[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 6 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.6 - ดูเหมือนว่า ศึกครั้งแรกจะเป็นถึงระดับบอส


เขี้ยว ที่สามารถฉีกร่างกายของมนุษย์ให้ละเอียดได้อย่างงายดาย กำลังตรงดิ่งมาหาผม

แต่ว่าผมหน่ะมีร่างกายที่เหนือมนุษย์ ฉะนั้นผมน่าจะหยุดมันได้ อยากลองดีก็เข้ามาได้เลย

...

ใครมันจะบ้าพูดแบบนั้นกันเล่า! ไม่มีอะไรในโลกใบนี้ ที่ไม่น่าเชื่อถือมากไปกว่าตัวผมเองอีกแล้ว!!

นี่มันจัดฉากกันชัดๆ.. ไม่สิ ความเป็นจริงมันไม่เกินจริงขนาดนี้หรอก!

ด้วยความตกใจ ผมกระโดดหลบไปข้างหลัง

เจ้ามังกรไม่สนใจว่าตัวมันกัดพลาดได้อย่างไร มันขยับเข้ามาใกล้ผมอีกครั้ง การโจมตีด้วยการกัดอีกแล้วเรอะ!

นี่มันงูบินได้ชัดๆ  พอผมคิดดูดีๆแล้ว มันก็ยากมากเลยที่จะคาดเดาการเคลื่อนไหวของมัน

" อะไรกัน?! " (เช็น)

ผมหมุนตัว แล้วก็กระโดดออกไปอีกทางหนึ่ง

รอดตาย! ผมยังมีชีวิตอยู่

ผมไม่ปล่อยให้เจ้ามังกรหลุดออกไปจากทัศนวิสัยของผม จากการที่ผมเห็นปากขนาดใหญ่ที่สามารถบดขยี้ผมเป็นชิ้นๆได้ ผมเลยคาดคะเนขนาดศรีษะของเจ้าตัวนี้ได้

จากนั้น ผมก็พยายามที่จะคาดเดาว่า ทั้งตัวมันจะมีขนาดใหญ่แค่ไหน

อะไรเนี่ย ดูเหมือนจะมีขนาดใหญ่กว่ารถไฟความเร็วสูงเยอะเลยแฮะ แต่ผมยังไม่มั่นใจว่าตัวมันยาวแค่ไหน

....

ผมต้องตายแน่ๆ!!

นี่มันจะหักมุมเกินไปแล้ว เฮ้ ผู้ดูแล!! เจ้าแมลง ออกมานี่เร็วเจ้าแมลง!!

แกจะต้องมีอาวุธหรืออุปกรณ์ในตำนานอะไรสักอย่าง ทิ้งไว้ให้ผมแถวๆนี้ใช่ไหม?!

หมอกนั่นลอยลงมาถึงข้างล่างสุดแล้ว

มันหนาจัดมาก จนผมไม่สามารถมองเห็นอะไรรอบตัวได้เลย แม้แต่มือตัวเองผมยังมองไม่เห็นเลย

ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ผมยืนอยู่ตรงไหน

มันมีมังกรตัวบักเอ้กอยู่ใกล้ๆผม แต่ผมกลับไม่เห็นตัวมันด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากเจ้ามังกรเคลื่อนไหวไปมา หมอกพวกนี้ก็น่าจะกระเพื่อมนิดหน่อยจริงไหม 
แต่หมอกนี่กลับลอยอยู่นิ่งๆ ไม่ขยับเลยสักนิดด้วยซ้ำ

ผมมั่นใจแล้วว่าคนที่สร้างหมอกพวกนี้ ก็คือเจ้ามังกรตัวนั้น เช็น แบบนี้มันไม่แฟร์เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของของมัน

การที่ไม่สามารถรู้สึกได้ถึงตัวตนของมันที่ไหนเลย มันจะแปลกเกินไปแล้ว หมอกพวกนี้ไม่น่าจะใช่หมอกธรรมดาจริงๆด้วย

เสียปราบ นี่มันสถานการณ์ที่เสียเปรียบเกินไปแล้ว

ความหนาวเย็นเริ่มที่จะไล่ลงมาที่ต้นคอของผม

ผมเริ่มที่จะวิ่งหนี แล้วก็หันหัวกลับไปเพื่อมองข้างหลัง

ปากขนาดใหญ่อยู่ตรงนั้น

" นี่มันแฟร์แล้วเหรอ ขนาดผมกำลังมองปากมันอยู่ ผมยังไม่รู้สึกเลยว่ามันอยู่ตรงนี้?! " (มาโกโตะ)

ไม่มีช่องว่างให้ผมสวนกลับได้เลย

ถ้าหากกำลังสู้กับศัตรูที่มีขนาดใหญ่มาก อันดับแรกเลยก็คือหาช่องว่างจากการโจมตีของมัน แล้วก็ใช้จังหวะนั้นสวนกลับไป  มันเป็นเรื่องขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว ที่จะต้องหลบหรือป้องกันการโจมตีของศัตรูอย่างมีสติอยู่ตลอดเวลา

ยังไงก็ตาม ข้อสรุปที่ผมได้มาจากการเล่นเกมส์แนวแอคชั่นแล้วก็แนวต่อสู้ก็คือ ต้องใจเย็นๆไว้ก่อน ในสถานการณ์แบบนี้ผมไม่ควรจะป้องกันตัวอย่างประมาท

แต่ผมยังไม่เห็นร่างของมันเลย แต่มันก็สามารถปรากฎตัวแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียงข้างหลังผม แล้วก็กัดผม ถ้าเป็นแบบนั้น จะสวนกลับยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! นี่มันระบบเกมส์เน่าๆชัดๆ!

เหมือนกับการสู้กับบอสตัวสุดท้าย ในเกมส์แนวต่อสู้ที่คุณพึ่งจะเริ่มเล่น

และยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายที่เหมือนกับงูนั่น ยังโผล่มาแค่ส่วนหัวอีก

ถ้าหากผมหลบการโจมตีของมัน หัวของมันก็คงจะพุ่งใส่ผมอีกครั้งแล้วก็กัดผมอีกรอบ นั่นแหละเหตุผลที่ว่า ทำไมผมไม่สามารถหาช่องว่างเพื่อสวนกลับใส่บริเวณลำตัวของมันได้ แล้วผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่ามันจะมีกรงเล็บด้วยรึเปล่า

ผมควรจะทำยังไง?! ควรจะทำยังไงดี?!

อยู่ดีๆ การ์ดออปชั่นสีน้ำเงินสามใบก็ลอยขึ้นมาในหัวของผม อืม.. ผมไม่ใจเย็นเกินไปหน่อยรึ? มาดูกัน

     1. หลบการโจมตีของมันอย่างกล้าหาญ แล้วก็ต่อยมันไปสักที!
     2. ทำให้หมอกพวกนี้หายไป เอาหล่ะเร็วเข้า มาเป่าลมใส่มันกัน!
     3. ใครโจมตีได้ก่อนก็ชนะ! โจมตีมั่วๆไปเลย!

ข้อแรกดูจะเป็นไปไม่ได้เลย สัมผัสทั้งหกของผมบอกว่า ผมไม่มีทางจะโจมตีใส่มันได้เลยในสถานการณ์แบบนี้

ข้อที่สอง เห็นผมเป็นขงเบ้งเรอะ

ข้อที่สาม ลดพลังของการโจมตีลง แล้วนำไปเพิ่มความเร็วแทน เพื่อที่จะได้โจมตีแบบสุ่มทุกทิศทางอย่างมีประสิทธิภาพ  ยังไงก็เถอะ ผมสามารถโยนบอลเพลิงไปรอบๆได้อยู่แล้ว ถ้าหากมีลูกใดลูกหนึ่งปลิวไปโดนตัวมัน ผมก็จะสามารถยืนยันตำแหน่งของศัตรูได้ และในตำแหน่งที่ยืนยันแล้วนั้น ผมก็จะยิงธนูเพลิงใส่มัน

ใช่ นั่นแหละ ข้อสามดูเข้าท่าหน่อย

เอาจริงๆ นี่คือวิธีที่ดีที่สุด ที่หัวของผมจะสามารถคิดได้แล้ว

ยังไงผมก็ต้องทำ ในระยะเกือบจะห่างกันแค่ศูนย์แบบนี้ ผมคิดว่าผมคงจะรอดอยู่ได้อีกไม่นาน ถ้าหากใจผมไม่นิ่งแล้วหล่ะก็ ผมก็จะถูกล่าจนตายในที่สุด

~มุมมองของเช็น~

ปกคลุมร่างของมันด้วยหมอก แล้วข้าก็ทำให้มันใจจดใจจ่ออยู่กับการโจมตีของข้า จากนั้นข้าจะลากมันเข้าไปยัง 'อะโซระ' แล้วฆ่ามันซะ

ในระดับขั้นของเผ่ามังกร ข้าหน่ะเป็นมังกรขั้นสูง ข้าถูกเรียกว่า 'ผู้ไม่มีวันพ่ายแพ้'

แต่เหตุผลที่ข้าไร้พ่ายนั้น มาจากพลังของข้า 'อโซระ'

ข้าจะใช้หมอกของข้าเป็นสื่อกลาง แล้วข้าก็จะสามารถดึงใครก็ได้ที่อยู่ในภายใต้อาณาเขตของหมอก เข้าไปยังโลกที่ข้าสร้างขึ้นมาได้

ในโลกที่ข้าสร้างขึ้นนั้น ข้าสามารถจำกัดพลังเวทย์มนต์ แล้วก็ควบคุมกฎแห่งกายภาพได้

สำหรับข้าที่จะแพ้ในโลกแห่งนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย เพราะว่าร่างกายของข้าในอะโซระนั้น ไม่ใช่ร่างที่แท้จริง

ร่างของข้านั้นถูกแบ่งไว้แล้ว ฉะนั้นถ้าหากข้าเกิดแพ้ขึ้นมาในโลกแห่งนั้น ร่างที่แท้จริงของข้าก็คงจะไม่ได้อยู่ที่นั้นอีกแล้ว

เมื่อข้าลากมันเข้าไปยังที่แห่งนั้น ข้าจะสามารถถอนตัวเมื่อไหร่ก็ได้ ในสถานการณ์แบบนั้น ข้าสามารถโจมตีใส่มันอยู่ฝ่ายเดียวได้อยู่แล้ว

ในอดีตนั้น ไม่มีเหตุการณ์ใดเลย ที่ข้าไม่สามารถกำจัดศัตรูของข้าใน อะโซระ ลงได้

และตอนี้ข้าก็วางแผนที่จะทำแบบนั้น กับเจ้าโง่ที่พังประตูเกทของข้า

ก่อนที่หมอกจะลอยลงมาถึงพื้น ข้ากัดมันเพื่อถ่วงเวลาไปสองครั้ง และเมื่อหมอกมาถึงพื้นแล้ว ข้าก็แค่ใช้มันเป็นสื่อกลาง เพื่อส่งตัวมันไปขังไว้ใน อโซระ แค่นั้นทุกอย่างก็น่าจะจบลงแล้ว

แต่ว่า

ข้าลากมันไปไม่ได้

ไม่ว่าข้าจะพยายามอีกกี่ครั้ง มันเหมือนกับเวลาพยายามจะยัดสิ่งของใหญ่ๆ ใส่เข้าไปข้างในสิ่งของเล็กๆ อย่างงั้นแหละ

หรือประตูที่ข้าสร้างขึ้นจะเล็กเกินไป?

ถ้าอย่างนั้น ข้าก็คงต้องไล่ฆ่ามันในหมอกเท่านั้น

ข้าพยายามโจมตีมันจากด้านหลัง

แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ เขารู้สึกถึงตัวข้าแล้วก็หลบการโจมตี

ช่างเป็นมหนุษย์ที่น่ารำคาญจริงๆ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ ข้าก็คงปล่อยให้มันตาย อย่างศูนย์เปล่าไม่ได้

ข้าต้องตรวจสอบ ว่าทำไมข้าถึงลากมันไปที่ อะโซระ ไม่ได้

แล้วทำไมมันถึงหลบการโจมตีของข้า ในหมอกที่ซึ่งขจัดสัมผัสทั้งหมดออกไปได้ นั่นมันแค่เรื่องบังเอิญอย่างงั้นรึ?

ถ้าหากสถานการณ์นี้ยังดำเนินต่อไป ฉายาไร้พ่ายของข้าก็คงจะสั่นคลอน

ถ้าหากคนที่อยู่เบื้องหลังมัน คือมังกรขั้นสูงตัวอื่นหล่ะก็ ข้าจะต้องเอาคืนอย่างแน่นอน

ข้าหน่ะเพียงหลับใหลอยู่ที่ปลายสุดของโลกตลอดเวลา ฉะนั้นข้าไม่รู้หรอกว่า ข้าไปทำอะไรให้ใครไม่พอใจไว้

ถ้าหากมันแค่อิจฉา ในฉายาไร้พ่ายของข้าแล้วหล่ะก็ ข้าจะไม่ยกโทษให้กับมัน ไม่ว่าศัตรูจะเป็นใคร ข้าก็จะโค่นมันลง

ข้าตรวจสอบสถานะของเจ้ามหนุษย์  ข้าสามารถมองเห็นตัวมันได้อย่างชัดเจนภายใต้หมอกของข้า

นั่นมันบอลเพลิง? เขากำลังโยนมันไปมา

แย่หน่อยนะ เพราะข้าหน่ะสามารถต้านทานธาตุได้หลายชนิด  ด้วยเพลิงระดับนั้นไม่สะกิดผิวข้าหรอก

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ข้าคิดนั้นจะผิด

ข้าเริ่มที่จะล้อมเหยื่อของข้า ขณะที่คอยระวังบอลเพลิงพวกนั้น.. ถูกต้องแล้ว ข้าอ่านทิศทางการเคลื่อนไหวของ บริด พวกนั้น แล้วก็หลบมัน แต่ว่า

หนึ่งในนั้นโดนข้าเข้า

มันโดนเข้าใส่ลำตัวของข้า

มันไม่เจ็บเลยซักนิด แต่ว่าหมอกที่ล้อมรอบตัวข้าเริ่มที่จะจางลงเล็กน้อย และลำตัวของข้าไม่ได้ถูกปกปิดด้วยหมอกอีกต่อไป

มันคือความเร็วที่เร็วราวกับวาร์ปได้

เจ้ามหนุษย์นี่ เพ่งสมาธิอยู่กับมาร์โยกุของเขา แล้วจากนั้นก็สร้าง บริด ที่ไม่ปกติขึ้นมา แล้วเล็งไปที่ตัวข้าอย่างแม่นยำ

ข้าพยายามโค้งลำตัวเพื่อหลบการโจมตี แต่ว่า

เหมือนจะสายเกินไป อยู่ดีๆก็มีอะไรบางอย่างที่แหลมคม 'ทะลุ' ผ่านร่างกายของข้าอย่างกับลูกธนู

ร่างของข้าที่สามารถต้านทานไฟจาก บริด ที่ยิงใส่ข้าก่อนหน้านี้ ซึ่งข้าไม่รู้สึกถึงแม้แต่ความร้อนของมัน แถมมันยังมาจากมหนุษย์คนเดิม แต่ว่า

มันทะลุร่างของข้า ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แล้วก็ระเบิดออก

ความร้อนขั้นรุนแรง แล้วก็ความเจ็บปวด

" อ๊ากกกกกกกกก!!!! " (เช็น)

โดยไม่ทันรู้สึกตัวว่า แรงระเบิดนั้น ขจัดหมอกเกือบทั้งหมดไปแล้ว

ข้า ครั้งแรกในชีวิต ทำในสิ่งที่เรียกว่า การกรีดร้อง

ร่างกาย ร่างกายของข้ามันเป็นอะไรไปแล้ว?!

ยังไม่รู้สึกถึงสถานการณ์ ข้ารีบตรวจสอบบริเวณที่ข้าโดนโจมตี

ส่วนนั้น ที่ซึ่งโดนการโจมตีอันโหดร้าย  แผลรอบนอกถูกเผาจนไหม้ ส่วนตรงกลางก็ทะลุเป็นรู

ส่วนลึกของจิตใจที่ซึ่งว่างเปล่าด้วยความประหลาดใจ ถูกเติมเต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยสายตาที่เกรี้ยวกราด ข้าค้นหาเจ้ามหนุษย์คนนั้น!

นี่ไม่ใช่เหยื่ออีกแล้ว นี่ไม่เชื่อเหยื่อที่ข้าควรจะล่า แต่เป็นศัตรูที่ข้าสาบานว่า จะต้องทำลายมันให้ได้!

แต่ ณ ตอนนี้ ข้าไม่ควรจะกระวนกระวายเพราะบาดแผลของข้า

ข้าไม่ควรให้เขารอดพ้นจากทัศนวิสัย

ข้าค้นหามัน แล้วในที่สุดข้าก็เจอมัน!

เขาอยู่ในระยะจุดบอดของข้า

นี่มันคืออะไร นี่มันอะไรกัน เจ้านี่มันเป็นตัวอะไร!!

" ต่อยแบบสิ้นคิด! " (มาโกโตะ)

ขณะที่เขาพูดอะไรบางอย่างที่ข้าไม่เข้าใจมากนัก เขาก็ปล่อยหมัดมาใส่แก้มของข้า

ความรู้สึกเหมือนถูกฆ้อนทุบใส่ ในหัวของข้ารู้สึกเหมือนกับเห็นดวงดาวกำลังหมุนติ้วอยู่ นี่มันไม่ใช่พละกำลังของมหนุษย์แล้ว! นี่มันของพวกออร์คไม่ก็ยักษ์ชัดๆ หรือไม่ก็ยิ่งกว่านั้นอีก?!

" ถ้ายังไม่พอหล่ะก็ เอานี่ไปกิน! ต่อยด้วยหลังมือ! " (มาโกโตะ)

ยิ่งไปกว่านั้น เขาต่อยซ้ำเข้าที่จุดเดิม!!

แต่ความรุนแรงนี่ มันเทียบกับครั้งแรกไม่ได้เลย!

มันเป็นพละกำลังที่รุนแรงมาก ไม่ใช่แค่หน้าของข้าเท่านั้น แต่ทั่วทั้งร่างของข้ากระเด็นไปคนละทิศละทาง

แต่จากความเสียหายที่ข้าได้รับทั้งหมดนั้น ก็มอบสิ่งตอบแทนให้กับข้า

ร่างของข้าที่กระเด็น สามารถหลบเข้าไปหลบในหมอกได้อีกครั้ง

ข้าพยายามเรียบเรียงความคิดของข้าใหม่ เจ้ามหนุษย์คนนี้มันอันตราย มันไม่ใช่มหนุษย์ปกติแน่ เขากำลังอยู่ภายในการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์จากใครสักคนไม่ผิดแน่

อย่างที่คิดเลย จากมังกรขั้นสูงตัวอื่น? เขาเป็นเพียงมหนุษย์ แต่พละกำลังขนาดนี้มันน่าเหลือเชื่อมาก

หรือว่าจะเป็น... จากเทพ?!

เทพธิดาขี้โลเลนั่น?!

ถ้าหากเป็นแบบนั้นหล่ะก็ พลังกำลังมากมายนี่ก็น่าจะเป็นไปได้ แต่ว่าเจ้ามหนุษย์นี่ มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับคนธรรมดาเท่านั้นเอง

เขาไม่น่าจะใช่คนที่ได้รับความชื่นชอบจากเทพธิดาตนนั้น

ถ้าอย่างนั้น ใครกันหล่ะ? ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้จากความเจ็บปวดนี่เด็ดขาด นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ข้าโดนต่อยเข้าใส่หน้าเต็มๆ แล้วส่วนที่ถูกเผาไหม้ก็ยังคงเจ็บปวดอยู่

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!

?!?!?!?!?!

" นี่ข้าตกอยู่ในสถานะไหนกัน...? " (เช็น)

ตอนนี้ ในทัศนวิสัยด้านขวาของข้า เขาอยู่... เขาอยู่ตรงนั้น

ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้ ถ้าหากตัวข้าอยู่ในหมอกแล้ว มันไม่น่าจะเป็นไปได้ มันก็จริงที่หมอกนั้นจากลง แต่สำหรับเขาที่สามารถ....

" ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้ว ผมคงจำเป็นจะต้องใช้ทักษะที่มีไว้เสำหรับฆ่าแล้วหล่ะนะ... " (มาโกโตะ)

มือของเขาส่องแสงสีแดง แล้วก็ยังพูดประโยคที่ดูอันตรายอีกด้วย ขะ..เขา พยายามจะทำอะไร?

" ท่ากบกระโดดเสยคาง!!! " (มาโกโตะ)

เขาปล่อยหมัดเข้าใส่คางของข้า

จากนั้น

" ปลิวออกนอกโลกไปซ้าาาา!!!! " (มาโกโตะ)

ครึ่งหนึ่งของร่างกายข้า ถูกส่งให้ลอยขึ้นด้วยหมัดของเขา แล้วร่างของข้าก็ล่วงลงยังทิศทางตรงข้ามทั้งแบบนั้น

ในสติของข้า ที่เลือนลางลง

ถ้าหากว่าข้ายังไม่ตายหล่ะก็ เหตุการณ์นี่จะต้องกลายเป็นฝันร้ายที่แสนน่ากลัวของข้าไปตลอดกาลแน่

นี่มันความอัปยศอะไรกัน

ข้าจะไม่สนวิธิที่ข้าจะใช้ฆ่ามันอีกแล้ว

ในสภาวะที่ข้าล้มลง ข้าแกล้งทำเป็นว่าข้าหมดสติ แล้วก็เริ่มหาตำแหน่งของมันภายใต้หมอกของข้า

ข้าปล่อยหมอกอีกชนิดอย่างแผ่วเบา เป็นหมอกที่มีไว้สำหรับสร้างภาพลวงตา

แม้แต่ใน อะโซระ ก็ตาม  พลังของข้าไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้นหรอกนะ

ความสามารถที่แท้จริงของข้าก็คือ ภาพลวงตา  ข้าสามารถเข้าไปส่องดูความทรงจำของเป้าหมายของข้าได้ หลังจากนั้นข้าสามารถทำให้ศัตรูของข้า เห็นความทรงจำที่พวกเขาต้องการหรือไม่ต้องการก็ได้ ด้วยภาพมายา

ถ้าหากข้าสร้างบาเรียจากหมอกหนาทึบ ขังมันไว้แล้วใส่พลังของข้าลงไป ข้าสามารถสร้างภาพมายา ถึงจุดที่มันไม่มีความแตกต่างจากความเป็นจริงขึ้นมาได้

ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้าไม่สามารถลากผู้ชายคนนี้ไปยัง อะโซระ ได้

ถ้าหากสถานการณ์มันเป็นไปตามที่ข้าหวังหล่ะก็ ข้าก็จะขังมันไว้ในหมอกแล้ว 'ขังเขาไว้ในนั้น' จนกว่าเขาจะตาย

มันคงจะไม่ดีแน่ ถ้าหากข้าสร้างภาพมายาให้เขาเห็นในสิ่งที่เขาไม่อยากจะเห็น มันจะกลายเป็นปัญหาได้ ถ้าเขาพยายามที่จะขัดขืน

ข้าจะต้องแสดงภาพมายาที่เขาต้องการให้เขาได้เห็น แล้วจากความสุขในภาพหลอนนั้น เขาก็จะตายอย่างช้าๆ จากความอดอยาก.. มหนุษย์นั้น ไม่ว่าเจ้าจะเข็มแข็งถึงเพียงไหนก็เถอะ แค่ 10 วัน เจ้าก็น่าจะไม่รอดแล้ว

ถ้าหาก 10 วันไม่เพียงพอแล้วหล่ะก็ 1 เดือนก็ยังได้ หรือจะ 1 ปีข้าก็รอไหว

ด้วยข้อสรุปใหม่ของข้า ข้าค้นหามหนุษย์คนนั้น

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะต้องแกล้งตาย แล้วก็ต้องใช้หนทางฆ่ามันที่เหมือนกับการทรมาน

เขาหันหลังให้กับข้า และหายใจอย่างโล่งอก

แต่ว่า นี้เป็นแค่การแสดงของเขาเท่านั้น  หมอกรอบๆตัวของเขาบอกข้าว่า เขาไม่ได้ลดการป้องกันของเขาลงเลยช่างเป็นท่าทีที่ดิ้นรนอะไรจะขนาดนี้

เขาค่อยๆ หมุนตัวไปรอบๆ ตรวจสอบสถานะรอบตัวของเขา และโดยที่ไม่สนใจอะไรเลย เขาเดิน 'ออกไปจากหมอก'

ครั้งนี้ต้องสำเร็จ ความระมัดระวังตัวของเขาจะต้องลดลงอย่างแน่นอน มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เพราะเขากำลังคิดว่า 'ออกไปจากหมอก' แล้ว หรือนั่นก็คือสิ่งที่เขาคิดหน่ะนะ

เขาไม่ได้ร่ายเวทย์มนต์!

ตอนนี้ สถานที่ที่เขายืนอยู่ ในมุมมองของเขาคือ 'ออกไปจากหมอก' แล้ว แต่ที่จริงมันเป็นแค่ภาพลวงตา เพราะเขายังคง 'อยู่ในหมอก' อยู่

ข้าทำสำเร็จแน่!

ข้าเปิดตาของข้าขึ้น! แล้วมหนุษย์คนนั้นก็กระโดดออกไปในชั่วอึดใจอย่างที่คิดเลย เขาสามารถเคลื่อนไหวได้ถึงขนาดนั้น

แต่ว่ามันสายไปแล้ว

" มันจบสิ้นแล้ว " (เช็น)

ด้วยความรู้สึกมากมายที่ล้นออกมาด้วยความยินดี ข้าสร้างกล่องสี่เหลี่ยมด้วยหมอกหนาทึบ แล้วขังเขาไว้ในนั้น




NEKOPOST.NET