[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 53 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.53 - หลังงานเลี้ยง...


~ มิโอะ ~

ทั้งๆที่เป็นการเดทระหว่างฉันและท่านนายน้อยซึ่งรอคอยมานาน.. แต่ไอ้พวกฮิวแมน และไอ้พวกที่ชื่อยักษ์ป่า ทำไมพวกมันถึงต้องเข้ามาขวางด้วย?

มันเปรียบเสมือนพรที่คาดไม่ถึงก็จริง ที่ฉันได้รับของเหลว(เลือด)จากร่างกายของท่านนายน้อย แต่ทำไมถึงมีแต่เรื่องน่าเบื่อเกิดขึ้นมากมาย

หลังจากเสร็จสิ้นการตอบคำถามแสนน่ารำคาญ ในที่สุดพวกเราก็ได้ห้องส่วนตัวมา แต่ยัยสองตัวนั้นกลับเอาแต่พูดถึงเรื่องไร้สาระอย่าง 'อาจารย์' หรืออะไรก็ไม่รู้อยู่ได้

สักพักก็มีชายคนหนึ่งซึ่งมีจิตสังหารโผล่มา แถมยังทำตัวน่าขยะแขยงอยู่ตลอดเวลา

ทะ-ที่แย่ที่สุดคือ อาจารย์ที่ยัยสองตัวนั้นพูดถึง!

ขนาดฉันยังเคยได้แตะต้องร่างกายของท่านนายน้อยสูงสุดแค่ 31 วินาทีเท่านั้นเองนะคะ!

เขาดึงมือของท่านนายน้อยไปอย่างหยาบคาบ แถมยังไม่คิดที่จะปล่อยมืออีกต่างหาก!

ฉันถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้ความรุนแรงก็จริง แต่ฉันทนไม่ไหวแล้วค่ะ! ในที่สุด ฉันจึงเผลอซัดเขาจนกระเด็น แต่มันเป็นเรื่องที่มีเหตุผลค่ะ เพราะเขาแตะตัวท่านนายน้อยไปตั้ง 32 วินาที! ความตายยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ!

ท่านนายน้อยเข้ามาตำหนิฉันทันที 'เธอ... (เขาเรียกฉันว่าเธอ?! ตายแล้ว ท่านนายน้อยบ้าจริงๆเลยค่ะ♪) เธอไม่คิดบ้างเหรอว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าผมยังจับมือกับไอ้โรคจิตนั่นอยู่?!'

แต่เขามีเรื่องที่จะถามฉันต่อ จึงทำให้การเทศน์ของเขาจบลงอย่างรวดเร็ว

ในบรรดาสี่คนนั้น มีคนหนึ่งที่แปลกกว่าใคร

สิ่งที่ท่านนายน้อยถามจากฉัน มันไม่ได้ห่างไกลความจริงเลยค่ะ สมกับเป็นท่านนายน้อยจริงๆ!

เพราะเขารู้ดีว่า ฉันรู้อะไรบางอย่าง

แต่แนวโน้มของบทสนทนามันต่างออกไปเล็กน้อย... แต่มันก็คงไม่เป็นอะไรหรอกใช่ไหม? ถ้าพวกเราตรวจสอบคนที่พวกเราคิดว่าแปลกกว่าคนอื่น มันคงไม่มีปัญหาอะไร

ตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน การเดทในครั้งนี้เลวร้ายสุดๆไปเลยค่ะ

แต่เรื่องราวหลังจากนั้น มันค่อนข้างสนุกมากเลย ต้องขอบคุณท่านนายน้อยจริงๆค่ะ

เอ๋~ อย่าบอกนะว่า การดำเนินเรื่องในรูปแบบนี้จะเป็น...?

หัวใจของฉันมันเต้นอย่างแรงจากความคาดหวังอันแรงกล้า แต่ท่านนายน้อยสั่งให้ฉันไปทำในสิ่งที่แตกต่างจากที่ฉันคิดเอาไว้เล็กน้อย

'มิโอะ ผมอยากจะให้เธอไปตรวจสอบอะไรหน่อย' คือสิ่งที่เขาบอก

เอ๋~ การแทรกซึม! การดักฟัง!

ฉันอยากจะลองทำแบบนั้นมาตลอดเลยค่ะ! ฉันไม่ต้องปลอมตัวจริงๆเหรอคะ?!

เขาเตือนฉันมาว่า ไม่จำเป็นต้องปลอมตัวหรอก สิ่งที่เขาต้องการมีแค่ไม่ให้ใครเห็นฉันเท่านั้น

อุฟุๆ น่าสนุกจัง!

เพราะดูเหมือนเขาจะชื่นชอบผลลัพธ์ที่ตามมา เขาจึงชมฉันเป็นการใหญ่! ถ้าพวกเรากลับไปที่อะโซระเมื่อไหร่ ฉันจะขอให้เขาอนุญาตให้ฉันได้ดูตอนที่ 2 ของเรื่องต่อ! หรือบางที ฉันควรจะดูสิ่งที่เรียกว่า 'หนัง' เลยดีนะ?!

หลังเลิกงานเลี้ยง คนที่ฉันถูกสั่งให้จับตามองก็เริ่มเคลื่อนไหว

พอฉันถามท่านนายน้อยไปว่า 'ไม่ต้องกินเขาจริงๆเหรอคะ?' เขาจึงสั่งให้ฉันไปตามคุณโทโมเอะมา

ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ฉันต้องทิ้งท่านนายน้อยไว้คนเดียว

แต่ฉันก็โค้งคำนับอย่างว่าง่าย ต่อคำสั่งจากเจ้านายของฉัน

เพราะว่า..

ท่านนายน้อยบอกว่า ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ท่านนายน้อยชอบรุกและมีอารมณ์ฉุนเฉียวกว่าปกติ

พอพวกเราออกมาจากแดนรกร้าง ฉันรู้สึกได้ว่ามีบางครั้งที่ท่านนายน้อยจ้องมาที่คอและหน้าอกของฉัน เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

บางทีอาจใกล้ถึงเวลาที่เขาจะเรียกให้ฉันไปปรนนิบัติแล้วสินะ แต่ฉันรู้สึกกังวลจริงๆค่ะ ถ้าท่านนายน้อยทนไม่ไหวจนถึงกับต้องซื้อผู้หญิงจากในเมือง ทำไมเขาถึงไม่ยอมเรียกฉันแทน? มันทำให้ฉันรู้สึกตัวว่าตัวเองด้อยกว่าผู้หญิงพวกนั้น และมันทำให้ฉันรู้สึกเสียใจ.. แต่จากพฤติกรรมของเขาในวันนี้ ฉันไม่คิดว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องค่ะ

ฉันพึ่งจะรู้มาว่า ช่วงที่ผู้ชายทำตัว 'ก้าวร้าว' คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าผู้ชายคนนั้นกำลังต้องการให้คน 'มาดูแล' แต่ถ้าเทียบกับท่านนายน้อยเมื่อก่อนแล้ว พฤติกรรมของท่านนายน้อยในปัจจุบันนั้นแปลกมาก แต่ยังไงฉันก็อยากจะรู้จริงๆว่าจะเป็นยังไงต่อไป แม้ว่าความต้องการนั้นจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม

ฉันไม่รู้ว่าท่านนายน้อยกำลังคิดอะไรอยู่ (แต่ในใจของฉันหวังว่า มันคือตัณหาที่มีต่อร่างกายของฉัน) แต่ฉันจะขอสรุปไปก่อนว่า มันคือความรู้สึกที่อยากจะระบายอารมณ์เท่านั้น

จริงๆแล้วฉันคิดว่า แค่ร่างกายของฉันก็น่าจะพอแล้วแท้ๆ แต่ว่า... อุฟุๆๆ

เมื่อถึงเวลาที่ฉันต้องเรียกคุณโทโมเอะให้มาที่นี่ แล้วถึงเวลาที่พวกเราต้องเดินทางกลับ มันอาจจะไม่มีการต่อสู้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ เรื่องราวทั้งหมดก็คงจะจบไปแล้วเหมือนกัน แต่ถ้าท่านนายน้อยยังไม่พอใจต่อผลลัพธ์ และยังมีความปราถนาอื่นอยู่อีก ฉันก็ยินดีจะ....(เซ็นเซอร์?)

การกินอาหารก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ฉันตั้งหน้าตั้งตารอ แต่ในกรณีนี้ ฉันยินดีที่จะทิ้งเรื่องของอาหารออกไปจากหัวชั่วคราวค่ะ

ฉันมีเรื่องอื่นที่จะรายงานให้เขาทราบเช่นกัน แต่ฉันยังหาโอกาสไม่ได้เลย เพราะท่านนายน้อยสั่งด้วยความใจร้อนว่าให้ฉันรีบไปที่อะโซระ

ในเมืองนี้ ไม่มีใครเลยที่มีความสามารถมากพอที่จะเป็นภัยคุกคามต่อท่านนายน้อย ดังนั้น ต่อให้เขาต้องอยู่ตัวคนเดียวไปซักระยะก็คงไม่มีปัญหาอะไร

ยัยแมลง ก ข รวมถึงไอ้โรคจิตนั่นด้วย ถ้าพวกเขาได้เห็นพลังที่แท้จริงของท่านนายน้อย พวกเขาก็คงไม่เหลือความคิดที่จะทำร้ายท่านนายน้อยอยู่อีกต่อไป

ต่อให้สุดท้ายแล้วพวกยักษ์ป่าคิดที่จะเดินทางไปอาศัยอยู่ที่อะโซระกันหมด ถ้ามันเป็นความปราถนาของท่านนายน้อย ฉันก็ไม่คิดที่จะคัดค้านค่ะ

ยัยแมลงสองตัว ไอ้ผิวซีด แล้วก็ไอ้โรคจิต ฉันจะต้องไปเตือนพวกเด็กๆว่าอย่าเผลอไปกินพวกเขา

พรุ่งนี้ เมื่อยามค่ำคืนมาถึง เวลาที่ท่านนายน้อยปราถนาร่างกายของฉันอาจจะมาถึงก็ได้

ฮึ่ม นี่มันยังไงกันแน่คะ?

ถึงแม้ว่าฉันอยากจะให้ท่านนายน้อย 'ใช้' ร่างกายของฉัน.. ถึงแม้ว่าฉันอยากจะปรนนิบัติเขา...

ตัวเขาซึ่งกำลังอยู่ในสภาพนั้น.. แม้ว่าฉันจะปราถนาในตัวเขาก็เถอะ ส่วนหนึ่งในจิตใจของฉันกลับรู้สึกเศร้า

ฉันไม่เข้าใจค่ะ.. ไม่มีทางเลยที่ความลังเลจะก่อตัวขึ้นภายในจิตใจของฉัน...

ฉันจะต้องคิดไปเองแน่ๆค่ะ..

~ มาโกโตะ ~ 

" เอาหล่ะๆ นึกว่าผมจัดการเรื่องของคำสาปไปหมดแล้วซะอีก คราวนี้เป็นคิวของพวกอมนุษย์งั้นเหรอ? ผมถามเพื่อใช้อ้างอิงเฉยๆนะ แต่คุณยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมครับ? " (มาโกโตะ)

" อย่าเอาข้าไปเหมารวมกับพวกชั้นต่ำอย่างพวกอมนุษย์กูล พวกมันก็แค่พวกชั้นต่ำที่ดูดพลังชีวิตจากข้าไปประจักษ์ให้โลกได้รู้เท่านั้น " 

" ... เห~ งั้นหรอกรึ? " (มาโกโตะ)

คุณโครงกระดูกตอบผมอย่างมีมารยาท แต่การใช้คำใหญ่โตอย่าง 'ประจักษ์' แกจะไม่หยิ่งเกินไปหน่อยเหรอ?

แต่ผมรู้ดีว่า สิ่งมีชีวิต(?)ที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้จัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับพวกอมนุษย์ระดับต่ำ

ร่างกายถูกสร้างขึ้นจากโครงกระดูกล้วนๆ สวมเสื้อคลุมยาวสีดำซึ่งดูมีระดับ และมีลวดลายสีทองประดับอยู่ เมื่อมองผ่านผ้าคลุมหัวเข้าไป สามารถมองเห็นดวงตากรวงโบ๋ของกระโหลกศรีษะ แต่ส่องแสงสว่างเป็นสีแดงก่ำจนน่ากลัว

มันถือไม้เท้าซึ่งดูมีราคาแพง และเหมือนจะมีเพชพลอยฝังอยู่เป็นจำนวนมาก

ถ้าดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ผมควรจะเรียกเขาว่า ลิช* สินะ
[* พ่อมดหรือหมอผีที่ตายไปแล้ว ]

เท่าที่ผมรู้มา ถ้าพิจารณาจากภาพรวมของลิชคนนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างกายเดิมของเขาคือนักเวทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อีกนัยนึงก็คือ เขาแข็งแกร่งมากทีเดียว

ผมกำลังพยายามหาทางยืนยันว่า ผู้ชายซึ่งนอนสลบอยู่ข้างๆเขายังปลอดภัยดี.. แต่เท่าที่มองดูด้วยตา เขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่

มันทำให้ผมเสียใจเล็กน้อย.. แต่ก็อย่างที่คาดไว้ คนโรคจิตพรรค์นั้นเป็นพวกตายยากอยู่แล้ว

จากนั้น ผมจึงมองไปหาสิ่งที่อยู่ระหว่างตัวผมและโครงกระดูก เสร็จแล้วก็จ้องไปหาเจ้าโครงกระดูกด้วยแววตาซึ่งต้องการจะถามคำถามเดียวกับคำถามเมื่อครู่นี้

" มันยังดูมีชีวิตอยู่หรือไง? "

คำพูดซึ่งถูกส่งกลับมาในรูปแบบของคำถาม แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือคำตอบเช่นกัน

มียักษ์ป่าหนึ่งคนกำลังล้มอยู่บนพื้นด้วยใบหน้าอันเจ็บปวด มีอาการตกเลือดที่ปอด แถมยังถูกดูดพลังชีวิตไปจนหมด

" ทำไม... ถึงต้องฆ่าเธอ? " (มาโกโตะ)

" ผู้หญิงคนนั้นค่อนข้างเป็นตัวน่ารำคาญน่ะ เธอกำลังทำภารกิจลับในเมืองนี้อยู่ พูดๆง่ายก็คือ เธอเป็นอุปสรรคต่อแผนการ "

" แกรู้เบื้องหลังผู้หญิงคนนี้ดีจังเลยนะ จะบอกว่าแกกับเธอแตกคอกันเองเหรอ? " (มาโกโตะ)

" เปล่า ข้าไม่มีมิตร "

ว่าแล้วเชียว.. ในมุมมองของเขา เขาจะไม่คิดทำร้ายคนที่เป็นประโยชน์กับตัวเองสินะ เขาเป็นคนประเภทนี้เหรอ?

" เป้าหมายของแกคือ? " (มาโกโตะ)

" มอบความตายให้นาย.. ตอนนี้เธอไม่อยู่ที่นี่ก็จริง แต่มีผู้หญิงอีกคนหนึ่งซึ่งอยู่กับนายด้วยเหมือนกัน "

" ผมจำไม่ได้ว่าเคยไปสร้างความแค้นไว้ให้ใครนะ? " (มาโกโตะ)

" นายจะถามเยอะเกินไปแล้วนะ หนุ่มน้อย.. การที่นายไม่รู้สึกสะทบสะท้อนต่อไมแอสม่า*ของข้า ทำให้นายน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆเลย " 
[*พิษรูปแบบหนึ่งในสถานะของก๊าซ ]

ไมแอสม่า.. สิ่งนี้คือไมแอสม่างั้นเหรอ?

จริงอยู่ว่า มันไม่ใช่อากาศซึ่งผมอยากจะสูดเข้าไปติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน แต่ผมเริ่มรู้สึกแย่ลงเรื่อยๆหลังจากสูดมันเข้าไป

ข้างหลังผม ผมมองเห็นสีหน้าซีดของ ก ข ซึ่งควรจะมีตำแหน่งเป็นถึงนักรบของเผ่ายักษ์ป่า แสดงว่าสิ่งที่เรียกว่า ไมแอสม่า ค่อนข้างส่งผลต่อพวกเธอมากทีเดียว

" ข้าจะปิดฉากสิ่งที่ข้าเป็นคนก่อขึ้นมาทั้งหมด "

ผมรู้สึกได้ว่าไมแอสม่ามันแฝงไปด้วยพลังของเวทมนตร์ด้วยเช่นกัน เป็นสิ่งยืนยันว่าเขาใช้เวทย์เป็นหลัก

... ขอโทษที่ต้องพูดแบบนี้นะ แต่ว่า.. นี่เป็นการต่อสู้ที่ง่ายที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยไม่ใช่เหรอ? เพราะความโกงของผมคือ การที่ผมสามารถแก้ไขเวทมนตร์ได้ และมันควรจะเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้ยากที่สุดอีกด้วย ใช่ไหม?

ผมกลัวว่าพลังเวทย์ของผมจะก่อให้เกิดสิ่งผิดปกติขึ้น ผมจึงต้องหาหนทางรับมือ ผมถึงกับเรียกประชุมผู้รอบรู้ทุกคนมาปรึกษาเลยด้วยซ้ำ มีทั้งโทโมเอะ มิโอะ ออร์ค รวมไปถึงพวกอาร์เกะ

--- การประชุมในครั้งนั้น --

ทุกๆคนต่างตกตะลึง ผมรู้สึกได้ว่าพวกเขากำลังสงสัยในเจตนาของผม

พวกเขาถามผมทันทีว่า ทำไมผมถึงมาถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องของพลังเวทย์ซึ่งไม่ปกติในตัวผม

โทโมเอะสร้างหมอกขึ้นมา แล้วให้มันลอยอยู่ตรงหน้าของผม มิโอะเองก็สร้างเส้นดายขึ้นมาจากความมืด แล้วโยนมันมาที่แขนของผม

พวกอาร์เกะสร้างด้ายสีเหลือง ส่วนพวกออร์คสร้างลูกบอลสีม่วง เสร็จแล้วก็โยนมันมาให้ผม

ผมไม่คิดว่าพวกเขาประสงค์ร้าย ผมจึงรับมันมาทั้งหมดแต่โดยดี

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับว่าไม่มีอะไรในร่างกายของผมที่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย

พอผมถามว่าพวกเขาทำอะไร พวกเขาจึงพูดเรียงกันมาทีละคนว่า ทำเสน่ห์ คำสาป อัมพาต และพิษที่ทำให้ถึงตาย

... ผมถามพวกเขา แต่พวกเขาตอบกลับมาว่ามันคือสิ่งที่อันตรายสุดๆ.. เฮ้ย ถ้าไม่คิดจะทำร้ายผม ก็อย่าส่งของแบบนี้มาให้ผมได้ไหม!

แต่ยังไงมันก็ไม่ส่งผลอะไรกับตัวผมอยู่ดี และดูเหมือนพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่า ผลลัพธ์มันจะเป็นแบบนี้

พอผมถามว่าทำไมถึงไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

พวกเขาเลยตอบมาว่า ถ้าหากคิดที่จะเทน้ำหนึ่งแก้วลงในทะเล หรือโยนเกลือลงไป มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย.. กล่าวคือ เพราะขีดจำกัดของพลังเวทย์ของผมมันสูงเกินไป สถานะผิดปกติต่างๆจึงไม่มีทางส่งผลใดๆกับตัวผมเด็ดขาด แต่การเปลี่ยนรสชาติของน้ำซึ่งอยู่ในแก้วมันไม่ได้ยากเย็นอะไร ดังนั้น น้ำในแก้วจึงเปรียบเสมือนคนธรรมดาทั่วไป ส่วนทะเลก็คือตัวผมเอง..

------

" ข้ายังมีเรื่องอยากจะถามนายอยู่ ดังนั้นข้าจะไม่ฆ่านายหรอก "

ผมน่าจะมีเทคนิคซึ่งสามารถฆ่าเขาให้ตายได้ทันที แต่ผมเองก็จำเป็นต้องถามอะไรบางอย่างจากเจ้าโครงกระดูกด้วยเหมือนกัน เพราะนี่คือผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์คนแรกที่ผมได้เจอ แถมยังมีเรื่องของ 'ผู้หญิงคนนั้น' ที่เขาพูดถึงอีกด้วย

จริงๆแล้ว ถ้าผมใช้ [ซากาอิ] เพื่อยับยั้งการใช้พลังเวทย์ทั้งหมด ผมก็จะรุกฆาตได้ทันที.. ตอนที่ผมลองใช้มันในอดีต โทโมเอะและมิโอะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เลย แม้แต่ผมเองก็ใช้ไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นผมสามารถใช้มันเพื่อปิดผนึกเวทมนตร์ได้

แต่ถ้าผมปิดผนึกเวทมนตร์ ผมมีความรู้สึกว่าเขาจะตายทันที สาเหตุก็เพราะ เขาน่าจะใช้พลังเวทย์ในการเคลื่อนไหวร่างกายอมนุษย์ของตัวเอง ถ้าหากผมลองใช้การผนึกเวทย์กับเขา ผมเกรงว่า.. เขาจะ..

ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าให้ผมชนะได้ง่ายๆแบบนั้น มันออกจะ... มันจะทำให้ผมอารมณ์เสียซะเปล่าๆ

มันอาจจะผิดกับนิสัยตามปกติของผม แต่ส่วนหนึ่งในจิตใจของผม มันรู้สึกอยากจะอาละวาดให้เต็มที่ นี่เป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ ที่ผมรู้สึกกระหายการต่อสู้ถึงเพียงนี้

" มีคำถามจากคุณโครงกระดูกผู้ชื่นชอบเสื้อคลุมยาวเหรอครับ? เสียรสชาติหมด " (มาโกโตะ)

" โฮ้~ นายรู้ว่าข้าเป็นสิ่งมีชีวิตเทียมงั้นรึ? "

" ผมรู้ว่าคุณใช้เวทมนตร์ดำ รวมถึงยอมสละร่างกายของตัวเองเพื่อแสวงหาความรู้และความลึกลับของเวทมนตร์ดำ " (มาโกโตะ)

" ยอดเยี่ยม ถูกเกือบทุกอย่างเลยนะ.. ใช่ ข้าคือลิช "

เขาควรจะไม่เหลือเส้นเสียงอยู่ที่คออีกแล้ว แต่จากปากของเขา ผมได้ยินเสียงหัวเราะ.. มันเป็นเสียง *แกร่กๆๆๆ จากการเสียดสีกันของกระดูก

" นายรู้จักข้าดีสินะ ถ้าอย่างนั้น ข้าเองก็อยากจะรู้จักนายเหมือนกัน.. ตามมารยาทน่ะ " 

" ผมเหรอ? ผมเป็นเพียง 'มนุษย์' ธรรมดาเท่านั้นเองครับ " (มาโกโตะ)

จริงๆแล้วมันต่างจากความเป็นจริงเล็กน้อย เพราะเดิมที ผมเกิดและเติบโตมาที่โลกใบนั้น ไม่มีทางที่ผมจะทิ้งคำซึ่งใช้เรียกเผ่าพันธุ์ของผมว่า 'มนุษย์' ไปง่ายๆหรอก

ผมรู้สึกได้ว่าความใจเย็นของคุณลิชค่อยๆจางหายไป.. ไม่สิ ผมรู้สึกได้ถึงแสงอันตรายกำลังลุกโชนอยู่ในดวงตาของเขา มันมีความบ้าคลั่งปนอยู่เล็กน้อย และผมก็รู้สึกได้ถึงความอยากรู้อยากเห็นอีกด้วย

ถึงแม้ว่าความรู้สึกทั้งหมดจะถูกแสดงออกมาจากดวงตาซึ่งมีแสงริบหรี่นั่นก็ตาม ผมกลับอ่านความคิดของเขาได้อย่างชัดเจน

" 'มนุษย์' งั้นรึ? นั่นมันชื่อของเผ่าพันธุ์โบราณซึ่งเป็นบรรพบุรุษของฮิวแมน "

" เคยได้ยินคนอื่นบอกมาเหมือนกัน " (มาโกโตะ)

" นายไม่ใช่... กรอนท์(Graunt) หรอกรึ? ยังไงก็ตาม มนุษย์เป็นสิ่งที่นอกเหนือความเข้าใจของข้า ถ้าให้พูดเปรียบเทียบ 'มนุษย์' เป็นตัวตนซึ่งอยู่เหนือกว่า 'กรอนท์' มาก.. จะบอกว่าข้ารู้สึกสนใจในตัวนายก็ไม่ผิด "

กรอนท์? มันคืออะไร? เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ยินคำว่า กรอนท์.. มันคือเป้าหมายของลิชงั้นเหรอ? ถ้ามนุษย์อยู่เหนือกรอนท์ หมายความว่าเป้าหมายของโครงกระดูกตัวนี้คือ การกลายมาเป็นมนุษย์? มนุษย์ผี เนี่ยนะ!?

ไม่ ไม่.. เหตุและผลของผมหลุดไปไกลแล้ว.. ถ้าอย่างนั้น กรอนท์มันคืออะไรกันแน่?

" ร่างกายนั่น จิตใจนั่น ข้าอยากจะตรวจสอบมัน "

" ผมไม่เข้าใจ ถ้าพิจารณาจากเรื่องที่ได้ยินมาทั้งหมด กรอนท์คือเผ่าพันธุ์ซึ่งอยู่เหนือเผ่าฮิวแมน*ใช่ไหม? แกยอมสละร่างกายของตัวเอง แล้วมาอยู่ในสารรูปแบบนั้น จะบอกว่าเป้าหมายของแกก็คือการได้กลับมาเกิดใหม่เป็นสิ่งมีชีวิตซึ่งยิ่งใหญ่กว่าเดิมงั้นเหรอ? " (มาโกโตะ)
[* ตรงนี้จริงๆแบบอังกฤษเขียนว่า มนุษย์ ครับ แต่ผมอ่านแล้วมันขัดแปลกๆ เลยขอแก้เป็นฮิวแมนละกัน ]

" แปลกเหรอ? "

" ด้วยร่างกายของแกในตอนนี้ แกน่าจะมีชีวิตอยู่ได้ตลอดกาลแล้ว ผมเลยคิดว่า ไม่เห็นจำเป็นต้องไปทำเรื่องยุ่งยากอย่างการเกิดใหม่เลย ไม่ใช่ว่าเหตุผลของการแสวงหาความรู้และเวทมนตร์ดำ คือการมีชีวิตอันเป็นนิรันดร์หรอกเหรอ? " (มาโกโตะ)

" ไหวพริบดีจริงๆ.. ดีจนน่ากลัวเลยล่ะ.. แต่แย่หน่อยนะ ถ้าหากข้ายังมีเปลือกนอกเป็นฮิวแมนอยู่ ข้าก็คงมีเรื่องอยากจะมานั่งพูดคุยกับนายอยู่เต็มไปหมด "

" พอดีว่าผมค่อนข้างมีประสบการณ์น่ะครับ (แน่นอนว่าจากเกม จากนิยาย และจากมังงะ) " (มาโกโตะ)

ดูเหมือนว่าเขาไม่อยากจะตอบคำถามของผม บางทีผมอาจจะคาดเดาเป้าหมายของเขาถูกเพียงครึ่งเดียว

ลิชชี้ไม้เท้าของเขามาที่ผม

ภาษาร่ายเวทย์ของเขาเป็นภาษาที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่ก็เหมือนเคย ผมสามารถแปลภาษาร่ายของเขาได้หมด

มันแสดงผลได้ดีกว่าการใช้ภาษาโบราณขั้นสูงในการดัดแปลงพลังเวทย์ แน่นอนว่าเวทย์ของเขาและของผมเองก็ด้วย มันจะต้องเป็นภาษาเวทย์ขั้นสี่แน่ๆ ส่วนภาษาของพวกสปิริตนั้นจัดอยู่ในหมวดหมู่อื่น ผมใช้มันไม่ได้ด้วยซ้ำ.. บางทีอาจจำเป็นต้องมีคู่หูเพื่อร่ายเวทย์สปิริต เพราะฝืนร่ายมันไปด้วยตัวเองก็ไม่เกิดผลอะไรอยู่ดี

ผม ลิช และพวกยักษ์ป่าซึ่งอ่อนแอลงจากไมแอสม่า ตอนนี้กำลังยืนอยู่ในแนวเดียวกันเป็นเส้นตรง

" ถ้านายหลบ พวกมันก็จะบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ห่วงนะ มันไม่ทำให้นายรู้สึกเจ็บปวดหรอก ข้าก็แค่จะสะกดสติของนายไว้ และทำให้ร่างกายของนายเป็นอัมพาตเท่านั้น โดยเฉพาะจมูกของนาย "

หมายความว่าพวกยักษ์ป่าจะทนรับการโจมตีของเขาไม่ได้สินะ? แม้แต่ระยะเวลาร่ายเองก็สั้นมากทีเดียว แถมมันยังรวบรวมพลังเวทย์จำนวนมากได้ในระยะเวลาอันสั้น สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆครับ คุณโครงกระดูก

บางทีอาจจะเป็นเพราะโทโมเอะและมิโอะ ซึ่งทำให้ความรู้สึก 'กลัว' ของผมมันหายไปแล้ว หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายเชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์เช่นเดียวกับผม ตอนนี้ผมก็เลยใจเย็นได้อย่างน่าประหลาด

" ลาก่อน 'มนุษย์' กลายมาเป็นอาหารให้แก่ความรู้ของข้าซะ "

" ไม่หรอก " (มาโกโตะ)

สิ่งที่ดูคล้ายๆลูกไฟวิญญาณได้ก่อตัวขึ้นรอบๆไม้เท้าของลิช ราวกับเค้กข้าวซึ่งติดหนึบอยู่ที่ปลายไม้ พอเห็นแบบนี้แล้วรู้สึกอยากกินเค้กข้าวจังเลย~

หลังจากเค้กข้าวจับกลุ่มกันเสร็จ เขาก็ชี้มันมาที่ผมแล้วยิงมันออกมา จากภาษาร่ายของเขา ทำให้ผมรู้ว่ามันคือเวทย์ซึ่งหลอมรวมวิญญาณอาฆาตจากไมแอสม่าเข้าด้วยกัน

ที่นี่คือหมู่บ้านในแดนรกร้าง ทำให้มีผู้คนมากมายซึ่งเกียจชังสถานที่แห่งนี้.. ลูกไฟวิญญาณขนาดใหญ่เพิ่มความเร็วขึ้น และพุ่งเข้าใส่ทิศทางที่ผมยืนอยู่ ตรงหน้าของผมมีใบหน้าของกลุ่มคนซึ่งดูน่าเกลียดปรากฎให้เห็น

ผมหยุดมันด้วยมือข้างซ้าย.. ผมไม่รู้หรอกว่าลิชกำลังมองมันอยู่รึเปล่า เนื่องจากสะเก็ดจากเวทมนตร์ ทำให้ผมมองไม่เห็นเขา

ยังไงก็ตาม ผมไม่แปลกใจเลย ถ้าลูกไฟวิญญาณนี้สามารถกลืนกินร่างของคนที่โดนมันได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า

แต่ผมก็สามารถหยุดมันได้อย่างง่ายดายด้วยมือข้างซ้าย แม้แต่ผลข้างเคียงก็ไม่เกิดขึ้น.. ก็เหมือนที่คนในอะโซระบอกนั้นแหละ ผมมันเป็นทะเลนี่นา

ถ้าอย่างนั้น ผมจะทำให้ลิชคุงรู้สึกเจ็บเล็กน้อยละกัน เขาดูเหมือนผู้รอบรู้ ดังนั้นผมจะใช้ความฉลาดของเขาให้เป็นประโยชน์

" % $ # @ " (มาโกโตะ)

... ความมืด กลืนกิน ตามใจปราถนา ...

มันเป็นการร่ายเวทย์ที่สั้นและค่อนข้างตรงไปตรงมา ผมใช้ภาษาที่พวกออร์คสอนผม และเชื่อมมันเข้าด้วยกัน

" อึก! นั่นมันภาษาบ้าอะไรกัน?! "

คุณลิชจะต้องรู้สึกไม่สบายใจหลังจากได้ยินภาษาร่ายองผม เขาเลยเริ่มเคลื่อนไหว

ลูกบอลลูน.. ไม่สิ.. ผมหมายถึงเค้กข้าวซึ่งผมหยุดมันได้ด้วยมือข้างซ้าย และเปลือกนอกของเวทมนตร์หลายชั้น ค่อยๆถูกกลืนกินด้วยเขี้ยวสีดำ

จำนวนของเขี้ยวค่อยๆเพิ่มมากขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้เค้กข้าวสีขาวถูกกลืนกินไปในชั่วพริบตา

" นะ-นี่มัน... "

ไม่เข้าใจใช่ไหมล่ะ? ไม่แปลกหรอก นายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์นี่นา

สิ่งที่ผมทำก็คือ การกร่อนเวทมนตร์ธาตุมืดด้วยพลังเวทย์ของตัวเอง มันไม่ใช่กายกรรมเหมือนที่มิโอะเคยทำ เพราะมันไม่มีประสิทธิภาพเลย

มันคือการผลาญพลังเวทย์ของตัวเองไปอย่างสูญเปล่า จึงไม่มีใครคิดจะใช้มัน

แน่นอนว่าคนที่ฉลาด ย่อมไม่เข้าใจวิธีคิดโง่ๆแบบนี้

เพราะในตัวผมมันมีพลังเวทย์เยอะเกินไปนี่นา! ผมหมายถึง ผมอยากจะใช้มันแล้วให้มันมีน้อยลงด้วยซ้ำ! วิธีคิดแบบโง่ๆ จงเจริญ! บันไซ!

อย่าคิดว่าแค่นี้มันจบนะ คุณลิช

จะมีเวทย์อะไรมาโดนกินอีกกันน้า.. แกควรจะเริ่มคิดหันไปตั้งรับแทนแล้ว รู้ไหม?

" อึก! "

กะโหลกศีรษะของลิชหันไปอีกด้านหนึ่งราวกับถูกอะไรบางอย่างกระแทกใส่ ที่ตำแหน่งนั้น สามารถมองเห็นเขี้ยวสีดำได้

" ฮึ่มมม?! "

ดูเหมือนเจ้าโครงกระดูกจะรู้สึกตัวแล้วว่ามันคือสิ่งที่กลืนกินคาถาเมื่อครู่นี้ มันก็เลยสร้างเวทย์ขึ้นมาป้องกัน เสร็จแล้วก็สร้างบาเรียขึ้นล้อมรอบตัวเอง.. เร็วมาก ผมนึกว่าเขาร้องออกมาเพราะรู้สึกหวาดกลัวซะอีก เขายังใจเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แต่น่าเสียดาย เพราะมันเป็นการตัดสินใจที่ผิด

สิ่งที่ดูคล้ายเขี้ยวหลายอันเข้าไปเกาะอยู่กับบาเรีย ราวกับว่ามันกำลังหิวโหย พวกมันค่อยๆกัดกร่อนบาเรียออกไปทีละน้อย

" เวทย์บ้าอะไรกัน?! ข้าไม่เห็นเคยรู้จักเวทย์ประเภทนี้มาก่อน! เวทย์ที่แม้แต่ข้าก็ไม่รู้จักงั้นเหรอ? มันทำลายบาเรียของข้าได้ง่ายๆแบบนี้เนี่ยนะ! ภาษาที่นายใช้มีประสิทธิภาพสูงแค่ไหนกัน?! "

" การใช้เงินหนึ่งล้านเยนเพื่อซื้อของราคาหนึ่งเยน ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคงไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ " (มาโกโตะ)

" เวทย์ของเราฟื้นฟูตามไม่ทัน! อย่าเข้ามาใกล้นะ! ไปให้พ้น! "

เป็นเวทย์ที่น่าขยะแขยงจริงๆแฮะ เขี้ยวแห่งความมืดมันกินได้ทุกอย่างจริงๆ ทั้งๆที่เวทย์ของอีกฝ่ายดูจะมีประสิทธิภาพมากกว่าแท้ๆ ตอนแรกผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเวทย์พรรค์นี้ ผมภาวนาว่ารูปร่างของมันไม่ได้เกิดขึ้นจากนิสัยของผมเอง แน่นอนว่าผมไม่คิดหาทางยืนยันหรอก มันเป็นเวทย์ที่น่ากลัวถึงขั้นนั้นเลยทีเดียว

" เรากำลังจะโดนกิน! พลังเวทย์ของเรา?! ไม่ เป็นไปไม่ได้! "

" อย่าดูถูกกันนะ ไม่มีทางที่จะมี... เวทย์พรรค์นี้อยู่บนโลก! "

" อย่า อย่ากินข้า... กรอนท์.. ข้าจะต้อง.. "

" ข้าจะ... กรอนท์... "

" ... ระ-ร่างของเรา.. กำลังหายไป.. มะ-ไม่!! "

จากมุมมองของผม พลังเวทย์ซึ่งเป็นของลิชกำลังถูกกลืนกิน และแสงจากดวงตาของมันค่อยๆจางหายไป.. ดูเหมือนว่าเสื้อคลุมยาวของมันก็ถูกสร้างจากเวทมนตร์ด้วยเช่นกัน ตอนนี้เหลือแค่เศษผงเล็กๆติดอยู่ที่กระดูกของมัน

ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกแล้ว ตอนนี้มันดูเหมือนโครงกระดูกของจริงสักที ส่วนไม้เท้าซึ่งลิชถืออยู่เอง ก็ถูกเขี้ยวกินไปด้วยเช่นกัน ตอนนี้ไมแอสม่าหายไปหมดแล้ว.. อ๋า เข่าของเขายังขยับอยู่

" ท่าไม้ตายลับ 'โอน แพนช์*' ซึ่งผมฝึกฝนมามันสมบูรณ์แบบ ดังนั้นมันจะไม่ฆ่าแกหรอก " (มาโกโตะ)
[* oan panch = น่าจะอิงวันพันช์ครับ แต่เหมือนเขาจะจงใจเขียนมาแบบนี้ ]

การกินพลังเวทย์ของคนธรรมดาจนหมด ปกติแล้วมันจะทำให้คนคนนั้นหมดสติ แต่ในกรณีนี้ มันดูเหมือนจะเป็นความตายสำหรับลิช เพราะพลังชีวิตของเขาค่อยๆลดลงเรื่อยๆ

ดีจริงๆที่ผมไม่ได้ลองใช้ [ซากาอิ]

ดูเหมือนเขาจะอยู่ในสถานะที่คล้ายกับอัมพาตเท่านั้น ดังนั้นมันไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บอะไรเลย.. หรือผมทำเกินไป?

พอมาคิดดูแล้ว นี่ไม่เหมือนตัวผมตามปกติเลย

ตัวผมซึ่งดูถูกศัตรูที่อ่อนแอกว่าแบบนี้...

~ โทโมเอะ ~ 

เมื่อข้าพยายามหาตำแหน่งที่นายน้อยอยู่ ที่แห่งนั้นกลับถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัด

ดูเหมือนนายน้อยพึ่งจะแสดงโชว์อันตระการตาไปสินะ ข้าอยากจะรีบทำให้ช่างตีดาบเก่งขึ้นเร็วๆ ข้าจะได้เริ่มสร้างดาบชั้นยอดสักที เสร็จแล้วก็นั่งกินปลาและซุปมิโซะเพื่อฉลองต่อความสำเร็จในการทำให้ความปราถนาของข้าเป็นจริง

ยามเช้ากินขนมปังจะดีที่สุด คือสิ่งที่นายน้อยพูดอยู่ทุกวันระหว่างกินข้าวเช้า

แต่ถ้าเขาอยากให้ข้าไปกินข้าวด้วย ข้าก็ไม่คิดปฏิเสธ เพราะต่อให้ข้ายืนมองการฝึกซ้อมของพวกเขาไป มันก็ไม่ได้หมายความว่าประสิทธิภาพของการฝึกฝนจะเพิ่มขึ้น

ข้าวางแผนจะพาพวกยักษ์ป่ามากับข้าจำนวนหนึ่งอยู่แล้ว ดังนั้นเหตุการณ์ในคราวนี้ค่อนข้างเป็นประโยชน์ต่อข้ามากทีเดียว

เมื่อข้ามองไปยังตำแหน่งซึ่งทุกๆสายตากำลังจ้องมองไป สิ่งที่ข้าเห็นคือ...

นายน้อย และอมนุษย์ซึ่งใกล้จะตาย(พูดแบบนี้มันก็แปลกๆอยู่) แล้วก็มียักษ์ป่าอีกคนหนึ่งซึ่งเสียชีวิตแล้ว

ข้างหลังของนายน้อย มียักษ์ป่ากำลังยืนเกาะกลุ่มกันอยู่โดยไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนไหว บางทีพวกเขาอาจจะคอยสังเกตว่านายน้อยจะเคลื่อนไหวยังไงต่อไป ความตึงเครียดของพวกเขาค่อนข้างสูงทีเดียว

เรื่องมันเป็นแบบนี้ใช่ไหม?

นายน้อยเลือกใช้วิธีสุดแปลกในการลงทัณฑ์อมนุษย์ตัวนั้น พวกยักษ์ป่าก็เลยลังเลและหวาดกลัว.. เรื่องทั้งหมดต้องเป็นแบบนี้แน่เลย!

หึๆ.. น่าเหลือเชื่อไปหน่อย ไม่สิ มันเป็นสิ่งที่ข้าคาดไว้อยู่แล้ว มีหลายเรื่องที่ข้าอยากจะถามนายน้อย แน่นอนว่ารวมถึงเหตุการณ์ที่ซ่องด้วย ถ้าเขารู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก็ว่าไปอย่าง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้น

ในบรรดายักษ์ป่าซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มกัน ข้ามองเห็นยักษ์ป่าที่ดูคุ้นเคย

ถ้าหากข้าจำไม่ผิด เขาคือเด็กตัวเล็กๆซึ่งข้าเคยเจอระหว่างการสร้างบาเรีย ใบหน้าของเขาใกล้เคียงกับเด็กคนนั้นมากทีเดียว ถ้าหากเขาคือลูกหลาน ยังไงข้าก็รู้จักชื่อของพ่อหรือปู่ของเขาอยู่ดี

" นาย ชื่อของนายคือ เนอกิสโตริ(Nirgistori)ใช่ไหม? น่ายินดีจริงๆที่ยังเห็นนายสบายดีอยู่ " (โทโมเอะ)

" ครับ ชื่อของผมคือเนอกิสโตริ แต่ว่าคุณเป็นใครกัน? ผมจำไม่ได้ว่าเคยเจอคุณมาก่อนนะครับ? "

หยาบคาบจังเลยน้า แค่ร่างกายของข้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ถึงกับจำกันไม่ได้เลยงั้นเหรอ? ช่างเป็นคนที่อกตัญญูจริงๆ

" ทั้งๆที่พวกเจ้าขอร้องอ้อนวอนจนหลั่งน้ำตาเป็นเลือด เพื่อขอให้ข้าสร้างบาเรียหมอกมายาให้แท้ๆ อยากตายกันมากเหรอไง? " (โทโมเอะ)

บางทีข้าอาจจะรู้สึกหงุดหงิดเกินไปหน่อย ตาของข้าจึงกลายเป็นดวงตาของมังกรไปชั่วขณะ.. แย่จริงๆเลยน้า ทั้งๆที่ข้ามีร่างกายเป็นของมนุษย์แล้วแท้ๆ แต่อารมณ์ของข้ายังไม่เสถียร รูปร่างเดิมของข้าเลยปรากฎออกมา

หลังจากมองเห็นดวงตาของข้า เขาจึงเริ่มรู้สึกตัว ทำให้ตัวของเขาแข็งทื่อไปทันที.. การได้เห็นชายแก่ยืนตรงราวกับเข็มหมุด ตอนนี้เขาเลยดูเหมือนต้นไม้แห้งที่ใกล้จะตายไม่มีผิด

" ละ-ลอร์ดเช็น?! "

ราวกับถูกกระตุ้นด้วยเสียงของเขา คนอื่นๆจึงเริ่มเคลื่อนไหว

ทุกๆคนจ้องมาที่ข้าด้วยสายตา หวั่นเกรง หวาดกลัว สงสัย และสายตาอีกหลายรูปแบบ

" มังกรชั้นสูง ลอร์ดเช็น! ทุกคน คำนับ! ก้มหัวลง! "

ดูเหมือนเขาจะเลื่อนขึ้นเป็นผู้อาวุโสแล้วสินะ ทุกๆคนทำตามคำสั่งของชายแก่ แล้วคุกเข่าลงกับพื้นราวกับกำลังกราบไหว้.. หึ.. รู้สึกดีจริงๆ

แต่จริงๆแล้วการทำความเคารพน่ะ ควรจะไปทำต่อหน้านายน้อยมากกว่านะ และข้าควรจะยืนอยู่เคียงข้างเขาเท่านั้น

" ข้ามาที่นี่ก็เพื่อสร้างบาเรียใหม่ให้พวกเจ้า " (โทโมเอะ)

" โอ้อออ!! "

" ล้อเล่นน่ะ พอดีเขาคนนั้นเรียกข้ามา ข้าก็เลยมาที่นี่ " (โทโมเอะ)

ข้าชี้ไปหานายน้อย ดูเหมือนพวกยักษ์ป่าจะไม่เข้าใจว่าข้ากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัว ก็เลยตามคำพูดของข้าไม่ทันสินะ

เจ้าพวกโง่เอ๋ย ทำไมคนอย่างข้าต้องลงทุนเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ ทั้งๆที่พวกเจ้าไม่ได้เรียกข้า แถมยังเชื่อว่าข้าจะสร้างบาเรียใหม่ให้เนี่ยนะ?

เพื่อทำลายความเงียบ พวกเขาก็เลยเปิดปากพูดและเริ่มได้สติกลับคืนมา

" ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ! ลอร์ดเช็น! หมอนั่นมันตัวอันตราย! เมื่อกี้นี้ มีควันสีดำโผล่ออกมาจากปากของพี่น้องเรา แล้วกลุ่มควันพวกนั้นก็รวมตัวกันเป็นลิช เสร็จแล้วมันก็จ้องจะทำร้ายพวกเรา! "

" ถ้าพูดถึงลิช มันคือคนที่มีเวทมนตร์ดำซึ่งหยั่งไม่ถึง และมีความสามารถในการชุบชีวิตคนตาย มันคือหมอผี! น่ากลัวสุดๆ! "

" แต่ชายคนนั้น ใช้เวทมนตร์ซึ่งน่ากลัวยิ่งกว่าเวทย์ของลิช แล้วก็โค่นมันลง! "

" โอ้ ได้โปรดเถอะลอร์ดเช็น ได้โปรดปกป้องพวกเรา! "

คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้อาวุโสต่างผลัดกันพูดทีละคนๆ และอธิบายสถานการณ์ให้ข้าฟัง.. ยิ่งฟังก็ยิ่งปวดหัวเปล่าๆ ทำไมพวกเจ้าถึงไม่เลือกตัวแทน 'เพียงคนเดียว' แล้วเล่าเรื่องให้ข้าฟังรวดเดียวนะ?

ยิ่งไปกว่านั้น พวกเจ้ายังคิดอีกว่า นายน้อยจะนำพาหายนะมาสู่เมืองนี้.. เป็นลูกแมวกันเหรอไง? จริงอยู่ว่าเขาอาจจะใช้เวทย์ที่น่ากลัว แต่.. หรือว่าบางที..

" พวกเจ้าโดนชายคนนั้นทำร้ายมาหรือไง? " (โทโมเอะ)

" ครับ "

" ในเมื่อกลัวกันถึงขั้นนี้ หมายความว่าพวกเจ้าคงโดนทำร้ายกันมา 'เยอะ' เลยสินะ? " (โทโมเอะ)

ใช่แล้ว บางทีอาจเป็นเพราะจิตใต้สำนึกของพวกเขาเชื่อว่า อีกไม่นานนายน้อยก็จะหันมาโจมตีใส่พวกเขา อย่างน้อยมันก็เป็นสิ่งที่ข้าพอจะเดาได้จากปฏิกิริยาของพวกเขา

" เอ่อ.. เรื่องนั้น... "

" ชายคนนั้นบุกรุกเข้ามาในเขตป่าที่พวกเราดูแลอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาต ยิ่งไปกว่านั้น เขายังค้นพบต้นพฤกษาซึ่งมีความสำคัญมาก.. สำหรับพวกเราแล้ว เขาสมควรจะได้รับ 'การลงทัณฑ์หลวง'.. เพราะพวกเราพ่ายแพ้จากการต่อสู้ พวกเราก็เลยล่อเขาเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อให้เขาเริ่มไว้ใจพวกเรา จากนั้นพวกเราก็จะเริ่มต้นการลงทัณฑ์ "

การลงทัณฑ์หลวง ถ้าพูดถึงการลงทัณฑ์หลวงเดิม สมัยที่ข้ายังเป็นมังกร.. พวกเขาหมายถึง 'สิ่งนั้น' สินะ

จากสถานการณ์แล้ว มันก็คือโทษประหารดีๆนี่เอง

" ดูเหมือนพวกเจ้าจะสูญเสียความสามารถในการล่วงรู้ภัยอันตรายไปแล้วสินะ " (โทโมเอะ)

" ? ท่านหมายความว่ายังไงครับ? "

" เมื่อกี้นี้ข้าก็พูดไปแล้วนี่ว่า 'เขาคนนั้น' พวกเจ้ากำลังจะบอกให้ข้าหันไปโจมตีคนที่ข้าหลงใหลงั้นรึ? "

" ?! "

" อย่างที่ข้าพูดไปนั้นแหละ ข้ามาที่นี่ก็เพื่อมาหา.. นายน้อย " (โทโมเอะ)

" ทะ-ทะ-ทะ-ทะ-ท่านเรียกเขาว่าอะไรนะ?! "

จะพูดติดอ่างทำไม เนอกิสโตริ? ช่างหยาบคายจริงๆ พวกเจ้าควรจะรู้ตัวแล้วด้วยซ้ำ หลังจากเห็นกายมนุษย์ของข้า

" อ่า โทโมเอะ มาได้จังหวะพอดี " (มาโกโตะ)

โอ้ ดูเหมือนนายน้อยจะเห็นข้าแล้ว

" อืม.. ใช้คำว่าหลงใหลอาจไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะจริงๆแล้ว ข้าน่ะเป็น... " (โทโมเอะ)

ขณะที่โค้งคำนับนายน้อย ข้าจึงพูดต่อไปให้พวกยักษ์ป่าซึ่งกำลังเปิดๆปิดๆปากของตัวเองราวกับปลาท้องฟังว่า..

" ข้าเป็นทาสของท่านมาโก.. ท่านไรโดะยังไงล่ะ " (โทโมเอะ)

แล้วเนอกิสโตริก็เป็นลมไป..

 

------------------------------------------------------

จากผู้แปล - จริงๆว่าจะแปลตอนที่ 52.5 ก่อน แต่เหมือนเว็บที่แปลอังกฤษมันล่มหรือยังไงไม่รู้ครับ ผมเลยเข้าไม่ได้ ก็ขอทิ้งตอนพิเศษไว้สักระยะก่อนละกันครับ




NEKOPOST.NET