[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 26 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.26 - มันเกิดเรื่องบ้าแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง?


~ ทางด้านของโทอา ~

นี่มันเรื่องจริงเหรอ?

ถ้าจะพูดให้ชัดกว่านี้ก็คือ วันนั้นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตของฉันก็ว่าได้

พวกเราตั้งปาร์ตี้จำนวนห้าคน.. ไม่ใช่ว่าพวกเรารับภารกิจอะไรมาหรอกนะ พวกเราแค่อยากออกไปสำรวจดินแดนแห้งแล้งนี้ก็เท่านั้นเองค่ะ

ป่าไม้.. หุบเขา.. แล้วก็ถ้ำ

ไม่มีใครเลยที่สามารถเดินทางมายังสถานที่เหล่านั้นในแถบนี้ได้

ส่วนนอกสุดนั้นถูกสำรวจหมดแล้ว แต่ภายในส่วนที่ลึกเข้าไปอีก มีร่องรอยของคนแค่เพียงน้อยนิดเท่านั้น และยังมีสถานที่อีกมากมาย ซึ่งยังไม่ได้ถูกใครแตะเลยแม้แต่น้อย

ไม่นานมานี้มีคนค้นพบว่า ถ้าหากเดินเป็นระยะทาง 7 ถึง 10 วัน คุณจะสามารถเดินทางไปถึงเขตเทือกเขาของภูเขาไฟได้.. และที่แห่งนั้นก็น่าจะมีเหล่าดวอร์ฟอาวุโสอาศัยอยู่

แต่โชคร้ายที่ปาร์ตี้ที่เจอสถานที่แห่งนั้น กลับถูกโจมตีโดยแมงมุมภัยพิบัติดำอย่างไม่ทันตั้งตัว เลยจำเป็นต้องหนีตายกลับมาอย่างช่วยไม่ได้.. ดังนั้นข้อมูลก็เลยยังไม่แน่ชัดเท่าไหร่ค่ะ

ถ้าหากข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริง มันจะเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมากเลยหล่ะ เพราะว่ามันจะกลายเป็นจุดสำรวจ ซึ่งสามารถมอบอาวุธและชุดเกราะระดับสูงสุดให้แก่เหล่านักผจญภัยได้

นอกเหนือจากพวกพ่อค้าแล้ว.. นักผจญภัยอย่างพวกเรา ไม่มีอะไรที่น่ายินดีไปกว่าการได้รับอาวุธและชุดเกราะอันล้ำค่ามาครอบครองค่ะ

ยังไงก็ตาม ถ้าหากพวกเราสามารถเดินทางไปถึงที่แห่งนั้น พวกเราก็จะสามารถรวมกลุ่มกับเหล่านักสำรวจกว่า 100 คนได้.. แต่โอกาสนั้นต่ำมากเลย..
[*ตรงนี้ผู้แปลอังกฤษไม่แน่ใจนะครับ > まあ、私たちがいけるとしたら百人規模の大規模な探索作戦が組まれたときにまぎれるくらいしか可能性はないけれど ]

ในสถานการณ์ปกตินั้น กลุ่มของพวกเราซึ่งมีเลเวลเฉลี่ย 120 จะสามารถเดินทางไปสำรวจยังสถานที่ที่ใกล้เคียงกับฐานที่มั่นของพวกเราจริงๆได้เท่านั้น

และจากสถานที่เหล่านั้น พวกเราได้รวบรวมวัตถุดิบหลากหลายชนิด รวมถึงต่อสู้กับเหล่ามาโมโนะซึ่งไม่ยากเกินกว่าความสามารถของพวกเรา จากนั้นก็นำชิ้นส่วนซึ่งสามารถขายได้ของมาโมโนะเหล่านั้นไปขาย.. ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงสามารถปะคองชีวิตประจำวันของพวกเรามาได้อย่างเฉียดฉิวค่ะ

จริงๆแล้วปาร์ตี้ที่มีเลเวลเฉลี่ยถึง 120 นั้น โดยพื้นฐานแล้วมักจะถูกจัดอยู่ในระดับที่สูงมากๆของขั้วอำนาจทั้ง 4 เลยก็ว่าได้.. พวกเราสามารถรับมือและปราบปรามดันเจี้ยนได้เกือบทั้งหมด ในอาณาเขตของจักรววรดิค่ะ 

และในความเป็นจริง พวกเราเป็นเพียงปาร์ตี้เดียวในจักรวรรดิด้วยซ้ำ ที่มีชื่อเสียงอันโด่งดัง..

แต่พอพวกเราเดินทางมายังดินแดนแห้งแล้งแห่งนี้ พวกเรามันก็แค่ไก่อ่อน.. จะเรียกพวกเราว่ามือใหม่ที่พึ่งหัดจับอาวุธเป็นครั้งแรกเลยก็ยังได้

พวกเรามายัง 'ค่ายสุดท้าย' ด้วยศักดิ์ศรีและความมั่นใจของพวกเรา

หลังจากการออกสำรวจครั้งแรกในดินแดนแห่งนี้.. ปาร์ตี้ของพวกเราตายไป 2 คน...

การสำรวจครั้งที่ 3... ตายอีก 1 คน

ในตอนที่ปาร์ตี้ของพวกเราใกล้จะแตกหัก พวกเราสามารถหาคนมาทดแทนได้ก็จริง.. แต่ในวันต่อมา ทีมของเรากลุ่มหนึ่งก็ตัดสินใจถอนตัวกลับไป

จากคนทั้งหมด 5 คนซึ่งมาด้วยกันตอนแรก.. ตอนนี้เหลือแค่ฉันเพียงคนเดียว.. คนอื่นๆหายไปกันหมดแล้ว..

และในการสำรวจครั้งก่อน พวกเราทำภารกิจปราบปรามหมาสีดำสองหัวซึ่งมีชื่อว่าลิซึพลาด.. ฉันเสียเพื่อนไปถึง 4 คนแถบจะทันที โดยไม่ได้อะไรติดมือกลับมา.. สิ่งที่ฉันนำกลับมาได้เพียงอย่างเดียวก็คือชีวิตของตัวเอง...

การที่ฉันวางแผนจะกู้เงิน เพียงเพราะตัวเองคิดว่าจะสามารถชดใช้มันได้หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนี้.. มันเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้อีกแล้ว

เหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติของพวกเขา.. ตัวฉันซึ่งไม่สามารถชดใช้เงินกู้ได้ ถูกพวกเขาบังคับให้จ่ายค่าชดใช้ด้วยการใช้แรงงาน

เมื่อเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น มันก็ไม่มีทางที่ฉันจะหวนกลับไปเป็นนักผจญภัยได้อีกแล้ว.. มันก็เหมือนกับเกษียนแล้วนั้นแหละค่ะ

ไม่ว่าพวกเขาจะสั่งให้ฉันทำอะไร ฉันก็ไม่สามารถตอบโต้บุคคลที่มีบอร์ดี้การ์ดเป็นถึงนักผจญภัย ซึ่งมีเลเวลเป็นตัวเลขสูงกว่าฉันมากได้.. 

การเดินทางของฉันมันคงจบลงแล้ว..

ตัวฉันซึ่งเป็นผู้หญิง.. การใช้แรงงานจะต่างกับผู้ชายตรงที่ พวกเขาจะใช้ร่างกายของฉันในการทดลองยา.. แต่ร่างกายของฉันมันทนไม่ไหวอีกแล้ว

ท้ายที่สุด เพื่อทำให้ฉันหมดหนทางขัดขืน พวกเขาได้ฉีดยาซึ่งทำให้เส้นประสาทผ่อนคลาย แล้วก็ยาที่ทำให้สตินั้นเลือนลางใส่ร่างกายของฉัน.. จากนั้นก็พาร่างของฉันเข้าไปไว้ในห้อง ซึ่งถูกเตรียมไว้เพื่อรอใช้เป็นร่างสำหรับการทดลอง

ฉันมีเป้าหมายเพียงอย่างเดียวในการเดินทางครั้งนี้ เมื่อฉันสามารถทำให้เป้าหมายนั้นเป็นจริงได้เมื่อไหร่ ฉันก็คิดที่จะหยุดการเดินทางทุกอย่างลงทันที.. แต่ฉันกลับต้องมาสูญเสียทุกอย่างที่ค่ายแห่งนี้

น้องสาวตัวน้อยของฉันก็น่าจะอยู่ในสถานะภาพที่แย่มากๆเหมือนกัน... เธอเป็นญาติเพียงคนเดียวของฉัน แถมเธอก็ยังเด็กอยู่มาก.. ฉันเลยใช้เงินเก็บเพียงน้อยนิดของฉัน จนสามารถพาเธอมาส่งยังค่ายแห่งนี้ได้ 

แต่สำหรับเด็กที่จะเอาชีวิตรอดในสถานที่แบบนี้นั้น มันแถบเป็นไปไม่ได้เลย.. น้องสาวของฉันไม่ได้เป็นแม้กระทั่งนักผจญภัยเลยด้วยซ้ำ

มันเจ็บปวดมากค่ะ เพราะคนเป็นพี่สาวอย่างฉันกลับทำอะไรเพื่อช่วยเหลือน้องสาวของตัวเองไม่ได้เลย..

อย่างที่คิดเลย มันเป็นไปไม่ได้สำหรับฉัน..

ในอดีตนั้น ตอนที่บรรพบุรุษของฉันยังคงเป็นผู้ดูแลพิธีกรรมในอารามแห่งวิญญาณอยู่

หนึ่งในบรรพบุรุษของฉันซึ่งมีพลังแข็งแกร่งที่สุด อาสาเข้าร่วมกับกลุ่มปาร์ตี้เพื่อท้าทายภารกิจระดับสูง ซึ่งก็คือการกำจัดมังกร

ดูเหมือนมังกรตนนั้นจะเป็นตัวตนสูงส่ง ซึ่งได้รับสมญานามว่า 'ไร้พ่าย' และกำลังหลับใหลอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของเขตชายแดน

ทุกๆคนเชื่อว่า ภารกิจในครั้งนี้จะได้ชัยชนะกลับมา.. แต่มันกลับกลายเป็นความผิดพลาด

ไม่มีใครกลับมาเลยสักคน.. มันคือโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่

จากที่ฉันได้ยินมา เลเวลเฉลี่ยของคนในปาร์ตี้นั้นจะอยู่ที่ราวๆ 600 และมันเป็นการต่อสู้ที่คาดการณ์ไว้ว่า 'มีโอกาสชนะ'...

เพราะว่าผู้คนที่เข้าร่วมปาร์ตี้ระดับสูงนี้ มีกันมากกว่า 100 คน..

แต่ไม่มีใครสักคนเลยที่รอดกลับมา...

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น.. ตระกูลของฉันก็สูญเสียมีดเล่มหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่าสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์ไปด้วยน้ำมือของคนคนเดียวในตระกูลซึ่งไปท้าทายมังกร.. หลังจากถูกใส่ร้ายและนินทาต่างๆนาๆ ในที่สุดตระกูลของพวกเราก็เลยถูกไล่ออกจากอารามแห่งนั้น

หลังจากเดินทางมาถึงเมือง พวกเขาก็แทรกซึมตัวเอง และเปลี่ยนไปใช้ชีวิตแบบสามัญชนทั่วไป.. และพวกเขาก็คอยอพยพย้ายเมือง ไปเรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ.. และรุ่นปัจจุบันซึ่งก็คือตัวฉันเอง ยังคงทำการเดินทางย้ายถิ่นอาศัยไปเรื่อยๆ..

นั้นคือเหตุผล..

ที่ตัวฉัน..

จะต้องนำมีดเล่มนั้นซึ่งถูกเล่าให้ฉันฟังครั้งแล้วครั้งเล่า กลับมาสู่มือของตระกูลของพวกเราอีกครั้งให้ได้ค่ะ.. มันกลายเป็นเป้าหมายหลักในการเดินทางมายังเขตชายแดนแห่งนี้

ฝึกฝนทักษะและความสามารถในฐานะนักผจญภัย และรอคอยโอกาสที่จะนำมีดเล่มนั้นกลับคืนมา.. และในที่สุด ฉันก็มาถึงเขตชายแดนแห่งนี้ได้สำเร็จ... แต่ว่า..

ฉันกลับไม่สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับมังกรตัวนั้น หรือว่ามีดเล่มนั้นได้จากที่ไหนเลย

เพราะฤทธิ์ของยาที่ถูกฉีดเข้าใส่ร่างของฉัน ทำให้ตัวฉันอยู่ในสถานะที่เหมอลอยตลอดเวลา และทำให้ความคิดในอดีตเหล่านั้นหวนกลับมาอีกครั้ง.. แต่ในตอนนั้นเอง ที่มีปฏิหาริย์เกิดขึ้น...

" ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงคนนี้สิน้า "

" น่าจะใช่ค่ะ ฉันดีใจมากเลย.. ดูเหมือนว่าเธอจะยังมีชีวิตอยู่สินะ "

ฉันได้ยินเสียงของใครบางคน.. แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ ฉันก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้.. ไม่ว่าจะขยับ ไม่ว่าจะพูด.. ร่างกายของฉันมันไม่ยอมทำตามคำสั่งของฉันเลย

" พวกเขาทำอะไรบางอย่างกับเธอไว้สินะ "

" ดูเหมือนพวกเขาจะฉีดยาพิษเข้าไปในร่างกายของเธอค่ะ "

" ฮืม.. ถ้าหากนั่นเป็นเรื่องจริง ต่อให้พวกเราพาเธอกลับไป เธอก็จะต้องตายอยู่ดี.. "

" อย่าพึ่งด่วนสรุปสิค่ะ... ยาชนิดนี้ไม่ได้ส่งผลแบบนั้น ดูเหมือนว่ามันจะเป็นยาที่มีไว้ระงับประสาท เพื่อไม่ให้เธอสามารถขัดขืนได้เฉยๆค่ะ "

" โฮ~ เธอมีความรู้เรื่องยาด้วยเหรอเนี่ย? ฉันไม่ยักกะรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย แล้วยังไงต่อหล่ะ? เธอจะสามารถชำระล้างมันออกจากร่างของเธอได้รึเปล่า? "

" หึๆๆ แน่นอนค่ะ ของแค่นี้... "

มีมือยื่นออกมาอยู่ข้างหน้าตัวฉัน.. ความรู้สึกของร่างกายของฉันกลับมาภายในเสี้ยววินาที จากนั้นความนึกคิดของฉัน ก็เริ่มที่จะเรียบเรียงและจัดระเบียบขึ้นมาใหม่

" โฮ้~ นั่นมันสุดยอดไปเลยนี่น้า "

" แล้วก็... ขอแถมอะไรนิดหน่อยค่ะ "

หญิงสาวผมสีดำใช้ความมืดกลืนกลินประตูซึ่งกำลังล็อคและถูกเคลือบไปด้วยวัตถุดิบพิเศษ.. จากนั้นไม่นานประตูนั่นก็พังลงอย่างง่ายดาย

" หวาาา?! "

ไม่อยากจะเชื่อเลย.. สำหรับเวทมนตร์ที่ถูกใช้โดยไม่ต้องผ่านการร่าย จะมีอานุภาพรุนแรงถึงเพียงนี้

" เธอคือคุณโทอาสิน้า? "

หญิงสาวผมสีฟ้าซึ่งกำลังยืนกอดอกอยู่ ก้มลงมามองหน้าฉัน

นี่มันอะไรกัน? เกิดอะไรขึ้น? นี่ฉันถูกช่วยเอาไว้จริงๆเหรอ?

" คะ-ค่ะ.. ฉันคือโทอา.. แต่ว่า.. "

" ร่างกายเป็นยังไงบ้าง? ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม? "

เธอกำลังเป็นห่วงฉันอยู่เหรอ? หมายความว่าเธอไม่ใช่ศัตรูใช่ไหม?

บางทีฉันอาจจะ... 

" ร่างกายของฉันยังรู้สึกชาๆอยู่ แต่สามารถเดินได้ค่ะ "

" เยี่ยมไปเลย.. โอเค มิโอะ "

" ค่ะ! รีบหนีกันเถอะค่ะ คุณโทโมเอะ " (มิโอะ)

" อือ.. อ่า เดี๋ยวก่อน! เกือบไปแล้วๆ พวกเราเกือบถูกนายน้อยหลอกซะแล้ว! " (โทโมเอะ)

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่าโทโมเอะ ได้หันขาของเธอกลับมา หลังจากที่เดินไปยังประตูที่ถูกพังลง

" ถูกท่านนายน้อยหลอก? หมายความว่ายังไงเหรอคะ? " (มิโอะ)

" ฟังให้ดีนะมิโอะ นายน้อยสั่งให้พวกเรามาช่วยเหลือผู้หญิงคนนี้ ใช่ไหม? " (โทโมเอะ)

" ใช่ค่ะ แต่คุณก็น่าจะเห็นแล้วนะว่า ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว.. ไม่ใช่เหรอคะ? " (มิโอะ)

" ไร้เดียงสา! เธอนี่ไร้เดียงสาจริงๆเล้ย! " (โทโมเอะ)

" เอ๋? ยังไงเหรอคะ? " (มิโอะ)

สำหรับพวกเขาแล้ว ที่นี่น่าจะเป็นใจกลางอาณาเขตของศัตรูแท้ๆ.. แต่ว่าพวกเขาก็ยังคงพูดคุยกันต่อไปโดยไม่ลดเสียงของตัวเองลงเลยเนี่ยนะ?

ฉันควรจะไปหยุดพวกเขา แต่ว่าตอนนี้ตัวฉันตกอยู่ในสถานการณ์ที่เกินกว่าคำว่าปกติอยู่ ทำให้ฉันไม่สามารถควบคุมสติให้ใจเย็นลงได้

" ด้วยนิสัยของนายน้อยแล้ว ถ้าหากพวกเราช่วยเหลือแต่ผู้หญิงคนนี้คนเดียวแล้วหนีออกมา เขาก็จะพูด
ทำนองว่า 'โทโมเอะ มิโอะ เธอ? แล้วคนอื่นๆหล่ะ?' " (โทโมเอะ)

" ....ฮ่า!! " (มิโอะ)

" ดูเหมือนเธอจะเข้าใจแล้วสิน้า.. ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ถ้าหากพวกเราช่วยเพียงผู้หญิงคนนี้คนเดียว
แล้วกลับไป.. " (โทโมเอะ)

" ท่านนายน้อยก็จะโกรธสินะคะ?! " (มิโอะ)

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่ามิโอะ กรีดร้องออกมาพร้อมกับใบหน้าอันเจ็บปวด

" ถูกเผงเลยน้า " (โทโมเอะ)

หญิงสาวที่ชื่อว่าโทโมเอะ พยักหน้าพร้อมกับแสดงสีหน้าพึงพอใจ

" หมายความว่า สิ่งที่พวกเราควรจะทำก็คือ... " (โทโมเอะ)

" มันอาจจะลำบากเล็กน้อย แต่คำตอบที่ถูกต้องก็คือ การช่วยเหลือทุกๆคน แล้วพาพวกเขากลับมาพร้อมกับพวกเรา.. ใช่ไหมคะ? " (มิโอะ)

" ใช่แล้ว.. แต่ถ้าหากไม่นับผู้หญิงคนนี้ คนอื่นๆที่พวกเราช่วยออกมาอยากจะไปไหนก็ปล่อยพวกเขาไปเถอะ เพราะยังไงห้องของพวกเราก็ไม่ใหญ่มากพอ ที่จะยัดพวกเขาทั้งหมดเข้าไปได้หรอก " (โทโมเอะ)

" เข้าใจแล้วค่ะ ฉันเรียนรู้อะไรได้อีกมากมายเลย " (มิโอะ)

หญิงสาวทั้งสองคนต่างพยักหน้าอย่างพึงพอใจ หลังจากทำความเข้าใจกันแล้ว.. แต่ว่าสถานการณ์ในตอนนี้ ทำตัวตามสบายมันจะดีเหรอ?

" ขอโทษนะ คุณผู้บุกรุกทั้งสอง.. แต่ชีวิตของพวกคุณจบลงแค่ตรงนี้แหละ "

หลังจากอุทานออกมาว่า 'อ๋า~' ฉันก็เอามือกุมหัว.. เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นก็ไม่แปลกหรอก

พวกเขาไม่ได้แค่พังประตูทิ้งเท่านั้น แต่พวกเขายังคุยกันเสียงดังมากอีกด้วย.. ไม่มีทางเลยที่พวกผู้คุมจะไม่รู้สึกตัวว่ามีผู้บุกรุกเข้ามา

ยิ่งไปกว่านั้น.. สถานการณ์ในตอนนี้มันเลวร้ายสุดๆ

เพราะเสียงของผู้คุมที่เดินเข้ามา คือเสียงของผู้ที่มีเลเวลสูงที่สุดในค่ายแห่งนี้ เสียงของเอซไม่ผิดแน่..

เขาคือนักผจญภัยที่ปฏิเสธการเดินทางและการสำรวจ แต่เลือกที่จะมาทำงานเป็นบอร์ดี้การ์ดให้กับพวกคนรวย เพื่อสร้างเงินให้ตัวเองอย่างง่ายๆโดยแถบไม่ต้องออกแรงเลยแม้แต่น้อย

แต่ถ้าพูดถึงความสามารถของเขา.. เขาคือคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของที่แห่งนี้ไม่ผิดนะ ขนาดเลเวลของคนที่เป็นถึงอันดับสอง ยังห่างชั้นกับอันดับหนึ่งอย่างเอซอยู่หลายระดับจนไม่น่าเชื่อเลยค่ะ

นี่คือโอกาสหลบหนีที่ฉันรอคอยมานาน แต่ว่าถ้าเป็นแบบนี้...

" พวกเขาเจอเราแล้วรึ? " (โทโมเอะ)

" เอ เอ~ ดูเหมือนพวกเขาจะมากันแล้วสินะคะ " (มิโอะ)

แต่พวกเขาทั้งสองคนไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย

ศัตรูคือคนที่มีเลเวลถึง 444 เลยนะ.. เขาเป็นผู้ที่ถูกจัดได้ว่า เป็นหนึ่งในนักผจญภัยที่โดดเด่นที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

" ฮืม? พวกเธอสองคน... เฮ้ย! "

" ครับ!! "

" ผู้หญิงสองคนนี้ คือคนแปลกๆที่นายพูดถึงใช่ไหม? "

เอซเริ่มที่จะพูด และถามคำถามบางอย่างกับสหายของเขา

" อ่าใช่แล้ว! สองคนนี้คือคนที่ผมพูดถึงครับคุณเอซ "

" ฮืม~ พวกนายบอกว่า พวกเธอคือมอนสเตอร์ที่อยู่ระดับเลข 4 หลัก ใช่ไหม? นี่มัน.. พวกเราได้เจอหน้ากันในสถานการณ์ที่แปลกนิดหน่อยสินะ " (เอซ)

4 หลัก... ห่ะ?

" อะไรกัน นายรู้จักพวกเราอยู่แล้วหรอกเหรอ? ข่าวมันแพร่กระจายไวดีนี่ " (โทโมเอะ)

" เหมือนอย่างที่ท่านายน้อยพูดเลยค่ะ ว่าพวกเราควรเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด " (มิโอะ)

เอซทำหน้ามุ่ย ขณะที่กำลังประเมินหญิงสาวทั้งสองคนอยู่

ฉันตามบทสนทนาไม่ทันเลย.. ยังไงก็ตาม ฉันรู้สึกได้เลยว่าตัวเองจะต้องตกอยู่ในสภาพที่หวาดกลัว ถ้าหากพยายามจะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในตอนนี้

" ฮ่ะๆ~? " (เอซ)

" มีอะไรเหรอค่ะ? " (มิโอะ)

" อย่ามาทำไขสือ 'หนทางในการเปลี่ยนแปลงและการยอมรับที่ผิดพลาดของเลเวล' ใช่ไหม? แต่พวกเธอแปลงค่าตัวเลขของตัวเองเกินเลยไปหน่อยนะ อะไรนะ? เลเวล 1320 กับ 1500 งั้นเหรอ? ฮี่ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ! " (เอซ)

เลเวล? เปลี่ยนแปลง? ยอมรับผิดพลาด?! เอซพูดอะไรอยู่เนี่ย?

" ข้าเองก็รู้วิธีการโดยบังเอิญเหมือนกัน ไม่เคยนึกเลยว่าของเหลวในร่างกายจะมีผลกระทบต่อการวัดเลเวลแบบนี้.. ข้าคิดว่าความลับนี้ มีเพียงข้าคนเดียวที่รู้ซะอีก " (เอซ)

" ผมก็ได้ยินมาจากคุณเอซเหมือนกัน สุดท้ายผมก็เลยยอมรับและเข้าใจได้ว่า '4 หลัก มันก็แค่พวกต้มตุ๋น' "

โทโมเอะและมิโอะ หญิงสาวทั้งสองคนซึ่งกำลังถูกนินทาอยู่ ฉันได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆมาจากพวกเธอ

" ข้าไม่สนหรอกว่าสารเลวแบบแกจะคิดยังไง แต่ว่า... " (โทโมเอะ)

ในตอนที่โทโมเอะเปิดปากพูด พร้อมกับสีหน้าอันเบื่อหน่ายนั้นเอง เอซก็พูดแทรกขึ้นมา

" ฮ่~า อะไร พวกเธอไม่รู้หรอกเหรอ? แต่ฉันก็เผลอบอกความลับไปซะแล้วสิ หมายความว่าพวกเธอมีผู้สมคบคิดดัดแปลงค่าเลเวลของพวกเธอใช่ไหมหล่ะ? " (เอซ)

*คลิ๊ก

บรรยากาศรอบๆตัวของหญิงสาวทั้งสองเริ่มเปลี่ยนไป หลังจากที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเอซ

" พวกเธอนี่มันนักต้มตุ๋นระดับไหนกันเนี่ย?! แถมเรื่องเล่าของเด็กที่เป็นผู้สืบทอดบริษัทคนไหนสักคนนี่แหละ ยังเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพอีกด้วย ใช่ไหมหล่ะ?! "

เอซและพรรคพวกของเขา เริ่มที่จะพูดจาเรื่อยเปื่อยและหนวกหู.. มันเป็นภาพที่ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าพวกเขากำลังเมาเหล้ากันอยู่รึเปล่า

เพราะไม่ว่ายังไง ฝั่งของเอซก็มีจำนวนคนมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

แต่ว่านี้มันอะไรกัน? ฉันรู้สึกหนาวไปทั่วร่างตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว แต่นี้ไม่ใช่ความรู้สึกที่ฉันได้มาจากพวกของเอซ ความรู้สึกแปลกๆที่แพร่ออกมาจากร่างของหญิงสาวทั้งสองนี่มันคืออะไรกัน?

" ทั้งๆที่เขาเป็นผู้ชาย แต่กลับสวมแหวนสีชมพูกุ๊งกิ๊งน่ารัก สื่อสารด้วยภาษาเขียน แถมยังสวมหน้ากากประหลาดนั่นอีก! นี่มันงานเทศกาลจอมปลอมหรือไงเนี่ย~?! "

อ่า~ นี่มัน..

ความโกรธ.. ฉันไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร แต่ว่า.. ความเบื่อหน่ายของพวกเขา...

เปลี่ยนเป็นความโกรธ

" ข้ามั่นใจมากเลยนะ ว่าภายใต้หน้ากากนั่นน่ะ พวกเราอาจจะได้เห็นกอปลินมีสมองตัวเป็นๆ! ไม่ต้องแปลกใจเลย ที่เขาอาจจะเป็นแค่ อมนุษย์สุดแสนอัปลักษณ์คนหนึ่ง! เฮียฮ่าๆๆๆๆๆ!! "

เปรี๊ยยยยยยง!!!

อยู่ดีๆฉันก็ได้ยินเสียงอะไรสักอย่างกระแทกอย่างรุนแรง

บนใบหน้าของเอซ ฉันมองเห็นกำปั้น.. ส่วนบริเวณลำตัว ฉันเห็นกลุ่มก้อนแห่งความมืด

แต่การโจมตีทั้งสองรูปแบบนี้ กลับถูกหยุดลงตรงหน้าของเขา.. นี่มัน..

" ... เคลย์ เอจิส (โล่ดินเหนียว) "

ฉันได้ยินน้ำเสียงที่เหมือนกับคนกำลังพูดแบบเหมอลอย.. ต่อมาฉันก็รู้สึกตัวว่า นั่นคือเสียงของฉันเอง

นั่นคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า เคลย์ เอจิส.. มันคือผลิตพันธุ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบหลากหลายชนิด และสามารถหาได้แค่ที่ค่ายแห่งนี้เท่านั้นค่ะ

มันถูกผลิตขึ้นโดยการใช้วัตถุดิบหายากหลายชนิด และจากอุปกรณ์ที่สามารถสร้างบาเรียต้านทานความเสียหายทางกายภาพและเวทย์มนต์ได้.. มันมีข้อจำกัดในการใช้งานมากมายเลยหล่ะ แต่ฉันได้ยินว่า มันค่อนข้างแข็งแกร่งมากทีเดียว

แสดงว่าเสียงที่ฉันได้ยินเมื่อกี้นี้ คือเสียงของการโจมตีของหญิงสาวสองคนนั้น ซึ่งถูกหยุดลงด้วย เคลย์ เอจิส.. มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงจนสามารถสร้างกระแสลม ซึ่งสามารถทำให้ฉันที่กำลังนั่งอยู่ตรงนี้รู้สึกตัวได้.. สองคนนั้นโจมตีอะไรแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?

" โอ้~ โอ้~ ดูเหมือนว่าแกเองก็แข็งแกร่งพอตัวนี่นา.. ดีนะเนี่ย ที่แกเตรียมตัวมาก่อนที่จะสู้กับพวกเรา แต่แย่หน่อยนะที่... " (มิโอะ)

" เฮ้ มิโอะ! เธอควรจะไปถอนพิษให้กับคนที่ถูกจับตัวมาคนอื่นๆนะ! ข้าจะขอเป็นคนจัดการกับไอ่หมอนี้เอง! " (โทโมเอะ)

" หยุดพูดตลกได้ไหมคะ? การพูด ดูถูก เสียดสี เหยียดหยาม หยาบคาย ใส่ท่านนายน้อย.. ฉันจะขอเป็นคนจัดการเก็บกวาดทุกๆส่วนของร่างกายพวกมันเอง... ว่าแต่คุณโทโมเอะคะ ไม่ใช่ว่าอยากจะแทนตัวเองว่า 'วาชิ' หลังจากที่เสร็จเรื่องในครั้งนี้แล้ว ไม่ใช่เหรอคะ? " (มิโอะ)

จากบนสนทนาที่พวกเขาคุยกัน ดูเหมือนพวกเธอจะไม่สนใจเลยว่า เอซสามารถป้องกันการโจมตีของพวกเธอได้.. แต่มันเหมือนกับว่าพวกเขากำลังทะเลาะกันเอง เพื่อแย่งเหยื่อมากกว่า..

" ฟังที่ข้าพูดให้ดีนะ.. " (เอซ)

" เธอน่าจะรู้สึกตัวได้แล้วน้า.. เธอควรจะมาร่วมวง หลังจากที่เธอถอนยาพิษพวกนั้นออกจากร่างกายของคนพวกนั้นสำเร็จแล้ว มันจะเป็นการบริหารร่างกายได้ดีเลยน้า.. ยังไงก็ตาม ข้าจะขอเป็นคนรัวหมัดใส่หน้าไอ่หมอนี้เอง " (โทโมเอะ)

" หึ.. ถ้าหากเธอไม่เหลืออะไรไว้ให้ฉันเลยหล่ะก็ ฉันจะไม่ยกโทษให้เธอแน่ๆ เข้าใจนะคะ? โดยเฉพาะใบหน้าของพวกมัน ฉันจะขอไล่ตบเรียงตัวเลยค่ะ! " (มิโอะ)

" เข้าใจแล้ว.. ข้าจะพยายามออมมือก็แล้วกันน้า " (โทโมเอะ)

หลังจากเมินสิ่งที่เอซพูด บนสนทนาระหว่างพวกเขาก็จบลง..

หลังจากนั้น...

คุณมิโอะทำแบบเดียวกันกับตอนที่ถอนยาพิษออกจากร่างของฉันให้กับคนอื่นๆ แถมมันยังไม่จำเป็นต้องผ่านการร่ายเวทมนตร์อะไรเลยอีกด้วย.. อย่างกับว่า มันเป็นเรื่องโดยธรรมชาติของเธอยังไงอย่างงั้น

เลเวล 1320? 1500?

อะ?

เอ๋?

คุณโทโมเอะหันกลับไปมองเอซอีกครั้ง

" ถ้าอย่างนั้นน้า.. ข้าจะไม่ขอสวมสนับมือก็แล้วกัน แต่จะขอใช้มือเปล่านี่แหละ! เพื่อเห็นแก่มิโอะแล้ว ช่วยอย่าตายหลังจากโดนต่อยแค่ครั้งเดียวนะ เข้าใจไหม? " (โทโมเอะ)

เธอยืดข้อศอกออกไปข้างหลัง เพื่อตั้งท่าเตรียมปล่อยมัด.. แล้วจากนั้น..

*ผัวะ!!

หมัดที่สองที่พุ่งออกมาในช่วงเสี้ยววินาที ทำลายระบบบาเรียของ เคลย์ เอจิส และทะลุเข้าใส่กลางใบหน้าของเอซ

ร่างของเอซลอยไปกระแทกเข้ากับกำแพง เขาไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องเพราะความเจ็บปวดเลยด้วยซ้ำ.. เขา.. ผู้ซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ค่ายแห่งนี้.. 

" เอาหล่ะๆ.. สหายของนายคนนี้ จะมัวยืนมองอะไรอยู่หล่ะ? เรียงหัวแล้วดาหน้าเข้ามาเลย! " (โทโมเอะ)

หลังจากพูดแบบนั้น เธอพุ่งเข้าใส่นักผจญภัยรับจ้างพวกนั้น โดยไม่ได้หยิบดาบที่ถูกคาดไว้ที่เอวออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว.. เธอหลบอาวุธมากมายที่พุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทาง ราวกับกำลังเต้นระบำอยู่ท่ามกลางของมีคม

ใช้มือเปล่าต่อยไปที่ตัวดาบ เสร็จแล้วดาบแต่ละเล่มก็เริ่มที่จะแหลกละเอียดอย่างไม่ปกติ.. เธอยังคงไล่ต่อยพวกผู้ชายซึ่งน่าจะมีพละกำลังมากกว่าเธอ ล้มลงคนแล้วคนเล่า

เธอยังคงไล่ต่อยต่อไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความร่าเริง

" เดี๋ยวก่อนค่ะ! ขอฉันร่วมวงด้วย! " (มิโอะ)

คุณมิโอะ ผู้ซึ่งถอนพิษออกจากร่างของทุกๆคนแล้ว ได้เข้ามาร่วมต่อสู้กับคุณโทโมเอะ.. ตอนแรกก็คิดแบบนั้น แต่เธอกลับพุ่งเข้าใส่คุณเอซซึ่งกำลังตัวติดแหง็กอยู่ในกำแพง เสร็จแล้วก็จับไปที่ปกเสื้อของเขา แล้วก็...

เพี๊ยะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ....

เธอรัวตบไปที่ใบหน้าของเอซอย่างรวดเร็ว.. เร็วซะจนฉันเห็นมือของเธอเป็นเพียงภาพตกค้าง และละลายหายไปกับอากาศ... ไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลย ตอนนี้ใบหน้าของเอซ บวมจนกลายเป็นทรงกลมแถบจะทันที...

" หึ~ " (มิโอะ)

หลังจากตบหน้าเอซจนพอใจ คราวนี้เธอจะต้องเข้าร่วมกับคุณโทโมเอะอย่างแน่นอน

" โอ้~?! เธอมาแล้วสินะ มิโอะ! ฟังให้ดีหล่ะ! เรียนรู้ที่จะออมมือให้มากที่สุด และปล่อยให้พวกเขารอ~ดตายอย่างหวุดหวิด! " (โทโมเอะ)

" พวกเขามีกันมากขนาดนี้ การฝึกออมมือต้องสำเร็จโดยง่ายแน่ๆค่ะ.. แถมพวกเขาก็ไม่น่~าจะตายอีกด้วย! " (มิโอะ)

" ถ้าอย่างนั้น มาทำให้ห้องนี้มันกว้างขึ้นกันเถอะ! " (โทโมเอะ)

" แน่นอนค่ะ! ยังไงที่แห่งนี้ก็แคบเกินกว่าจะให้พวกเราอาละวาดจริงๆนั้นแหละ " (มิโอะ)

คุณโทโมเอะ ดึงสิ่งที่น่าจะเป็นดาบออกมาจากฝัก.. ส่วนคุณมิโอะ ใช้มือที่เรียวบางและขาว เพื่อเรียกความมืดออกมา โดยไม่เกิดเสียงอะไรขึ้นเลยแม้แต่น้อย

ดาบที่เปล่งแสง ทำให้กำแพงนั้นพังลง.. ส่วนความมืดที่แพร่ออกมา ทำให้พื้นจมลงไป

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาที อาคารที่ควรจะเป็นสิ่งที่แข็งแรงมากก็พังลงอย่างง่ายดาย และกลายมาเป็นลานกว้างสำหรับการต่อสู้

นี่คือ.. ความฝันเหรอ?

พวกเธอทั้งสองคนพูดว่า 'โอเค' เสร็จแล้วก็เก็บดาบและความมืด และเพื่อให้ขยับร่างกายได้ง่ายขึ้น พวกเธอม้วนเสื้อผ้าขึ้นด้วยเช่นกัน

หญิงสาวทั้งสองคน ต่อย เตะ ขว้าง ไล่ขยี้ กลุ่มคนที่น่าจะมีเลเวลใกล้เคียงกับ 200.. ราวกับว่าพวกเขาเป็นแค่
แมงมุมตัวเล็กๆเท่านั้น

ฉัน.... เริ่มที่จะเชื่อแล้วว่า พวกเธอมีเลเวล 1320 และ 1500 จริงๆ

ภาพที่ฉันเห็นตรงหน้านี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันเรื่องนั้นได้

และมันเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉัน ยังคงมองต่อไป..

ไม่ใช่แค่ฉันเท่านั้น แต่คนอื่นๆที่ถูกจับตัวไว้ก็มองเช่นกัน.. หัวใจของพวกเขาเหมือนกับถูกตรึงไว้ ทำให้ร่างกายของพวกเขาหยุดการกระทำเพราะอาการตกตะลึง

มันใกล้จะจบแล้ว.. อีกแค่ไม่กี่นาที

สิ่ง 'เดียว' ที่ยังคงเหลืออยู่ ก็คือห้องที่พวกเราถูกจับตัวไว้

อาคารขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่นอกเขตเมืองนั้น ตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว

" อึก~ เริคมำขัวโมกังแข่นัลหละ*!! "

อยู่ดีๆฉันก็รู้สึกถึงไอเย็นที่เข้ามากระทบกับคอของฉัน

บริเวณต้นคอของฉัน มีใครบางคนกำลังถือบางอย่างที่แหลมคมจี้คอฉันอยู่ เสร็จแล้วก็พูดอะไรบางอย่างออกมา 

ฉันประมาทไปหน่อย! เขาคือเอซ ใบหน้าของเขาบวมมากจนเสียงที่เขาพูดออกมาแถบจะจับใจความไม่ได้.. แต่ยังไงมันก็คงเป็นคำพูด ที่จ้องแต่จะดูถูกคนอื่นอยู่ดีนั้นแหละ

เพราะเมื่อกี้นี้ เขาน่าจะกำลังพยายามพูดว่า 'เลิกทำตัวโอหังแค่นั้นแหละ'

แต่คุณโทโมเอะกับมิโอะ ดูเหมือนจะไม่ทันรู้สึกตัวเลยว่าฉันถูกจี้คออยู่.. และยังคงไล่ล่าผู้เคราะห์ร้ายรายสุดท้ายต่อไป เมื่อจับได้แล้วก็เริ่มรัวหมัดใส่เขา.. สุดยอดจริงๆ

" หงุสแล่....! " (เอซ)

ในตอนที่เขาพยายามจะพูดอีกครั้ง

ด้านข้างของฉัน พวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่.. ด้านซ้ายคือคุณโทโมเอะ ส่วนด้านขวาคือคุณมิโอะ.. พวกเขามายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

ตอนที่ฉันสังเกตุอีกครั้ง ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ได้ยืนรัวหมัดอยู่ตรงนู้นอีกแล้ว

" หุบบบ ปากกกกก!!! " (โทโมเอะ+มิโอะ)

ด้วยการรับลูกเตะของคุณโทโมเอะ และกำปั้นของคุณมิโอะ

คุณเอซถูกส่งให้ลอยหายไปที่ไหนสักแห่ง.. นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยค่ะ ที่เห็นใครบางคนกลายเป็นดวงดาวบนฟากฟ้าหลังจากถูกต่อย

" หึๆ ข้าพอใจแล้ว.. เอาหล่ะ ข้าคิดว่าพวกเราทำเกินเลยไปหน่อยสินะ? " (โทโมเอะ)

" ไม่เลยค่ะๆ! คนที่ทำตัวไม่สุภาพต่อท่านนายน้อย ควรค่าแก่ความตาย " (มิโอะ)

" ใช่แล้ว! ยังไงก็ตาม ดูเหมือนว่าฉันจะเก็บกวาดพวกคนเดนตายพวกนั้นได้มากกว่าคุณสินะ ใช่ไหมคะ? คึหึๆๆๆๆ~♪ " ( มิโอะ )
[*อันนี้ผมก็งงนะ ว่าทำไมเป็นมิโอะพูดต่อ เหมือนบทพูดของโทโมเอะจะหายไปช่วงนึงนะครับ ]

เสียงหัวเราะของคุณโทโมเอะดังขึ้น

เอ๋? การต่อสู้มันจบลงแล้วใช่ไหม? แล้วบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกถึงภัยอันตรายนี่มันอะไรกัน?

" เธอฝันกลางวันอยู่เหรอไง? จริงอยู่น้า ว่ามิโอะทำงานหนักทีเดียว แต่ข้าเก็บได้มากกว่าเธอตั้ง 3 คนนะ " (โทโมเอะ)

" เอ๋ๆ คุณอ่อนหัดเรื่องการคำนวณเหรอไง? ฉันได้มากกว่าคุณตั้ง 2 คนชัดๆเลยค่ะ " (มิโอะ)

" โฮ~ ข้าตกใจจริงๆ แค่บวกเลข 1+1 เธอยังทำไม่ได้เลย.. ฟังให้ดีนะ ข้าเก็บได้มากกว่าเธอชัดๆเลยน้า " (โทโมเอะ)

" ไม่ค่ะ ฉันต่างหาก " (มิโอะ)

พวกเขาทั้งสองคนเริ่มที่จะทะเลาะกันเอง โดยที่ฉันยังคงยืนอยู่ตรงกลาง.. น่ากลัวมากเลยค่ะ! เพราะว่าแค่พวกเขากระดิกนิ้วก้อย ร่างกายของฉันก็คงแหลกละเอียดแน่ๆค่ะ

" อะ-เอ่อ...คือ... ไว้ทะเลาะกันต่อวันหลังได้ไหมคะ? " (โทอา)

ฉันแทรกแซงบทสนทนาโดยที่รวบรวมความกล้าเอาไว้.. ฉันไม่อยากจะให้ชีวิตของฉันซึ่งถูกช่วยเอาไว้ ต้องมาจบลงด้วยการทะเลาะกันของผู้มีพระคุณทั้งสอง

" วันหลังมันได้ที่ไหนหล่ะ! " (โทโมเอะ)

" วันหลังไม่ได้ค่ะ! " (มิโอะ)

" ก-กรี๊ด?! " (โทอา )

คุณโทโมเอะตอบฉันกลับมาแถบจะทันที แถมยังจ้องเขม็งใส่ฉันอีกด้วย.. อะไรกัน? พวกเขาจะทำอะไรกับฉัน?

" สาวน้อย.. เธอบอกว่าชื่อของเธอคือ โทอา ใช่ไหม? ข้าสามารถทำอะไรแบบนี้ได้เลยน้า.. เธอคิดว่าข้าเป็นคนเก็บกวาดสารเลวพวกนั้นได้เยอะที่สุด ใช่ไหม? " (โทโมเอะ)

หลังจากพูดแบบนี้ เธอก็ดึงดาบออกมาจากฝัก แล้วแกว่งมัน 1 ครั้ง

กำแพงสูงซึ่งกำลังตั้งอยู่ด้านนอกอาคารแห่งนี้ ส่งเสียงราวกับถูกฟ้าผ่า และเริ่มที่จะพังทลายลง.. อะ-เอ๋?.. แค่แกว่งเนี่ยนะ?

ด้วยความกลัวที่เข้าครอบงำจิตใจของฉัน ฉันพยักหน้าขึ้นลง

ฉันคิดว่า นั่นคือปฏิกิริยาทั่วไปของคนที่กำลังหวาดกลัว

" หวา?! เฮ้~ คุณโทอาคะ.. ถ้าหากฉันอยากจะ.. เอ.. เห็นไหม? ฉันเป็นคนจัดการพวกมันได้มากที่สุด ใช่ไหมคะ? " (มิโอะ)

สิ่งปลูกสร้างมากมายในเมือง ที่สามารถมองเห็นในระยะ ถูกดูดกลืนสู่ความมืดมิดและหายลับไปภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น.. จากระยะทางขนาดนี้ แถมยังไม่ได้ร่ายอะไรเลยด้วย?!

ฉันถูกครอบงำด้วยความกลัวซ้ำซ้อน และพยักหน้าขึ้นลง

ฉันยังคงคิดว่า นั่นคือปฏิกิริยาทั่วไปของคนที่กำลังหวาดกลัว

" ?! โฮ~ เธออยากจะทำให้มันเป็นการแข่งขันมากเลยสินะ? " (โทโมเอะ)

" แหม~... ฉันก็แค่ขอความคิดเห็นจากบุคคลที่สามเท่านั้นเองนะคะ " (มิโอะ)

" อะฮ่ะๆๆๆๆๆ "

" คึหึๆๆๆๆๆๆ "

*เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!

แววตาของพวกเขาที่จ้องเข้าหากัน กำลังมีประกายไฟกระทบใส่กันอยู่

ตอนนี้ฉันสังหรณ์ใจไม่ดีสุดๆ.. แต่ฉันไม่มีความกล้ามากพอที่จะหยุดพวกเขาเลยค่ะ...

" เฮ้ โทอา! ข้าได้มากกว่าใช่ไหม?! " (โทโมเอะ)

" ไม่.. คุณโทอา! ฉันต่างหากค่ะ! " (มิโอะ)

หลังจากพูดแบบนี้.. คนสองคนที่ฉันไม่รู้จัก ไปจนถึงเมืองที่ประวัติศาสตร์มานานนับปี...

พวกเขายังคงแสดงให้ฉันเห็นว่า ใครจะเก็บกวาดได้มากกว่ากัน ด้วยการทำลายอาคารทีละหลังๆ.. ขณะที่ตอนนี้ฉันต้องหัวเราะทั้งน้ำตา

โดยที่ไม่มีการต่อต้านและเสียงใดๆจากพลเมือง

เพราะทุกๆคนที่คิดจะขัดขวางพวกเขา ต่างถูกทำให้กลายเป็นดวงดาวบนฟากฟ้า.. แถมอาคารแถบจะทุกหลังยังถูกทำให้กลายเป็นแค่เศษซากของหินและอิฐ

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง โรงแรมที่ได้ชื่อว่าหรูหราที่สุดในเมืองนี้ กลับเป็นอาคารหลังเดียวที่ไม่ถูกทำลาย..

หลังจากไม่เหลืออะไรให้ทำลายแล้ว นอกจากโรงแรมแห่งนั้น.. พวกเขาทั้งสองต่างยิ้มแปลกๆ และจับมือกัน

พายุได้ผ่านพ้นไปแล้ว...

ดูดกลืนทุกอย่างไปพร้อมกับมันด้วย...

พวกเราอยู่หน้าทางเข้าโรงแรมแห่งนั้น.. ถูกช่วยชีวิตไว้ด้วยปฏิหาริย์ พร้อมๆกับน้องสาวของฉันที่ยืนอยู่ข้างๆ

จากนั้นฉันก็ได้เจอกับชายที่ถูกเรียกว่า 'ท่านนายน้อย' ซึ่งเป็นบุคคลที่พวกเขาทั้งสองคนคอยรับใช้

~ กลับมาที่ด้านของมาโกโตะ ~

" ต้องไม่เกิดขึ้น ต้องไม่เกิดขึ้น ต้องไม่เกิดขึ้นนนนน!!! " (มาโกโตะ)

หลังจากได้ยินทุกอย่างแล้ว ผมรีบตรงดิ่งไปที่หน้าต่างและมองออกไปข้างนอก..

ไม่มีอะไรเลย! ข้างนอกนั้นไม่เหลืออะไรอีกแล้ว!!

มันกลายเป็นเพียงเศษซากของสนามรบ

ผมเดินออกจากห้อง

ผมเห็นคนหลายคนกำลังนั่งลงกับพื้นอยู่ แต่ผมไม่ได้สนใจพวกเขา.. ผมเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ตรงข้าม!

หน้าต่าง.. ทิวทัศน์ที่ผมเห็น.. พวกเธอทั้งสองคน!

*ตึก ตึก ตึก!

ผมเดินกระทบเท้าเสียงดังกลับไปที่ห้อง!

ผมมองไปที่พวกเธอทั้งสองคน!

พวกเธอพยายามหลบสายตาของผม!

ความรู้สึกที่อยากจะกรีดร้องออกมาด้วยความบ้าคลั่งได้ก่อตัวขึ้น! แต่ด้วยเหตุผลประหลาดบางอย่าง มันก็มีส่วนที่ทำให้ผมยังใจเย็นลงอยู่ และยกเลิกความคิดที่จะกรีดร้องออกมา

ผมมองไปรอบๆ..

รินอน! ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเมื่อกี้เธอถึงทำสีหน้าตื่นกลัวแบบนั้น!

ยังไงก็ตาม ผมมองไปที่เธอ

[ ผมดีใจมากเลยนะ ที่เธอปลอดภัย ] (มาโกโตะ)

หลังจากที่ผมพูดแบบนั้น รินอนก็เข้ามากอดผมแล้วก็เริ่มร้องไห้

นี่คือ.. ความเป็นจริงสินะ? 

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะโชคดีจนรอดมาได้ เพราะพวกเขาอยู่ข้างในโรงแรมก็เถอะ แต่พวกเขาก็ได้เห็นเมืองทั้งเมืองหายวับไปกับตา.. ส่วนรินอนและพี่สาวของเธอ ก็ถูกพวกเขาทั้งสองคนพากลับมายังโรงแรมแห่งนี้

หลังจากผ่านไปซักพักหนึ่ง รินอนก็ได้เผลอหลับไป.. ความตึงเครียดของเธอน่าจะหายไปแล้ว

ถึงแม้ว่าตอนนี้ ผมจะยังใจเย็นอยู่ก็เถอะ.. แต่จิตใจของผมก็เต็มไปด้วยความโกรธเช่นเดียวกัน.. ถ้าหากสิ่งที่รินอนขจัดออกไปได้คือความตึงเครียดหล่ะก็ ของผมก็น่าจะเป็นการขืนใจตัวเองสินะ

ดังนั้นแล้ว...

จากกระเป๋าส่วนตัวของผม ผมหยิบลูกธนูขึ้นมาหนึ่งดอก ซึ่งเป็นลูกธนูที่ถูกทำขึ้นมาพิเศษ ด้วยฝีมือของเหล่าดวอร์ฟ

ผมถือคันธนูที่ดีพอใช้ ซึ่งพวกออร์คมอบให้แก่ผม.. จากนั้นก็เปิดหน้าต่าง

ในส่วนของขนนกของลูกธนู ผมผูกเชือก 2 เส้นเอาไว้

เสร็จแล้วก็ผูกมันเข้ากับเสื้อของมิโอะแล้วก็โทโมเอะ

เงียบ.. มันช่างเงียบจริงๆ..

จากนั้น.. ด้วยธนูคันนี้...

" ดะ-เดี๋ยวก่อนนน นายน้อย...? " (โทโมเอะ)

" อะ-อืม.. ไม่ใช่ว่ามันอันต...? " (มิโอะ)

พวกเขาทั้งสองคนพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มันสายเกินไปแล้ว

" บินออกไป แล้วสำนึกในสิ่งที่พวกเธอทำลงไปซ้าาาา!!! " (มาโกโตะ)

" เหวออออออ?!!!! "

" นลายนล้อยยย?!! "

ด้วยเสียงเซาว์เอฟเฟ็คดัง *บลิ้ง! พวกเขาทั้งสองคนลอยหายไป

ข่าวลือที่ผมอุตส่าห์ผ่านความยากลำบากเพื่อกระจายมันออกไป.. พวกเขาทำมันพังหมดแล้ว!!!

ผมควรจะทำยังไงต่อดีเนี่ย?!

'ชุดกิโมโนฉัน/เสื้อผ้าข้า!' น่าจะเป็นสิ่งที่ผมได้ยินมาจากที่อันห่างไกล แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจ

นี่มันแย่มาก.. นี่มันถึงขั้นเลวร้ายมากจริงๆ! สักวันผมคงกลายเป็นผู้ก่อการร้ายแน่ๆ! ไม่สิ ผมเป็นแล้วต่างหาก! ถ้าหากเรื่องในครั้งนี้ถูกกระจายข่าวออกไป ผมก็ไม่จะสามารถซ้อนปิดมันอีกได้ ควรผมจะยังไงทำดี?! อ่าาาาาา! ภาษาญี่ปุ่นผมเพี้ยนไปหมดแล้ววว!

โทโมเอะ.. ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผมจะปล่อยให้เธอทำทุกอย่างที่เธอต้องการ! เพื่อการเพิ่มเลเวลของตัวเองให้เทียบเท่ากับเลเวลของมิโอะ ยังไงเธอก็จะต้องมาตื้อขอผมอย่างแน่นอน! เธอเป็นพวกประเภทนักรบที่ชอบการฝึกฝนนี่นา ผมจะสั่งให้เธอทำอะไรสักอย่างไปพลางๆก่อนละกัน ผมจะทำแน่!

ส่วนมิโอะ.. เทียบกับโทโมเอะแล้ว ยังเป็นพวกที่อ่อนน้อมอยู่.. ไม่มีอะไรเลยที่เธอรับมือไม่ได้ และเธอสามารถเข้าใจได้ว่าตัวเองกำลังจะอาละวาด ดังนั้นเธอค่อนข้างที่จะควบคุมได้ง่าย.. การทำให้เธอเป็นบอร์ดี้การ์ดของผมน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีและเร็วที่สุด! ยังไงก็ตาม ผมควรจะรีบไปยังเมืองต่อไป ซึ่งเรียกว่า ซึเงะ สินะ..

ส่วนพวกค่ายที่อยู่ระหว่างทาง ผมจะพยายามให้มากที่สุดที่จะไม่สนใจมัน.. แต่ถ้าหากโทโมเอะไม่ได้เดินทางด้วย พวกเราก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มั้ง?

เอาเถอะ ตามนั้นเลยก็แล้วกัน! รีบเดินทางไปเมืองอันแสนสงบสุขและปลอดภัยกันเถอะ!

ผมจะรวบรวมคนที่ยังปลอดภัยดีอยู่

ตัวผม.. ซึ่งใจเย็นมาถึงตอนนี้ได้ยังไงก็ไม่รู้

ในที่สุดก็เขียนประโยคขึ้นมาว่า

[ ผมจะคุ้มกันพวกคุณไปให้ถึงเมืองถัดไป ] 

คือสิ่งที่ผมเขียนออกไป

... ว่าแต่ เรื่องบ้าบอทั้งหมดนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไงเนี่ยยย!!!




NEKOPOST.NET