[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 50 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.50 - มังกรฟ้าที่ผมไว้วางใจ


หึ....

หึๆๆ...

หึๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ!

ว่าแล้วเชียว ผมรู้อยู่แล้ว!!!

โลกใบนี้มันไม่มีวันเมตตาต่อผมหรอก!

ครับ.. ขณะนี้ผม นายมิซุมิ มาโกโตะ กำลังรายงานสถานการณ์อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ!

ตอนนี้ผมกำลังใช้ [ซากาอิ] และมือของตัวเองรับมือกับลูกธนูและเวทมนตร์ที่ถูกกระหน่ำเข้าใส่พวกเรา ขณะที่กำลังพยายามทำให้มิโอะซึ่งใกล้สูญเสียสติใจเย็นลงด้วยการใช้แขนซ้ายปลอบเธอ ตอนนี้ผมกำลังปกป้องกลุ่มคนปริศนาสามคนซึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ และพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อบอกให้อีกฝ่ายหยุดโจมตี!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?!

นี่มันวุ่นวาย วุ่นวายมากจริงๆ

มันเกิดอะไรขึ้น?! ผมกำลังกลั้นเสียงของตัวเองอย่างสุดความสามารถไม่ให้เผลอกรีดร้องออกมา

มีศัตรูอยู่สองคน เป็นเผ่าแฟรี่ที่ล่ำลือกัน

หนึ่งในนั้นใช้ธนู และกำลังสุ่มยิงพวกเราอย่างแม่นยำ ปัญหาก็คือลูกธนูพวกนั้นมันทวีคูณจำนวนของตัวมันเองได้! ตอนนี้ผมก็เลยหลบมันได้อย่างยากลำบาก เป็นลูกธนูที่น่ารำคาญจริงๆ!

อีกคนหนึ่งถือไม้เท้าสั้นและน่าจะกำลังใช้ภาษาโบราณชั้นสูงอยู่ ด้วยการใช้เวทมนตร์โบราณ เธอผสานการร่ายคาถาเข้าด้วยกัน สร้างเป็นห่าฝนเวทย์กระหน่ำเข้าใส่จุดที่พวกเราอยู่ มันเป็นเวทมนตร์ประเภทที่ก่อนจะกระทบตัวพวกเรา มันจะระเบิดออก และขยายวงความเสียหายออกกว้างกว่าเดิม มันคือลูกบอลน้ำแข็งซึ่งแตกกระจายออกคล้ายๆกระสุนลูกซอง และปล่อยลมเฉือนที่มองไม่เห็นออกมาพร้อมๆกัน


ยังดีที่พวกเธอไม่ใช้เวทย์ธาตุไฟเลย ไม่อย่างนั้นคงไหม้ทั้งป่าแน่ๆ แต่ทำไมพวกเธอถึงชอบโจมตีเป็นวงกว้างกันจัง!

แค่ชื่อของภาษาโบราณขั้นสูงก็ฟังดูน่าชื่นชมแล้ว แต่มันแตกต่างจากภาษาที่ผมใช้โดยสิ้นเชิง.. สมกับเป็นภาษาชั้นสูง มันยอดเยี่ยมกว่าชั้นต่ำในเชิงของการใช้พลังเวทย์อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาอันเหมาะสม ในส่วนของพลังทำลายล้าง มันอาจจะอยู่ในจุดสูงสุดเลยก็ว่าได้

แฟรี่ทั้งสองคนเผยเรือนร่างซึ่งมีสีน้ำตาลอ่อนให้เห็นอย่างชัดเจน และกำลังสวมใส่ชุดเกราะสีหญ้าอยู่ มันดูเหมือนเสื้อคลุมมากกว่าชุดเกราะซะอีก.. อาวุธของพวกเธอเป็นแบบนั้น ผมเลยคิดว่าเกราะเองก็น่าจะถูกอาบด้วยเวทมนตร์เช่นกัน

ผมคิดว่าเสื้อเกราะสีเขียวจะเหมาะกับเผ่าเอล์ฟชั้นสูงจากเกาะต้องสาป*เพียงเผ่าเดียวซะอีก แต่ดูเหมือนผมจะเข้าใจผิด เพราะไม่ว่าใครก็ตามที่สวยงามได้สวมใส่มัน ชุดเองก็จะดูสวยงามมากอยู่ดี
[* อิงถึงเรื่องอะไรสักอย่าง ]

ดวงตาสีแดงและเส้นผมสีขาว ร่างกายของพวกเธอมีความละเอียดอ่อน และแทนที่จะเรียกมันว่างดงาม มันเหมาะกับคำว่าผอมบางมากกว่า

คนที่ใช้ธนูสูงกว่าคนใช้เวทย์ไปหนึ่งหัวไหล่ ถ้าให้พวกเธอสองคนมายืนเรียงกัน จะต้องได้ภาพที่สุดยอดมากแน่ๆ

หวา~! ได้โปรดหยุดโจมตีเถอะครับ~ ฟังพวกเราหน่อย~!

" ไอ่พวกมหนุษย์สารเลว! บังอาจมาชิงดอกคริมสันซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้ พวกเราจะเป็นคนลงทัณฑ์พวกแก! "

ใครจะไปยอมตายกัน ถ้าหากการลงทัณฑ์ที่เธอพูดถึงคือความตายเพียงอย่างเดียว ผมจะไม่มีวันยอม! แต่ช่วยหยุดยิงก่อนได้ไหมเนี่ย?! พวกเธอเรียกดอกแอมบรอเซียว่าดอกคริมสันสินะ! ก็จริงที่รูปลักษณ์ภายนอกมันดูเหมือนดอกคริมสันโลตัสไม่มีผิด

" บาปนั้น รับมันไปด้วยชีวิตของพวกเจ้าซะ "

พูดบ้าอะไรของเธอเนี่ย 'รับมันไป' เนี่ยนะ! นี่มันคำศัพท์ยุคโมเดิร์นเรอะ?! เธอบ้ารึเปล่า?!

พวกเธอกระหน่ำโจมตีผสานด้วยลมเฉือนที่มองไม่เห็น และกระสุนน้ำแข็งซึ่งแตกตัวออกเข้าใส่ผมอย่างต่อเนื่อง เธอเป็นปีศาจเหรอไง!

" ผมบอกว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฟังผมก่อนสิครับ.. ผมและผู้ติดตามของผม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาทั้งสามคน ดังนั้นช่วยฟังพวกเราพูดก่อนได้ไหม! ผมหมายถึง ช่วยหยุดโจมตีก่อนได้ไหมครับ! " (มาโกโตะ)

" ไม่ใช่ว่านายปกป้องสามคนนั้นอยู่นานแล้วเหรอ? ถ้าหากนายไม่ใช่พรรคพวกของพวกมัน แล้วนายเป็นใครกัน?! แถมกำลังใช้เวทย์ลึกลับอีกด้วย! "

ผมไม่คิดหรอกว่าจะสามารถอธิบายการทำงานของ [ซากาอิ] ในสถานการณ์แบบนี้ได้ แม้แต่คนในอะโซระยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเลยด้วยซ้ำ

" ยิ่งไปกว่านั้น ข้ายังได้กลิ่นของดอกคริมสันจากตัวนายด้วย.. นาย ซึ่งรับมันไป จะต้องตายอยู่เป็นที่นี่! "

เธอเป็นหมาหรือไง?! สิ่งที่เธอพูดมันเพี้ยนไปหมดในหลายๆความหมายเลยนะ! ยัยเทพธิดาสารเลว แปลภาษาให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไง! มันเรียกว่าการสื่อสารยังไม่ได้เลยนะ?! 

ถ้าเธอเป็นหมาจริงๆ อย่างน้อยก็ทำตัวให้เชื่องๆหน่อยสิ

" โฮ่ง "

" แล้วทำไมอยู่ดีๆเธอถึงเลียนเสียงเห่า?! " (มาโกโตะ)

" อยู่ดีๆก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จากตัวฉันเองมาบอกให้ฉันเห่า "

" สิ่งศักดิ์สิทธิ์โลกไหนมาจากตัวเธอเองบ้างหา! ยังไงก็ตาม หยุด.. ไม่สิ ได้โปรดหยุดเถอะครับ! มันอันตรายนะครับ! " (มาโกโตะ)

พี่สาวผิวน้ำตาลคนนี้เพี้ยนมาก ถ้าหูของเธอยาวกว่านี้ เธอก็คงจะกลายเป็นดาร์คเอล์ฟไปแล้ว! แต่ยังไงพวกเขาก็ไม่มีบรรยากาศอันมืดมนและเกียรติของเอล์ฟเลยแม้แต่น้อย

" เฮ้ย นายน่ะ! ทำไมถึงเอาแต่หนี? ถ้าหากนายจัดการพวกมันได้ ก็ได้โปรดช่วยจัดการมันทีเถอะ! "

" ใช่แล้ว! ในที่สุดพวกเราก็เจอมหาสมบัติอย่างแอมบรอเซีย! พวกเราจะแบ่งให้นายด้วยนะ ถ้าหากนายไปจัดการสองคนนั้นให้พวกเรา! "

" ฉันหน~าว จะตาย~~ ครั้งนี้~ ได้ต~าย จริงๆแน่~! "

หุบปากทีได้ไหม พวกสามสหายมหนุษย์ คำนวณจากช่วงเวลาที่พวกแกปรากฎตัว เห็นได้ชัดเลยว่าพวกแกสะกดรอยตามพวกเรามา! แล้วพวกแกเป็นคนค้นพบแอมบรอเซียตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?!

ถ้าผมรู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมคงจะไล่ตะเผิดมหนุษย์สามคนซึ่งสะกดรอยตามพวกเรามาแบบมือสมัครเล่นไปตั้งนานแล้ว! ผมไม่ควรจะระแวงเกินเหตุ จนตัดสินใจรอดูว่าพวกเขาจะทำอะไรกันต่อ!

ผมคิดว่าพวกเขาจะไม่สร้างปัญหาอะไรให้ ผมก็เลยปล่อยพวกเขาทำตามใจชอบ แต่สุดท้ายมันก็เป็นภัยต่อผมจนได้ ผมยอมรับว่าตัวเองมั่นใจเกินไป ว่าจะสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ที่พวกเขาก่อขึ้นมาได้

ยังไงก็ตาม ผู้หญิงคนที่พูดว่าดอกแอมบรอเซียคือมหาสมบัติ ผมจำได้ว่าเหมือนเคยเห็นเธอที่ไหน... ถ้าจำไม่ผิด เธอคือพี่สาวโสเภนีที่ไล่ตามผมอยู่ช่วงนึงนี่นา.. เธอคือนักผจญภัยหรอกหรือ?

พวกมหนุษย์เรียกผมว่าครึ่งมหนุษย์ ส่วนพวกครึ่งมหนุษย์และมารเรียกผมว่ามหนุษย์อัปลักษณ์.. ชีวิตผมน่าเศร้าขนาดนี้ได้ยังไงกัน..

" ท่านนายน้อยค่ะ ฉันกินพวกเขาหรือฆ่าพวกเขาทิ้งได้ใช่ไหมคะ? พวกมันสองตัวจะทำให้นายน้อยเสียเวลามากเกินไปแล้ว ดังนั้นฉันจะกินพวกมันซะ ได้ใช่ไหมค้า? " (มิโอะ)

" เดี๋ยวววววว! มิโอะ ช้าก่อนนน! " (มาโกโตะ)

ผมปฏิเสธความคิดอัปมงคลของมิโอะ ขณะที่เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผมด้วยพละกำลังทั้งหมด! เธอวางแผนที่จะจับพวกเขากินไปพร้อมๆอาณาบริเวณนี้! เพราะเธอพูดไปพร้อมๆกับจ้องไปที่พื้น!

ทางหนีของผมถูกปิดกั้นไว้หมด! ผมถูกล้อมอยู่ทุกทิศทาง (รวมถึงทิศของผมด้วย) ผมจะทำยังไงดี สิ่งที่ควรทำในสถานการณ์แบบนี้คืออะไร?!

( นายน้อย กำลังมีความสุขเลยสิน้า ) (โทโมเอะ)

โอ้ ผู้ติดตามคนแรกของผม! ในที่สุดก็มีคนมาช่วยผมแล้วสินะ? ใช่ไหม? ถึงแม้ว่าคุณกำลังถูกล้อมอยู่ทุกทิศทาง ฟ้าก็ยังช่วยเหลือคุณได้?

( โทโมเอะ โทโมเอะใช่ไหม! ช่วยทำอะไรสักอย่างที?! ) (มาโกโตะ)

( .... ถึงแม้มันจะเป็นคำสั่งจากเจ้านายของข้าซึ่งหนีออกไปเดทกับมิโอะ มันออกจะ... ) (โทโมเอะ)

( ไม่ใช่แบบนั้น! ผมมาที่นี่ก็เพื่อเจรจากับเผ่าแฟรี่ เพราะผมคิดว่าถ้าปล่อยให้มิโอะมาจัดการคนเดียว เผ่าแฟรี่ทั้งเผ่าจะเข้าไปอยู่ในท้องเธอหมด! ) (มาโกโตะ)

โทโมเอะพูดแบบนั้นหลังจากเห็นเหตุการณ์ ช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม!

ได้โปรดมาช่วยผมเถอะ ท่านโทโมเอะม่อน!

( แม้แต่พวกมหนุษย์ ท่านก็พามา.. เหมือนจะสนุกกันมากเลยสินะ? ) (โทโมเอะ)

( พวกมันแอบสะกดรอยตามพวกเรามา! โทโมเอะ ผมขอร้องหล่ะ! ถ้าเธออยากจะทำนา ปลูกข้าว ตีดาบคาตานะ จะทดสอบอะไรก็ ทำได้เต็มที่เลย! ถ้าตอนนี้เธอมีแผนอยู่ ก็มาช่วยผมสักทีเถอะ! ) (มาโกโตะ)

( ?! นั้นแหละ คำพูดที่ข้ารอคอยมานาน! การลงโทษหรือรางวัล นี่แหละเรื่องจริงในสังคม! ข้าจะลากไอ่มหนุษย์สามตัวนั้นไปที่อะโซระ ดังนั้นได้โปรดใช้อะไรที่คล้ายๆระเบิดให้ข้าที หลังจากนั้น นายน้อยก็ปล่อยมิโอะออก แล้วก็เริ่มเจรจากับยักษ์ป่า*พวกนั้นได้เลย ) (โทโมเอะ)
[* จริงๆในนี้เขียนว่าออร์คป่า(forset ogres)นะครับ แต่ในตอนหลังๆ ผู้แปลอังกฤษเปลี่ยนเป็นยักษ์ป่า(forest oni)แทน ผมก็ขอใช้ว่ายักษ์ป่าเลยละกัน ]

ยักษ์ป่า!

พวกเขาคือยักษ์! ไม่ใช่แฟรี่! ยิ่งไปกว่านั้น ผมยังเผลอสัญญาเรื่องโง่ๆไปซะแล้ว! ผมมั่นใจ 100% เลยว่าตอนนี้ นวัตกรรมใหม่ซึ่งเรียกว่าการตีดาบคาตะนะและการทำนาข้าวจะต้องถือกำเนิดขึ้นในอะโซระเป็นแน่!

ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ดุร้าย.. ปกติพวกยักษ์มันถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกับแฟรี่ด้วยเหรอ?

" ฆ่า ฆ่า ฆ่า.... " (มิโอะ)

หน้าโรคจิต ใบหน้าโรคจิตโผล่มาแล้ว~

สติของมิโอะ ใกล้จะนำพาพวกเราเข้าสู่ฉากจบอันเลวร้าย! คุณโทโมเอะครับ ขอร้องหล่ะ เร็วๆเข้า!

พวกคุณยักษ์ป่ายิงห่าฝนธนูใส่พวกเรา

" ตาย! "

" ทำอะไรสักอย่างที! "

พวกยักษ์ป่าไปถึงกลุ่มมหนุษย์ และจากกลุ่มมหนุษย์มาถึงตัวผม คำพูดถูกส่งต่อๆกัน

ฝนธนูลอยเข้ามาใกล้พวกเราอย่างช้าๆ..

ผมสร้างบาเรียเพลิงขึ้นมาล้อมรอบพวมหนุษย์ ธาตูหลักของธนูก็คือไม้ และดูเหมือนจะไม่มีการเสริมความเร็วให้ลูกธนูด้วยเวทมนตร์.. ดังนั้น..

 เปลวเพลิงขยายวงกว้างออกไปรอบๆบริเวณ จริงๆมันมีไว้เพื่อโชว์เฉยๆ แต่มันก็ร้อนมากพอที่จะเผาผลาญทุกสิ่ง ถึงผมจะพูดแบบนั้น มันยังไม่ร้อนมากพอที่จะเผาหัวธนูได้อยู่ดี แต่อย่างน้อยก็ทำให้มันสูญเสียโมเมนตัม พูดง่ายๆก็คือ สูญเสียพลังทำลายนั้นแหละ

.... ยกโทษให้ผมด้วยนะที่ทำให้โดนลวก

ผมรู้สึกได้แล้วว่า ตัวตนของพวกเขาทั้งสามคนหายไปแล้ว กำแพงเพลิงที่ปรากฎขึ้นอย่างกระทันหัน ทำให้พวกเขาตกใจถึงขีดสุด จนไม่สามารถพูดอะไรได้อีก และถูกโทโมเอะพาตัวไปในสภาพไร้การขัดขืน

ในที่สุดก็เหลือแค่มิโอะ และพวกยักษ์สินะ?

" มิโอะ! เฮ้ย มิโอะ! " (มาโกโตะ)

ไม่มีเสียงตอบรับ นี่มันคนหรือศพเนี่ย! ไม่สิ เธอกำลังพูดอะไรบางอย่าง

" ฉันทนไม่ไหว ฉันจะ กิน หลอม ทุกอย่าง แล้วดื่มพวกมัน ให้เหมือนน้ำผลไม้~ " (มิโอะ)

เยี่ยมจริงๆ เธอจะทำแบบนั้นเนี่ยนะ?!

อึกก.. ไม่มีทางเลือกแล้ว!

ผมลังเลนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจหยุดกระสุนน้ำแข็งแหลมด้วยมือเปล่า และยั้งมันไว้ด้วยพละกำลัง

จริงๆมีหนทางที่ดีกว่านี้ให้เลือกอีกมากมาย แต่มันสายเกินไปแล้ว

เลือดของผมกำลังไหล มันก็ไม่ได้ไหลเยอะขนาดนั้นหรอก

ผมขยับมือข้างที่มีเลือดไหลไปหามิโอะซึ่งผมกำลังอุ้มด้วยแขนข้างซ้าย พูดให้ชัดเจนกว่านี้ก็คือ ผมเอามืออุดปากเธอ

เสียงพึมพำสยองขวัญของเธอหยุดลง ไม่ใช่เพราะผมอุดปากเธอหรอก มันเป็นเพราะสสารสีแดงที่แตะริมฝีปากของมิโอะต่างหาก

สัมผัสของลิ้นของมิโอะซึ่งเข้ากระทบกับฝ่ามือของผม ความรู้สึกมันส่งผ่านไปทั่วร่าง.. ให้ตายสิ รีบๆดื่มไปเร็ว จะได้หยุดเพ้อเป็นบทสวดสักที

ด้วยเลือดของผม มิโอะจะได้หยุดเคลื่อนไหวสักที

เอาหล่ะ

ตอนนี้ผมจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังพวกยักษ์ป่าซึ่งเคลื่อนไหวไปมาไม่หยุด

ผมมองไปที่พวกเธออย่างหนักแน่น และหยุดฝีเท้าลง

" มหนุษย์ แตกหักจากภายใน? "

เธอน่าจะคิดว่าผมเผาสามคนนั้นจนเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว ถ้ามองจากภายนอก มันก็ดูเหมือนผมเผาไปจริงๆนั้นแหละ

" เปล่าครับ ผมแค่แยกพวกเขาออกไป " (มาโกโตะ)

" การเคลื่อนไหวหยุดแล้ว "

จากนั้นเธอก็เอาไม้เท้าชี้มาที่ผม

ผมรู้สึกได้ว่าสิ่งต่างๆรอบตัวกำลังเปลี่ยนไป เวทย์ธาตุลมงั้นรึ? ผมไม่รู้ว่ามันเป็นเวทย์ชนิดไหน แต่จากคาถาร่ายของเธอ และพลังเวทย์ซึ่งหลอมรวมเข้าด้วยกัน มันเป็นทักษะการโจมตีอันรุนแรงซึ่งต่างจากเวทย์ที่เธอใช้มาก่อนหน้านี้

" มิโอะ กระจาย " (มาโกโตะ)

ด้วยคำพูดสั้นๆ ผมออกคำสั่งมิโอะซึ่งกำลังถูกผมอุ้มไว้

เวทย์ธาตุมืดมีความสามารถพิเศษหลายอย่างซึ่งธาตุอื่นๆไม่มี หนึ่งในความสามารถนั้นก็คือ ต่อต้านพลังธาตุแสง ซึ่งเป็นธาตุหลักของเทพธิดา มันทำให้ทุกๆคนต่างก็เกลียดมัน.. แต่ผมไม่สนใจหรอก

ส่วนอีกหนึ่งความสามารถก็คือ...

" ค่ะ ท่านนายน้อย " (มิโอะ)

เธอมีสติกลับมาอีกครั้ง (มั้ง?) ผมมองดูการไหลเวียนเวทมนตร์ของมิโอะ เธอน่าจะ 'เข้าใจ' สถานการณ์ได้ทันทีหลังจากการพิจารณาในชั่วอึดใจ ยอดเยี่ยมจริงๆ.. น่าจะเป็นทักษะเฉพาะตัวซึ่งเกิดขึ้นจากสัญชาตญาณสินะ

ก่อนที่เวทย์จะกระจายตัวออกและถูกเสริมด้วยคุณสมบัติต่างๆ

เวทมนตร์ที่ถูกร่ายขึ้นมา กระจายตัวออก

" ?! "

พวกยักษ์ป่าสองคนกำลังแสดงสีหน้าซึ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น.. มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ทักษะประเภทนี้มันคือการเล่นผาดโผนดีๆนี่เอง ผมพยายามจะเรียนรู้มันด้วยการฟัง แต่มันยังเหนือความสามารถของผมจนนำมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ได้ มันอยู่ในระดับที่ ถ้าหากผมเข้าใจว่าต้องผสมเวทย์อะไรเข้าไปบ้าง ผมก็น่าจะสามารถกระจายมันออกเป็นวงกว้างได้

ธาตุมืดจะกลืนกินพลังเวทย์.. ยิ่งไปกว่านั้น ในสถานการณ์ทั่วไป มันยังมีประสิทธิภาพมากอีกด้วย

สำหรับเวทย์ที่ถูกร่ายจนเสร็จ มันจะกลืนกินทุกสิ่ง ราวกับว่าสิ่งอื่นนั้นไร้ตัวตน ถ้าหากคุณอยากจะทำให้มันหายไป คุณจำเป็นต้องใช้พลังเวทย์หลายครั้ง สำหรับคนที่ใช้อาวุธหลักเป็นไม้เท้าและคนที่รวบรวมพลังเวทย์ของตัวเองไว้ในนิ้ว ธาตุมืดจะทำงานได้ดีมาก

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากพลังเวทย์ซึ่งก่อตัวขึ้นในมือ ถูกธาตุมืดกลืนกินไปก่อนจะได้ใช้งานมัน?

คำตอบก็ง่ายมาก เวทย์นั้นๆก็จะถูกยกเลิกทันที ยิ่งไปกว่านั้น พลังเวทย์ที่ถูกกินเข้าไปจะไม่กลับมาหาเจ้าของอีกเลย ดังนั้นพลังเวทย์ก็จะหายไป

พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นการเคาน์เตอร์พลังเวทย์ ส่งผลกับธาตุทุกชนิด

แต่คุณจำเป็นต้องไวกว่าอีกฝ่าย ตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายเริ่มร่ายและต้องสังเกตว่าอีกฝ่ายกำลังร่ายเวทย์รูปแบบใด ยิ่งไปกว่านั้น คุณจะต้องร่ายเวทย์ของตัวเองให้เสร็จก่อนศัตรู และสแกนแกนกลางเวทย์ของศัตรูด้วยทิศทางตรงกันข้าม ในตำแหน่งที่พลังเวทย์ก่อตัวขึ้น

มันยากกว่าที่พูดเยอะ แต่มิโอะซึ่งเคยชินและใช้เวทย์ธาตุมืดมานานแสนนาน สามารถทำทุกอย่างได้สำเร็จและแม่นยำ ราวกับว่ามันเป็นเพียงลมหายใจ.. สัญชาตญาณสินะ เป็นทักษะที่น่ากลัวจริงๆ

แถมคุณต้องประมวลทุกอย่างให้เสร็จภายในการต่อสู้จริง ถ้าหากคุณอยากจะสู้กับมิโอะ แทนที่จะใช้เวทย์ซึ่งมีคาถายาวๆและมีพลังทำลายล้างสูง การเลือกใช้เวทย์ทั่วๆไปและสามารถร่ายได้ถี่ๆจะมีประสิทธิภาพมากกว่า แต่สุดท้ายคุณก็อาจจะถูกกินอยู่ดี.. ครับ ผมเองก็ไม่อยากจะลองเสี่ยงหรอก

" ถ้าหากมีความจำเป็นต้องแสดงความแข็งแกร่งของพวกเราให้พวกเธอดู ถึงจะยอมฟังที่พวกเราพูด... " (มาโกโตะ)

" โอ้~ อยากสู้แล้วหรือ? "

" ช้าก่อน มีบางสิ่งแปลกๆ "

หญิงสาว ข รู้สึกไม่ชอบมาพากล เพราะเธอไม่สามารถร่ายเวทย์ของตัวเองได้ แต่มันสายไปแล้ว!

" ผมจะแสดงให้พวกเธอเห็น ด้วยการทำให้พวกเธอไร้ซึ่งพลัง! " (มาโกโตะ)

ศัตรูใช้ไม้เท้าและธนู ยังไงก็ตาม ถ้าหากผมเล็งไปแบบนี้ การโจมตีก็จะประทะเข้ากับร่างของผมโดยตรง*
[* คนแปลอังกฤษบอกไม่เข้าใจประโยคนี้ครับ <でも、まんま狙うと位置的に体ごと撃ち抜いちゃうので。> ]

( มิโอะ มันจะสว่างหน่อยนะ ) (มาโกโตะ)

ผมบอกมิโอะไปคร่าวๆว่าผมจะทำอะไร

ผมเพิ่มความรุนแรงของเวทย์ธาตุแสงขึ้น และร่ายมันออกไปทันที ผมขว้างมันไปใส่ตรงกลางระหว่างพวกเธอทั้งสองคน และให้มันระเบิดออก.. มันไม่ได้ส่งผลอะไรเป็นพิเศษหรอก ผมใช้มันเพื่อปิดบังทัศนวิสัยของพวกเธอเท่านั้น

ฮึ่ม! เพราะหน้ากากที่ผมยังไม่ได้ถอดแท้ๆ ทัศนวิสัยของผมก็เลยแย่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยคนที่โดนแสงจ้าเข้าตาไปเต็มๆก็คือพวกเธอ!

พวกเธอทั้งสองคนพยายามหลบออกจากแสงสว่าง ในจุดที่พวกเธอหลบออกไป ผมยิ่ง [บริด] ใส่อุปกรณ์ที่พวกเธอถืออยู่ในมือ

ผมทำลายไม้เท้าและธนูซึ่งเป็นอาวุธของพวกเธอทิ้ง ในกรณีที่อาวุธมันทนทานเกินไป ผมเลยเตรียมร่ายระลอกสองเอาไว้แล้ว แต่ดูเหมือนมันจะไม่จำเป็น

ผม..เหนื่อยเหลือเกิน...

ในที่สุดพวกเราก็สามารถเจรจากันได้สักที.. ถ้านี่เป็นเกม ทุกปัญหาก็คงจบลงด้วยการกดปุ่ม 'TALK' ไปแล้ว




NEKOPOST.NET