[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 27 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.27 - เผื่อไว้ก่อน.. ผมเลยต้องเผื่อไว้ก่อนเลยเนี่ย รู้ตัวไหม?


ผมได้ยินเสียง 'เฮ้อ~'

มีใครบางคนกำลังถอนหายใจยาวๆอยู่

เสียงนั่นดังมาจากบริเวณสัมภาระของรถม้า

ตอนที่ผมมองผ่านๆ ผมเห็นคน 4 คนกำลังชะโงกหน้าออกมาจากรถม้าด้านหลัง เพื่อที่จะมองไปยังกำแพงสูงใหญ่ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าของพวกเรา

ยังมีระยะห่างระหว่างพวกเรากับกำแพงนั่นอยู่พอสมควร แต่จากการที่ผมเห็นว่ามันเป็นกำแพงที่สูงมากจากระยะที่ห่างถึงขนาดนี้.. แสดงว่าข้างหลังกำแพงนั่น คือเมืองขนาดใหญ่ไม่ผิดแน่

ท้ายที่สุด.. คน 5 คนซึ่ง 'เคย' อาศัยอยู่ที่เมืองล่าสุดนั้น ต่างปรารถนาที่จะพาผมไปส่งยังเมืองถัดไปที่มีชื่อว่า ซึเงะ

ผมไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธพวกเขา.. พูดให้ถูกอีกหน่อยก็คือ ผมปฏิเสธพวกเขาไม่ได้

เพราะผมรู้สึกผิด ที่ผู้ติดตามของผมทั้งสองคนได้ทำลายเมืองทั้งเมืองไป ผมเลยฟังคำขอร้องของพวกเขา

ระยะทางที่คาดการณ์ไว้ก็คือสองสัปดาห์ แต่ด้วยจำนวนคนที่เพิ่มมากขึ้นของรถม้า และการที่พวกเรามัวแต่เถรไถลตามจุดต่างๆ ทำให้ระยะทางทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็นสามสัปดาห์เลยทีเดียว

ตอนนี้.. มิโอะซึ่งสวมใส่ชุดกิโมโน และรินอนซึ่งกำลังตื่นตะลึงไปกับการได้เห็นกำแพงเมืองที่สูงเฉียดฟ้า กำลังนั่งขนาบข้างของผมทั้งสองฝั่งอยู่

ตอนนี้ ผมมีดอกไม้สองดอกนั่งอยู่ข้างๆผม.. ถึงแม้ว่าด้านหนึ่งจะเป็นผู้ติดตามแสนโรคจิต และอีกด้านหนึ่งจะเป็นแค่เด็กผู้หญิงก็เถอะ..

และถึงแม้ว่าผมจะเรียกชุดที่มิโอะใส่ว่ากิโมโน แต่จริงๆแล้วมันก็แค่ชุดที่เหล่าดวอร์ฟทอขึ้นมา ด้วยการลอกแบบมาจากชุดของโทโมเอะ

นั่นคือเหตุผลที่มันไม่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่เสื้อผ้าชนิดใดเลย แต่มันก็ยังเป็นชุดที่สามารถสวมใส่ไปรเวตได้อยู่ดี.. มันคือสิ่งที่คนเรียกกันว่า พอนจี*
[*พอนจีคือผ้าไหมที่ถูกทอขึ้นมาจากตัวไหมป่าและมีสีธรรมชาติ ]

มันมีแขนเสื้อที่ยาวมากอย่างที่คิด ผมเลยอยากจะหยุดความคิดของเธอที่จะสวมใส่มัน เนื่องจากมันจะต้องทำให้เธอเคลื่อนไหวลำบากมากแน่ๆ

และผมได้สั่งให้โทโมเอะแยกออกไปทำอย่างอื่นแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่า 'มันคือการฝึกฝน' ตามแผนที่วางไว้ในตอนแรก! ต้องขอบคุณมากจริงๆ

ส่วนคนที่มากับพวกเรา เอาแต่จ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาอันหวาดกลัว

เพราะพวกเขากำลังมองมาที่บุคคล ซึ่งสามารถออกคำสั่งกับหญิงสาวชื่อว่าโทโมเอะได้

ผมมีเรื่องที่ต้องทำ และโทโมเอะเองก็สามารถจัดการตัวของเธอเองได้ ดังนั้นผมก็เลยปล่อยให้เธอไป

แต่ถ้าผมปล่อยให้มิโอะไปกับเธอหล่ะก็.. ผมรู้สึกได้ว่ามันอาจจะต้องเกิดความยุ่งเหยิงขึ้นอีกแน่ๆ ผมเลยเลือกที่จะให้มิโอะเดินทางร่วมกับผม

... นี่ขอพูดจากใจจริงเลยนะ ผมว่ามิโอะไม่ได้เป็นคนไร้เหตุผลขนาดนั้น.. แต่ก็เฉพาะตอนที่ผมอยู่ใกล้ๆเธอเท่านั้นแหละ

ส่วนรินอนนั้น ค่อนข้างตัวติดกับผมและมิโอะ.. ส่วนคนอื่นๆที่มากับพวกเรานั้น แทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกับพวกเราเลย.. ยกเว้นคุณโทอา

ผมคิดว่ามันค่อนข้างเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ถ้าหากผมคิดถึงสาเหตุที่พวกเขามากับพวกเราแล้ว ผมก็เลยไม่ตกใจอะไรมากนัก ที่พวกเขาประพฤติตัวกับพวกเราแบบนี้.. ผมก็เลยพยายามล้มเลิกความตั้งใจ ที่จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรานั้นดีขึ้น

ผมควรจะดีใจนะ ที่อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้แทบจะตัวติดกับผมไปแล้ว..

ยังไงก็เถอะ ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันจะมีความจำเป็นอะไร ที่จะทำตัวสนิทสนมกับเหล่านักผจญ ซึ่งทำตัวเหมือนกับตัวเองเป็นแค่ผู้ชม และห้อยตามพวกเรามาด้วยพวกนี้หรอก

ผมก็แค่จะช่วยพวกเขานิดหน่อย.. เมื่อถึงซึเงะแล้ว ผมก็จะทิ้งพวกเขาให้อยู่ในสถานะแค่ 'คนรู้จัก' เท่านั้น

เพราะ 'การทดลอง' ของผมมันไปด้วยสวยเลยนี่นา

หมอกของโทโมเอะ.. ความมืดของมิโอะ แล้วก็ความรู้ที่ผมได้รับมา

ด้วยการความสามารถเหล่านั้น ผมเลยสามารถทำให้พวกเขาลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองก่อนหน้านี้ได้เร็วขึ้นอีกเล็กหน่อย.. มันเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ที่ผมไม่คาดคิดมาก่อนเลย

มันอาจจะใช้เวลา.. แต่อย่างน้อยที่สุด มันจะสามารถเบี่ยงเบนความสนใจของพวกเขาได้ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์

เพื่อหลีกเลี่ยงการยกประเด็นในเมืองที่เหลือแต่ซากแห่งนั้นมาเป็นบทสนทนา

ผมเลยจำเป็นจะต้องเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง

แต่พวกเรายังไม่ได้ 'จัดการ' ปัญหาของคุณโทอากับรินอนเลย

เอาเถอะ.. ค่อยเก็บไว้คิดวันหลังละกัน เพราะผมวางแผนจะพักอยู่ที่ซึเงะไปอีกนานเลยนี่นา

" สุดย~อดไปเลย!! กำแพงขนาดใหญ่~! " (รินอน)

ในที่สุดรินอนก็ส่งเสียงออกมาด้วยความตื่นเต้นและร่าเริง

มันใหญ่มากจริงๆนั้นแหละนะ

แต่เธอเคยอาศัยอยู่ในเมืองที่ไกลออกไปอีกไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่ว่าเธอเคยมาที่นี้อย่างน้อยครั้งนึงแล้วหรอกเหรอ?

[ รินอน เธอไม่เคยมาที่นี่มาก่อนเหรอ? ] (มาโกโตะ)

" เอ๋? อ่า.. ค่ะพี่ชาย หนูเดินทางมาที่นี้ ผ่านทางเวทย์มนต์ประเภทเคลื่อนย้าย ดังนั้นหนูก็เลยแทบไม่ได้ออกมาเดินเล่นข้างนอกมากเท่าไหร่ค่ะ " (รินอน)

รินอนใช้สรรพนามแทนตัวผมว่า 'พี่ชาย' อย่างถาวรไปแล้ว..  การเคลื่อนย้ายด้วยเวทมนตร์งั้นเหรอ? พวกเขามีวิธีการเดินทางที่สะดวกดีเหมือนกันแฮะ

" เอ๋? เวทย์ย้ายตำแหน่งเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้นจะไม่เร็วและปลอดภัยกว่าเหรอ ถ้าหากพวกเราใช้สิ่งนั้นในการเดินทาง? " (มิโอะ)

คุณมิโอะพูดแบบนั้นออกมา.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า เธอจะขยันปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ดีขนาดนี้.. เธอยังปกปิดความเป็นคนโรคจิตของตัวเองได้ดีขึ้นมากอีกด้วย ผมอยากขอบคุณเธอจริงๆ! ผมขอภาวนาให้สักวันหนึ่ง เธอจะสามารถรักษาอาการโรคจิตในตัวของเธอให้หมดไปได้

" อืม... ค่าใช้จ่ายมันค่อนข้างแพงมากน่ะค่ะ ดังนั้นพวกเราเลยขอร้องให้พวกคุณจ่ายค่าเคลื่อนย้ายให้ไม่ได้หรอก~ "  (โทอา)

โอ้..

ผมหันไปหาเจ้าของเสียง ซึ่งก็คือคุณโทอา.. เธอมุดหัวออกมาจากท้ายของรถขนสินค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

เธอเริ่มที่จะเรียกมิโอะว่า 'ท่านมิโอะ' แล้ว.. เธอหวังด้วยซ้ำว่ามิโอะจะรับเธอเป็นลูกศิษย์ แต่ตอนนี้ผมไม่ยอมให้เธอทำอะไรแบบนั้นหรอกนะ

ความสัมพันธ์แปลกประหลาดแบบ 'ลูกศิษย์ของผู้ติดตามของผม'.. ช่วยไว้ชีวิตผมจากความแปลกประหลาดนั่นด้วยเถิด!

[ มันแพงแค่ไหนเหรอ? ] (มาโกโตะ)

" ถ้าหากเป็นของซึเงะ.. หนึ่งคนจะเท่ากับ 20 เหรียญทองค่ะ ส่วนสัมภาระนั้นจะถูกแยกออกแล้วตามมาทีหลัง " (โทอา)

อึก~ ค่าตัวดาราชัดๆเลย!

ถึงผมจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ตอนนี้ผมได้เงินมาเป็นจำนวนมาก จากการขายสินค้าต่างๆที่ผมนำมาจากอะโซระ.. จำนวนเงินแค่คนละ 20 เหรียญทองน่ะ มันคงไม่ฉีกเงินในกระเป๋าผมมากนักหรอก ถ้าเทียบกับบาปที่ผมทำไว้แก่พวกเขา..

สำหรับนักผจญภัยที่หวังจะฝึกฝนและร่ำรวยขึ้นมาจากการเดินทาง ผมไม่คิดหรอกว่าพวกเขาจะละทิ้งโอกาสในการฝึกฝนและเงินของตัวเอง ไปกับเวทมนตร์เคลื่อนย้าย.. ผมควรจะคิดว่า วิธีการนี้มีไว้สำหรับพวกผู้ประกอบการแล้วก็พวกชนชั้นสูงเท่านั้นด้วยซ้ำ

[ แพงจริงๆด้วยสินะ.. เอาเถอะ อีกประมาณแค่ 8 วันเท่านั้น ที่พวกเราจะไปถึงที่หมาย.. ดังนั้นตอนนี้ จะคุยเรื่องเคลื่อนย้ายด้วยเวทมนตร์ไปก็ไม่มีความหมายอะไรหรอก~ ] (มาโกโตะ)

" อะแฮะๆ จริงด้วยค่ะ.. ยิ่งกว่านั้น การเดินทางด้วยรถม้าของพวกเราในตอนนี้ก็สบายมากเลยค่ะ ความปลอดภัยเองก็สูงมากอีกด้วย ฉันคิดว่ามันสามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้เลยนะค่ะ " (โทอา)

คุณโทอากำลังพูดชมเชยอยู่

มิโอะกางพัดออกเพื่อปิดรอยยิ้มของเธอ.. เหมือนเคยเลย เธอเป็นคนประเภทที่อ่อนแอต่อคำชมเชยสินะ

พัดของมิโอะนั้น มีโครงที่ทำมาจากเหล็ก ดังนั้นมันก็เลยดูไม่น่ารักเท่าไหร่.. ผมสงสัยจริงๆ ว่าทำไมมิโอะถึงออกแบบพื้นฐานของอาวุธที่ตัวเองจะใช้ ให้มีลักษณะเป็นพัดที่สามารถพับเก็บได้ พลังโจมตีเองก็ไม่ได้สูงอะไรขนาดนั้น.. หรือว่าโครงเหล็กของพัดอันนี้ ถูกสร้างมาจากเหล็กแฟนตาซีอย่างแร่มิธริล? แต่การที่เธอใช้มันแบบนั้น มันอาจจะทำมาจากแร่มิธริลจริงๆก็ได้.. และถึงแม้ว่าผมจะเรียกมันว่าพัดมิธริลก็เถอะ ผมก็ยังไม่รู้สึกว่า มันเหมาะจะใช้เป็นอาวุธอยู่ดี

แต่ก็จริงที่คุณโทอาบอก ตอนนี้การเดินทางนั้นปลอดภัยและราบรื่นมาก

พวกมาโมโนะที่รู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของมิโอะ แทบที่จะหนีออกห่างทันที.. ส่วนตัวที่ไม่รู้นั้น ก็ถูกกำจัดภายในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น.. มันไวยิ่งกว่าการฆ่าอีกฝ่ายทั้งหมดในเทิร์นแรกตอนเล่นเกมส์ซะอีก.. ด้วยเหตุนี้มันเลยทำให้รู้สึกว่า ทุ้งกว้างแห่งนี้ปลอดภัยกว่าที่คิดมาก

เอาจริงๆมันเหมือนกับว่า กำลังเล่นเกมส์ที่มี 0 เทิร์นอยู่เลยด้วยซ้ำ

ตอนที่เก็บรวบรวมวัตถุดิบแล้วก็ผ่าร่างของมาโมโนะพวกนั้น ยังนานกว่าตอนฆ่าพวกมันอีก

จริงๆพวกเราคิดจะปล่อยศพพวกมันไว้แบบนั้น แต่คุณโทอาและนักผจญภัยคนอื่นๆที่ตามมาด้วยนั้น ต่างแสดงสีหน้าเดียวกันซึ่งตีความได้ว่า 'เสียดาย' และต่อมาด้วยสีหน้า 'จะทิ้งวัตถุดิบพวกนั้นไว้แบบนั้นจริงๆเหรอ?' ผมเลยปล่อยให้พวกเขาจัดการ

เพราะพวกเขามองศพของสัตว์ร้ายแล้วก็แมลงเหล่านั้น ด้วยแววตาที่เหมือนกับจะร้องไห้

โดยเฉพาะผู้ที่มีใบหน้าเหมือนกับรุ่นน้องของผมอย่างคุณโทอา.. จ้องไปที่พวกสัตว์ซึ่งมีสภาพเหมือนกับถูกรถชนและจ้องไปที่แมลงซึ่งสภาพเหมือนกับถูกระทืบเหล่านั้น ราวกับว่าพวกมันเป็นอัญมนีล้ำค่า.. มันทำให้ผมรู้สึกปวดร้าวใจมากเลยจริงๆ

แต่ก็ต้องขอบคุณพวกเขาหล่ะนะ เพราะผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบในตัวสัตว์และแมลงพวกนั้นบ้างเล็กน้อย รวมไปถึงความรู้พื้นฐานอื่นๆด้วยเช่นกัน

แน่นอนว่าวัตถุดิบที่พวกเราได้รับมานั้น ถูกเก็บไว้กับรถขนสินค้าด้านหลัง 

ด้วยเหตุผลนี้แหละ เหล่านักผจญที่ตอนนี้กำลังนอนหลับอยู่ด้านหลังนั้น แทบจะไม่มีพื้นที่เหลือให้นอนอีกแล้ว

แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะ ตอนนี้พวกเขากำลังมีใบหน้าที่พึ่งพอใจมาก.. มันน่าดีใจมากแค่ไหนกัน? กับการต้องนอนหดตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงเพราะวัตถุดิบเหล่านั้นมีจำนวนมากขึ้นๆ

ตอนนี้ ผมได้เก็บวัตถุดิบแต่ละชนิดไว้อย่างละ 1 ชิ้น ในกล่องซึ่งแยกออกมาต่างหาก

พวกมันจะกลายมาเป็นวัตถุดิบ ที่ผมจะใช้ในการศึกษาได้เป็นอย่างดี

เอาเถอะ.. มันคงจะไม่เป็นไร ถ้าจะแบ่งวัตถุดิบต่างๆ ในตอนที่พวกเราแยกทางกัน.. เพราะตอนนี้มันเยอะจนแทบจะล้นเลยทีเดียว

[ ผมไม่ได้คิดที่จะอาศัยอยู่ในเขตชายแดนหรอกนะ.. ผมเป็นพ่อค้าโดยกำเนิดนี่นา มันก็เลยเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะเดินทางไปนาๆประเทศเพื่อขายสินค้า ] (มาโกโตะ)

" เข้าใจแล้ว.. น่าเสียดายมากเลยค่ะ.. คุณมีพลังมากขนาดนั้นแต่กลับทำอะไรไม่ได้ " (โทอา)

จากมุมมองของคุณโทอามันก็ต้องแบบนั้นแหละ สำหรับเหล่านักผจญแล้ว รายได้นั้นสำคัญมาก.. แต่มันทำให้ผมรู้สึกเศร้าเล็กน้อยนะ เพราะ 'พลัง' ที่เธอพูดถึงนั้น กล่าวถึงคนรับใช้ทั้งสองคนของผม ไม่ใช่ผม

ยังไงก็ตาม เมื่อพวกเราไปถึงเมืองเมื่อไหร่ ผมก็จะมีโอกาสได้ใช้ความคิดไปกับเรื่องต่างๆได้สบายใจมากขึ้น

" พี่ชายค่ะ มีอะไรบางอย่างอยู่ตรงนั้น!! " (รินอน)

" ท่านนายน้อย ตรงนั้นค่ะ " (มิโอะ)

หลังจากได้ยินเสียงเรียกของคนสองคนจากที่นั่งด้านข้างแล้วนั้น ผมหันหัวกลับไปข้างหน้า.. นั่นมันแมลง

มดที่ใช้ขาสี่ข้างในการเดิน ขณะที่ขาหน้าสองข้างนั้นทำหน้าที่เหมือนกับเคียว แล้วก็มีผึ้งที่ตัวสีแดงสด พวกมันทั้งสองชนิดนั้นตัวใหญ่มาก และจำนวนของพวกมันก็... 1,2,3... 10 ตัว

พวกเขาบอกว่า ชื่อของพวกมันคือ มดยักษ์ แล้วก็ ผึ้งแดง.. ใช่ไหม?

เอาเถอะ มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากมายนี่นา.. มันก็ชนิดเดิมๆ ซึ่งพวกเราเจอมาเยอะแล้ว ระหว่างการเดินทาง..

" อ่าาาาาาาา~!! "

อะไร?!

ตอนที่ผมหันไปมอง ทุกๆคนที่นั่งอยู่ในรถขนสินค้า กำลังมุดหัวของพวกเขาออกมาจากผ้า.. ตอนนี้ผมอยากจะพูดมากเลยว่า พวกเขาเหมือนกับเต่ามาก..

แต่ว่า ทำไมพวกเขาถึงส่งเสียงร้องออกมา?

" คะ-คุณไรโดครับ! นั่นมัน..นั่น! "

[ มดยักษ์กับผึ้งแดงใช่ไหม? พวกมันมีอะไรเหรอ? ] (มาโกโตะ)

" ไม่ใช่แบบนั้น! ตัวที่เป็นผึ้งน่ะ! "

" นั่นมัน..ของจริง... "

" ไม่อยากจะเชื่อ.. ดวงตารูบี.. "

โอ้ ดูเหมือนจะต่างออกไปจากมอนสเตอร์ปกติสินะ.. ปฏิกิริยาของพวกเขา.. หรือว่าจะเป็นมอนสเตอร์หายาก?

" มันต่างจากปกติเหรอคะ? " (มิโอะ)

 จากที่ผมเห็น พวกมันมีทั้งหมด 6 ตัว.. ดูเหมือนพวกมันจะเห็นพวกเราแล้ว แต่น่าจะใช้เวลาอีกนานเลย กว่าพวกเราจะเดินทางไปถึงจุดที่พวกมันอยู่

" มันหายากอย่างไม่น่าเชื่อเลยหล่ะ!!! เหลือเชื่อจนเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ที่มันจะมาอยู่ในเขตใกล้ตัวเมืองแบบนี้! "

" และพวกมันก็แข็งแกร่งมากอีกด้วย!! พวกมันเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก เวทมนตร์ก็ใช้ไม่ได้ผล  แถมพิษของพวกมันก็ร้ายแรงมากอีกด้วย! "

พวกเขาตื่นเต้นกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ? ถ้าหากพวกมันแข็งแกร่งมากจริงๆ ก็แย่มากเลยสิเนี่ย?

[ แล้ว.. พวกคุณจัดการมันได้รึเปล่าหล่ะ? ถ้าเป็นแบบนั้น ผมก็ไม่รังเกียจที่จะปล่อยมันให้พวกคุณจัดการหรอกนะ ] (มาโกโตะ)

ถ้าหากพวกเขาจัดการมันได้ ปล่อยให้พวกเขาจัดการก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรหรอก.. เพราะถ้าหาก ปล่อยพวกเขานั่งนอนจนรากงอกอยู่หลังรถม้าแบบนี้ มีแต่จะส่งผลกระทบต่อความสามารถและทักษะนักผจญภัยของพวกเขาซะเปล่าๆ

" เป็นไปไม่ได้หรอก! มันฆ่าพวกเราทิ้งหมดแน่ๆ! "

เฮ้ย เฮ้ย..

" ถ้าอยากจะสร้างความเสียหายใส่มันให้ได้เล็กน้อย อย่างน้อยที่สุดต้องเป็นปาร์ตี้ของคนที่เลเวลสูงกว่า 130 เลยนะ "

หมายความว่า คนที่มีเลเวลใกล้เคียงกับ 130 มากที่สุดในตอนนี้ก็คือ คุณโทอา กับ แม่ชีนักรบหญิงเผ่าดวอร์ฟคนนั้นสินะ?.. ผมลืมชื่อเธอซะแล้ว

แต่พวกเขาก็ยังคงสนุกสนานและร่าเริงไปกับการเดินทางครั้งนี้ ราวกับกำลังนั่งรถเปิดประทุนกลางซาฟารี.. ผมพอจะเข้าใจได้ว่า คนพวกนี้ค่อนข้างบื้อทีเดียว

[ มิโอะ ฝากจัดการด้วยนะ ] (มาโกโตะ)

" อึก.. มดพวกนั้น.. ครั้งก่อนมันละลายเสื้อผ้าของฉันนะคะ รู้ไหม? " (มิโอะ)

ขณะที่พูดแบบนั้น เธอก็โชว์เนื้อผ้าส่วนที่ถูกละลายออกไป ซึ่งอยู่ส่วนปลายสุดของแขนเสื้อของเธอ.. มันถูกละลายไปแค่ไม่กี่เซนติเมตรเอง ถ้าหากน้อยแค่นั้น มันก็ไม่น่าจะทำให้เธอเป็นกังวลได้มากมายนะ

[ พวกเราไปถึงเมืองเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมจะเย็บส่วนที่ขาดให้เอง.. ตอนนี้... ] (มาโกโตะ)

" ตอนนี้ไม่มีทางเลือกสินะคะ.. " (มิโอะ)

ดูเหมือนเธอจะยอมทำจนได้ ช่วยผมได้มากเลย

" ท่านมิโอะ! อย่าทำลายเคียวของมดยักษ์นะ! "

" ไม่ว่าจะยังไงก็อย่าทำลายส่วนหัวของดวงตารูบีนะ! "

" แล้วก็ปีกของดวงตารูบี... "

ก่อนที่จะเริ่มเชียร์ พวกเขาเริ่มเรียกร้องเงื่อนไขต่างๆ.. ช่างเป็นพวกที่เห็นแก่ตัวจริงๆเลย

" .... ท่านนายน้อย " (มิโอะ)

ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี...

[ หืม? ]

" ฉันไม่อยากจะทำแล้วค่ะ.. ท่านนายน้อยจัดการเองเลยดีกว่าค่ะ " (มิโอะ)

" หา! "

ว้าว.. ทุกๆคนมีใบหน้าที่ตกใจพร้อมๆกันเลยแฮะ.. จริงๆแล้วผมเองก็ตกใจเหมือนกัน

[ ผะ-ผมควรจัดการเอง? ]

" พระเจ้า... ทุกๆรอบ ทุกๆครั้ง ตลอดทุกงาน.. มันทรมานมากเลยค่ะ! อย่าทำลายส่วนนั้น.. โจมตีไปที่บริเวณนั้น.. ฉันอดกลั้นมาตลอด แต่ตอนนี้ฉันทนไม่ไหวอีกแล้วค่ะ! " (มิโอะ)

[ ตะ-แต่ว่านะมิโอะ.. พวกมันเป็นวัตถุดิบที่สำคัญนี่นา.. แถมมันยังช่วยเธอฝึกฝนด้วยนะ จริงไหม? ] (มาโกโตะ)

" ฉันฝึกการออมมือมามากพอแล้วค่ะ! แถมนี่ก็จะเป็นการฝึกที่ดีของท่านชายน้อยเช่นกัน! ฉันเลยขอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านจัดการ! " (มิโอะ)

เธอหันหัวของเธอออกไปด้วยกิริยาที่ดูเหมือนจะโกรธจัด แล้วก็ปฏิเสธคำขอร้องของผม..

ฮ่า~ 

ไม่ใช่ว่าผมไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอหรอกนะ.. ไม่ว่าเวทมนตร์ด้านความมืดจะได้ผลหรือไม่ก็เถอะ แต่การที่เธอต้องถูกบีบบังคับให้ใช้ความมืด แล้วก็เก็บกวาดพวกมัน ขณะที่ต้องมาคำนึงถึงวัตถุดิบที่จะเก็บรวบรวม.. มันก็สมควรที่จะทำให้เธอเครียดนั้นแหละ

ถ้าหากระยะห่างแค่นี้... 

ไม่มีทางเลือก.. ผมกะว่าจะไม่โชว์ความสามารถของตัวเองแล้ว แต่ว่า..

มันทำให้ผมรู้สึกแย่เล็กน้อย ถ้าหากพวกเขาเอาแต่คิดว่า ผมเป็นแค่คนไร้ความสามารถ ที่เอาแต่หวังพึ่งความช่วยเหลือจากผู้ติดตามทั้งสองคน

ดังนั้นผมจะจัดการพวกมันเอง




NEKOPOST.NET