[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 36 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.36 - การศึกษาภาคบังคับนี่มันดีจริงๆ


" ทำได้แล้ว~ ผมทำได้แล้ว~♪ "

พระจันทร์กำลังลอยขึ้นเหนือน่านฟ้า

ตอนนี้ผมกำลังเดินทางไปยังกิลด์ของผู้ประกอบการ พร้อมๆกับกระเป๋าบางส่วนจากที่พักซึ่งถูกใส่ไว้ในกล่อง

สอบข้อเขียน ผ่านฉลุย~♪ 

สำหรับตัวผมซึ่งเรียนผ่านการศึกษาภาคบังคับ*ที่ญี่ปุ่นมา ขอสอบพรรค์นี้มันง่ายยิ่งกว่าง่ายซะอีก 
[*ผมไม่รู้ว่าแปลเป็น 'การศึกษาภาคบังคับ' จะถูกรึเปล่านะครับ (mandatory education) มันคือการฝึกปฏิบัติในญี่ปุ่น ซึ่งจะสอนในเรื่องของความรับผิดชอบของมนุษย์ ]

มีบางส่วนที่จำเป็นต้องใช้ความจำนิดหน่อย แต่ผมก็จำเนื้อหาได้ทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มสอบซะอีก

แล้วยังมีบางส่วนที่ให้คุณแก้ปัญหาตัวเลข จะเรียกมันว่าคณิตศาสตร์ก็น่าอายเกินไปหน่อย.. แล้วก็มีส่วนที่ถามเกี่ยวกับการบริหาร.. เสร็จแล้วก็ส่วนของความจำ ซึ่งจะถามคำถามเกี่ยวกับบัตรอนุญาตซื้อขาย

แต่ส่วนของการคำนวณจะต้องสำคัญมากที่สุดแน่ๆ เพราะเกือบทั้งข้อสอบเป็นคำนวณหมดเลยนี่นา! ส่วนที่ต้องใช้ความจำมีเพียงไม่กี่ข้อเท่านั้น! ข้อสอบชุดนี้สร้างขึ้นมาเพื่อผมชัดๆ!

ถ้าหากคุณเป็นสมาชิกของกิลด์ผู้ประกอบการ คุณจะสามารถมีสินค้าไว้ครอบครองได้มากมาย แถมข้อจำกัดยังมีน้อยมากอีกด้วย.. เยี่ยมจริงๆ

โชคดีหน่อยที่ข้อสอบในส่วนของความจำ มันตรงกับส่วนที่ผมอ่านมาพอดี.. ผมเลยทำข้อสอบเสร็จก่อนหมดเวลาครึ่งหนึ่งของเวลาทั้งหมดซะอีก

พวกเขาทำหน้าเผยอกันแถบจะทุกคน หลังจากเห็นผมทำข้อสอบถูกหมดทุกข้อ! นี่มันเด็กแกล้งตายชัดๆ!*
[*คนแปลอังกฤษบอกว่ามาโกโตะอิงถึงเรื่อง "Dekomori in Chuunibyou demo koi ga shitai" ผมไม่รู้จักเลยครับ ]

เพราะยังไงผมก็รู้วิธีคำนวณการแปลงค่าของเหรียญทองเป็นเหรียญทองแดงแล้วนี่นา

คนตรวจข้อสอบสั่นไปทั้งตัวตอนที่เขาตรวจข้อสอบให้กับผม เขาพูดว่า 'คุณสอบผ่าน' พร้อมกับเบิกตากว้างๆ สารรูปเขาดูไม่จืดเลยจริงๆ

สาเหตุที่การสอบนี้จำเป็นต้องเตรียมตัวและเรียนอยู่หลายปี น่าจะเพราะว่าโลกนี้ ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า 'โรงเรียน' อยู่.. หรือถ้ามันมีอยู่จริง คนที่ได้เรียนก็คงจะพิเศษกว่าคนอื่นแน่ๆ

เพราะว่าคะแนนที่ผมได้มันเพอร์เฟ็คอย่างน่าเหลือเชื่อ พวกเขาก็เลยไม่คิดเงินค่าสอบในทันที แต่อนุญาตให้ผมผ่อนผันได้.. ผมวางแผนจะจ่ายทุกอย่างรวดเดียวอยู่แล้ว ดังนั้นเงื่อนไขนี้มันแทบไม่มีผลอะไรกับผมเลย แต่ผมก็ดีใจนะที่มันมีสิทธิพิเศษอื่นแบบนี้อยู่

พวกเขาบอกว่า ผมจะขอสอบการจัดหาสินค้าเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อพร้อมแล้ว พวกเขาจะมอบชื่อของวัตถุดิบ ที่ต้องไปหามาให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าหากผมทำสำเร็จ ผมก็จะผ่านการสอบ

เมื่อผมได้ยินเขาบอกว่าจะสอบเมื่อไหร่ก็ได้ ผมก็เลยบอกเขาไปว่า " ผมจะทำมันต่อ 'ไปอีกสักพัก' " เมื่อเขาให้ชื่อของวัตถุชิบมาแล้ว ผมก็เลยรีบกลับไปยังโรงแรม สุ่มเลือกวัตถุดิบที่ผมหามาได้จากเขตชายแดนมาแพ็คใส่กล่อง แล้วแบกมันมาด้วย

ผมกำลังแบกกล่องขนาดเท่ากับกล่องใส่ส้ม ข้างในนั้นก็มีวัตถุดิบขนาดกลางไปจนถึงขนาดเล็กถูกบรรจุอยู่.. มันเป็นกล่องที่สร้างจากไม้ มันก็เลยหนักกว่ากล่องกระดาษนิดหน่อย แต่เพราะผมมีพละกำลังมหาศาล~! ทำให้การแบกกล่องไม้มาแบบนี้ มันรู้สึกสบายตัวกว่า

" วัตถุดิบที่ต้องหามีทั้งหมด 4 ชิ้น.. หรือจะหาวัตถุดิบที่มีราคาสูงกว่าวัตถุดิบชนิดนี้มาแทนก็ได้ใช่ไหมครับ? "

วัตถุดิบ 4 ชิ้นที่พวกเขาให้ผมหา.. ถ้าให้พูดตามความจริง ผมไม่เคยได้ยินชื่อของมันมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

แต่คนคุมสอบบอกกับผมว่า ผมโชคร้ายเอามากๆ

เขาบอกว่าการสอบจัดหาสินค้านี้ขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ.. เขาจะเริ่มสุ่ม ด้วยการให้ผมหยิบลูกบอลซึ่งมีหมายเลขกำกับจากในกล่อง แล้วตัวเลขบนลูกบอลนั้นจะเป็นตัวตัดสินว่า ผู้เข้าสอบจะต้องไปหาอะไรมา

จากการจับฉลาก ดูเหมือนว่าผมจะเผลอหยิบอันที่ยากที่สุดขึ้นมา มันเป็นวัตถุดิบซึ่งมีราคาแพง แถมผมยังต้องหามันมาให้ได้ 4 ชิ้นอีกด้วย

ฮ่าๆๆๆๆ.. ผมรู้อยู่แล้ว ว่าผมมันไม่เคยมีดวง!

คือสิ่งที่ผมคิด จนกระทั่ง...

" ถ้าหากคุณไม่มีเพื่อนเป็นนักผจญภัยเลเวลสูงกว่า 50 หล่ะก็.. การสอบครั้งนี้ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ "

คนคุมสอบบอกแบบนั้น

การที่พ่อค้าจะออกไปผจญภัยข้างนอกแล้วหาวัตถุดิบชนิดนี้มา มันเป็นไปไม่ได้เลย.. จำเป็นต้องใช้นักผจญภัยซึ่งมีเลเวลที่เหมาะสมในการช่วยหาวัตถุดิบชนิดนี้ และแน่นอนว่า ต้องใช้เงินมหาศาลในการจ้างพวกเขา.. คนคุมสอบก็เลยคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะผ่าน

แต่เขายังบอกอีกว่า สามารถหาวัตถุดิบซึ่งมีราคาสูงกว่าวัตถุดิบชนิดนี้มาส่งแทนได้.. ดูเหมือนในกระดาษนี่ก็มีเขียนไว้เหมือนกัน

ถ้าอย่างนั้น.. หากเป็นวัตถุดิบจากมาโมโนะในเขตชายแดน ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่นักผจญภัยเลเวล 50 จะเอาชนะพวกมันได้ ผมก็น่าจะผ่านได้ง่ายๆสินะ.. เพราะยังไงผมก็นำพวกวัตถุดิบจากชายแดนติดตัวมาเยอะอยู่แล้ว

เลเวลของนักผจญภัยอย่างต่ำที่สามารถเข้าไปยังเขตชายแดนได้ คือเลเวล 95.. มันเป็นเขตล่าชั้นสูงในเกมออนไลน์หรือไงกัน?

มันทำให้ผมเข้าใจเลยว่า พวกคุณโทอาและคนอื่นๆบ้าบิ่นแค่ไหน.. อยู่ในค่ายซึ่งมีเลเวลไม่เหมาะสมกับเลเวลของตัวเองสักนิด.. ผมพอจะรู้สาเหตุแล้วว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องเดิมพันเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงขณะออกล่า

ยังไงก็ตาม

ผมโชคดีชะมัด! ผมผ่านการสอบทั้ง 2 ขั้นตอนภายในหนึ่งวัน!

" ผมมาถึงแล้วคร้า~บบ!! " (มาโกโตะ)

ผมพูดว่า 'ถึงแล้ว' ด้วยภาษาญี่ปุ่น.. ไม่น่าจะมีใครในโลกนี้เข้าใจความหมายของมันหรอก

พวกเขายังเปิดไฟอยู่ และผมรู้สึกได้ว่ายังมีคนทำงานอยู่ด้วย.. เกือบไปแล้วไง!

[ สวัสดีครับ ผมไรโดะเอง.. ]

" เอ๋? คุณไรโดะ? ฉันนึกว่าคุณกำลังอยู่ระหว่างการสอบจัดหาสินค้าซะอีก? "

[ ครับ ผมทำเสร็จแล้ว ช่วยมายืนยันให้ผมด้วยครับ? ]

" ....หา?! "

นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว ที่พี่สาวคนเดิมร้องเสียงหลงออกมาจนดังก้องไปทั่วทั้งกิลด์

[ อย่างที่ผมบอกครับ ผมหาวัตถุดิบ 4 ชิ้น ซึ่งมีราคาสูงกว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการสอบมาแล้ว.. ช่วยมายืนยันให้หน่อยได้ไหมครับ? ]

" อ๊ะ? ค่ะ! โปรดรอสักครู่นะคะ! ผู้คุมสอบ! ผู้คุมสอบคะ~! "

ดูเหมือนว่าเธอกำลังตะโกนเรียกคุณลุง ซึ่งกำลังเดินอยู่ทางฝั่งตรงข้ามของห้อง

โอ้ คนๆนั่นนี่เอง! คนที่พูดกับผมว่า 'คะแนนเต็ม' ด้วยน้ำเสียงราวกับขืนใจพูด

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเดินกลับมาแล้ว.. จะตรวจมันหน้าเคาเตอร์นี้เลยเหรอ?

ผมนึกว่าจะกลับไปตรวจที่ห้องตรวจข้อสอบซะอีก

" ไรโดะคุง? นี่มันยังผ่านไปได้ไม่นานเลยนะ หลังจากที่เธอได้รับมอบหมายให้ไปหาวัตถุดิบ.. ได้โปรดอย่าทำตัวขาดความรับผิดชอบ... "

[ ครับ ตรวจให้ผมด้วย ]

ผมเปิดฝากล่องออก ข้างในนั้นมีวัตถุดิบอยู่ 8 ชิ้น.. แล้วผมก็เอาของชิ้นเล็กๆอื่นๆมาเผื่อด้วยเหมือนกัน

" ห่ะ? หาาา?! "

[ เป็นยังไงบ้างครับ? ผมคิดว่ามันน่าจะมีราคาที่สูงกว่าวัตถุดิบที่ผมได้รับมอบหมายนะครับ ]

" เธอ.. ไปหามันมาได้ยังไงกัน?! "

[ เมื่อหลายวันก่อน  ผมรับมันมาจากกลุ่มของนักผจญภัยในเขตชายแดน ซึ่งขอติดรถม้าผมมาด้วยน่ะครับ ]

" ทั้งหมดนี่น่ะเหรอ? นักผจญภัยคนนั้นคือใครกัน?! "

[ เป็นปาร์ตี้ซึ่งมีหนึ่งในสมาชิกชื่อ โจรเงาโทอา ครับ.. ผมได้ยินมาว่าพวกเขานำวัตถุดิบต่างๆมาขายเมื่อหลายวันก่อนใช่ไหมครับ? ]

ผู้คุมสอบหันไปมองพี่สาวซึ่งยืนอยู่ข้างๆ

เธอหยิบหนังสือเล่มหนาๆซึ่งน่าจะเป็นประวัติการซื้อขายออกมา แล้วก็เริ่มเปิดมันอ่าน.. จากนั้นไม่นานเธอก็เจอข้อมูลที่ต้องการ

" จริงด้วยค่ะ.. เมื่อเช้านี้ พวกเขาไปยังเขตการค้าซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า 'ศูนย์รวมการแลกเปลี่ยนวัตถุดิบ' แล้วขายวัตถุดิบล้ำค่าจำนวนนับไม่ถ้วน.. วัตถุดิบส่วนหนึ่งถูกนำไปหลอม* และอีกส่วนหนึ่งถูกนำไปที่เขตบริจาค*ค่ะ "
[* ตรงนี้ผมไม่มั่นใจนะครับ > One part of the materials were brought to the compound and others to the endowment areas. ]

" พวกเขาเองสินะ! "

คุณลุงยกมือจับศรีษะ ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกเสียใจอย่างลับๆ ที่เห็นผมผ่านการสอบได้ง่ายขนาดนี้

[ ใช่แล้วครับ ]

" ... เธอบอกว่า ชื่อของเธอคือ ไรโดะคุง ใช่ไหม? "

[ ครับ ]

" ยินดีด้วย เธอผ่านการสอบได้อย่างงดงาม "

[ เย้ ดีใจจังเลย! ]

" ....แต่ในสายตาผม เธอดูไม่ดีใจเลยสักนิดนะ.. เธอคือคนแรกที่เข้ามาสมัครสอบผู้ประกอบการ แล้วผ่านมันได้ทั้งหมด ภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน.. ช่างน่าเจ็บใจจริงๆ "

ไม่มีทางอยู่แล้วที่ผมจะไม่ดีใจ แต่ในเมื่อผมเขียนบอกเขาไปว่า มันง่ายกว่าที่คิด.. เขาก็เลยคิดว่าผมไม่รู้สึกดีใจเลยหล่ะมั้ง?

[ ขอบคุณมากครับ ]

" ผมจะบอกทางกิลด์ให้จัดการเรื่องกิลด์การ์ดให้เธอนะ น่าจะเสร็จภายในช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้.. ส่วนเรื่องการใช้งานกิลด์การ์ดและกฏต่างๆ ทางกิลด์จะบอกเธอเองตอนที่เธอได้รับมันแล้ว.. พรุ่งนี้มารับได้ใช่ไหม? "

[ ไม่มีปัญหาครับ ]

" เข้าใจแล้ว.. เอาหล่ะ น้องสาว ช่วยดูแลเรื่องเอกสารให้เขาทีนะ "

หลังจากสั่งให้พี่สาวเป็นคนจัดการต่อ คุณลุงผู้คุมสอบก็เดินเก้ๆกังๆจากไป.. ท่าทางเขาเหมือนคนกำลังละเมอเดินอยู่เลย

หรือว่าผมทำเรื่องเลวร้ายอะไรไปนะ? เอาเถอะ.. เพราะยังไงผมก็อยากจะรีบทำมันให้เสร็จอยู่แล้ว

และผมก็รู้สึกสนใจวิธีใช้งานกิลด์การ์ดของนักผจญภัยด้วยเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมอยากจะได้กิลด์การ์ดของผู้ประกอบการมากกว่า ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี

ผมไม่อยากจะพูดว่า 'อื้อหือ?' ใส่หน้ากระดาษข้อสอบหรอก ไม่อย่างนั้นมันจะทำให้ผมนึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายสมัยยังอยู่ในโลกใบเดิมซะเปล่าๆ

" ฉันตกใจมากเลยค่ะ! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณจะเก่งขนาดนี้! สอบผ่านได้ง่ายๆเลย "

ผมยกระดับให้ตัวเองในสายตาของพี่สาวแล้วสินะ! หึหึ นี่คือวิธีการโปรโมทตัวเองในสังคมยังไงหล่ะ!

[ ไม่หรอกครับ ผมแค่โชคดี.. แล้วผมก็สอบผ่านมาได้ด้วยความรู้เท่าที่มีครับ ]

" ฮิๆ คุณถ่อมตัวจริงๆเลยนะคะ.. นี่คือเอกสารสำหรับการสมัครคะ คุณคิดจะทำยังไงกับเงินฝาก แล้วก็ค่าใช้จ่ายสำหรับสมาชิกในปีแรกคะ? "

'คุณต้องการจะจ่ายไว้ก่อนจำนวนหนึ่งไหม?' น่าจะเป็นสิ่งที่เธอต้องการจะสื่อ

[ ผมจะจ่ายมันทั้งหมดครับ.. ค่าเงินฝากคือ 10 เหรียญทอง และค่าธรรมเนียมกิลด์อีก 1 เหรียญทอง ใช่ไหมครับ? ]

เงินจำนวนเท่านี้ ต้องสร้างชื่อให้ตัวเองพอสมควรกว่าจะได้มันมา.. หมายความว่า เป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่อย่างผมจะจ่ายมันรวดเดียวได้

ดูเหมือนว่าจะผ่อนผันได้สินะ แสดงว่าพวกเขาก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น.. แต่พวกเขาอาจจะถามถึงสภาพกิจการในปัจจุบัน ตอนที่มาจ่ายเงินให้กับกิลด์และรายงานผล

" ทั้งหมดเลย? ได้ค่ะ.. คุณเป็นอะไรกันแน่คะเนี่ย คุณไรโดะ? "

คือสิ่งที่เธอถาม

ดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกสนใจในตัวผมนิดหน่อย มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกหรอก เพราะตอนนี้ผมทำตัวเด่นเกินไปนี่นา

[ ต่อให้คุณถามผมว่า 'คุณเป็นอะไรกันแน่?' ก็เถอะ.. ผมไม่คิดว่าผมต่างจากคนปกติตรงไหนนะ ถ้าไม่นับเรื่องที่ผมสื่อสารด้วยการเขียน.. ]

ขณะที่เธอจ้องมาที่หน้ากากของผม ผมก็กรอกเอกสารสมัครต่อไป

" คนที่สวมหน้ากากแบบนี้มีไม่มากหรอกค่ะ~.. ถ้าหากไม่ว่าอะไร ขอถามเหตุผลหน่อยได้ไหมคะ? ]

ดูเหมือนเธอจะสนใจจริงๆ.. การที่สาวงามมาสนใจในตัวผมแบบนี้ มันทำให้ผมมีความสุขมากจริงๆนะ ความรู้สึกแบบนี้.. มันเหมือนกับ ความรู้สึกจากโลกใบเดิม..

[ มันเกิดขึ้นตอนที่ผมยังเป็นเด็กน่ะครับ ผมก็เลยจำอะไรไม่ได้มาก.. ดูเหมือนผมจะโดนคำสาปอะไรสักอย่าง ผมก็เลยจำเป็นต้องใส่หน้ากากนี้เพื่อล้างคำสาปนั้น.. แต่ตอนนี้ผมกลับถอดมันไม่ออก ก็เลยต้องใส่มันอยู่แบบนี้ ]

" คะ-คำสาปเหรอคะ? "

[ ใช่ครับ แล้วก็เพราะมันนี่แหละ ทำให้ผมพูดภาษากลางไม่ได้ เลยต้องจำใจสื่อสารด้วยการเขียนแบบนี้.. โชคดีมากเลยครับ ที่ผมสามารถใช้เวทมนตร์ได้ ]

" คะ-คุณโชคร้ายจริงๆเลยค่ะ.. ฉันหวังว่าคุณจะสามารถถอดมันออกได้เร็วๆนี้นะคะ "

เหมือนเคยเลย พอผมพูดถึงคำว่า 'คำสาป' คนที่ได้ยินก็จะถอยห่างออกไป แถมผมพึ่งจะได้ยินโรคอันตรายอย่างโรคต้องสาปมาเมื้อกี้นี้เอง.. พวกเขาน่าจะกลัวคำสาปที่พวกเขาไม่รู้จักกันสินะ

[ ขอบคุณครับ.. แต่อย่างน้อยผมก็พูดภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษากลางได้ ผมสามารถพูดกับพวกครึ่งมนุษย์ แล้วก็พวกที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ ]

ภาษาโบราณที่ต้องใช้เวทมนตร์และสปิริตในการทำสนธิสัญญา.. พวกเอล์ฟแล้วก็ดวอร์ฟ ดูเหมือนว่าในอดีต พวกเขาจะถูกจัดอยู่ในเผ่าพันธุ์เดียวกันกับพวกมาโมโนะ แต่ผมก็สามารถพูดภาษาเดิมของพวกเขาได้นะ

มีแค่พวกมหนุษย์เพียงเผ่าพันธุ์เดียว ที่ผมไม่สามารถพูดคุยกับพวกเขาได้! ไอ้เทพธิดาบ้านั้น! สักวันหนึ่งผมจะเปลี่ยนระบบทุเรศน์ๆที่เธอสร้างขึ้นมาให้หมดเลย!

" เห~ นี่อาจจะเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำธุรกิจก็ได้นะคะ คุณอาจจะสามารถหมุนเวียนสินค้าจากนอกเขตแดนมหนุษย์เข้ามาได้ค่ะ "

[ ครับ ผมอยากเห็นอนาคตของการทำธุรกิจในครั้งนี้มากเลย.. เสร็จแล้วครับ นี่คือเอกสารทั้งหมดที่ผมต้องกรอกใช่ไหมครับ? ]

" อ๊ะ.. ค่ะ! เอ~ ขอเช็คดูก่อนนะคะ... โอเค ไม่มีปัญหาคะ มันถูกเขียนด้วยภาษากลางที่งดงามมาก.. อืม แล้วก็.. "

[ เอาหล่ะ นี่ก็สายมากแล้ว.. ผมจะมาใหม่พรุ่งนี้นะครับ ]

ผมตัดบทสนทนาซะดื้อๆ กับหญิงสาวที่เหมือนจะยังคงถามคำถามต่อไป เสร็จแล้วก็เดินออกมาจากกิลด์

ผมผ่านการสอบทั้งหมดของกิลด์ได้ภายในหนึ่งวัน.. ผมหวังมากเลยว่า นี่จะกลายเป็นก้าวแรกในการใช้ชีวิตเป็นผู้ประกอบการของผม

จ๊อก~* อย่างที่คิด ตอนนี้ผมหิวมาก

ระหว่างทางผมกินพวกของว่างมาบ้างก็จริง แต่ผมยังไม่ได้กินอาหารจริงๆเลย

ผมไม่สนแล้วว่าตอนนี้คือมื้อเย็นรึเปล่า ผมเดินเข้าไปในร้านอาหารซึ่งมีคนอยู่ไม่มาก แล้วนั่งลงบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของร้าน พร้อมกับสั่งน้ำผลไม้.. ตอนนี้ผมหิวมากๆ อย่างน้อยก็ขอหาอะไรลองท้องฆ่าเวลาหน่อยละกัน

อือ~ พวกคุณโทอาและคนอื่นๆ.. ยังไม่ติดต่อมาเลย

ผมบอกเบอร์โทรของผมให้พวกเขาทราบแล้ว ดังนั้น ถ้าพวกเขาคิดจะมาหาผม เสียงเตือนก็น่าจะดังขึ้น.. ตอนนี้คงต้องรอไปก่อนสินะ

แต่ยังไงผมก็เป็นคนที่เรียกพวกเขามาเองนี่นา.. มันก็ไม่แปลกหรอก ที่พวกเขาจะไม่ติดต่อมา เพราะคนที่พวกเขาอยากได้เบอร์ติดต่อจริงๆคือ มิโอะ และ โทโมเอะ ไม่ใช่ผม

อืม.. สีเหลือง.. รสชาติของน้ำผลไม้ตระกูลส้ม..

มันมีรสชาติซึ่งคล้ายกับกล้วยอย่างน่าประหลาด.. ปกติแล้วผมไม่ค่อยชอบดื่มน้ำกล้วยเท่าไหร่นะ.. หือ?

" ได้ยินไหม? ป่าด้านหลังทางเข้าเขตชายแดน... "

" ได้ยินสิ ดูเหมือนว่าคนที่เข้าไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมา ภารกิจก็เลยพึ่งถูกตั้งขึ้นมา! "

" ไม่! ไม่ใช่ภารกิจนั้น! อันก่อนหน้านี้อีก.. ได้ยินมาว่าคนที่เข้าไปสำรวจ จะไม่มีวันได้กลับออกมา.. แรงค์ของภารกิจ
ก็เลยพุ่งพวดเลยหล่ะ! "

หา?

ผมรวบรวมสมาธิทั้งหมดไว้ที่หู เพื่อแอบฟังสิ่งที่พวกเขาคุยกัน.. ป่าด้านหลังทางเข้าเขตชายแดน? นั่นมันทิศเดียวกับตอนที่พวกเราถูกดวงตารูบีกับมดยักษ์โจมตีไม่ใช่เหรอ?

ฟังดูอันตรายชะมัด.. มีคนหายไปทีละคนๆ ในเขตใกล้ตัวเมือง

แต่ช่างเถอะ.. ในเมื่อพวกเขาบอกว่าแรงค์ภารกิจสูงขึ้นเรื่อยๆ ตัวผมซึ่งมีแรงค์ D ก็ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจหรอก.. ถ้าอย่างน้อยแรงค์ของผมไม่ใช่แรงค์ C พวกเขาก็คงไม่อนุญาตให้ผมเข้าไปใกล้บริเวณนั้นหรอก.. นักผจญภัยที่จำเป็นต้องใช้ทั้งแรงค์และเลเวล น่าจะเป็นเรื่องที่ลำบากสำหรับพวกเขามาก.. แต่ก็ยังมีพวกโง่ที่พยายามจะเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตอยู่ดี

พอคิดแบบนั้นแล้ว ถ้าไม่นับเรื่องแรงค์.. พวกนักผจญภัยที่ไม่สนใจเลเวลของตัวเอง แต่ยังดันทุรังเดินทางเข้าไปยังดินแดนแห้งแล้งโดยคิดว่าจะมีช่วงเวลาที่ดี พวกเขาก็คงไม่ต่างจากคนบ้า.. ระบบแรงค์และเลเวลถูกสร้างขึ้นมา เพื่อป้องกันไม่ให้พวกคนโง่ที่ไม่รักษาชีวิตของตัวเอง เดินทางเข้าไปตายอย่างไร้ความหมาย

จากข่าวลือที่ผมได้ยิน พวกเขาพูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับ 'ภารกิจ' แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่าง ซึ่งคนที่เข้าไปสำรวจรับมือไม่ไหวอยู่แน่ๆ.. มันอันตรายถึงขั้นที่ แม้แต่นักผจญภัยผู้อาศัยอยู่ในดินแดนแห้งแล้งยังถูกกีดกัน.. แล้วใครสนใจพวกที่พยายามจะเข้าไปอย่างผิดกฎหมายกันหล่ะ?

บางทีอาจจะมีมาโมโนะที่แข็งแกร่ง ปรากฎตัวอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของป่า แล้วสร้างรังอยู่ในนั้น

มันมีพวกมาโมโนะจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีบรรยากาศที่แปลกประหลาด ปรากฎตัวอยู่ใกล้ๆเมืองแถวนั้น.. สำหรับตัวผม ผู้ซึ่งเดินทางอย่างโดดเดี่ยวในดินแดนแห้งแล้งโดยไม่เจอสิ่งมีชีวิตใดๆเลย มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่ายินดี.. แถมยังมีมาโมโนะบางตัวที่ไม่ยอมเข้ามาใกล้พวกเรา เพราะเห็นมิโอะและโทโมเอะ มันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับว่า พวกเรากำลังเดินอยู่ในซาฟารีอย่างสนุกสนาน.. ยังไงก็ตาม ถ้าคุณโทอาและคนอื่นๆเจอพวกมัน พวกเขาอาจจะต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก หรือไม่ก็ถูกกวาดล้างกันยกปาร์ตี้.. พวกมันเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งกว่ามาตรฐานที่ทางกิลด์ในซึเงะตั้งไว้ ไม่แปลกใจเลยที่จะมีคนตายแล้วตายเล่า

เอาหล่ะ ผมจะเอายังไงต่อดี? ผมไม่ใช่คนประเภทที่กินอาหารทิ้งๆขว้างๆซะด้วยสิ ผมก็เลยดื่มน้ำผลไม้ที่ตัวเองไม่ชอบจนหมด.. ถ้าผมลองกินมันบ่อยๆ มันอาจจะอร่อยขึ้นมาบ้างก็ได้

ในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่มีอะไรที่ผมทำได้เกี่ยวกับโรคต้องสาปของคุณเรมแบรนดท์อีกแล้ว แถมคนที่สาปก็ไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไป ผมอยากจะหาคนร้ายตัวจริงให้เจอ แล้วทำให้เขารู้สึกเสียใจที่เกิดขึ้นมาบนโลกนี้ แต่มันเป็นสิ่งที่แม้แต่เครือข่ายของบริษัทยักษ์ใหญ่และพวกมือโปรยังไม่มีข้อมูล.. ตัวผมซึ่งไม่รู้อะไรในเมืองนี้เลย ก็คงจะ
ไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าหากผมเป็นเหมือนผู้กล้าในเกม ผมก็คงจะหาคนร้ายเจอไปนานแล้ว แต่โลกแห่งความจริงมันไม่ได้เข้าข้างเราถึงขนาดนั้น.. แต่ถ้าคนร้ายคนนั้น คอยสอดส่องความเคลื่อนไหวของบริษัทเรมแบรนดท์อยู่ตลอดเวลา เขาเองก็น่าจะรู้สึกถึงตัวตนของผมแล้วเช่นกัน และโอกาสที่เขาจะทำอะไรสักอย่างกับผม อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้.. ตอนนี้ผมระวังตัวอยู่ 'นิดหน่อย' และเชื้อเชิญศัตรูให้เข้ามาหาโดยตรง ดังนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ผมอาจจะไม่ได้มีนิสัยเหมือนโทโมเอะ แต่ถ้าผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงเมื่อไหร่ บางทีผมอาจจะสามารถเข้าสู่โหมดท่านโชกุนก็ได้นะ? หึๆๆๆๆๆ

แน่นอนว่าตอนนี้ ผมสะสมความเหนื่อยล้ามาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่ว่า.. ผมควรจะเข้าไปเช็คดูสถานการณ์ในอะโซระเล็กน้อย

ผมไปตอนเช้ามาแล้วก็จริง แต่ผมทิ้งมิโอะให้ดูแลแทนตลอดทั้งวัน ผมกลัวว่าเธออาจจะก่อปัญหาอะไรขึ้น..




NEKOPOST.NET