[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.4 - นั่นคือสิ่งที่ผมปราถนา


" ดังนั้น ลองทำด้วยค่ะ " (เอม่า)

เหมือนกับที่เอม่าบอกผม ผมเริ่มที่จะร่ายคาถา

ภาษาที่ใช้ในการร่ายคาถานั้น แตกต่างไปจากภาษาของออร์ค แต่สำหรับผมแล้วมันฟังดูเหมือนภาษาธรรมดามากเลยนะ  เหมือนกับว่า ถ้าหากผมต้องการที่ใช้มัน คำพูดเหล่านั้นมันจะไหลออกมาจากปากเอง ถ้าพูดให้ถูกก็คือ ผมสังเกตได้ว่าตัวผมเองคือคนที่พูดคำพูดเหล่านั้น ทั้งๆที่เหมือนจะไม่ได้พูด

ดูเหมือนว่าการร่ายคาถาจะเป็นสิ่งที่พิเศษกว่าปกติ กล่าวคือ มันจะไม่มีทางกลายเป็นภาษาพูดได้อย่างเด็ดขาด ผมเกือบจะแสดงให้พวกเขาดูแล้วว่า ผมสามารถพูดมันเป็นภาษาปกติได้ แต่ผมก็เปลี่ยนใจซะก่อน

พวกเขาบอกกับผมว่า ภาษานั้นคือการเก็บสะสมพลังงานจากข้างในร่างกาย แต่คิดอีกที ผมขอไม่ทำดีกว่า

พลังที่ใช้เพิ่มความสามารถทางกายและเวทย์มนต์ ซึ่งท่านสึคุเป็นผู้สอนผมนั้น ถ้าหากผมใช้มันแล้วหล่ะก็ สถานการณ์อาจจะยุ่งเหยิงก็เป็นได้

สิ่งที่ผมกำลังจะใช้ในตอนนี้ก็คือ เวทย์มนต์ยิงกระสุนเพลิง หรือที่เรียกว่า บริด แต่ไม่ใช่แค่ไฟเท่านั้น ดูเหมือนว่าเวทย์มนต์ธาตุอื่นรูปแบบเดียวกัน ก็ถูกเรียกว่า บริด ด้วยเช่นกัน มันคือการโจมตีเวทย์มนต์พื้นฐาน เธอบอกกับผมมาแบบนั้น

มันคือเวทย์มนต์ขั้นต่ำ ซึ่งมีไว้เพื่อจุดไฟสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป แต่ถึงแบบนั้นแล้ว ที่นี่ก็ใหญ่พอสมควรเลย ถึงแม้จะเป็นแค่ถ้ำก็ตาม

ถ้าหากมันกลายเป็นระดับเพลิงอเวจีแล้วหล่ะก็ การอยู่ในถ้ำแบบนี้คงได้ตายจากการขาดออกซิเจนหรือไม่ก็โดนเผา ตอนนี้ผมยังไม่เข้าใจโครงสร้างของเวทย์มนต์มากนัก ผมจึงตัดสินใจที่จะไม่ใช้มัน

ผมยังคงมั่นใจครึ่งไม่มั่นใจครึ่ง ว่าเวทย์มนต์จะออกมาจริงๆรึเปล่า แต่พวกเขาบอกว่า ไม่มีทางรู้ได้หรอก ถ้าไม่ได้ลองใช้ดู ฉะนั้นแล้ว...

" บริด! "

ในชั่วพริบตา

จากรอบๆตัวของผม มีอะไรบางอย่างซึ่งยากที่จะบอกได้ว่าคืออะไร  'ประสาทสัมผัส' ได้ไหลออกมาจากร่างกายของผม

จากมือซ้ายที่ผมยื่นออกไปข้างหน้า เปลวเพลิงที่เหมือนกับปุยนุ่นที่ถูกเผา ถูกสร้างขึ้น

เปลวเพลิงนั่นหยุดอยู่ตรงนั้นสักพัก แล้วต่อมาก็เริ่มสั่นไปมา จากนั้นก็หายไป

" โอ้ออออ~! นี่คือเวทย์มนต์เหรอเนี่ย?! " (มาโกโตะ)

เสียงของผม แสดงถึงอาการตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

" ใช่แล้วค่ะ นั่นคือขั้นตอนแรกเริ่มเมื่อท่านเรียกใช้ บริด.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าท่านจะสามารถใช้มันได้ตั้งแต่ครั้งแรก " (เอม่า)

เอม่าผู้ซึ่งกำลังสอนผมอยู่ รู้สึกประทับใจแล้วก็ชื่นชมผม  สาเหตุที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นเพราะว่า ผมสามารถเข้าใจถึงภาษาของการร่ายเวทย์มนต์ได้

นี่สินะ~ ที่เขาเรียกกันว่าเวทย์มนต์~♫ 

เพื่อจะให้มันเป็นจริง ก็ต้องลองทำมันดูก่อน  อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่เธอบอกกับผม ขณะที่ผมยืดแขนของผมออกไป  แต่เท่านี้ก็พิสูจน์ได้แล้วสินะ

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีวันที่ผมสามารถใช้เวทย์มนต์ได้!

ผิดกับตอนเล่นเกมส์ ที่ซึ่งเวทย์มนต์นั้นเป็นเรื่องที่ปกติมาก~

ฮึหึ หึหึหึหึหึหึ

ผมเริ่มที่จะหัวเราะขึ้นมาในใจ

" จินตนาการว่าไฟในมือหน่ะคือลูกบอล แล้วลองนึกภาพว่ากำลังจะขว้างบอลลูกนั้นดูค่ะ  นั่นคือขั้นตอนสิ้นสุดสถานะของ บริด " (เอม่า)

เสียงของเอม่า ทำให้ผมตื่นจากจิตใจที่เหม่อลอย

นั่นสินะ ถ้าหากกำลังพูดถึงลูกบอลไฟแล้วหล่ะก็ สิ่งที่ต้องทำก็คือโยนมันออกไปนั้นแหละ การกำหนดรูปร่างของไฟ ให้กลายเป็นลูกบอลด้วยการจินตนาการถึงลูกบอล... หมายความว่าสิ่งที่เรียกไฟออกมาก็คือ บริด?

แต่ตอนนี้อย่าพึ่งสนใจเรื่องนั้นละกัน

" เข้าใจหล่ะ~ ถ้าอย่างนั้น แล้วก็อย่างนี้ " (มาโกโตะ)

ด้วยความอารมณ์ดี ผมพึมพำพร้อมกับฮัมเพลง(ร่าย) บริด แบบสั้นๆออกมา

มีอะไรบางอย่างไหลออกมาที่มือ นี่น่าจะเป็น มาร์โยกุ(พลังงานเวทย์มนต์)อย่างแน่นอน ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ทำไมเอม่าถึงบอกว่า แทนที่จะพยายามทำความเข้าใจกับมัน ลองทำเลยจะได้ผลเร็วกว่ามาก

ไฟปรากฎออกมาอีกครั้ง

เพื่อที่จะควบคุมสิ่งนี้

ผมพยายามทำให้มันเป็นลูกบอล และ...

ไฟ แทนที่จะดับหายไป มันกลับขยับดังพรึ่บพรั่บ แล้วผมก็จินตนาการให้มันเป็นขนาดของลูกเบสบอล เสียงพรึ่บพรั่บดังขึ้น แล้วจากนั้นไฟก็เริ่มที่จะก่อตัวรุนแรงขึ้น แล้วออกมาเป็นรูปร่างของทรงกลม

" เยี่ยมไปเลย ทำได้ถึงขนาดนี้ จากสิ่งที่ฉันสอนเพียงเล็กน้อย " (เอม่า)

อาการตกใจของเอม่าก็น่ารื่นรมณ์เช่นกัน

จากนั้น เธอก็หันไปมองกับออร์คหลายคนในถ้ำ แล้วพวกเขาก็มายืนรวมกันข้างๆกับกำแพง ออร์คเหล่านี้มีรูปร่างที่ใหญ่โต และเหมือนจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่น่าจะชอบอวดพละกำลังของตัวเอง

ระยะทางนั้นประมาณห้าถึงหกเมตร

เอม่าจ้องมาที่ผมแล้วก็พยักหน้า ผมเลยเล็งบอลเพลิงไปยังก้อนหิน

จากนั้นก็จินตนาการว่า 'ยิงให้โดนตรงกลาง' ผมคิดแบบนั้น เพื่อสั่งให้มันลอยออกไป

มันลอยออกไปเท่ากับความเร็วเวลาคนโยนลูกเบสบอล มันลอยไปตรงๆแล้วจากนั้นก็ชนเข้ากับก้อนหิน

ในถ้ำนั้น แรงสั่นสะเทือนแล้วก็ลมร้อนได้ก่อตัวขึ้น แต่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกนะ จะเรียกมันว่าลมร้อนก็เกินไปหน่อย มันเหมือนกับลมอุ่นๆมากกว่า

เศษหินกระจัดกระจายแล้วก็เริ่มศูนย์เสียรูปร่าง ดูเหมือนว่ามันจะมีพลังมากพอสมควรเลย การที่มันไม่ได้เป็นเวทย์มนต์ที่ศูนย์เปล่าทำให้ผมอุ่นใจขึ้น

" เท่านี้ ผมก็เรียนรู้วิธีการใช้ บริด สำเร็จแล้วสินะ? เอม่า " (มาโกโตะ)

" ชะ..ใช่ค่ะ " (เอม่า)

การพูดของเธอกลับมาเป็นน้ำเสียงที่สั่นคลอนอีกแล้ว เหมือนกับว่าผมทำอะไรบางอย่างที่น่าประทับใจน่าดู

" ที่จริง ฉันตั้งใจว่าจะสอนเรียกการเรียกแสงแบบทั่วไป แล้วก็การฝึกร่ายเวทย์จากพลังอิมเมจ(จินตนาการ) หรืออะไรทำนองนั้น แต่ว่า... " (เอม่า)

ดูเหมือนว่าผมทำข้ามขั้นตอนไปหลายขั้นเลยนะนั้น หมายความว่าผมสามารถใช้เวทย์มนต์สร้างแสงได้แล้วอย่างงั้นเหรอ?!

วิชาที่ผมชื่นชอบ ถูกเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งวิชาแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น อาจจะเป็นเพราะว่าผมยังอยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้ แต่ยังไง มันก็ยังสนุกอยู่ดี~♫ ยัง

" โอ้? สอนผม สอนผมด้วยเถอะ  ผมไม่รังเกียจหรอก ถ้าเธอจะสอนผมเพิ่มเติมเกี่ยวกับการร่ายเวทย์มนต์ สอนผมให้มากกว่านี้ด้วยเถอะ " (มาโกโตะ)

ผมดูเหมือนกับเด็กที่กำลังอยากเรียนรู้เลย

" อ่าห์ ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้น ฉันจะสอนทั้งหมดที่ฉันรู้ให้ในเวลาอื่นก็แล้วกัน.. ยังไงก็ตาม ท่านมาโกโตะเข้าใจถึง มาร์โยกุ แล้วสินะ? " (เอม่า)

" เอ ตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกถึงมันอยู่นิดหน่อย มันเป็นบางสิ่งบางอย่างที่ไหลออกมาตอนที่ร่ายเวทย์มนต์ใช่ไหม? " (มาโกโตะ)

" ค่ะ~ ถูกต้องแล้ว อย่างที่คิดจริงๆด้วย ความสามารถในการเรียนรู้ของท่าน อยู่ในระดับอัจฉริยะเลยทีเดียว " (เอม่า)

" เอ่อ.. ผมเป็นพวกที่เข้าใจอะไรได้ง่ายกว่า ถ้าหากคิดมันในหัวของผม แต่ว่าอย่างที่เอม่าพูดนั้นแหละ ผมจะเข้าใจวิธีใช้มันได้ง่ายกว่ากันเยอะ ถ้าหากลองทำดู " (มาโกโตะ)

นั้นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ เอม่าต้องเป็นคุณครูที่ดีได้อย่างแน่นอน

" แล้วก็ ท่านเข้าใจด้วยรึเปล่าค่ะ ว่ามันออกมาจากร่างกายของท่านเอง? " (เอม่า)

" เอ๋? " (มาโกโตะ)

ผมพยายามตั้งสมาธิ หลังจากที่เธอบอกผมแบบนั้น

เหมือนอย่างที่เคย ดูเหมือนว่าวิธีการใช้พลังที่ท่านสึคุให้กับผมมานั้น ยังคงเป็นปริศนา

แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่อน

อาจเป็นเพราะผลจากการใช้เวทย์มนต์ ตอนนี้ผมรู้สึกได้ถึงพลังงานที่แปลกออกไป กำลังไหลอยู่ในร่างกายของผม

มันให้กลิ่นอายที่เหมือนกับสิ่งที่อยู่รอบข้างผม

นี่คือ พลังงานเวทย์มนต์ ของผม

มันเป็นความรู้สึกที่ครุมเครือ มันรู้สึกเหมือนว่าตัวผมจุ่มลงไปในน้ำ แล้วก็เปียกไปทั้งตัว

ถ้าหากมันเกิดขึ้นทั้งร่างหล่ะ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

" ใช่ ผมรู้สึกได้.. นี่คือ มาร์โยกุ ของผมอย่างงั้นสินะ" (มาโกโตะ)

" การที่มีพลังกายมากมายขนาดนั้น แล้วก็มีใช้เวทย์มนต์อย่างเชี่ยวชาญในระยะเวลาอันสั้น ท่านมาโกโตะอาจจะเหมาะเป็นอาชีพ นักดาบเวทย์มนต์ ก็เป็นได้ " (เอม่า)

" อาชีพ? "

เฮ้ยเฮ้ย โลกใบนี้มันดูเหมือนเกมส์ยิ่งกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก

หรือว่ามันมีกระทั่ง การเลือกสายอาชีพ แล้วก็ความสามารถพิเศษด้วยเหมือนกัน?

" เออ~ เลเวลของท่านจะต้องสูงพอสมควรเลย " (เอม่า)

เธอพูดว่าเลเวล

หือ?

ดูเหมือนว่าผมต้องมองโลกใบนี้ใหม่ซะแล้ว

โลกนี้เป็นโลก RPG อย่างงั้นเหรอ? ฉะนั้น เจ้าสิ่งที่เรียกว่า 'ลิซึ' อะไรนั่น ก็ต้องให้ค่า exp กับผมด้วยสินะ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ เงิน แฮะ

" อืม... ไม่รู้สินะ? ขนาดตัวผมเองยังไม่รู้เลย " (มาโกโตะ)

ในช่วงเวลาที่ผมเดินทางมาที่นี่ ผมแนะนำตัวเองให้เอม่าได้รู้จัก แล้วก็อธิบายถึงสถานการณ์ของตัวผม รวมไปถึงเรื่องอื่นๆอีกมากมาย

ขอพูดจากใจจริง ผมโกหกหลายๆอย่างเกี่ยวกับตัวของผมเอง

ถ้าหากผมเล่าความจริงละก็ เอม่าจะต้องคิดแน่ว่า ผมเป็นบุคคลผู้น่าสงสาร ซึ่งมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง

ตอนที่ผมตื่นมา ผมก็มาอยู่ที่นี่แล้ว

แล้วก็ด้วยเหตุผลบางอย่าง ความทรงจำของผมนั่นเลอะเลือน แต่มันก็เป็นความจริงะ ที่ผมไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับโลกใบนี้เลย ฉะนั้นก็ไม่ได้ถือว่าโกหกอะไรเธอมากมาย

ผมรู้สึกผิด ที่พูดจาหลอกลวงกับออร์คที่แสนดีขนาดนี้ แต่ผมไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรได้มากในสถานการณ์แบบนี้

" ถ้าหากเป็นเรื่องเลเวลละก็ พวกเราอาจหาทางออกได้ " (เอม่า)

เอม่านำแผ่นกระดาษบางอย่างออกมา

" นี่คืออะไรเหรอ? " (มาโกโตะ)

" มันคือกระดาษที่ใช้บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของใครบางคน มันทำงานอย่างไร ฉันเองก็ไม่รู้เช่นกัน มีมหนุษย์ทำมันตกไว้เมื่อนานมาแล้ว "

มหนุษย์ หืม ไม่ใช่มนุษย์เหรอ?!

เหมือนเธอจะพูดออกมาจริงๆ ไม่ใช่พูดว่ามนุษย์ แต่เป็นมหนุษย์

" เอ่อ~ ผมต้องทำยังไงบ้างกับเจ้าสิ่งนี้? " (มาโกโตะ)

ตอนนี้ก็ช่างมันก่อนเถอะ ตอนนี้ต้องวัดเลเวลของผมก่อน

" ได้โปรดจับมันไว้ " (เอม่า)

" โอ้ว " (มาโกโตะ)

ผมจับมันไว้แบบที่เธอบอกผม มันเป็นสีขาวก่อนที่ผมจะจับมัน พอผมจับมัน มันก็กลายเป็นสีน้ำเงิน พูดให้ถูกก็คือ สีฟ้าอ่อน มากกว่า

" เอ๋ ไม่จริงน่า " (เอม่า)

เอม่ากำลังสงสัย หรือว่ามันจะเป็นสีที่แปลกมาก?

คนอื่นๆที่เอม่าได้แนะนำตัวผมให้พวกเขาได้รู้จัก รวมไปถึงเล่าว่าผมโค่นลิซึลงได้ กำลังยืนอยู่ที่นี่เช่นกัน แต่พวกเขากลับมีสีหน้างงงวยเช่นเดียวกับเอม่า

" อะไรเหรอ? มันเป็นสีที่ประหลาดเหรอ? " (มาโกโตะ)

" อืมมมมมม... " (เอม่า)

" เอ่อ.. บอกผมมาเถอะ " (มาโกโตะ)

ผมเตรียมใจไว้แล้ว ยังไงสุดท้ายแล้ว มันก็แค่ตัวเลข มันไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรอก~

" เลเวล 1 " (เอม่า)

อืออออ....

จริงด้วยสินะ~ ถามเกี่ยวกับเรื่องของ มหนุษย์ ดีกว่า~♫ 

---

ข้อความจากผู้แต่ง:

ด้วยพลังของเทพธิดา ทำให้มาโกโตะคุง ไม่ใช่แค่ภาษาของเหล่ามาโมโนะหรือปีศาจเท่านั้น แต่ยังสามารถเข้าใจถึงภาษาที่ใช้ร่ายเวทย์มนต์ได้

คำพูดที่ควรจะออกเสียงเป็น 'ฟหนรถหผืผป' สำหรับเขา กลายเป็นเสียงประมาณว่า 'ไฟจงจุดประกาย' แล้วก็ทำให้เขา สามารถใช้งานมันได้อย่างง่ายดาย

มันเป็นผลข้างเคียงจากพลัง 'หยั่งรู้' ที่แม้แต่ตัวเทพธิดาเอง ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้น




NEKOPOST.NET