ซึ่งผู้คน

นั้นคือสถานที่ๆ เธอได้ฟื้นขึ้นมา ฉันรู้สึกประหลาดใจเพราะเธอเป็นคนหนึ่งในกลุ่มสามคนนั้นจริงๆ เป็นคนที่ทำตัวเหมือนเป็นหัวหน้ากลุ่ม

ตามร่างกายของเธอมีแผลบาดเจ็บสาหัสเต็มไปหมด

อาการสาหัสมากจนไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่เธอจะรอดชีวิตกลับมาได้เลยถ้าเธออยู่ที่แดนรกร้าง

แต่ว่าดีที่นี่อยู่ในเมือง ถ้าเธอออกไปที่ถนนและขอความช่วยเหลือต้องรอดแน่นอน

ไม่ว่าจะดึกดื่นขนาดไหน เมืองซึเงะนี้ก็มีคนมากมายเดินผ่านไปผ่านมาในตรอกซอกซอยมากมายเพื่อเที่ยวซ่องที่อยู่ด้านหลัง

มีโอกาสที่จะเจอคนเลวอยู่ในนั้น แต่ถ้าเป็นเธอฉันรู้สึกว่าเธอจะถูกคนหวังดีช่วยไว้ได้แน่นอน

ใช่เลย ถ้าเธอออกตรอกนี้ไปขอความช่วยเหลือข้างนอกได้นะ

หญิงสาวคนนั้นอาจจะได้รับการช่วยเหลือ

ถ้าเป็นตอนที่ฉันยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายฉัน

ในตอนที่ฉันก็เดินไปหาเธอพร้อมทั้งคิดหาวิธีที่จะถามเธอเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ฉันปล่อยพลังเวทย์ของฉันไปสัมผัสร่างของเธอเพื่อรักษาแผลของเธอที่เกิดขึ้นในอะโซระ

ฉันต้องการจะรู้ นั้นก็เพื่อความแน่ใจ

“....จับหาง, ดอกแอมโบรเซีย, ศัตรู, กึ่งมนุษย์, ฆ่า,!”%£^, เป้าหมาย, จัดการพวกมัน, เมืองสายหมอก, ไรโด, ศัตรู< >?, เมือง, อันตราย, สมรู้ร่วมคิด, สงสัย, ทำไมสองคนนั้น?,  $!”%^£{}), หนี, สำเร็จ, ซึเงะ, ชน, ฆ่า, ขโมย, คว้า, ใช่, โชคดี, อันโด? ขยะ, กึ่งมหนุษย์หน้าโง่, กลางคืน, ภูเขาสมบัติ, !”_+£ หุบเขา, มีคนสะกดรอย, อาวุธที่แข็งแกร่งที่สุด, ไพ่ตาย, แหวนไร้ประโยชน์, แตก, ระเบิด, สว่าง”

ในตอนนั้น มีบางอย่างไหลเข้ามาในหัวฉันจำนวนมาก

ฉันถูกบังคับให้ดูภาพปริมาณมหาศาลด้วยความเร็วสูง, เสียงมากมายที่ไม่ปะติดปะต่อกันเป็นประโยค, และตัวอักษรที่ปรากฎอย่างกะทันหันราวกับข้อความบรรยายอย่างต่อเนื่อง บางครั้งฉันก็ได้ยินคลื่นเสียงที่เหมือนคลื่นรบกวน เป็นเสียงที่จับใจความไม่ได้เลยและยังมีมีลวดลายของสีที่ดูมั่งคั่งผสมอยู่ด้วย

อย่างไรก็ตาม มันทำให้ฉันรู้สึกอย่างจะอ้วก หัวของฉันรู้สึกหนักมาก มันกระตุ้นฉันรุนแรงมากจนรู้สึกปวดหัว การรับเศษข้อมูลมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาเรื่อยๆโดยไม่มีการจัดเรียงข้อมูลใดๆเลย มันทำให้ฉันรู้สึกปวดหัวรุนแรงมาก

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ประสบการณ์ของใครซักคน? หรือว่าเป็น ความทรงจำ?

ความรู้สึกเวลาที่ความทรงจำของคนอื่นไหลเข้ามาในตัวฉัน ทำให้ฉันรู้สึกแย่มากๆ

แต่....

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันรู้สึกอยากจะอ้วก ความคิดของเธอและเนื้อหาความจำสุดท้ายที่ฉันอ่านมาได้ เห็นได้ชัดว่าถึงแม้จะจำข้อมูลไม่ได้ทั้งหมดจากที่หลั่งไหลเข้ามา สามคิดสุดท้ายที่ไหลเข้ามายังหลงเหลืออยู่ในหัวของฉันอย่างชัดเจน

ตอนแรกฉันวางแผนไว้ว่า จะเข้าไปใกล้ๆ เพื่อรักษาเธอก่อน

ตอนนี้ผ่านไปนานแค่ไหนแล้วนะ? ความรู้สึกทางกายฉันรู้สึกว่ามันยาวนานมาก แต่ความจริงแล้วมันไม่นานนัก

แต่ก็ดี ฉันปิดการใช้งาน [ซาไค] ไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งความตั้งใจที่จะรักษาเธอก็ไม่มีเหลือแม้แต่นิดเดียว

มหนุษย์ทั้งหมดไม่ใช่แบบนี้ใช่ไหม? เป็นเพียงความคิดและประสบการณ์ของเธอเท่านั้น

อย่างไรก็ตามพวกเขาอาจจะจุดร่วมกันหลายอย่างระหว่างพวกเขา พอคิดได้แบบนั้นเมื่อมองเหล่าคนที่งดงามทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆกับโลกใบนี้ หรือเหมือนกับว่ามันบิดเบี้ยวไปแล้ว

มุมมองของมหนุษย์ที่มีต่อกึ่งมนุษย์ ไม่ซิ วิธีที่พวกเขาที่มองสิ่งที่แตกต่างจากพวกเขา อาจจะเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก แต่ฉันก็ได้เห็นตัวอย่างจากคนๆนี้แล้ว

อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่ดีแน่

ทั้งอยากจะอ้วก, น่าขยะแขยง, และรวมไปถึงความโกรธด้วย ฉันรู้สึกถึงความเกลียดชังที่ใกล้เคียงกับความโกรธในระดับที่ฉันไม่เคยรู้สึกมาก่อน

สิ่งเหล่านั้นที่วนเวียนอยู่ภายในหัวฉัน ทั้งความต้องที่อยากจะตะโกน อยากจะกรีดร้องออกมา  เต็มอยู่ไปหมดในลำคอของฉัน

ในช่วงเวลาที่เธอได้รับรู้ว่าที่นี่คือซึเงะ และส่งเสียงออกมาอย่างมีความสุข....

ฉันลากเธอกลับเข้ามาในหมอกพร้อมกับทุกอย่างรอบๆตัวเธอ

สำหรับเธอราวกับว่าอยู่ๆก็ถูกหมอกปกคลุมอย่างฉับพลัน

การเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้ ทำให้เธอต้องหันไปมองซ้าย มองขวาเพื่อยืนยันสภาพแวดล้อมรอบๆตัวเธอ

ภายในหมอกที่หนาแน่น ฉันเข้าไปหาผู้หญิงคนนั้นที่ยังไม่เข้าใจว่าเธอได้มาในอีกมิตินึงแล้ว

“ใครกัน?!”

เมื่อเธอเห็นเงาของใครซักคน เธอก็ตะโกนออกมาทางที่ฉันยืนอยู่เพื่อยืนยันว่าเป็นใคร

“นายคือ.....ไรโด?!”

ฉันไม่ตอบกลับ เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรต้องคุยอะไรกันอีกแล้ว

“เข้าใจละ นายตามฉันมาซินะ แต่มันสายไปแล้ว ที่นี่คือซึเงะ นายที่ร่วมมือกับกึ่งมนุษย์เพื่อโจมตีมหนุษย์ แต่ที่นี่ไม่มีพรรคพวกของนายอยู่!”

มาโคโตะ : ร่วมมือ? อ้อ~ ในความทางจำของเธอเป็นแบบนั้นซินะ ฉันไม่คิดจะอธิบายอะไรเรื่องนั้นหรอกนะ ดังนั้นจะคิดว่าเป็นแบบไหนก็เรื่องของเธอ

ถึงมันจะไม่ชัดเจน แต่ฉันรู้สึกเหมือนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดกับพวกพ้องของเธอและบทสนทนาที่บอกว่าพวกกึ่งมนุษย์ต้องรับผิดชอบ

ฉันใช้ภาษาญี่ปุ่นที่เหมาะสมที่สุดในการบอกความรู้สึกให้เธอได้ยิน

“อะไร? นายกำลังพูดอะไร? นี่นายบ้าไปแล้วงั้นเรอะ”

แน่นอน เธอไม่ได้รับการพรจากเทพธิดาเรื่องการแปลภาษา เธอเลยไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น เธอต้องไม่สบายใจแน่นอนที่ถูกฉันพูดใส่ด้วยคำพูดที่เธอไม่สามารถเข้าใจได้

มาโคโตะ : ฉันโคตรรังเกียจตัวเองเลย ตอนนี้ฉันคิดจากก้นบึ้งของจิตใจเลยนะว่าน่าจะฆ่าพวกแกซะเมื่อตอนที่มีโอกาส แต่ฉันก็หยุดตัวเองไว้ก่อน เพราะบางอย่างในตัวฉันยังอยากจะประเมินมหนุษย์ในโลกนี้อยู่ด้วยตัวของฉันเอง

“ฉันบอกแล้วไงว่าไม่เข้าใจที่นายพูด! พูดด้วยการเขียนแบบที่นายทำมาตลอดซิ”

ฉันบอกได้เลยว่าน้ำเสียงของเธอตอนนี้กำลังสั่นไหว เธอต้องการที่จะปกปิกความกลัวของเธอเพราะสุดท้ายเธอก็รอดมาได้ เธอเลยต้องรักษาจะมันไว้ให้ดี

มาโคโตะ : อยู่ดีๆก็มีสาวงามมาพูดกับคนแบบฉัน เอาจริงๆนะ เป็นเรื่องตลกอะไรกัน ฉันไม่ใช่คนที่ดูดีขนาดจะถูกสาวงามจีบซะหน่อย?

 “ไรโด หยุดปล่อยหมอกนี้และปล่อยฉันไป ถ้าเป็นตอนนี้ยังสามารถช่วยนายได้อยู่ แม้ว่านายอาจจะถูกคุมขัง หรือถูกจับกุมแต่คงไม่มีโทษประหารออกมาในทันที”

เธอยืนขึ้นโดยใช้หลังถูไปกับกำแพงในตรอกและหยิบอาวุธมาเตรียมพร้อม แม้ว่าเธอจะได้เห็นการต่อสู้ของฉันแล้ว เธอยังคงเชื่อว่าการดูที่เลเวลเป็นค่าที่เชื่อถือได้?

มาโคโตะ : นั้นคือการบลัฟ? หรือว่าเอาจริง? นี่มันเกี่ยวกับเธอนะ เธอเป็นคนที่น่าทึ่งมากเลยนะ เมื่อเทียบกับคนอย่างฉัน เธอที่ดูราวกับเป็นตัวเอกในนิยายแสนสุข

ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆจากก้นบึ้งของหัวใจ

“ถึงแม้ว่าฉันจะบาดเจ็บอยู่ แต่ฉันเป็นนักพจญภัยเลเวล 96 ฉันไม่มีทางแพ้พ่อค้าแน่ๆ”

“ด้วยความบังเอิญทำให้พวกเราเข้าไปในอะโซระพร้อมกับพวกยักษ์ป่า ถึงพวกมันจะไม่ค่อยสนใจก็เถอะ พวกเราไปซ่อนตัวใกล้ๆกับโรงเก็บของรอการกำจัดของพวกดวาฟ พวกมันไม่รู้สึกถึงอันตรายเท่าไหร่ ดังนั้นเราเลยขโมยอุปกรณ์พวกนั้นออกมาได้ถึงคุณภาพจะต่ำ ตอนที่พวกเราหยิบดราพเนอร์ที่เสียหายขึ้นมา และเมื่อตอนที่พวกเราถูกพบตัว ฉันรีบวิ่งหนีออกไปทางประตูหมอกที่ใช้เข้ามา และสามารถไล่คนที่ตามมาด้วยการขว้างแหวนออกไปแต่แล้วมันก็เกิดการระเบิดขึ้นโดยบังเอิญ ตอนนั้นเลยใช้อุปกรณ์สร้างเคลย์ เอจิสหรืออะไรแบบนั้นขึ้นมา ขณะที่ฉันรอดมาได้คนเดียวด้วยสภาพที่ย่ำแย่ ด้วยคลื่นพลังเวทย์จากการระเบิดได้ทำให้เกิดประตูหมอกขึ้นเลยอาศัยจังหวะนั้นกลับมาที่เมือง”

นี่มันเรื่องตลกแบบไหนกัน? ต้องใช้ปาฎิหารย์มากมายขนาดไหนถึงเกิดเรื่องแบบนี้มาได้? ลิขิตสวรรค์? หรือว่าโชคดีอย่างไม่น่าเชื่อ? มันคงไม่ใช่อะไรแบบนี้ใช่ไหม?

ฉันปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกัน มันอาจมีผิดไปบ้างนิดหน่อย แต่ก็มีโอกาสเกิดจากความตั้งใจของเธอเอง และมันยังไม่แน่เลยว่าเป็นความทรงจำของเธอรึเปล่า ใช่แล้ว แม้ว่าฉันจะลองดูจากสถาณการณ์ในตอนนี้ ก็เห็นได้ว่าความโชคดีของเธอมันผิดปกติ

แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเราทำมันมีปัญหามากมาย ต้องนำมาถกเถียงกันอย่างจริงจัง

มันอยู่ในระดับเดียวกับนักเรียน ม.ต้นเปิดกาแฟเทศกาลวัฒนธรรมเพื่อขายอาหารและเครื่องดื่ม มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย และแน่นอนว่ายังพอจะจัดการได้เป็นส่วนใหญ่ เพราะอยู่อารมณ์ของงานเทศการและเมื่อรู้สึกตัวได้ตอนนี้ก็มายความว่ามันสายไปแล้ว

ฉันจะพูดอีกครั้งว่าคนพวกนี้โชคดีมากเกินไป ไม่ซิ ท้ายที่สุดแล้วฉันก็มาประจันหน้ากับพวกมันดังนั้นเธออาจจะโชคร้ายก็ได้ ? ส่วนอีกสองคนก็ดูเหมือนจะตายไปเรียบร้อยแล้ว

“จะพูดเป็นครั้งสุดท้ายนะ ฉันรู้ว่าหมอกแปลกๆพวกนี้เป็นฝีมือเธอ หยุดมันซะ”

ฉันยื่นมือขวาจับมีดและชักมันออกมาจากฝัก

เธอคงเข้าใจคำตอบของฉันแล้ว ฉันได้ยินเสียงบางคนกลืนลมหายใจเบาๆ

ฉันดีใจที่เอามีดเล่มนี้มากับฉันด้วย ไม่มีอาวุธอะไรที่ดีกว่านี้แล้วในการจัดการคนแบบนี้

ฉันเข้าใจแล้วว่าพวกเขาตายได้ยังไง

ในขณะที่พวกเขากำลังวิ่งหนีจากออร์คภูเขา พวกมันได้ชนกับที่ร่างแบ่งภาคของโทโมเอะ อาร์เค่และคนที่อยู่ใกล้พวกเขา

พวกมันสองคนสั่งให้เขาถอยไป แม้ว่าเขาพยายามจะเข้าไปจับสามคนนั้น....ช่างโง่จริงๆ เขาควรจะถอยไปตามที่พวกมันบอก ร่างแบ่งภาคของโทโมเอะพยายามลดแรงปะทะโดยเอาตัวเข้ามาขวางพร้อมกางบาเรีย  แต่ว่าบาเรียก็ทนไม่ไหวและแตกสลายหายไปพร้อมกับเธอ อาร์เค่ที่อยู่ด้านหลังก็ก้าวไปสู่ความตาย  และออร์คภูเขาที่อยู่เคยตรงนั้น....หายไปโดยไม่สามารถต้านทานได้.....

ถ้าเขาไม่ถูกความรับผิดชอบเข้าควบคุมและถอยไปตามที่พวกมันสั่ง ก็คงจะปลอดภัยไปแล้ว

แต่การกระทำของเขาทำให้เขาต้องตาย ฉันไม่อยากจะโทษเขาสำหรับเรื่องนั้น อย่างน้อยเขาก็พยายามในแบบของเขาในการนำตัวสามคนนั้นกลับมาอย่าง และเป็นความจริงที่ว่าเขาตายในตอนที่เขาพยายามจะทำแบบนั้น

นั้นเป็นเหตุผลที่เขาอาจจะทำผิด แต่ฉันคิดการกระทำของเขาคู่ควรแก่การเคารพ ด้วยมีดที่ฉันได้มาจากพวกนาย ฉันจะใช้มันแก้แค้นให้เขา นี่คือสิ่งที่ฉันจะบอกเอมะและออร์คภูเขาตนอื่นๆ อย่างน้อยฉันก็หวังว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

ด้วยความคิดที่เยือกเย็นและสงบนิ่ง ฉันคิดถึงสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

มาโคโตะ : มีดเล่มนี้ได้มาจากออร์คที่ตายไปเพราะการดิ้นรนอันไร้ค่าของเธอ

ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้พูดอะไรกลับมาเพราะที่จริงฉันพูดกับเธอโดยไม่ได้เขียนบอก

ขณะที่ฉันเริ้มเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมพูดจาเยาะเย้ยใส่ เธอได้ชี้ปลายดาบยาวของเธอมาหาฉัน

โดยไม่สนเสียงร้องจากปากของเธอ ดาบเล่มนั้นเหมือนรอคอยให้ฉันเข้าไปใกล้ ไม่ซิ บางทีเธออาจจะวางแผนทำให้รอบๆนี้รู้สึกตัวเพราะเสียงตะโกนของเธอก็ได้ ถ้านี่เป็นซึเงะมันคงจะสำเร็จไปแล้วด้วยความโชคดีของเธอ

ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอบาดเจ็บอยู่จนไม่สามารถพุ่งเข้ามาหาได้ ยังไงก็คามเธอบาดเจ็บสาหัสมาก และแน่นอนว่าเธอคงรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าเธอหันหลังให้ฉัน

ระยะห่างระหว่างฉันกับเธอค่อยๆหายไป

แน่นอนว่าคนที่สามารโจมตีก่อนคือเธอ เพราะระยะของดาบยาวกับมีดนั้นความแตกต่างกัน

สายตาของเธอบ่งบอกว่าโอกาสนี้แหละที่จะพุ่งโจมตีเข้ามาจนระยะนั้นใกล้มากถึงขนาดสามารถยืนยันสีหน้าของอีกฝ่ายได้แม้จะอยู่ในหมอกก็ตาม

ดูเหมือนเธอจะเล็ง.....มาที่คอของฉัน แทงงั้นหรอ

จุดที่ดาบปะทะด้วยการทุ่มสุดแรงของเธอ ทำให้เกิดแหลมสูงดังขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามาถึงหน้าของฉัน บาเรีย[เซไค] ทำให้เกิดเสียงดาบปะทะกันและแขนทั้งสองข้างของเธอถูกแรงผลักของดาบทำให้ยกขึ้นสูง

ฉันไม่มีความลังเลแม้แค่น้อย

ฉันก้าวไปด้านหน้าก้าวนึงแล้วโจมตีไปที่แขนสองข้างของเธอด้วยมีดสองคม เมื่อมีดได้เหวี่ยงกลับมาก่อให้เกิดเส้นสีฟ้าเข้ม และจัดการกับแขนและดาบยาวของเธอเวลาเดียวกัน

ไม่มีแรงต้านแม้แต่น้อย ฉันไม่รู้สึกถึงแรงต้านมากเหมือนตอนใช้กับแมงมุมดำ ไม่มีทางที่แขนบางๆของผู้หญิงจะสามารถปัดป้องได้

ในทางกลับกันมีเลือดสาดกระเซ็นมาโดนเล็กน้อยบนตัวฉัน น่ารำคาญอะไรขนาดนี้  เธอยังคงไม่ส่งเสียงร้องออกมามีเพียงแต่สีหน้าเท่านั้นที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นความหวาดกลัว ฉันเลยเตะตรงท้องของเธอทำให้เกิดระยะห่างระหว่างเธอกับฉันกว้างขึ้นอีกครั้ง

เธอที่กระเด็นเข้าไปในหมอก เงาของเธอส่งเสียงกรีดร้องออกมา เธอเป็นอะไรของเธอ?

อ่า เป็นเสียงที่น่ารำคาญจริง ๆ

เธอก็ฆ่าเหมือนกันไม่ใช่หรอ? ด้วยความรู้สึกอันไร้ค่าของเธอ ที่คิดว่ามหนุษย์นั้นยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับฉันร่างแบ่งภาคของโทโมเอะ กับออร์ค ก็เหมือนกัน ไม่ซิ พวกเขามีค่ามากกว่าชีวิตของเธอซะอีก

ฉันเดินไปหาเงาที่กำลังนอนเจ็บปวดทรมานอยู่โดยไม่รีบร้อนอะไร เมื่อนึกภาพฉันปลิดชีวิตของใครซักคนไม่มากไปกว่านี้ ฉันอาจจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวและหยิ่ง

ฉันไม่สนว่าจะเกิดอะไนขึ้นถ้ามันไม่เกี่ยวกับฉัน ฉันอาจจะเป็นตัวตนที่น่าขยะแขยงก็ได้

แม้ว่าฉันกำลังจะฆ่าคนบางคนที่รูปร่างเช่นเดียวกับฉัน ฉันไม่รู้สึกผิดเลยแม้แต่นิดเดียว มีเพียงความโกรธและความตั้งใจจะฆ่าเท่านั้น ราวกับฉันถูกผลักดันโดยกระตุ้นให้ฉันต้องทำสิ่งนี้

“....อิ๊!!!”

เธอคงรู้ว่าฉันกำลังมา เธอกลิ้งตัวหนีไปเหมือนกับหนอนผีเสื้อที่พยายามซ่อนตัวลงไปในดิน มีเพียงความหวาดกลัวเท่านั้นที่หลุดออกมาจากปากของเธอ

มันคงจะดีนะถ้าเธอดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดและชโลมไปด้วยเลือด เพราะยังไงก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้

มาโคโตะ : งั้นก็.... ลาก่อน

“ชะ..ช่วยฉันด้วย!!! ฉันยอมทำทุกอย่างเลย ทุ-”

ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมานั่งฟังการขอร้องน่าเบื่อแบบนี้จนจบ

มันก็เหมือนกับตอนที่เธอเล็งมาที่คอของฉัน ฉันแทงมีดของฉันทะลุคอของเธอ หลังจากนั้นซักพักตัวเธอก็กระตุก ทั้งปากและคอของเธอมีเลือดไหลออกมา

จนถึงท้ายที่สุด เราไม่ได้แลกเปลี่ยน “การสนทนา” กันเลยแม้แต่คำเดียว

เข่าของฉันรู้สึกไร้เรี่ยวแรง

อาจจะเพราะพึ่งได้ฆ่าคนไป หรืออาจจะเป็นเพราะ.....ฉันไม่สามารถหยุดความวุ่นวานของสามคนนั้นและไม่สามารช่วยออร์คได้

ฉันร้องไห้ออกมา

 




NEKOPOST.NET