[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 45 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.45 - คุยกับเหล่าดวอร์ฟในงานเลี้ยง


นี่ก็ผ่านไปหลายวันแล้วหลังจากพูดกับโทโมเอะเรื่องนั้น แถมมันเป็นเรื่องที่ทำให้หัวของผมหมุนติ้ว

พี่สาวพูดคัดค้านอย่างไม่เต็มใจในการตัดสินใจเปิดบริษัทของผมเป็น 'ร้านขายของทุกชนิด'

ผมบอกคุณโทอาและคนอื่นๆถึงสถานการณ์ และทิ้งโทโมเอะไว้กับปาร์ตี้ของเธอ

ผมรู้ว่าตัวเองไร้เดียงสาไปหน่อย แต่หลังจากเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่เซนโน ผมก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ และรินอนก็เป็นคนแรกที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้น

จากมุมมองของบุคคลที่สาม ปาร์ตี้ของเธอเป็นพวกที่ชอบเข้าไปเสี่ยงกับอันตรายจนสุดท้ายก็ขุดหลุมฝังตัวเอง

พวกเขาจะปล่อยตัวไปกับความโชคดีหรือจะเติบโตจากประสบการณ์ในครั้งนั้นกันนะ? จริงๆผมก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าพวกเขาจะทำอะไร ถ้าต่อจากนี้พวกเขาออกล่ากันอย่างจริงจัง ผมอาจจะหวังพึ่งอะไรบางอย่างจากพวกเขาได้ ในกรณีที่กระเป๋าเงินผมยังไม่แห้งไปซะก่อน

พวกเขาจะปฏิเสธไหมนะ?

....

ผมไม่มั่นใจเลย

ส่วนโทอา..? ผมไม่ได้ถามอายุเธอนะ แต่ไม่ว่าจะมองยังไงเธอก็คือฮาเซงาวะอยู่ดี! คนเดียวกันเลยชัดๆ! มันก็เหมือนกับเวลาเจอคนที่หน่าเหมือนกันถึงสองคน แล้วต่อมาคุณก็จะเจอคนที่สามนั้นแหละ.. แต่โลกนี่มีแค่หนึ่ง

เธอเชื่อฟังมิโอะและโทโมเอะมาก และเธอก็ใช้ภาษาสุภาพกับผม มันทำให้ผมอดนึกถึงรุ่นน้องไม่ได้จริงๆ!

ไม่ว่าผมจะทำยังไง สุดท้ายผมก็อดช่วยเหลือเธอไม่ได้

ตั้งแต่ตอนที่พวกเรามาถึงซึเงะและพวกเธอตั้งปาร์ตี้กัน ผมสร้างระยะห่างจากกลุ่มของเธอมาได้พอสมควร แต่ยังไงผมก็ควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่ดี

แม้ว่าผมจะรู้อยู่แก่ใจว่าพวกเธอเป็นคนละคนกัน ผมก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ แม้ผมจะรู้ตัวดีว่ามันไม่เกิดประโยชน์ขึ้นแก่ฝ่ายใดเลย

ผมอยากจะให้เธอมีอิสระ แต่ผมก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้.. พวกเธอสองพี่น้องค่อนข้างทำให้ผมหนักใจ แน่นอนว่าน้อยกว่าเทพธิดาและผู้ช่วยของผม

ตอนนี้ผมปล่อยโทโมเอะไว้กับพวกเธอเพื่อให้เธอได้เรียนรู้วิถีของนักผจญภัยและการเดินทางในเขตรกร้าง

แม้ว่าภายนอกจะเป็นอย่างที่เห็นก็เถอะ แต่จริงๆแล้วโทโมเอะเป็นคนที่รับมือกับสถานการณ์ต่างๆได้เก่ง ไม่อย่างนั้นชื่อของมังกรก็คงเสื่อมเสีย

นั่นแหละเหตุผลว่าทำไมงานที่ผมสั่งให้เธอทำ เธอจึงสามารถปฏิบัติตามได้อย่างยอดเยี่ยม

หลังจากทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จ เธอใช้เวลาว่างหาทำเลที่เหมาะสมในการเปิดร้านของพวกเรา เธอไม่ได้แค่เช่ามันเท่านั้น แต่เธอซื้อมันมาเลย สร้างความประทับใจให้คนขายไม่น้อย

ขณะที่ผมกำลังเดินไปหาพลเมืองของอะโซระ เพื่อรับฟังคำร้องทุกข์จากพวกเขา ผมมีนัดกับบริษัทเรมแบรนดท์และเข้าพบพวกเขาหลายครั้งแล้ว ผมได้รับอนุญาตให้ใช้ร้านของพวกเขาได้ชั่วคร่าวในฐานะผู้เช่า (อย่างที่คิดไว้ การที่ผมช่วยครอบครัวของเขาไว้ทำให้การต่อรองต่างๆง่ายขึ้นเยอะเลย)

ตอนนี้ผมได้รวบรวมข้อมูลซึ่งเกี่ยวข้องกับเมืองอะคาดิมี่ไว้แล้ว

เวลาผ่านไปไวราวกับลูกธนู.. อย่าถามผมเลยว่าใครคิดสำนวนนี้ขึ้นมา..

แล้วก็ผ่านไป.. จนเข้าสู่วันที่หก

เอ๋? คำพูดของผมมันอลังการขนาดนี้ แต่เวลากลับดำเนินไปได้ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์เลยเนี่ยนะ?

เฮ้อ.. ผมอุตส่าห์พูดให้มันดูตื่นเต้นแท้ๆ จะกี่วันๆสุดท้ายทุกอย่างก็เหมือนเดิม

ในที่สุดผมก็ได้รับรายงานจากมิโอะว่าค้นพบแอมบรอเซียแล้ว เพื่อทำให้แน่ใจว่ามันสามารถอาศัยอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมของอะโซระได้ ผมจึงเดินทางไปพร้อมมิโอะ นำตอของดอกไม้กลับมาปลูกไว้บริเวณที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกับแหล่งอาศัยเดิมของมันมากที่สุด แล้วผมก็ปล่อยให้อาร์เกะที่ประจำการณ์อยู่ใกล้ที่สุดมาเป็นคนคอยดูแล

พวกอาร์เกะแม้จะมีรูปร่างแบบนั้น แต่จริงๆแล้วดูแลพวกพืชพันธุ์ได้เก่งมาก ผมไม่ควรจะตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกสินะ.. อัตราการเรียนรู้ของพวกเขาเองก็สูงมากเช่นกัน ตอนนี้พวกเขาสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ติดขัดกับทุกๆคนแล้ว

จริงๆเรายังขาดคนมีฝีมืออยู่มาก แต่ทุกๆอย่างก็ดำเนินไปได้ด้วยดี

โทโมเอะกำลังเรียนรู้วัตถุดิบของสัตว์ปีศาจและมาโมโนะได้อย่างราบรื่น ส่วนผมกำลังจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นกับอะโซระ แต่ยังไม่มีอะไรที่น่ากังวล ส่วนคุณโทอาและปาร์ตี้ของเธอเหมือนจะเลื่อนขั้นกันแล้ว และเลเวลเองก็พุ่งสูงขึ้นมากอีกด้วย

ดูเหมือนพวกเขาจะฟื้นฟูสมรรถภาพของตัวเองหลังจากเคลียร์เรื่องหนี้สินจนหมด ผมถามพวกเขาหลายครั้งแล้วว่าเป็นยังไงบ้าง และดูเหมือนพวกเราจะพูดคุยกันได้ราวกับเพื่อนสนิท หลังจากเห็นแบบนั้นผมก็รู้สึกโล่งใจและสามารถทำกิจกรรมอื่นได้โดยไม่ต้องกังวล

อึก.. ความไร้เดียงสาของผมมันกลับมาอีกแล้ว ต้องระวังให้มากกว่านี้

คืนนี้พวกอาร์เกะและมิโอะจะกลับมา และช่วงเวลาที่ผมอาศัยอยู่ในอะโซระก็จะมีมากขึ้น ดังนั้นพวกพลเมืองก็เลยจัดงานปาร์ตี้เพื่อฉลอง ผมเองก็ยินดีเข้าร่วมด้วย

พวกเขาต่างเป็นคนดี.. กิเลสของพวกเขาน้อยกว่าพวกมหนุษย์ตั้งเยอะ

ผมพยายามแล้วนะแต่ว่า เพราะรูปลักษณ์ภายนอกของพวกเขาเป็นแบบนี้ ผมเลยไม่สามารถเปิดใจพูดคุยกับพวกเขาได้อย่างเต็มที่ แถมผมยังใช้ภาษาเขียนแทนการพูด ส่วนภาษาพูดของผมมันก็เหมือนเสียงคำราม.. ฮึ่ย ทุกๆอย่างมันเป็นความผิดของยัยเทพธิดานั่นแท้ๆ

ในฐานะพ่อค้า ผมจะปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้.. หลังจากผ่านไปสามวันผมก็เริ่มเบื่อที่จะมองหน้าพวกเขา.. ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ผมเริ่มจะชินกับรูปลักษณ์ของพวกเขาแล้ว

ถึงแม้ว่าจิตใจภายในของพวกเขาจะดีงาม ยังไงพวกเราก็ต้องทำงานร่วมกันไปอีกนาน ดังนั้นไม่เป็นไรหรอกน่า... ต้องใช่สิ.. ต้องใช่แน่ๆ

" ท่านนายน้อยไปอาศัยอยู่ในเมืองหลังจากออกจากแดนรกร้างใช่ไหมครับ? เป็นยังไงบ้างครับ เมืองของมหนุษย์? "

หนึ่งในเหล่าดวอร์พพูดกับผมด้วยใบหน้าสีแดงแจ๊ แถมมีกลิ่นของแอลกอฮอร์

" มันเป็นเมืองที่ครื้นเครงดี บางทีอาจจะเป็นเพราะมันอยู่เขตบ้านนอกหล่ะมั้ง? พวกเขาเลยไม่ได้ใส่ใจพวกครึ่งมนุษย์มากนัก.. ถึงจริงๆแล้วพวกเขาจะเอาแต่ตามประจบโทโมเอะและมิโอะก็เถอะ " (มาโกโตะ)

" ฮ่าๆๆๆๆ!! น่ายินดีจริงๆเลยครับ! แต่ก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการที่ท่านทั้งสองไปเดินอยู่ในเมืองย่อมดึงดูดสายตาของคนทั้งเมือง! "

" ให้ตายเถอะ.. โดยเฉพาะโทโมเอะ หลังจากที่เธอกลับมาจากการล่า เธอนำวัตถุดิบกองเท่าภูเขากลับมาด้วย พวกหน้าม้ารับซื้อวัตถุดิบเลยยกย่องให้เธอเป็นถึงพวกผู้กล้า " (มาโกโตะ)

" ผมอิจฉาท่านหญิงทั้งสองที่ได้เป็นผู้ติดตามของท่านจริงๆ พวกเธอจะต้องได้รับแรงบันดาลใจทุกวันแน่ๆ! "

แรงบันดาลใจงั้นเหรอ?.. มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

นั้นสินะ.. คนในอะโซระต่างอาศัยอยู่แต่ภายในอะโซระอย่างเดียว ดังนั้นจะรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกรงก็ไม่แปลกหรอก

ถ้าอย่างนั้นผมควรจะสร้างทางออกจากอะโซระให้พวกเขาด้วยสินะ เพราะตอนนี้พวกเขาไม่สามารถออกไปไหนได้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากผมซะก่อน

ผมไม่ได้มีเจตนาจะขังพวกเขาไว้ในนี้อยู่แล้ว ไม่ว่าใครก็มีช่วงเวลาที่อยากออกผจญภัยกันทั้งนั้น

" ท่านนายน้อยเป็นอะไรไปเหรอครับ? ทำไมอยู่ดีๆท่านก็เงียบ..? "

" อ๋อ เปล่า.. ไม่มีอะไรหรอก.. ดูเหมือนอะโซระจะทำให้พวกคุณรู้สึกอึดอัดเกินไปหน่อยสินะ? " (มาโกโตะ)

หลังจากผมพูดแบบนั้น คุณดวอร์ฟที่ได้ยินก็ทำ *เคียวตอน* แล้วมองมาทีผมทันที
[*ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรนะครับ *kyoton* ]

" หือ? ผมพูดอะไรแปลกเหรอ? ผมก็แค่คิดว่าพวกคุณอยากจะออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างก็เท่านั้นเอง " (มาโกโตะ)

" ท่านนายน้อย.. มองดูให้ดีสิครับ ตอนนี้มันอาจจะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดก็จริง แต่ท่านคิดว่าโลกนี้คับแคบงั้นหรือครับ? พวกเรายังไม่รู้เลยว่าโลกนี้กว้างถึงเพียงไหน ตอนนี้ที่อีกฟากหนึ่งเรามองเห็นแต่ภูเขา และไม่กี่วันก่อนก็มีแม่น้ำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น.. การก่อตั้งเมืองพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นครับ "

" เอ๋?... เอ่อ... " (มาโกโตะ)

" ยิ่งไปกว่านั้น พืชพันธุ์ก็อุดมสมบูรณ์ และพวกเราก็ยังไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายเลยด้วยครับ! สำหรับพวกเราแล้ว โลกแห่งนี้คือความฝันอันสูงสุดซึ่งไม่มีอะไรมาทดแทนได้อีกแล้ว.. มันคือสวรรค์ครับ! "

หนักแน่นจริงๆเลยแฮะ..

ดูเหมือนมุมมองของผมมันจะเป็นเพียงโลกที่มีทุ่งหญ้าธรรมดาซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยพลังของโทโมเอะ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันเป็นโลกที่กว้างใหญ่ไพศาล และการบุกเบิกพึ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เพราะยังมีสิ่งลี้ลับให้คนหาอีกมาก

สำหรับคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ มันไม่ได้คับแคบเลยสินะ.. พอได้ฟังแบบนั้นแล้วทำให้ผมรู้สึกโล่งอกขึ้นมานิดหน่อย

" ยิ่งไปกว่านั้นพวกเรายังมีท่านนายน้อยและผู้ติดตามของท่านซึ่งมีพลังมากมายมหาศาลจนไม่มีใครเทียบเคียงได้! ต่อให้พวกเราใช้ความรู้และทักษะทั้งหมดที่พวกเรามี มือของพวกเราก็ยังเอื้อมไปไม่ถึงพวกท่าน.. ไม่มีสิ่งใดที่จะมอบความสุขให้แก่พวกเราได้เท่ากับการสร้างอาวุธให้พวกท่านอีกแล้ว แม้แต่ท่านผู้เฒ่าเองก็ตื่นขึ้นมาทำงานทั้งคืนเลยนะครับ! "

คุณดวอร์ฟหัวเราะด้วยเสียง ก๊าฮ่าๆๆๆ.. แล้วก็ท่านผู้เฒ่าครับ อย่าฝืนทำอะไรแบบนั้นได้ไหมครับ! ทั้งๆที่ท่านก็น่าสงสารมากพออยู่แล้วหลังจากโทโมเอะบอกว่าชื่อดวอร์ฟอาวุโสมันยาวเกินไป เลยขอเรียกสั้นๆว่าเอลดวอร์ฟ!

" อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าอยากจะออกไปข้างนอกสักครั้ง.. เพราะผมอยากจะรู้ว่าตอนนี้โลกพัฒนาการสร้างอาวุธและชุดเกราะไปถึงระดับไหนแล้ว "

" อืม.. ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะช่างตีเหล็กสินะ? " (มาโกโตะ)

" ครับ.. รวมถึงมาตรฐานของอุปกรณ์ที่คนทั่วโลกต้องการด้วย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกสนใจ "

'ถ้าหากฝีมือของพวกเรามันแย่กว่าคนบนโลกจนข่าวกระจายออกไป มันจะทำให้ท่านนายน้อยเสียหายครับ' คือสิ่งที่เขาพูดเสริมขึ้นมา

แน่นอนว่าพวกเราล่อพวกนักผจญภัยเข้ามาที่นี่ส่วนหนึ่งและมอบไอเท็มต่างๆให้แก่พวกเขา ดังนั้นควรจะมีช่างตีเหล็กอย่างน้อยหนึ่งหรือสองคนที่เข้าใจเจตนานี้

ส่วนพวกอาร์เกะ ยังคงไร้ความหวัง.. จนกว่าพวกเขาจะฝึกการแปลงร่างให้สมบูรณ์กว่านี้ ผมก็คงจะปล่อยพวกเขาออกไปข้างนอกไม่ได้ เรื่องนี้คงต้องขึ้นอยู่กับเวลา ว่าพวกเขาจะฝึกมันจนแปลงกายเป็นมหนุษย์ได้สำเร็จเมื่อใด

ส่วนตอนนี้จะปล่อยพวกดวอร์ฟออกไปก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะที่ซึเงะเองก็มีนักผจญภัยที่เป็นดวอร์ฟอยู่เยอะพอสมควร และถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นดวอร์ฟอาวุโส ยังไงรูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ได้ต่างจากดวอร์ฟทั่วไป

" ถ้าอย่างนั้น ลองไปที่เมืองที่พวกเราอาศัยอยู่ในกันตอนนี้ดูไหมครับ? ระหว่างนั้นก็ดูแลร้านของพวกเราไปพลางๆ? " (มาโกโตะ)

ผมไปยืนยันมาแล้วว่าสามารถมีพวกครึ่งมนุษย์ในฐานะพนักงานของบริษัทได้ การสมัครเข้ากิลด์อาจจะลำบากนิดหน่อย แต่ขั้นตอนทั้งหมดไม่ได้ต่างจากมหนุษย์เลย

" โอ้! ฟังดูน่าสนุกดีนะครับ! "

" ถ้าอย่างนั้นไปรวบรวมคนมาให้ทีนะครับ ส่วนเรื่องเวลาเดี๋ยวผมจะนัดทีหลัง และในบรรดาพวกครึ่งมนุษย์ทั้งหมด ดวอร์ฟเป็นเผ่าพันธุ์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการตีเหล็กซึ่งสามารถสร้างอุปกรณ์ชั้นยอดได้นี่นา ดังนั้นในอนาคตอาจจะมีคนมาขอพวกคุณสร้างอาวุธให้ก็ได้นะครับ " (มาโกโตะ)

" โอ้! พวกเรารับคำขอจากพวกเขาได้ใช่ไหมครับ?! "

" ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้พวกคุณรับมันนะ และผมก็อยากรู้ถึงระดับของอาวุธที่คนส่วนใหญ่ในเมืองใช้งานกันด้วย และผมอยากจะให้พวกคุณสร้างมันตามความต้องการของพวกลูกค้า มากกว่าจะให้พวกคุณกำหนดประสิทธิภาพขึ้นมาเอง หรือถ้าคุณคิดว่าอาวุธที่มีคนมาสั่งทำมันไร้ค่าเกินไป คุณจะปฏิเสธมันไปก็ได้ " (มาโกโตะ)

" ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอครับ! มันทำให้ผมอยากจะเปิดร้านรถเข็นเทศกาลเหมือนที่ท่านโทโมเอะเสนอจริงๆ! "

โทโมเอะ เธอไปสอนอะไรพวกดวอร์ฟอีกเนี่ย? รถเข็นเทศกาลมักจะขายของแพงซึ่งไม่สามารถต่อรองราคาได้ไม่ใช่เหรอ?

ถึงผมจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แปลกจริงๆแฮะ.. มันทำให้พวกเด็กๆเข้าถึงอารมณ์ของงานเทศกาล น่าจะเหมาะกับเหล่าช่างตีเหล็กที่สร้างอุปกรณ์ต่างๆให้ผมและผู้ช่วยทั้งสองได้เป็นอย่างดี 

คุณดวอร์ฟที่เป็นเพื่อนคุยของผมเมื่อครู่นี้ เดินไปเรียกเพื่อนของเขามาและเล่าให้เขาฟังถึงบทสนทนาของพวกเรา เสร็จแล้วพวกเราก็ปรึกษากันอย่างสนุกสนาน

ผมมองไปรอบๆอีกครั้ง ดูเหมือนทุกคนกำลังมีความสุขและสนุกไปกับงานเลี้ยงพร้อมกับดื่มแอลกอฮอร์

กิ่งก่า.. อาร์เกะ.. ออร์ค.. โทโมเอะ.. มิโอะ... โทโมเอะ... เดี๋ยวนะ.. โทโมเอะงั้นเหรอ?

อึก.. ผมเมาเกินไปรึเปล่าเนี่ย? ผมมองเห็นโทโมเอะสองคน.. ไม่สิ! มีโทโมเอะสองคนจริงๆ!

อือ.. ตอนนี้เธอกำลังกระโดดโล้ดเต้นพร้อมกับถือแก้วซาเกอยู่ในมือ อีกคนหนึ่งคือร่างโคลนที่เธอพูดถึงสินะ? พอผมมองดีๆแล้ว โทโมโอะอีกคนหนึ่งเล็กกว่าปกติมาก เธอสูงแค่สองเท่าของหัวเท่านั้นเอง(ประมาณหัวเข่า-เอว)

ร่างโคลนนั้นคือมันสมองที่คอยดูแลสิ่งต่างๆในอะโซระสินะ? พอคิดดูดีแล้วๆ สไตล์การดื่มสาเกของเธอในร่างเล็กๆนั่นมันน่าหลงใหลจริงๆ

ผมรู้สึกเป็นสุขที่ได้เห็นทุกคนเข้ากันได้ดี

การได้ออกมาเต้นและดื่มฉลองเนี่ยแหละจะเสริมมิตรภาพของพวกเราให้แน่นแฟ้นขึ้น

หลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันในดินแดนเดียว ดังนั้นการจัดงานเลี้ยงบ่อยๆเป็นสิ่งสำคัญ แถมมันยังสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆให้แก่พวกเขาอีกด้วย

เพราะยิ่งวัฒนธรรมคล้ายกันมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะเข้ากันได้ดีมากยิ่งขึ้น.. ถ้าคุณเอม่าวางแผนเรื่องนี้ไว้นานแล้วจริงๆ แสดงว่าเธอมีพรสวรรค์ในการเป็นรัฐสตรีที่สูงมาก

.... แต่ถ้าเธอเป็นเพียงผู้ที่ชื่นชอบงานเทศกาล มันก็จะช่วยลดความเมื่อยล้าในอนาคตของผมได้อีกเยอะ.. คนที่นิสัยปานกลางแบบนี้แหละดีที่สุด.. ดีที่สุดจริงๆ

ถ้าให้พูดกันตามตรง ผมไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของอะโซระเลยสักนิด~.. ถ้าพวกเขายอมก้มหัวให้กับผม คำพูดของผมก็คงไม่ต่างอะไรจากคำสั่งเด็ดขาดของคนเป็นราชา สุดท้ายแล้วผมก็จะต้อนพวกเขาจนมุมจนหมดสิ้นซึ่งเสรีภาพ

ถึงผมจะบอกว่าไม่อยากยุ่งก็เถอะ ผมก็ยังพูดคุยกับเหล่าพลเมืองที่เดินเข้ามาคุยกับผมเรื่อยๆอยู่ดี เพราะยังไงผมก็ต้องอาศัยอยู่กับพวกเขาไปอีกนาน การพูดคุยและทำความรู้จักย่อมเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้

เอาหล่ะ.. ตอนนี้งานปาร์ตี้เริ่มจะเงียบลงแล้ว คุณแม่และเด็กจากเผ่าพันธุ์ต่างๆเริ่มทยอยกันกลับบ้าน คนที่เหลืออยู่มีแต่พวกดื่มหนักทั้งนั้น

ผมเองก็ควรกลับไปที่เตียงได้แล้ว

จริงด้วยสิ! ผมควรจะไปยิงธนูบ้างหลังจากไม่ได้จับคันธนูมานาน.. การยิงธนูนี่แหละที่ทำให้จิตใจของผมสงบลง

โอเค ไปกันเถอะ!

ถ้าอย่างนั้น...

ผมแอบเดินออกจากงานเลี้ยงอย่างเงียบๆแล้วแสวงความสุขให้ตัวเอง