[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 43.5 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.43.5 - (POV) ไลม์ - อีกหนึ่งก้าวสู่ความมืด


" อ่า ว่าไง... รู้ไหมว่าใครรับภารกิจนั้นไป? " (ไลม์)

" ไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้แค่ว่ามีคนมารับภารกิจดวงตารูบี้ไปเท่านั้นเอง "

" มีรายละเอียดอื่นอีกไหม? " (ไลม์)

" รู้แค่ว่าคนรับเป็นผู้ชาย ฟอร์มรับภารกิจมันหายไปแล้วตอนผมไปถึง พนักงานบอกว่ามีชายคนหนึ่งรับมันไป "

เมืองนี้มีโรงเตี๊ยมมากมายเปิดให้บริการช่วงเย็น

มันเป็นเมืองที่ให้ความสะดวกสบายแก่เหล่านักผจญภัยมาก ตอนนี้เองก็มีนักผจญภัยอยู่ไม่น้อยกว่าพันคน ดังนั้นความต้องการย่อมสูงเป็นธรรมดา เลยมีประชาชนในเมืองกว่าหลายชีวิตที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโรงเตี๊ยม

ตอนนี้มีนักผจญภัยจำนวนหนึ่งกำลังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในช่วงกลางวันแสกๆ

" คนบ้าที่ไหนมันจะ....เฮ้ย.....เฮ้ย! พวกเขาคือคนที่พึ่งเข้าเมืองผ่านเขตธุรกันดารมาไม่ใช่เหรอ?.... รู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาบ้างไหม? " (ไลม์)

" ไม่มีเลย.. เมื่อวานทำคนแตกตื่นกัน ส่วนวันนี้กลับไปขายวัตถุดิบที่ได้มาจากการผจญภัยอย่างเงียบๆ และดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเตรียมทำอะไรบางอย่างด้วย... แต่ก็ช่างเถอะ ในเมื่อภารกิจมันเป็นแรงค์ S ต่อให้พวกเขาอยากจะรับก็รับไม่ได้อยู่ดี "

" ....บ้าเอ็ย ไม่มีใครพอจะมีข้อมูลของพวกเขาบ้างเลยเหรอไง? ขอแค่ชื่อของคนที่รับภารกิจก็ได้.. เฮ้ ไปสืบประวัติของพวกเขามาให้ที ถามจากใครก็ได้ที่มีข้อมูล ซื้อมันมาให้หมดแล้วเอามาให้ฉัน ถ้าเงินไม่พอมาขอเพิ่มจากฉันทีหลังได้ " (ไลม์)

" โอเค ถ้าพวกนั้นกลับมาเมื่อไหร่จะสืบมาให้ " (ผู้ช่วยของไลม์)

" ฝากด้วยนะ " (ไลม์)

เขาเดินออกไปจากโรงเตี๊ยม 

เขาเป็นชายที่เชื่อถือได้

ผมรู้ดีว่าเขาเป็นนักผจญภัยซึ่งอาศัยอยู่ในซึเงะมานาน

แต่.. แกเป็นใคร?

ไม่มีใครเลยในเมืองนี้ที่ไม่รู้จักภารกิจของบริษัทเรมแบรนดท์ ดังนั้นก็เลยไม่มีใครไปแตะต้องมัน

ภารกิจมันยากมาก แถมยังหาเหยื่อเจอได้ยากอีก นอกจากนี้ยังต้องใช้ทักษะขั้นสูงเพื่อให้ดวงตารูบีตายในรูปแบบที่ตายตัว ไม่งั้นจะไม่ได้รับวัตถุดิบพวกนั้นมา

ผมพยายามคิดอย่างหนักว่ามีคนแบบนี้อยู่ในเมืองด้วยเหรอ?

ข้อสรุปที่ได้คือ ไม่มีใครเลยที่เก่งขนาดนั้นอยู่ในเมืองนี้

ถ้าเขาอาศัยอยู่ในเมืองนี้จริง อย่างน้อยเราก็ต้องรู้จักเขา เพราะเขาจะต้องมีเลเวลสูงที่สุดในเมืองนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

หมายความว่าเขาพึ่งจะมาถึงเมืองนี้ได้ไม่นาน

" ถ้าอย่างนั้นคุณไลม์ พวกเราขอตัวก่อน.. พวกเราจะไปเช็คในเมืองและค้นข้อมูลจากทางกิลด์ เผื่อได้อะไรเพิ่มเติมกลับมาบ้าง " (แก๊งของไลม์)

" โอเค " (ไลม์)

" ไปกันเถอะพวก " (แก๊งของไลม์)

กลุ่มคนที่ผมกำลังนั่งดื่มด้วย ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป

พวกเขาเป็นนักผจญภัย

และตัวผมเป็นบอสของกลุ่มนักผจญภัยในเมืองนี้

จริงๆก็มีก๊กอื่นอยู่เหมือนกัน แต่กลุ่มของผมใหญ่ที่สุดแล้ว

ผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่จากกิลด์ เป็นเพียงนักผจญภัยธรรมดา

เป็นผู้ที่มีเลเวลสูงที่สุดในซึเงะ

เป็นหน้าเป็นตาให้แก่เล่านักผจญภัยในเมืองนี้

" ขอโทษด้วยนะ แต่ช่วยค้นประวัติ เลเวล และแรงค์ของกลุ่มคนที่พึ่งเข้ามาในเมืองให้ที ถ้ามีใครสักคนที่เลเวลสูงก็อย่าลืมเอามาบอกด้วยหล่ะ " (ไลม์)

" โอเค ปล่อยไว้เป็นหน้าที่พวกเราเอง ยังไงทุกคนก็ลงเรือลำเดียวกัน " (แก๊งของไลม์)

" ขอโทษที่รบกวนพวกนายนะ ฉันรู้ดีว่าพวกนายเองก็มีภารกิจต้องทำเหมือนกัน " (ไลม์)

" เอาน่า อย่าใส่ใจเลย พวกเราพอจะรู้ว่านายทำแบบนี้ไปทำไม และไม่เคยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดเลย " (แก๊งของไลม์)

" อ่ะนี่.. เอาไปเผื่อค่าใช้จ่าย " (ไลม์)

" พวกเรารับมันไม่ได้หรอก " (แก๊งของไลม์)

" เอาไปเถอะ ฉันรู้ว่าพวกนายทำพลาดในภารกิจคราวก่อนแล้วทำอาวุธตัวเองหัก " (ไลม์)

" ... ขอบคุณมาก " (แก๊งของไลม์)

พวกเขาทั้งหมดเดินออกจากโรงเตี๊ยมไป ทำให้ผมรู้สึกเหงาแปลกๆ

" บ้าจริง ไอ่พวกเรมแบรนดท์! ทำไปขนาดนี้แล้วยังไม่พอใจอีกหรือไง? หรือแกฆ่าพวกที่สาปแกทิ้งไปหมดแล้ว?.... จะหยามพวกเราไปถึงไหน! บัดซบ?! " (ไลม์)

บริษัทเรมแบรนดท์

วิธีค้าขายของพวกเขา ผมจะไม่เห็นด้วยเด็ดขาด

ผมจะไม่ว่าอะไรเลย ถ้าธุรกิจที่เขาทำคือการขายของเพื่อหาผลกำไร  แล้วจ่ายค่าจ้างให้พวกเราในปริมาณที่เหมาะสม แต่งานของบริษัทมันก็ยังเหมือนเดิม ใช้ให้พวกเราไปทำงานในที่อันตรายแล้วให้พวกเราเสี่ยงชีวิตโดยไม่ได้อะไรกลับมา

ผมก็เลยจำเป็นต้องสั่งสอนไอ่สารเลวนั่น

แต่ไอ่สารเลวสมองขี้เลื่อยคนนั้นก็ยังไม่คิดจะเปลี่ยนอะไรเลย ผมมั่นใจว่ามันก็รู้ตัว...

คนที่พวกเราจ้างมาบอกว่าเขายินดีช่วย เพราะไม่เกรงกลัวอิทธิของไอ่สารเลวนั่น แต่สุดท้ายเราก็เจอเขาเป็นศพ ในสภาพที่ไม่น่ามอง

ผมมั่นใจว่าเขานำสิ่งที่เราสั่งและต้องการไปบอกเรมแบรนดท์เพื่อให้แก้ไขแล้ว แต่แม้จะรู้ว่าครอบครัวของตัวเองป่วย เขากลับไม่เคลื่อนไหวเลยสักนิด

ข้อมูลจากบริษัทไม่ได้ถูกส่งมา ส่วนคฤหาสถ์ก็ถูกปิดตาย

ผมเดาไม่ออกเลยว่าไอ่สารเลวนั่นตั้งใจจะทำอะไร

" ไม่รุนแรงเกินไปหน่อยเหรอ ไลม์ "

" .... โอ๊ะ? เธอ... มาตั้งแต่เมื่อไหร่? " (ไลม์)

" เอาน่า ก็แค่ทักทายนิดหน่อยเอง.. ฉันอุตส่าห์รีบมาเพราะได้ข้อมูลล้ำค่าเกี่ยวกับภารกิจนั้นมาเชียวนะ " 

" ฉันไม่ไว้ใจพวกชอบทำตัวน่าสงสัยแบบเธอเลย " (ไลม์)

" อย่าพูดงั้นสิ จงใจยั่วโมโหฉันเหรอไง? ฉันเองก็ชอบไอ่สารเลวเรมแบรนดท์พอๆกับนายนั่นแหละ ก็เลยอยากร่วมมือกับนายด้วย "

บุคคลน่าสงสัยซึ่งเดินเข้ามาคุยกับผม คือนักผจญภัยหมายเลขสองในเมืองนี้

เธอทำหน้าที่เป็นกองหน้าด้วยทักษะอันร้ายกาจ

ผมเป็นคนไม่มีปาร์ตี้ตายตัว ปกติก็เลยจับคู่ปาร์ตี้กับเธอบ่อยๆ แล้วก็ออกไปหาความสนุกด้วยกัน

ถ้าหากมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นในป่า ก็มักจะมีผมและเธอเนี่ยแหละที่เข้าไปจัดการกับมัน

....ดวงตารูบีจำเป็นต้องถูกยิงเข้าอย่างจังบริเวณหน้าท้องเพื่อให้ได้วัตถุดิบ ดังนั้นผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่ตัวการณ์แน่ๆ เพราะเธอชอบกระทืบทุกอย่างที่ขวางหน้า

ผมรู้จักนักผจญภัยที่พอจะรับภารกิจนี้อย่างลับๆได้

ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนประเภทที่จะเดินเข้ามาคุยกับผม ทั้งๆที่พึ่งจะทรยศผมไป

ในเมื่อพวกเรามีเลเวลที่สูง พวกเราเลยไม่จำเป็นต้องใช้เงินมาก ดังนั้นการจะซื้อตัวพวกเราด้วยเงินนั้นยากมาก

เพราะการหาเงินเองนั้นเร็วกว่าเยอะ แถมพวกเรายังเด็กเกินไปที่จะสมัครเข้าบริษัท ผมรู้ว่าพ่อบ้านประจำตะกูลเรมแบรนดท์เคยเป็นนักผจญภัยมาก่อน และเขาก็แก่มากแล้ว

" ก็ได้ๆ เธอจะช่วยฉันนานแค่ไหน? " (ไลม์)

" นานสิ ฉันพึ่งจะฝึกเวทย์ชนิดใหม่สำเร็จ ก็เลยอยากจะช่วยนายสู้.. ตอนนี้ค่าตัวกำลังถูกอยู่ ถ้าอยากให้ฉันช่วย ฉันขอสัก 1% ของราคาปกติละกัน " (หมายเลขสอง)

" ตกลง เอาตามนั้นละกัน " (ไลม์)

" ถ้างั้นดื่มเพื่อมิตรภาพหน่อยเป็นไง? " (หมายเลขสอง)

" ...ดื่มเพื่อมิตรภาพ " (ไลม์)

เอาหล่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือระบุให้ได้ว่าใครเป็นคนรับภารกิจนั้นไป

-------------

น่าสงสัยมาก

ในช่วงบ่าย ผมได้ฟังรายงานจากคนของผม และหนึ่งในกลุ่มคนพวกนั้นทำให้ผมรู้สึกสนใจ

ผู้หญิงซึ่งแต่งดำไปทั้งตัว

ดูเหมือนว่าเธอจะแต่งกายด้วยชุดซึ่งหาได้ยาก มันเป็นชุดที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และเธอมีผมทรงบ๊อบ

สีผมและดวงตา เป็นสีดำ

เป็นคนที่ไม่เคยอาศัยอยู่ที่นี่มาก่อนอย่างแน่นอน

ดูเหมือนเธอจะมาพร้อมกลุ่มคนจากเขตทุรกันดาร

และดูเหมือนจะเป็นสมาชิกของบริษัทหนึ่ง

ผู้ก่อตั้งบริษัทเป็นชายตัวเล็กๆซึ่งใส่หน้ากากไว้ตลอดเวลา

ชายคนนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก ผู้หญิงคนนี้ต่างหาก

ใครบางคนซึ่งเคยพูดคุยกับเธอซึ่งๆหน้ามาก่อนบอกว่า เธอแข็งแกร่งจนติดระดับท๊อปสิบในเมืองนี้

ข่าวนี้ทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ในฐานะนักผจญภัย แต่ความแค้นที่มีให้พวกเรมแบรนดท์ก็ยังไม่เปลี่ยน ตอนแรกฟังดูน่าเหลือเชื่อมากก็จริง แต่เท่านี้ทุกอย่างก็กระจ่างแล้ว

พวกเราควรจับตามองผู้หญิงคนนี้ไว้ และเมื่อได้โอกาสก็ควรจะเข้าไปพูดคุย

" พวกเราจะเคลื่อนไหวพรุ่งนี้ ตอนนี้จับตาดูผู้หญิงคนนี้ไว้ก่อน และคอยจับตามองคฤหาสถ์ตระกูลเรมแบรนดท์และร้านของเขาเอาไว้อย่าให้ห่าง " (ไลม์)

" รับทราบ " (แก๊งของไลม์)

" รู้ไหมว่าพวกเขาพักอยู่ที่โรงแรมไหน? " (ไลม์)

" ครับ เขาลงชื่อในนามของบริษัทคุซึโนฮะ ผมสืบที่อยู่มาแล้วด้วย " (แก๊งของไลม์)

" บริษัทคุซึโนฮะ? " (ไลม์)

ไม่เคยได้ยินมาก่อน

" หัวหน้ารู้สึกจะชื่อไรโดะ เขาสวมหน้ากากและมีร่างกายที่เล็ก ส่วนอีกคนหนึ่งชื่อมิโอะ ผู้หญิงที่แต่งดำ " (แก๊งของไลม์)

" ไรโดะและมิโอะ แต่ว่า...ทำไมต้องหน้ากากด้วย? ไม่ได้ใส่เล่นเฉยๆใช่ไหม? " (ไลม์)

หน้ากากเหรอ? แบบนี้ก็ระบุตัวได้ไม่ยาก

แต่เขาต้องการจะปิดบังอะไรกันแน่?

รอยแผลน่ารังเกียจ.. หรือว่าใช้เพื่อปลอมตัวเป็นมหนุษย์?

ยังไงก็ตาม ต้องมีเหตุผลที่เขาใส่หน้ากากแน่ๆ

" แล้วก็... ไรโดะพูดไม่ได้ เขาใช้ภาษาเขียนในการสื่อสาร " (แก๊งของไลม์)

" ชายสวมหน้ากากซึ่งพูดไม่ได้? เขาอยากทำตัวเด่นเหรอไง? แล้วเขาใช้อะไรสื่อสาร ปากกากับกระดาษ? " (ไลม์)

ผมไม่รู้สึกสงสารชายคนนี้เลย

" ไม่ครับ ผมได้ยินมาว่าเขาใช้เวทย์เขียนตัวอักษรบนอากาศ เขาน่าจะเป็นพ่อค้าซึ่งเป็นนักเวทย์ในเวลาเดียวกัน " (แก๊งของไลม์)

" ฉันไม่น่ามีปัญหาอะไร ถ้าเป็นการต่อสู้ระหว่างเวทมนตร์ก็หมูๆ " (หมายเลขสอง)

ผมรู้สึกโล่งอกที่ขอให้เธอมาช่วย

พวกเราจะล้อมพวกมันแล้วโจมตีอย่างรวดเร็วก่อนพวกมันจะทันตั้งตัว แต่ถ้าหากพวกมันร่ายเวทย์เสร็จก่อน เธอจะเป็นคนเคาเตอร์มันกลับด้วยเวทย์ของเธอ เป็นแผนที่ไร้ช่องโหว่

เอาหล่ะ น่าจะไปได้สวย

พวกเราจะเริ่มเคลื่อนไหวพรุ่งนี้

จะถ่วงเวลาไว้หลายวัน เสร็จแล้วก็ลงมือตามแผน

ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ที่จะได้เผชิญหน้ากับเรมแบรนดท์ตรงๆด้วย

ทุกๆคนต้องจับมือกันเพื่อถอนรากถอนโคนตัวปัญหาหลัก

ทั้งนักผจญภัยและพ่อค้าต้องสู้

ถ้าหากฐานการค้าเล็ก ขอบเขตของเลเวลที่พวกเราต้องมีก็จะแคบตามไปด้วย

เขาจะต้องเข้าใจพวกเราแน่นอน ผมเชื่อว่าอย่างนั้น

แต่ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ทำกับพวกเราแบบนี้ ยังไงมันก็เป็นความรับผิดชอบของเขาในฐานะ CEO ของบริษัทเรมแบรนดท์อยู่ดี

มันไม่ใช่เรื่องน่าขำเลย ถ้าหากประสิทธิภาพของนักผจญภัยในซึเงะตกต่ำลง

ผมรู้ดีว่าคนเก่งๆเข้ามาอาศัยในเมืองกันมากขึ้น แต่ยังไงมันก็ยังน้อยกว่าจำนวนคนที่อ่อนแอ

ผมพยายามหาเงินเพื่อช่วยพวกเขาเหมือนกัน

และผมมั่นใจว่าเขาจะช่วยภรรยาและลูกๆของเขาเช่นกัน

ผมมีวัตถุดิบสำหรับรักษาพวกเขา และผมจะขายมันอย่างถูกเพื่อให้ความต้องการของมันลดลง

หญิงทมิฬมิโอะ ไรโดะ และเรมแบรนดท์

ได้เวลาปิดฉากเรื่องนี้แล้ว

-----------------

เรื่องนี้ต้องไม่เกิดขึ้น...

ผมแถบไม่อยากเชื่อสิ่งที่พึ่งได้ยิน

วันต่อมา พวกเรามองไม่เห็นผู้หญิงคนนั้นเดินออกมาจากโรงแรม

ส่วนพวกเรมแบรนดท์ พ่อบ้านของเขาชวนไรโดะนั่งรถมาเพื่อไปเก็บวัตถุดิบที่เหลือทั้งหมด

ไม่ใช่แค่นั้น

ดูเหมือนภารกิจรวบรวมดวงตาจะเสร็จสิ้นแล้ว

ไรโดะเป็นคนรับมันไป

พนักงานบอกว่าภารกิจถูกเปลี่ยนจากแรงค์ S เป็นแรงค์พิเศษ เพราะคนรับมีวัตถุดิบอยู่แล้ว

ฉลาดจริงๆ.. ไม่สิ เลวชะมัด

พูดง่ายๆก็คือ ไรโดะไปเจอเรมแบรนดท์แล้วแก้คำสาปออกได้แล้วด้วยอิลิกเซอร์

พวกเรายังหาผู้หญิงคนนั้นไม่พบ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเลวร้ายเกินกว่าจะไปกังวลถึงเรื่องพรรค์นั้น

ตอนแรกผมคิดว่าวันนี้จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันดันเกิดขึ้นวันนี้จนได้ ผมเริ่มร้อนใจและรวบรวมคน แล้วให้พวกเขาซ่อนตัวอยู่ระหว่างทางไปคฤหาสถ์

กระเป๋าเงินผมแถบฉีก แต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

" ไลม์... พวกมันมาแล้ว.. แต่ว่า... " (หมายเลขสอง)

" แต่ว่า? " (ไลม์)

เป็นเรื่องยากที่ผมจะได้เห็นเธอกังวลใจแบบนี้

ผมสงสัยจริงๆว่ามีอะไรแปลก

" ผู้หญิงคนนั้นมาด้วย แถมยังมีผู้หญิงอีกคนซึ่งไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุเดินตามออกมา " (หมายเลขสอง)

" หา? หญิงทมิฬนั่นน่ะเรอะ?! เธอยังอยู่ที่โรงแรมไม่ใช่เหรอไง! พึ่งตรวจสอบกับคนของฉันเมื่อกี้นี่เองว่าเธอยังไม่ได้ออกมาจากโรงแรมเลยสักครั้ง " (ไลม์)

" ก็นั่นแหละ ฉันเลยงงไปหมดแล้วเนี่ย พวกเราควรทำยังไงดี? " (หมายเลขสอง)

" ฉันกังวลผู้หญิงอีกคนนิดหน่อย แต่พวกเรารู้กันแล้วว่าหญิงทมิฬคือข่าวร้ายชัดๆ ฉันจะพยายามต่อรองกับเธอ แล้วแสดงให้เธอเห็นว่าไรโดะมันอ่อนปวกเปียกแค่ไหน " (ไลม์)

" ต่อรองงั้นเหรอ? ฮี่ๆ " (หมายเลขสอง)

" ในเมื่อเธอเป็นคนคุ้มกัน ดังนั้นต้องมีเงินมาเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน ถ้าหากเกิดอันตรายขึ้นกับพวกเราแล้วเราจ่ายเงินให้ เธอจะต้องมาปกป้องฝั่งของเราอย่างแน่นอน  " (ไลม์)

" เข้าใจแล้ว " (หมายเลขสอง)

" จะพยายามคุยกับเธอตัวต่อตัว ดังนั้นเตรียมแผนสำหรับสถานการณ์ชี้เป็นชี้ตายไว้ด้วยหล่ะ เข้าใจไหม? "

" ฉันจะโชว์ทริคใหม่ให้เห็น เวทย์ไฟ พลังทำลายของมันน่ากลัวมาก แถมยังหลบยากมากอีกด้วย " (หมายเลขสอง)

" แจ๋ว " (ไลม์)

เทคนิคใหม่ที่เธอบอกไว้สินะ?

รู้สึกสงสารพวกเขาจริงๆ

เธอไม่ลังเลที่จะยิงเลยด้วยซ้ำ

เธอเริ่มร่ายทันที และเมื่อเรามองเห็นหน้าของพวกเขาแล้ว วงแหวนเวทย์ปรากฎขึ้นใต้เท้าพวกเขา และเธอจ้องไปที่หญิงผมน้ำเงินแล้วพูดว่า

" ตาย " (หมายเลขสอง)

เป็นเสียงอันชัดเจนที่ไรโดะได้ยินแล้วรีบหลบออกจากวงแหวนเวทย์ทันทีพร้อมกับหญิงทมิฬ

ส่วนหญิงผมน้ำเงินยืนอยู่เฉยๆ

ไรโดะ.. สำหรับคนเป็นนักเวทย์อย่างนายแล้ว มีปฏิกิริยาและความคล่องตัวที่ดีมาก

เสาเพลิงปรากฎขึ้นใต้เท้าของหญิงสาว แล้วก็ระเบิดออก

ไม่ใช่แค่ความแรงเท่านั้น ความร้อนเองก็รุนแรงมาก

ขนาดพวกเรายืนอยู่ตรงนี้ยังรู้สึกได้

ไม่เหลือแม้แต่กระดูกแล้วมั้ง?...

" ฮึ่ม... " (โทโมเอะ)

" ห่ะ?!!!! " (ไลม์)

เฮ้ยๆ ล้อเล่นรึเปล่า?

ถ้าคนที่โดนคือตัวผมเอง อย่างน้อยกว่าจะขยับได้ก็ต้องรอสัก 20-30 วินาที

แค่เธอดีดนิ้ว ไฟก็ปลิวไปหมดแล้วเนี่ยนะ....

ไม่อยากจะเชื่อ

ผมสงสัยจริงๆว่าเธอจะแข็งแกร่งเท่าหญิงทมิฬรึเปล่า?

การจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าที่คนทั่วไปคิด

หญิงทมิฬแต่งตัวแปลกตา ดังนั้นมันก็เลยรู้สึกได้ว่าเธอแข็งแกร่ง แต่หญิงผมน้ำเงินดูไม่ต่างจากคนทั่วไปเลย

ประสิทธิภาพของนักผจญภัยในเมืองนี้จัดว่าสูงมาก แต่ไม่สูงเท่านี้

ผมหวังว่าสิ่งที่เธอเชี่ยวชาญมีแค่เวทย์ธาตุไฟ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เธอทำลายเวทย์ไฟทิ้งได้โดยง่าย

" เธอไม่ได้ร่ายเลยด้วยซ้ำ... บ้าน่า... " (หมายเลขสอง)

" อย่ากังวลไป เธอน่าจะใส่พวกเครื่องรางหรืออะไรสักอย่างแน่นอน รีบร่ายใหม่แล้วโจมตีอีกครั้ง " (ไลม์)

แต่ว่า...

สิ่งที่ผมพูดมัน... ไม่สิ ความคิดที่จะโจมตีพวกเขามันเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองมาตั้งแต่แรกแล้ว

หญิงทมิฬทำตามคำขอของผมแล้วไม่เข้าร่วมการต่อสู้ แต่เธอยังบอกอีกว่าจะไม่มาอยู่ฝ่ายเรา เธอแค่จะรอดูอยู่นิ่งๆ ผมเลยคิดว่าโอกาสชนะของพวกเรามันการันตีตั้งแต่เริ่ม

ผมคิดว่าจะจัดการพวกเขาได้สำเร็จถ้าเธอไม่เข้ามายุ่ง

แต่ผมคิดผิดมหันต์

ไรโดะโจมตีพวกเราเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่จากที่ผมเห็น เขาแถบไม่จำเป็นต้องโจมตีเลยด้วยซ้ำ

พวกเรารุมพวกเขาด้วยคนกว่าสิบคน แต่ฝ่ายที่เสียเปรียบก็ยังเป็นพวกเราอยู่ดี ผู้หญิงผมน้ำเงินไม่ได้อยู่ในรายงาน

ดูเหมือนเธอจะมีชื่อว่าโทโมเอะ และตอนนี้เธอกำลังไล่กระทืบพวกเรา ราวกับเด็กที่กำลังบดขยี้มด

มีความคิดแล่นเข้ามาในหัวว่าเธอคือเทพธิดาแห่งสงคราม หรือหมาป่าเดียวดายที่สามารถขึ้นเป็นแรงเกอร์ในกิลด์ได้อย่างง่ายดาย แถมเธอยังขโมยดาบผมไปอีก

เธอขโมยดาบผมไป แล้วใช้มันเล่นงานทุกคนจนสลบด้วยด้ามดาบ.. ผมพูดไม่ออกเลย

คนที่เหลืออยู่มีแค่ผม และหมายเลขสอง

คนแค่สองคนเอาชนะตัวท๊อปจากกิลด์ในเมืองนี้ได้ถึง 20 คน

ถึงแม้จริงๆแล้ว คนที่เล่นงานพวกเรามีเพียงคนเดียวก็ตาม

พวกเขาเดินมาหาพวกเราอย่างช้าๆ

ผมพูดออกไปว่าผมเป็นนักผจญภัยที่มีเลเวลสูงที่สุดในซึเงะ.. จริงๆมันก็แค่เพื่อขู่

แต่เรื่องที่ผมเก่งนั้นเป็นความจริง

หญิงทมิฬยิ้มให้ผมและหันกลับไป

ส่วนคู่หูหมายเลขสองของผมพยายามจะหนี แต่ก็ถูกซัดจนปลิวด้วยไรโดะ

มันน่าขำจริงๆ

อย่างน้อยแกช่วยทำตัวให้กระจ่างหน่อยได้ไหม ว่าแกเป็นนักสู้ นักเวทย์ หรือพ่อค้ากันแน่ ไรโดะ!

แต่แกไม่ใช่พ่อค้าแน่ๆ มันเป็นเพียงเรื่องโกหก

ว้าว.. สิ่งที่ผสมผสานระหว่าง ความแข็งแกร่ง ความฉลาด และเงินทอง มันเป็นแบบนี้เองสินะ.. ชัยชนะของการต่อสู้ในครั้งนี้ตัดสินจากเรื่องพวกนั้น

ผมยอมแพ้

" อย่ายุ่งกับผมของข้า!! " (โทโมเอะ)

เธอพูดประโยคนั้นพร้อมๆกับต่อยหน้าผมอย่างจัง

เธอคือสาวผมสีน้ำเงิน

แล้วจากนั้นผมก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

ผมจำได้แค่ว่า เธอหยุดดาบของผมด้วยมือเปล่า จากนั้นผมก็สูญเสียสติ

ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนที่เห็นดาบเสียบเข้าไปข้างๆใบหน้า

ตอนนี้สีหน้าของผมคือคนที่กำลังอ้อนวอนขอชีวิต

ตอนนี้ในสมองของผมไม่ได้คิดถึงเรื่องเรมแบรนดท์หรืออะไรอีกแล้ว หลงเหลือแต่ความปราถนาที่จะมีชีวิตรอด

ผมยังไม่อยากตาย...

" นายน้อย มีอะไรจะถามเขาไหม? " (โทโมเอะ)

[ ทำไมถึงโจมตีพวกเรา? ] (มาโกโตะ)

โชคยังดีที่ไรโดะ ปลดปล่อยผมออกจากแท่นประหารด้วยบทสนทนา.. แต่ในระหว่างนั้นผมก็ถูกปล้น.. ไม่สิ ผมยังจำเป็นต้องจ่ายเงินค่ารักษาให้นักผจญภัยที่ผมจ้างมาอีก ผมมารู้จำนวนเงินทั้งหมดทีหลัง แค่คิดก็แถบจะฉี่รดที่นอนแล้ว

[ พูดอะไรของนาย? คำสาปที่ร่ายใส่ตระกูลเรมแบรนดท์ เป็นคำสาปเลเวล 8 ที่ทำให้ถึงตายเลยนะ? ] (มาโกโตะ)

[ โอเคๆ เข้าใจแล้ว ] (มาโกโตะ)

[ เอาตามนั้นละกัน เรียกคนมารักษาพวกคนเจ็บด้วยหล่ะ ] (มาโกโตะ)

[ แล้วก็ขอโทษสำหรับมีดนะ มันแพงมากใช่ไหม? ไว้ผมจะจ่ายค่าซ่อมให้ทีหลังนะ ] (มาโกโตะ)

ตัวอักษรที่ลอยอยู่ในอากาศหายไป

ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขามากเลย ที่พวกเขาจะจ่ายเงินค่าดาบให้ แต่ตอนนี้ผมไม่แคร์อะไรอีกแล้ว ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เรมแบรนดท์เป็นยังไงบ้าง

ผมบอกไรโดะไปว่าขอบคุณสำหรับดาบ แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมาและเดินจากไปพร้อมกับหญิงสาวทั้งสองคน

เฮ้อ! เขาก็เป็นคนดีนะ

ผมเดาว่าเขาเองก็เป็นโรคร้าย ทำให้เขาเกลียดอาการเจ็บป่วยทุกชนิดบนโลกนี้.. หลังจากที่พูดถึงเรื่องคำสาป เขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

ตอนแรกผมนึกว่าเขาจะเป็นพวกเห็นแก่ตัว แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้น

... ไม่สิ จะคิดแบบนั้นก็ไม่ถูก..

สมองของผมมันเละเทะไปหมดแล้ว

ชีวิตการเป็นนักผจญภัยของผมจบลงในวันนั้น

ผมบอกลาเพื่อนๆทุกคน รวมถึงแก๊งของตัวเอง และลาออกจากกิลด์

ชีวิตของนักผจญภัย ไลม์ ลาเต้ ปิดม่านลง.. แต่ผมไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ผมจะได้มาทำงานให้กับใครบางคนซึ่งสวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา




NEKOPOST.NET