[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 34 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.34 - เผชิญหน้ากับพ่อค้าผู้ร่ำรวยแห่งซึเงะ


ผมใช้ชื่อ ไรโดะ สมัครเข้าร่วมกิลด์อีกครั้ง

ผมตั้งหน้าตั้งตารอดูเลเวลของตัวเอง แต่ก็อย่างที่คิด.. มันยังคงเป็นเลข 1.. มันมีความหมายอะไรซ่อนอยู่รึเปล่านะ?

หรือจะเป็นเพราะว่า ผมไม่ใช่คนของโลกนี้? ถ้าอย่างนั้นผู้กล้าอีกสองคนก็น่าจะมีเลเวล 1 เหมือนกัน ใช่ไหม?

ยังไงพวกเขาก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้กล้า ถ้าหากผมพยายามรวบรวมข้อมูลอย่างช้าๆ ก็น่าจะยืนยันเลเวลของพวกเขาได้ไม่ยากนัก

คนดังมักไม่มีพื้นที่ส่วนตัวอยู่แล้ว.. ผมพูดถึงท่านนั้นแหละ ท่านผู้กล้าทั้งสองคน

ดังนั้น ผมควรจะทำหน้าที่ของตัวเองด้วยการเป็นพ่อค้าให้ดีที่สุด! อะ-เอ่อ.. ผมไม่ได้ประชดหรอกนะ

เพราะแบบนั้นแหละ เพื่อที่จะมีเส้นสายในวงการนี้ ผมจะต้องทำให้บริษัทเรมแบรนดท์จดจำใบหน้าของผมให้ได้!

ผมจำเป็นต้องอธิบายให้คุณโทอาและคนอื่นๆฟัง ว่าโทโมเอะจะมาช้านิดหน่อย มิโอะเลยต้องเร่งพาตัวเธอมา ด้วยเหตุนี้ การลงทะเบียนเข้ากิลด์เลยล่าช้ากว่ากำหนด

แต่ดูเหมือนว่า พวกเขาตัดสินใจใช้เมืองนี้เป็นฐานหลักของพวกเขาแล้ว.. พวกเขาตั้งใจจะปักหลักอยู่ที่นี้กันไปอีกนานเลยสินะ

และน่าตกใจจริงๆ ดูเหมือนพวกเขาทั้ง 4 คน จะตัดสินใจตั้ง PT(ปาร์ตี้) ร่วมกัน 

การเป็นหนูทดลองให้กับการทดลองที่ใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือ น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาเข้าอกเข้าใจกัน จนกลายมาเป็นความสัมพันธ์แบบเครือญาติ

ตอนนั่งอยู่บนรถม้า ผมไม่รู้สึกว่าพวกเขาสนิทกันเลยด้วยซ้ำ.. แต่ดูเหมือนสถานการณ์จริงจะต่างไปจากที่ผมคิดสินะ

ในเขตชานเมืองแบบนี้ ไม่มีภารกิจไหนเลยที่พวกเขาทั้ง 4 คนจะทำไม่ไหว.. พวกเขาเลยกำลังรวบรวมข้อมูลภารกิจ และรับมันมาทำทั้งหมด หรืออะไรทำนองนั้นแหละ.. เฮ้อ.. ผมไม่เข้าใจมาตรฐานความแข็งแกร่งของโลกนี้เลยจริงๆ

ภารกิจสามารถรับมาทำพร้อมกันได้หลายภารกิจงั้นเหรอ? มันได้สูงสุดกี่ภารกิจต่อคนกันนะ?

ยังไงก็ตาม ผมเข้าใจแล้วว่าตอนนี้พวกเขาไม่สามารถรับภารกิจแรงค์ S ได้

เพราะพวกเขาบอกผมเองนี่นา.. ว่าจำนวนภารกิจที่พวกเขารับมา มันถึงขีดจำกัดแล้ว

... เฮ้อ ผมพอจะมองเห็นอนาคตเลย พวกเขาอาจจะติดหนี้กันอีกรอบ ถ้ายังสะเพร่ากันแบบนี้อยู่.. ผมหล่ะไม่อยากมีชีวิตเป็นนักพนันแบบนั้นเลยจริงๆ

" ผมจะกลับมาคืนนี้ " ผมบอกพวกเขาไปแบบนั้น แล้วพวกเขาก็เดินจากไปอย่างเริงร่า

ดูเหมือนชุดและอุปกรณ์ของพวกเขาจะเปลี่ยนไปแล้ว แอบไปช๊อปปิ้งกันเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? พวกคนที่ถูกเรียกว่านักผจญภัย เคลื่อนไหวกันได้เร็วจริงๆแฮะ ผมควรจะเรียนรู้จากพวกเขาบ้าง.. หรือไม่ก็ ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้

[ อืม.. ผมอยากจะรับภารกิจหน่อยน่ะ ]

" เอ๋? ท่านโรโดะ เจอภารกิจที่สามารถทำได้ แล้วเหรอคะ? "

ดูเหมือนจะมีมือใหม่หลายคนเลย ที่เลือกสมัครเป็นสมาชิกในเมืองนี้.. ดังนั้นแล้ว การบริการเพื่อคอยช่วยเหลือและแนะนำมือใหม่ในเมืองนี้ จัดว่าดีทีเดียว

ถ้าบอกพวกเขาว่า ผมมีของที่ต้องใช้ในภารกิจนั้นเตรียมไว้แล้ว การรับภารกิจก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร.. ผมหวังว่าจะเป็นแบบนั้น แต่พอถึงเวลาจริงๆ มันกลับทำให้ผมเหงื่อแตกพอสมควร

[ ใช่ครับ ภารกิจนี้แหละ ]

หลังจากพูดแบบนั้น ผมก็หยิบภารกิจแรงค์ S เกี่ยวกับดวงตาของดวงตารูบีมาให้เธอดู

ในชั่วพริบตา คุณพี่สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ขมวดคิ้วทันที.. โอ้~ เรื่องราวมันชักเข้มข้นขึ้นแล้วสิ

" ท่านไรโดะคะ.. นี่มันภารกิจแรงค์ S เลยนะคะ คุณยังรับมันไม่ได้หรอก "

โปรดเลือกภารกิจแรงค์ D หรือ E ดีกว่าค่ะ.. คือสิ่งที่เธอบอกกับผม

[ ไม่หรอกครับ คือว่า.. ]

" เอ๋? "

ผมหยิบของสีแดงขนาดใหญ่ออกมาจากกระเป๋า แล้ววางมันไว้บนเคาเตอร์

[ ดวงตาของดวงตารูบี ผมได้มันมาพอดีน่ะครับ ขนาดนี้แล้วผมยังรับมันไม่ได้เหรอครับ? ผมไม่คิดว่ามันจะทำให้กิลด์สูญเสียความน่าเชื่อถือหรอกนะ ]

พวกระดับและแรงค์ต่างๆ พวกเขาน่าจะคิดขึ้นมาเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง.. แต่ถ้าผมอธิบายว่ามีของที่จำเป็นสำหรับภารกิจเตรียมไว้แล้ว พวกเขาก็ไม่น่าจะว่าอะไร

หวังว่าจะเป็นแบบนั้น

แต่ว่า

มันจะได้ผลรึเปล่านะ?

" ?! ของจริงเหรอคะ?! "

[ แน่นอนครับ ผมมาพร้อมกับกลุ่มของคุณโทอาซึ่งคุณน่าจะเจอเมื่อไม่นานที่ผ่านมา.. ระหว่างเดินทางมาที่เมืองนี้ ผมได้ดวงตาของมันมาจากตัวที่พวกเขาจัดการได้ครับ ]

ผมไม่ได้บอกคนของกิลด์หรอก ว่าความจริงแล้วคนที่จัดการดวงตารูบีก็คือผมเองนี่แหละ

" เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าเป็นกรณีนี้.. ขอเวลาสักครู่นะคะ "

เธอเดินเข้าประตูด้านหลังไป น่าจะเป็นห้องจำพวก 'ห้ามคนนอกเข้า' สินะ.. มีคนที่มีชื่อเสียงมาที่นี่บ่อยงั้นเหรอ?

ยังไงก็ตาม ผมตกใจมากเลย

นอกจากบอร์ดรับภารกิจที่ผมเห็นวันก่อนแล้ว ยังมีบอร์ดตั้งอยู่อีกอันนึง

ส่วนใหญ่ภารกิจในบอร์ดนี้จะเกี่ยวข้องกับดินแดนแห้งแล้ง.. ข้อมูลที่ติดอยู่ เป็นเลเวลและแรงค์จำกัดของคนที่สามารถรับภารกิจนั้นๆได้.. จะว่ายังไงดีนะ? พวกเขาตุนเสบียงไว้ไม่พอเหรอ? บางที ที่คุณโทอาบอกว่ามีคนย้ายไปทำธุรกิจด้านการขนส่งแทนการผจญภัย ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องโกหก

" คุณโรโดะใช่ไหมครับ? ขอผมดูดวงตานั่นหน่อยได้ไหม? "

หือ? พี่สาวคนนั้นกลับมาแล้วเหรอ? ไม่สิ นี่มันเสียงของผู้ชาย! ผมกำลังติดกับดักงั้นเหรอ?!

เมื่อผมหันกลับไป ผมมองเห็นชายแก่คนหนึ่งกำลังยืนอยู่ข้างๆพี่สาวคนเดิม.. ผมเห็นแล้วหงุดหงิดนิดหน่อย เพราะแม้เขาจะเป็นชายมีอายุแล้ว เขาก็ยังหล่ออยู่ดี.. โลกนี้.. ไม่สิ *ผมควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ 'อาวุธสุดท้าย' ยังไม่เผยตัวออกมา*
[* ไม่รู้ครับว่าอิงถึงอะไร > No, I should be grateful that a ‘final weapon’ hasn’t appeared. ]

ตอนนี้ผมไม่ต้องกังวลแล้วว่า การถอดหน้ากาก มันจะเกิดภัยอันตรายขึ้นกับผม.. ดังนั้น ถ้าผมจะถอดมัน
ออกตอนนี้ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า..

ถ้าเกิดผมถอดมันออกแล้ว พวกเขาจะต้องจ้องมองใบหน้าของผมด้วยสายตาเวทนาแน่ๆ.. ผมเลยเปลี่ยนใจ

[ ครับ ]

สาเหตุหลักก็น่าจะเพื่อ เช็คดูว่าดวงตารูบีนี้เป็นของจริงหรือปลอม.. สำหรับผม การที่พวกเขายอมเสียเวลามาเช็คดูให้ก็เป็นเรื่องที่วิเศษมากแล้ว 

ถ้าหากผมได้รับอนุญาตจากกิลด์นักผจญภัยแล้ว เจ้าของภารกิจก็ไม่น่าจะบ่นอะไรมาก

" นี่มัน ไม่ผิดแน่ ของจริง! แถมมันยังไม่มีรอยขีดข่วนอะไรเลยด้วย.. พวกเขาน่าจะจัดการมันได้ทันที ด้วยการโจมตีอย่างเฉียบคมไปที่ท้องสินะ น่าชื่นชมจริงๆ "

ชายแก่พูดพร้อมกับเสียงถอนหายใจ เขามีเหงื่อไหลออกมาเล็กน้อย

" ถ้าอย่างนั้น.. ท่านโรโดะก็สามารถรับภารกิจนี้ได้สินะคะ? "

" ไม่มีปัญหาครับ.. เปลี่ยนภารกิจจากแรงค์ S เป็นแรงค์พิเศษ แล้วให้เขารับมันได้เลย "

จริงด้วยสิ.. ถ้าพวกเขาเปลี่ยนแรงค์ของภารกิจ ผมก็จะสามารถรับมันมาทำได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะผิดกฏกิลด์สินะ

" เข้าใจแล้วค่ะ.. ถ้าอย่างนั้นท่านโรโดะ แผนที่นี้จะชี้ทางไปบริษัทแรมแบรนดท์ ส่วนเอกสารนี้จะเป็นตัวยืนยันสำหรับการรับมอบภารกิจค่ะ.. เมื่อพวกเราได้รับเอกสารยืนยันสำหรับภารกิจ และคุณเซ็นมันแล้ว โปรดนำมันมาวางไว้ตรงนี้นะคะ แล้วเท่านี้ การทำภารกิจก็จะเสร็จสิ้นค่ะ.. ในเมื่อภารกิจนี้เป็นแรงค์พิเศษแล้ว ตอนนี้ท่านโรโดะจะถูกเลื่อนขั้นเป็นแรงค์ D ค่ะ "

" คุณโรโดะครับ.. ผมได้ยินมาว่า คุณได้รับดวงตามาจากคุณโทอาและสมาชิกของเธอ ใช่ไหมครับ? "

[ ใช่แล้วครับ ]

" พวกเขาพึ่งนำวัตถุดิบหลากหลายชนิดมาขายที่เมืองนี้ ดูเหมือนพวกเขาจะมีทักษะมากพอตัวทีเดียว.. แต่ว่าทำไมของที่มีมูลค่ามากที่สุด ถึงไปตกอยู่บนมือของคุณแทนหล่ะครับ? "

[ นั้นสินะ? ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันครับ.. บางทีอาจเป็นเพราะว่า ผมเป็นคนพาพวกเขาติดรถม้ามาด้วย? ผมไม่รู้รายละเอียดจริงๆหรอกครับ ]

" อืม... "

[ ถ้างั้น ขอตัวก่อนนะครับ ]

โอ้? บริษัทเรมแบรนดท์อยู่ใกล้กว่าที่คิดแฮะ แค่เดินผ่านถนนเส้นนี้ซึ่งเป็นแหล่งเดินเท้าซึ่งมีคนชุกชุม.. ผมเกิดกลัวนิดหน่อย แต่ถ้ามีคนเยอะแบบนี้ เรื่องการถูกลอบขโมยระหว่างทางก็หายห่วงสินะ

ผมเดินออกไปพร้อมๆกับหยิบแผนที่ขึ้นมาดู

ตอนนี้ดวงอาทิตย์ขึ้นอยู่กลางหัวผมพอดี

แสงอาทิตย์ที่ไม่ถูกเมฆบดบัง ยังคงแพร่รังสีความร้อนอยู่.. ตอนนี้ 'อีกด้านหนึ่ง' ก็น่าจะกำลังอยู่ในช่วงฤดูที่เย็นยะเยือกสินะ

เอาหล่ะ ไปกันเถอะ

----

" โปรดรอสักครู่นะครับ ผมจะไปเรียกนายท่านให้ "

อย่างที่คิด.. คุณเรมแบรนดท์คือเจ้าของบริษัท

ตำแหน่งในแผนที่คือที่ตั้งของร้านค้าขนาดใหญ่ และหลังจากที่ผมบอกพวกเขาว่ามาเพื่อทำภารกิจนั้น พวกเขาก็พาผมไปยังชั้นสองของร้าน และถูกต้อนรับด้วยคนที่ดูเหมือนจะเป็นพ่อบ้าน

เขาเป็นพ่อบ้านที่ดูสง่างามราวกับผลงานศิลปะ.. มีร่างกายที่สูง ทรงผมที่เสยไปด้านหลัง แล้วก็หนวด.. ผมมองเขาเป็นอย่างอื่นนอกจากพ่อบ้านไม่ได้เลย

พวกสินค้าที่ถูกตั้งเรียงรายอยู่ในร้านค้าคือ อาวุธ ชุดเกราะ และของเบ็ดเตล็ดต่างๆ.. ตามทางเดินยังมีพวกหนังสือหรือบทความรายวันตั้งขายอยู่เช่นกัน

มันดูคล้ายกับห้างสรรพสินค้ามากเลย

ไม่ว่าจะดูยังไงก็เป็นบริษัทที่ใหญ่พอสมควร.. ถ้าพวกเขายอมรับในตัวผม มันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก

ผมคิดผู้ที่บริหารร้านแบบนี้ได้ จะต้องมีบุคลิกที่แตกต่างไปจากคนปกติ.. ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหรอก เพราะบริษัทนี้ดูร่ำรวยมากนี่นา

พวกประเภทขี้เหนียวแล้วก็ทำตัวลับๆล่อๆ และไม่สนวิธีการในการหาลูกค้า หรือไม่บางที อาจจะเป็นลูกเศรษฐีซึ่งได้รับมรดกตกทอดมาหล่ะมั้ง?

ถ้าเป็นคนที่มีนิสัยเหมือนคนปกติทั่วไปก็คงจะดี แต่โอกาสน่าจะน้อยมาก

จริงด้วยสิ.. ผมควรจะเตรียมกิลด์การ์ดของนักผจญภัยไว้ก่อนสินะ จะได้มีหลักฐานยืนยันตัว

เพราะยังไงบัตรนี้ก็เป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันตัวตนของผมได้

แถมผมพึ่งสมัครสมาชิกวันนี้ เป็นวันแรกเลยด้วย *เหงื่อไหล*

ถ้าพวกเขาคิดว่ามันเป็นของปลอม ผมไปขอให้กิลด์ยืนยันให้เลยก็ยังได้

" ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ ทั้งๆที่ผมเป็นคนมอบภารกิจไว้เองแท้ๆ "

มีคนสองคนเดินเข้ามา

หนึ่งในนั้นคือคุณพ่อบ้านที่ผมเห็นเมื่อครู่ เขาเดินไปยืนด้านข้างทันทีโดยไม่พูดอะไร

ส่วนอีกคนคือคนที่เรียกผมเมื่อกี้นี้ น่าจะเป็นคนที่ชื่อเรมแบรนดท์สินะ

สำหรับคนที่ทำธุรกิจด้านการค้า เขามีรูปร่างที่น่าเกรงขามมาก กล้ามเนื้อเองก็มีเป็นมัดๆ มีผมยาวสีเขียวเข้ม และหนวดที่ดูสง่างาม.. เหมือนผมจะเริ่มชินกับทรงผมสไตล์แฟนตาซีแบบนี้แล้ว

และผมรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แปลกประหลาด จากการต้อนรับอันอ่อนโยนนี้

ผมตื่นตัวหลังจากได้ยินเสียงเปิดประตู.. เขายื่นมือของเขาออกมา ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองของผม ผมจึงยื่นมือออกไปเพื่อจับมือของเขา

มารยาทจากโลกใบเดิมยังติดตัวผมอยู่นะ แต่ตัวผมซึ่งเป็นฝ่ายที่กำลังนั่งอยู่ ไปจับมือเขาแบบนี้มันก็.. ถ้าหากผมทำผิดมารยาทไป ผมก็ควรจะขอโทษเขา.. ยังไงการสร้างภาพลักษณ์แรกพบที่ดี ย่อมดีกว่าการสร้างภาพลักษณ์แย่ๆอยู่แล้ว

ขณะที่จับมือเขาอยู่นั้น ผมก็คิดในหัวไปด้วยว่า เขาคิดยังไงกับผมกันแน่.. เพราะมันควรจะเป็นการเสียมารยาทไม่น้อย ถ้าผมทำเป็นไม่สนใจมือของเขาซึ่งยื่นออกมา

ถ้าหากคนที่ผมหลงใหล มีคนอื่นยืนอยู่ข้างหลังเธอ เธอก็คงไม่ลังเลที่จะโจมตี.. แต่สำหรับผมแล้ว
[*ไม่รู้ว่าพูดถึงอะไรนะครับ > If the person I admire had someone standing behind her, she wouldn’t hesitate to attack, but for me ]

ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก

[ ยินดีที่ได้พบครับ ผมชื่อไรโดะ ]

" ผมชื่อเรมแบรนดท์.. คุณไรโดะสินะ? ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ แต่ผมไม่เคยได้ยินคนชื่อนี้มาก่อนเลย คุณมาถึงเมืองนี้เมื่อไหร่เหรอครับ? " (เรมแบรนดท์)

อย่างที่คิด เหตุผลที่เขาให้ผมรอก็เพื่อตรวจสอบประวัติของผมสินะ.. แต่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวผมมันแทบไม่มีเลยนี่สิ เขาก็เลยหาอะไรไม่ได้เลย

[ เมื่อวานครับ.. ผมเดินทางผ่านค่าย 3 ค่ายซึ่งตั้งอยู่ในเขตแห้งแล้ง จนมาถึงที่นี่ ]

คุณเรมแบรนดท์และคุณพ่อบ้าน อุทานเสียง 'โอ้~' ออกมาพร้อมๆกัน

" เป็นแบบนี้นี่เอง.. ผมจำชื่อของนักผจญภัยแรงค์ S ได้หมดทุกคนในเมืองนี้ แต่ในเมื่อผมไม่เคยได้ยินชื่อของคุณมาก่อน ผมก็เลยจำเป็นต้องระวังตัวเอาไว้.. ขอโทษด้วยนะครับ " (เรมแบรนดท์)

[ ไม่เป็นไรหรอกครับ.. แต่ในส่วนของภารกิจ มันถูกเปลี่ยนจากแรงค์ S เป็นแรงค์พิเศษนะครับ ได้โปรดเข้าใจด้วย ]

" โฮ้~ เป็นแรงค์พิเศษงั้นรึ? ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ แล้วก็คุณไรโดะ.. ในเรื่องของกำหนดการในการทำภารกิจ คุณคิดว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนครับ? "

ดวงตาของคุณเรมแบรนดท์มีความเฉียบคมขึ้นมาทันที ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ก้มหัวให้คนอื่นง่าย แต่เมื่อคุณเผชิญหน้ากับเขา คุณจะรู้สึกได้ถึงแรงกกดัน.. สำหรับคนที่ก่อตั้งบริษัทใหญ่ขนาดนี้ขึ้นมาได้ เขาจะต้องผ่านอะไรมามากมายอย่างแน่นอน

ยังไงก็ตาม กำหนดการงั้นเหรอ.. นั้นสินะ ภารกิจแบบนี้ ใครๆก็โม้ได้ง่ายๆว่า 'ขอเอาไปทำนะ ทำเสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวค่อยมาบอกอีกที'

ถ้าหากกำหนดการมันใช้เวลานานเกินไป ค่าใช้จ่ายของผู้รับก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ประมาณนั้นรึเปล่า?

หรือบางที อาจจะมีบางคนที่ขอรับเงินล่วงหน้าแล้วหนีหายไปเลย เขาอาจจะระวังคนแบบนั้นอยู่ก็ได้? หรือเขาอาจกำลังรีบอยู่? .. หรืออาจจะทั้งสองอย่างเลยก็ได้

[ เรื่องกำหนดการขอเก็บไว้ก่อนละกันครับ แต่คุณบอกว่า ผมสามารถเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขบางอย่างได้สินะครับ? ในส่วนนี้ ผมเลยอยากให้คุณทราบถึงเรื่องนี้ ]

" ... ว่ามาครับ " (เรมแบรนดท์)

ด้วยการขอเลื่อนประเด็นกำหนดการไว้ทีหลัง แล้วยกประเด็นอื่นขึ้นมาแทน มันทำให้เขาเริ่มสงสัยในตัวผมสินะ.. แต่ยังไงก็เถอะ การเล่นตุกติกมันไม่ใช่สไตล์ผมอยู่แล้ว ดังนั้นผมควรจะอธิบายอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวผมเองให้เขาได้รับรู้

[ ผมเป็นนักผจญภัยแรงค์ E แถมยังพึ่งสมัครวันนี้เป็นวันแรกด้วยครับ.. ภารกิจของคุณเป็นภารกิจแรกที่ผมจะทำ เลยอยากขอให้คุณรับรู้ไว้ก่อน ]

หลังจากพูดแบบนั้น ผมก็หยิบกิลด์การ์ดของผมให้เขาดู

อย่างที่คิดเลย คุณเรมแบรนดท์เบิกตากว้างแล้วจ้องมาที่ผม จากนั้นก็ส่งกิลด์การ์ดคืนมา

" ขอโทษด้วยนะครับ แต่พวกเราไม่มีเรื่องต้องคุยกันแล้ว.. ก่อนที่จะรับภารกิจอย่างดวงตารูบี คุณควรจะเล็งไปที่เหยื่อซึ่งล่าง่ายกว่านี้นะครับ " (เรมแบรนดท์)

เขาพูดเหมือนกับว่าผมเป็นนักต้มตุ๋น มันก็สมควรแล้วหล่ะ.. แต่คนชื่อเรมแบรนดท์คนนี้ ผมคิดว่าเขาเป็นคนดีนะ

เขาน่าจะเป็นชายอายุราวๆ 30 ย่างเข้า 40 ปี

เขาเป็นคนค่อนข้างผอมสูง นิสัยดูเป็นคนอ่อนโยน และไม่ได้เป็นคนอ่อนต่อโลก.. เขาดูไม่เหมือนลูกคนรวยซึ่งรับมรดกมาจากครอบครัวเลยสักนิด เขาน่าจะมายืนอยู่จุดนี้ได้ ด้วยความสามารถของตัวเองล้วนๆ

การทำให้เขาติดหนี้ผม จะทำให้ผมมีคนคอยหนุนหลังให้ในฐานะพ่อค้า.. ไม่ว่าจะดูยังไงเขาก็ช่างเหมาะสมจริงๆ

ผมเก็บการ์ดเข้ากระเป๋า แล้วยกมือเพื่อหยุดเขาซึ่งกำลังจะลุกออกไป

" มีอะไรอีกครับ? " (เรมแบรนดท์)

ดวงตาอันเฉียบคม.. หึหึ ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนที่เก่งถึงระดับนี้ ผมคงไม่อยากให้เขามาเป็นคนหนุนหลัง หรือเป็นคู่ธุรกิจให้ผมหรอก.. นี่มันเยี่ยมสุดๆไปเลย มันเยี่ยมถึงขั้นที่ผมอยากจะฝากตัวเป็นลูกศิษย์ แล้วเรียนรู้วิธีประกอบธุรกิจจากเขา

[ ผมสมัครเข้าเป็นนักผจญภัยก็จริงอยู่ แต่จริงๆแล้วผมอยากจะสมัครเข้าร่วมกิลด์ผู้ประกอบการเช่นกันครับ.. ผมมีแผนจะสร้างบริษัทของตัวเองอย่างช้าๆ แล้วใช้ชีวิตอยู่อย่างพ่อค้าธรรมดา ]

" คุณเข้าใจผิดหมดทุกเรื่องเลยนะ.. อย่างแรกคือ ถ้าหากคุณอยากจะเข้าร่วมกิลด์ผู้ประกอบการ คุณจะต้องเรียนหนังสือ แล้วเตรียมตัวสำหรับการสอบ.. นอกจากนี้ ถ้าหากคุณอยากจะกลายมาเป็นพ่อค้าในเมืองนี้ คุณไม่ควรมาเสนอหน้าให้ผมเกลียดแบบนี้.. อย่างสุดท้าย การนำสิ่งของและวัตถุดิบซึ่งได้มาจากการผจญภัยมาขายในฐานะพ่อค้า บ่งบอกว่าความคิดของคุณมันตื้นเกินไป.. ธุรกิจมันไม่ได้ง่ายเหมือนที่คุณคิดหรอกนะ " (เรมแบรนดท์)

สอบ?!

มีการสอบที่จำเป็นต้องไปติวหนังสือ เพื่อให้กิลด์ผู้ประกอบการยอมรับในตัวผู้สมัครด้วยเหรอ?! ไม่เห็นมีใครบอกผมเลย?!

บ้าไปแล้ว! แล้วแผนที่ผมวางไว้ในวันนี้ วันพรุ่งนี้ แล้วก็วันต่อๆไปหล่ะ? ผมหน้าด้านไปสอบทั้งอย่างนี้เลยดีไหม?

คุณโยนระเบิดให้ผมชัดๆ คุณเรมแบรนดท์! ยังไงก็เถอะ ตอนนี้ผมควรจะคิดถึงแต่เรื่องภารกิจก่อน.. หึ~.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะได้ยินคำว่า 'สอบ' ในโลกใบนี้.. สังคม ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน มันก็ไม่มีหนทางที่ง่ายอยู่เลยสินะ

[ ได้โปรดฟังผมให้จบก่อนสิครับ.. สำหรับคนที่ตั้งเป้าจะเป็นพ่อค้า ผมคิดว่าการทำตัวให้เป็นมิตรกับคุณเรมแบรนดท์ ย่อมส่งผลดีให้กับตัวเอง ผมไม่ได้มาที่นี้เพื่อหวังจะปั่นหัวอะไรคุณเลยจริงๆครับ.. แล้วก็ คุณคิดว่าทางกิลด์นักผจญภัย จะยอมมอบภารกิจระดับนี้ มาให้คนซึ่งไม่มีความสามารถพออย่างผมจริงๆเหรอครับ? การที่พวกเขายอมมอบภารกิจนี้ให้ แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องผิดพลาดครับ ]

" ... "

[ เหตุผลที่ผมบอกคุณเรื่องแรงค์ของตัวเอง เพราะกลัวว่าคุณจะรู้เรื่องนี้ทีหลัง แล้วรู้สึกลำบากใจ ]

" รู้ตอนนี้ก็ทำให้ผมลำบากใจอยู่ดีนั้นแหละ " (เรมแบรนดท์)

[ ไม่ใช่ครับ.. ผมหมายความว่า ถ้าผมทำภารกิจนี้สำเร็จเมื่อไหร่ ผมน่าจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับคุณได้ ]

" คุณกำลังจะบอกว่า คุณจะไปโค่นดวงตารูบีแล้วนำมันมาให้ผมงั้นเหรอ? จริงอยู่ว่าถ้าหากคุณทำภารกิจนี้สำเร็จ ผมจะคอยช่วยหนุนหลังคุณด้านภาพลักษณ์ทางสังคม.. แม้ว่าคุณจะมีพื้นฐานด้านพลังการต่อสู้ที่ต่ำก็เถอะ แต่ถ้าคุณรู้จักใครสักคน ที่มีความสามารถมากพอที่จะโค่นดวงตารูบีได้ ผมก็ยินดีที่จะช่วยเหลือคุณอย่างเต็มที่ จนคุณสามารถสมัครเข้าร่วมกิลด์ได้ " (เรมแบรนดท์)

ดีใจจริงๆ.. อยู่ดีๆมันก็ลงเอยด้วยดี

แต่การที่ผมไม่สามารถใช้โทนเสียงสูงต่ำในบทสนทนาแบบนี้ได้ มันลำบากจริงๆนั้นแหละ

การสื่อสารด้วยการเขียน มันก็มีทั้งข้อดีข้อเสียสินะ..

" ท่านโรโดะครับ.. แล้วคุณวางแผนจะทำภารกิจของนายท่านให้สำเร็จ ด้วยวิธีไหนเหรอครับ? "

คุณพ่อบ้านจ้องมาที่ผมพร้อมกับหรี่สายตา.. คนคนนี้ เคยเป็นนักผจญภัยมาก่อนงั้นเหรอ? ท่าการยืนของเขาไม่มีช่องโหว่ใดแสดงให้เห็นเลย แววตาของเขาเอง ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง.. บางทีเขาอาจจะเก่งกว่าพวกคุณโทอาและคนอื่นๆอีกด้วยซ้ำ

[ ผมจะให้ดูเดี๋ยวนี้แหละครับ ]

" ให้ดู? หมายความยัง......?! "

ผมวางลูกบอลสีแดงซึ่งเล็กเท่ากำปั้นเด็กไว้บนโต๊ะ ด้วยท่าทางที่เฉยเมย

[ ไม่ต้องมีกำหนดการหรอกครับ เพราะผมได้ของที่ต้องการมาแล้ว.. โปรดตรวจสอบได้เต็มที่เลยครับ ]

พวกเขาทั้งสองคนสวมถุงมืออย่างเร่งด่วน และตรวจสอบดวงตา.. เอ๋? ถ้าถือมันด้วยมือเปล่า มันจะเสียเอางั้นเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ แสดงว่าผมสะเพร่าเกินไปหน่อย.. ครั้งต่อไปผมควรจะสวมถุงมือก่อนถือของพวกนี้สินะ แต่ผมเห็นพวกนักผจญภัยซึ่งอยู่กับผม ใช้มือเปล่าเก็บรวบรวมพวกมันทั้งหมดเลยนี่นา

แน่นอนว่าพวกเขาต้องตรวจสอบว่ามันเป็นของจริงรึเปล่า แต่ตอนนี้พวกเขากำลังตรวจสอบคุณภาพของมันด้วยงั้นเหรอ? ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ ขนาดกิลด์นักผจญภัยยังไม่ติอะไรเลยสักอย่างนี่นา

" ไม่อยากเชื่อ.. นี่มันของจริง แถมยังนิ่มอยู่ด้วย.. แสดงว่าพึ่งได้มันมาเมื่อไม่กี่วันก่อนสินะ "

คุณเรมแบรนดท์ประเมินสินค้าด้วยตัวเอง สมกับเป็นเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่จริงๆ

[ ถ้าพึ่งได้มันมา จะมีปัญหาอะไรเหรอครับ? ]

" เปล่าครับ ยิ่งสดเท่าไหร่ก็ยิ่งดี.. มันจะยิ่งทำให้ขั้นตอนง่ายขึ้นด้วยซ้ำ " (เรมแบรนดท์)

เรมแบรนดท์ค่อยๆส่งมันให้คุณพ่อบ้านอย่างถนุถนอม เสร็จแล้วคุณพ่อบ้านก็หยิบผ้ามันเงาขึ้นมาห่อมันไว้ 
พร้อมกับวางมันกลับไว้บนโต๊ะ

" ....ต้องขอโทษด้วยนะครับ  เพราะเรื่องนี้มันค่อนข้างสำคัญสำหรับพวกเรา ยิ่งได้ถือมันกับมือ ยิ่งทำให้พวกเราเป็นกังวล.. โปรดยกโทษให้พวกเราด้วยเถอะครับ ที่ตอนแรกพวกเราคุยกับคนด้วยความไม่ไว้วางใจ "

พวกเขาทั้งสองก้มหัวลง แล้วจากนั้นไม่นานก็ยกหัวขึ้นอย่างช้าๆ

[ ไม่เป็นไรครับ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว อย่าใส่ใจเลย.. แล้วก็ คุณบอกผมได้ไหมครับ ว่าจะเอาดวงตาพวกมันไปทำอะไร? มันมาจากความสงสัยส่วนตัวล้วนๆก็จริง แต่ผมได้ยินจากเพื่อนว่า มันสามารถเอาไปใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างอีลิกเซียร์(ยา)ได้ ]

มันอาจจะไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ไม่ว่ามันจะสำคัญกับพวกเขามากแค่ไหน ผมคิดคนที่นำหลักฐานภารกิจมาจากกิลด์อย่างผม ย่อมทำให้พวกเขาสงสัยอยู่แล้ว.. ยังไงก็ตาม ภารกิจนี้ให้ของตอบแทนเป็นเงินที่เยอะเอามากๆ บางทีพวกเขาอาจจะยังไม่เจอนักต้มตุ๋นมาก่อนก็ได้ หรือไม่พวกเขาก็อาจยังไม่เคยเจอปัญหาระหว่างรับมอบภารกิจมาก่อน.. ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลใดก็ตาม ยังไงผมก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกเขามากเกินไป

" สำหรับคนที่รับภารกิจมา ย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะสงสัยว่า ผู้ว่าจ้างจะเอามันไปทำอะไร.. ผมไม่รู้ว่ามันจะใช้แทนคำขอโทษที่เสียมารยาทได้ไหม แต่ผมจะเล่าให้ฟังครับ " (เรมแบรนดท์)

เข้านั่งลงอีกครั้ง

" พวกเรารวบรวมดวงตาของดวงตารูบี เพื่อสร้างอีลิกเซียร์สำหรับรักษาโรคชนิดพิเศษอยู่ครับ.. มันอาจจะเป็นวิธีการที่ไม่สมกับราคาของอีลิกเซียร์ แต่สำหรับโรคร้ายนี้ เราจำเป็นต้องใช้อีลิกเซียร์ซึ่งมีดวงตารูบีเป็นส่วนผสมหลักครับ "

คุณพ่อบ้านเล่าให้ผมฟัง

อีลิกเซียร์สำหรับการรักษาโรคเหรอ.. ดวงตามันสามารถเสริมความแข็งแกร่งให้อุปกรณ์ได้.. ใช้เป็นวัตถุดิบในการเล่นแร่แปรธาตุได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังนำมาเป็นวัตถุดิบในการปรุงยารักษาโรคได้อีกงั้นเหรอ? นี่ยังไม่นับรวม ความแรร์ของมันนะ

มันนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย แต่ก็ยังเป็นวัตถุดิบที่ขาดแคลน.. ผมพอจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมพวกเขาถึงเห็นมันเป็นของที่สำคัญและมีค่า แถมยังซื้อขายกันในราคาที่แพงมากอีกด้วย

[ ตาพวกนี้จะกลายไปเป็นวัตถุดิบให้อิลิกเซียร์บางชนิดงั้นเหรอครับ? นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ยินอะไรแบบนี้ ]

" ...มันเป็นอีลิกเซียร์แบบพิเศษ ที่รักษาได้แม้กระทั่งโรคทั่วๆไป "

คุณเรมแบรนดท์กลับไปใช้โทนเสียงสุภาพเหมือนเดิม และตอบคำถามผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หือ? ใช้ได้ผลกับโรคทั่วไปด้วยเหรอ?

มันแสดงผลยังไงกันแน่นะ? ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นอีลิกเซียร์รูปแบบพิเศษจริงอยู่ แต่มันกลับมีราคาไม่สมชื่อเลยเนี่ยสิ

[ มีโรคบางโรคที่ไม่ปกติอยู่ด้วยเหรอครับ? ผมมาจากที่อันห่างไกลพอสมควร ความรู้พื้นฐานก็เลยต่ำ.. ]

" ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าคุณใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คุณก็ไม่น่าจะได้เจออะไรแบบนี้หรอก.. สาเหตุที่ผมอยากได้มัน เพราะผมมีคนที่อยากจะช่วยอยู่.. เขากำลังถูกคุกคามด้วยโรคชนิดพิเศษ ซึ่งถูกเรียกว่า โรคต้องสาป " (เรมแบรนดท์)

[ โรคต้องสาป? ]

" ครับ.. มันหมายถึงโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ใครสักคนติดเชื้อ ผ่านการทำพิธีโดยผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์.. เพื่อที่จะรักษามัน พวกเราจำเป็นต้องใช้อีลิกเซียร์สำหรับถอนสาปโดยเฉพาะ หรือไม่ก็ให้ผู้ประกอบพิธี เป็นคนถอนคำสาปให้เอง.. แต่ว่าโรคต้องสาปนี้ เป็นชนิดที่แม้แต่ผู้สาปเองก็ถอนให้ไม่ได้ แม้ว่าจะฆ่าเขาให้ตายก็ตาม.. บางชนิดไม่มีวิธีรักษาเลยด้วยซ้ำ " (เรมแบรนดท์)

ฟังดูยุ่งยากจริงๆแฮะ

ผมพอจะเข้าใจแล้ว ว่าทำไมอีลิกเซียร์ถึงมีราคาแพง.. แม้แต่นักเวทย์ที่เตรียมคำสาปเอง ก็ต้องหาอะไรหลายๆอย่างเช่นวัตถุดิบหรือตัวเร่งปฏิกิริยาในการสร้าง แต่คนที่โดนคำสาปย่อมไม่ใช่เรื่องน่าขำอยู่แล้ว

" ในจำนวนคำสาปทั้งหมด.. คำสาปที่นายหญิงโดนนั้น เป็นโรคต้องสาปเลเวล 8 ครับ.. พวกเราระงับอาการของ
โรคชั่วคราว ด้วยการใช้อีลิกเซียร์ราคาสูงหลายอัน แต่ไม่ว่ายังไง พวกเราก็ต้องหาอีลิกเซียร์ทิพย์(Elixir Ambrosia)ให้ได้ "

คุณพ่อบ้านพูดพึมพำพร้อมกับสีหน้าอันขมขื่น

นายหญิงงั้นเหรอ? เข้าใจหล่ะ.. ญาติของคุณเรมแบรนดท์ถูกโรคต้องสาปโดยตรงเลยสินะ.. แบบนี้ก็ปิดตายธุรกิจของคู่แข่งได้เลย

" พวกเราจับตัวนักเวทย์ได้ และให้เขายืนยันแล้วว่ามันเป็นโรคต้องสาปเลเวล 8 ครับ.. พวกเราก็เลยไปที่กิลด์เพื่อขอให้พวกเขาหาดวงตาให้.. นี่ก็ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่พวกเรายังไม่ได้มันมาเลยสักอัน.. แถมพวกเรายังเจอนักต้มตุ๋นอย่างไม่ขาดสาย พวกเราแทบจะหมดความหวังอยู่แล้ว " (เรมแบรนดท์)

[ แล้วนักเวทย์คนนั้นหล่ะครับ? ]

" พวกเราพยายามรีดข้อมูลจากเขาแล้ว แต่เขายืนยันว่าคำสาปของเขานั้นสมบูรณ์แบบ.. และ 'จนถึงท้ายที่สุด' เขาก็ยังไม่ยอมบอกอะไรพวกเราเลย นอกจากเลเวลของโรคต้องสาปเท่านั้น " (เรมแบรนดท์)

จนถึงท้ายที่สุดงั้นเหรอ? หมายความว่าเขาไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วสินะ.. การทำธุรกิจมันน่ากลัวจริงๆ

[ แสดงว่า พวกคุณกำลังใช้ยาอีลิกเซียร์เพื่อต่อต้านคำสาป ระหว่างนั้นก็ตามหาดวงตาสินะครับ? แล้วทำไมพวกคุณถึงตกเป็นเป้าให้นักเวทย์คนนั้นหล่ะครับ? ]

ผมคิดว่ามันเป็นคำถามง่ายๆซะอีก แต่คุณเรมแบรนดท์กลับส่ายหัวไปมา.. หลังจากที่ฟังพวกเขาพูด ดูเหมือนว่าเลเวล 8 จะสูงน่าดู สำหรับคนที่ต้องบริหารบริษัทขนาดใหญ่แบบนี้ โอกาสที่จะโดนมุ้งร้ายก็สูงตามไปด้วย.. แสดงว่า สาเหตุมาจากความแค้นส่วนตัวงั้นเหรอ?

" ... เพราะบริษัทมีขนาดใหญ่นั้นแหละ การจะเลี่ยงประสงค์ร้ายมันแทบเป็นไปไม่ได้เลย.. คู่แข่งทางธุรกิจที่อยากจะ กลายมาเป็น 'คู่หู' กับผม มีมากกว่าห้าหมื่นราย.. มันเป็นจำนวนที่มากเกินกว่าจะหาตัวคนจ้างวานจริงๆเจอ " (เรมแบรนดท์)

" แต่ว่าท่านชายครับ! การเล็งเป้าไปที่ท่านหญิงและคุณหนูแทนท่าน มันเกินกว่าคำว่าขี้ขลาดอีกครับ! "

" หลังจากเห็นว่าตัวผม ได้รับการคุ้มครองจากบอดี้การ์ดอย่างแน่นหนา.. เขาเลยได้ข้อสรุปว่า ไม่สามารถทำอะไรตัวผมได้ เขาก็เลยจำเป็นต้องหันไปเล่นงานภรรยาและลูกสาวของผมแทน.. มันเพราะความสะเพร่าของผมเอง ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น " (เรมแบรนดท์)

ในทางธุรกิจเช่นกัน เมื่อสิ่งที่คุณต้องทำมีมากขึ้นเรื่อยๆ คุณก็จะเข้าสู่โลกที่ใกล้เคียงการเมืองมากขึ้น.. 

ภรรยากับลูกของเขาตกเป็นเป้าหมายแทนงั้นเหรอ? ผมนึกสภาพความเจ็บปวดของใครสักคน ที่ต้องเฝ้ามองครอบครอบของตัวเองทรมานตลอด 3 เดือนไม่ได้เลย.. ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าคู่แข่งธุรกิจของเขาอยู่ตรงหน้า เขายิ่งไม่เหลือความมั่นใจในตัวเอง ที่จะควบคุมสถานการณ์เวลาต่อรองเลยด้วยซ้ำ

คนที่ชื่อเรมแบรนดท์คนนี้ ตอนแรกผมคิดว่าเขาเป็นคนโอ่อ่าที่คิดอะไรก่อนทำเสมอซะอีก.. แต่เขากลับเป็นคนที่ใจเย็นเหลือเชื่อเลย

ตอนนี้มีบรรยากาศที่หนักอึ้ง ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนเงียบสนิท

พวกเราไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้สินะ.. พูดง่ายๆก็คือ มีใครสักคนข้างนอกนั่น ต้องการที่จะทำให้คุณเรมแบรนดท์รู้สึกเจ็บปวด

มันไม่มีคำสั่งทำนอง 'ถ้าแกอยากจะรักษาพวกเขา....' เลยสักนิด.. แต่มันกลับเป็นคำสาปที่หวังจะให้ผู้ถูกสาปตายทั้งเป็นโดยไม่หวังผลอื่นๆ.. น่ารังเกียจจริงๆ

" เมื่อไม่นานนี้.. ทั้งภรรยาและลูกสาวทั้งสองคนของผม เริ่มพูดว่า 'อยากตาย' กันบ่อยขึ้น.. ผมต้องจมอยู่กับความสิ้นหวังอยู่นานทีเดียว.. แต่ด้วยสิ่งนี้ พวกเราก็ขยับมาได้อีกก้าวหนึ่งแล้ว " (เรมแบรนดท์)

เรมแบรนดท์เงยหน้าขึ้นแล้วจ้องมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้ม.. สีหน้าของเขาบ่งบอกว่า เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคที่สิ้นหวังและยากลำบากมามากมาย

อาจจะเป็นเพราะเขาดูไม่มีชีวิตชีวา แต่ผมสังเกตุเห็นหนวดของเขาดูร่าเริงขึ้นมาเล็กน้อย

หวังที่จะตายงั้นเหรอ? ถ้าครอบครัวของผมตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้บ้าง..... อึก! อย่า! ไม่ดีแล้ว! อย่าคิดถึงมัน!

[ ขยับมาได้อีกก้าวหนึ่งเหรอครับ? ]

" เพื่อที่จะสร้างอีลิกเซียร์สำหรับคนหนึ่งคน พวกเราจำเป็นต้องใช้ดวงตา 1 คู่.. ผมเตรียมวัตถุดิบย่อยอื่นๆไว้มากพอสำหรับคน 3 คนแล้ว.. แต่ด้วยสิ่งนี้ อย่างน้อยผมก็สามารถช่วยได้ 1 คน " (เรมแบรนดท์)

เขารวบรวมวัตถุดิบย่อยอื่นๆไว้ล่วงหน้าแล้วงั้นเหรอ? สิ่งสุดท้ายที่เขาต้องการก็คือวัตถุดิบหายากนี่สินะ ส่วนตัวคำสาป ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหายไปเองเลยสักนิด

แบบนี้จะเรียกมันว่า ขยับมาได้อีกก้าวหนึ่ง ก็ไม่แปลกหรอก.. อย่างน้อยก็ยื้อชีวิตของพวกเขาได้

[ ยินดีด้วยนะครับ.. แล้ววิธีที่จะใช้สร้างอีลิกเซียร์ทิพย์ ปลอดภัยเหรอครับ? ]

" ปลอดภัยครับ มีนักผจญภัยเลเวลสูงอยู่หลายคนในซึเงะ.. ถ้าหากพวกเรามีสูตรและส่วนผสมพร้อมหล่ะก็ หานักเล่นแร่แปรธาตุเลเวล 80 ให้ได้สักคน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วครับ " (เรมแบรนดท์)

หืม? แม้ว่ามันจะเป็นอีลิกเซียร์ชั้นดี มันกลับถูกสร้างได้ด้วยคนทั่วไปเหรอเนี่ย

[ การหาสูตรและรวบรวมวัตถุดิบ คงจะเหนื่อยมากแน่ๆ ]

" ใช่ครับ.. ในกรณีนี้ เนื่องจากพวกเรามีสูตรและวัตถุดิบเตรียมไว้พร้อมสำหรับการสร้างทิพย์แล้ว เงื่อนไขมันดีซะจนพวกเราสามารถเรียกเงินจากนักเล่นแร่แปรธาตุได้เลยด้วยซ้ำ.. แต่ดูจากสถานการณ์แล้ว พวกเราคิดจะให้มันเป็นเพียงภารกิจธรรมดาครับ "

ถ้าฟังจากที่คุณพ่อบ้านพูดแล้ว หมายความว่าขั้นตอนการผลิตอีลิกเซียร์เอง ก็มีมูลค่ามากพอสมควรสินะ.. มันก็แน่อยู่แล้วหล่ะ ถ้าผู้เชี่ยวชาญสร้างมันได้ คนสร้างเองก็ต้องจำได้เหมือนกันว่าสร้างมันขึ้นมาได้ยังไง

จะต้องมีคนอีกมากแน่ๆ ที่อยากจะรู้ขั้นตอนการสร้างอีลิกเซียร์ขั้นสูงนี้.. วัตถุดิบอาจจะหายากนิดหน่อย แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้าเอามันไปขายจะได้ราคาอย่างงาม

หือ? ในเมื่อเป็นแบบนี้ ถ้าผมกลับไปเมื่อไหร่ ผมควรจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับเด็กหนุ่มคนนั้นสินะ.. หรือคุยกับพวกมิโอะและอาร์เกะดี? ไม่สิ ไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นแหละดีแล้ว.. มิโอะมีนิสัยประหลาดเกินไป ถ้าพามาด้วยอาจเกิดปัญหาตามมาได้.. ส่วนพวกอาร์เกะก็ยังปลอมตัวเป็นคนไม่ได้

ถ้าดูจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว การขอสูตรกลับไปสร้างเองก็ไม่น่าจะเป็นไปได้.. จริงๆผมไม่ควรฝืนคิดด้วยซ้ำ ถ้าเด็กหนุ่มคนนั้นสามารถทำได้ ก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร

ในเมื่อจะสร้างอีลิเซียร์อยู่แล้ว ผมควรจะอยู่ดูวิธีการสร้างด้วยดีไหมนะ? ถ้าแค่ยืนมองเฉยๆ โทโมเอะก็น่าจะสามารถแปลงความทรงจำออกมาเป็นเทปบันทึกได้.. พูดง่ายๆก็คือ ความทรงจำของผมมันไม่มีคำว่าส่วนตัวอีกแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า..ๆๆๆ

[ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมขอดูขั้นตอนการสร้างอีลิกเซียร์ด้วยได้ไหมครับ? ผมมีความรู้ด้านเวทมนตร์น้อยก็จริง แต่มันก็ยังเป็นคำสาปชนิดหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างการสร้างอีลิกเซียร์ ]

" อืม... เรื่องนั้น... " (เรมแบรนดท์)

บางทีเขาอาจจะไม่อยากให้ผมเห็นสภาพครอบครัวของเขาซึ่งกำลังทรมานอยู่ หรือไม่ก็กลัวว่าวิธีการสร้างอีลิกเซียร์จะขยายวงกว้างขึ้นโดยไม่จำเป็น.. ตอนนี้เขากำลังไตร่ตรองอะไรบางอย่างอยู่

แต่ยังไงคำตอบมันก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะผมยังซ่อนไพ่ไว้อีก 2 ใบยังไงหล่ะ!

[ ผมวางแผนว่าจะกลับคืนนี้ แต่ผมมีเพื่อนซึ่งมีอาชีพเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอยู่ครับ.. จะสะดวกกว่าไหมครับ ถ้าผมพาเขามาสร้างอีลิกเซียร์ด้วยตัวเอง? ]

" โอ้! "

ถ้าหากเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุ พวกเราก็ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว!

แบบนี้พวกเราก็ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่กิลด์ แล้วรอคนมารับภารกิจสินะ!

คือสิ่งที่ผมได้ยินพวกเขาพูดด้วยความปิติยินดี.. เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ต้องออกไปเผชิญอันตรายใดๆ แถมยังได้งานราคาดีมาครองอีกด้วย

[ แล้วก็.. ]

เมื่อพูดแบบนั้น ผมก็หยิบก้อนสีแดงบางอย่างออกมาจากกระเป๋าอีกหลายอัน แล้ววางมันลงไว้บนโต๊ะ.. พวกเขามีกันหนึ่งอันแล้วก็จริง แต่โอกาสได้มันมานั้นค่อนข้างต่ำ เลยไม่ทันคิดว่าผมมีอีกหลายอันสินะ! ผมก็แค่หยิบมันออกมาโชว์ง่ายๆแบบนี้แหละ

ห้องรับแขกถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงัดอีกครั้ง ตาดำของพวกเขากลายเป็นจุดเล็กๆไปแล้ว.. ตอนนี้ผมกำลังพยายามยิ้มอย่างอ่อนโยนอยู่ แม้จริงๆแล้วผมจะอยากเผยรอยยิ้มกว้างๆก็ตามที.. ผมพยายามฝืนใจตัวเอง

[ ในส่วนของดวงตา ผมมีมันเท่ากับจำนวนที่ต้องการครับ.. เท่านี้ภารกิจก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ใช่ไหมครับ? ]

ในชั่วอึดใจ

ชายสูงอายุทั้งสองคนก็โหมเข้ากอดกันพร้อมกับเสียงร้องไห้ที่ดังก้องไปทั่วห้อง

ด้วยเสียงร้องไห้ของพวกเขา ทำให้พนักงานคนอื่นๆรีบวิ่งมายังห้องรับแขก.. คนที่ทราบถึงสถานการณ์แล้ว ร่างของพวกเขาทรุดลงไปกับพื้น.. ร้องไห้.. แล้วก็กอดกัน

มันเป็นภาพที่ทำให้ผมเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่า.. พนักงานของบริษัทเรมแบรนดท์ รักในตัวเรมแบรนดท์มากจริงๆ

เมื่อผมรอจนสถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติ พวกเขาก็ขอบคุณผมกันยกใหญ่

'พรุ่งนี้ผมจะพาตัวนักเล่นแร่แปรธาตุมาที่นี่' ผมบอกพวกเขาไปแบบนั้น และหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมแล้ว ผมก็เดินออกมาจากร้าน.. ขณะที่เดินออกมา ทั้งเรมแบรนดท์และพนักงานของเขา ต่างโบกมืออำลาผมกันอย่างโอ่อ่า

แน่นอนว่า ผมตกเป็นเป้าสายตาของคนบนถนนเลยครับ!

ไม่รู้ว่าทำได้ยังไง แต่ในที่สุดผมก็สามารถเดินหนีออกมาได้ เสร็จแล้วก็เดินทางไปยังที่หมายต่อไป ซึ่งก็คือกิลด์ผู้ประกอบการ

ท้องฟ้าเริ่มที่จะกลายเป็นสีแดงแล้ว..

อีกไม่นานก็คงจะกลายเป็นท้องฟ้ายามเย็น.. แต่ถึงแบบนั้น วันของผมก็ยังดำเนินต่อไป




NEKOPOST.NET