[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 41 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.41 - กำหนดเส้นทางของตัวเอง


[ รีบให้ยาเร็วเข้าครับ ]

ผมรัดแขนและลำตัวของเธอจากด้านหลัง ทำให้คุณภรรยาซึ่งสูญเสียสติขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

ผมไม่รู้ว่าเธอมีหน้าตาแบบไหนมาก่อน เนื่องจากเส้นผมซึ่งกำลังร่วง แก้มของเธอซึ่งกรวงโบ๋ ดวงตาอำมหิตสีแดงเข้ม และน้ำลายซึ่งไหลออกมาไม่หยุดจากปากของเธอ มันทำให้นึกถึงอิมเมจของพวกผี แม้ว่าตอนนี้เธอจะดูเหมือนซอมบี้มากกว่าก็เถอะ สุดท้ายมันก็ไม่ต่างกันอยู่ดี

หนังเรื่องอะไรนะ? ที่ตัวเอกใช้ชีวิตอยู่กับสุนัขในโลกซึ่งถูกทำลายโดยไวรัส? ตอนนี้คุณภรรยาดูเหมือนคนที่ถูกเชื้อไวรัสในหนังเรื่องนั้นเลยชัดๆ
[*หนังเรื่อง I am Legend ]

แต่เรียกว่าผีน่าจะดูสมเหตุสมผลกว่า.. ใครจะเชื่อหล่ะว่าคนคนนี้เคยเป็นหญิงสาวที่สวยงามมาก

ขาของเธอยังคงแสดงอาการขัดขืน แต่ไม่น่าจะเป็นปัญหาใดๆต่อคนที่จะยัดยาใส่ปากเธอ

ด้วยหน้าตาของคุณภรรยาในสภาพนี้ มันทำให้หน้าตาของผมดูดีขึ้นมาทันที

ขณะที่คิดแบบนั้น ผมเริ่มมีความคิดที่จะตัดสินใจเปิดเผยใบหน้าของตัวเองให้พวกเขาเห็น หลังจากเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว

รูปลักษณ์ภายนอก.. ผมรู้สึกว่าของแบบนั้นมันไม่สำคัญอีกแล้ว

ถ้าหากมีคนไม่พอใจใบหน้าของผม ผมก็แค่สั่งให้โทโมเอะหรือมิโอะไปขู่ซะ

ยิ่งไปกว่านั้น การปิดบังใบหน้าของตัวเอง รังแต่จะสร้างความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจให้คนรอบข้าง

เพราะผมอยากจะมีชีวิตอยู่ในฐานะพ่อค้า การปิงบังใบหน้าตัวเองตลอดเวลาไม่ใช่ทางเลือกอยู่แล้ว

และผมตัดสินใจแล้วว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับยา ผมไม่อยากเห็นครอบครัวอื่นต้องสูญเสียคนสำคัญของพวกเขาไปเพราะเหตุการณ์งี่เง่าแบบนี้อีกแล้ว

ผมรู้ดีว่าตัวเองตัดสินใจเร็วเกินไป แต่ผมไม่แคร์อีกแล้ว

ผมเลยตัดสินใจเปิดเผยใบหน้าของตัวเอง ผมเชื่อว่าถ้าคนอื่นได้เห็นใบหน้าของผมบ่อยๆ เดี๋ยวพวกเขาก็ชินกันไปเอง

" คะ-คุณเลเวลแค่ 1 จริงๆเหรอครับ? " (เรมแบรนดท์)

คุณเรมแบรนดท์ส่งเสียงตกตะลึง.. ก็ไม่แปลกหรอก เพราะเลเวล 1 มันน้อยกว่าตัวเขาเองอีกนี่นา

[ อย่าใส่ใจเลยครับ มีสมาธิอยู่กับการให้ยาดีกว่า อย่าบอกนะครับว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว คุณยังกลัวว่าจะถูกกัดอยู่อีก? ]

" เรื่องแบบนั้นไม่ทำให้ผมกลัวอยู่แล้ว! " (เรมแบรนดท์)

เพราะผมสามารถรั้งเธอไว้ได้ทำให้เขาตกใจมาก แต่จากคำพูดเชืองท้าทายของผม ทำให้เขาหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองให้สำเร็จ.. ในความเป็นจริง ร่างกายของเธอนั้นไม่ได้เปลี่ยนไปมาก ดังนั้นมันก็เป็นเรื่องปกติ ที่ผมสามารถรั้งเธอไว้ได้

แถมร่างกายของผมก็แข็งแร่งกว่ามหนุษย์ทั่วไปอีก การที่เธอไม่สนใจขีดจำกัดของตัวเองแค่นิดหน่อย ไม่ได้สร้างปัญหาให้ผมเลยแม้แต่น้อย

แต่ขากรรไกรของมหนุษย์มันแข็งแรงกว่าที่ผมคิดมาก

แถมผู้หญิงคนนี้ยังก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองอีกต่างหาก.. สำหรับคนที่ไม่ได้เป็นนักผจญภัย มันมีพละกำลังมากพอที่จะทำให้พวกเขากลัวกันเลยทีเดียว

คุณเรมแบรนดท์นำยากรอกใส่ปากของเธอโดยไม่เกรงกลัวฟันซึ่งตอนนี้กลายเป็นเขี้ยว.. ใบหน้าของเขากำลังแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ ซึ่งไม่เกรงกลัวต่อเขี้ยวซึ่งอาจทำให้นิ้วของตัวเองขาด

บางทีร่างกายของคุณภรรยาอาจจะเริ่มได้รับฤทธิ์ของยาแล้ว ร่างของเธอชักกระตุกเล็กน้อยและสีของดวงตาอันบ้าคลั่งก็เริ่มจางลง

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้เปลี่ยนไปโดยทันที แต่ทั่วทั้งร่างของเธอเริ่มที่จะสูญเสียพละกำลัง ลมหายใจของเธอเริ่มที่จะคงที่

" โอ้..ริซะ.. ผมจะ.. ผมจะได้คุยกับคุณอีกครั้งแล้วใช่ไหม? ผมกลั้นรอยยิ้มไว้ไม่ได้เลยจริงๆ.. " (เรมแบรนดท์)

เขาร้องไห้และล้มลงไปนอนกับพื้นหลายครั้ง.. แน่นอนว่าผมจะไม่พูดอะไรต่อสถานการณ์นี้หรอก.. มันเป็นน้ำตาของลูกผู้ชาย

คุณพ่อบ้านมอร์ริสไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่กำลังยืนเช็ดน้ำตาอยู่

[ เอาหล่ะ.. พวกเราจะเริ่มรักษาลูกสาวของคุณคนไหนก่อนดีครับ? ผมคิดว่าพวกเราควรรักษาคนที่อาการหนักที่สุดก่อนนะ ]

ถ้าหากฮาซารุปรุงยาได้สำเร็จ พวกเราก็จะได้อีลิกเซอร์ขวดสุดท้าย แต่ในสถานการณ์นี้พวกเราจำเป็นต้องเลือกว่าจะรักษาคนไหนก่อน

ผมได้ยินเขาพูดว่า 'มันเป็นการปรุงยาที่สิ้นเปลืองมาก' ดังนั้นผมเลยคิดว่าเขากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถ และสุดท้ายน่าจะทำได้สำเร็จ

เขาไม่ได้มีเลเวลสูงถึง 3 หลักไว้ประดับเฉยๆนี่นา

" อึก~ ถะ-ถูกของคุณครับ.. ทั้งๆที่เรื่องมันยังไม่จบแท้ๆ ต้องขอโทษด้วยครับ.. ถ้าพูดถึงลูกสาวของผม ลูกสาวคนเล็กมีอาการหนักที่สุดครับ พวกเราควรจะไปรักษาเธอก่อน " (เรมแบรนดท์)

แม้ว่าเขาจะพยายามดึงสติกลับมา แต่ใบหน้าของเขายังคงเป็นสีแดงจากการร้องไห้อย่างหนัก.. ได้โปรดหยุดน้ำมูกที่กำลังไหลไม่หยุดของคุณทีครับ คุณชายวัยกลางคน

[ เข้าใจแล้วครับ ]

พวกเราเดินออกมาจากห้อง

ดูเหมือนว่าลูกสาวของเธอไม่ได้นอนอยู่ห้องข้างๆ

ก็แน่อยู่แล้วสิ

ถ้าหากตอนที่ขวดยาแตกออกและพวกเธอทั้งสามคนอยู่ใกล้ๆแล้วเข้าโจมตีพร้อมกัน คุณเรมแบรนดท์ก็คงไม่มีทางรอดชีวิต

" ห้องนั้นครับ " (เรมแบรนดท์)

หลังจากพูดแบบนั้น คุณเรมแบรนดท์ก็ชี้ไปยังห้องซึ่งอยู่ลึกที่สุดของโถงทางเดิน

[ เข้าใจแล้ว ผมจะเข้าไปก่อนคนแรก.. ขอกุญแจด้วยครับ ]

" จะ-จะไม่เป็นไรแน่เหรอครับ? " (เรมแบรนดท์)

แม้ว่าเขาจะเห็นผมรั้งตัวคุณภรรยามาก่อนแล้วก็ตาม เขายังคงถามอย่างจริงจัง

[ ไม่มีปัญหาครับ ถ้าผมจับเธอได้เมื่อไหร่ ผมจะส่งสัญญาณมาด้วยเวทย์แสงนะครับ.. แต่ว่า... ]

ผมจงใจตัดคำพูดเพื่อสร้างบรรยากาศ

พวกเขาสองคนกรืนน้ำลายพร้อมกัน...

[ ถ้าผมเผลอจับหน้าอกหรือก้นของเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธผมเลยนะครับคุณพ่อ ]

" !?!? "

พวกเขาไม่ทันได้ตั้งตัว ได้แต่มองหน้ากันแล้วโบกมือไปมาด้วยสีหน้ารุกรี้รุกรนและจ้องมาที่ผมด้วยใบหน้าเอือมระอา

เครียดกันเกินไปก็ไม่ดีนี่นา~ หวังว่าเขาจะมองมันเป็นแค่มุขตลกนะ

" จะว่ายังไงดี... "

" หาญกล้าจริงๆ "

" อืม.. คนแบบนี้มีไม่เยอะนะ "

ผมไม่ทันได้ฟังบทสนทนาของพวกเขาซึ่งพูดพร้อมกับรอยยิ้ม

*แกร๊ก *แอ๊ด

หือ? เธอไม่ได้นอนอยู่บนเตียง?

เป็นห้องที่มืดและเงียบมาก

ด้วยความใจเย็น ผมขยายอนาเขตค้นหาออก

เธออยู่ตรงนั้น

เธออยู่ในจุดที่ผมมองไม่เห็น.. ไม่รู้ว่าเธอทำได้ยังไงนะ แต่ขณะที่ผมมองไปที่เตียง เธอกำลังเกาะอยู่ที่มุมเพดานฝั่งซ้ายของห้องและจ้องมาที่ผม.. เธอเป็นลิงเหรอไง? หรือสไปเดอร์แมน?

ผมตัดสินใจหันหลังแล้วเดินออกไปหลายก้าว

พอผมทำแบบนั้น เธอก็กระโจนใส่ผมทันที.. ดูเหมือนจะมีกลิ่นของอีลิกเซอร์ติดอยู่ที่เสื้อสินะ แสดงว่าผมค่อนข้างโชคร้ายทีเดียว

เพราะเธอมองผมเป็นศัตรูอย่างเห็นได้ชัด

ร่างกายของเธออยู่ในสภาพที่ดีกว่าคุณภรรยา และด้วยร่างกายที่เล็กและคล่องแคล่ว เลยทำให้เธอดุร้ายและแข็งแร็งมาก แรงของเธอเองก็เยอะเช่นกัน

ผมควรเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ตอนไปเจอลูกสาวอีกคนหนึ่ง

โดยที่ยังหันหลังอยู่ ผมจับแขนซ้ายของหญิงสาวซึ่งผ่านร่างของผมไปอย่างฉิวเฉียด

ผมรีบหมุนตัวไปยืนอยู่ข้างหลังเธอแล้วรั้งแขนข้างขวาเอาไว้ ผมขยับตัวอีกครั้งแล้วจับแขนของเธอมาไว้ในตำแหน่งที่ผมสามารถใช้มือข้างเดียวรั้งไว้ได้.. ในตำแหน่งนี้ ถ้าหากเธอพยายามจะกัดผม ผมก็จะหลบมันได้ด้วยการขยับร่างกายเพียงเล็กน้อย เท่านี้ผมก็จับเธอไว้ได้อย่างง่ายดาย

ผมใช้แขนอีกข้างกดหัวของเธอลงทำให้ขัดขืนไม่ได้.. โอเค

ผมใช้ขาของตัวเองสกัดขาทั้งสองข้างของเธอไว้.. เรียบร้อย

ด้วยลักษณะซึ่งไม่ต่างกับการนั่งอยู่บนหลังของเธอ ผมหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่างของเธอได้โดยสมบูรณ์

ผมใช้เวทย์แสงส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ข้างนอกเข้ามา

หลังจากได้ยินเสียงฝีเท้า คุณเรมแบดรน์และคุณพ่อบ้านมอร์ริสก็เข้ามาในห้อง

[ รีบให้เธอดื่มอีลิกเซอร์เร็วเข้าครับ ]

หลังจากเห็นขวดยา เธอก็พยายามอาละวาดอีกครั้ง.. ผมกดเธอลงแล้วพยายามรั้งเธอไว้ให้นิ่งที่สุด

ทำให้ร่างกายของเธอบาดเจ็บน้อยที่สุดน่าจะเป็นผลดีกว่า

" ขอบคุณมากครับ ขอบคุณมากจริงๆ! " (เรมแบรนดท์)

หลังจากนั้น ลมหายใจของเธอก็เริ่มแผ่วเบาลงคล้ายกับกรณีของคุณภรรยา.. ผมปล่อยเธอออกแล้วอุ้มเธอ
ไปนอนไว้บนเตียง

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีเมดหลายคนเดินเข้ามาในห้องและรักษาหญิงสาว พร้อมๆกับทำความสะอาดห้อง

นั้นสินะ ผมไม่ได้คิดแบบนี้เลย.. บางทีอาจจะเป็นคุณพ่อบ้านที่เอาใจใส่เป็นพิเศษ หรืออาจจะเป็นคุณเรมแบรนดท์เองก็ได้

จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าซึ่งหนักและหยาบคาบ

" ฮ้า~ ฮ้า~! คุณไรโดะ ไม่รู้ว่าทำได้ยังไงแต่ผมสร้างอีกขวดสำเร็จแล้วครับ! วัตถุดิบก็คือตัวอีลิกเซอร์เอง.. ผลงานอันยิ่งใหญ่ของฮาซา... อ๋า?! " (ฮาซารุ)

โง่รึเปล่าเนี่ย?!

ทำไมนายล้มอีกแล้วเนี่ยย?!

ระยะทางมันห่างเกินไป ทำให้ผมเข้าไปรับไม่ทัน! แถมผมกำลังซึ้งอยู่กับความสำเร็จในการรักษาหญิงสาวตรงหน้าด้วย!

แต่ความกังวลของผมก็ศูนย์เปล่า

ด้วยการเคลื่อนไหวอันเฉียบคม คุณมอร์ริสสามารถปกป้องขวดยาได้สำเร็จ

เห็นแบบนี้แล้วอยากได้เขามาเป็นพ่อบ้านจริงๆ ผมเริ่มคิดแบบจริงจังด้วยซ้ำว่า อยากได้เขามาทำงานที่อะโซระ อยากให้เขามาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว!

แล้วก็ฮาซารุ คืนนี้นายต้องเป็นคนเลี้ยงข้าว! จะอร่อยหรือไม่อร่อยก็เถอะ ผมจะกินเผื่อวันพรุ่งนี้เลย! แน่นอนว่าหลังจากได้อัดหน้านายก่อน!

" ขอบคุณที่มอบปฏิหายริย์ให้พวกเรานะครับ.. ขอบคุณมากจริงๆท่านเทพธิดา.. ขอบคุณครับ " (เรมแบรนดท์)

ได้โปรดอย่าไปขอบคุณยัยเทพจอมปลอมนั่นได้ไหม แค่ได้ยินชื่อ ผมก็หมดแรงแล้ว

ผมปิดประสาทรับฟังจากทุกคำอธิษฐานที่คุณเรมแบรดนท์ส่งไปถึงเทพธิดา

...ลูกสาวอีกคนหนึ่งรวดเร็วและแข็งแรงกว่าคนแรกมาก.. แต่ในมุมมองของผม มันก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก

สิ่งเดียวที่น่าห่วงก็คือ ยาที่ถูกสร้างจากวัตถุดิบที่เหลืออยู่จะใช้ได้ผลหรือไม่.. แต่ฮาซารุบอกว่า เขาเทียบความต่างและปฏิกิริยาของอีลิกเซอร์แล้ว พบว่าไม่ต่างกัน.. ผมตัดสินใจเชื่อใจเขา

แถมลูกสาวคนนี้ยังมีสติหลงเหลืออยู่ เธอพยายามขัดขืนอย่างหนักต่อประกายแสงสีแดงในดวงตา.. เธอพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า 'หนีไป' ขณะที่เข้าโจมตีใส่ผม.. มันค่อนข้างส่งผลกระทบต่อจิตใจของผมมาก

ผมรู้ดีว่าเธอไม่เข้าใจสิ่งที่ผมพูด แต่ผมบอกเธอไปว่า 'ไม่เป็นไรหรอก ผมมาช่วยเธอนะ รออีกแค่นิดเดียว'

หลังจากปรับเปลี่ยนอารมณ์ซะใหม่ ผมก็เรียกคุณเรมแบรนดท์และให้เธอดื่มยา

เฮ้อ~

ผมพาเธอไปนอนบนเตียง เสร็จแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่.. ก็ผมเพิ่งทำงานชิ้นใหญ่เสร็จนี่นา

" จะว่ายังไงดีนะ...? ผมคิดว่าการที่คุณไรโดะอยากจะเป็นพ่อค้า มันเป็นเหมือนการปฏิเสธพรสวรรค์ของตัวเองเลยนะครับ " (ฮาซารุ)

ชายหนุ่มพูดสิ่งที่หยาบคายมากๆออกมา ซึ่งไม่เหมาะสมกับอายุของเขาเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น คุณเรมแบรนดท์และคุณมอร์ริสยังเห็นด้วยอีก!

" เป็นเทคนิคสกัดความเคลื่อนไหวที่ยอดเยี่ยมมาก.. เลเวล 1.. ต้องเป็นข้อผิดพลาดบางอย่างแน่ๆ "

" ผมคิดว่าคุณเหมาะจะเป็นนักผจญภัยมากกว่าอีกนะครับ "

ถึงแม้ว่าผมตัดสินใจจะทำหน้าที่ในฐานะพ่อค้าให้ดีที่สุดแล้วแท้ๆ.. ในฐานะที่พวกคุณเป็นรุ่นพี่ ได้โปรดอย่าพูดกันแบบนั้นได้ไหมครับ!

" ผมให้พวกผู้ติดตามฝึกให้น่ะครับ " (มาโกโตะ)

" อ่า..ถ้าเป็นแบบนั้น ผมก็พอจะเข้าใจแล้วหล่ะครับ เพราะว่า.. " (ฮาซารุ)

เฮ้ย ฮาซารุ.. นายจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้นอีกเหรอไง? หยุดสักทีเถอะ

อยากให้ผมปิดปากนายให้เงียบด้วยหมัดมากนักเหรอไง?

" ผู้ติดตามของคุณเลเวลมากกว่า 1,000 กันทั้งคู่เลยนี่นา~ " (ฮาซารุ)

ไอ่บ้าเอ๋ยยยย!

ไอ่คุณฮาชิเบะ*ผู้ไม่คิดหน้าคิดหลัง แกทำอะไรลงปายย?
[*อิงถึงอะไรสักอย่าง]

ผมหันไปมองชายสองคนซึ่งตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อหลังจากฟังฮาซารุพูด.. ผมหันไปมองท้องฟ้าอันมืดมน.. อย่างน้อยช่วยไตร่ตรองสิ่งที่ควรพูดกับสิ่งที่ไม่ควรพูดหน่อยได้ไหม...




NEKOPOST.NET