[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 56 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.56 - คุยกับซากศพ - ช่วงแรก -


ตอนที่ 56 : คุยกับซากศพ ช่วงแรก

 

“ก่อนอื่น นายเริ่มจะฟื้นฟูบางส่วนบ้างแล้วใช่ไหม? ” (มาโคโตะ)

 

ยังไงพลังเวทย์ก็ฟื้นฟูขึ้นมาตอนเราพักผ่อนอยู่แล้วนี่นะ..

ผมแค่สร้างพลังงานความมืดเพื่อกลืนกินพลังเวทย์ ไม่ได้ใช้มันเพื่อขัดขวางการฟื้นฟูซะหน่อย

 

จะฟื้นฟูจนเต็มเมื่อไหร่ก็มีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ แต่ว่าถ้าแค่ในระดับสามารถนั่งคุยกันได้ล่ะก็ผมก็พอจะดูออก

 

“อืม...จะเกิดอะไรขึ้นกับข้าอย่างงั้นเหรอ...” (ลิช)

 

โครงกระดูกตรงหน้าผมยืนขึ้นแล้วคุยกับผมอย่างว่านอนสอนง่าย ยังไงก็ตามเขาไม่ได้หยิบอาวุธออกมา ไม้เท้านั่น ทำขึ้นด้วยเวทมนตร์เหมือนกับผ้าคลุมรึเปล่านะ?

 

“ผมแค่อยากจะถามอะไรคุณนิดหน่อยแล้วก็อยากให้คุณตอบมันก็แค่นั้นแหละครับ” (มาโคโตะ)

 

“หลังจากนั้นตัวข้าก็ไม่มีความจำเป็นแล้ว นั่นคือสิ่งที่เจ้ากำลังบอกข้าอย่างงั้นรึ...” (ลิช)

 

“ห๊ะ? ใจเย็นก่อน ถึงผมจะไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้ แต่ว่ามันจะไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดอย่างแน่นอน ผมก็แค่ปล่อยคุณไปแค่นั้นเอง” (มาโคโตะ)

 

คำพูดของผมทำให้ใบหน้าของ ลิช ตนนั้นแสดงความวิตกกำลังวล ถึงจะพูดว่า “หน้า” แต่ความจริงมันก็คือกะโหลกอ่ะนะ ผมแค่เดาจากแสงในดวงตาและปากที่เปิดกว้างขึ้นเท่านั้นแหละ

 

“ท่านวางแผนที่จะปล่อยตัวข้าหลังจากลากข้ามายังฐานทัพของท่านแล้วเช่นนั้นเรอะ?!” (ลิช)

 

“ใช่แล้ว..แล้วผมก็ยังการันตรีความปลอดภัยด้วย เพราะงั้น มาคุยกันเถอะ” (มาโคโตะ)

 

ผมกวาดสายตามองไปยังโต๊ะและเดินนำลิชไป

 

หลังจากผมนั่งลงผมก็เชิญลิชตนนั้นนั่งตาม

โทโมเอะและมิโอะยังคงยืนกระนาบข้างผมเช่นเดิม

 

“ก่อนอื่นเลยชื่อของผมคือ มิสุมิ มาโคโตะ สำหรับที่นี่อาจจะเป็นมาโคโตะ มิสุมิ และผู้หญิงผมสีฟ้าข้างๆผมคือโทโมเอะ ส่วนผมสีดำคือมิโอะ ทั้งสองคนคือผู้ติดตามของผม หรือจะเรียกว่าเป็นพรรคพวกของผมก็ได้” (มาโคโตะ)

 

ผมอธิบายไปพร้อมกับรอยยิ้ม

 

“ท่านหมายความว่ายังไงตรงที่บอกว่า สำหรับที่นี่? ” (ลิช)

 

“เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ ตอนนี้ตาคุณแล้ว..” (มาโคโตะ)

 

ผมกวาดมือปัดประเด็นเรื่องนั้นไป

 

“ก็อย่างที่ท่านเห็น ข้าคือลิช...” (ลิช)

 

อันเดธข้างหน้าตัดจบเรื่องอย่างง่ายดายด้วยเผ่าของเขา ไม่สิ เรื่องนั้นรู้แล้วเฟ้ย!

 

“ผมหมายถึงอยากจะให้คุณบอกชื่อจริงอะไรแบบนั้นน่ะ” (มาโคโตะ)

 

“ข้าไม่มีชื่อหรอก ดังนั้นข้าคือลิช ข้าได้ลืมความทรงจำช่วยที่ข้าเป็นคนไปแล้ว และแม้ว่าถึงจะยังมีความทรงจำอยู่ ชื่อของข้าก็คงจะไม่เข้ากับสิ่งที่ข้าเป็นในตอนนี้” (ลิช)

 

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติตอนกลายเป็นลิชเหรอ ผมไม่รู้จักใครที่คล้ายๆแบบนี้ซะด้วยสิ

ยังไงซะไอ้เรื่องแบบว่า “เพื่อนของผมเป็นลิชด้วยล่ะ~” ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่แหละนะ

บางทีเขาอาจจะไม่อยากเรื่องตัวเองด้วยชื่อหรือนามสกุลของครอบครัวเขาล่ะมั้ง

 

“อ่า..งั้น ลิชซัง สินะ โทษทีที่เสียมารยาทนะ แต่ว่าคุณเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แบบว่าผมไม่สามารถดูเพศจากโครงกระดูกได้น่ะ.. ” (มาโคโตะ)

 

“เรียกแค่ลิชก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเติมซังหรอก ยังไงท่านก็เป็นผู้ชนะข้าดังนั้นไม่จำเป็นต้องเกรงใจอะไร แล้วก็ ข้าเป็นผู้ชาย ท่านไม่สังเกตงั้นรึ?”

 

“เฮ๋~ พอดีผมกำลังสนใจว่าคุณเป็นเพศไหน งั้น ลิชอาจจะกระทันหันไปหน่อยแต่... ” (มาโคโตะ)

 

“ท่านบอกว่าชื่อของท่านคือ ท่านมาโคโตะใช่ไหม? ข้าอาจจะไม่มีสิทธิ์ที่จะพูด แต่ขอข้าพูดอะไรหน่อยได้ไหม?” (ลิช)

 

“? เชิญๆ” (มาโคโตะ)

 

เขาคงมองว่าตัวเองเป็นนักโทษสินะ  ชักจะสนใจในสิ่งที่เขาจะพูดแล้วสิ..

 

“ข้าไม่มีปัญหาว่าท่านจะถามอะไรข้าบ้าง แต่ข้าขอถามอะไรเพื่อแลกกับทุกๆคำตอบของข้าได้หรือไม่?” (ลิช)

 

ถ้าเรื่องแค่นั้นก็ไม่มีเหตุอะไรให้ปฎิเสธล่ะนะ

 

“ได้สิ” (มาโคโตะ)

 

“ขอบคุณท่านมาก” (ลิช)

 

“งั้นคำถามแรกเลย ทำไมนายถึงอยู่ในหมู่บ้านของพวกยักษ์ป่าล่ะ?” (มาโคโตะ)

 

“เพื่องานวิจัยของข้า ข้าอยากกลายเป็น กรันท์ [Graunt] จึงทำทุกทางเพื่อสร้างโอกาสนั้น หมู่บ้านของพวกยักษ์ป่ามีพลังที่เป็นตำนานอยู่ข้าจึงพยายามขุดคุ้ยมัน เพื่อการนั้นข้าจึงแฝงตัวเข้าไปในหนึ่งในร่างของพวกมัน ” (ลิช)

 

พลังที่จะเปลี่ยนแปลงพวกมนุษย์ของพวกยักษ์ป่า..งั้น หมอนี่ก็เป็นคนที่ทำให้พลังของ อาจารย์บ้ากามนั่นตื่นขึ้นมางั้นสิ?

 

โทโมเอะ “โห~” ขึ้นมาพร้อมมองไปด้วยแววตาชมเชย

 

“แล้ว กรันท์ คืออะไรเหรอ?” (มาโคโตะ)

 

“มันควรจะเป็นตาข้าที่ถามนะ แต่โอเค ยังไงซะข้าก็ได้รับสิทธิ์ที่จะตอบคำถามอยู่แล้ว กรันท์ หมายถึงเผ่าที่สูงยิ่งกว่าฮิวแมน มันถูกเขียนไว้ว่าเหนือกว่าฮิวแมนในทุกๆด้าน ข้ากำลังมองหาวิธีที่จะกลายเป็นมัน” (ลิช)

 

งี้นี่เอง ผมไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก แต่ว่าดูเหมือนจะมี เผ่าบางเผ่าในโลกนี้ที่ใกล้เคียงกับฮิวแมนสุดๆอยู่สินะ แต่ดูจากท่าทางแล้วจะเป็นฝ่ายที่ปกครองฮิวแมนมากกว่า ถ้าไม่ใช่แบบนั้น ก็น่าจะกลายเป็นสงครามที่รุนแรงเลยทีเดียว

<หมายถึงไม่ยอมเป็นเบื้ยล่างฮิวแมนนะครับ>

 

ในโลกนี้เราก็ได้ยินมาแค่ว่าพวกเดมิฮิวแมนกำลังสู้กับฮิวแมน แต่ไม่ยักกะได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับ ฮิวแมนทำสงครามกับพวกกรันท์เลยนี่นา

 

“ผมอยากจะถามเหตุผลที่อยากกลายเป็นกรันท์สักหน่อยแต่ว่าเรามาฟังสิ่งที่คุณอยากจะถามก่อนกันดีกว่านะครับ” (มาโคโตะ)

 

บางทีผมอาจจะได้รับผลจากท่าทางของเขาทำให้ผมใช้คำที่เป็นทางการกับเขาไปหน่อย

 

“งั้นขอข้าถามสองอย่างเช่นกันนะ รินโดไม่ใช่ชื่อของท่านงั้นรึ? แล้วก็ ท่านบอกว่าท่านคือ มนุษย์ แต่มนุษย์คือเผ่าที่เป็นตำนานของพวกฮิวแมน ทำไมท่านจึงพูดได้อย่างมั่นใจว่าท่านคือมนุษย์กัน?” (ลิช)

 

อ่า~ มนุษย์ก็เป็นรูปแบบนึงของการพูดเท่านั้นเอง ความจริงแล้วดูเหมือนผมเองก็เป็นฮิวแมนเหมือนกัน แต่ว่าร่างกายของผมมันตรงตามสเปคที่เทพธิดาแมลงนั่นต้องการตัว นางก็เลยเรียกผมว่ามนุษย์เท่านั้นเอง เดี๋ยวนะ เทพธิดานั่นน่าจะรู้เรื่องพ่อแม่ผมนี่หว่า แล้วไหงยังเรียกผมว่ามนุษย์กัน?

 

ผมสังเกตเห็นแสงในแววตาของลิชที่วูบลงสว่างขึ้นเพื่อจับตาดูผมอย่างละเอียด ผมกลับมาสู่ความจริงหลังจากจมไปสู่ห้วงของความคิด

 

“ไรโดคือชื่อของผมตอนที่ใช้สมัครกิลนักผจญภัย แน่นอนว่ามันคือนามแฝง เหมือนกับชื่อที่ยืมมาเฉยๆ อ่า เหรอจะพูดว่ามันคือชื่อปลอมก็ได้นะ <อ้อมค้อมชิหาย> ชื่อมาโคโตะ มิสุมิที่ผมบอกไปเมื่อกี้คือชื่อจริง ส่วนเรื่องที่ผมเรียกตัวเองว่ามนุษย์นั้น เป็นสิ่งที่เทพธิดานั่นใช้เรียกผม แม้แต่ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดนักหรอก..” (มาโคโตะ)

 

“ท่านเทพธิดาเรียกท่าน?! มันเป็นไปได้อย่างงั้ยเรอะ?” (ลิช)

 

“ผมบอกได้แค่ว่ามันคือเรื่องจริง ถ้าจะให้แสดงสิ่งที่น่าจะพอเป็นหลักฐานได้ล่ะก็ ผมไม่สามารถพูดภาษาที่เรียกว่าภาษากลางได้ ดูเหมือนจะเป็นเพราะว่าผมไม่ได้รับพรของเทพธิดา แต่กระนั้นผมได้รับพลังที่สามารถคุยกับพวกอมนุษย์ทั้งหมดได้ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงสามารถคุยกับคุณได้โดยไม่มีปัญหาอะไร” (มาโคโตะ)

 

“จะว่าไปหลังจากที่ท่านพูดถึงเรื่องนี้ พวกเราคุยกันเป็นธรรมชาติมากซะจนข้าไม่ทันสังเกตเลย ถ้าจะมองว่ามันเป็นหลักฐาน งั้นข้าก็ได้รับคำตอบแล้ว ถ้าเกิดว่าตัวท่านมีคำถามอื่นอีก ก็เชิญได้เลย” (ลิช)

 

ฮืม...ดูเหมือนว่าตอนนี้เขายินดีที่จะให้ความร่วมมือในการตอบเป็นอย่างดีแล้ว บางทีอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายอยากจะถามอะไรเพิ่มก็ได้แฮะ...

 

งั้นลองถามว่าทำไมเขาอยากกลายเป็นกรันท์ดีกว่า

 

ไม่สิ ก่อนหน้านั้น ยังมีประเด็นอื่นที่ต้องถามอยู่

 

“ก่อนที่เราจะสู้กัน นายฆ่าคนของพวกยักษ์ป่าไปคนนึงใช่ไหม ถ้าผมจำไม่ผิดชายคนนั้นเรียกแทนตัวเองว่าเป็นลูกของคนเก่าแก่ และถ้าผมจำไม่ผิดคุณพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ นังผู้หญิงนั่น ใส่ชายคนที่ตายสินะ ผมขอทราบถึงเหตุผลได้ไหม?” (มาโคโตะ)

 

ใช่แล้ว คนเพียงคนเดียวที่เป็นเหยื่อของเหตุการ์ณนี้ ชายคนที่ผมและมิโอะบอกว่าผิวดูแปลกๆ..

 

เขาคือคนที่ อาคัวกับอีริส เองก็กังวลด้วย หมอนั่นชื่ออะไรนะ? วานด้า? ไม่สิ อาโดโนว

 

“หมอนั่นเรอะ..การที่ท่านสามารถจดจำคำพูดทุกคำที่ข้าพูดได้ ดูเหมือนว่าข้าจะดูถูกท่านไปหน่อยสินะท่านมาโคโตะ ข้าไม่ได้รู้สึกผิดอะไรหรอกนะมันก็เหมือนการแย่งของจากมือเด็กนั่นแหละ แต่เจ้าหมอนั่นมันเป็นสปายนะ ท่านรู้ไหม?” (ลิช)

 

“สปาย?” (มาโคโตะ)

 

ผมทวนคำพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

การที่มีสปายแทรกซึมเข้ามาในหมู่บ้านของพวกยักษ์ป่าเนี่ย มันมีเหตุผลอะไรกันนะ..?

 

“ใช่แล้ว สปาย ไม่สิควรจะใช้คำว่าพวกแปรพรรคน่าจะเหมาะกว่า เจ้าหมอนั่นเป็นทูตในกลุ่มของพวกยักษ์ป่า มีหน้าที่ติดต่อกับพวกเผ่าอื่นๆน่ะ แต่แล้วหมอนั่นก็ไปถูกใจพลังอย่างนึงทำให้หมอนั่นตัดสินใจที่จะเคลื่อนไหวโดยมองว่าเพื่อผลประโยชน์ของหมู่บ้าน” (ลิช)

 

ถ้าเกิดว่าหมอนั่นอยู่ในตำแหน่งที่ได้ติดต่อกับเผ่าอื่นๆอยู่เสมอๆ มันก็คงไม่ใช่เรื่องยากที่หมอนั่นจะได้คุยกับเผ่าที่ชวนให้หมอนั่นแปรพักล่ะนะ พวกนั้นรู้ถึงพลังและความสามารถของพวกยักษ์ป่าด้วยเหมือนกันงั้นเรอะ?

 

จากมุมมองของอาโดโนวคุงก็คงมองว่าตัวเองทำถูกต้องแหละนะ แม้ว่ามันจะทำให้ AB (อาคัวกับอีริส) สงสัยก็ตามที

 

“ตอนที่นายพูดว่า นังผู้หญิงนั่น นายหมายถึงพลังบางอย่างที่อยู่เบื้องหลังเจ้าหมอนั่นงั้นเหรอ..?” (มาโคโตะ)

 

“ใช่แล้ว มันอาจจะเป็นคำตอบหลายๆอย่างที่ท่านอยากจะรู้ก็ได้ ผู้หญิงคนนั้นคือแม่ทัพจากเผ่าเดม่อน ตัวข้าไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกว่าเป็นใคร แต่ว่าก็เป็นพวกกองกำลังของเผ่าเดม่อนนั่นแหละ” (ลิช)

 

ว้าว! เผ่าเดม่อน ที่น่าจะมีกองทัพหลักอยู่ที่ทางเหนือของทวีป ดูเหมือนจะยื่นมือเข้ามายังชายแดนของโลกนี้ด้วยแฮะ จะว่าไปข้อมูลพวกนี้จะไม่ใช่เรื่องอันตรายที่จะรู้เรอะ?

 

อ่า..แต่พวกที่อยู่ตรงประตูอาณาเขตของเชน(โทโมเอะ) ก็เป็นพวกเผ่าเดม่อนด้วยนี่นะ เจ้าพวกนั้นก็ดูไม่เหมือนพวกที่ออกเดินทางเพื่อฝึกฝีมือซะด้วยแต่ดูเหมือนจะเป็นพวกของกองทัพเดม่อนมากกว่า...

 

“นางเป็นผู้หญิงที่ข้าไม่ค่อยถูกชะตาด้วยนัก ดูเหมือนว่านางจะส่งทหารไป5คนไปยัง ดินแดนรกร้าง [WasteLand] แต่การติดต่อของทั้ง5คนหายไป พวกนั้นดูเหมือนจะรีบด้วยเพราะสงครามกำลังเกิดขึ้นนี่นะ” (ลิช)

 

5คน? รึว่า...พวกนั้นจะเป็นพวกเดียวกันจริงๆ?

 

“การที่นายตอบคำถามมากขนาดนี้ จะไม่เป็นไรเหรอ” (มาโคโตะ)

 

“ข้าไม่ได้เป็นพวกของเผ่าเดม่อนดังนั้นข้าไม่แคร์ ข้าก็ไม่ค่อยพอใจกับพวกเผ่าเดม่อนเท่าไหร่ นี่ข้าไม่ได้บอกท่านรึว่าข้าไม่ค่อยชอบนิสัยของผู้หญิงคนนั้นน่ะ” (ลิช)

 

“ขอบคุณมากเลย งั้นตาคุณถามแล้วล่ะ” (มาโคโตะ)

 

“อืม..ข้ามีคำถามอยู่สองคำถาม และข้าอยากจะถามมันพร้อมกัน ดังนั้น ท่านถามต่อได้เลย” (ลิช)

 

ไม่คิดว่าหมอนี่จะเป็นคนที่ซื่อตรงขนาดนี้แฮะ บางที่เขาอาจจะเป็นพวกนักวิชาการตอนที่ยังมีชีวิตก็ได้นะ…

 

“อืม..ต่อให้นายพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่สิ่งที่ผมอยากจะถามก็คงเป็นเหตุผลที่อยากจะกลายเป็นกรันท์ล่ะมั้ง แล้วหลังจากนั้นก็มีเรื่องที่อยากจะให้คุณทำให้หน่อย” (มาโคโตะ)

 

ดูเหมือนเขาไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่แฮะ...

 

“ฮืม...เรื่องนั้น...คำถามนั่น ข้าไม่สามารถบอกท่านได้...ข้าขอโทษจริงๆ แล้วเรื่องที่ท่านจะวานข้าคืออะไรรึ?” (ลิช)

 

เห็นไหม? นี่เป็นเหตุผลที่ผมค่อนข้างชอบเขาเป็นการส่วนตัวล่ะนะ การที่ตอบว่า “ข้าไม่สามารถบอกท่านได้” ในสถานการ์ณที่ไม่แปลกที่จะถูกฆ่าเนี่ย โคตรเจ๋งเลย

 

“ผมเชื่อว่าคุณเป็นคนที่มีความรู้กว้างขวางในเรื่องเวทมนตร์ ผมยินดีที่ข้าจ่ายเงิน ดังนั้นผมอยากจะให้คุณมอบหนังสือเวทยมนตร์พวกนั้นให้ผมสักหน่อย” (มาโคโตะ)

 

ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรหรอก

 

ผมรู้สึกว่าการเรียนรู้เวทมนตร์จากเอม่าซังเริ่มที่จะตันแล้ว ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากที่จะลองเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอื่นๆบ้าง

 

แล้วก็ภาษาที่ลิชตนนี้ใช้ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แถมเขาดูเหมือนว่าจะมีหนังสือมากมายด้วย ผมไม่ซีเรียสว่ามันจะเป็นเรื่องราวพื้นๆแบบไหน ยังไงผมก็ต้องการมันอยู่ดี

 

“....ท่านกำลังล้อข้าเล่นเรอะ?” (ลิช)

 

“ฮะ?” (มาโคโตะ)

 

“ท่านมาโคโตะสามารถสร้างเวทมนตร์ที่ส่งผลร้ายกาจ มันคือพลังที่สุดยอดกว่า เหนือกว่า และส่งผลดีกว่า ในเมื่อท่านสามารถใช้พลังแบบนั้นได้ เหตุใดท่านจึงยังต้องการความรู้และเวทมนตร์ของข้าอีก?” (ลิช)

 

โอ้ ดูเหมือนเขาจะอารมณ์เสียแฮะ สีแดงที่ดวงตาของเขาวูบวาบลงอย่างเห็นได้ชัดเลย

 

ไม่ไม่ไม่ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรแบบนั้นเลยนะ ผมแค่อยากได้หนังสือเพิ่มเท่านั้นเองรู้ไหม?

 

ดูเหมือนโทโมเอะจะไม่สามารถอดทนและไม่สามารถยั้งเสียง อุฟุ ไว้ได้ ขำอะไรของเธอเนี่ย!?

 

มิโอะเองก็เห็นว่ามันตลกเหมือนกัน ไหล่ของเธอสั่นเห็นชัดเลย

 

“มะ-ไม่ บอกตามตรงผมแค่อยากเรียนรู้มันเพิ่ม ตำราเวทย์ที่ผมมีก็แค่แผ่นกระดาษแผ่นเดียวเท่านั้นเอง (มาโคโตะ)”

 

“..ห๊ะ?” (ลิช)

 

“ก็อย่างที่ผมบอกไปแหละ ตำราเวทย์ผมมีแค่กระดาษแผ่นเดียว ผมอยากได้ตำราใหม่เพิ่ม!” (มาโคโตะ)

 

“....งั้นท่านกำลังจะบอกอะไรข้ากัน? จะบอกว่าเวทย์ที่ท่านใช้ถูกเขียนลงบนกระดาษงั้นรึ? ท่านกำลังบอกข้าว่าท่านได้ไปพบส่วนนึงของหนังสือเวทย์ที่หายสาปสูญรึไงกัน?” (ลิช)

 

“ไม่ไม่ มันเป็นอะไรที่ผมถูกสั่งให้เขียนเพื่อสำหรับการเรียนรู้ของผมน่ะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่นี่นะ ถ้าเกิดนายโอเคผมจะเอาแบบเดียวกันให้อันนึงเอาไหม จริงสิ แลกเปลี่ยนหนังสือเวทย์ไง สนไหม?” (มาโคโตะ)

 

ผมก็แค่ขอให้เอม่าซังเขียนเพิ่มอีกแผ่นเท่านั้นเอง แบบนี้โคตรได้กำไรเลยแฮะ

 

“ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้วถ้าเกิดท่านโอเคล่ะนะ ข้ายินดีที่จะรับการเจรจานี้ ว่าตามตรงข้าคิดว่าข้าจะเป็นคนที่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้มากกว่าล่ะนะ...”

 

โอ้ จบการเจรจาแล้วแฮะ

 

“งั้น มาถึงช่วงที่ข้าจะถามล่ะนะ ในคำถามแรกท่านได้ตอบไปแล้วครึ่งนึง แต่ข้าก็อยากจะถามอีกสักหน่อย ท่านใช้เวทมนตร์ อะไรในการจัดการข้ากัน? ท่านใช้พลังแบบในทำให้เวทมนตร์ของข้าถูกกลืนกินได้?” (ลิช)

 

อ่า...เป็นธรรมดาที่พวกฉลาดๆจะไม่เข้าใจเรื่องนี้นี่นะ…

 

“เวทย์นั่นสร้างขึ้นจากคุณสมบัติของความมืดเพียวๆเลย เป้าหมายที่โดนจะถูกย่อยสลาย ดังนั้น ลิช ผมแค่กำหนดเป้าหมายไว้ที่คุณเท่านั้นเอง” (มาโคโตะ)

 

“ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่ท่านพูดเลย” (ลิช)

 

“ไม่ใช่ว่านายเพิ่งจะพูกถึงความสามารถของพลังเวทย์สาย ความมืด เมื่อไม่นานมานี้เหรอ” (มาโคโตะ)

 

“ดูดกลืน...ไม่...ข้าพูดอะไรนะ? กลืนกินเวทมนตร์ ท่านหมายถึงเรื่องนี้รึ?” (ลิช)

 

“ใช่เลย นั่นแหละคำตอบล่ะ” (มาโคโตะ)

 

“แต่การทำแบบนั้นมันไม่เปล่าประโยชน์เรอะ ใช่พลังเวทย์ใส่คาถาที่ถูกร่ายไปแล้วน่ะ? ถ้าท่านพยายามที่จะแยกส่วนด้วยวิธีนั้น มันจะทำให้สิ้นเปลืองพลังเวทย์มากเกินไป เหนือสิ่งอื่นใด พลังเวทย์ที่ห่อหุ้มร่างเอาของผู้ใช้ โดยใช้แค่พลังเวทย์สายความมืดเพื่อลบคาถา มันน่าจะได้ผลต่ำมากเลยนะ” (ลิช)

 

“นายพูดถูกแล้ว” (มาโคโตะ)

 

“จากที่ข้าคำนวนดู มันน่าจะต้องใช้ประมาณ10ถึง15ครั้งหรือมากกว่านั้น มันน่าจะสิ้นเปลืองมากถ้าจะทำแบบนั้น” (ลิช)

 

“.... นี่ท่านมาโคโตะบ้ารึเปล่า?” (ลิช)

 

“ทำไมพูดจาโหดร้ายแบบนั้น ยังไงซะเรื่องที่นายแพ้ก็เป็นความจริงนะ” (มาโคโตะ)

 

“คิดอะไรได้ก็ทำทันที ใช้พลังเวทย์อย่างสิ้นเปลืองราวกับเทน้ำทิ้งแถมยังกลืนกินพลังเวทย์ที่ข้าสร้างขึ้น...” (ลิช)

 

“ช่าย ตามนั้นแหละ” (มาโคโตะ)

 

ความรู้สึกเงียบแบบแปลกๆได้ปรากฎขึ้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มคุยเลยที่บรรยากาศเป็นแบบนี้

 

แต่มันก็เป็นเรื่องจริงนี่นา..

 

“หึหึ...หึหึหึ...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!” (ลิช)

 

เขาเริ่มที่จะหัวเราะด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง? กระดูกของเขากระทบกันดัง แกร่กแกร่ก  แต่ผมก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะเสียงหัวเราะของเขาเหมือนกับเขาจะเสียสติไปแล้ว

 

อะไรกัน? ความมีเหตุผลของหมอนี่บินไปแล้วเรอะ? รึเพราะว่าทั้งร่างถูกสร้างด้วยกระดูกล้วนๆ ทำให้สติมันบินออกไปง่ายๆกัน

<ท่อนนี้ผมค่อนข้าง งงครับ>

 

อ่า...เขาหยุดแล้ว..

 

“อย่ามาล้อข้าเล่นนะเว้ยไอ้หนู นี่แกกำลังจะบอกว่าแกมีชาติกำเนิดจากสปิริตหรืออะไรแบบนั้นรึไงกัน!?” (ลิช)

 

“หุปปากซะ ไอ้กะโหลก แกกล้าดียังไงมาเรียกนายน้อยว่าไอ้หนู..?” (โทโมเอะ)

 

“การที่เปรียบเทียบท่านนายน้อยในระดับเดียวกับพวกสปิริตกระจอกนั่น อยากจะให้ฉันแยกส่วนร่างกายแกแล้วเอาไปใช้เป็นเหยื่อล่ออะไรสักอย่างไหม?” (มิโอะ)


 

ในช่วงเวลาที่ลิช ยืนขึ้นและระเบิดความโกรธของตัวเองออกมา หลังจากนั้นหมอนั่นก็นิ่งยังกับถูกแช่แข็งทันที

 

พูดก็พูดถ้าเกิดว่านั่นเป็นจุดอ่อนล่ะก็ โทโมเอะชักดาบของเธอออกมาพร้อมกับจอไปยังคอของลิชซะแล้ว

 

แถมมิโอะเองก็ไปโผล่ด้านหลังของกระดูกนั่นและยังเอาพัดของเธอไปจ่อใกล้ๆกับกระดูกสันหลังที่เชื่อมกับช่วงคออีกต่างหาก

 

ไวโคตร สองคนนี้ถ้าร่วมมือกันจริงๆนี่สุดยอดเลย นี่ไปฝึกมาตอนไหน?

 

แววตาของทั้งคู่ค่อนข้างน่ากลัว แต่ว่าทั้งคู่ยังไม่ได้ทำอะไรรุนแรง ตอนนี้พวกเธอยังยั้งการโจมตีไว้อยู่

 

บางทีพวกเธออาจจะข่มอารมณ์โกรธของเธอไว้เต็มที่เลยมั้ง? อืม… ยังหนาวสันหลังแล้วสิ

 

ยังไงก็แล้วแต่ เราคงไม่สามารถปล่อยให้สถานการ์ณเป็นแบบนี้ต่อไปได้

 

ผมหยุดทั้งสองคนแล้วแยกออกจากหมอนี่

 

“อ่า...ผมต้องขอโทษที่ผู้ติดตามคงผมทำตัวเสียมารยาทด้วย” (มาโคโตะ)

 

หลังจากขอโทษจบผมอยากจะชวนให้เขานั่งต่อแต่ดูเหมือนว่าเขาจะนั่งลงอย่างรวดเร็ว แทนที่จะพูดว่านั่ง ใช้คำว่าล้มลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงนั้นพอดีมากกว่า

 

“นี่แก!” (มิโอะ)

 

ดูเหมือนว่ามิโอะโกรธขึ้นมาอีกครั้งจากเหตุที่เกิดขึ้นและกำลังจะจัดการ แต่เท่าที่ดูแล้วเหมือนจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นผมเลยหยุดเธอไว้ ผมดีใจมากเลยนะที่เธอคิดถึงผมมากขนาดนี้แต่…

 

ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากจะให้เธอนำความโกรธไปลงกับพวกศัตรูแทนที่จะเอาไปลงกับพวกที่เสียมารยาทนะ ผมจะดีใจมากเลยถ้าเธอพยายามจัดการทุกอย่างด้วยความใจเย็นนะ...

 

“นายน้อย ให้ข้าจัดการไหม?” (โทโมเอะ)

 

“โทโมเอะ...ผมอยากจะให้เธออย่าเพิ่งทำอะไรก่อนได้ไหม?” (มาโคโตะ)

 

“ไม่ เรื่องนี้เกี่ยวกับประเด็นหนังสือเวทย์น่ะ” (โทโมเอะ)

 

เรืองนั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าเราคุยเรื่องนั้นจบไปแล้วรึไง? เดี๋ยวผมจะให้เอม่าซังก๊อปใบและเอาให้หมอนั่นไป เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับหนังสือจำนวนนึง มันมีปัญหาอะไรตรงไหนรึไงหว่า?

 

“เรื่องอะไรเหรอ?” (มาโคโตะ)

 

ในช่วงที่ผมพยายามระงับอาการขุ่นเคือง ผมให้เธอพูดต่อไป ตอนนี้ผมอยากจะหาทางทำให้ลิชใจเย็นลงมากกว่านะ

 

“ข้าคิดว่าแทนที่จะเอามาแค่บางส่วน นายน้อยควรเอามาทั้งหมดเลย สำหรับคนแบบหมอนี่แล้วเนี่ย..” (โทโมเอะ)

 

“ฮะ!???” (ลิช)

 

อย่าพูดอะไรให้สถานการ์ณมันแย่ลงสิฟะ! ไม่ให้หน้าตกใจของลิชนี่เรอะ!?

 

“อะไรกัน ข้าแค่คิดว่าเขาจะยินดีมอบให้ด้วยความเต็มใจซะอีก” (โทโมเอะ)

 

“เธอนี่นะ...ช่วยเงียบก่อ...” (มาโคโตะ)

 

“ไม่นะนายน้อย ข้าคิดว่าสิ่งที่เขาอยากจะรู้ ข้าอาจจะพอรู้อยู่ โทษทีที่อาจจะพูดช้าไปหน่อยแต่ถ้านายน้อยอนุญาต ข้าสามารถทำให้นายน้อยสมหวังได้และอาจจะได้อะไรมากกว่านั้นด้วย” (โทโมเอะ)

 

“...จริงนะ...นี่เธอพูดจริงๆนะ” (มาโคโตะ)

 

ยังไงซะตัวเธอเองก็ทำตัวไม่ดีเท่าไหร่ ความโกรธที่เธอมีทำให้ผมนึกถึงมิโอะอยู่เหมือนกัน

 

ในช่วงที่อยู่ในหมู่บ้านของพวกยักษ์ป่า เธอก็ทำตัวเย็นชา แล้วก็...ผมดูไม่ค่อยออกว่าช่วงเวลาไหนที่เธอกำลังโมโหอยู่

 

ตอนที่เธอชักดาบออกมาก็เหมือนกัน

 

เมื่อไม่มีอะไรที่ทำให้นึกถึงฉากญี่ปุ่นย้อนยุคที่เธอชอบ เธอก็หมดความสนใจในสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่เร็วมาก ยิ่งถ้าเทียบกับสิ่งที่ลิชในเรื่องไร้มารยาท ยัยพวกนี้แย่ยิ่งกว่านั้นเยอะ <คงหมายถึงทำตัวไม่ค่อยมีมารยาท>

 

อย่าบอกนะว่าพวกเธอจะใช้ยาแบบที่บางกลุ่มใช้ในการฝึกทหารอะไรแบบนั้นน่ะ ไม่สิ เรื่องแบบนั้นคงไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก

 

ว่ากันตามตรงถ้าเกิดใครสักคนเป็นพวกเร่าร้อนไปผมคงทนได้ แต่ถ้าเกิดวิวัฒนาการกลายเป็นแบบไอ้บ้ากามนั่น(มอนโด) ผมขอตายดีกว่า AB(อาคัวกับอีริส) ยังดูเป็นพวกธรรมดาๆ แต่แบบไอ้บ้านั่นไม่ไหวจริงๆ

 

มันมีเหตุผลอะไรที่เธออยากได้พวกนั้นมากขนาดนี้ไหมนะ? ผมคิดว่าเธอแค่อยากได้นินจาซะอีก แต่บางทีเธออาจจะมีอะไรในใจอยู่รึเปล่านะ? ถึงแม้ว่าเธอคนนี้จะเป็นผู้ติดตามของผม แต่ก็ยังเป็นถึงมังกรอยู่ดี เธอมีชีวิตอยู่มานานทำให้มุมมองของเธอต่างจากผมมากก็ได้

 

มันอาจจะเร็วเกินไปที่ผมจะเข้าใจทุกๆอย่างที่เธอคิดและทำให้เธอทำตามคำสั่งของผม โดยเฉพาะงานอดิเรกของเธอ ผมเองก็พอเข้าใจที่เธอทำตามงานอดิเรกที่เธอชอบล่ะนะ

 

“แน่นอน ตัวข้าคือผู้ติดตามของนายน้อย ไม่มีทางที่ข้าคิดจะทรยศท่านโคมอน* และตราบชั่วชีวิตข้าไม่มีทางสังหารนายตัวเอง ข้าคือคนที่จะติดตามโชกุนของข้าไปจนกว่าจะสุดทาง ดังนั้นเชื่อข้าเถอะ...”

<*น่าจะเป็นใครสักคนในละครย้อนยุคคับ>

 

โทโมเอะโค้งหัวลง..ถ้าเธอจะพูดขนาดนั้นล่ะก็..

 

ผมพยักหน้าตกลงและเชื่อในตัวเธอ โทโมเอะอาจจะพูดอะไรที่ผมยังไม่รู้ก็ได้ ผมคาดหวังว่าอย่างงั้นล่ะนะ…




NEKOPOST.NET