[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 29 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.29 - ค่ำคืนที่ดีที่สุดตั้งแต่ถูกส่งมาโลกใหม่


[ นะ-นี่มัน.. ] (มาโกโตะ)

มือของผมสั่นไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

ตอนนี้คือช่วงเวลา 19:00 ในตอนกลางคืน.. เป็นช่วงเวลาประจวบเหมาะ ที่คนทั่วๆไปจะรู้สึกหิว

หลังจากแบ่งสัมภาระกันอย่างรวดเร็ว ผมก็ได้เลือกโรงแรมที่จะเช่า เสร็จแล้วก็เดินไปรอบๆเมือง

ในตอนนั้น ผมเดินไปตรวจสอบสินค้าในร้านค้ามากมายในตัวเมือง พร้อมๆกับเดินชมเมืองไปในตัวด้วย จนในที่สุดก็กลับมาที่โรงแรม.. สักพักหนึ่ง พวกเราก็ได้รับการติดต่อมาจากทางกิลด์การ์ด ซึ่งคุณโทอามอบให้แก่พวกเรา

เมื่อผมกดลงไปในตำแหน่งที่กำลังกระพริบ ก็ได้มีข้อความถูกเขียนขึ้นมากลางอากาศ 

ดูเหมือนว่าวิธีการสื่อสารด้วยการเขียนของผม จะถูกนำไปใช้ทั่วโลกอยู่ก่อนแล้วสินะ? ความบังเอิญมันช่างน่ากลัวจริงๆ

มันเริ่มเข้าใกล้เส้นทางการดำเนินเรื่อง ในรูปแบบแฟนตาซีมากขึ้นทุกทีแล้ว

ส่วนโทโมเอะนั้นยังไม่ได้กลับมา

สำหรับงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้นในคืนนี้ มันคงจะดีกว่าถ้าหากเธอไม่ได้อยู่ร่วมด้วย ดังนั้นมันค่อนข้างจะส่งผลประโยชน์ต่อตัวผมไม่มากก็น้อย

พวกเรายืนยันตำแหน่งของร้านอาหารที่จะจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างเร่งรีบ แล้วก็เดินออกมาจากโรงแรมอีกครั้ง

ยังไงก็ตาม พวกเราจะดูถูกกิลด์การ์ดพวกนั้นไม่ได้เลย

มันมีฟังก์ชันบางอย่าง ติดมาพร้อมกับการ์ดของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางกิลด์ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างเช่นถ้าหากมันมีสถานการณ์บางอย่าง ที่ทางกิลด์จำเป็นจะต้องยึดเงินของคุณไป ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้รับเงินคืนกลับมา แต่คุณจะยังสามารถใช้การ์ดของคุณในการซื้อสินค้าต่างๆได้.. นี่มันบัตรเดบิตชัดๆเลย

แล้วคุณก็สามารถส่งข้อความในระยะทางที่จำกัด ให้แก่คนที่เป็นสมาชิกของกิลด์และกำลังเดินไปมาอยู่ในตัวเมืองได้อีกด้วย.. อุปกรณ์สื่อสารไร้สายในโลกของดาบและเวทมนตร์!

การที่คุณสามารถสื่อสารด้วยเสียงและการเขียนระยะไกลได้ มันน่าประทับใจมากจริงๆ

แล้วยังมีอีกฟังก์ชันหนึ่งที่ทำให้ผมตกใจ คือระบบอ้างอิงและแสดงข้อมูล

มาโมโนะและวัตถุดิบหลากหลายชนิด จากแร่ไปจนถึงพืช.. ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในการ์ดมันมีมากมายนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าอยากรู้อะไรก็มาหาเอาในนี้ได้เลย

ทุกๆคนครับ! การจะได้รับฟังก์ชันพวกนี้ ต้องเสียค่าธรรมเนียมนิดเดียวเท่านั้นเองครับ! พวกคุณควรจะเอาเป็นแบบอย่างบ้างนะครับ บริษัทขายโทรศัพท์มือถือ!

แถมการบริการก็ยังไม่มีค่าธรรมเนียมตายตัวอีก.. อาจต้องจ่ายนิดหน่อยก็จริง แต่มันก็ถูกซะจนเหมือนกับว่าไม่ต้องจ่ายอะไรเลยด้วยซ้ำ! นี่มันเอาใจผู้บริโภคเกินไปแล้ว!

ถ้าหากผมไปที่กิลด์ครั้งต่อไป ผมควรจะถามข้อมูลเกี่ยวกับฟังก์ชั่นพวกนี้ให้ละเอียดมากขึ้นสินะ

นี่คือสิ่งที่ผมได้ยินมาจากคุณโทอา ในตอนที่เธอขอให้ผมติดต่อไปหาเธอ.. ดูเหมือนว่ามันจะมีการบริการระดับพรีเมี่ยม ที่จะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น.. ฟังก์ชันของมันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น ตามแรงค์ของคุณอีกด้วย!

ไม่ดีแล้วๆ.. เหมือนผมจะถูกครอบงำซะแล้ว..

แต่โทรศัพท์มือถือน่ะ เป็นสิ่งที่ผมค่อนข้างติดมากในโลกใบเดิม.. ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกดีใจขึ้นมานิดหน่อยที่ได้รู้ว่ามีอะไรคล้ายๆกันอยู่ที่โลกใบนี้ด้วย

แต่ด้วยเหตุผลนี้ แล้วก็เหตุผลนั้น.. คุณโทอาเลยให้พวกเรายืมกิลด์การ์ดของเธอ เพื่อให้พวกเราสามารถนัดเจอกับพวกเขาได้โดยไม่หลงทาง

กิลด์การ์ดมันเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับเธอมากนี่นา ผมควรจะขอบคุณเธอ

จริงๆแล้วเธอก็ลังเลนิดหน่อยนะ ที่จะเอามันให้กับพวกเรา แต่ว่า..

ถ้าหากเป็นผม ผมคงจะไม่ยอมให้ใครยืมมือถือของผมแน่ๆ

ตอนนี้มิโอะกำลังเดินไปพร้อมกับผม พวกเราเดินผ่านถนนซึ่งสองข้างทางเต็มไปด้วยกลิ่นอันหอมหวล

มันคือกลิ่นของอาหาร.. พูดให้ถูกกว่านี้ก็คือ กลิ่นของการทำอาหาร

หญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆผม มองไปมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น.. เธอเดินตามผมมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พร้อมๆกับถูกอาหารหลากหลายชนิดรอบๆตัวครอบงำจิตใจจากกลิ่นที่โชยมา

เมื่อเดินมาถึงบริเวณที่มีกลิ่นอันหอมหวานบางอย่าง พวกเรามองเห็นป้ายซึ่งมีกระดูกของสัตว์ร้าย และข้อความที่เขียนว่า 'เนื้อหั่น' ถูกเขียนอยู่บนป้าย.. นี่คือจุดนัดพบ

ชื่อร้านนั้นเขียนตรงไปตรงมา ผมค่อนข้างชอบชื่อแบบนี้มากเลย

และหลังจากที่พวกเราเดินเข้าไป ผมก็มองเห็นพวกเขา

พวกเขาอาบน้ำแล้วก็เตรียมตัวกันพร้อมแล้ว?

พวกเขาทุกคนสวมใส่เครื่องแต่งกายแบบง่ายๆ ซึ่งไม่มีอุปกรณ์และชุดเกราะที่เกี่ยวข้องกับนักผจญภัยเลย

... อืม~ พวกเขามีรสนิยมดีกันทุกคนเลยเหรอ?!

หรือเป็นเพราะว่า.. หนุ่มหล่อและสาวสวยจะดูดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะใส่อะไรก็ตาม? ไม่ยุติธรรมสำหรับผมเลย!

ผมเองก็ควรจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกัน.. จริงด้วยสิ.. ผมไม่มีชุดที่ใช้สำหรับเดินในเมืองหรือว่าออกล่าเลยนี่นา

ผมควรจะไปหาซื้อตอนที่ยังอยู่ในเมืองนี้ดีไหมนะ? ในอนาคต ผมอาจจะได้ไปร่วมงานเลี้ยงยามราตรี หรือไม่ก็การติดต่อพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจอะไรสักอย่างก็ได้ ดังนั้นเสื้อผ้าน่าจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน

อย่างน้อยที่สุด ผมอยากจะสร้างภาพลักษณ์ของการแต่งตัวให้ดูดี เพื่อใช้มันหักล้างกับใบหน้าของผม

แต่ยังไงผมก็ยังมีท่าไม้ตายเก็บไว้อยู่นะ ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร.. ผมเรียกมันว่า 'ปล่อยทุกอย่างให้เสมียนจัดการ'

แต่ว่านะ.. ผมไม่รู้เลยว่าโลกนี้เขานิยมแต่งตัวกันยังไง! เพราะไม่ว่าพวกเขาจะใส่อะไร พวกเขาก็ยังคงหล่อและสวยกันมากอยู่ดี! มันอาจจะเป็นเพราะว่า ผมมีดวงตาไว้ตรวจจับความสวยงามก็ได้

จากระยะของสายตา ผมมองเห็นอาหารและเครื่องดื่มถูกเตรียมไว้รอแล้ว.. ผมเดินไปหาจุดที่พวกเขาอยู่ด้วยการเดินที่ไม่ค่อยมั่นคง

เพราะอาหารที่วางอยู่ตรงนั้น ผมเห็น 'สิ่งนั้น' วางอยู่.. ผมเคยคิดแต่เพียงว่า จะได้เห็นมันแค่ในความฝันเท่านั้น.. แค่ชื่อของร้านก็ทำให้ความคาดหวังของผมสูงขึ้นมากแล้วนะ.. แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเขาจะมีอะไรแบบนี้!

.. ผมกลับมาสู่ความจริงอีกครั้ง

สิ่งที่อยู่ในมือของผม.. 

มันคือ!

เนื้อมังงะ!
[*Manga Meat: น่าจะเป็นเนื้อที่มีหน้าตาเหมือนในมังงะ/การ์ตูน/อนิเมะ อะไรทำนองนั้นมั้งครับ? ที่เป็นกระดูกแล้วมีเนื้อก้อนโตๆอยู่ตรงกลาง]

สิ่งที่ลูกผู้ชายทุกคนใฝ่ฝัน!

ไม่สิ.. สิ่งที่มวลมนุษยชาติใฝ่ฝัน!

" โอ้! สุดดยอดดดดด! " (มาโกโตะ)

ผมทนอยู่นิ่งๆโดยไม่โวยวายไม่ไหวแล้ว! ปฏิหาริย์จริงๆ! ผมดีใจจริงๆที่ผมถูกส่งมายังโลกแห่งนี้!

" คุณไรโด คุณชอบมันมากเลยเหรอคะ? " (โทอา)

เธอไม่เข้าใจความหมายในสิ่งที่ผมพูดออกมาหรอก(ขอบคุณมากแมลง) แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเดาได้ว่าผมมีความสุขมากแค่ไหน

[ ในประเทศของผม มันเป็นอาหารที่น่าหลงใหลมากเลยหล่ะ ] (มาโกโตะ)

" อ๋า.. ขอบคุณคะ.. ฮี่~ แต่ว่าที่นี่.. มันค่อนข้างเป็นอาหารที่ธรรมดามากเลยนะค่ะ " (โทอา)

เธอกำลังมองมาที่ผมด้วยความสงสัย คนอื่นๆเองก็เช่นกัน

ว่าแต่.. ผมไม่รู้สึกเลยนะว่า คนที่เป็นเผ่าเอล์ฟจะชอบกินอาหารจำพวกเนื้อ? แล้วก็เผ่าดวอร์ฟไม่ได้มีปัญหาเกี่ยวกับความเชื่อหรอกเหรอ?

แต่พวกเขากินมันได้อย่างปกติ? หมายความว่า.. ที่แห่งนี้ผมสามารถกินเนื้อมังงะได้เต็มที่เลยสินะ!

อร่อยเหาะไปเลย! ไม่สิ.. ผมยังไม่ได้กินมันเลย.. ถ้าหากมันรสชาติห่วยแตกหล่ะก็ ผมจะอาละวาดแน่ๆ คอยดู!

[ งั้นเหรอ.. แต่ผมชอบมันมากๆเลยหล่ะ! ผมรู้สึกได้เลยว่า คืนนี้จะต้องสนุกมากแน่ๆเลย! ] (มาโกโตะ)

ผมวางเนื้อไว้ที่เดิมชั่วคราว.. พวกเราเดินไปยังที่นั่ง ซึ่งถูกจองไว้ด้วยพวกเราที่ร้านแห่งนั้น

ที่นั่งซึ่งถูกเรียงขนานกันสองแถว แถวนอกนั้นมีรินอนและเอล์ฟหญิงนั่งอยู่.. ทางฝั่งของรินอนนั้น ดูเป็นสุขมากเลย

... สักวันหนึ่ง ผมอยากจะหาเพื่อนสักคน ที่อยู่ด้วยแล้วไม่ได้เป็นสุขแค่ภายนอก แต่เป็นสุขทั้งภายใน..

ผมนั่งลงตรงนั้น

" เอาหล่ะ! ในเมื่อทั้งสองคนมาถึงที่นี่แล้ว ก็เริ่มงานเลี้ยงกันเถอะ! "

" โอ้~! "

" หิวมากเลย! "

" ...เหมือนกัน หิวมาก "

" ท้องของรินอนร้องมานานแล้วค่ะ! " (รินอน)

วิธีการพูดของรินอน มันทำให้ผมนึกถึงเผ่าพันธุ์เอล์ฟตัวเล็กๆ

" ถ้าอย่างนั้น.. สำหรับการเดินทางมาถึงซึเงะ และการพบกันของพวกเรากับคุณโรโดและท่านมิโอะ! คัมปาย! " (โทอา)

" คัมปาย! "

และงานเลี้ยงฉลองก็ได้เริ่มขึ้น

แน่นอนว่าผมไปหยิบเนื้อมาแล้ว ส่วนเครื่องดื่มก็คือสาเก ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับเบียร์.. มันเรียกว่าเอลรึเปล่านะ?

ยังไงก็ช่างเถอะ เพราะมันเป็นแอลกอฮอร์ที่ถูกปากผมมากเลย

ที่โลกนี้ อายุเท่าไหร่ถึงจะดื่มแอลกอฮอร์ได้กันนะ? ประเทศก็แตกต่าง เผ่าพันธุ์เองก็เช่นกัน.. ผมเลยไม่รู้ว่าควรจะใช้อะไรเป็นตัวอ้างอิงดี

ในอีกความหมายหนึ่งคือ คุณจะทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการงั้นเหรอ? คิดแบบนี้น่าจะสมเหตุสมผลที่สุดสินะ

ผมกัดเนื้อแห่งความฝันเข้าไปเต็มปาก

*กรวม

นี่มัน... อร่อย! อร่อยมาก! โคตรอร่อยยยยย~!

ว้าว.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ทั้งหน้าตาแล้วก็รสชาติ จะสูงถึงระดับตำนานได้ขนาดนี้! ด้วยอาหารประเภทนี้ ผมคงจะต้องพูดกับมีดและส้อมว่า 'ลาก่อน' สินะ เพราะผมคงจะไม่ได้ใช้พวกมันอีกแล้ว!

แย่แล้ว.. ผมปลื้มใจมากจนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา..

" คุณไรโด กำลังร้องไห้อยู่เหรอครับ?! "

ชายหนุ่มกล่าว.. ความรู้สึกที่เป็นสุขถึงขนาดนี้ คนอื่นๆบนโลกนี้ก็ไม่มีวันเข้าใจหรอก

น้ำตาแต่ละหยดนี้ มีแต่ผมเท่านั้นที่จะเข้าใจ

[ เหมือนที่ผมบอกไปเมื่อกี้.. ในประเทศของผม อาหารชนิดนี้คือความฝันของพวกเรา.. ยังไงก็ตาม นี่ถือเป็นครั้งแรกเลยที่ผมได้ลองกินเนื้อชนิดนี้! ผมรู้สึกตื้นตันใจมากจนถึงกับร้องไห้ออกมา... ขอโทษด้วยนะครับ ] (มาโกโตะ)

ผมยกสาเกที่เหมือนกับเบียร์ขึ้นมาดื่มอีกครั้ง.. โอ้! ความรู้สึกมันกระจายไปทั่วร่างเลย!

และหลังจากนั้น ผมก็หยิบเนื้อดังกล่าวขึ้นมาถือทั้งสองข้าง และเริ่มกิน!

[ มิโอะ ได้โปรดสั่งเนื้อชนิดนี้มาเพิ่มให้ที ] (มาโกโตะ)

หลังจากเขียนบอกมิโอะไปแบบนั้น ผมก็เริ่มกินต่อไป แล้วก็ต่อไป...

" ช่างเป็นวิธีการกินที่สุดยอดจริงๆ.. "

" คุณชอบมันมากจนร้องไห้เลยเหรอ? "

" ...เป็นวิธีการกินที่หยาบคายจริงๆ "

" ฉันเข้าใจค่ะว่าอยากจะสั่งเพิ่ม แต่ว่าฉันเองก็อยากจะกินเนื้อแบบนั้นบ้างเหมือนกันนะคะ.. เหลือไว้ให้ฉันกินบ้าง?! " (มิโอะ)

บ้ารึเปล่า ยังไงเธอก็กำลังจะไปสั่งเพิ่มอยู่แล้ว ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ.. แถมตรงนั้นก็ยังมีสลัดจานยักษ์ เนื้อ อาหารทะเล แล้วก็อื่นๆอีกเยอะเลยไม่ใช่เหรอ?

ในจำนวนนั้นมีอาหารอื่นๆอีก ที่ผมจัดอันดับว่า 'โคตรอยากกินเลย~!' เพราะมันหน้าตาเหมือนอาหารในอนิเมะและมังงะ!

อ่า~ ผมมีความสุขจริงๆเลย~

" อ่าฮะๆ! วิธีการกินของเขามันเจ๋งสุดๆไปเลย! ขนาดในหมู่ดวอร์ฟเองยังไม่มีใครกินแบบนั้นเลย! วันนี้ฉันก็จะขอกินด้วยแล้วกัน! ขอเป็นคนเลี้ยงทั้งหมดเอง! "

พูดแบบนั้นคิดจะจ่ายค่าอาหารทั้งหมดเองเหรอครับ คุณดวอร์ฟสาว? จริงๆผมวางแผนไว้ว่า จะเป็นคนจ่ายเองทั้งหมดนะ

" ไม่ปล่อยให้เธอจ่ายคนเดียวหรอก.. ในสถานการณ์แบบนี้ พวกเราน่าจะหารสี่กันมากกว่านะ เพื่อตอบแทนและขอบคุณ สิ่งที่ท่านมิโอะและคุณไรโดมอบให้แก่พวกเรา "

" จริงด้วยสิ เป็นความคิดที่เจ๋งไปเลย! โอเค! ชนแก้วแล้วกินกันเถอะ! "

ดวอร์ฟสาวคนนี้ร่าเริงจริงๆเลยแฮะ

...หืม? ผมรู้สึกได้ว่ามีคนกำลังจ้องผมอยู่?

มิโอะ..? ไม่สิ.. มาจากเอล์ฟสาวหรอกเหรอ?

ตอนนี้มิโอะกำลังกินเนื้ออย่างเอร็ดอร่อยอยู่เต็มกระพุ้งแก้ม พร้อมๆกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข.. แถมเธอก็สดไปแล้ว 3 แก้วอีกต่างหาก และจานของเธอเองก็มีอาหารอยู่หลากหลายชนิด เธอคงจะมีความสุขมากสินะ แต่ก็ดีแล้วหล่ะ..

ยังไงก็ตาม.. หรือว่ามารยาทในการกินอาหารของผมจะแย่ในสายตาของคุณเอล์ฟ? แต่การที่จะต้องมากินเนื้อมังงะด้วยส้อมและมีด มันคือการดูหมิ่นเนื้อมังงะชัดๆ!

[ มีอะไรเหรอ? ] (มาโกโตะ)

ผมถามเอล์ฟสาวไปโดยไม่ได้ชะลอการกินลงเลยแม้แต่น้อย

ผมเคยพูดไปแล้ว แต่อยากจะขอพูดอีกครั้ง.. การสื่อสารด้วยการเขียนนี่มันสะดวกสบายอย่างไม่น่าเชื่อเลย! ถ้าหากอีกฝ่ายสามารถเข้าใจภาษาเขียนได้ มันก็ไม่มีข้อเสียอื่นอีกแล้ว มีแต่ข้อดีทั้งนั้น!

เนื้อบางๆที่อยู่ตรงขอบของสลัดนี้อร่อยจริงๆ~! ส่วนอันนี้ที่หน้าตาเหมือนกับเนื้อบดในแฮมเบอร์เกอร์ก็อร่อยเหมือนกัน~! ผักแท่งที่เป็นอาหารว่างก็อร่อยมาก~! แล้วก็อะไรสักอย่างที่เหมือนกับกะหล่ำมะนาวจีน* ก็อร่อยจนเกือบขาดใจตาย! ผัดเปรี้ยวหวานนี่ก็มีรสชาติสมดุลกันอย่างสมบูรณ์แบบ!
[*คืออะไรไม่รู้ครับ ผมไม่รู้จัก ก็เลยแปลตรงตัวเลย > lemon Chinese cabbage ]

ส่วนอาหารที่เหมือนกับของทอดพวกนี้ผมไม่รู้จักมาก่อนเลย แต่ผมไม่สนหรอก เพราะยังไงมันก็ยังอร่อยอยู่ดี~! อ่า.. มีความสุขจัง

" ... คุณเป็นคนที่ลึกลับดี "

[ หืม~ ?] (มาโกโตะ)

" ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นพ่อค้า คุณกลับทำตัวเหมือนนักผจญภัยมากกว่า แต่ถึงแบบนั้นคุณก็ไม่ได้สนใจเงินทอง.. แถมคุณซึ่งมีเลเวลแค่ 1 ยังแข็งแกร่งกว่าพวกเราอีก.. มั้งนะ "

" คุณคงเติบโตมากับสภาพแวดล้อมที่แปลกกว่าปกติสินะ? "

รู้สึกว่าโลกใบเดิมของผม จะมีแรงโน้มถ่วงมากกว่าโลกนี้ 10 เท่านะ แต่ผมก็ไม่รู้สึกถึงความแตกต่างอยู่ดี!

" คุณมีเงินและอำนาจ แต่ฉันกลับไม่รู้สึกถึงความโลภหรือความงกจากจิตใจคุณเลย.. ฉันรู้สึกว่าคุณเบาบาง.. เหมือนกับไร้ตัวตน? หรืออะไรบางสิ่งทำนองนั้นหล่ะมั้ง? "

[ แรงไปหน่อยรึเปล่า? ] (มาโกโตะ)

เธอกำลังชมผมเหรอ? แต่เธอยังไม่เห็นผมเป็นมนุษย์เลยด้วยซ้ำ! แถมยังเรียกผมว่า 'บางสิ่ง' ในตอนท้ายอีกด้วย!

" ขอโทษทีค่ะ.. คุณไม่ใช่ 'บางสิ่ง' แต่คุณก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากเหล่ามหนุษย์อยู่ดี.. ขณะเดียวกัน คุณก็ให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตเช่นกัน "

เธอขอโทษผม แต่สิ่งที่เธอเสริมเข้ามามันแรงกว่าประโยคแรกอีก! โลกนี้มันจะไร้เหตุผลเกินไปแล้วโว้ย!

เมื่อผมหันไปมองทางอื่น ผมเห็นดวอร์ฟสาวกำลังยัดเยียดให้ชายหนุ่มคนนั้นดื่มสาเกอยู่.. ส่วนคุณโทอากำลังจัดเตรียมอาหารให้รินอนขณะที่ตัวเองก็กำลังกินอยู่เช่นกัน.. รินอนเรียนรู้จากเรื่องนั้น และดื่มน้ำผลไม้แทนสาเก

อย่างที่เห็น เธอมีอายุเพียงแค่ 10 ขวบเท่านั้น ดังนั้นสาเกก็ไม่เหมาะกับคนอายุเท่าเธอเท่าไหร่.. แต่ถ้าหากสภาพแวดล้อมของเธอยังเป็นแบบนี้อยู่หล่ะก็ ไม่ว่าเธอจะสนใจแอลกอฮอร์หรือไม่ก็เถอะ ในอนาคตก็คงจะมีโอกาสหรือสถานการณ์ที่ทำให้เธอต้องดื่มมันอยู่ดี

" ยิ่งไปกว่านั้น ธนูนั่น.. มันคืออะไรกันแน่? "

[ เธอหมายความว่ายังไง ที่ว่า 'คืออะไร'? ] (มาโกโตะ)

" มันเป็นทักษะที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวแรกสุดตอนที่คุณกำลังตั้งท่ายิง.. แล้วท่าพักการยิงหลังจากนั้นก็ยิ่งไม่ปกติเข้าไปใหญ่เลย "

อ่า~ นั่นมันท่าเตรียมยิงเฉพาะของผม พูดให้ถูกก็คือ ท่าเตรียมยิงของนักธนู.. แต่สำหรับศิลปะการยิงในเชิงของการทำสงคราม มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้หรอก

[ นั่นเป็นวิธีของผม ในการตั้งสมาธิ ] (มาโกโตะ)

" ตั้งสมาธิ? คุณจะถูกอีกฝ่ายโจมตีใส่ก่อนนะ ถ้ามัวแต่ตั้งท่าอะไรแบบนั้น "

ผมควรจะพูดยังไงดี? มันไม่มีทางเลยที่เธอจะเข้าใจศิลปะการต่อสู้.. เอล์ฟคือเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในป่าใช่ไหม? ผมรู้สึกได้เลยว่า มาตรฐานของพวกเขาน่าจะต่างจากคนปกติ

แต่สติของผมในตอนนี้ กำลังจมอยู่กับรสชาติของอาหาร และฤทธิ์ของแอลกอฮอร์.. ผมเลยเผลอพูดหลุดปากออกไป

[ สิ่งที่ผมทำเรียกว่า คิวโด*.. มันเป็นศิลปะแขนงพิเศษ ที่สอนเรื่องของการใช้คันธนู และการฝึกฝนพละกำลังร่างกาย ] (มาโกโตะ) 
[*คิวโด = ทักษะ/กีฬายิงธนูญี่ปุ่น ]

" คิวโด? "

[ ใช่แล้ว มันไม่ได้ออกแบบมาไว้ใช้สำหรับต่อสู้ มันเป็นทักษะที่มีไว้ใช้สำหรับเรียนรู้การยิงและการเตรียมธนู เสร็จแล้วก็ยิงให้เข้าป้า ท่วงท่าต้องคำนึงถึงมารยาทด้วยเช่นกัน ] (มาโกโตะ)

" ฉันไม่เข้าใจค่ะ.. "

[ ก็ไม่แปลกหรอก มันพิเศษกว่าปกตินี่นา.. ถ้าหากเจาะลึกกว่านี้ มันเป็นศิลปะที่เสริมความเข็มแข็งให้กับจิตใจมากกว่าเทคนิค ท่วงท่าแรกตอนเตรียมยิงก็มาจากสิ่งนี้แหละ ] (มาโกโตะ)

" นั่นคือต้นกำเนิดของความรุนแรงในการยิง แล้วก็ความแม่นยำนั่นน่ะเหรอ? "

[ ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก แต่ก็ถูกต้องตามนั้น.. ] (มาโกโตะ)

" คิวโด... ไม่เคยรู้จักมาก่อนเลยค่ะ แต่มันดูสุดยอดมากๆ.. "

เอล์ฟสาวคนนี้มีอาหารจานหลักเป็นสลัด แต่ดูเหมือนว่าเธอก็จะกินพวกเนื้อบ้างนิดหน่อย.. ผมโล่งใจที่เธอเป็นคนที่สามารถกินได้ทั้งผักและเนื้อ

และดูเหมือนเธอจะค่อนข้างสนใจหัวข้อเกี่ยวกับการยิงธนูมาก.. แต่ความสนิทสนมของพวกเรามันเบาบางมาก จนผมไม่ทันรู้สึกตัว

ผมพึมพำพร้อมกับดื่มสาเกต่อไป ผมไม่รู้ว่าผมดื่มไปมากแค่ไหนแล้ว.. ที่ผมกำลังดื่มอยู่ตอนนี้มีน้ำสีแดงเข้ม สีของเบียร์มันเป็นแบบนี้อยู่แล้วเหรอ?

สิ่งที่ผมกำลังดื่มอยู่ตอนนี้ น่าจะเป็นอะไรสักอย่างที่คล้ายๆกับไวน์.. ไว้ผมค่อยไปถามเรื่องของพวกแอลกอฮอร์กับพวกเขาทีหลังละกัน ผมอยากลองดื่มหลายๆอย่างเลย! แต่ก็ต้องมั่นใจด้วยว่าผมจะไม่เผลอสลบไปซะก่อน

" คุณไรโดะครับ "

โอ้

เมื่อผมหันไปหาต้อตอของเสียง ชายหนุ่มคนนั้นก็ลุกขึ้นมาและเดินมาหาผม.. แต่นี่มันโต๊ะกลมนะ ไม่จำเป็นต้องเดินมาก็ได้ 

[ มีอะไรเหรอ? ] (มาโกโตะ)

" คุณไรโดะจะทำยังไงกับตาของดวงตารูบีเหรอครับ?! คุณไม่ต้องการพวกมันใช่ไหม?! หรือคุณอยากจะใช้มันเป็นวัตถุดิบในการผลิตยา?! "

เขาดูเมาสุดๆเลยนะเนี่ย.. ผมเห็นดวอร์ฟสาวยัดเยียดให้เขาดื่มไปหลายแก้วเลย พวกดวอร์ฟนี่เป็นพวกดื่มหนักเหมือนกับที่คิดจริงๆสินะ?

[ ไม่ครับ.. ผมเจอภารกิจบางอย่างที่กิลด์ ซึ่งต้องการตาของดวงตารูบี ผมเลยคิดว่าจะใช้พวกมันทำภารกิจนั้น ] (มาโกโตะ)

" หา! เสียเปล่าสิเนี่ย! "

[ ไม่ๆ.. คนที่มอบภารกิจคือคนจากบริษัทหนึ่ง ผมกำลังคิดว่านี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดี ในการเชื่อมสัมพันธ์ไมตรีกับบริษัทอื่น.. ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจ ] (มาโกโตะ)

" โฮๆ~ เชื่อมสัมพันธ์?! แน่นอน! มันจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจนี่นา! ส่วนผมก็กำลังยืนอยู่ตรงนี้ โดยไม่มีใครคอยหนุนหลังอะไรเลย! แถมยังไม่รู้ประสิทธิภาพของยาและเอาแต่โทษตัวเองอยู่นั้นแหละ! "

อ่า เข้าใจแล้ว.. คนคนนี้คือนักเล่นแร่แปรธาตุสินะ เขาเป็นคนผลิตยาและหารายได้จากยาเหล่านั้น

แต่มันให้ความรู้สึกที่ต่างจากพวกนักเวทย์นิดหน่อยแฮะ.. คล้ายๆกับ.. แม่มดในป่า?

[ ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมจะต้องขอสิ่งที่สำคัญแบบนี้ ] (มาโกโตะ)

" ไม่ๆๆ ไม่เลยครับ! พวกเราต่างหากที่ขอสิ่งต่างๆจากคุณมากเกินไป! เรื่องแบบนี้มันขึ้นกับสถานการณ์! "

ผมแค่ขอวัตถุดิบแต่ละชนิดอย่างละหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่เหลือผมมอบให้พวกเขาหมดเลย.. กล่าวคือ การได้เห็นปฏิกิริยาของพวกเขา ซึ่งกำลังจะได้วัตถุดิบที่เหลือทั้งหมดนั้น มันค่อนข้างตลกทีเดียว

ใบหน้าของพวกเขาตอนที่ผมมอบวัตถุดิบเหล่านั้นให้ ผมอยากจะบันทึกเก็บเป็นภาพไว้ด้วยซ้ำ.. ทุกๆคนอ้าปากค้าง ส่วนดวงตาก็แทบจะถลนออกมา

[ เพื่อให้พวกคุณเริ่มตั้งตัวได้ใหม่หลังจากทุกๆอย่างถูกทำลาย พวกคุณน่าจะจำเป็นต้องใช้อะไรหลายๆอย่างวัตถุดิบเหล่านั้นเลยอาจจะไม่เพียงพอสำหรับการชดใช้ แต่ว่า.. ]

" มันมากเกินพอครับ! มันเปรียบเสมือนการได้รับพรอันสูงส่ง จนทำให้ผมสามารถบินไปบนท้องฟ้าได้เลยด้วยซ้ำ! โรงแรมเองก็หรูกว่าโรงแรมที่ผมเคยอยู่ขึ้นมาอีกตั้ง 1 ดาว! "

คนคนนี้แสดงอาการต่างๆออกมาเยอะจริงๆเลยแฮะ.. ตอนแรกผมนึกว่าเขาจะเป็นคนที่สงบเสงี่ยม แต่พอเขาดื่มเท่านั้นแหละ เขาก็กลายเป็นคนละคนราวกับมี 2 บุคลิกเลยทีเดียว.. วิธีการพูดเกี่ยวกับโรงแรมของเขา มันก็เหมือนกับสามัญชนมาก จนทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา

[ ค่อยโล่งอกขึ้นหน่อย.. ผมกังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้นค่อนข้างมากเลยหล่ะครับ ] (มาโกโตะ)

" คุณไม่ควรจะกังวลเลยด้วยซ้ำครับ! อะฮ่ะๆๆๆๆ และพวกเราก็จะไปที่กิลด์กันพรุ่งนี้ด้วย! ดังนั้น ไปทำให้ทุกๆคนในกิลด์ต้องตะลึงด้วยกันเถอะ~!! "

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังที่นั่ง เสร็จแล้วก็ยกแก้วขึ้นมาดื่มต่ออีกครั้ง.. ช่างเป็นคนที่ร่าเริงจริงๆ

" โอ้~! กำลังดื่มอยู่เหรอ?! ดื่มอยู่สินะ! เอาหล่ะๆ ดื่มอีกๆ! กินอีกเยอะๆ! "

คราวนี้ก็ดวอร์ฟสาวเหรอ?

คนคนนี้ทำให้ผมรอารมณ์ดีได้มากทีเดียว เธอให้ความรู้สึกเหมือนกับชายแก่มากกว่าหญิงสาวด้วยซ้ำ มันเป็นการดื่มแอลกอฮอร์ที่เต็มไปด้วยความสุข ความร่าเริง แล้วก็ตลกขบขัน

มันไม่ใช่วิธีการดื่มที่จะทำให้คุณมีเพื่อนมากขึ้น แต่ค่อนข้างสนุกมาเลย.. มันเป็นวิธีที่เหมาะกับผมมากทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนเธอจะเป็นคนที่ชอบดื่มพวกเบียร์มากกว่า.. ตั้งแต่เริ่มงานเลี้ยงแล้ว เธอเอาแต่ดื่มเครื่องดื่มที่มีของเหลวสีทอง และมีฟองด้านบน

แม้แต่ตอนนี้เธอก็ยังคงดื่มแอลกอฮอร์ที่อยู่ในแก้วในมือขวา ขณะที่มือข้างซ้ายก็กำลังถืออีก 2 แก้ว

เธอกำลังวางแผนจะดื่มมันเอง หรือให้คนอื่นดื่มกันนะ?

ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็เถอะ ผมรู้สึกได้ว่าเธอสามารถทำได้ทั้งสองรูปแบบเลย

[ แน่นอน ผมกำลังมีความสุขมากๆ ] (มาโกโตะ)

" ดีมากเลย! แอลกอฮอร์เป็นผลตอบแทนของชีวิต! ถ้าหากไม่สนุกไปกับมัน มันก็จะเป็นดูหมิ่นชีวิตทางอ้อมด้วยเหมือนกัน! "

ถึงขั้นนั้นเลยเหรอ? เธอกำลังปฏิเสธพวกที่ไม่ดื่มแอลกอฮอร์ทุกๆคนเลยสินะ?! ยังไงก็ตาม เมื่อคนคนนี้พูดแบบนั้น มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเธอกำลังพูดว่า 'น่าจะใช่~' อยู่ตลอดเวลา.. มันเลยทำให้ผมลำบากใจเล็กน้อย

" ว่าแต่... "

อยู่ดีๆดวอร์ฟสาวก็หันมามองผมด้วยแววตาราวกับจะหาเรื่อง... แต่ว่า.. ใกล้.. หน้าของเธอใกล้เกินไปแล้ว!

ยิ่งไปกว่านั้น กลิ่นแอลกอฮอร์ที่ตัวเธอมันคลุ้งมากเลย! เธอดื่มไปมากแค่ไหนกัน?!

แม้ว่าผมจะเรียกเธอว่าดวอร์ฟก็เถอะ แต่เธอก็ไม่ได้มีเคราหรืออะไรแบบนั้น และเธอก็มีหน้าตาที่น่ารักมากเลยด้วย.. ผมจะชอบเธอมากกว่านี้นะ ถ้าหากเธอทำตัวให้เรียบร้อยกว่านี้อีกนิด! พูดให้ถูกก็คือ เธอเป็นสาวโลลิที่เยี่ยมยอดมากเลยหล่ะ!

[ หืม? ] (มาโกโตะ)

" การต่อสู้เมื่อตอนบ่ายนี้.. ทักษะในการยิงธนูของคุณยอดเยี่ยมมากเลย! "

[ ขอบคุณครับ ] (มาโกโตะ)

" ยังไงก็ตาม พลังนั่น.. มันไม่ใช่สิ่งที่สามารถมีได้จากทักษะหรือประสิทธิภาพของอาวุธหรอกนะ "

[ เธอกำลังจะพูดว่า? ] (มาโกโตะ)

" ท่านโรโดะ! ความจริงแล้ว คุณมีพละกำลังมากมายมหาศาลใช่ไหม?! "

เธอพูดราวกับจะท้าทายผม.. และดูเหมือนจะสนุกกับสิ่งที่ตัวพูด

แต่เธอก็ไม่ได้พูดผิดนะ.. หลังจากที่ผมหลุดเข้ามาในโลกนี้ ไม่มีศัตรูใดเลยที่การโจมตีของผมนั้นไร้ผล

[ ความแรงระดับนั้น มันก็แค่.. ] (มาโกโตะ)

" คุณใช้คำว่า 'แค่' เนี่ยนะ? หวาๆๆๆๆ เอาหล่ะ! ฉันสนใจมากจริงๆแล้ว! มาประลองกันหน่อย! "

หลังจากพูดแบบนั้น เธอก็กวาดของบนโต๊ะไปไว้ข้างๆด้วยมือของเธอ

เธอกำลังคิดจะทำอะไร?

ก่อนที่ผมจะคิดแบบนั้น เธอก็วางข้อศอกของเธอไว้กับโต๊ะ และหันมือของเธอมาหาผม

นี่มันแข่งงัดข้อสินะ? ใช่ไหม?

" เข้ามาเลย~! "

ผมเข้าใจไม่ผิดสินะ? เล่นด้วยหน่อยแล้วกัน เพราะมันดูน่าสนุกดี!

[ จัดไปเลย! ] (มาโกโตะ)

หลังจากเขียนข้อความนั้น ผมก็ลุกขึ้นแล้วจับมือของเธอ

แล้วก็ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รินอนได้นอนหนุนตักคุณโทอาเพื่อรอรับชมการแข่งขัน.. ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดจริงๆเลย

" น่ายินดีจริงๆ! คุณรู้จักธรรมเนียมการแข่งวัดพลัง ของพวกเราชาวดวอร์ฟด้วยเหรอเนี่ย! "

งะ-งัดข้อเนี่ยนะธรรมเนียม?! ดวอร์ฟหญิงยังคงยิ้มและหัวเราะอย่างสนุกสนานต่อไป

" เอาหล่ะ งั้นท่านรินอน! ช่วยเป็นคนกล่าวคำว่า 'เริ่มได้' ให้หน่อยได้ไหม? "

" โอเคค่ะ! เอาหล่ะนะ~... เริ่มได้!! " (รินอน)

ในชั่วอึดใจ ดวอร์ฟหญิงทุ่มแรงทั้งหมดของเธอเพื่อที่จะโค่นผมให้ได้

แต่ผมไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย และแขนของผมไม่ได้ขยับเลยซักนิด เพราะผมแถบไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่าเธอออกแรงจนสุดกำลังแล้ว

แต่ร่างกายของเธอไม่ได้เป็นแบบนั้น ผมเห็นเธอเกร็งกล้ามเนื้ออย่างแรง แต่สถานการณ์ดูไม่สู้ดีสำหรับเธอมากนัก.. พูดให้ถูกก็คือ ผมโกงมากกว่า

" ม่ายยย! เป็นไปม่ายด้ายยยย!! "

[ ฮึบ! ] (มาโกโตะ)

ผมออกแรงที่แขนข้างซ้ายเบาๆ

" อ่าาา~?! ไม่นะ!! "

โดยมีข้อศอกเป็นจุดหมุน ในที่สุดเธอก็ถูกโค่นลง

" พี่ชายชนะค่ะ! สุดยอดมากเลย~~! " (รินอน)

มีเสียงปรบมือดัง *แปะ *แปะ ผมรู้สึกดีใจเล็กน้อย ที่ได้เห็นดวงตาของรินอนกลมโตด้วยความตื่นเต้น

" ไม่อยากจะเชื่อเลย.. นี่มันเป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลย ที่พ่ายแพ้อย่างหมดสภาพแบบนี้.. โลกนี้มันช่างกว้างใหญ่จริงๆ! "

ดวอร์ฟสาวลุกขึ้นแล้วลูบแขนขวาของเธอเบาๆ แต่เธอก็ยังคงยิ้มกว้างๆอยู่ เสร็จแล้วก็กลับไปดื่มต่อ.. คราวนี้คนที่ถูกยัดเยียดให้ดื่มไม่ใช่ชายหนุ่มคนนั้น แต่เป็นเอล์ฟสาว

พนักงานที่คอยเก็บจานซึ่งมิโอะกินจนหมดแล้ว ไม่สามารถตามความเร็วในการกินของเธอได้ทัน.. ทำให้ตอนนี้ จากจุดที่ผมนั่งอยู่ ผมเริ่มที่จะเห็นจานซ้อนกันเป็นชั้นๆสูงขึ้นไปบนท้องฟ้า

แต่ผมเองก็กินไปเยอะเหมือนกัน ดังนั้นผมก็คงจะไม่ว่าอะไรคนอื่นไม่ได้หรอก

โดยไม่มีทางเลือกอื่น ผมเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่รินอนนั่งเมื่อครู่นี้

ข้างหน้าของเก้าอี้มีเนื้อสเต็กหลายชิ้นถูกหั่นอยู่ แล้วก็สัตว์มีกระดองบางชนิดที่กำลังโดนต้ม

มันเป็นของที่อร่อยทั้งสองอย่างเลย.. สเต็ก ถ้าหากไม่นับหน้าตาแล้ว มันค่อนข้างกินง่าย แล้วน้ำที่ไหลออกมาจากเนื้อก็อร่อยมากเหมือนกัน

ส่วนสัตว์มีกระดองนั้น มีรสชาติที่หวานเข้มข้นเหมือนๆกับปู เมื่อแตะเข้าไปที่ลิ้นแล้ว มันอ่อนนุ่มมาก.. มันไม่ได้พองหรืออะไรนะ แต่มันค่อนข้างอร่อยมากทีเดียว

" ฉันดีใจมากเลยค่ะ ดูเหมือนว่าคุณจะมีความสุขมากสินะ.. พอดีฉันลืมถามน่ะค่ะ ว่าคุณชอบกินอะไร ตอนเลือกร้านก็เลยลังเลนิดหน่อย " (โทอา)

" มันอร่อยทุกอย่างเลยใช่ไหมล้า? พี่ชาย! " (รินอน)

เหมือนอย่างที่รินอนพูดนั้นแหละ อาหารทุกจานในร้านนี้ ไม่มีอะไรเลยที่ไม่อร่อย ผมคิดด้วยซ้ำว่ามันคืออาหารแห่งปาฏิหาริย์ชัดๆ.. รสชาติโดยรวมอาจจะเบาบางไปหน่อย แต่มันค่อนข้างอร่อยทีเดียว.. ดังนั้นผมไม่ว่าอะไรหรอก

พวกเขาใช้เกลือแล้วก็สมุนไพรอย่างชำนาญ ในการจัดเตรียมอาหารพวกนี้สินะ

[ มันอร่อยมากๆเลย มิโอะกับผมถูกใจมากๆครับ ] (มาโกโตะ)

ผมพูดจากใจจริง และผมก็มั่นใจด้วยว่า เธอเลือกร้านที่ดีที่สุดแล้ว

" บ้านเกิดของคุณไรโดมีวัฒนธรรมการกินที่ต่างกับพวกเราใช่ไหมคะ? " (โทอา)

[ น่าจะเป็นแบบนั้น.. รสชาติมันจืดไปนิดนึง แต่ทุกๆอย่างมันอร่อยมากทีเดียว ] (มาโกโตะ)

" จืดเหรอคะ? ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารรสจัดและแอลกอฮอร์เลยนะคะ " (โทอา)

[ โอ้.. จริงเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้นบ้านเกิดของผมก็คงนิยมอาหารรสจัดมากหล่ะมั้ง.. แต่มันก็ยังอร่อยอยู่ดี ] (มาโกโตะ)

" คุณไรโด เอาแต่พูดว่าอร่อยมาตั้งนานแล้วนะคะ ฮ่ะๆ.... พรุ่งนี้ตอนเช้า คุณตื่นแล้วจะไปที่กิลด์เลยใช่ไหมคะ? " (โทอา)

คุณโทอากำลังพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่ แต่สีหน้าของเธอกำลังบ่งบอกผมว่า เธอมีเป้าหมายบางอย่างอยู่ในใจ 

บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องที่ เธอยังอาลัยอาวรบางอย่างในค่ายที่ถูกทำลาย เหมือนที่ผมรู้สึกได้ก่อนหน้านี้หล่ะมั้ง?

[ ขึ้นอยู่กับการรวมกลุ่มกับโทโมเอะในวันพรุ่งนี้.. พวกเราจะไปสมัครเข้ากิลด์ เสร็จแล้วผมจะไปที่กิลด์ของผู้ประกอบการ แล้วก็เดินชมเมืองต่อหล่ะมั้ง? ] (มาโกโตะ)

" เอ๋.. เดินชมเมืองเหรอค่ะ? " (โทอา)

[ ใช่ครับ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่เมืองนี้นี่นา แล้วผมก็ชอบการเดินทางและการท่องเที่ยวมาก ] (มาโกโตะ)

" ฮ่าๆ.. ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ดูเหมือนบางครั้งคุณไรโดจะชอบพูดจาเหมือนกับชนชั้นสูงเลยนะคะ คุณเป็นทายาทจากบริษัทที่ใหญ่โตแค่ไหนกัน? " (โทอา)

[ ขอโทษด้วยที่ผมเป็นพวกไม่ยอมออกมาเผชิญโลกข้างนอก ] (มาโกโตะ)

" ไม่หรอกค่ะ~ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ตอนกลางคืน ฉันขอรบกวนไปหาคุณที่ห้องหน่อยได้ไหมค่ะ? แล้วฉันก็อยากจะไปเพื่อขอวิธีติดต่อกับท่านมิโอะด้วยค่ะ " 

จริงด้วยสิ.. ตอนที่พวกเราเก็บตาของดวงตารูบีมาได้แล้ว พวกเขาทั้งสี่คนถามถึงวิธีต่อต่อกับมิโอะ

ตอนแรกผมไม่เข้าใจว่าพวกเขาพูดถึงอะไร แต่พอผมถามโดยละเอียดแล้ว ดูเหมือนคุณจะสามารถติดต่อกับคนอื่นได้ผ่านทางกิลด์การ์ด เหมือนๆกับการส่งจดหมายหรืออะไรสักอย่าง

สั้นๆก็คือ มันเหมือนกับ 'ขอแลกอีเมลล์หน่อยได้ไหม' นั้นแหละ

ผมไม่ว่าอะไรหรอก ผมก็เลยตอบตกลงไป.. พรุ่งนี้ตอนกลางคืนเหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้นผมควรจะเอากิลด์การ์ทั้งของโทโมเอะ มิโอะ แล้วก็ของตัวผมเองให้พวกเขาด้วยรึเปล่านะ?

[ ครับ.. ได้ครับ.. พรุ่งนี้ตอนกลางคืนใช่ไหม? ] (มาโกโตะ)

ตารางเวลาของผมในวันพรุ่งนี้เต็มแล้ว..

ไปที่กิลด์นักผจญภัยกับโทโมเอะและมิโอะ หลังจากนั้นก็ไปที่กิลด์ผู้ประกอบการแล้วแนะนำบริษัทของผมให้พวกเขาได้รู้จัก เสร็จแล้วก็ซื้อแผนที่โลกแบบหยาบๆ แล้วก็ซื้อแผนที่เมืองนี้ด้วยเลยละกัน

ยังไงก็ตาม

คืนนี้มันเป็นค่ำคืนที่น่าจดจำจริงๆ

ราวกับเป็นการฉลองให้กับความรู้สึกที่ถูกปิดกั้นในหัวใจของผมมานาน นับตั้งแต่มายังโลกใบนี้

งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปจนดึกดื่น

ราคาทั้งหมดคือ 1 เหรียญทอง..

พวกเรากินแล้วก็ดื่มไปมากขนาดนั้น แต่กลับราคาเท่านี้เอง.. มันถูกมากจริงๆ ยอดเยี่ยมที่สุด!

ซึเงะ..

เป็นเมืองที่เฟื่องฟูมากที่สุด ในเขตที่ติดกับชายแดนของโลก

กล่าวคือ ในที่สุดผมก็เดินทางถึงปากทางเข้าของเขตแดนของเหล่าฮิวแมนสักที!

การเดินทางในดินแดนแห้งแล้งของผมก็คงต้องจบลงเพียงเท่านี้.. ในที่สุดผมก็มีโอกาสได้พักหายใจสักที หลังจากถูกส่งมายังโลกใบใหม่

มันใช้... เวลานานมากเลย

และมันก็อร่อย! แถมยังสนุกมากด้วย!

ราวกับจะบอกผมว่า 'เอาหล่ะ..ท้ายที่สุดแล้วคุณก็ควรจะหาอะไรสนุกๆทำบ้าง' อะไรทำนองนั้น




NEKOPOST.NET