[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 42 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.42 - ปี...ศาจ?


หลังจากฮาซารุปากสว่างแล้วพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมาเป็นฉอดๆ พวกเขาตั้งคำถามแล้วถามผมกันเป็นชุดเลย แต่ผมก็ยิ้มแล้วทำเป็นไม่สนใจ.. พวกเขาบอกว่าจะตอบแทนผมทีหลัง ผมก็เลยต้องออกมาจากสำนักงานของเขาก่อน

แน่นอนว่าก่อนกลับ ผมอัดฮาซารุคุงไปสามหมัดและด่าอย่างเจ็บปวดที่สุด.. ขณะที่เขาเดินโซเซด้วยความเจ็บปวด ผมบังคับให้เขาเลี้ยงข้าวผมหนึ่งมื้อ

คุณเรมแบรนดท์บอกว่าอย่างน้อยอยู่กินข้าวเย็นกันก่อนก็ได้ แต่ผมปฏิเสธไปอย่างสุภาพ (เพราะผมอยากจะแก้แค้นฮาซารุคุงให้สาสม)

ให้ตายเถอะ.. เพราะความโง่ของเขาแท้ๆ ทำให้ในที่สุดผมก็จำชื่อของเขาได้!

แต่เอาเถอะ.. เพราะผมช่วยครอบครัวของเขาไว้ ดังนั้นคุณเรมแบรนดท์ก็น่าจะเก็บเลเวลของผู้ติดตามทั้งสองของผมไว้เป็นความลับ เหมือนๆกับพ่อบ้านของเขา

ยังมีเวลาอีกเยอะ ผมเลยตัดสินใจปลีกตัวออกมาก่อน

ในเมื่อเป็นแบบนี้เลย ผมเลยเรียกมิโอะและโทโมเอะอย่างเร่งรีบ.. ผมไม่รู้ว่าจะปกปิดได้มากแค่ไหนนะ แต่ผมตัดสินใจเดินทางไปกิลด์ผู้ประกอบการก่อนเดินทางไปกิลด์นักผจญภัย

ตอนแรกก็หวังไว้แบบนั้น แต่ว่า..

" ตาย "

ตอนที่ได้ยินเสียงนั้น มีบางอย่างซึ่งคล้ายกับวงแหวนเวทย์ปรากฎอยู่ใต้เท้าของผม.. แถมคนที่โดนยังมีแต่โทโมเอะและผมเท่านั้น ทำไมมิโอะถึงไม่โดนเล็งหล่ะ?

ผมโล่งใจได้เปราะนึง แต่ยังไงผมก็ไม่อยากโดนโจมตีด้วยบางสิ่งบางอย่างซึ่งผมไม่รู้จัก

ดังนั้น ตอนที่เวทย์ก่อตัวขึ้น ผมกระโดดออกมาห่างๆและหลบมัน.. โชคยังดีที่มันไล่ตามเป้าหมายไม่ได้

ยังไงก็ตาม โทโมเอะยังยืนอยู่ในวงแหวนเวทย์โดยปราศจากความแคร์ใดๆ.. เป็นอะไรของเธอเนี่ย?

ผมไม่รู้สึกว่ามีการร่ายเวทย์ใดๆซึ่งทำให้วงแหวนเวทย์ทำงาน หรือว่ามันจะเป็นสูตรเวทมนตร์ที่ผมยังไม่รู้จัก? เทคนิคซึ่งลบล้างร่องรอยการร่ายเวทย์ได้อย่างแนบเนียน.. ผมอยากเรียนมัน

เจ้าของเสียงนั้นอยู่ไกลมาก เขาสวมเสื้อคลุมยาวสีเทาและขยับมือไปมาด้วยท่าทางอันซับซ้อน ใช้แค่มือร่ายเวทย์ได้ด้วยเหรอ? แต่การที่ผมสามารถตรวจพบคนร่ายได้จากปฏิกิริยาเพียงน้อยนิด แสดงว่าผมเก่งขึ้นมาก

ยังไงก็ตาม ท่าทางของเขาเหมือนกำลังจะร่ายบางอย่างอยู่จริงๆ.. ในตำแหน่งที่ผมยืนอยู่ก่อนนี้และข้างใต้เท้าของโทโมเอะ มีเสาเพลิงขนาดใหญ่ปรากฎขึ้น และผมรู้สึกได้ถึงไฟอันร้อนแรงแม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปจากจุดเดิมมาก

เสาเพลิงซึ่งสูงและร้อนละอุกำลังเผาร่างของโทโมเอะ!

" ฮึ่ม! "

ตวัดไฟออกด้วยมือซ้ายอย่างแรง เพลิงซึ่งห่อหุ้มร่างกายของโทโมเอะหายไปในทันที.. เฮ้อ เธอแค่อยากทดสอบความร้อนของไฟสินะ.. พี่สาวคนนี้โรคจิตจริงๆ

" เฮ้.. เดินหลบดีๆก็ได้มั้ง? " (มาโกโตะ)

" ไม่ได้ๆ ข้าต้องวัดความสามารถของนักฆ่าก่อน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพอพวกเราถูกเรียกตัวมา นายน้อยก็โดนลอบสังหารทันทีแบบนี้.. รู้สึกดีจริงๆ สมกับเป็นนายน้อยที่เข้าใจความปราถนาของข้า " (โทโมเอะ)

เพื่อแลกกับการปกป้องใครสักคน คุณก็จะถูกโจมตีแทน.. มันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดีนะ แต่ว่า..

อีกฝ่ายมี.. หนึ่ง สอง สาม... สี่?.. เฮ้ยๆ มันจะไม่เยอะเกินไปหน่อยเหรอ?

คนที่ผมมองเห็นด้วยตามีอยู่สองคน.. คนหนึ่งเป็นชายรูปร่างผอมและพูดประโยคอันตรายอย่างคำว่า 'ตาย' ส่วนอีกคนใส่ผ้าคลุมสีเทาซึ่งซ่อนอยู่ในป่า

ยังไงก็ตาม จากผลลัพธ์ของการใช้ [ซากาอิ] ผมเลยตรวจพบคนอื่นๆซึ่งซ่อนตัวอยู่อีก.. ทั้งหมดน่าจะมีเกือบ 20 คน

พวกเขาคือคนที่ปองร้ายคุณเรมแบรนดท์เหรอ? หรือจงใจเล่นงานผมโดยตรง?

แต่ผมจำไม่ได้เลยนะว่าไปทำให้ใครเกลียด เพื่อนของพวกดีม่อนซึ่งผมฆ่าไปตอนเจอโทโมเอะ ไม่มีทางรู้เลยด้วยซ้ำว่าผมเป็นคนฆ่าพวกเขา แถมผู้รอดชีวิตจากฐานเซนโนน่าจะยังมาไม่ถึงซึเงะกันด้วยซ้ำ

เฮ้อ.. ผมไม่รู้

ถ้าหากเกี่ยวข้องกับคุณเรมแบรนดท์ ผมจะไม่ปล่อยพวกเขากลับไปแน่ ถ้าพวกเขายิ่งเป็นคนวางแผนการณ์ทั้งหมด ผมก็จะจัดการถอนรากถอนโคนให้หมด.. จากสายตาของผม ชายรูปร่างผอมให้ความรู้สึกของคำว่าเท่ แต่ถ้าเทียบตามมาตรฐานของโลกนี้ เขาก็คงไม่ต่างจากพวกนักเลงข้างถนน

ผมมองไปยังชายผู้ด้อยคุณภาพซึ่งกำลังพูดอยู่

" หลบมันได้งั้นรึ? แถมยังไม่ได้รับบาดเจ็บเลยด้วย.. ชิ แสดงว่ามีคนที่เก่งพอๆกับหญิงทมิฬด้วยสินะ "

พวกเขารู้ว่ามิโอะแข็งแกร่งงั้นเหรอ?

" เฮ้! พี่สาวทมิฬตรงนั้นน่ะ ช่วยยืนดูเฉยๆตรงนั้นได้ไหม? ข้าสัญญาว่าจะไม่โจมตีใส่เธอเด็ดขาด "

พอพวกเราไม่ตอบโต้ใดๆ เขาก็เลยพูดต่อไป.. จากน้ำเสียงและวิธีการพูดของเขา ผมมั่นใจได้เลยว่าเขาไม่ได้เป็นคนใจร้อน และยังใจเย็นต่อสถาการณ์อยู่.. แสดงว่าเขาเคยเห็นมิโอะสู้ที่ไหนสักแห่ง หรือว่าเขาไปได้ข้อมูลอะไรมารึเปล่านะ?

โดยไม่แสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ ผมหันไปมองมิโอะและใช้สายตาบอกเธอว่าให้รับข้อเสนอของเขาไว้ก่อน ในเมื่อผมมีโทโมเอะอยู่ข้างๆ และการที่มันเป็นคำขอจากผม มิโอะก็เลยรับฟังแต่โดยดี

" ...ฟรีเหรอคะ? " (มิโอะ)

" เธอเข้าใจถูกแล้ว.. ไม่สิ.. สัก 10 เหรียญทองเป็นไง? "

" ตกลง.. ฉันจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรทั้งนั้น " (มิโอะ)

" มิโอะ ยัยสารเลว! " (โทโมเอะ)

โทโมเอะโกรธจัดและพยายามจะจับคอเสื้อของมิโอะ... แน่นอนว่ามันเป็นแค่การแสดง เพราะที่ผ่านมาผมรู้สึกได้เลยว่าเธอกำลังรู้สึกสนุกจนแถบจะเก็บอาการไว้ได้ไม่มิด

เธอปัดมือของโทโมเอะออกเบาๆ แล้วมิโอะก็ขยับออกไปนั่งชมในฐานะบุคคลที่สาม

" ขอบคุณมาก.. เอาเงินเลยไหม? "

" ไว้ก่อนก็ได้ค่ะ.. ที่สำคัญกว่านั้นคือ พวกคุณอย่าโดนเล่นงานกันหมดซะก่อนหล่ะ เพราะว่าฉันไม่อยากติดร่างแหไปด้วยนี่นา " (มิโอะ)

" ก็จริงนะ พี่สาวนี่นิสัยดีจริงๆ.. ขอโทษนะพวกนาย โลกมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ "

ชายคนนั้นหัวเราะอยู่สักพัก เสร็จแล้วก็หันกลับมามองพวกเราอีกครั้ง.. บางทีเขาอาจจะมีเลเวลซึ่งสูงมากพอสมควร เขาเลยยังทำตัวสบายๆอยู่

แต่ยังไงเขาก็ไม่ต่างจากแมลงตัวเล็กๆอยู่ดี เพราะว่าถ้าเขาแข็งแกร่งจริงๆ เขาก็คงรู้สึกตัวไปนานแล้วว่าโทโมเอะและมิโอะอันตรายพอๆกัน แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงพลังของโทโมเอะเลย

" ... "

" สำหรับสารเลวอย่างแก ข้าคนเดียวก็พอ! "

ตัวผมซึ่งยังยืนอยู่เงียบๆ และโทโมเอะที่ตื่นเต้นจนถึงขีดสุด

บางทีนั่นอาจจะเป็นสัญญาณ ผมเริ่มมองเห็นกลุ่มคนซึ่งซ่อนตัวอยู่ ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ไกลออกไปกำลังเตรียมตัวอยู่ พวกเขาน่าจะเป็นนักธนูและนักเวทย์.. ผมอยากเห็นฉากจบของ Free-For-All(สู้แบบตัวใครตัวมัน) ในครั้งนี้จริงๆ 

" ถ้าหากพวกแกไม่เข้าไปยุ่งกับพวกเรมแบรนดท์ พวกแกก็คงไม่ต้องตาย! ฆ่ามันซะ!! "

โอเค ผมตัดสินใจแล้ว.. ไม่ปล่อยให้พวกมันรอด..

ฝ่ายนั้นเริ่มเกาะกลุ่มกัน แต่น่าจะเป็นเพราะสภาพภูมิประเทศซึ่งทำให้ผมได้เปรียบมาก ผมเลยไม่รู้สึกเกรงกลัวต่ออาวุธสุดอันตรายของพวกเขา.. หรือไม่อาจจะเป็นเพราะ ถ้าผมโฟกัสทุกอย่างไปที่การป้องกัน แม้แต่ดาบผมก็สามารถทำให้มันหักได้

แต่โทโมเอะยังคงยืนนิ่ง ผมไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าเธอจะหลบหรือสวนกลับหรือตั้งท่าโจมตีใดๆ

" เฮ้ย โทโมเอะ ไปทำงานได้แล้ว! " (มาโกโตะ)

" แต่ว่านายน้อย.. ถ้าไม่มีสัญญาณ ข้าก็.. " (โทโมเอะ)

ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนเดียวซึ่งมีอะไรสักอย่างที่ดูแล้วน่าจะเป็นอาวุธ ทาสของผมก็ยังคงเก็บมันไว้ในฝัก พร้อมกับพูดบางอย่างซึ่งผมไม่เข้าใจ

หมายความว่ายังไงสัญญาณ?

' ถ้าไม่พูดออกมา มันก็ไม่ตื่นเต้นสิจริงไหม? ' คือสิ่งที่โทโมเอะพูดผ่านโทรจิต ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังบอกสิ่งที่เธอปราถนาอย่างลับๆ

เธอบอกว่า

' ไม่รู้เหรอ? นายน้อย ประโยคนั้นไง! 'ไปสั่งสอนพวกมันซะ!' อย่างที่ข้าคิดไว้เลย ถ้านายน้อยไม่พูดประโยคนั้นเป็นสัญญาณ ข้าก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะตอบโต้ได้เลย.. ข้าอดใจรอท่านพูดไม่ไหวแล้ว รู้ไหม?

ผมเกือบหลบการโจมตีไม่พ้น..

ผมพยายามจะหลบการโจมตีของพวกเขาเพื่อปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้ แต่เพราะผมไม่ทันได้ตั้งตัวเนี่ยแหละ เลยเกือบหลบไม่ทัน

" คะ-คุณโทโมเอะ " (มาโกโตะ)

" ค่ะ!! " (โทโมเอะ)

" ไปสั่งสอนพวก..มัน... " (มาโกโตะ)

" ได้เลยค่ะ!!!! " (โทโมเอะ)

ความตึงเครียดของผมลดลง~ น่าอายชะมัด~... ถ้ายังเป็นแบบนี้อยู่ ในอนาคตข้างหน้าผมคงพูดว่า 'ไปสั่งสอนพวกมัน!' ได้อย่างเป็นธรรมชาติแน่ๆ

" อะ อ๊ากกก!! "

ในช่วงเวลาเดียวกับที่เธอตอบรับเสียงของผม เธอใช้สันดาบฟาดเข้าใส่ชายถือมีดซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโจรและมีผมทรงหนาม.. ดูเหมือนเธอจะจงใจออมมือและซัดชายคนนั้นให้กระเด็นอย่างผู้ดี

ถ้าหากเธอฟันเต็มแรง หัวของเขาก็คงจะมีเสียงดัง *ฉัวะ!.. ทำได้ดีมากโทโมเอะ

โทโมเอะทั้งต่อย เตะ และขว้างทุกๆคนที่เข้ามาใกล้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่พุ่งเข้าใส่ผมหรือว่าเธอ เธอก็จัดการพวกเขาได้หมดอย่างไม่ยากเย็น

เฮ้อ.. เธออินกับบทบาทไปเรียบร้อย พูดอยู่นั้นแหละว่าตัวเองคือคุณคาคุ 

ดูเหมือนว่าจะให้ผมยืนมองอยู่อย่างเดียวก็คงจะไม่ดี ผมสร้างระยะห่างออกมาจากโทโมเอะ และจ้องไปยังหญิงสาวตรงหน้าซึ่งถือดาบมือเดียว

เธอพุ่งเข้ามาแล้ว!

ด้วยจังหวะอันเรียบง่าย เธอแทงเข้าใส่ผม.. เป็นดาบที่แปลกจริงๆ บางทีอาจเป็นเพราะมันถูกสร้างมาเพื่อใช้แทงโดยเฉพาะ ปลายดาบมันคมทั้งสองด้าน แต่นอกเหนือจากปลายดาบแล้ว มันเป็นดาบที่มีความคมเพียงด้านเดียวเท่านั้น

ในโลกนี้ซึ่งมีดาบตะวันตกเป็นมาตรฐาน ดาบซึ่งมีความคมทั้งสองด้านมักจะหาได้ง่าย ดังนั้นการได้เห็นดาบซึ่งมีความคมเพียงด้านเดียวนั้นยากมาก มันค่อนข้างใกล้เคียงหอก ซึ่งมีความคมทั้งสองด้านแค่ส่วนปลาย

ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นคนที่มีผิวสีน้ำตาลสุขภาพและไม่มีกล้ามเนื้อส่วนเกินใดๆ แม้ว่ามันจะเป็นส่วนที่ไม่สมควรมอง แต่หน้าท้องของเธอมีซิกแพคอยู่ และความสวยงามของกล้ามเนื้อนั้นก็สะกดผมอยู่ชั่วครู่.. เธอใช้ดาบใหญ่หรือขวานเป็นอาวุธจะไม่เหมาะกว่าเหรอ?

บางทีผมควรจะลองใช้ฝ่ามือคาราเต้กระแทกลงไปบริเวณต้นคอของเธอดู~ แต่ขณะที่จะลองทำแบบนั้น ก็มีเงาของใครบางคนปรากฎขึ้นระหว่างตัวผมและหญิงสาว

เฮ้ยๆ โทโมเอะ? เธออยากจะอาละวาดมากขนาดนั้นเลยเหรอ?

ไม่สิ.. เธอกำลังจ้องไปที่อาวุธ

เธอสนใจอาวุธของผู้หญิงคนนี้? เธอมีนิสัยเหมือนเบ็งเก*เหรอไง? ภายนอกอาจจะดูเหมือนกันนะ แต่ดาบนั่นไม่ใช่คาราซุมะนะเฮ้ย? 
[*https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81]

แต่ก็ช่างเถอะ เพราะเธอจะปกป้องผมนี่นา.. ผมหลบการโจมตีอีกครั้งและถอยออกไป

บางทีอาจเป็นเพราะกลัวโจมตีโดนพวกของตัวเอง พวกเขาก็เลยยังไม่ใช้การโจมตีระยะไกลใดๆเลย ยิ่งไปกว่านั้นคนที่เข้ามาโจมตีพวกเราระยะประชิด ยังเข้ามาพร้อมกันทีละสองคนอีกด้วย

เข้าโจมตีด้วยกัน 2 คน แต่ก็ยังถูกต้อนให้จนมุม.. อ่อนแอกันจริงๆ

จากพวกเขาทั้งหมด หญิงสาวเมื่อกี้นี้เหมือนจะเก่งกว่าเพื่อน เพราะเธอพยายามขัดจังหวะของผมแล้วโจมตี

ผมกำลังคิดว่าขอเปลี่ยนตัวกับโทโมเอะน่าจะดี แต่ว่า...

" เสื้อนั่นมันอะไรกัน? "

หญิงสาวฟันกวาดจากล่างขึ้นบน

โทโมเอะสวนกลับไปด้วยการหมุนตัวเตะเข้าที่ศีรษะ.. เธอสวมชุดกิโมโนแล้วเตะแบบนั้นได้ยังไงเนี่ย?!

แถมมันยังเป็นท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบมากอีกด้วย ช่วยสอนคาราเต้ผมหน่อยได้ไหมครับ?!

" !! "

หญิงสาวซึ่งมีกล้ามและร่างกายอันแข็งแรง ยิ้มกลับไปให้โทโมเอะและตาดำของเธอค่อยๆจางลงจนร่างของเธอล้มลงไป.. ผมไม่รู้ว่าโทโมเอะโจมตีเข้าที่หัวหรือคอนะ แต่มันโดนเข้าอย่างจัง จะสลบก็ไม่แปลกหรอก

" ในที่สุดข้าก็ได้ดาบที่มีความคมเพียงด้านเดียวมาซักทีน้า! " (โทโมเอะ)

นั่นคือเป้าหมายของเธอหรอกเรอะ?! แม้ว่าจะโกหกก็เถอะ แต่อย่างน้อยช่วยถามผมว่า 'นายน้อยปลอดภัยรึเปล่า?' ทีได้ไหม?!

*ชิ้ง

โทโมเอะถือดาบด้วยท่วงท่าที่ต้องการเล็งไปที่ท้องของศัตรู

*หวืด

*พลั่ก!

*แคร้ง~!

" อะ ย่าส์~~?!! "

" เฮี้ย~~ อะ!! "

" ไฮ้ย่าส์! "

เหยื่อรายสุดท้ายเริ่มเข้าใจแล้วว่าเธอกำลังเล่นสนุกอยู่ แต่พวกเขาก็ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัสจนหวังว่าความตายยังจะดีซะกว่า

ไหล่ของพวกเขายุบลงไป กระดูกหักหลายท่อน ปกติไหล่ของมนุษย์ไม่อ่อนปวกเปียกแบบนั้นแน่

ไม่มีใครเลยที่ตามท่าฟันอันอ่อนช้อยด้วยดาบยาวของโทโมเอะได้ทัน

พูดให้ถูกก็คือเธอ.. ไปทำอีท่าไหนมาถึงใช้ดาบได้คล่องแคล่วขนาดนี้ แอบฝึกมาเหรอ? ทั้งๆที่ผมขอร้องให้เธอไปจัดการอะไรหลายๆอย่างเนี่ยนะ? เธอมีเวลาว่างมากนักเหรอไง? อีกเดี๋ยวผมคงต้องขอ 'คุย' ด้วยหน่อยแล้ว

" อึก!! "

" อั่ก! "

" แอ๊บ! "

อืม คนสุดท้ายนี่เก่งจริงๆนะ

เสียงกรีดร้องซึ่งผมได้ยินเป็นเสียงมาจากโทโมเอะซึ่งกำลังสนุกสนานจากการใช้สันดาบฟันใส่ศัตรู.. เสียงอาวุธซึ่งตกกระทบกับพื้นใช้เป็นหลักฐานได้อย่างดี

เพราะเธอโจมตีเข้าใส่แขนและขาของเป้าหมาย.. จริงๆแล้วแขนขาของพวกเขาควรจะปลิวออกไปแล้วด้วยซ้ำ แต่การที่ยังไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นย่อมเป็นเรื่องที่ดี

" พะ-พวกแก... "

ในที่สุดชายรูปร่างผอมคนนั้นก็แสดงสีหน้ากังวลออกมา

นั่นเป็นประโยคเดียวที่เขาพูด ขณะพยายามหลบให้ห่างจากพวกเราแล้วไปจับกลุ่มรวมกับกลุ่มนักเวทย์ด้านหลัง

" อะไรเนี่ย? มีฝีมือกันแค่นี้เองเหรอ? " (โทโมเอะ)

" ... "

พอมาคิดดูแล้ว ที่ผ่านมาผมไม่ได้พูดหรือเขียนอะไรเลยนี่นา

ผมเป็นพวกหัวโบราณนิดหน่อย ส่วนหนึ่งในจิตใจของผมเลยคิดว่าการเป็นคนเงียบๆไม่ถือว่าผิดอะไร.. ความเงียบเนี่ยแหละคือพลัง!

" อ่า..พี่สาว! มาอยู่ฝ่ายเดียวกับพวกเราไหม?! มาช่วยพวกเราหน่อยเถอะ! "

เขาขอให้มิโอะช่วย.. อุหวาา ไม่เท่เอาซะเลยนะ!

" ไม่มีทางหรอกค่ะ " (มิโอะ)

" ไม่อยากได้เงินเหรอ?! "

" ฉันไม่จำเป็นต้องเอาเงินจากนายตอนที่นายมีชีวิตอยู่หรอกค่ะ เพราะฉันสามารถเอาเงินจากศพของนายได้เหมือนกันนี่นา " (มิโอะ)

" เฮือก?! "

ชายสวมชุดคลุมส่งเสียงออกมา.. พวกเขาเป็นผู้ชายกันทั้งคู่สินะ

" แกคิดว่าข้าเป็นใครกัน?! ข้าเป็นถึงนักผจญภัยอันดับหนึ่งในซึเงะ แรงค์ S เลเวล 201! ท่าน ไลม์ ลาเต้ เลยนะโว้ย! "

ชื่อสุดเห่ยนั่นมันอะไรกัน.. ไลม์ ลาเต้(กาแฟมะนาว) เนี่ยนะ?.. ทุเรศจริงๆ


แต่ว่า.. อันดับหนึ่งในซึเงะ?

ตอนผมอยู่ในเซนโน ผมก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆกัน

อย่าบอกนะว่า..? พวกอันดับหนึ่งในกิลด์แต่ละเมือง ต้องทั้งโง่และเลวเสมอเลย?

อีกคนหนึ่งยังยืนเงียบอยู่ บางทีเขาอาจจะกำลังวางแผนหลบหนีเพราะแขนของเขากำลังสั่น

" ขะ-ข้าขอถามท่าน โอ้ ม้าศักดิ์สิทธิ์ในคะ-คอร์ดตำแหน่งแปด ได้โปรดทิ้งร่องรอยของท่านไว้ในสถานที่แห่งนี้ และนำพาข้าไปกับท่านด้วยเถิด "

เอ๋? ร่ายเวทย์ด้วยภาษากลางเนี่ยนะ? ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?

" ไอ่สารเลว! จะหนีแล้วทิ้งฉันไว้เรอะ?! "

" ดูเหมือนจะเป็นเวทย์เทเลพอตนะ นายน้อย " (โทโมเอะ)

" เข้าใจแล้ว~ " (โทโมเอะ)

ในที่สุดผมก็พูดออกมาจนได้

ผมพุ่งเข้าใส่ชายซึ่งกำลังร่ายเวทย์อย่างลังเล

" โออาน พันชิ! " (มาโกโตะ)

ขอผมอธิบายหน่อย.. โออาน พันชิ ก็คือ...

ภายนอกอาจดูเหมือนหมัดอันรุนแรงซึ่งสามารถส่งเป้าหมายให้ลอยออกไปได้ แต่จริงๆแล้วมันเป็นทักษะซึ่งไม่ทำให้ถึงตาย แต่จะทำให้เจ็บปวดอย่างหนักโดยไม่ทิ้งรอยแผลเอาไว้

มันเป็นเทคนิคที่ควบคุมพลังของเวทย์ชั้นสูงและปราณพร้อมๆกัน มันเป็นเทคนิคที่เกิดขึ้นจากจิตใจของผมซึ่งอยากปกป้องชีวิตของคนในอะโซระให้ไม่เกิดอันตรายขณะประลองฝีมือกับผม.. นักรบซึ่งช่วยฝึกฝนผม ต่างแสดงสีหน้าหวาดกลัวและเคียดแค้น จากหมัดที่ทำให้ hp ของพวกเขาเหลือ 1.. ข้อมูลทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละ...

" ทามา...เอ๋? อ๊ากกกกกกกกก?!!!! "

ชายสวมเสื้อคลุมกระเด็นออกไปแล้วไถลไปตามพื้นพร้อมฝุ่นตลบ หลังจากนั้นเขาก็หยุดความเคลื่อนไหวทั้งหมด

" โอ้! ช่างงดงาม! " (โทโมเอะ)

" .... *ป๊อง* "

ชายรูปร่างผอมเปิดปากออกกว้าง หลังจากมองไปยังสหายชุดคลุมซึ่งตอนนี้ไม่ขยับอีกแล้ว

" เหลือนายคนเดียวแล้วน้า! ยอมแพ้อย่างว่าง่ายซะเถอะ! " (โทโมเอะ)

" อย่ามาดูถูกกันนะ! "

" โฮ้!! "

" อึก!! "

" ต๊า! "

" บ้าน่าาาาา?! "

" ไฮ้ย่าส์! " (โทโมเอะ)

" อึก?! กำเดา!!! อย่าพึ่งได้-.. ใจ... " 

" ฮึบ! " (โทโมเอะ)

" เฮะ~ เรา.. ท้องฟ้า? เอ๋?? "

" ฮึ่ม " (โทโมเอะ)
[*บอกตามตรง ตอนนี้เสียงเอฟเฟคอะไรไม่รู้อยู่แยะมาก อันที่ผมไม่รู้ผมก็แปลไปเรื่อย ไม่ว่ากันนะครับ 55 ]

" เฮือก!!! ผมจะยอมทำตัวทุกอย่าง ได้โปรดไว้ชีวิตผมด้วย! "

อืม...

โทนเสียงของโทโมเอะแสดงให้เห็นถึงเบื่อหน่าย และชายหนุ่มซึ่งกำลังบ้าคลั่งพุ่งเข้าใส่โทโมเอะด้วยมีดในมือ เขาเริ่มแกว่งมันไปมาต่อหน้าโทโมเอะ.. โทโมเอะใช้มือเปล่าซึ่งไม่ได้ถือดาบไว้อีกแล้ว หยุดมีดเอาไว้

แล้วด้วยเสียงอันแผ่วเบา เธอหักมีดเล่มนั้นทิ้ง.. เสร็จแล้วก็ปล่อยหมัดตรงใส่หน้าของชายหนุ่ม

แต่ถึงแบบนั้น เขาก็ยังพยายามดิ้นรนจนถึงที่สุด โทโมเอะขว้างเขาลอยออกไปด้วยกริยาที่บ่งบอกว่า ไปให้พ้น

เธอขโมยมีดของชายคนนั้นมา เสร็จแล้วก็เสียบมันไว้ข้างๆใบหน้าของเขา และในที่สุดเขาก็ยอมแพ้..นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อกี้นี้

นะ-นายอ่อนเกินไปแล้ว~!

" นายน้อย อยากจะถามอะไรเขาไหม? " (โทโมเอะ)

[ โจมตีพวกเราทำไม? ]

" ขะ-เขียน? มะ-ไม่สิ มันไม่ใช่เรื่องแปลก! มันดูดีมากเลยครับ! เหตุผลเหรอ ใช่! เหตุผลใช่ไหมครับ?! "

ด้วยอาการกลัวโทโมเอะถึงขีดสุด ชายหนุ่มตอบคำถามที่ผมถามเขาโดยทันที

เขาบอกว่า..

เพราะกิจการของบริษัทเรมแบรนดท์ขยายตัวออก ทำให้ภารกิจสำหรับนักผจญภัยเลเวลต่ำในการอารักษ์ขารถม้าและรวบรวมวัตถุดิบเริ่มลดน้อยลง

สำหรับนักผจญภัยเลเวลสูง มันเปรียบเสมือนแหล่งหาเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับนักผจญภัยเลเวลต่ำ มันเป็นสถานการณ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นหรือความตาย

... สำหรับนักผจญภัยที่แม้แต่ออกจากเมืองก็ยังทำไม่ได้ แล้วพวกเขาไปมุดหัวทำอะไรกัน? ถอนตัวแล้วไปหางานอื่นทำไม่ดีกว่าเหรอ? ผมไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นก็จริง แต่ภารกิจซึ่งเกี่ยวข้องกับการล่ามาโมโนะ น่าจะเป็นหัวใจหลักของการเป็นนักผจญภัยไม่ใช่เหรอ? หรือมีแต่ผมคนเดียวที่คิดแบบนั้น?

จากนั้นพวกเขาก็ตัดสินใจจับกลุ่มกันแล้วเดินทางออกจากเมือง พอฤดูหนาวมาถึง บางคนถึงขั้นเสียชีวิต.. แบบนี้คนที่ผิดเต็มๆก็คือพวกนายเองไม่ใช่เหรอ? พวกนายไม่ใช่ตั๊กแตนนะ

แล้วพอฤดูใบไม้ผลิมาถึงพวกเขาเลยคิดจะแก้แค้น วางแผน แล้วก็ลงมือ.. แต่ถึงกับต้องใช้โรคต้องสาปในการแก้แค้นเลยเนี่ยนะ?... มะ-มันจะดาร์คเกินไปแล้ว!

ดูเหมือนสำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการลงทัณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คนที่ถูกคุณเรมแบรนดท์จับตัวได้ ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลยจนถึงวาระสุดท้าย

พูดง่ายๆก็คือ มันเป็นเพียงความไม่พึงพอใจส่วนหนึ่งของพวกนักผจญภัย

เพราะแบบนี้เองสินะ ถึงไม่มีใครรับภารกิจดวงตารูบีเลยสักคน.. แสดงว่าพวกเขาจ้องเล่นงานผมตั้งแต่ตอนที่ผมรับภารกิจมาแล้ว

ตัวท๊อปในเมืองซึเงะ ไลม์ เป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการแก้แค้นนี้ด้วยเช่นกัน

นี่มันยังไงกันแน่?

[ แต่ว่าพวกแก.. ไม่รู้สึกละอายบ้างเลยเหรอไง ถึงกับต้องใช้คำสาปร้ายแรง? ]

" คำสาปร้ายแรงงั้นเหรอ? มันก็แค่คำสาปที่ทำให้คนหลับไปหลายปีเท่านั้นเอง แต่ผมได้ยินมาว่าคนรับจ้างทำอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้คำสาปถูกถอนออกได้ง่าย "

เอ๋?

[ พูดอะไรของนาย? คำสาปที่สาปใส่ครอบครัวของคุณเรมแบรนดท์ เป็นคำสาปมรณะที่มีเลเวลถึง 8 เลยนะ ]

" เอ๋? "

" แกล้งโง่เหรอ ไอ่สารเลว? " (โทโมเอะ)

โทโมเอะจับมีดซึ่งถูกเสียบอยู่ข้างๆเขา

" ผะ-ผมไม่ได้พูดโกหกนะครับ! "

สีหน้าของเขาจริงจังมาก.. ผมใช้สายตาบอกให้โทโมเอะเช็คความทรงจำของเขา เธอพยักหน้าและผมก็ยืนรอผลลัพธ์อยู่เฉยๆ

" จะให้ฆ่าคนเนี่ยนะ! พวกเราก็แค่อยากให้ตระกูลเรมแบรนดท์รู้สึกเจ็บปวดจากการขโมยแหล่งหากินของพวกนักผจญภัยก็เท่านั้นเอง! "

" นายน้อย เขาไม่ได้พูดโกหก " (โทโมเอะ)

ดูเหมือนเธอจะส่องความทรงจำของเขาได้สินะ.. ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องถามเขาอีกแล้ว

เฮ้อ.. ทำไมเรื่องมันถึงเป็นแบบนี้? ดูเหมือนมีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อย.. แต่ในเมื่อไม่มีใครตาย (มั้ง?) ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ใช่ไหม?

ผมไม่กล้าพูดหรอกว่าทุกๆอย่างถูกแก้ไขแล้ว แต่อย่างน้อยก็สำเร็จไปหนึ่งอย่าง

[ เข้าใจแล้ว.. ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร ]

" จะปล่อยผมไปใช่ไหมครับ? "

[ ใช่ อย่าลืมไปรักษาพวกเพื่อนๆของนายด้วยหล่ะ ]

ตอนนี้ผมสวมหน้ากากอยู่ ดังนั้นเขาก็คงมองไม่ออกว่าเจตนาที่แท้จริงของผมคืออะไร

" เข้าใจแล้วครับ! ขอโทษจริงๆ! "

เรื่องก็น่าจะจบลงเท่านี้

แต่ชายหนุ่มซึ่งลุกขึ้นมา มีใครบางคนเข้ามาจับเขาไว้ทันที

" คะ-ครับ? พี่สาวทมิฬ? "

คนที่จับเขาไว้คือมิโอะ ซึ่งมายืนอยู่ข้างๆผมตอนไหนก็ไม่รู้

" เงิน " (มิโอะ)

" อ่า เงินใช่ไหมครับ เข้าใจแล้ว... เอ๋? "

มิโอะขโมยถุงซึ่งดูคล้ายกระเป๋าเงินไปจากชายหนุ่ม แล้วเทเงินออกมาจนหมด

แม้ว่าตอนแรกชายหนุ่มจะบอกว่า 10 เหรียญทองก็ตาม

" เอ่อ.. เกิดอะไรขึ้น...? "

" อ่ะนี่ " (มิโอะ)

มิโอะส่งถุงซึ่งว่างเปล่ากลับไปให้ชายหนุ่ม

" ดะ-ดะ-ดะ-ดะ-เดี๋ยวก่อนครับ! เอาไปเยอะเกินไปรึเปล่าครับ พี่สาว?! "

" ดอกเบี้ย " (มิโอะ)

" ดะ-ดอกเบี้ย? "

" ใช่ค่ะ ดอกเบี้ย " (มิโอะ)

" ...เหลวไหลเกินไปแล้ว.. "

ผมเห็นด้วย

" ดอก-เบี้ย! " (มิโอะ)

" อึก! เข้าใจแล้วครับ เอาไปได้เลยครับ! "

เธอกำลังแบล็กเมล์เขาด้วยพลังอยู่.. มิโอะเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริงๆ แต่ไลม์คุงเองก็น่าสงสารเหมือนกัน ฟังจากประวัติของเขาแล้ว ผมควรจะช่วยเขานิดหน่อย

[ มีดที่ผู้ติดตามของผมทำหักดูจะมีมูลค่ามากเลยนะ ไว้ผมจะจ่ายชดใช้ให้วันหลัง ดังนั้นยกโทษให้พวกเราด้วย ]

" เอ๋? พูดจริงเหรอครับ? "

มันเป็นมีดที่ถูกฉาบไปด้วยเวทมนตร์.. ผมหยิบมีดซึ่งหักอยู่บนพื้นขึ้นมา แล้วตอบกลับเขาไปว่า

[ ผมจะซ่อมแล้วส่งมันไปให้กิลด์ในนามของไรโดะ ขอโทษด้วยนะครับ.. เอาหล่ะ งั้นพวกเราขอตัวก่อน ]

" อ๋า ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนั้นเลยนี่คะ ท่านนายน้อย~ " (มิโอะ)

" นายน้อย รอข้าด้วย~ " (โทโมเอะ)

ดูเหมือนโทโมเอะจะเรียนรู้จากมิโอะ เมื่อกี้เธอเดินไปรอบๆเพื่อค้นกระเป๋าเงินของคนที่สลบอยู่ ผมรีบเดินออกไปเพื่อให้เธอหยุดการกระทำนั่นซะ

เฮ้อ.. ถ้าพวกเราทำอะไรแบบนั้น พวกเราก็ไม่ต่างอะไรจากพวกโจรข้างถนนเลยไม่ใช่เรอะ!




NEKOPOST.NET