[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 54 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.54 - ป่าลงทัณฑ์


[* ขอเกริ่นก่อนว่า แปลตอนนี้มันเหนื่อยมากครับ แต่ละคนมันพูดวนไปวนมาอะไรก็ไม่รู้ จนผมปวดหัวไปหมด แต่ก็จะพยายามกรองๆให้อ่านแล้วเข้าใจได้นะครับ ถึงแม้ว่าบางส่วนอาจจะยังงงๆอยู่ก็เถอะ และขอโทษที่แปลช้านะครับ ขอให้สนุกกับการอ่านครับ ]

-------------------------------------------------


ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ในสถานที่ซึ่งพวกยักษ์ป่าใช้ตัดสินโทษของผู้กระทำผิด มันมีชื่อว่า 'ป่าลงทัณฑ์'

เหล่ายักษ์ป่าต่างขอโทษกันอย่างยกใหญ่ จากนั้นก็เปิดเผยให้ผมรู้ว่าพวกเขาตั้งใจจะประหารผมในคืนนี้

ภาพลวงตาเช่นการเต้นรำและการร้องเพลง (แต่ดูเหมือนจะมีความหมายบางอย่างซ่อนเร้นอยู่) จากนั้นก็ทำให้สติเลือนลางด้วยแอลกอฮอร์เพื่อจับกุมตัวคุณ แล้วก็เริ่มต้นการประหาร.. ทั้งๆที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้แก่ศัตรูมาก่อนแล้ว แต่ยังอยากที่จะโค่นศัตรูลง มันเป็นความคิดที่น่ากลัวจริงๆ

... มันแย่มากๆ เพราะผมไม่ทันรู้สึกตัวเลย

เมื่อพวกเราพูดถึงการลงทัณฑ์หลวง มันฟังดูเหมือนโทษประหารประเภทหนึ่งไม่มีผิด เขาจะจับตัวคุณไปขังไว้ตลอดกาลจนกว่าคุณจะตาย ยังไงก็ตาม ดูเหมือนว่าการลงทัณฑ์หลวงของพวกยักษ์ป่าจะไม่ใช่แบบนั้น

" โฮ่~! รื้อฟื้นการลงทัณฑ์พรรค์นั้นขึ้นมาใหม่งั้นรึ? ข้าสงสัยเหลือเกินว่าทำไมพวกเขาถึงยังใช้วิธีนี้อยู่ " (โทโมเอะ)

ดูเหมือนโทโมเอะจะรู้จักมันมาก่อน มันทำให้เธอตกใจมากหลังจากได้ยินมันจากปากของพวกเขาว่า พวกเขาตั้งใจที่จะใช้ 'ป่าลงทัณฑ์' กับผม.. เธอเล่าให้ผมฟังว่า มันเป็นการลงโทษในยุคโบราณซึ่งน่าจะเลิกใช้ไปนานแล้ว

ผมยอมแพ้ไปแล้วก็จริง แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่ได้ฆ่าฮิวแมนทุกคน และผู้ที่แข็งแกร่งจริงๆเพียงน้อยนิดเท่านั้น ที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงหมู่บ้านแห่งนี้

เฮ้อ~ คิดอีกกี่ครั้งมันก็ยังเลวร้ายเหมือนเดิม ผมสรุปสถานการณ์ตามใจตัวเอง จนไม่คิดที่จะสำรวจอะไรในหมู่บ้านเลย หนำซ้ำยังทิ้งทุกอย่างให้มิโอะทำ.. ตัวผมมันน่าสมเพชจริงๆ

ลองยกตัวอย่างแบบนี้ดูนะ ถ้าหากคุณเล่น SLG หรือ RPG เป็นครั้งแรก และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย คุณก็จะยังเข้าไปบู๊ราวกับ ลีรอย เจนกิ้นส์* สุดท้ายก็ตายอย่างอนาถ.. ในเกมซึ่งคุณสามารถเซฟโหลดกี่ครั้งก็ได้ ไม่ว่าใครก็ต้องคิด "โยโล่!" แล้วตายเกิดเรื่อยๆ แต่ว่า...
[* Leroy Jenkins ]

ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีฮิวแมนทุกขังไว้ที่นี่อยู่เยอะแบบนี้

มันเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของผม

เช้าวันต่อมา พวกเขานำทางผมไปยังสถานที่ซึ่งใช้ในการสำเร็จโทษ มันทำให้ผมรู้ว่าการลงทัณฑ์ของพวกยักษ์ป่าทั้งเยือกเย็น ไร้หัวใจ และน่ากลัวมากแค่ไหน

พวกแก.. กล้าพูดได้ยังไงว่าเวทย์ธาตุมืดของผมซึ่งใช้สลายเวทมนตร์มันน่ารังเกียจ ทั้งๆที่พวกแกใช้การลงทัณฑ์พรรค์นี้เนี่ยนะ?

ยังไงก็ตาม ผมไม่คิดว่าพวกฮิวแมนคือกลุ่มคนซึ่งมอบชื่อเผ่าให้พวกเขาหรอก แต่ผมก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ทำไมพวกเขาถึงมีชื่อว่า 'ยักษ์ป่า'

นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดก่อนจะเดินทางมาถึงหมู่บ้านของพวกเขา

การใช้ชีวิตของพวกเขาคือการปกป้องอาณาบริเวณรอบๆผืนป่า หรืออย่างน้อยมันก็เป็นความประทับใจแรกของผม.. เป็นทั้งช่างตัดไม้ นักล่า หรือแม้แต่ช่างไม้..  ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมพวกเขาถึงละทิ้งความสามารถในการพูดคุยกับพวกสปิริต รวมไปถึงพวกต้นไม้

เพราะไม่ว่าจะมองยังไง พวกเขาก็คือเผ่าเอลฟ์ซึ่งอาศัยอยู่ในป่านี่นา

ถึงมันจะฟังดูดีไปหน่อยก็เถอะ

วนศาสตร์คือสิ่งที่อธิบายตัวตนของพวกเขาได้อย่างชัดเจน เพราะว่าพวกเขาคิดว่าต้นไม้ พุ่มไม้ รวมไปถึงทุกๆอย่างที่เติบโตขึ้นบนผืนป่า คือ "สิ่งที่ควรค่าแก่การรักษา" แถมพวกเขายังไม่ได้ทำมันไปเพราะความเชื่อทางศาสนาหรือการผูกมิตรกับผืนป่าอีกด้วย

การได้ยินเสียงของพวกเขา เข้าใจสิ่งที่พวกเขาคิด รวมไปถึงพูดคุยกับพวกเขา

ถ้าหากพวกยักษ์ป่ามีสิ่งนั้น  ภาพลักษณ์ของพวกเขาก็จะแย่ลงทันที

ความสามารถในการคุยกับพวกสัตว์เพื่อใช้เป็นอาหาร สามารถสื่อสารกับพวกพืชเพื่อการเกษตร.. ถ้าหากคุณถามผมว่าความสามารถพวกนั้นมันจะมีประโยชน์หรือไม่...

สำหรับผมแล้ว มันเป็นไปไม่ได้.. ผมยอมรับไม่ได้หรอก

ยิ่งไปกว่านั้น ป่าลงทัณฑ์ แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่มันก็ยังให้ภาพลักษณ์ของพวกเอลฟ์ซึ่งปกปักษ์รักษาผืนป่าอยู่ดี

ความหนาของต้นไม้และพุ่มไม้ซึ่งขยายตัวออกตรงหน้าผม

สาเหตุที่ผมไม่เรียกมันว่าป่าก็มีเหตุผลอยู่ เพราะระยะเวลาในการโตมันถูกกำหนดไว้ จึงทำให้มันดูเหมือนป่าซึ่งสร้างขึ้นด้วยมือของมนุษย์มากกว่าป่าตามธรรมชาติ

ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันยังเติบโตอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีต้นใดเลยที่เติบโตผิดแผกจากต้นอื่นๆ

และข้างใต้ของต้นไม้ทุกต้นนั้น จุดที่ใช้ปลูกมันค่อนข้างแปลกทีเดียว

ปกติแล้วควรจะมีหญ้าหรือใบไม้แห้งอยู่ แต่กลับไม่มีสิ่งที่เป็นหลักฐานบ่งบอกเลยว่ามันโตขึ้นที่จุดนั้น

ดินที่ใช้ปลูกคือดินจากแดนรกร้างซึ่งผมเคยเดินผ่านมาก่อน

" นี่คือ ป่าลงทัณฑ์ เหรอครับ? "

อยู่ดีๆผมก็พูดอย่างสุภาพโดยไม่ได้ตั้งใจ

" ทั้งหมด..นี่? " (มาโกโตะ)

ผมตกใจมาก แต่ดูเหมือนโทโมเอะและมิโอะจะไม่ตกใจเลย.. โทโมเอะรู้จักมันอยู่แล้ว ดังนั้นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ไม่อยากเชื่อเลยว่ามิโอะเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะตกใจ.. ดูเหมือนมาตรฐานของชาวต่างโลกอย่างผมจะแตกต่างจากคนในโลกนี้สินะ? แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่แปลก

ป่าลงทัณฑ์

การลงทัณฑ์หลวงซึ่งมอบผลประโยชน์ให้แก่พวกยักษ์ป่า

เป็นทักษะเฉพาะตัวของพวกเขา ซึ่งสามารถใช้มันกับเผ่าพันธุ์ใดก็ได้ซึ่งมีพลังเวทย์ในปริมาณที่เหมาะสม

สรุปง่ายๆคือ มันเป็นการลงทัณฑ์ที่จะ "เปลี่ยนร่างกายของคุณให้กลายเป็นต้นไม้"

ผู้ที่โดนมันจะสูญเสียความนึกคิดทั้งหมด และถ้าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ คุณก็จะสูญเสียความทรงจำด้วยเช่นกัน.. หลังจากกลายเป็นต้นไม้ (หลายปีไปจนถึงหลายสิบปี) ในเมื่อความรู้สึกของคุณยังอยู่เพราะวิญญาณของคุณยังอยู่ในต้นไม้ เมื่อกิ่งไม้หัก เปลือกไม้หรือทุกๆส่วนของต้นไม้ได้รับความเสียหายใดๆ คุณก็จะยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่.. มันคือฝันร้ายดีๆนี่เอง

เมื่อพวกเขาคิดจะใช้มัน มันก็จะแสดงผลทันที และเมื่อมันถูกส่งผ่านเข้ามาในร่างกายคุณเมื่อไหร่ ไม่กี่วินาทีต่อมาคุณก็จะกลายเป็นต้นไม้.. พวกเขาคิดค้นวิธีลงโทษแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง?

" ครับ เพราะมีคนอยู่มากซึ่งจงใจทำลายผืนป่า รวมไปถึงคนซึ่งบุกรุกเข้ามาอย่างไร้เหตุผล "

หนึ่งในผู้อาวุโสเล่าให้ผมฟังราวกับมันเป็นเรื่องปกติ

" มันเป็นความสามารถของพวกเราที่หายสาบสูญไปนานแล้ว แต่คนที่อยู่ตรงนั้น... "

ในตำแหน่งที่เขาชี้นิ้วไป มีคนหัวทึบคนหนึ่งซึ่งอ่อนแรงเต็มที กำลังถูกหิ้วปีกไปด้วยไล่ของ ก และ ข

" บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรพบุรุษ พลังของเขาก็เลยตื่นขึ้นมา ทำให้ป่าลงทัณฑ์กลับมาอีกครั้ง "

" งี้นี่เอง.. เป็นเพราะสายเลือดหรือไม่ก็ความรู้เรื่องธาตุของเขามันพิเศษกว่าคนอื่นสินะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่ใช้ได้สำเร็จ น่าตกใจจริงๆ " (โทโมเอะ)

โทโมเอะเหมือนจะมั่นใจในอะไรบางอย่าง และพยักหน้าหลายครั้ง

" รวมไปถึงเรื่องที่บาเรียของพวกเราอ่อนแรงลง ทำให้มีผู้บุกรุกโผล่เข้ามาในดินแดนและหมู่บ้านของพวกเราอย่างไม่ขาดสาย พวกเราจึงมอบหน้าที่ป้องกันให้พวกเขาจัดการ "

หัวหน้าหน่วยจู่โจมงั้นรึ?

แน่นอนอยู่แล้ว คนจำพวกนั้นเป็น... จะว่ายังไงดี...

พวกเขามีพละกำลังเหนือคนธรรมดาและพึ่งพาได้ ถ้าหนึ่งในพวกเขาชูธงขึ้น มันก็จะดูเหมือนทหารอารักขาองค์ราชาไม่มีผิด เป็นพวกสมองทึบ เป็นพวกใจร้อน และมีสันชาตญาณที่เป็นเลิศ ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังชอบวางแผนก่อนล่วงหน้า และมีเนื้อเยื่อสมองหลายประเภท เป็นเหมือนคนเจ้าเล่ห์.. ผมหวังจริงๆว่าพวกยักษ์ป่าจะไม่ใช่คนแบบนั้น
[* ขอบ่นหน่อยเถอะ พูดข้ามไปข้ามมา ใช้คำว่า They เยอะเกินจนผมไม่รู้ว่าพูดถึงใครบ้าง ทั้งแปลยากและปวดหัวมากครับ ]

ครั้งนี้ สถานการณ์มันน่าสิ้นหวังมาก เพราะพวกเขาสองคนซึ่งควรจะตายไปแล้ว กลับมีชีวิตรอด

ส่วนนาง ก และ ข ถ้าหากผมยอมให้พวกเธอตามมาด้วยเรื่อยๆ มันก็คงจะทำให้ผมเหนื่อยจนขาดใจในไม่ช้า.. บางทีในฐานะที่พวกเธอเป็นผู้ช่วยของชายคนนั้น พวกเธอก็เลยให้เขาเกาะไหล่ของพวกเธอแล้วเดินไป ไม่ใช่แค่นั้น พวกเธอยังแสดงสีหน้าว่าเป็นห่วงเขามากอีกด้วย

" ข้าเตรียมแผนรับมือในเรื่องของบาเรียไว้ให้แล้ว ไม่ต้องห่วง " (โทโมเอะ)

" ลอร์ดเช็น ขอบคุณมากจริงๆครับ.. เท่านี้ พวกเราก็ไม่ต้องกลัวภัยคุกคามจากศัตรู และสามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีกครั้ง "

ที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่ผมอยากจะอาศัยอยู่นานนัก เพราะผมทำทุกๆอย่างที่จำเป็นในหมู่บ้านนี้หมดแล้ว

ผมให้สัญญาณโทโมเอะผ่านทางสายตา และดูเหมือนเธอจะเข้าใจว่าผมต้องการจะสื่ออะไร.. มันทำให้ผมรู้สึกหดหู่

" เอาล่ะ กลับกันเถอะ! แล้วก็พวกยักษ์ป่า ตอนนี้ชื่อของข้าคือโทโมเอะ อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำหลายครั้ง " (โทโมเอะ)

" หวา! ครับผม ท่านโทโมเอะ "

คำพูดของโทโมเอะเต็มไปด้วยความโกรธ

ผมพยายามสลัดความรู้สึกชวนขนลุกออกไป แต่บางที นี่อาจจะเป็นครั้งแรกเลยก็ได้ที่ผมมาเยือนสถานที่ซึ่งถูกเรียกว่า 'ลานประหาร' มันไม่ทำให้ผมรู้สึกดีเลยสักนิด

ท้ายที่สุดแล้ว ผมก็ทำแบบเดิมอีกครั้ง

ผมมองไปหาต้นไม้ทุกต้นซึ่งไม่รู้ว่าอดีตของพวกมันเป็นอย่างไร.. พวกเขาอาจจะเป็นฮิวแมน ครึ่งฮิวแมน หรืออาจจะเป็นสัตว์ร้าย

ถึงแม้ว่าผมจะใช้ [ซากาอิ] หรือให้มิโอะพยายามรักษาและปลดคำสาป พวกเขาก็ยังไม่กลับคืนร่างเดิม.. ถ้ามันเกิดขึ้นไปแล้ว แม้แต่ผมเองก็คงจะทำอะไรไม่ได้เช่นกัน.. ผมพยายามเก็บความทรงจำส่วนที่ทำให้ผมรู้ว่ามีเผ่าพันธุ์ประเภทนี้อาศัยอยู่ในโลกไว้ในส่วนลึกของจิตใจ

ผมไม่ได้คิดจะจากไปเฉยๆหรอก

พวกเขาก่ออาชญากรรม ดังนั้นพวกเขาก็สมควรได้รับการลงโทษ ถ้าเหตุผลเป็นแบบนั้นผมก็ไม่คิดจะว่าอะไร แต่มันมีโอกาสที่พวกเขาจะออกอาละวาดโดยใช้พลังนี่ในการต่อสู้ด้วยเช่นกัน

ผมไม่รู้ว่าจะทำได้รึเปล่า แต่ผมจะพยายามหาหนทางรักษามัน.. โชคดีที่ผมมีแมงมุมมือฉมังและญาติๆของเธอคอยช่วยอยู่

~ ชายสมองทึบ ~ 

ไม่รู้สึกเลยว่าไอ้ลิชน่าขยะแขยงมันใช้ร่างกายของเราเป็นรังของมัน

ความเหนื่อยล้าในระยะหลังนี้ รวมไปถึงความรู้สึกแปลกๆที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะไม่ใช่เพราะพลังในการใช้ป่าลงทัณฑ์ซึ่งตื่นขึ้นมาสินะ

ไม่สิ บางทีมันอาจจะสิงร่างของเราก่อนพลังของเราตื่นเลยด้วยซ้ำ ไม่แปลกหรอกที่ไม่มีใครสังเกต

มังกรซึ่งสร้างบาเรียให้แก่พวกเรา เช็น ได้กำจัดลิชไปแล้ว.. หมอกหนาทึบซึ่งดูคล้ายกับควัน ได้เข้าปกคลุมร่างของลิช และลบมันออกจากโลกใบนี้โดยไม่เหลือเศษซากอยู่เลย

แม้แต่ไมแอสม่าก็ไม่เหลือ มันเป็นเวทย์ชั้นสูงจริงๆ.. ตอนนี้เราเข้าใจแล้วว่า ตัวตนซึ่งถูกเรียกว่ามังกรชั้นสูง มีพลังถึงขนาดไหน

ร่างกายของเราไม่ยอมทำตามที่เราคิดเลย แต่ในที่สุดก็เดินทางมาถึงลานประหาร

มันน่าสมเพชที่เราต้องให้อาคัวและเอลิสแบกมาถึงที่นี่  แต่พวกเธอบอกว่าพลังชีวิตของเรามันค่อยๆจางหายไปเรื่อยๆหรืออะไรทำนองนั้น อยู่ในสภาพที่เสี่ยงอันตราย ผมจึงบ่นอะไรไม่ได้ แค่มีชีวิตรอดมาได้ก็ดีมากแล้ว

ขณะที่ผมกำลังพูดคุยเรื่อยเปื่อย ผมก็คอยสังเกตสาวชุดดำคนนั้น และชายสวมหน้ากาก รวมไปถึงมังกรสาว

ไม่สิ ถ้าพูดกันตามจริง คนที่เราอยากจะสังเกตมากที่สุดคือชายสวมหน้ากาก

ชายคนนั้นใช้เวทย์ลึกลับในการโค่นลิช ส่วนผู้หญิงคนนั้นเหมือนจะเป็นมังกรชั้นสูงที่ตาเฒ่าเนอกิเล่าให้เราฟังมาตั้งแต่เด็กๆ ผู้หญิงชุดดำนั่นก็เหมือนกัน ดูเหมือนเธอเองก็ไม่ใช่ฮิวแมน

แต่ชายคนนั้น เด็กคนนั้นเป็นฮิวแมนแน่ๆ.. ในเมื่อเป็นแบบนี้ สองคนนั้นกลับมีกายร่างที่เหมือนกับเขา จะบอกว่าพวกเธอสองคนเป็นข้ารับใช้ของเขางั้นเหรอ?

ไม่เข้าใจเลย

ระยะหลังมานี้ หลังจากที่กลับมาจากข้างนอก ผมก็รู้สึกระแวงชายใจร้อนคนหนึ่งอยู่เสมอ

ลูกชายของผู้อาวุโสซึ่งมีท่าทีแปลกๆ

เพราะว่าตอนนี้ร่างกายของผมกำลังอ่อนแอ การควบคุมดูแลเขตพื้นที่และปกป้องผืนป่าจึงตกไปเป็นหน้าที่ของบุคคลอื่นแทน ช่วงนี้ก็เลยได้พักอยู่ในหมู่บ้านนานขึ้น

การเคลื่อนไหวของชายคนนั้น มันเหมือนกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่างในหมู่บ้าน มันทำให้ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมกังวลมันอาจจะเป็นจริง

มีบางครั้งที่เขาปลีกตัวออกไปพบใครบางคน แต่ผมยังไม่รู้ว่าคนที่เขาคุยด้วยเป็นใคร

- ในวันนั้นเอง -

อาคัวและเอลิสกลับมาอย่างปลอดภัยโดยไร้บาดแผล พร้อมๆกับผู้บุกรุก

พูดสั้นๆก็คือ ผู้บุกรุกมันออมมือให้ แต่พวกเธอก็ยังแพ้กลับมา.. ระยะหลังมานี้ มีอยู่บ่อยครั้งที่พวกเราจะเป็นฝ่ายแพ้ จึงต้องใช้แผนล่อผู้บุกรุกให้เข้ามาในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง นี่เป็นครั้งแรกสำหรับอาคัวและเอลิสก็จริง แต่ดูเหมือนเราจำเป็นต้องฝึกพิเศษให้ทุกๆคนแล้วสินะ

ถ้าเป็นไปตามแผนเดิม ผู้บุกรุกจะต้องถูกอัดจนปางตายในงานเลี้ยง เสร็จแล้วก็ถูกโยนเข้าห้องขัง มันควรจะเป็นแบบนั้น... แต่อะโดโนะกลับเคลื่อนไหว

บางที คนที่พวกเราจับตัวมาคือคนที่เขาติดต่อด้วยบ่อยๆ?

ตอนแรกผมคิดแบบนั้น แต่ดูเหมือนสาเหตุจะไม่ใช่ เพราะเขาถามคำถามผู้บุกรุกหลายคำถาม เสร็จแล้วก็รีบไปที่ไหนสักแห่ง.. เราคาดเดาผิดงั้นรึ?

ในห้องนั้นมีแค่พวกมัน และลูกศิษย์ของผมอยู่เท่านั้น

ดูเหมือนลูกศิษย์ของผมอยากจะพาพวกเขามาหาผม

ทั้งๆที่ผมสนิทกับพวกเธอมาก แต่พวกเธอกลับไม่สังเกตเห็นผมเนี่ยนะ? ไว้ผมจะไปตักเตือนพวกเธอทีหลัง

เข้าใจแล้ว..

หมายความว่าพวกมันอันตรายมากสินะ

อันตรายถึงขั้นที่พวกเธอจะข้ามงานเลี้ยงไป แล้วพาตัวพวกมันมาที่บ้านของเราเลย

แต่ขอเปลี่ยนแผนหน่อย

เพราะผมจะเป็นคนไปหาพวกมันเอง ยังไงผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม

" โย่ว! พวกคุณคือแขกของพวกเราสินะ?! "

ผมรีบพังกำแพงแล้วเข้าไปทักทายพวกเขา

ผู้หญิงชุดดำคอยสังเกตลูกศิษย์ของผมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังจับตามองผมอยู่.. เธอเก่งมาก เป็นหลักฐานยืนยันว่าเธอแข็งแกร่ง

คนสวมหน้ากากเองก็ระวังตัวทันทีเมื่อมีเสียงดังขึ้น...หึหึ

ยังไงก็ตาม ต่อหน้าเรามันไม่มีประโยชน์หรอก!

ดูเหมือนพวกแกจะเล่นงานลูกศิษย์ของผมไว้สินะ ดังนั้น อาจารย์จะแก้แค้นให้พวกเธอเอง

" ได้ยินมาว่านายเล่นงานอาคัวและเอลิสราวกับกำลังแกล้งเด็กงั้นเหรอ? เจ๋งไปเลยนี่! เฮ้ พี่ชายตรงนั้นน่ะ จับมือ! มาจับมือกัน! "

" อาจารย์! "

ผมยิ้มออกไปกว้างๆและยื่นแขนออกไปหาชายสวมหน้ากาก ลูกศิษย์ของผมเหมือนจะเข้าใจว่าผมตั้งใจจะทำอะไร และมันทำให้พวกเธอมีสีหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันที

จากนั้น ผมก็บังคับให้ชายสวมหน้ากากจับมือกับผม

เอาล่ะ!

ป่าลงทัณฑ์ ทำงาน!

เพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ชายคนนี้ก็จะกลายเป็นต้นไม้โดยสมบูรณ์ จากนั้น...

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผมพยายามกำมือของเขาแน่นๆอีกหลายครั้ง ผมรู้สึกได้ว่าพลังงานกำลังถูกส่งผ่าน แต่ปฏิกิริยามันต่ำมาก

" ปะ-ปล่อยมือผมได้รึยัง? "

ผมรู้สึกได้ว่าแรงจากมือของเขาค่อยๆอ่อนลง อีกไม่นานแล้วสินะ? แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่มันใช้เวลานานขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

นี่มัน.. น่าสนใจจริงๆ.. ยอดเยี่ยมไปเลย สถานการณ์ไม่คาดคิดมันย่อมเกิดขึ้นได้งั้นรึ?

จากนั้นไม่นาน

มีแรงกระแทกเข้ากับข้อมือของผมอย่างแรง

พอเริ่มรู้สึกตัวถึงความเจ็บปวด ตอนนั้นก็มีอะไรบางอย่างอยู่ตรงหน้าของเรา!

ผมรู้สึกได้ถึงแรงอันมหาศาลกระแทกเข้าใส่เต็มหน้า และในตอนที่พยายามจะดึงสติกลับมา สิ่งที่ผมเห็นผ่านดวงตาก็คือ หญิงชุดดำซึ่งถือพัดไว้ในมือ

ผมถูกพัดฟาดใส่! มันเป็นความเร็วที่ไม่มีทางตอบสนองได้ทัน!

จากนั้นก็มีอาการช็อคเกิดขึ้นหลายครั้งที่หลังของผม ร่างของผมลอยออกไปตามแรงเหวี่ยง เสร็จแล้วก็ล่วงลงที่พื้น.. ในตำแหน่งที่ร่างของผมกระแทกลงไป ร่างของผมก็นอนอยู่ในลักษณะ 大 นี้

น่ากลัว ผู้หญิงคนนั้น น่ากลัวมาก!

ไม่อยากเชื่อเลยว่า เธอจะสามารถซัดเราให้กระเด็นด้วยร่างกายอันผอมบางแบบนั้นได้ เธอเป็นใครกันแน่?

ในตอนที่ผมเริ่มได้ยินเสียงของลูกศิษย์ซึ่งวิ่งตามมา ผมก็หยิบยาสูบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

- นั่นคือความทรงจำสุดท้ายที่ผมมีเมื่อวานนี้ -

หลังจากนั้น ดูเหมือนผมจะสร้างวีรกรรมอะไรไว้หลายอย่าง แต่ผมจำไม่ได้เลยสักนิด.. นี่ยังเป็นเพียงการคาดคะเน แต่ดูเหมือนลิชจะเข้าควบคุมร่างของผม

สติของผมกลับมาในช่วงเช้าของวันถัดไป

ทั่วทั้งร่างมันรู้สึกหนักและเฉื่อยชา

พวกเขาบอกว่า สิ่งที่เรียกว่าลิชมันออกมาจากปากของผมราวกับควันสีดำ หรืออะไรทำนองนั้น

ส่วนคนที่โค่นลิชลงคือชายสวมหน้ากาก ผมไม่รู้หรอกว่าเขาใช้วิธีอะไรเพื่อเอาชนะลิช แต่ดูเหมือนว่าการโจมตีครั้งสุดท้ายจะตกเป็นของสาวผมน้ำเงินที่ชื่อว่าเช็น

ไรโดะ พ่อค้ามือใหม่จากซึเงะงั้นรึ?

โกหกชัดๆ!

บทสนทนาระหว่างพวกมัน และพวกเรายักษ์ป่า ยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าจะกลับมาจากลานประหารแล้วก็ตาม

ยังไงก็ตาม คนที่กำลังคุยกับพวกมัน มีเพียงผู้อาวุโสเท่านั้น

พวกเรายังไม่รู้ผลลัพธ์เลยด้วยซ้ำ

ถ้าอย่างนั้น ผมจะเก็บป่าลงทัณฑ์ที่ผมใช้กับเขาไปเมื่อคืนนี้ไว้เป็นความลับ เพราะผมรู้สึกว่าถ้าพูดเรื่องนี้ออกไป สถานการณ์มันก็จะยิ่งเลวร้ายลง

แต่ทำไมมันถึงใช้ไม่ได้ผลกันนะ? เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจริงๆ

" อาจารย์ ฉันมีเรื่องอยากจะถามค่ะ "

อาคัวซึ่งรอให้การประชุมจบลง เริ่มพูดกับผมด้วยน้ำเสียงอันตึงเครียด

" หืม? "

" เกี่ยวกับชายที่ชื่อไรโดะ... "

" อ๋อ..อืม... ไว้คราวนหน้า โอเคไหม? "

ผมอยากจะตอบคำถามเธอ แต่ดูเหมือนการประชุมจะจบลงแล้ว

เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปเนี่ย? ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด พวกเราอาจจะกลายเป็นทาสของพวกมัน แต่ในกรณีที่ดีที่สุด พวกเราก็จะได้กลายไปเป็นผู้ติดตามของพวกมัน?

การประชุมร่วมกันของสาวชุดดำ สาวมังกร และพ่อค้าซึ่งมีพวกเธอนั่งประกบข้าง.. มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย ถ้าหากพวกเราจะถูกกดดันและบังคับให้ทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ยังไงก็ตาม ถ้ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น ผมก็จะเป็นคนเปิดฉากต่อต้านพวกมันเอง แม้ว่าป่าลงทัณฑ์จะใช้ไม่ได้ผล ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะสู้ไม่ได้

ถ้าหากผมสามารถทำให้ไรโดะรับปากที่จะต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งได้ ผมก็อาจจะมีโอกาสชนะ

และถ้าผมสามารถทำให้มันเป็นการต่อสู้ที่ใช้หมัดได้อย่างเดียว...

พวกนักเวทย์ก็มีจุดอ่อนแบบนี้แหละ ถ้าหากเข้าระยะประชิดของพวกมันและโจมตีเข้าไปเพียงครั้งเดียว พวกมันก็จอดกันหมดแล้ว

สิ่งที่ยากที่สุดก็คือ การทำให้ไรโดะยอมรับเงื่อนไขในการท้าดวลหนึ่งต่อหนึ่ง.. เรื่องนี้คงต้องขึ้นอยู่กับทักษะในการพูดของเราแล้ว แต่ผมจะต้องทำมันให้สำเร็จ

คนที่มีทักษะด้านการต่อสู้สูงที่สุดในบรรดายักษ์ป่าทั้งหมด แน่นอนว่าคนคนนั้นก็คือผมเอง

ไรโดะและข้ารับใช้ของแก

อย่าคิดว่ายักษ์ป่าจะยอมศิโรราบให้พวกแกง่ายๆ!




NEKOPOST.NET