[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 46 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.46 - โลกของมาโกโตะ


" ฮึบ~ เยี่ยมไปเลย " (มาโกโตะ)

เอาหล่ะ

ผมยืดลำตัวออกไปและหายใจเข้าเพื่อสูดกลิ่นอายของผืนป่าเข้าไปในปิด

ผมถือธนูไว้ด้วยมือเดียว และจ้องไปยังเป้ายิงที่สร้างขึ้นมาเอง.. ระยะห่างประมาณ 150 เมตร ผมจงใจตั้งมันไว้ยังตำแหน่งที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้และยากจะมองเห็น ระยะห่างก็เลยไม่มากนัก

การที่ผมจงใจตั้งมันไว้ยังตำแหน่งที่มีสิ่งกีดขวางเยอะ เพราผมอยากจะฝึกการใช้ธนูเมื่อต้องออกไปนอกเมือง ผมเรียนรู้มันจากอาจารย์ พอมาคิดดูแล้ว เธอคอยย้ำนักย้ำหนาให้ผมคอยพิจารณาสถานการณ์และสิ่งที่ควรจะทำในสถานการณ์นั้นๆ.. มันทำให้ผมนึกถึงความหลัง

ผมนั่งลงไป

ฮ่าส์~ บรรยากาศแบบนี้แหละ

จิตใจของผมว่างเปล่า.. เล็งไปที่ตรงกลาง.. ในสมองของผมมีความคิดอยู่แค่นั้น และตั้งสมาธิเพื่อให้มันสำเร็จ 
จากนั้นก็แผ่จิตสำนึกออกไป

เปลี่ยนตัวตนของผมไปสู่ทุกๆอย่างที่เป็นเส้นทางไปสู่เป้ายิงของผม

ตัวผม.. ธนู.. เป้ายิง.. สิ่งกีดขวาง.. ใบไม้และกิ่งไม้.. หลอมรวมทุกสรรพสิ่งให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ผมสร้างภาพของมันขึ้นมาตรงหน้าอีกครั้ง

ด้วยภาพมายาที่สร้างขึ้น ผมสามารถยิงธนูนำวิถีไปโดนเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ.. ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ เพื่อนผมบอกว่านี่มันไม่ใช่หนังนะ!

ผมยืนขึ้นอย่างเงียบๆและง้างธนูออก วางลูกธนูลงขนานกับคันธนู.. สำหรับผม มันเป็นท่วงท่าอันเพอร์เฟค เพราะมันเป็นสิ่งที่ผมเคยทำมากว่าพันครั้งแล้ว

เพื่อสุขภาพ.. เพื่อให้แข็งแกร่ง.. เพื่อให้เก่งกาจ.. การมีเป้าหมายย่อมช่วยผลักดันให้คุณเปลี่ยนแปลงตัวเอง

จะบอกว่าทั้งชีวิตของผมคือการยิงธนูก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงเลย พี่และน้องสาวของผมเองก็เรียนศิลปะการต่อสู้เช่นเดียวกัน และเปอร์เซ็นต์เองก็น้อยกว่าผม ไม่ใช่แค่ร่างกายของผมจะอ่อนแอกว่าคนทั่วไปเท่านั้น แต่นั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ดี

ผลลัพธ์ที่ได้คือผมสามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายอันอ่อนแอของตัวเอง และการยิงธนูเป็นเรื่องน่าตาตรึงใจจนผมยอมสละทุกอย่างเพื่อเรียนรู้มัน ผมทำให้ครอบครัวเป็นห่วงก็จริง แต่มันคือความสุขของผม

ครั้งแรกที่ผมยิงธนูในอะโซระโดยไม่ได้ออมมือ.. ภาพที่ผมยิงเป้าหมายจนระเบิดออกยังจารึกอยู่ในความทรงจำ

ตอนนี้ผมเรียนรู้จากข้อผิดพลาดนั้นแล้ว

หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ ผลลัพธ์ก็ได้ถูกตัดสินไปแล้ว.. ผมเห็นภาพมายาซึ่งมีลูกธนูเสียบทะลุเป้าหมายปรากฎขึ้นมาในโลกแห่งความจริง

" ฟู่~~ " (มาโกโตะ)

จิตวิญญาณนักยิงธนูของผมที่หลอมรวมกัน กลายมาเป็นลมหายใจและถูกปล่อยออกมา

ลูกธนูเสียบทะลุเป้าราวกับถูกดูดเข้าไปหา

ครั้งแล้วครั้งเล่า

มันคือโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ ผมจึงยิงลูกธนูออกไปหลายต่อหลายครั้ง

ถึงแม้ว่าผมจะยิงธนูติดต่อกัน แต่ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย บางทีอาจจะเป็นเพราะร่างกายของผมมันแข็งแกร่งเหนือธรรมชาติ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะกำลังทำในสิ่งที่ตัวเองรัก ซึ่งก็คือการยิงธนู

" และลูกธนูก็เข้าเป้าหมดในตำแหน่งเดียวกัน.. เฮ้อ ดีมาก " (มาโกโตะ)

เหงื่อซึ่งไหลลงมาบนหน้าผากให้ความรู้สึกอันอบอุ่น

ผมไม่รู้ว่ามันทำงานยังไงก็จริง แต่ผมก็เงยใบหน้าขึ้นและจ้องมองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวยามค่ำคืน ผมไม่รู้ว่าสถานที่ซึ่งถูกเรียกว่าอะโซระแห่งนี้จริงๆแล้วคืออีกมิติหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้น หรือมันเป็นอีกโลกหนึ่งซึ่งมีอยู่จริง.. ไม่ว่าจะพยายามคิดยังไงผมก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้

ถ้าหากท้องฟ้าและดวงดาข้างบนมีตัวตน แสดงว่าจักรวาลเองก็มีอยู่จริงงั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้น จักรวาลที่อยู่บนฟากฟ้าคือจักรวาลของโลกใบนี้ หรือจักรวาลของโลกใบเดิม.. หรือบางทีอาจจะเป็นจักรวาลที่สามซึ่งไม่มีโลกทั้งสองอยู่เลย?

" นายน้อย "

*เฮือก*

ผมทำพลาดอีกแล้วเหรอ?

ทำไมทุกครั้งที่ผมยิงธนู ผมถึงไม่ระวังตัวได้ขนาดนี้นะ?!

จะดีกว่ารึเปล่า ถ้าหากผมไม่ 'ตั้งสมาธิ' ไปยังเส้นทางระหว่างตัวผมและเป้าหมาย แต่เปลี่ยนเป็นการตั้งสมาธิไปที่สิ่งต่างๆซึ่งอยู่ระหว่างเส้นทางแทน?

แต่ผมจะทำยังไงหล่ะ?... ผมจะต้องผสมมันเข้ากับการใช้ [ซากาอิ] สินะ.. จริงๆผมก็ไม่ได้เกลียดการลองผิดลองถูกหรอก

อึก.. แย่จริง

แล้วสรุปเสียงเมื่อกี้นี้คือเสียงของใครกัน?

" โทโมเอะ.. แล้วก็มิโอะเหรอ? " (มาโกโตะ)

บางทีอาจจะเป็นเพราะสมองของผมปลอดโปร่ง ผมเลยมองเห็นความกังวลใจจากท่าทีของทั้งสองคน.. มีเรื่องอะไรเร่งด่วนงั้นเหรอ?

แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่ามิโอะใกล้จะร้องไห้เต็มทน.. ทำไมหล่ะ?

" เมื่อกี้ท่านนายน้อย.. กำลังซ้อมยิงธนู? " (โทโมเอะ)

โทโมเอะแสดงสีหน้าจริงจัง.. ไม่สิ.. อ่อนโยนมากกว่า

" ... อืม ใช่แล้ว.. ทำไมเหรอ? ตอนนี้ร่างกายของเธอมันแข็งกระด้างไปหมดแล้วนะ " (มาโกโตะ)

" กำลังจะบอกว่าที่ผ่านมา นายน้อยซ้อมยิงธนูมาโดยตลอด? " (โทโมเอะ)

จากใบหน้าของโทโมเอะ มีเหงื่อไหลผ่านแก้มของเธอไปหนึ่งหยด

อะไรกัน? นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? ตอนนี้มิโอะสั่นไปหมดแล้วนะ?

ไม่สิ.. เฮ้ย! พุ่งเข้าใส่ผมทำไมครับ คุณมิโอะ?!

" อื๋อ?! นี่มันเรื่องอะไรกัน?! " (มาโกโตะ)

" ท่านนายน้อย~ ท่านยังมีชีวิตอยู่! มีชีวิตอยู่จริงๆใช่ไหมคะ?! " (มิโอะ)

ดูเหมือนระหว่างที่เธอถูร่างกายทุกส่วนของเธอเข้าใส่ร่างของผม เธอก็เช็คดูว่าผมปลอดภัยดี

อย่าบอกนะว่า มีศัตรูบุกเข้ามา?!

" เฮ้ย โทโมเอะ! อย่าบอกนะว่ามีศัตรูบุกเข้ามาที่นี่! " (มาโกโตะ)

" ...เปล่าค่ะ.. ขอโทษด้วยที่ข้าทำตัวเสียมารยาท เมื่อกี้พวกเราเห็นท่านกำลังฝึกซ้อมอยู่.. เป็นช่วงที่ท่านกำลังยิงพอดี.. " (โทโมเอะ)

" หือ? แล้วไงต่อ? " (มาโกโตะ)

ผมไม่เข้าใจสถานการณ์เลยสักนิด

" การตั้งสมาธิของนายน้อยก่อนจะเริ่มยิงธนู.. ข้าไม่รู้หรอกว่าเรียกแบบนี้จะถูกต้องรึเปล่า แต่ตอนที่ท่านกำลังนั่งอยู่.. " (โทโมเอะ)

" อะฮ้า? " (มาโกโตะ)

" ตัวตนของนายน้อยอยู่ดีๆก็จางลง ราวกับว่าท่านถูกสภาพแวดล้อมกลืนกิน " (โทโมเอะ)

" อะฮ้า... " (มาโกโตะ)

แล้วมันยังไงหล่ะ?

" ยังจะ 'อะฮ้า'! อยู่อีก! ข้า.. ข้าหมายถึง.. หมายถึงว่าสติของนายน้อยดับสูญไปค่ะ! " (โทโมเอะ)

หลังจากฟังเสียงยืนยันจากผม อยู่ดีๆโทโมเอะก็ตะโกนออกมา.. มันก็แค่การฝึกซ้อมประจำวันที่ผมทำมาตลอด 10 ปีเองนะ? แล้วผมจะตายได้ยังไง?!

" เอ๋? ผมจะตายจากเรื่องแค่นั้นเนี่ยนะ? " (มาโกโตะ)

" สำหรับคนที่หยุดสติสัมปชัญญะของตัวเองแล้วกระจายมันออกไป นั่นคือสภาวะของคนที่ตายแล้วหรือคนที่ใกล้ตายเท่านั่นค่ะ! " (โทโมเอะ)

" ระ-เหรอ? " (มาโกโตะ)

ต่อให้เธอบอกผมแบบนั้นก็เถอะ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ผมฝึกด้วยตัวเอง แต่ยังไงมันก็เป็นหนึ่งในวิธีตั้งสมาธิของผม

" ท่านนายน้อย.. อยู่ดีๆท่านนายน้อยก็ออกจากปาร์ตี้ไป.. แล้วพอพวกเราออกตามหาอย่างเงียบๆ.. อยู่ดีตัวตนของท่านก็จางลง.. จากนั้น.. ก็ค่อยๆสลาย.. จนหายไปเลยนะคะ!! " (มิโอะ)

ตอนนี้เธอกำลังร่ำไห้พร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่หยุด

อึก.. มิโอะกำลังร้องไห้..

ผมทำเรื่องร้ายแรงลงไปสินะ.. ใช่ไหม?

" เอ่อ~ อืม.. ขอโทษที่ออกปาร์ตี้โดยไม่ได้บอกนะ แต่นี่เป็นสิ่งที่ผมทำมาตลอดในอดีตที่ผ่านมา มันเป็นเพียงการฝึกยิงธนู.. ไม่สิ.. มันช่วยให้จิตใจของผมสงบลง.. ดังนั้นไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก.. " (มาโกโตะ)

" ...นายน้อย.. ท่านบอกว่ามันก็แค่การตั้งสมาธิ หมายความว่ายังไงน่ะ? ท่านกำลังจะบอกข้าว่าการดับจิตของตัวเองเนี่ยนะ คือการตั้งสมาธิ? " (โทโมเอะ)

โทโมเอะซึ่งกำลังโกรธจัด ตั้งคำถามแก่ผมโดยวางมือไว้บนหน้าผาก.. ตอนนี้เธออารมณ์ร้อนถึงขีดสุด แม้แต่หลอดเลือดก็ปูดออกมา

อะไรกัน? ผมอาจจะทำให้พวกเขาเป็นห่วงนะ แต่ว่ามันถึงขั้นที่ต้องโกรธจัดถึงเพียงนี้เลยเหรอ?

" อืม.. ตอนที่ผมสงบจิตใจลง มันจะกลายเป็นความว่างเปล่า.. ผมขยายจิตสำนึกของตัวเองไปที่เป้ายิง และเมื่อรวบรวมเป้ายิง ธนู และตัวผม ให้เป็นหนึ่งเดียว... " (มาโกโตะ)

" นายน้อย! " (โทโมเอะ)

" ผมยังพูดไม่จบเลยนะ?! " (มาโกโตะ)

" กำลังจะบอกว่านายน้อยแผ่จิตสำนึกของตัวเองถึงระดับนั้น แล้วหลอมรวมทุกอย่างให้เป็นหนึ่งเดียวกับตัวท่านเองงั้นเหรอ?! " (โทโมเอะ)

" ก็นั่นเป็นสิ่งที่ผมพยายามอธิบายมาตั้งแต่เมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ?! " (มาโกโตะ)

แต่ถ้าจะพูดให้ถูก มันคือการยิมากกว่าการแผ่นะ

" ....นะ-นายน้อย ตอนนี้ข้าไขปริศนาหลายๆอย่างได้แล้ว " (โทโมเอะ)

อยู่ดีๆเธอก็เปลี่ยนประเด็น

" คราวนี้อะไรอีกหล่ะ? " (มาโกโตะ)

" ทุกๆอย่างมันเป็นความผิดจากการฝึกยิงธนูของนายน้อยนั่นแหละ! ท่านเรียกมันว่ากีฬายิงธนูใช่ไหม? คนร้ายก็คือท่าน! " (โทโมเอะ)

" เธอหมายถึงอะไร? " (มาโกโตะ)

ทำไมอยู่ดีๆเธอถึงสวมบทยอดนักสืบเนี่ย!?

" พลังเวทย์ของนายน้อยมันเพิ่มขึ้น ในความเป็นจริงมันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีทางก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองหรือปริมาณที่กำหนดได้ ต่อให้ท่านฝึกฝนเวทย์อย่างหนักก็เถอะ ยังไงมันก็ไม่มีทางเกินกว่าระดับปกติของตัวท่านเอง หรือต่อให้ท่านมีอายุมากขึ้น มันก็จะไม่มีวันเพิ่มขึ้นอยู่ดี " (โทโมเอะ)

โทโมเอะก้มหน้าลงทั้งๆที่ยังเอามือวางไว้บนหน้าผากอยู่ พร้อมๆกับจ้องมาที่ผม.. นี่มันฉากที่อยู่ใน P4 ชัดๆ
[*Persona 4]

" ยังไงก็ตาม ในวันที่นายน้อยทำสนธิสัญญาร่วมกับมิโอะ พลังเวทย์ของนายน้อยมันเทียบไม่ติดกับตอนที่ท่านทำสนธิสัญญาร่วมกับข้าเลยแม้แต่น้อย และหลังจากนั้น 'ขีดจำกัดสูงสุด' ของท่านก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆด้วยความเร็วที่เหนือสามัญสำนึก " (โทโมเอะ)

" ไม่ใช่ว่าเธอประเมินพลาดเองหรอกรึ? " (โทโมเอะ)

" เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้หรอก ตั้งแต่ตอนที่ข้าทำสนธิสัญญากับท่าน ข้าก็คอยวัดพลังเวทย์ของท่านอยู่เสมอ และตอนนี้ แม้แต่ดรอพเนอร์เองก็ถูกย้อมเร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก " (โทโมเอะ)

อือ.. ที่เธอพูดมามันก็ถูก.. ช่วงเวลาที่มันจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสั้นลงเรื่อยๆ ตอนแรกผมนึกว่าการทำงานบางอย่างของมันคือสาเหตุที่ระยะเวลามันสั้นลงซะอีก

" แล้วจากนั้น.. นายน้อย... " (โทโมเอะ)

" อะไร? " (มาโกโตะ)

" ตอนนี้อะโซระขยายกว้างขึ้นแล้ว " (โทโมเอะ)

" หา?! " (มาโกโตะ)

อยู่ดีๆก็พูดเรื่องน่าตกใจออกมากระทันหัน! ไม่ใช่ว่าครั้งล่าสุดที่ผมสั่งให้เธอไปสำรวจ เธอมาบอกผมว่ายังหาคำตอบไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?!

" มันอาจจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับนายน้อย แต่วิธีการตั้งสมาธิของท่าน ทำให้พลังเวทย์ของท่านเพิ่มเป็น 2 เท่า " (โทโมเอะ)

" 2 เท่า?! " (มาโกโตะ)

" สิ่งที่นายน้อยทำในสายตาของพวกเรามันไม่ต่างอะไรจากการฆ่าตัวตายเลย แต่สำหรับนายน้อยมันคงจะเป็นนิสัยประจำตัว พวกเราก็เลยยืนดูอยู่นานโดยไม่เข้าไปขัดจังหวะ และตอนนี้ข้าก็มั่นใจแล้ว " (โทโมเอะ)

" คนบ้าที่ไหนจะตายจากการรวบรวมสมาธิ?! " (มาโกโตะ)

" การสลายไปของจิตสำนึกของนายน้อยและหลอมรวมมันขึ้นมาใหม่ และเพื่อให้สอดคล้องกับพลังที่เพิ่มขึ้นมาของท่าน อะโซระเองก็เลยขยายออกเช่นกัน.. ที่ผ่านมามันมีขนาดใหญ่กว่าเดิม 5 เท่าแล้ว แต่การขยายตัวไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วเช่นกัน "

" เธอกำลังจะบอกว่ามีแม่น้ำหรือภูเขาปรากฎขึ้นมาอีกแล้วเรอะ?! " (มาโกโตะ)

" เปล่าค่ะ ขนาดของอะโซระแค่ขยายออกเท่านั้นเอง ส่วนสภาพภูมิประเทศน่าจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อท่านสร้างสนธิสัญญากับข้ารับใช้คนใหม่ " (โทโมเอะ)

" .... เฮ้ย พูดเป็นเล่น? เธอกำลังจะบอกว่าผมไม่สามารถยิงธนูได้อีกแล้วเหรอ? "

" ถ้าในกรณีของการต่อสู้ ท่านไม่ได้ตั้งสมาธิอย่างสงบเหมือนเมื่อกี้ใช่ไหมหล่ะ? ดังนั้นมันจะไม่มีผลกระทบใดๆ " (โทโมเอะ)

" หมายความว่ามันจะขยายตัวออกก็ต่อเมื่อผมยิงธนูด้วยใจที่สงบสินะ.. แต่ยังไงมันก็เป็นปัญหาอยู่ดี " (มาโกโตะ)

" พวกเราจะหาวิธีรับมือมันในอนาคตละกัน แต่ปัญหาจริงๆก็คือ พลังที่เพิ่มขึ้นของท่านมากกว่า " (โทโมเอะ)

" เอ๋? " (มาโกโตะ)

มีอะไรแย่กว่าการที่อะโซระมีขนาดใหญ่ขึ้นอีกเหรอ? ปริมาณของพลังเวทย์?

" ด้วยพลังเวทย์ที่นายน้อยมีอยู่ในตอนนี้ เป็นเรื่องง่ายเลยที่ท่านจะสร้างสนธิสัญญาร่วมกับสิ่งมีชีวิตระดับเท่าเทียมกับพวกเราจำนวนเท่าภูเขาได้ ถึงแม้ว่าตอนที่ท่านทำสนธิสัญญาร่วมกับข้า พลังเวทย์ที่ท่านจำเป็นต้องมีคือประมาณครึ่งเดียวก็ตาม " (โทโมเอะ)

เอ๋..

" เอาหล่ะ ได้โปรดฟังให้ดีนะนายน้อย.. พลังเวทย์ของท่านในตอนนี้ มันเทียบได้กับ... " (โทโมเอะ)

เอ๋ออ...

" ...เทียบได้กับระดับของเทพธิดา.. ไม่สิ.. ในอนาคตมีโอกาสที่มันจะขึ้นไปสูงกว่าระดับนั้นอีก " (โทโมเอะ)

เอ๋อออออ?

พลังเวทย์ระดับแมลง? เรื่องบ้าอะไรเนี่ย? กำลังจะบอกว่าผมมีพลังเวทย์มากพอที่จะต่อกรกับเทพเจ้าเลยงั้นเหรอ?

หมายความว่าการปกปิดมันจะทำได้ยากขึ้น! แบบนี้ยิ่งทำให้ผมลำบากเข้าไปใหญ่!

อ๊ากกก! แบบนี้แค่หน้ากากก็ไม่เพียงพอจะปกปิดตัวตนของผมแล้ว! ขนาดผมจำใจยอมถอดมันออกแล้วนะ อยู่ดีๆปัญหาใหม่ก็ตามมา!

" ยังไงก็ตาม ได้โปรดระงับมันไว้.. ข้าแนะนำให้ท่านเปลี่ยนดรอพเนอร์ทุกๆวัน แล้วข้าจะไปเร่งให้พวกดวอร์ฟรีบสร้างมันให้แก่ท่าน " (โทโมเอะ)

' กรณีที่เลวร้ายที่สุด ข้าอาจจะต้องขอให้พวกเขาสร้างสิ่งที่ทำงานด้วยการดูดซับพลังเวทย์เป็นหลัก ' คือสิ่งที่เธอบอกผม

" ทำไม.. ทำไมมันกลายเป็นแบบนี้? " (มาโกโตะ)

" ปัญหาน่าจะเกิดขึ้นจากการที่ท่านแผ่จิตสำนึกของตัวเองออกไป เสร็จแล้วก็รวมมันขึ้นมาใหม่ เมื่อนายน้อยทำแบบนั้น ท่านก็จะตาย แต่ขณะเดียวกันสถานการณ์มันก็บังคับให้ท่านมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง ในช่วงเวลานั้น พลังเวทย์ของท่านซึ่งถูกทำให้เป็นศูนย์ จะพุ่งพรวดขึ้นมาจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม.. ข้าคิดว่าเป็นแบบนั้น " (โทโมเอะ)

เนื่องจากตายแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ทำให้พลังเวทย์ถูกแบ่งออกจากกันงั้นเหรอ? แล้วพอทำแบบนั้นซ้ำเรื่อยๆ พลังเวทย์ก็จะเพิ่มเป็นสองเท่า และสองเท่า และสองเท่า แล้วก็สองเท่าไปเรื่อยๆ? ทวีคูณไปเรื่อยๆแบบนี้มันไม่ขำเลยสักนิด

" อะโซระแห่งนี้เองก็เช่นกัน " (โทโมเอะ)

มีเรื่องอื่นอีกงั้นเหรอ?

" สถานการณ์มันเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นไปตามที่พวกเราคิด อะโซระซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นหลังจากทำสนธิสัญญาร่วมกับนายน้อย มีโอกาสที่นายน้อยจะ 'สร้างโลก' ซึ่งใกล้เคียงกับโลกใบเดิมของท่านขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว " (โทโมเอะ)

" สร้างโลก?! " (มาโกโตะ)

" พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีหลายสิ่งในโลกนี้ซึ่งมีตัวตนอยู่จริงในโลกของนายน้อย พวกเราเลยตั้งสมมุติฐานไว้แบบนั้น " (โทโมเอะ)

" ไม่ๆๆๆ.. ใช้แค่เรื่องนั้นเป็นหลักฐานมันออกจะ... " (มาโกโตะ)

" ก็จริงค่ะ แต่ดวงดาวบนฟ้าเองก็เป็นสิ่งที่ข้าไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย.. ถ้าหากนี้คือดวงดาวบนท้องฟ้าที่นายน้อยรู้จัก หมายความว่าที่แห่งนี้คือโลกใบใหม่ของอะโซระที่นายน้อยสร้างมันขึ้นมา ถ้าเป็นแบบนั้นข้าก็พอเข้าใจแล้วว่าทำไมโลกถึงเปลี่ยนแปลงไปเมื่อท่านทำสนธิสัญญาครั้งใหม่เสมอ เพราะเมื่อผู้สร้างมีข้ารับใช้คนใหม่ กฏเกณฑ์ของโลกเองก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน " (โทโมเอะ)

ดาวบนท้องฟ้า..

ใช่แล้ว.. ถึงแม้ว่าผมจะจ้องมองมันอย่างหลงใหล แต่มันคือท้องฟ้าซึ่งแตกต่างจากความทรงจำที่ผมมี.. จะให้ผมเชื่อเรื่องบ้าบออย่างการสร้างโลกใบใหม่ หลังจากที่ผมมาอาศัยอยู่ที่นี้ได้เพียงไม่กี่วันเนี่ยนะ?

อืม.. หืม.. ท้องฟ้าที่ผมไม่รู้จัก.. ไม่แปลกหรอกใช่ไหม? .. กลุ่มดาวบนนั้น

ผมไม่เชี่ยวชาญเรื่องดาราศาสตร์หรอกนะ แต่ผมไม่มั่นใจกลุ่มดาวหมีใหญ่คือรูปตัว W ขนาดเล็กหรือนาฬิกาทรายกันแน่.. กลุ่มดาวคนแบกหม้อน้ำ กลุ่มดาวคนคู่ กลุ่มดาวคนยิงธนู... ผมจำได้แค่รูปร่างของพวกมันเท่านั้น

" หมีใหญ่.. ค้างคาว.. นายพราน.. " (มาโกโตะ)

ผะ-ผะ-ผมเจอพวกมันแล้ว?!

การจัดเรียงอาจจะเละเทะไปหน่อย เพราะมันไปรวมกลุ่มกันอยู่ที่ตำแหน่งเดียว! มันอาจจะไม่เกี่ยวกับฤดูนะ แต่มันคือกลุ่มดาวพวกนั้นไม่ผิดแน่!

" ดูเหมือนจะมีส่วนที่ใกล้เคียงกันบนท้องฟ้าสินะ? ข้าดีใจนะที่ปริศนาถูกคลี่คลายแล้ว แต่มันอาจจะเป็นเรื่องที่ข้ารับไม่ได้เท่าไหร่ " (โทโมเอะ)

" เธอพูดถึงแมลง.. ไม่สิ.. เทพธิดาใช่ไหม? " (มาโกโตะ) 

" ถูกต้อง.. ถ้าดูจากนิสัยของเทพธิดาแล้ว ถ้าเกิดนางรู้เรื่องนี้เข้า นางจะต้องมากำจัดนายน้อยทิ้งทันทีแน่นอน " (โทโมเอะ)

ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ถ้าเป็นยัยเทพธิดานั่น เธอจะต้องทำแบบนั้นแน่ๆ.. เธออาจจะสั่งพวกผู้กล้ามากำจัดผมด้วยซ้ำ นั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมตั้งใจไว้เลย ไม่เลยสักนิด..

" ตอนนี้ก็พยายามซ่อนมันไว้ก่อน แล้วรีบคิดวิธีรับมือ " (โทโมเอะ)

นี่มันยอดนักสืบซามูไร..

ในเมื่อผมสามารถปิดบังพลังเวทย์ของตัวเองได้หมดแล้ว ผมก็ควรจะซ่อนมันไว้ต่อไป.. ผมไม่อยากไปเผชิญหน้ากับพวกผู้กล้าเลยจริงๆ

ผมควรจะหยุดการซ้อมยิงธนูไว้สักพักสินะ.. หมายความว่าการที่ผมได้ยิงธนูหลายต่อหลายครั้งในวันนี้ เปรียบเสมือนฟ้าประทานพรให้จริงๆ

ใช่แล้ว..พร.. อย่างน้อยมันก็ช่วยลดโอกาสที่จะโดนบอสใหญ่จู่โจมกระทันหัน

คิดบวกเข้าไว้.. คิดบวกเข้าไว้..

อ่า จริงด้วยสิ.. ถ้าได้เจอคนที่คุณเรมแบรนดท์แนะนำว่าเชี่ยวชาญเรื่องยาเมื่อไหร่ ผมก็จะได้เดินทางไปเมืองอะคาดิมี่ซักที

ระหว่างนั้นผมก็ควรจะใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนไปด้วยสินะ อะฮ่าๆๆๆ อะฮ่าๆๆๆๆ~~!




NEKOPOST.NET