[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 48 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.48 - กลุ่มคนซึ่งมารวมตัวใกล้ๆน้ำผึ้ง


~ นักผจญภัยคนหนึ่ง ~

ช่วงหลังนี้ เมืองซึเงะเจริญก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก

คำตอบนั้นง่ายนิดเดียว

เพราะอยู่ดีๆก็มีนักผจญภัยซึ่งมีทักษะสูงปรากฎตัวขึ้น และรับภารกิจมาทำอันแล้วอันเล่า รายชื่อของนักผจญภัยในกิลด์อันดับต้นๆเปลี่ยนไปมาก ชื่อของเธอยังไม่พุ่งขึ้นไปจนติดอันดับท๊อปก็จริง แต่ปาร์ตี้ที่รู้จักพวกเธอ อยู่ดีๆก็มีเลเวลที่สูงขึ้นจนแซงหน้าทุกๆคนและมีชื่อปรากฎอยู่บนตำแหน่งที่สูงที่สุดในตาราง

มีนักผจญภัยคนใหม่ 3 คน.. ยังไงก็ตาม หนึ่งในนั้นเป็นหัวหลักหัวตอ เธอมีชื่อว่าโทโมเอะ และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเลยก็คือ เธอมีเลเวลสูงถึง 1340!

มันก้าวข้ามตำนานของ 'นักฆ่ามังกร' ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก บางทีอาจเป็นเพราะเหตุผลบางอย่าง ทำให้แรงค์ของโทโมเอะนั้นต่ำจนไม่ปรากฎให้เห็นอยู่บนรายชื่อ.. ตอนนี้มีเพียงไม่กี่คนในกิลด์เท่านั้นที่รู้จักตัวตนของเธอ แต่เธอกลับมีเลเวลที่สูงกว่าโซเฟีย(นักฆ่ามังกร)ถึง 400 เลเวล

และเธอคือผู้ที่จัดการภารกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับแดนรกร้างไปจนหมด ตอนนี้ไม่มีใครเลยที่สงสัยว่าเลเวลของเธอเป็นตัวเลขอันหลอกลวง มีคนหลายคนเข้าไปประจบและพยายามตีสนิทกับเธอ แต่เท่าที่ได้ยินมา ดูเหมือนจะยังไม่มีใครทำได้สำเร็จ

ด้วยเหตุผลบางอย่าง กลุ่มคนที่วางแผนจะโค่นล้มบริษัทเรมแบรนดท์เองก็พยายามหาทางตีสนิทเธอเช่นกัน

เมื่อตรวจสอบลึกลงไป ค้นพบว่าปกติแล้วมีชายคนหนึ่งซึ่งเป็นพ่อค้า คอยอยู่อย่างใกล้ชิดพวกเธอทั้งสองคนเสมอ ฉันไม่รู้หรอกว่าเหตุผลมันเพราะอะไร แต่เขามอบวัตถุดิบหายากที่บริษัทเรมแบรนดท์ต้องการให้แก่พวกเขา ตอนนี้ก็เลยมีสัมพันธ์อันดีต่อกัน

แต่สุดท้ายแล้ว เขาก็กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำเพราะไม่สามารถออกไปล่าวัตถุดิบเหล่านั้นได้ด้วยตัวเอง.. เมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าเขาอาศัยเศษซากจากมอนสเตอร์ที่โทโมเอะล่าทิ้งไว้เพื่อรวบรวมวัตถุดิบมามอบให้บริษัทเรมแบรนดท์.. น่าสมเพชมาก

ชายคนนั้นช่างเขลาสิ้นดี

ฉันกำลังจับตามองพวกเขา.. ไม่ใช่โทโมเอะหรอก แต่เป็นอีกสองคนที่เหลือ ไรโดะและมิโอะ.. ไรโดะมีเลเวลแค่ 1 เท่านั้น แสดงว่าความสามารถของเขาต่ำต้อยมาก

นี้เป็นข้อมูลที่ถูกปกปิดไว้ แต่ดูเหมือนตัวท๊อปคนเก่าที่ชื่อไลม์ ได้เข้าโจมตีโทโมเอะและคนอื่นๆด้วยคนจำนวนมาก ฉันได้ยินมาว่าไรโดะเข้าไปต่อยนักร่ายเวทย์แค่คนเดียว ส่วนคนที่เหลือถูกโทโมเอะจัดการหมด ฉันไม่รู้ว่าทำไมคนที่แข็งแกร่งอย่างไลม์ถึงต้องทำแบบนั้น เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีหน้าตาเจ้าเล่ห์ แต่จิตใต้สำนึกของเขาเป็นคนที่มีนิสัยดีงามและเอาใจใส่ผู้อื่นเสมอ.. เขาอาจจะโกรธ เพราะบริษัทเรมแบรนดท์แย่งภารกิจระดับต่ำไปจากพวกนักผจญภัยหน้าใหม่

ฉันคิดว่าการแนะแนวทางหรือการสอนให้รู้จักโลกมากขึ้นคือหน้าที่อย่างหนึ่งของคนเป็นหัวหน้า คนที่ไร้ซึ่งพลัง ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องตาย ฉันคิดอีกว่าคนที่ทำงานด้านขนส่งและรวบรวมสมุนไพรควรจะตื่นจากฝันเพื่อตัวของพวกเขาเองได้แล้ว

ยังไงก็ตาม ด้วยเหตุผลบางอย่าง มิโอะกลับไม่เข้าร่วมวงเพื่อต่อสู้กับไลม์และสมาชิกปาร์ตี้ของเขา

มิโอะคือคนที่มีเลเวลถึง 1500.. มันเป็นตัวเลขที่ทำให้คุณอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอเป็นคนหรือสปิริตกันแน่ เป็นตัวเลขที่น่ากลัวซะจน ถ้ามีคนบอกมาว่าเหตุผลที่เธอไม่เข้าร่วมต่อสู้เป็นเพราะ "เธออาจะเผลอฆ่าพวกเขาทั้งหมดแม้ว่าจะออมมือแล้วก็ตาม" ฉันก็คงจะเชื่อสนิทใจ

มีความเป็นไปได้ว่าระหว่างพวกเขาสามคน โทโมเอะอยู่ระดับต่ำสุด และตอนนี้เธอกำลังทำตามคำสั่งด้วยการไล่ทำภารกิจพร้อมๆกับกลุ่มปาร์ตี้ที่กำหนด

ส่วนอีกคนหนึ่งคือชายน่าสงสัยสวมหน้ากากชื่อว่าไรโดะ เขาชอบทำตัวเหมือนว่าเป็นหัวโจก แต่มันน่าจะเป็นเพียงการแสดงเท่านั้น เขาต้องเป็นข้ารับใช้ของมิโอะหรือไม่ก็ทาสแน่ๆ บางทีอาจจะเป็นโสเภณีชายซึ่งคอยปรนนิบัติพวกเธอทั้งสองคนเลยด้วยซ้ำ

มิโอะจะต้องเป็นหัวหน้าที่แท้จริงอย่างแน่นอน เลเวลของเธอเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างชัดเจน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมโทโมเอะถึงปฏิเสธทุกคนที่เข้ามาตีสนิทด้วย ถ้าหากอยากจะสร้างภาพด้านบวก คุณควรจะเข้าไปตีสนิทมิโอะมากกว่า

ลางสังหรของฉันน่ะ มันช่วยชีวิตฉันมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว.. ตอนนี้พวกเรามีเลเวลถึง 95 และมันคือเลเวลซึ่งมากพอที่จะเดินทางเข้าไปในแดนรกร้างได้แล้ว ฉันมีพรสวรรค์ และฉันมีความหมั่นเพียร ในเมื่อมันเป็นความจริงทั้งหมด ฉันก็มีสิทธิจะอวดตัวเอง

ถ้าหากคุณวางแผนที่จะอาศัยอยู่แต่ในซึเงะในฐานะนักผจญภัย มันจะไปมีเหตุผลอะไรหล่ะ ถ้าคุณไม่เดินทางเข้าไปในแดนรกร้าง? ถ้าหากไม่คิดจะเข้าไป ช่วยไปเป็นนักผจญภัยในเมืองอื่นแทนเถอะ

ยังไงก็ตาม ทุกภารกิจในแดนรกร้างนั้นยากมาก ตอนนี้ฉันรับมันมาจำนวนหนึ่งแล้ว แต่ยังทำมันไม่สำเร็จเลยสักภารกิจ

พวกมาโมโนะแข็งแกร่งมาก อย่างน้อยที่สุดพวกเราก็ฆ่ามันได้หนึ่งตัวด้วยจำนวนคนสามคน แต่ถ้าหากมีตัวที่แข็งแกร่งโผล่มา มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย.. พวกเราไม่สามารถทำภารกิจเกี่ยวกับการปราบปรามหรือรวบรวมชิ้นส่วนได้ มันคงเป็นอีกเรื่องหนึ่งถ้าหากพวกเราสามารถรวบรวมวัตถุดิบทีละชิ้นจากมาโมโนะทีละตัวอย่างงายดาย แต่กลิ่นของซากศพมันดันเรียกมาโมโนะตัวอื่นมา.. ปัญหาทุกอย่างน่าจะหมดไปถ้าพวกเราสามารถรับมือมันได้ด้วยคนจำนวนสองคน

ภารกิจสำรวจและรวบรวมก็เหมือนกัน ท้ายที่สุด ความยากในการต่อสู้กับมาโมโนะก็หยุดพวกเราในการทำภารกิจให้สำเร็จ ยังไงก็ตาม ถ้าหากโทโมเอะมาเข้าร่วมปาร์ตี้ของพวกเราในฐานะกองหน้า พวกเราก็จะทำมันสำเร็จได้อย่างง่ายดาย เพราะความแตกต่างระหว่างปาร์ตี้ของเราและปาร์ตี้ของโทอามันไม่ได้มีมากขนาดนั้น การที่ปาร์ตี้ของพวกเธอทำภารกิจเสร็จอันแล้วอันเล่าแล้วไต่แรงค์ขึ้นไปเรื่อยๆ รวมถึงเพิ่มเลเวลของตัวเอง มันเป็นเพราะมีโทโมเอะค่อยหนุนหลังให้อยู่ ฉันเคยตามพวกเธอไปครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้ฉันรู้ว่าการมีโทโมเอะอยู่ในปาร์ตี้ ทำให้พวกเธอสามารถมีสมาธิอยู่กับการรวบรวมวัตถุดิบโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีมาโมโนะเข้ามาก่อกวน มาโมโนะส่วนใหญ่นั้นไม่กล้าเข้าโจมตี มีเพียงมาโมโนะที่ไร้สติปัญญาเท่านั้นที่จู่โจ่มเข้าใส่โทโมเอะ แต่ร่างของพวกมันก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างง่ายดาย.. ฉันได้แต่ยืนมองแล้วก็หัวเราะ มันดูเหมือนมาท่องเที่ยวมากกว่ามาเสี่ยงชีวิตในแดนรกร้างอันโหดร้าย

ดังนั้นถ้าหากพวกเราได้เธอมาร่วมปาร์ตี้ของเรา.. จะเป็นไรโดะหรือมิโอะก็ได้ ถ้าหากสามารถตีสนิทกับใครสักคนหนึ่งระหว่างทั้งสองคน ฉันก็คงจะได้ไปท่องเที่ยวในแดนรกร้างเหมือนปาร์ตี้ของโทอา รวบรวมวัตถุดิบ เปลี่ยนมันให้เป็นเงิน แล้วซื้ออาวุธและชุดเกราะชั้นยอด

คงจะดีไม่น้อยถ้าระหว่างที่อยู่ในแดนรกร้าง พวกเราเดินทางไปเยือนเมืองอื่นที่ตั้งอยู่ในเขตนั้นด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากว่าพวกเราจะเดินทางกลับมาถึงซึเงะ ตอนนั้นพวกเราก็คงมีเลเวลประมาณ 200-300 ไปแล้ว.. ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา การจะได้เป็นอัศวินยศสูงก็จะไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป แม้แต่การแข่งขันประลองวิทยายุทธทั่วโลกก็ไม่คณามือพวกเรา แม้แต่การแข่งขันอันโด่งดังของจักรวรรดิก็จะส่งคำเชิญมาให้พวกเราไปร่วมแข่งด้วยเช่นกัน

ทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับไรโดะและมิโอะ

แต่เสียงตอบรับจากอีกสองคนในปาร์ตี้ของฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่

หนึ่งในพวกเขาเป็นคนที่มีเลเวลถึง 100 จากการทำภารกิจ (ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแดนรกร้าง) แล้วจากนั้นก็ได้ลองไปสัมผัสความเก่งกาจของมาโมโนะหน้าทางเข้าแดนรกร้างมาแล้ว.. เธอบอกว่าตั้งเป้าหมายไปที่เมืองลับแลที่เขาลือกันจะปลอดภัยกว่าการออกล่ามาโมโนะ.. เธอโง่รึเปล่า? แทนที่จะล่อให้โทโมเอะมาเข้าปาร์ตี้ของพวกเรา แต่เธอกลับอยากจะมองหาสถานที่ซึ่งไม่รู้ว่ามีอยู่จริงรึเปล่าเนี่ยนะ? ผู้หญิงคนนั้น แม้ว่าเธอจะมีอคติกับพวกมาโมโนะและพวกครึ่งมหนุษย์ แต่เธอกลับไปมองหาเมืองมาโมโนะที่เป็นแค่ข่าวลืองั้นเหรอ? เธอคิดว่าตัวเองใช้เวลาตั้งกี่ปี่กว่าจะมีเลเวลถึง 100 ด้วยภารกิจซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแดนรกร้างและการปราบปรามมาโมโนะ?

ส่วนอีกคนยิ่งไม่เห็นด้วยเข้าไปใหญ่เลย โง่จริงๆ.. เขาบอกว่าพวกเราควรไปหาเงินแล้วหาซื้ออุปกรณ์ดีๆมาสวมมากกว่า.. ไม่ใช่ว่าฉันบอกพวกเขาตั้งแต่แรกแล้วเหรอว่า เงิน เลเวล อุปกรณ์ เราจะมีทุกๆอย่างถ้าเราสามารถชวนโทโมเอะและมิโอะเข้าร่วมปาร์ตี้กับพวกเราได้น่ะ! มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่พวกเราจะสามารถสร้างอุปกรณ์ราคาแพงได้ง่ายๆ ถ้าหากพวกเรามีวัตถุดิบ! ได้โปรดช่วยหยุดคิดถึงเรื่องชุดเกราะได้ไหม ถ้านายยังเรียกตัวเองว่าผู้ชาย

ฉันเริ่มคิดถึงแผนการณ์.. ฉันยอมรับว่าการจะเข้าไปล่าในแดนรกร้างนั้นมีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้นควรจะไปวางแผนให้ดีเพื่อขจัดความเสี่ยง แล้วจะกลับมาปรึกษาพวกเขาทั้งสองคนอีกครั้ง.. แม้ว่าพวกเขาจะเป็นกันแบบนั้น แต่พวกเขาก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับฉันมานานมากแล้ว เรื่องทักษะและการทำงานเป็นทีมยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย มันทำให้ฉันไม่อยากสลายปาร์ตี้ของพวกเรา

ตอนนี้บุคคลที่สำคัญต่อแผนการณ์อย่างมิโอะก็ดันหายหัวไปไหนก็ไม่รู้ ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย.. ถ้าหากเธอเกิดอารมณ์เสียขึ้นมา เธออาจจะฆ่าฉันทิ้งได้ทันที เมืองนี้อาจจะไม่เล็กเท่ากับค่าย แต่คุณค่าในชีวิตของนักผจญภัยในเมืองนี้มันค่อนข้างต่ำกว่าเมืองอื่น

ถ้าอย่างนั้นทางเลือกที่เหลืออยู่คือเข้าไปตีสนิทไรโดะ ซึ่งมักจะเดินไปมาในเมืองให้เห็นบ่อยๆ เสร็จแล้วก็สร้างสถานการณ์จนฉันสามารถเข้าไปคุยกับมิโอะได้

ฉันพยายามใส่เมคอัพให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ เสร็จแล้วก็สวมเสื้อผ้าของชาวบ้านหญิงซึ่งปกติไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากจะสวมเลยแม้แต่น้อย ฉันพยายามจะเข้าไปพูดกับเขาแล้ว แต่เขารีบเดินไปมาอย่างรวดเร็วเพราะยุ่งอยู่กับงาน เขาไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่าฉันกำลังเรียกเขาอยู่.. ทั้งๆที่มีเลเวลแค่ 1 แท้ๆ พวกผู้ประกอบการและนักเวทย์เป็นกลุ่มคนที่ฉันชื่นชอบน้อยที่สุดแล้ว

ยังไงก็ตาม เขาดูไม่ค่อยคุ้นเคยกับพวกผู้หญิงเลยสักนิด.. การที่ฉันเรียกเขาว่าโสเภณีชายเป็นความเข้าใจผิดสินะ? แสดงว่าเขาเป็นเพียงคนรับใช้งั้นเหรอ?

หลังจากนั้น ฉันก็เลยลองแต่งตัวเป็นหญิงขายบริการแล้วเข้าไปตีสนิทกับเขาดู สำหรับผู้ชายแล้ว ถ้าหากได้นอนกับผู้หญิงเพียงครั้งเดียว เขาจะต้องหลงใหลในตัวผู้หญิงคนนั้นอย่างแน่นอน ถ้าหากเขาไม่หลงเสน่ห์มิโอะไปซะก่อนนะ

แต่นี้เป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์ ทันทีที่ฉันเข้าไปใกล้เขา ทั้งโทโมเอะและมิโอะซึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ มาลักพาตัวเขาไปทันที.. ชายคนนั้น บางทีภายใต้หน้ากากนั้นอาจจะเป็นชายหนุ่มรูปงามซึ่งหล่อที่สุดในโลกก็ได้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเธอสองคนจะพยายามต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงเขาได้ถึงขนาดนี้.. แสดงว่าการจะเข้าไปตีสนิทเขาด้วยวิธีหว่านสเน่ห์อาจจะให้ผลตรงกันข้ามแทน เพราะคนที่ฉันอยากจะเข้าใกล้ไม่ใช่เขา แต่เป็นโทโมเอะและมิโอะนี่นา

ถ้าหากเพื่อนร่วมปาร์ตี้ของฉันอีกสองคนให้ความร่วมมือ ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างกัน แต่ท้ายที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือฉันล้มเหลวในการตีสนิทพวกเขา ใบหน้าของฉันอาจจะถูกจดจำในแง่ลบไปแล้วด้วยซ้ำ โอกาสที่ฉันจะได้เข้าใกล้ไรโดะเองก็ลดน้อยลง เพราะตอนนี้เขากำลังพยายามหลบหน้าฉันอยู่

แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว

ฉันคิดได้อยู่หนึ่งทาง.. วิธีที่ฉันจะได้พลังของพวกเธอมา

จริงๆมันเป็นแผนที่งี่เง่ามาก และถึงแม้ว่ามันจะล้มเหลวจนต้องหอบชีวิตหนีมา โอกาสที่ฉันจะโดนโทโมเอะและมิโอะเกลียดขี้หน้ามีสูงมากทีเดียว

ไม่มีทางเลือกแล้ว ในเมื่อมันเป็นแบบนี้ ต้องบังคับให้เพื่อนของฉันมาร่วมมือให้ได้ และจากนั้น แม้ว่าพวกเราจะต้องใช้วิธีสกปรก พวกเราก็จะทำมันให้สำเร็จ.. หลังจากทั้งสองคนยอมตกลงร่วมมือ ฉันก็เริ่มคิดถึงหนทางที่จะทำให้พวกเธอเคลื่อนไหว..

.....

..

จริงด้วยสิ..

ฉันไม่จำเป็นต้องทำให้พวกเธอเคลื่อนไหวก็ได้ แค่พวกเราเคลื่อนไหวพร้อมกับพวกเธอก็พอแล้ว

มันไม่ดีแน่สำหรับโทโมเอะที่มียัยโทอาซึ่งมีอาชีพเป็นโจรความมืดอยู่ เมื่อไหร่ก็ตามที่มิโอะหรือไรโดะออกจากแดนรกร้าง พวกเราจะสะกดรอยตามในระยะที่พวกเขาไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าพวกเขาเข้าไปลึกจนเกินไป พวกเราก็จะยอมแพ้

วิธีนี้แหละ ถ้าเป็นวิธีนี้ ทั้งสองคนจะต้องยอมร่วมมือด้วยแน่

พวกเราอาจจะได้ซากวัตถุดิบจากมาโมโนะที่มิโอะล่าทิ้งไว้ พวกเราอาจจะไปถึงเมืองมาโมโนะด้วยก็ได้ แต่จำนวนของศัตรูที่อ่อนแรงลงและเหลืออยู่ไม่มากไม่ควรจะมีน้อยจนเกินไป

ได้ผลแน่.. การที่ฉันเห็นด้วยกับพวกเขา ว่าแผนการณ์มันฝั่งดูน่าสงเพช มันทำให้ฉันรู้สึกหงุดหงิดตัวเองเล็กน้อย.. แทนที่จะตามโทโมเอะไป สะกดรอยตามไรโดะและมิโอะน่าจะให้ผลที่ดีกว่า แถมคู่แข่งก็จะน้อยลงด้วย แต่ความเสี่ยงก็จะสูงมากขึ้นด้วยเช่นกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าที่จะลองเสี่ยง

พวกเราตกลงแผนการณ์กันแล้ว

ตอนนี้เหลือแค่รอพวกเขาเคลื่อนไหวเท่านั้น

การตามหาตัวมิโอะนั้นยากมาก ดังนั้นจับตามองแต่ไรโดะไว้ก็พอ ถ้าหากพวกเราตามเขาไป พวกเราจะต้องเจอโทโมเอะและมิโอะอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่เขาจะเดินเข้าไปในแดนรกร้างด้วยตัวคนเดียวอย่างแน่นอน เพราะเขามีเลเวลและแรงค์ไม่เพียงพอ แต่ถ้าเขามีโทโมเอะหรือมิโอะ ทางกิลด์น่าจะอนุญาตให้เขาเดินทางเข้าไปเป็นกรณีพิเศษ ทางกิลด์ไม่มีทางอนุญาตให้เขาเข้าไปคนเดียวแน่ๆ

แต่ว่าเขามีไหวพริบสูงจนน่าตกใจ เพราะเขาคอยเดินหลบหน้าฉันอยู่ตลอดเวลา สถานที่เดิมซึ่งฉันวางแผนจะเจอเขา ถูกเปลี่ยนกระทันหัน เพราะเขาหันไปใช้เส้นทางอื่นแทน และตอนกำลังสะกดรอย พวกเราก็คาดสายตาไปจากเขาบ่อยมากทีเดียว.. พูดง่ายๆก็คือ พวกเรามองไม่ออกเลยว่าเขาจะเคลื่อนไหวยังไง ฉันไม่รู้หรอกว่าเขาตรวจพบพวกเราซึ่งสะกดรอยอยู่ห่างๆได้อย่างไร แต่ฉันมั่นใจแล้วว่าเขากำลังคอยระวังตัว

ฉันก็เลยขอใครสักคนหนึ่งในปาร์ตี้มาทำหน้าที่แทน

พวกเราทั้งสามคนเกิดในซึเงะและเติบโตขึ้นมาที่เมืองนี้ ถ้าหากฉันให้พวกเขามาสะกดรอยแทน อย่างน้อยก็น่าจะมีโอกาสตามไรโดะซึ่งยังไม่คุ้นเคยกับถนนหนทางได้ทัน ฉันควรจะเตรียมตัวไว้ เพื่อให้พวกเราพร้อมที่จะเดินทางไปยังแดนรกร้างได้ทุกเมื่อ

ฉันควรจะคิดเผื่อไว้ด้วยสินะ เพราะในอนาคตพวกเราอาจจะต้องประทะกับไรโดะและผู้หญิงสองคนนั้น

หลังจากกลายมาเป็นนักผจญภัย ในที่สุดช่วงเวลาที่สงครามใกล้เข้ามาก็มาถึงสักที นี่เป็นโอกาสเหมาะที่จะสร้างชื่อเสียงของพวกเราให้โด่งดัง เพราะตอนนี้มีเกสรดอกไม้หวานหวานห้อยอยู่ตรงหน้าพวกเราแล้ว

นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า โอกาสเพียงครั้งเดียวในชีวิต เพื่ออนาคตข้างหน้า ฉันจะไม่ยอมล้มเหลวอยู่ตรงนี้เด็ดขาด




NEKOPOST.NET