[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 58 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.58 - ผู้ติดตามคนที่ 3


ตอนที่ 58 : ผู้ติดตามคนที่ 3

 

ลิช

 

ในฐานะอันเดธแล้วก็นับว่าอยู่ในระดับที่สูง ในเรื่องพละกำลังก็อยู่ที่ตัวบุคคลก่อนจะกลายมาเป็นลิช แต่กระนั้นแล้วไม่ว่าพวกมันจะยอดแค่ไหน ก็ยังห่างไกลกับมังกรชั้นสูงอยู่ดี

 

สิ่งที่ผมกำลังจะบอกคือ...

 

ถ้าเกิดหมอนี่ทำพันธสัญญากับผมล่ะก็ ระดับมันจะต้องต่ำกว่าเกือบๆ 10 เท่าถ้าเทียบกับระดับของพวกโทโมเอะ ถ้าเทียบกับสัญญาที่ทำก่อนหน้านี้ล่ะนะ

 

พูดตรงๆคือ เขาจะถูกดูดกลืนและกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดเท่านั้น ผมไม่โอเคแน่ถ้าเป็นแบบนั้น แต่ลิชในตอนนี้ น่าสงสารมาก เพราะเขาโดนผลกระทบจากคำพูดของโทโมเอะและมิโอะเข้าอย่างแรง

 

ทั้งสองคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่ต้องการสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์*ผสมเข้ากับผม โดนเรียกว่าสิ่งไม่บริสุทธิ์ ผมไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตัวเขานั้นรู้สึกยังไง

<*เพราะเป็นอันเดธ>

 

เพราะว่าตัวลิชนั้นไม่สามารถทำสัญญาได้แม้กระทั่งระดับทาส ผมก็เลยรู้สึกว่าการที่จะทำสัญญาคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะมั้ง

 

ผมได้ยินโทโมเอะพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ ทดสอบ แต่ผมคิดว่าเธอคงจะโผล่มาพร้อมกับแผนที่จะทำให้มันสำเร็จล่ะนะ

 

“ อืมม...อย่างที่คิดไว้ ถ้าแบบนี้มันเป็นอะไรที่ยากมากเลยสินะ หืม... ” (โทโมเอะ)

 

“ แม้ว่าหมอนี่จะระดับสูงก็จริง แต่ว่ามันไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าหมอนี่เป็นอันเดธนี่คะ พลังเวทย์ที่เป็นสิ่งหล่อเลี้ยงชีวิตของเขายังกระจ้อยร่อยเลย.. ” (มิโอะ)

 

สำหรับเรื่องที่มิโอะดูแคลนในพลังเวทย์ของเขา ตัวลิชน่าจะรู้สึกเหมือนร่างกายหดเล็กลงจากคำพูดพวกนั้น เขาหล่นจากที่นั่งและกองลงกับพื้น จุดเด่นที่ลิชตนนี้มี กลายเป็นเพียงสิ่งธรรมดาๆสำหรับพวกเธอไป ผมไม่แปลกใจเลย

 

จะพูดยังไงดี ผมรู้สึกเหมือน ผมกำลังมองตัวเองในอดีตตอนที่อยู่ในโลกก่อน ตอนอยู่โรงเรียนประถม ผมไม่เคยลืมเลย ตอนนั้นผมวิ่งแข่งมาราธอน ไม่ว่าผมจะพยายามวิ่งแค่ไหน ผู้คนรอบข้างผมก็จะมองแบบ...อ่า….มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน

 

หลังจากที่โทโมเอะยืนยันความมั่นใจกับลิชแล้ว(รึว่าล้างสมองกันแน่นะ?)

 

พวกเราตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการหาทางทำสัญญา แม้ว่าอีกฝ่ายจะเต็มใจมันก็ไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะหายไป

 

เรายังคงอยู่ในห้องของผม ตอนนี้เวลาได้ผ่านไปสักพักนึง และเริ่มที่จะดึกแล้ว มันควรจะเป็นช่วงเวลาที่ใครบางคนได้นอนอย่างเต็มอิ่ม ผมเกิดในยุคที่สุขสบาย แต่กระนั้น ผมไม่ได้อ่อนแอจนง่วงนอนง่ายๆ แต่ในโลกนี้ โดยเฉพาะเผ่าพันธ์ใน แดนรกร้าง แห่งนี้ พวกเขานอนค่อนข้างไวและตื่นไวเช่นกัน

 

ข้างในวงเวทย์แห่งสัญญา มีลิชกับผมอยู่

 

ตอนที่เรากำลังเริ่มหาหนทาง ลิชรู้สึกดีใจพอสมควรแต่ ตัวตนของเขาตอนที่ถูกดูแคลนทำให้เขาดูอ่อนแอมาก เหมือนกับว่าโดยเป่าให้กระจายหายไปได้เลย โทโมเอะกับมิโอะพยายามที่จะสร้างลำดับของผู้ติดตามจนทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเธอทั้งคู่พยายามแกล้งลิชตนนี้รึเปล่า

 

ข้างนอกจุดทำพิธี โทโมเอะ กับ มิโอะกำลังคุยกันโดยไม่ยั้งคำพูดแม้แต่น้อย

 

“ นายน้อย มันพอจะเป็นไปได้ไหม ถ้าจะหาทางทำให้นายน้อยอ่อนพลังลง ” (โทโมเอะ)

 

หืม...เธอหมายถึงซากาอิ [ Sakai ] รึเปล่า?

 

อ่อนลงเหรอ….มันไม่ได้มีความหมายอะไรลึกซึ้งนี่นะ แต่ผมคิดว่าผมพอจะทำได้

 

ทำให้ศัตรูอ่อนพลังลง หมายถึง ตอนที่ผมใช้ซากาอิทำให้เกิดสถานะคล้ายกับดีบัฟ [Debuff]

 

พลังที่ผมใส่เข้าไปในซากาอิจะส่งผลต่อผมเช่นกัน นอกไปจากนี้ มันจะทำงานโดยที่ผมเป็นจุดศูนย์กลาง

ในตอนที่ผมรู้สึกตัวอยู่ผมสามารถสั่งให้มันกระจายออกเป็นรูปทรงกลม แต่ตอนที่ผมไม่ได้คิดอะไรแล้วใช้มัน

มันจะกระจายออกคล้ายๆกับโดม ถ้าเกิดผมทำให้มันเล็กลงมากๆ มันจะมาสุดที่เหมือนตัวผมโดนห่อไว้อยู่

 

ผมคิดว่าถ้าเกิดผมใช้ไฟหรือน้ำแข็งมันอาจจะเป็นการฆ่าตัวตายก็ได้ ยังไงก็ตามผมก็ยังไม่ได้ลองซะด้วยสิ

นั่นแหละผมถึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็นยังไง

<ห่อตัวเองแล้วใช้ไฟ ไฟไม่ไหลไปข้างนอก = เผาตัวเอง>

 

ตอนที่ผมใช้พลังร่วมกับอ็อค ผมทำไม่สำเร็จ <น่าจะหมายถึงตอนฮิลอ็อคแต่แผลตัวเองไม่หายมั้งครับ>

แต่ตอนนี้ผมสามารถที่จะเสริมพลังและฮิลได้ มันถูกค้นพบโดยบังเอิญล่ะนะ

 

ถ้าเกิดผมไม่ทำการทดสอบต่างๆเพื่อที่จะเข้าใจในพลังของผมแล้วล่ะก็ ในอนาคตผมอาจจะขุดหลุมฝังตัวเองก็ได้

มันคงจะดีที่มีสิ่งที่ทำได้เพิ่มมากขึ้น แต่ผมรู้สึกว่า ถ้าเกิดผมทำให้ม่านพลังแข็งแกร่งขึ้น ระยะไกลขึ้น ผมอาจจะบีบให้มันแคบลงก็ได้ <ตรงนี้น่าจะหมายถึงทำให้เป็นรูปทรงต่างๆอะไรแบบนั้นน่ะครับ>

 

“ อ่าผมทำได้ มันไม่มีเหตุผลอะไรให้ทำมาก่อน ผมก็เลยไม่เคยลองแต่ว่า ผมทำได้ ” (มาโคโตะ)

 

“ ถ้างั้นได้โปรดลองดูเถอะนายน้อย ข้าจะลองเชื่อมพันธสัญญาอีกรอบ ” (โทโมเอะ)

 

โทโมเอะถ่ายพลังลงไปในวงเวทย์อีกครั้ง โดยมี มิโอะเป็นผู้ช่วย

 

ในพื้นที่ระหว่างผมกับลิช เกิดวงเวทย์แสงที่กำลังเปลี่ยนสีขึ้นมา

 

แสงสีน้ำตาล ผมไม่เคยเห็นสีนี้มาก่อนเลย เพราะสีของโทโมเอะกับมิโอะเป็นสีแดง

<ตอนทำสัญญากับมิโอะเอ็งสลบอยู่ไม่ใช่เรอะ?>

 

สีแดงหมายถึงความสัมพันธ์แบบปกครอง โทโมเอะบอกว่านั่นเกือบจะสำเร็จแล้ว หมายความว่าสีน้ำตาลยังดีไม่พออีกเหรอเนี่ย

 

“ สีของพื้นดินเรอะ ระดับไม่ต่างจากทาส หมอนี่จะกลายเป็นเพียงตุ๊กตาที่ไม่มีความนึกคิดของตัวเอง มันจะเป็นอะไรที่เปล่าประโยชน์ที่จะมีผู้ติดตามเป็นกระดูกนะ ” (โทโมเอะ)

 

ทาส...ถ้าผมจำไม่ผิด มันจะทำลายตัวตนและทำให้คนๆนั้นเป็นเพียงตุ๊กตาที่จะทำตามคำสั่งเท่านั้น แน่นอนว่าเราไม่ต้องการอะไรแบบนั้น

 

“ โทโมเอะซัง ไม่ใช่ว่ามันเป็นไปไม่ได้เหรอคะ? ถ้าเกิดว่าคุณอยากได้สิ่งนั้นขนาดนั้น มันน่าจะง่ายกว่าถ้าเราจะฝึกเขาให้เชื่องนะคะ? ” (มิโอะ)

 

ฝึก? ฝึกยังไง? ฝึกให้เชื่อง? ยัยพวกนี้วางแผนอะไรกันเนี่ย? แล้วก็ อย่าเรียกว่าสิ่งนั้นสิเฮ้ย

 

“ อย่าพูดแบบนั้นสิมิโอะ มันชวนให้รู้สึกแย่นะรู้ไหม ” (โทโมเอะ)

 

หลังจากพูดจบเธอหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าตรงหน้าอก นั่นมัน!?

 

“ นั่นมันแหวนของนายน้อยไม่ใช่เหรอคะ!? ” (มิโอะ)

 

“ อืม! ยิ่งไปกว่านั้น มันคือของที่ผ่านการใช้งานมาแล้วด้วย โอเค มิโอะ... ” (โทโมเอะ)

 

ใช่จริงด้วย! มันคือแหวนที่ดูดพลังเวทย์ของผมจนเต็ม นี่เธอพกไว้กี่วงกันแน่เนี่ย?

 

ผมไม่รู้ว่าเธอหมายถึงอะไรตอนพูดว่า ยิ่งไปกว่านั้น

 

ดูเหมือนว่าทั้งสองคนกำลังคุยความลับกันอยู่เพราะโทโมเอะกำลังกระซิบให้มิโอะฟัง

 

คำพูดของโทโมเอะทำให้มิโอะแสดงสีหน้าตกอกตกใจพอสมควร แต่เพราะเธอยอมรับได้และเข้าใจ เธอผงกหัวแล้วรอบๆก็เกิดความเงียบขึ้น

 

มิโอะเองก็มากด้วยความสามารถในเรื่องต่างๆ การที่เธอเข้าใจได้ด้วยสัญชาตญาณ นี่เธอเป็นอัจฉริยะขนาดไหนกัน

 

ในช่วงที่แสงสีน้ำตาลดับลงและวงเวทย์หายไป โทโมเอะเดินเข้ามา แล้วเธอก็มอบแหวนให้กับลิช

 

“ จะถามเรื่องแหวนก็ไว้ก่อนนะ โอเค! ตอนนี้ใส่แหวนทั้ง 13 วงที่ข้าให้เจ้าไปซะ ” (โทโมเอะ)

 

13 งั้นเรอะ ทำไมเป็นเลขอัปมงคลแบบนี้

 

“ ใส่งั้นเหรอ แค่ตัวข้ามีแค่ 10 นิ้วเองนะ? ” (ลิช)

 

“ ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเอาอีก3วงไปสวมไว้ตรงไหน ตราบใดที่สวมมันไว้ก็ไม่มีปัญหา เอ้าเร็วเข้า! มันง่ายกว่าการที่จะโดดเข้าไปยังช่องว่างระหว่างโลกนะรู้ไหม? ” (โทโมเอะ)

 

“ เข้าใจแล้ว... ” (ลิช)

 

ลิชทำตามที่โดนบอกอย่างว่าง่าย ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากตอนที่เขาสวมมันเข้าไป หนึ่งวง เขาดูไม่รู้สึกเจ็บปวดด้วยซ้ำ

 

ก็นะ ยังไงแหวนพวกนั้นมันดูดพลังไปจนเต็มแล้วนี่นา  แหวนพวกนั้นอยู่ในขั้นอันตรายแล้ว พวกเขาบอกผมให้เลิกใช้มันและเอาอันใหม่มาให้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามันดูดพลังงานไปเกินกว่าที่มันจะรับไหว

 

ยังน้อยลิชก็ไม่ได้แห้งตายหลังจากสวมแหวนล่ะนะ นั่นทำให้ผมโล่งใจไม่น้อยเลย

 

ตอนที่พวกเราเห็นลิชสวมแหวนทั้งหมดแล้ว โทโมเอะก็เดินออกไปนอกวงพิธี

 

และอีกครั้งที่พวกเธอทั้งสองเริ่มพิธีอีกครั้งนึง ไม่สิ ดูเหมือนว่าคนร่ายพิธีจะเป็นโทโมเอะ ส่วนมิโอะกำลังทำอะไรสักอย่างกับลิช

 

วงเวทย์ปรากฎขึ้นอีกครั้ง

 

แต่คราวนี้ สีมันกลายเป็นสีแดง! บ้าน่า!

 

“ สำเร็จ! มันเป็นสีแดงแล้ว! ” (โทโมเอะ)

 

“ โทโมเอะซัง? การลวงพลังเวทย์เป็นอะไรที่เรายังไม่เข้าใจมันนัก แล้วมันก็ยากด้วยเดส ดังนั้นช่วยตั้งสมาธิแล้วทำงานให้เสร็จก่อนที่จะดีใจได้ไหมคะ ” (มิโอะ)

 

ถ้าเกิดว่ามันคืออะไรที่เธอก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ แล้วเธอทำให้มันสำเร็จได้ยังไงฟะเฮ้ย!? มันคืออะไรที่ผมไม่มีทางทำได้แน่ๆ!

 

“ ข้ารู้ นายน้อย เราจะเริ่มทำพิธีแล้วนะ แกโอเคไหมลิช? ” (โทโมเอะ)

 

เมื่อกี้พวกเธอบอกว่าลวงใช่ไหม? ลวงพลังเวทย์อะไรนั่นน่ะ? ผมไม่รู้ว่าพวกเธอทำอะไรเพื่อหลอกพิธีแต่...มันไม่ควรเป็นอะไรที่บุ่มบ่ามทำนะเฮ้ยยย!

 

ทำไมทั้งโทโมเอะและมิโอะถึงได้น่ากลัวขนาดนี้ มันอะไรกัน ทั้งสองคนกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องไปแล้วเรอะ!?

 

มันเหมือนกับพวกเธอได้ลองผสมสารลงไปในขวดทดลอง แล้วมันก็ยังอุตส่าห์สำเร็จอีกเนี่ยนะ!?

 

จะสัญชาตญาณ หรือ หยั่งรู้ก็แล้วแต่  ทำไมผู้ติดตามของผมที่ปกติแล้ว ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความประหลาดของยุคผม กลับทำให้ผมตกใจได้ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าช่วงเวลาที่ผมจะทำให้พวกเธอตกใจเกี่ยวกับความรู้ในยุคของผมค่อยๆจะหมดลงไปเรื่อยๆ

 

“ มันจะดีแล้วเหรอ ที่คนอย่างข้าจะกลายเป็นผู้ติดตามของท่าน...ท่านมาโคโตะ..? ” (ลิช)

 

ดูเหมือนว่าโครงกระดูกตนนี้ตั้งแต่แรก เขาไม่ได้มีเป้าหมายว่าจะกลายเป็นผู้ติดตามของผม

 

บางทีอาจจะเป็นผลของการที่โทโมเอะโยนเขาลงไปสู่ห้วงแห่งความสิ้นหวัง และก็ดึงเขากลับขึ้นมา หลังจากที่เธออธิบายตัวตนของผม ก็ดูเหมือนว่าความคิดที่จะปล่อยเขากลับออกไปของโทโมเอะลดเหลือ 0

 

ความตั้งใจของเขาค่อนข้างน้อย ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาไม่น้อย

 

“ อย่ากังวลไปเลย บางครั้งผมเองก็อยากได้แรงผู้ชายอยู่ นายเองก็เป็นกระดูกที่สุขภาพดีใช่ไหมล่ะ ผมคาดหวังในตัวนายมากนะ ฮ่าฮ่าฮ่า ” (มาโคโตะ)

<แลฟังดูม่วงๆนะ อิอิ>

 

สิ่งที่ผมทำในตอนนี้คือการไหลไปตามสถานการณ์

แสงสีแดงไหลเวียนเข้ามาสู่ในพิธี

หลังจากการพูดคุยเล็กน้อยของพวกเราจบลง

พวกเราก็ยืนอยู่อย่างเงียบๆ

 

จากนี้ ผมบอกได้เลยว่าการเชื่อมต่อของพวกเราก็เป็นไปได้ด้วยดี พิธีเสร็จแล้วสินะ…

นี่ก็ 3 ครั้งแล้ว ผมเริ่มจะชินซะแล้วสิ ไม่สิ เหมือนกับ ผมตั้งสติให้ใจเย็นกับเรื่องพวกนี้ได้แล้ว

 

แสงแสบตาค่อยๆหายไป

 

ตอนนี้ก็เหลือผมกับลิ….ช?

 

มันก็เหมือนกับตอนของโทโมเอะและมิโอะ...ดังนั้นมันก็คงปกติแหละแต่…

 

คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าผม…

 

 

ผมสีแดงเข้มยาวไปจนถึงหลัง กับลูกนัยน์ตาสีดำเหมือนกับผม เขามองมาที่ผม

 

เขาคือฮิวแมนที่หน้าตาค่อนข้างดี และดูอายุของเขาราวๆ 20 ปีได้

 

เขาดูมีเนื้อหนัง แล้วก็ 2 คนตรงนั้นน่ะเฮ้ย!

 

“ โหโฮว~ ข้ากำลังคิดเลยว่าเจ้าจะกลายร่างเป็นหน้าตาแบบไหน หน้าตาแบบนี้เองสินะ หึ! ” (โทโมเอะ)

 

“ ฟุ~ ยังไงต้นกำเนิดของเขาก็เป็นฮิวแมนอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าหน้าตานี้เป็นของเขาตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เหรอคะ? ” (มิโอะ)

 

ผมเข้าใจนะว่าพวกเธอสนใจว่าเขาจะออกมาเป็นยังไงแต่ว่า! พวกเธอเป็นผู้หญิงนะเฟ้ย รู้ไหม!? พวกเธอคือผู้หญิงที่มีเสน่ห์รู้ไหม!?

 

เขามีแค่ผ้าคลุมอยู่ที่ไหล่เท่านั้น อย่าไปจ้องผู้ชายกึ่งเปลือยแบบนั้นสิเฮ้ย!

 

เขาไม่ได้สวมอะไรเลยนะรู้ไหม เขามีแค่ผ้าคลุมอยู่ที่ไหล่เท่านั้น แม้กระทั่งหน้าอกของเขา ผมยังเห็นชัดเจน ดังนั้นเรื่องท่อนล่างไม่ต้องพูดถึง

 

โทโมเอะเหมือนจะมีปฏิกิริยาเล็กน้อย ผมไม่รู้ว่ามิโอะคิดยังไงนะ

 

ในตอนที่ผมเช็คสิ่งต่างๆรอบตัว หลังจากได้ยินเสียงของสองคนนั้น ลิชยกแขนขึ้นพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างเขากำลังตกใจกับแขนของเขา

 

เขาแตะแก้มทั้งสองข้างด้วยมือทั้งสองมือ จับไหล่ทั้งสองข้างของตัวเอง และเหมือนกับว่าเขาสัมผัสไปทั่วร่างเพื่อยืนยันมัน

 

“ อุ่น… ข้ารู้สึกได้ถึงชีพจร!? ” (ลิช)

 

ผมไม่รู้คำนิยามของ อันเดธ เลย แต่ดูเหมือนกับว่าเขาจะได้ร่างกายของตัวเอง

 

“ อ้าวเกิดอะไรขึ้นกับแหวนพวกนั้น? ” (มาโคโตะ)

 

“ จะว่าไปแล้ว เขาไม่ได้สวมมันอยู่นี่นา หรือว่ามันหลอมรวมไปกับร่างที่เกิดขึ้นใหม่ของหมอนี่แล้วน่ะ? ” (โทโมเอะ)

 

“ แต่เดิมแหวนพวกนั้นเป็นที่เก็บพลังเวทย์ของท่านนายน้อย ตราบใดที่เขายังรับใช้นายน้อยอยู่มันก็ไม่น่าจะส่งผลเสียอะไรกับเขาหรอกนะคะ ” (มิโอะ)

 

นี่พวกเธอ... มันโอเค แล้วก็จบแค่นี้เหรอ?

 

หลังจากที่ ลิช จบการสำรวจร่างกาย แววตาของเขาดูซีเรียสในทันที พร้อมกับท่าทางที่โอเวอร์เกิน เขาคุกเข่าลงข้างหน้าผม ผ้าคลุมของเขาปลิวไปแล้ว

 

อืม... ดูเหมือนว่าบรรยากาศชักจะซีเรียสซะแล้วสิ..

 

“ ท่านมาโคโตะ ในการที่ท่านยอมรับข้า เป็นผู้ติดตามลำดับที่ 3 ตัวตนนี้ ไม่สิ ตัวข้านี้ มีความสุขเป็นอย่างมาก และพลังของท่าน ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวข้าทำให้ข้าสั่นเทิ้มไปด้วยความสุข ข้าทักทายท่านช้าไปหน่อย ดังนั้นข้าจะทำงานให้เต็มที่เพื่อแทนคำขอโทษ ข้ายินดีเป็นที่สุดที่ได้ทำงานร่วมกับท่าน ” (ลิช)

 

“ อ่า.. อือ! อืม…อย่าหักโหมมากก็แล้วกัน ผมไม่คิดมากถ้าคุณจะใช้ ข้า หรือ ผม ตัวผมเองก็ยินดีที่ได้คุณเป็นพวกเหมือนกัน  ” (มาโคโตะ)

 

“ ครับ!! ” (ลิช)

 

เขาโค้งคำนับให้ผม การทำสัญญา ไม่ได้ส่งผลต่อตัวตนของเขาใช่ไหม? ใช่ไหม?

 

“ เป็นยังไงบ้างลิช? เจ้าไม่รู้สึกเสียใจใช่ไหม? ไม่ใช่แค่นั้นนะ การที่เจ้ารับใช้นายน้อยในอนาคตเจ้าจะมีความสุขยิ่งกว่านี้ซะอีกล่ะ ” (โทโมเอะ)

 

หลังจากเธอพูดจบ โทโมเอะดูเหมือนจะมีความคิดแบบเดียวกับมิโอะ เธอดูแฮปปี้กับการกำเนิดใหม่ของผู้ติดตามคนที่ 3 ดูเหมือนเขาจะเป็นพวกชอบค้นคว้า ดังนั้นผมคิดว่า พวกเธอน่าจะเข้ากันได้

 

“ ใช่ ยังมีอีกหลายอย่างที่เราต้องสอนนาย โดยเฉพาะกฎเกี่ยวกับท่านนายน้อย ” (มิโอะ)

 

เพราะเขาเป็นผู้ติดตามชาย เขาก็เลยไม่ถูกเกลียดโดยมิโอะ แต่ก็นะไม่ว่าเขาจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็แล้วแต่

ผมมั่นใจว่าเธอจะต้องยัดหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับกฎและสิ่งต่างๆ แม้ว่ามันจะไม่จำเป็นก็ตาม

ลงไปในหัวเขาอย่างแน่นอน

 

ผู้ติดตามคนที่ 3 ของผมเป็นลิช ในเมื่อเขาได้รับแหวนทั้ง 13 วง ผมคิดว่า ผมน่าจะพึ่งพาเขาได้ในเรื่องการต่อสู้

 

ผมจะปิดบังตัวตนของเขาตอนอยู่ที่ ซึเงะ ผมจะให้เขาคอยช่วยตอนอยู่ที่เมืองแห่งการศึกษา

 

หรือไม่ก็ให้เขาคอยช่วยอยู่ที่ อะโซระ ถึงมันจะยังไม่เกิดขึ้น แต่มันก็เป็นไปได้ว่าพวกนักผจญภัยอาจจะกระทำรุนแรง มันคงจะช่วยให้อุ่นใจขึ้นเยอะถ้าเกิดมีใครสักคนที่สามารถจัดการกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

 

“ นายน้อย! จะว่าอะไรไหมถ้าข้าจะขอคุยกับยัยหัวทึบมิโอะนี่ และ เจ้ากระดูกสักหน่อย ” (โทโมเอะ)

 

เกี่ยวกับเรื่องที่ผมมาจากโลกอื่นเหรอ หืม ก็นะในฐานะผู้ติดตาม พวกเขาเป็นพวกพ้องที่มีความสัมพันธ์แบบเดียวกันล่ะนะ งั้น! บอกพวกเขาไปก็ได้ ผมได้รับสิทธิ์จากเทพธิดาทำให้ผมโดนดึงมายังโลกใหม่

มันช่างน่าเสียดายที่ผมไม่ใช่ กรันท์

 

มันโอเคใช่ไหม? หวังว่ามันจะไม่กลายเป็นว่า “ อะโซระคือคนละโลก ดังนั้นนาย ก็กลายเป็นกรันท์ไปแล้วล่ะ! ”

 

ใช่มะ? เพราะว่าผมสามารถไปมาระหว่างที่นี่กับที่นั่นได้โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ที่ผมจะพูดก็คือโทโมเอะไม่มีอะไรที่จะต้องกังวล เรื่องที่ถ้าเกิดที่นี่เป็นโลกอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโลกที่ผมมาอยู่โดยสิ้นเชิง มันก็เป็นไปได้เหมือนกัน

 

แต่เดิมแล้วโทโมเอะสามารถควบคุมพื้นที่นี้ได้ เธอสามารถทำให้มันกว้างขึ้นหรือเล็กลงแล้วก็สามารถตรวจสอบมันไปพร้อมๆกันได้ นั่นคือความสามารถของเธอ ที่เธอเล่าให้ผมฟัง พลังในการสร้างโลก มันคือข้อสรุปที่ผมได้มาจากที่ได้ฟังเธอพูด

 

เป็นไปได้ ใช่แล้ว มันเป็นไปได้…. เอาเป็นว่าตอนนี้ขอผมเตรียมตัวเตรียมใจ สำหรับช่วงเวลาที่ความจริงปรากฏก็แล้วกัน

 

ถ้ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะโซระหรือเมืองนี้ ก็โอเค ในตอนนี้หัวข้อสนทนาที่มิโอะกับลิชกำลังรอฟังอยู่ ก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผม

 

มันไม่ใช่เรื่องที่โทโมเอะควรจะเป็นคนบอก มันคืออะไรที่ผมควรจะเป็นคนบอกด้วยตัวเอง ถ้าเกิดว่าผมมองพวกเขาเป็นครอบครัวแล้วล่ะก็ ผมก็ควรจะปฏิบัติเหมือนกับพวกเขาเป็นครอบครัว

 

“ ไม่ล่ะ ผมจะเป็นคนบอกเอง กลับไปที่บ้านที่เก็บข้อมูลกันเถอะ ” (มาโคโตะ)

 

จริงสิ เกือบลืมไปเลย

 

ผมจะทำยังไงกับชื่อของลิชดี? คงต้องขอคิดสักหน่อย อย่างน้อยผมควรมอบชื่อให้เขาโดยเร็ว ผมมีตัวเลือกอยู่บ้างดังนั้นมันน่าจะโอเค ถ้าเขาจะเลือกชื่อจากพวกนั้น

 

“ !!... นายน้อย!! ” (โทโมเอะ)

 

“ หืม เกิดอะไรขึ้นโทโมเอะ? ” (มาโคโตะ)

 

“ รู้สึกว่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น อึก!.. ” (โทโมเอะ)

 

อะไร? ในตอนที่โทโมเอะแสดงท่าทางใจร้อนและพยายามจะบอกอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

 

“ !! ”

 

แสงสว่างได้ส่องจากหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง



 




NEKOPOST.NET