[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 25 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.25 - เอ่อ....เกิดอะไรขึ้น?


ผมกลับมาถึงโรงแรม

แน่นอนว่าพี่สาวจอมโจรคนนั้นหายตัวไปแล้ว

ถ้าในตอนที่เธอตื่นขึ้นมา แล้วตัวเธอไม่ได้ถูกพันธนาการอะไรไว้เลย หนำซ้ำยังไม่มีคนอยู่เฝ้าเธออีก.. ก็คงไม่มีใครหน้าไหนที่จะไม่ยอมฉวยโอกาสดีๆแบบนี้ ในการหลบหนี

ผมโยนร่างของผมลงบนเตียง และกางแขนและขาทั้งสองฝั่งออกเต็มที่.. ถึงจะกางเต็มที่ก็เถอะ แขนกับขาของผมยังเหยียดไม่ถึงขอบเตียงเลยด้วยซ้ำ

ในอดีตนั้น ผมมักจะนอนท่านี้อยู่บ่อยๆ ในตอนที่ผมเข้าสู่ห้วงความคิดของตัวเอง จะจบลงด้วยการเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้นอยู่บ่อยๆ.. เหมือนผมกำลังจะออกทะเลสินะ..

ร่างของผมฟุบลงกับเตียงอย่างอ่อนล้า แต่มันก็ทำให้ผมผ่อนคลายขึ้นมาก

นี่เป็นครั้งแรกเลย ที่ผมมีความคิดหรูราแบบนี้

รินอนไม่ได้อยู่ที่นี่.. เธอพูดว่า 'หนูขอตัวกลับไปที่บ้านสักครู่นะคะ' เสร็จแล้วก็เดินจากไปเลย

น่าจะเป็นคำโกหกนั้นแหละ.. กลับไปบ้าน ที่ซึ่งพี่สาวของเธอหายตัวไป.. ไม่อยากจะเชื่อเลย

ตอนนี้ผมกำลังนอนอยู่ที่นี่ก็จริง แต่ผมได้ร่าย [ซากาอิ] รูปแบบเคลื่อนไหวเอาไว้ เพื่อสะกดรอยตามเธอไป.. พลังเวทย์ของทักษะนี้ คนอื่นจะไม่สามารถรับรู้ได้ และพวกเขาก็จะไม่รู้สึกถึงตัวตนของผมซึ่งกำลังตามเธออยู่ด้วยเช่นกัน  

ตอนนี้รินอนได้นัดเจอกับคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งห่างออกไปจากโรงแรมเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น.. ด้วยระยะทางแค่นี้ ถ้าหากผมใช้สมาธิเล็กน้อย ผมก็จะสามารถแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาได้อย่างชัดเจน 

พลังที่ผมได้มาจากท่านสึคุโยมินี่มีประโยชน์มากจริงๆ.. แต่บางครั้ง การที่ผมไม่เข้าใจทฤษฎี มันก็ทำให้ผมรู้สึกเจ็บใจ
[*คนแปลอังกฤษเองไม่แน่ใจนะครับ > 取説(とりせつ)がないのが玉に瑕だけど ]

--

" แล้วเธอได้ประวัติของเขามาบ้างรึเปล่า? "

รินอนส่ายหัวไปมา

" ไม่ค่ะ.. อย่างเดียวที่เขาบอกแก่หนูก็คือ เขาเป็นผู้สืบทอดของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง " (รินอน)

" อะไรกัน? แบบนี้มันก็ไม่ต่างจากข้อมูลที่กิลด์ผู้ประกอบการมีเลยสิเนี่ย "

พวกนั้นคาดหวังอะไรกัน? คิดเหรอว่าผมจะยอมบอกทุกๆอย่างเกี่ยวกับตัวผม ให้กับเด็กที่ผมเพิ่งจะเจอเนี่ยนะ? พวกเขาปัญญาอ่อนกันเหรอไง?

" ตะ-แต่ว่า.. เพราะรถขนสินค้าของเขาถูกปล้น หนูก็เลยไม่ค่อยมีโอกาสได้พูดคุยกับเขาเลย " (รินอน)

" จริงด้วยสิ.. ดูเหมือนว่าคนที่ถูกจับตัวไปจะกลับมาแล้ว พวกเราอุตส่าห์ชำระล้างร่างกายของเธอ เพื่อตรวจค้นเวทมนตร์และกลอุบายที่อาจจะถูกติดมากับตัวเธอเลยนะ แต่กลับไม่มีอะไรโผล่ออกมาเลยเนี่ยสิ.. นี่มันหมายความยังไง? "

" ตอนที่หนูตื่นขึ้นมาในตอนเช้า พี่ผู้หญิงอีกสองคนที่อยู่กับเขาก็ออกไปข้างนอกแล้วค่ะ.. แล้วจากนั้น หนูก็เดินทางไปที่เขตการค้าพร้อมๆกับพี่ชายค่ะ "

" ผู้ติดตามรึ? พวกเขาคือคนที่มีเลเวลแปลกประหลาดนั่นสินะ.. แต่เราไม่รู้เนี่ยสิ ว่าจะมีคำสั่งให้ปิดปากรึเปล่า แต่มันก็ทำให้เหงื่อที่คิ้วของข้าไหลเลยทีเดียว.. แล้วยังไงต่อ? "
[*อันนี้คนแปลอังกฤษก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ (อะไรเหงื่อคิ้วไม่รู้ ) > 連れか、確か出鱈目なレベルの奴だとか。緘口令があるのか詳しくは聞けなかったが眉唾だな…それで?]

... ดูเหมือนว่าพวกเขาจะปิดปากคนอื่นด้วยสินะ? แล้วก็เหงื่อที่คิ้ว... ไม่ต้องสงสัยเลย..
[*อะไรไม่รู้ครับ เหงื่อที่คิ้ว > eyebrows sweat ]

ตอนนี้.. แค่การที่ข้อมูลของผมไม่รั่วไหลออกไปมาก ก็ทำให้ผมดีใจมากพอแล้ว

" ตอนนี้พี่ชายกำลังหลับอยู่บนเตียงอยู่ค่ะ แล้วก็ตอนที่พวกเรากลับมาถึง พี่สาวคนที่ถูกจับตัวได้ก็ไม่อยู่ที่นั่นแล้ว " (รินอน)

" ฮ่า~ " 

" แล้วจากนั้น หนูก็บอกพี่ชายว่าจะขอกลับไปที่บ้านสักพักนึงค่ะ " (รินอน)

" ไอ้หนุ่มคนนั้นหัวทื่อจริงๆ.. จับตัวคนไว้ โดยไม่คิดแม้แต่จะมัดมือมัดขาเนี่ยนะ? แถมยังไม่มีคนเฝ้าอีกด้วย? "

หุบปาก! การที่พวกเขาเชื่อเรื่องที่เชื่อได้ยากกันได้ง่ายถึงขนาดนี้ มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีใจนิดหน่อยนะ แต่มันทำผมหงุดหงิดชอบกล

แต่ว่า.. ดูจากท่าทางของรินอน แล้วก็นิสัยของชายคนนั้น.. ดูเหมือนเขาจะเป็นคนประเภท 'เกินเยียวยา' แล้วจริงๆสินะ?

" อืม... แล้วเรื่องรถขนสินค้านั่นหล่ะ? ได้ยินอะไรมาบ้างรึเปล่า? "

" คือว่าเรื่องนั้น... หนูไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ค่ะ " (รินอน)

" อ่า~ ไม่เป็นไรๆ เล่ามาเถอะ "

" จากที่นี่เดินทางไป 2 ถึง 3 วัน.. เสร็จแล้วจะถูกห้อมล้อมไปด้วยหมอกที่หนาทึบ ซึ่งใจกลางหมอกนั่นจะมี ถิ่นอาศัยของเหล่ามาโมโนะอยู่.. พี่ชายบอกว่า เขาได้ของพวกนั้นมาจากพวกมาโมโนะค่ะ " (รินอน)

" ... "

" นะ-หนูพูดความจริงนะ! นั่นคือสิ่งที่พี่ชายบอกกับหนู! แถมเขายังไม่สนใจราคาของสินค้าพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ! " (รินอน)

รินอนน่าจะรู้สึกถึงภัยอันตราย ซึ่งแพร่ออกมาจากตัวของผู้ชายที่ยืนนิ่งเงียบ เธอจึงพยายามอธิบายอีกครั้งอย่างเต็มที่.. พวกเขาน่าจะไม่ได้มีความสัมพันธ์กันฉันมิตรสินะ แค่นั้นผมก็พอจะมองออก 

" เขาบอกว่ามันเป็นของที่เหมือนกับฝัน เขาเลยไม่ติดใจที่จะขายมันทั้งหมด.. ชายชราที่อยู่ในเขตการค้าพูดว่า พวกเขาจะขอซื้อมันทั้งหมดด้วยเงิน 500 เหรียญทองค่ะ " (รินอน)

" 500?! "

เสียงของผู้ชายคนนั้นดังขึ้นแถบจะทันที.. เขาน่าจะเป็นคนประเภทต่ำช้าจริงๆด้วยสินะ

" คะ-ค่ะ " (รินอน)

" นั่นมันราคาต่ำที่สุดของต่ำที่สุดระดับไหนกัน? พวกเขาอาจจะได้ของล้ำค่ามาก็จริง.. แต่ขายมันด้วยราคาแค่ 500 เหรียญทองเนี่ยนะ? "

ใบหน้าที่หยาบคาย ปรากฎขึ้นมาบนหน้าของชายคนนั้น.. ผมสังเกตุได้เลยว่า แม้แต่รินอนเองก็ขยะแขยง

ยังไงก็ตาม.. ต่ำที่สุดของต่ำที่สุด? ด้วยเงินมากขนาดนั้นเนี่ยนะ? น่ากลัวจริงๆ.. แต่มันยังมีหนทางอื่นอีกเหรอ ที่จะใช้ประโยชน์จากผลไม้พวกนั้น นอกจากขายมันด้วยราคาที่สูงขึ้น ในรูปแบบของสินค้าชนิดใหม่?

" เฮ้.. เฮ้~! ให้หนูได้เจอพี่สาวของหนูหน่อยเถอะคะ! ถ้าหากหนูเล่าหลายๆอย่างให้พวกคุณฟังแล้ว พวกคุณจะยอมให้หนูเจอพี่ของหนูไม่ใช่เหรอคะ?! " (รินอน)

" เฮ้ยๆ.. นั่นคือคำพูด ที่มีไว้พูดตอนที่ทำงานเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ? ถ้าข้อมูลมีแค่นี้ เธอก็จะไม่มีวันได้เจอพี่สาวของเธอหรอกนะ "

.... หนอย..

จับเด็กตัวเล็กๆ แถมยังบังคับให้เธอทำงานโง่ๆแบบนี้อีก

จิตสังหารของผมเริ่มที่จะเพิ่มมากขึ้น

ตอนนี้ผมกำลังคิดอย่างจริงจัง ว่าจะยิงเขาด้วยเวทมนตร์ของผม จากหน้าต่างบานนี้!

ผมทำได้แน่!

เอาเลยละกัน!

ผมเริ่มที่จะร่ายเวทมนตร์.. แต่เสร็จแล้วก็ปรับความคิดซะใหม่

ชิ.. ถ้าหากผมยิงเขาตอนนี้ รินอนก็จะต้องเห็นคนตายต่อหน้าเธอแน่ๆ.. การได้เห็นใครสักคนตายต่อหน้าตัวเอง มันอาจจะกลายเป็นแผลลึกในจิตใจก็ได้

บ้าที่สุด.. แกรอดตายฉิวเฉียดเลยนะ รู้ตัวไหม?!

รินอนเข้าไปเกาะผู้ชายคนนั้น แล้วขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า.. ผมหายใจเข้าอย่างลึกๆ เพื่อสงบจิตสังหารของตัวเองลง แต่จิตสังหารมันก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆอยู่ดี

" ถ้าหากยืนกรานขนาดนั้น ข้าก็ไม่มีทางเลือกแล้วหล่ะนะ.. ทำงานสุดท้ายนี้ เสร็จแล้วข้าจะคืนพี่สาวของเธอให้แล้วก็จะลืมเรื่องหนี้ของพวกเธอด้วย.. "

หนี้? ยังไงมันก็ต้องเป็นหนี้ ซึ่งเกิดจากแผนสกปรกของพวกเขาแน่ๆ

" !! คุณทำแบบนั้นได้จริงๆเหรอคะ?! " (รินอน)

" ใช่แล้ว~ ส่วนเรื่องงานที่จะให้ทำ มันง่ายนิดเดียว.. ตกลงไหม? "

ผู้ชายที่ยื่นข้อเสนอพวกนี้ให้กับเด็กตัวเล็กๆแบบเธอ ช่างต่ำช้าจริงๆ..

แน่นอนอยู่แล้วว่า รินอนปฏิเสธข้อเสนอพวกนั้นไม่ได้

แต่ว่า...

ผมปลด [ซากาอิ] ออก..

ผมพอจะรู้ผลลัพธ์แล้ว.. ยังไงผมก็ไม่อยากจะได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะพูดอยู่ดี

ถ้าหากเรื่องที่เขาพูดเป็นความจริง พี่สาวของรินอนก็น่าจะยังมีชีวิตอยู่

แต่ถ้าหากมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพหล่ะก็.. ผมก็จะเข้าสู่โหมด 'การทรมาน' แล้วก็ 'การฆาตกรรม' ซ้ำซ้อนเลย

ไม่ใช่ว่าผมอยากจะสนับสนุนแนวคิดของโทโมเอะหรอกนะ แต่ผมคิดว่า ผมควรที่จะใช้กำลังในการแก้ปัญหาให้มากขึ้นอีกสักนิดก็ยังดี.. ตอนนี้ผมเลยพยายามที่จะข่มตาลง เพื่อให้ตัวเองหลับ...

ผมจะเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เมื่อผู้ติดตามทั้งสองของผมกลับมา.. ตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้ทำอีกแล้ว

และถ้าผมคิดถึงสถานะของรินอนแล้ว มันคงจะเป็นผลดีกับตัวเธอมากกว่า ถ้าหากเธอกลับมาแล้วเห็นผมกำลังหลับอยู่

ผมจะขอหลับซัก 45 นาที...

ผมหายใจเข้าอย่างลึกๆ แล้วในที่สุดก็เผลอหลับไป...

--

หนวกหูจริง..

อ่า.. จริงด้วยสิ.. เมื่อกี้ผมหลับอยู่สินะ?

รินอนปลอดภัยรึเปล่า?

จริงๆเลย ผมเริ่มที่จะคิดอีกแล้วว่า ผมควรจะทำยังไงกับเธอต่อไปดี

ถ้าหากผู้ติดตามของผม นำข้อมูลอะไรสักอย่างมาให้ผมในตอนที่ผมตื่นขึ้น

แล้วถ้าหากรินอน 'ยังมีชีวิตอยู่'.. ผมก็คิดจะอาละวาดนิดหน่อย

แต่ถ้าหาก 'ไม่มีชีวิตอยู่'.. ผมก็จะอาละวาด จนเมืองทั้งเมืองพังเลยคอยดู!

" อือ.. อรุณสวัสดิ์ "

ผมมองไปรอบๆห้อง.. ผมเห็นคนอยู่ 4 คน..

นี่มัน.... หึๆๆ... เป็น 'ครั้งแรก' เลยสินะ ที่ผมอาจจะได้ยินข่าวดี!

โทโมเอะ มิโอะ.. ผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนในรูปวาด แล้วก็รินอน..

" นายน้อย! ตื่นแล้วสินะ " (โทโมเอะ)

" ท่านนายน้อย อรุณสวัสดิ์ค่ะ " (มิโอะ)

การที่พวกเธอพูดว่า 'อรุณสวัสดิ์' ทั้งๆที่ตอนนี้มันเป็นตอนบ่ายแล้วแท้ๆ หรือพวกเธอกำลังประท้วงผม ที่ผมไม่ยอมให้พวกเธอนอนเมื่อคืน? หรือจะเป็นการทักทายในเชิงธุรกิจกันนะ? 

ผู้ติดตามของผม ทักทายผมอย่างที่คิด.. อย่างน้อยนั่นก็คือสิ่งที่พวกเธอควรจะทำ เพราะยังไงตอนนี้ พวกเราก็อยู่ต่อหน้าคนอีกสองคนนี่นา

รินอนกำลังพยายามหลบสายตาของเธอไปจากผมอยู่

ส่วนพี่สาวของรินอนก็กำลังก้มหัวลงอย่างจริงจัง ด้วยกริยาที่ดูมีเสน่ห์.. แต่ถ้าอยากจะก้มลงไปต่ำถึงขนาดนั้น ทำโดเงซะเลยก็ได้นะ น่าจะสบายกว่านี้เยอะ

ดูเหมือนพี่สาวของเธอจะปลอดภัยแล้วสินะ ส่วนน้องสาวของเธอกลับมาเพื่อก่อคดีบางอย่าง... ไม่สิ เธอน่าจะถูกจับได้มากกว่า.. การที่มิโอะยังไม่ได้ฆ่าเธอ ก็คงจะเป็นเพราะโทโมเอะห้ามไว้สินะ

ช่างเป็นเด็กสาวที่โชคดีจริงๆ.. ไม่สิ โชคดีทั้งพี่น้องเลยมากกว่าสินะ? โชคดีถึงขั้นที่ว่า ผมอยากให้พวกเขาแบ่งปันความโชคนั่นให้แก่ผมบ้าง

" สาวน้อย ยกหัวขึ้น " (โทโมเอะ)

โทโมเอะบอกพี่ของรินอนไปแบบนั้น เสร็จแล้วเธอก็ยกหัวขึ้นมาอย่างเขินเอย

[ ขอโทษนะ ที่ผมจำเป็นต้องสื่อสารด้วยการเขียน.. เธออ่านออกใช่ไหม? ] (มาโกโตะ)

น้องสาวของเธออ่านออก แต่พี่สาวของเธอกลับอ่านภาษาเขียนไม่ออก.. เรื่องแบบนั้นไม่มีทางจะเกิดขึ้น ใช่ไหม?

" อะ..ค่ะ! อ่านได้ค่ะ! กะ-การที่คุณช่วยชีวิตฉันได้รวดเร็วขนาดนี้ ฉะ-ฉันต้องขอขอบคุณมากจริงๆค่ะ ขะ-ขอบคุณจากใจเลยค่ะ! "

ด้วยอาการตื่นตกใจจนถึงขีดสุด เธอรีบพูดขอบคุณผม รีบจนพูดติดอ่างและติดๆขัดๆ.. หา? เธอเป็นคนประเภทที่รับมือคนแปลกหน้าไม่เก่งหรอกเหรอ?

แต่แค่สื่อสารกันยังพอเป็นไปได้สินะ โอเค..

ยังไงก็ตาม เธอทำให้ผมตกใจมากจริงๆ.. แม้แต่เสียงที่ออกแนว 'อะแฮะๆ' ถ้าหากไม่นับเรื่องสีผมของเธอแล้ว เธอเป็นร่างโคลนของคนคนนั้นชัดๆ

[ เธออยากจะใช้ภาษาพูดแบบไหนกับผมก็พูดมาเถอะ ไม่ใช่ว่าเธอเป็นผู้ติดตามของผม หรืออะไรทำนองนั้นซะหน่อย ] (มาโกโตะ)

" อย่างที่ท่านเห็น.. เธอกลับมาด้วยร่างกายที่ครบ 32 เลยน้า นายน้อย " (โทโมเอะ)

" ร่างกายของเธอ ถูกใช้เป็นตัวทดลองยาหลายชนิดมากเลยค่ะ.. แต่ฉันชำระล้างมันออกไปจนหมดแล้ว " (มิโอะ)

เธอสองคน.. คำรายงานของพวกเธอ มันเป็นการหวังให้ผมชมพวกเธอชัดๆเลยสินะ..  แต่ยังไงก็ทำได้ดีมากจริงๆ

หมายความว่ามิโอะมีเทคนิคลับ ที่สามารถใช้ถอนพวกสารพิษได้สินะ? นี่จะต้องเป็นประโยชน์ในอนาคตมากแน่ๆ

ผมมองไปที่พี่สาวของรินอนอีกครั้ง.. จริงด้วยสิ พอผมมาลองคิดดูแล้ว ใบหน้าของเธอมีผลกระทบต่อจิตใจของผมมาก จนผมถึงกับลืมชื่อของเธอไปเลย.. เธอชื่ออะไรแล้วนะ?

ผมจำได้ว่า รินอนบอกชื่อของเธอกับผมแล้ว.. แต่ด้วยสาเหตุบางอย่าง ผมกลับหาความทรงจำส่วนนั้นไม่เจอเลยนี่สิ

แต่ว่า...

ตอนที่ผมคิดที่จะถามชื่อของเธออีกครั้ง ผมมองไปที่ตัวเธอ ตั้งแต่หัวจรดเท้า..

ยิ่งผมมองเธอมากเท่าไหร่.. มันก็ยิ่งอยู่เหนือคำว่า 'คล้ายกัน' แล้ว

โลกคนละใบ แต่มีแตงโมลูกเดียวกัน.. น่าอัศจรรย์มากจริงๆ

เธอสูงกว่าผมเล็กน้อย ทรงผมของเธอที่เหมือนกับผู้หญิงคนนั้นจนเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ส่วนหน้าอกของเธออยู่ในช่วงที่เรียกว่าได้ว่าใหญ่พอสมควร

และรูปร่างหน้าตาของเธอ พูดได้เลยว่าเป็นภาพสะท้อนบนกระจก 'ของผู้หญิงคนนั้น'.. แต่ดวงตาของเธอดูโหดร้ายกว่าเล็กน้อย.. แต่มันก็ไม่แปลกหรอก นี่เป็นดวงตาที่นักผจญภัยควรจะมีสินะ

มันคือดวงตาที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ยากลำบาก และความอยากรู้อยากเห็น

ส่วนสีผมของเธอ เป็นสีเดียวกับน้องสาวของเธอซึ่งก็คือสีแดง.. มันไม่ใช่ 'สีดำที่ถูกย้อมด้วยสีแดง'

" ฮาเซงาวะ ใช่ไหม? " (มาโกโตะ)

ชื่อของคนที่ผมเผลอพูดออกมา เป็นชื่อของรุ่นน้อง ที่โทโมเอะเคยรื้อฟื้นความทรงจำมาให้ผมดู

หญิงสาวที่มาสารภาพรักกับคนอย่างผม.. มิหนำซ้ำ ยังเป็นรุ่นน้องที่ถูกผมหักอกจนต้องเจ็บปวด

รุ่นน้องที่น่ารักและกระตือรือร้น แถมยังทุ่มเททุกๆอย่างให้กับการยิงธนู

นี่แหละคือสาเหตุ ที่ทำให้ช่วงนี้หัวใจของผมมันไม่ยอมสงบนิ่ง ถึงแม้ว่าผมจะรู้ว่าพวกเขาเป็นคนละคนกันอย่างสิ้นเชิงก็เถอะ..

แถมมันยังเป็นเหตุการณ์ ที่ผมถูกเช็นทำให้นึกขึ้นได้เมื่อไม่นานมานี่อีกด้วย มันเลยยิ่งมีผลกระทบไปกันใหญ่ คิดว่านะ?

" เอ๋? "

ผมเผลอเรียกเธอด้วยชื่อนั้นไป ริมฝีปากของเธอขยับเล็กน้อย และส่งเสียงออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

โทโมเอะปล่อยให้มันผ่านไป แต่หูของมิโอะเหมือนจะมีปฏิกิริยาต่อสิ่งที่ผมพูด.. ผมรู้สึกได้เลยว่า อีกเดี๋ยวเธอก็คงตื้อถามผมไปอีกสักระยะแน่ๆ

มันเป็นชื่อของคนที่อยู่อีกโลกหนึ่ง ดังนั้นพวกเขาไม่น่าจะคิดว่า มันคือชื่อเรียกของใครสักคนหรอก..

[ ไม่มีอะไร.. ยังไงก็ตาม ผมได้ยินเรื่องราวจากรินอนแล้ว และมันก็ทำให้ผมอดคิดที่จะช่วยคุณไม่ได้.. ผมดีใจมากเลยนะที่คุณปลอดภัย ] (มาโกโตะ)

" ฉันทำตัวของฉันเองค่ะ.. แต่คุณช่วยเหลือพวกเราไว้จริงๆ.. พวกเราพึ่งจะสามารถ 'ปะคองตัวเองได้' ฉันเลยได้ใจเกินไปหน่อยค่ะ "

หลักความคิดของเธอที่มักจะหาจุดบกพร่องในตัวเองนั้น ก็เหมือนกับฮาเซงาวะมากเลยทีเดียว

แต่การที่เธอสามารถยืนหยัดต่อสู้ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ได้ มันก็ไม่แปลกหรอก ที่จะกลายเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง

ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยความผิดพลาดเพียงแค่ครั้งเดียว.. น้องสาวของเธอก็เลยกลายมาเป็นหมากตัวหนึ่งของพวกโจร และเร่ร่อนไปรอบๆเมืองในตอนกลางคืนเพื่อหาเหยื่อให้พวกมัน.. ส่วนตัวเธอเองก็ถูกทดลองยา จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด

[ ดูเหมือนที่นี่จะเป็นสถานที่ที่อันตรายน่าดูเลยนะ.. ภายนอกก็แน่นอนอยู่แล้ว ภายในเองก็เหมือนกัน.. ผมมีผู้ติดตามทั้งสองคนนี้อยู่ ผมเลยเอาตัวรอดมาได้จนถึงปัจจุบัน ] (มาโกโตะ)

ผมตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มเล็กนน้อย

ในความเป็นจริง เลเวลของทั้งสองคนนี้ก็เกินขอบเขตของคำว่าปกติแล้ว

หลังจากได้ยินว่าผมพูดถึงพวกเธอ สีหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ราวกับกำลังแสยะยิ้มแล้วพูดว่า 'ก็ไม่เท่าไหร่หรอก' 

จริงๆเลย

แต่ในตอนนี้ที่ผมพูดถึงโทโมเอะและมิโอะนั้น ผมสังเกตุเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไป ของคนที่หน้าตาคล้ายฮาเซงาวะ และน้องสาวของเธอ

คนโตนั้นตื่นเต้น ส่วนคนเล็กนั้นเหมือนจะหวาดกลัว

" ความแข็งแกร่งของผู้ติดตามของคุณ มันสุดยอดจนน่ากลัวมากๆเลยค่ะ! อย่างแรกเลย พวกเขาปรากฎตัวขึ้น อย่างไร้ซุ่มไร้เสียง ใจกลางห้องที่พวกเราถูกคุมขังอยู่! มันเจ๋งสุดๆ แถมยังน่าอัศจรรย์มากๆเลยค่ะ! "

" ไม่หรอกๆ มันก็ไม่ขนาดนั้นหรอกน้า " (โทโมเอะ)

" ถ้าหากฉันใช้ความสามารถด้านธาตุมืดของฉัน เรื่องแค่นั้นก็ง่ายนิดเดียวเองค่ะ " (มิโอะ)

นั้นคือเหตุผลที่ผมบอกพวกเธอไง ว่าพวกเธอเก็บอาการไม่เก่งเลย.. จะดีใจกับคำชมก็ให้มันน้อยๆหน่อยสิ

" ใช่แล้ว! หลังจากนั้นก็เวทมนตร์ธาตุมืดค่ะ! มันชำระล้างพิษจากยาทดลอง ซึ่งอยู่ในร่างกายของฉันออกจนหมด แล้วตอนที่พวกเรากำลังจะหลบหนีออกมา เธอก็พังประตูเสริมเวทมนตร์ด้วยมือเปล่า โดยที่ไม่ได้ใช้พลังเวทย์เลยสักนิดค่ะ! "

ถ้าหากไม่นับเรื่องประตูอะไรนั่นหล่ะก็.. ความสามารถในการชำระล้างพิษของเธอมันต้องสุดยอดมากๆเลยสินะ คราวหน้าผมควรจะให้เธอสอนผมบ้าง.. แต่การที่เธอพังประตูออกมา มันก็เกินไปหน่อยนะ แต่ยังไงตอนนี้ก็ขอบวกหนึ่งแต้มให้เธอก็แล้วกันนะ มิโอะ

ยังไงก็ตาม จากเรื่องที่เธอเล่ามา ผมก็ยังหาสาเหตุที่รินอนอยู่ในสภาวะหวาดกลัวถึงขนาดนี้ไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าเธอจะได้พี่สาวของเธอกลับมาแล้วก็ตาม

เธอน่าจะถูกผู้ชายคนนั้น สั่งให้ขโมยเงินของผมสินะ? ในตอนที่เธอกำลังจะขโมยนั้น ทั้งสองคนนี้ก็กลับมาซะก่อน แล้วก็จับตัวเธอไว้.. เรื่องมันเป็นแบบนี้รึเปล่า?

ผมพอจะเข้าใจ ว่าเธอน่าจะรู้สึกผิดต่อการกระทำของเธอ

แต่เป้าหมายหลักของเธอ ก็คือการช่วยเหลือพี่สาวของเธอ ซึ่งตอนนี้ก็สำเร็จแล้ว.. ผมเลยคิดว่า ตอนนี้เธอควรจะทำตัวร่าเริงให้มากกว่านี้สักหน่อยนะ

รินอนที่กำลังมีสีหน้าที่เหมือนกับกังวลอะไรบางอย่างอยู่ พยายามที่จะพูดอะไรสักอย่างออกมา.. แต่สุดท้ายแล้วก็ขยับหน้าเพียงเล็กน้อย แล้วก็หดหัวของเธอลงไป

" ยิ่งไปกว่านั้น! คนเฝ้า แล้วก็พวกทหารรับจ้าง ต่างก็ถูกจัดการด้วยท่วงท่าอันงดงามของท่านโทโมเอะค่ะ! ร่างของพวกเขาส่งเสียงดัง *แคร่ก *แคร่ก! "

โอ้? ผมรู้สึกว่าเธอกำลังพูดอะไรบางอย่างที่ดูอ้อมค้อมเกินไปหน่อยนะ.. เธอพูดเกินจริงไปรึเปล่า? ผมพึ่งจะเตือนโทโมเอะไปไม่นานนี้เองนะ ว่าอย่าทำอะไรรุนแรงจนเกินไป

" !!! ธะ-เธอพูดเกินจริงไปแล้วโทอา ข้าไม่ได้ทำถึงขนาดนั้นซักหน่อย... " (โทโมเอะ)

มีคนโง่หนึ่งคนที่นี่ ซึ่งกำลังทำตัวเหมือนกับเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำเรื่องที่ไม่สมควรทำ เธอพยายามห้ามโทอาไม่ให้เล่าต่อ แต่ผมก็สั่งให้โทโมเอะหยุด ด้วยสายตาของผม.. แล้วจากนั้นผมก็หันไปมองมิโอะ ซึ่งตอนนี้กำลังเหงื่อตกเล็กน้อย

พี่สาวของรินอนซึ่งชื่อว่า โทอา.. ตอนนี้กำลังเล่าเรื่องอย่างตื่นเต้นและร่าเริง ยังคงเล่าต่อไปโดยที่ผมไม่จำเป็นต้องบังคับให้เธอพูดต่อเลยด้วยซ้ำ

" หมายความว่ายังไงค่ะ ที่บอกว่า 'พูดเกินจริง'! มันเป็นครั้งแรกของฉันเลยนะคะ ที่เห็นอะไรแบบนั้น!! แม้กระทั่งตัวอาคาร ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากวัสดุพิเศษเพื่อป้องกันการโจมตีของพวกดีม่อน ยังถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษ ด้วยกำปั้นของท่านโทโมเอะและความมืดของท่านมิโอะเลยนะคะ! " (โทอา)

มิโอะแล้วก็โทโมเอะ ซึ่งกำลังนั่งขนาบข้างคุณโทอาอยู่นั้น ต่างทำเสียง 'อะแฮะๆๆ'.. จริงๆเลยให้ตายสิ ช่างเป็นปฏิกิริยาที่เข้าใจง่ายจริงๆ

" ยิ่งไปกว่านั้น! คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกิลด์อย่างคุณเอซ ซึ่งกำลังร่วมมือกับเหล่านักผจญภัยรับจ้างกว่า 50 คน ยังถูกทั้งสองคนเป่าจนกระเด็นอย่างง่ายดายอีกด้วยค่ะ! "

..... อือ.. เฮ้ย?!

เดี๋ยวก่อนนะ?! เกิดอะไรขึ้นนะ?! อย่าบอกนะว่าตอนที่ผมกำลังนอนหลับอยู่ ทุกๆอย่างมันก็เข้าสู่ช่วง 'ทุกๆอย่างจบลงแล้ว รอติดตามต่อตอนหน้านะคะ!' งั้นเรอะ!!!!

ผมดีใจเหลือเกิน ที่ตอนนี้ผมกำลังสวมหน้ากากอยู่.. เพราะตอนนี้ใบหน้าของผมคงกำลังแสดงสีหน้าต่างๆมากมาย จนเป็นหน้ารวมมิตรอยู่แน่ๆ! เดี๋ยวก่อนนะ.. กระทั่งน้ำตาก็ไหลด้วยเรอะ?

ผมไม่รู้เลยว่า จะพูดยังไงกับความรู้สึกในตอนนี้ดี..

คำพูดสุดท้ายของโทอา ได้ทิ้มแทงเข้าใส่หัวใจของผม โดยที่ผมไม่ทันได้รู้สึกตัว...




NEKOPOST.NET