[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 44 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.44 - สถานการณ์อันเลวร้ายของบริษัท และการเดินทางครั้งใหม่


หลังจากพาผู้ติดตามทั้งสองของผมสมัครเข้าร่วมกิลด์ ผมเดินทางไปยังสถานที่อีกแห่งหนึ่งเพื่อถามถึงขั้นตอนในการเตรียมตัวเพื่อเปิดร้าน

ผมมีความคิดที่จะถามพวกผู้เชี่ยวชาญว่าจะไปสร้าง 'นามบัตร' ได้ที่ไหนบ้าง

แต่ดูเหมือนของเดิมจะยังใช้ได้อยู่ ส่วนบัตรใหม่ยังไม่สามารถทำได้

ในเรื่องของที่ดิน ดูเหมือนพวกเขาจะเตรียมให้ผมทันที และให้ข้อมูลว่าที่ดินผืนใดบ้างที่สามารถตั้งร้านค้าได้ แต่ถ้าด่วนตัดสินใจไป ผมเกรงว่าจะมีปัญหาตามมาภายหลัง

สำหรับนามบัตร กระดาษที่ใช้สร้างนั้นมีมูลค่าที่สูงมาก ดังนั้นราคาจะสูงขึ้นตามจำนวนที่สั่งทำ

ในความเป็นจริง แค่บัตรเดียวก็แพงมากแล้ว ผมก็เลยล้มเลิกความคิดที่จะทำบัตรเผื่อไว้ทิ้งไป.. สำหรับตัวผมที่สามารถเข้าออกอะโซระซึ่งเป็นแหล่งผลิตเงินชั้นยอดได้อย่างอิสระ รังแต่จะเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น 
<金のなる木こと亜空に自在に出入りできる身としてもやりたくない出費だ。>

ผมไม่รู้ว่าคนบนโลกนี้ใช้วิธีไหนจดจำชื่อของกันและกัน ผมก็เลยถามพวกเขาไปแบบอ้อมๆ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเปิดเผยตัวเองอย่างไม่กังวล พวกเขาโชว์กิลด์การ์ดและแชร์ข้อมูลระหว่างบริษัทได้อย่างไม่หวั่นเกรง

พวกเขายังบอกอีกว่ามีอีกวิธีหนึ่งคือการมอบของขวัญช่วงปลายปี ส่วนตัวแล้วผมคิดว่าการมอบของขวัญเป็นวิธีที่เห็นผลดีกว่าเยอะเลย

หมายความว่าการจะดำรงอยู่ในฐานะพ่อค้าได้ คุณจำเป็นต้องมีความจำที่ดี ถ้าหากคุณจดจำใบหน้าและชื่อของคู่แข่งไม่ได้ คุณก็ถูกเขี่ยตกทันที

ผมคิดว่าจะใช้วิธีสร้างนามบัตรแล้วให้พวกเขาจดจำใบหน้าผ่านนามบัตรเอา ไหนๆก็คิดเรื่องนี้มาไกลแล้ว ผมเลยไม่ลังเลที่จะทำ.. ยิ่งไปกว่านั้น บัตรของกิลด์ผู้ประกอบการจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อต่างฝ่ายต่างก็เป็นผู้ประกอบการเท่านั้น.. ไม่มีอะไรคล้ายๆกันที่มอบให้ลูกค้าได้บ้างเลยเหรอ? ผมควรจะเก็บเรื่องนี้ไปคิดสินะ

ส่วนเรื่องของโลโก้ ดูเหมือนจะใช้งานได้ทันทีถ้าคุณเตรียมมันไว้แล้ว แน่นอนว่าต้องออกแบบและสร้างมันให้ได้ซะก่อน

แต่ยังมีสิ่งที่สำคัญกว่านี้!

ปัญหาที่หนักหนาสาหัสที่สุดตอนนี้คือตำแหน่งที่ตั้งของร้าน! เป็นปัญหาที่ควรแก้ไขก่อนอันดับแรก!

ถ้าในกรณีที่คุณตั้งเป้าว่าจะเปิดร้านในซึเงะ

บริษัทคุซึโนฮะของเราก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรไอออนไปโดยปริยาย เขาบอกมาแบบนั้น.. แต่นี้เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมได้ยินชื่อของประเทศนี้ มันมีชื่อว่าไอออน และถูกปกครองโดยระบอบกษัตริย์

นอกเหนือจากการเปิดร้านไว้ในเขตของอาณาจักรแล้ว เมื่อคุณอยากจะเดินทางไปเปิดร้านที่ประเทศอื่น ดูเหมือนจะมีข้อจำกัดบางอย่างอยู่

ดูเหมือนว่าการเปิดร้านบังหน้าแล้วเบื้องหลังทำหน้าที่เป็นสปายจะเป็นเรื่องที่ปกติมากในโลกใบนี้ พูดให้เข้าใจง่ายกว่านี้ก็คือ หากคุณไปเปิดร้านที่ประเทศอื่น ประเทศนั้นก็จะตั้งคำถามทันทีว่า 'เป็นสปายใช่ไหม?'

การที่ผมยังสบายดีอยู่แม้ว่าจะมีความงี่เง่าของโทโมเอะและมิโอะอยู่ก็ตาม เป็นเพราะว่ามีแรงค์แบบตายตัวในกิลด์ผู้ประกอบการเพื่ออนุญาตให้บริษัทสามารถเปิดร้านที่ประเทศอื่นได้

หมายความว่าถ้าหากชื่อของผมในฐานะพ่อค้าโด่งดังมากเท่าไหร่ แรงค์ของผมก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น ในกรณีนั้น ถ้าผมอยากจะเปิดร้านที่ประเทศอื่น ผมก็จะถูกเรียกตัวไปที่พระราชวังทันที.. ฟังดูลำบากชะมัดเลย

มีข้อยกเว้นอยู่ว่า ถ้าหากคุณค้าขายในฐานะกลุ่มคาราวาน คุณก็จะถูกเรียกตัวไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลุ่มที่เคลื่อนไหวไปมาอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ มักจะได้รับข้อมูลต่างๆที่มีค่าก่อนผู้อื่น

ฟะ-ฟังดูงี่เง่าไหมหล่ะ?

ทำไมพ่อค้าที่ตั้งเป้าหมายว่าจะประกอบธุรกิจที่ต่างประเทศ จะต้องทำงานในฐานะสปายควบคู่ไปด้วย? ผมขอปฏิเสธ.. พ่อค้าสปายเนี่ยนะ? อย่าพูดให้ขำทีเถอะ

การที่ผมบังเอิญมาอยู่ในอาณาจักรไอออน ไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องทำหน้าที่เพื่อประเทศ อย่าดูถูกคนยุคโมเดิร์นแบบผมสิ

ยังไงก็ตาม ดูเหมือนว่าถ้าผมปฏิเสธเงื่อนไขนี้ไป มันจะมีผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจภายในประเทศในอนาคต ดังนั้นจึงไม่ควรปฏิเสธ เธอบอกผมมาแบบนั้น.. พี่สาวแผนกต้อนรับกำลังทำหน้าเศร้าแล้วอ้อนวอนผมว่าอย่าปฏิเสธ เพื่ออิสรภาพในการทำธุรกิจของพ่อค้าอย่างพวกเรา ได้โปรดสู้เพื่อสิทธิของตัวเองหน่อยได้ไหมครับ คุณกิลด์ผู้ประกอบการ?

มัน ไม่ ขำ เลย สัก นิด!

หมายความว่าถ้าผมโดนเรียกตัวเมื่อไหร่ ผมไม่มีสิทธิปฏิเสธได้เลยเหรอ?!

แถมเงื่อนไขนี้ยังมีผลในอาณาจักรไอออนมากกว่าประเทศอื่นอีกด้วย เพราะประเทศนี้มุ่งเน้นไปที่การรวบรวมข่าวสารและข้อมูล.. ใช่แล้ว นี่เป็นปัญหาระดับประเทศซึ่งมีคำว่าสปายเป็นตัวแปรสำคัญ! เรื่องนี้เป็นประเด็นที่สำคัญมาก ผมก็เลยต้องย้ำมันถึงสองรอบ!

พูดสั้นๆก็คือ ผมเจอทำเลที่เหมาะจะเป็นที่ตั้งของร้านแล้ว เพื่อที่จะครอบครองมัน ผมเลยส่งคำขออนุญาตเพื่อเปิดร้านของตัวเองที่นี่ แต่สถานการณ์มันกลับเลวร้ายลง

ประเทศที่ผมอุตส่าห์เดินทางมาถึง กลายเป็นพวกคลั้งไคล้สปายไปซะได้.. นี่มันบททดสอบบ้าอะไรเนี่ย?

สำหรับตอนนี้ผมมีวิธีทำธุรกิจด้วยไม่ต้องหวังพึ่งการเปิดร้านของตัวเองอยู่

ถ้าหากขอยืมพื้นที่ตั้งร้านของบริษัทอื่น ผมก็จะสามารถทำธุรกิจได้โดยไม่ต้องกังวล เหมือนๆกับการขายทาโกะยากิในตลาดนั้นแหละ

ตอนแรกพวกเขาบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ดูเหมือนจะมีวิธีประกอบธุรกิจโดยไม่จำเป็นต้องหวังพึ่งทางกิลด์ให้คอยช่วยเหลืออยู่

ด้วยวิธีนี้ผมจะสามารถประกอบธุรกิจแบบสุจริตได้ พวกเขาบอกมาแบบนั้น

ตอนที่ผมถามว่ามีประเทศไหนบ้างที่จะอนุญาตให้ผมเปิดร้านครั้งแรกได้โดยไม่ต้องพึ่งเส้นสายและมีเจตนาร้ายแอบแฝง...

" ท่านไรโดะมีความคิดที่ต่างจากคนอื่นจริงๆนะคะ.. ถ้าถามว่าควรจะไปเปิดธุรกิจที่ประเทศไหน เมื่อนับรวมปัจจัยต่างๆจากทางกิลด์ผู้ประกอบการแล้ว วิธีของท่านมันก็ไม่ต่างอะไรจากความคิดทางอุดมคติ.. การไม่อยู่ภายใต้ประเทศใดเลย หรือพูดอีกอย่างก็คือ แต่ละเมืองต่างเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนั้นๆ ถ้าหากท่านสามารถเปิดร้านที่เมืองเหล่านั้นได้ทุกประเทศ สิ่งที่ท่านหวังไว้อาจจะเป็นจริงค่ะ "

พอมาคิดดูแล้ว โลกนี้ดูเหมือนจะไม่มีสังคมเป็นระบบสากลสินะ ดังนั้นไม่แปลกหรอกที่การเปิดกิจการไปทั่วโลกจะทำให้มีความเสี่ยงสูง

การมีสาขาอยู่นานาประเทศ และทำธุรกิจขายยารักษาโรคหรือบาดแผลในราคาที่ถูก นั่นคืออุดมคติของผม

คึหึๆๆๆๆ

จงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซะ โลกแฟนตาซีในยุคโมเดิร์นเอ๋ย!

คุณพนักงานต้อนรับซึ่งกำลังรับมือกับความคิดอันบ้าระห่ำของผม บอกว่าเธอไม่รู้ว่ามันจะมีโอกาสสำเร็จรึเปล่า

อืม.. ในเมื่อนึกถึงเมืองที่จะเปิดและสินค้าที่จะขาย ท้ายสุดแล้วเธอก็เลยสรุปให้ผมฟังว่า 'เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก'

แม้จะเป็นแบบนั้น ก็ยังมีเมืองที่มีโอกาสทำให้อุดมคติของผมสำเร็จอยู่ ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ เมืองที่ผมสามารถใช้ความคิดเป็นกลางเข้าแทรกแซงได้.. ได้รู้แค่ชื่อของมันก็นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับผมมากแล้ว

" หึๆ เมืองอะคาดิมี่งั้นรึ? " (มาโกโตะ)

" โอ๊ะ? นายน้อย เกิดอะไรขึ้นเหรอ? " (โทโมเอะ)

" หือ? " (มาโกโตะ)

ผมกลับมาที่โรงแรมโดยคิดถึงรายละเอียดของบทสนทนาเมื่อครู่นี้ ผมพึมพำถึงสถานที่ที่ผมได้ยิน ส่วนคนที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อชื่อของเมืองนั้นคือ โทโมเอะ

" อืม.. พอดีผมกำลังนึกถึงเมืองที่พวกเราจะไปเปิดร้านกันน่ะ เพราะถ้าเราเปิดร้านที่นี่ เราจำเป็นต้องเข้าร่วมกับไอออนนี่นา " (มาโกโตะ)

" จริงด้วย.. ต่อให้เมืองนี้มอบอิสระให้เรามากแค่ไหนก็ตาม ยังไงมันก็ยังตั้งอยู่ในเขตแดนของอาณาจักรไอออนอยู่ดี " (โทโมเอะ)

เธอพูดราวกับรู้อยู่แล้วว่าแผ่นดินนี้อยู่ในเขตแดนของอาณาจักรไอออน.. คุณโทโมเอะครับ ถ้ามีข้อมูลทางภูมิศาสตร์อยู่ ก็ช่วยเล่าให้ผมฟังเร็วกว่านี้ได้ไหมครับ?

" อย่างที่บอกนั้นแหละ.. เบื้องหน้าเราจะทำธุรกิจภายใต้ชื่อของบริษัทอื่น และขณะเดียวกันเราก็จะรอโอกาสเพื่อเดินทางไปที่เมืองอะคาดี่มี่ " (มาโกโตะ)

" เมืองอะคาดิมี่? เมืองอะไรหล่ะนั่น? " (โทโมเอะ)

" เธอไม่รู้เหรอโทโมเอะ? แสดงว่ามันเป็นเมืองที่พึ่งตั้งขึ้นมาใหม่สินะ เขาบอกผมว่ามันเป็นหนึ่งในเมืองเพียงไม่กี่เมืองที่มีสถานะเป็นกลาง หมายความว่าถ้าพวกเราไปเปิดกิจการที่เมืองนั้น เราก็จะยังมีโอกาสไปเปิดกิจการในประเทศอื่นได้ " (มาโกโตะ)

ราชอาณาจักรไอออนคือหนึ่งในประเทศของสี่ขั้วอำนาจ

หมายความว่าอาณาจักรนี้กุมความลับของประเทศไว้ได้เป็นระยะเวลานานแล้ว.. น่าเบื่อจริง ทั้งๆที่ซึเงะอยู่ในเขตบ้านนอกแท้ๆ ผมไม่ยักจะรู้เลยว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ใหญ่โตถึงเพียงนี้

... ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าประเทศนี้ให้ความสำคัญแก่ข้อมูลราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติ.. กำแพงมีหู ประตูเลื่อนมีตา การมีนโยบายแบบนี้มันกวนใจผมจริงๆ

" หวา หวา~ ช่วงเวลาที่ข้าหลับไหล โลกเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้แล้วหรือนี่ ข้าได้ยินมาว่าเขตแดนของแต่ละประเทศเองก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน " (โทโมเอะ)

น่าจะเป็นเพราะว่าการรุกรานจากเผ่าพันธุ์มาร*
[*เห็นมีคนอยากให้เปลี่ยนจากดีม่อนเป็นมาร ผมยินดีเปลี่ยนให้ครับ แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่อยากได้ดีม่อนแบบเดิมก็บอกได้ครับ ผมจะได้เปลี่ยนกลับ ]
[*ส่วนดีม่อนลอรด์จะเปลี่ยนเป็นจอมมารนะครับ]

จริงด้วยสิ แผนที่โลก.. ในโลกนี้แผนที่จะต้องแพงมากเลยสินะ แต่ยังไงมันก็คุ้มค่าที่จะซื้อ จากการเดินทางที่ผ่านมา ผมได้เห็นเนินเขา เขตรกร้าง และภูเขาไฟมาแล้ว แต่ผมยังไม่เห็นสิ่งที่ดูคล้ายกับทะเล ภูเขา หรือวิวทิวทัศน์อันสวยงามเลยแม้แต่น้อย

ในโลกที่เต็มไปด้วยความแฟนตาซีแบบนี้ ทัศนียภาพอันสวยงามย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญ ผมอยากจะเห็นมันจริงๆ! เพราะแดนรกร้างมีแต่สีน้ำตาลอ่อน ส่วนอะโซระให้ทัศนียภาพของบ้านเกิดมากกว่า เมื่อไม่นานมานี้ผมเห็นหัวไชเท้าในอะโซระเลยด้วยซ้ำ

" ถ้าอย่างนั้นนายน้อย.. พรุ่งนี้... " (โทโมเอะ)

" อ่าใช่ พรุ่งนี้เราจะไปที่กิลด์ผู้ประกอบการและหาที่ดินกัน ถ้าเธอคิดว่าที่ดินไหนเหมาะสมก็เลือกได้เต็มที่เลย.. แต่ผมขอพูดอีกครั้งนะ เนื่องจากพวกเราต้องเข้าร่วมประเทศ พวกเราเลยจะไม่สร้างร้านของพวกเราที่นี่ " (มาโกโตะ)

" แค่ซื้อที่ดินมาเฉยๆเหรอ? " (โทโมเอะ)

" ในอนาคตผมอยากจะเปิดร้านที่ซึเงะด้วยเหมือนกัน ส่วนปัจจุบันผมจะไปที่บริษัทเรมแบรนดท์พรุ่งนี้ แล้วตัดสินใจอีกทีหลังจากฟังผลลัพธ์แล้ว.. แต่ว่า... " (มาโกโตะ)

" มีเรื่องกังวลเหรอคะ? " (โทโมเอะ)

โทโมเอะกำลังเข้าสู่โหมดนักธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ และใจจดใจจ่ออยู่กับบทสนทนาของพวกเราอย่างจริงจัง.. พอเห็นโทโมเอะทำอะไรแบบนี้ได้ ผมอดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าจะมอบหน้าที่ด้านการเจรจาให้เธอดีหรือไม่

แต่ถ้าดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว มิโอะเหมือนจะเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นมากกว่า

" อืม.. ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเราจะทำธุรกิจแบบไหนนี่สิ " (มาโกโตะ)

" ไม่ใช่ว่าตัดสินใจเรื่องนั้นไว้นานแล้วเหรอ? " (โทโมเอะ)

" ก็จริง.. ผมได้ความคิดนั้นมาตอนที่ตัวเองกำลังลำบากอยู่ แต่ว่า... " (มาโกโตะ)

" ถ้าขายกันแค่ยารักษา มันอาจจะทำให้พวกเราเคลื่อนไหวได้ยาก แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่? " (โทโมเอะ)

" คือ... 'ร้านขายของทุกชนิด' มันเป็นชื่อที่เข้ามากวนใจผมได้สักระยะหนึ่งแล้ว " (มาโกโตะ)

ร้านขายของทุกชนิด ก็เหมือนที่ชื่อบอกนั้นแหละ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าใดๆก็ตาม เราก็ยินดีสรรหามาขายทุกอย่าง แต่ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากทางกิลด์จะน้อยกว่าร้านที่เน้นขายสินค้าเพียงชนิดเดียว ตัวอย่างเช่น ยารักษา โภคภัณฑ์ วัตถุดิบ พวกเราจะสามารถขายมันทั้งหมดได้ แต่ต้องแลกกับการขายมันแพงขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ 

สำหรับอาวุธ ชุดเกราะ และพัสดุ มันถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เดียวกันอยู่แล้ว

ดูเหมือนบริษัทซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่วางแผนจะขยายกิจการของตัวเองเท่านั้น จึงจะยอมเปิดร้านประเภทนี้ หลักฐานก็คือบริษัทที่ใหญ่จริงๆเท่านั้นถึงจะทำธุรกิจประเภทนี้ มันต่างจากภาพของ 'ร้านขายของทุกชนิด' ในยุคโมเดิร์นมาก

ตอนที่ผมบอกพี่สาวแผนกต้อนรับไปว่า ผมจะเปิด 'ร้านขายของทุกชนิด' เธอก็เตือนผมทันทีว่ามันไม่ได้กำไร เธอน่าจะจำบทสนทนาของผมเกี่ยวกับเส้นทางค้าขายได้ เธอก็เลยแนะนำให้ผมเริ่มค้าขายแบบคาราวานก่อนเป็นอันดับแรก

เหตุผลก็ง่ายมาก การเลือกเส้นทางที่เปิดกว้างมากตั้งแต่ต้นมันแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะคุณจะพ่ายแพ้ให้แก่คู่แข่งที่ถนัดด้านใดด้านหนึ่งในทันที

แม้แต่ผมเองก็เห็นด้วย

" ยังไงก็ไม่มีใครมีความสามารถเทียบเท่าพวกเราอยู่แล้วนี่นา และข้าคิดว่าการที่นายน้อยเก็บมันไปคิดมากเกินไป ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย " (โทโมเอะ)

" 'ร้านขายของทุกชนิด' งั้นรึ? ผมคิดว่าเราทำได้.. แล้วก็มิโอะ? " (มาโกโตะ)

" ตามที่นายน้อยสั่งค่ะ ฉันให้อาร์เกะสองคนเดินทางไปที่ตำแหน่งของดอกไม้นั่นแล้ว.. แอมบรอเซียใช่ไหมคะ? พวกเขาน่าจะกลับมาในอีกไม่กี่วัน " (มิโอะ)

" เข้าใจแล้ว.. ส่วนโทโมเอะ ระหว่างที่เธอไปตรวจสอบที่ดิน ผมจะให้เธอรับภารกิจมาทำ.. ใช่แล้ว ผมหมายถึงให้เธอทำมันพร้อมกันกับปาร์ตี้ของคุณโทอา ประมาณหนึ่งสัปดาห์ " (มาโกโตะ)

" ภารกิจ? กับคนพวกนั้น? " (โทโมเอะ)

โทโมเอะแสดงสีหน้า 'งุนงง?' เป็นปฏิกิริยาที่ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่.. ถ้าเธออยากจะเพิ่มแรงค์ของตัวเอง เธอไม่จำเป็นต้องให้คุณโทอาและปาร์ตี้ของเธอพาไปด้วยก็ได้ เธอต้องคิดแน่ว่าการรับภารกิจหรือภารกิจพิเศษมาทำเพื่อเพิ่มแรงค์ของตัวเอง น่าจะได้ผลดีกว่าการไปเข้าร่วมกับปาร์ตี้อื่น

" ผมอยากให้เธอเรียนรู้พื้นฐานของการเป็นนักผจญภัย แล้วระหว่างนั้นเธอก็จะได้เรียนรู้ด้วยว่าการรวบรวมวัตถุดิบต่างชนิดกันต้องทำยังไงบ้าง " (มาโกโตะ)

" วัตถุดิบ.. เข้าใจแล้ว.. ถ้าความจำของข้าถูกต้อง ดูเหมือนมิโอะจะบอกว่าเธอสามารถทำได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นนายน้อย ให้ข้าซื้อหนังสือเกี่ยวกับพวกวัตถุดิบกลับมาด้วยเลยไหม? " (โทโมเอะ)

" ดีเลย การเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญนะ เพราะเธอคือคนที่ถือเงินของพวกเรานี่นา.. ถ้าเธอคิดว่าสิ่งไหนจำเป็นก็ซื้อมาได้เลย ผมยังจำเป็นต้องวางแผนการเดินทางไปเมืองอะคาดิมี่อยู่ แถมยังมีเรื่องต้องขอร้องบริษัทเรมแบรนดท์อีก มีอีกหลายอย่างเลยที่ผมต้องทำให้เสร็จ " (มาโกโตะ)

" เข้าใจแล้ว.. ถ้าอย่างนั้นข้าส่งรายงานไปที่อะโซระโดยตรงเลยก็ได้ใช่ไหม? " (โทโมเอะ)

" อืม.. นั่นสินะ.. ผมสร้างบาเรียเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าออกห้องในโรงแรมของเราไว้แล้ว ผมจะเข้าไปพักผ่อนที่อะโซระตอนกลางคืน เธอจะมารายงานตอนนั้นก็ได้.. โอ้! เกือบลืมแน่ะ ผมไม่สนว่ามันจะแพงแค่ไหน แต่ผมอยากจะได้แผนที่โลก แล้วก็แผนที่ทางภูมิศาสตร์ของอาณาจักรไอออนด้วย ถ้าเงินไม่พอก็ค่อยมาบอกผม " (มาโกโตะ)

ผมรู้สึกได้เลยว่าแผนที่ภูมิศาสตร์จะต้องอันตรายมาก.. ในยุคเซนโงคุ แผนที่ทางยุทธวิธีมันมีความสำคัญอย่างมาก มันเป็นข้อมูลที่ล้ำค่ำ.. บางทีพวกเราควรจะสำรวจภูมิประเทศแล้วเขียนมันขึ้นมาเองน่าจะดีกว่า ถ้าทำแบบนั้นพวกเราจะได้ไม่ถูกประเทศนี้สงสัยว่าเป็นสปาย.. แต่จะให้เดินทางไปกลับแล้วเขียนแผนที่เรื่อยๆก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเหมือนกัน

" ไม่สิ รอก่อน.. ผมไม่ต้องการแผนที่ภูมิศาสตร์ เอาแผนที่ทั่วๆไปที่พ่อค้าส่วนใหญ่มีก็พอแล้ว " (มาโกโตะ)

" นายน้อยนี่คิดเล็กคิดน้อยจริงๆเลยนะ.. เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าจะเคลื่อนไหวให้ไม่เป็นที่น่าสงสัยละกัน " (โทโมเอะ)

โทโมเอะมีประโยชน์จริงๆ คนที่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผมได้มันสำคัญมาก แต่ถึงแม้ว่าเธอจะเข้าใจก็เถอะ สุดท้ายแล้วเธอก็ประพฤติตัวตรงข้ามจากสิ่งที่เธอพูดอยู่ดี

" ผมขอหล่ะ ได้โปรดทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด " (มาโกโตะ)

" ถ้าอย่างนั้น ตอนกลางคืนข้าจะกลับมารายงานน้า " (โทโมเอะ)

จริงสิ.. คุณเอม่าก็บอกให้ผมไปหาเธออย่างน้อยวันละสองครั้งถ้าสะดวกนี่นา~

พวกเขาบอกว่าถ้าหากผมสามารถอยู่กับพวกเขาได้ทั้งวัน อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง พวกเขาจะมีความสุขกันมาก

ธนูผมก็ไม่ได้จับมานานแล้วเหมือนกัน (ถ้าไม่นับเรื่องการต่อสู้จริง)

" เอาหล่ะ หลับกันเถอะ.. คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายแล้วที่เราจะได้นอนในห้องนี้.. ฝันดีนะ~ " (มาโกโตะ)

" ตามปราถนาค่ะ.. ขอให้ท่านฝันดี " (โทโมเอะ)

ระหว่างที่กำลังคิดถึงงานที่ต้องทำในวันพรุ่งนี้ ในที่สุดผมก็เผลอหลับไป...




NEKOPOST.NET