[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 22 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.22 - ผมไม่ต้องการสิ่งที่เรียกว่าภาษาสากลอะไรนั่นหรอก


" ไม่ว่าผมจะคิดยังไง เธอก็ยังเป็น 'ผู้พิพากษาที่ชั่วร้าย' อยู่ดี " (มาโกโตะ)

ผมถอนหายใจยาวๆ ขณะที่กำลังมองไปยังโทโมเอะ ซึ่งกำลังหดตัวลงเพราะสำนึกผิดอยู่ แล้วก็มองไปยังคุณชายชุดดำซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้สติกลับคืนมา

ส่วนมิโอะนั้น.. ตอนนี้กำลังไป 'เก็บกวาด' คนสองคน ซึ่งโดนโทโมเอะฆาตกรรมไปแล้วอยู่

ผมยืนกอดอกแล้วหรี่ตามองไปยังโทโมเอะ.. ส่วนข้างๆผม ก็มีใครบางคนซึ่งกำลังนั่งอยู่บนม้านั่ง

เธอเป็นเด็กผู้หญิง ที่ผมกับมิโอะเก็บมาได้ระหว่างทางกลับมา

ผมจะขอพูดให้ชัดเลยนะ ผมไม่ได้พาหญิงค้าประเวณีมาด้วยหรอกนะ เข้าใจ๋?

ผมก็แค่ เดินทางกลับมาพร้อมกับผู้หญิงเท่านั้นเอง

จะพูดว่ายังไงดีหล่ะ.. พวกเราเหมือนกำลังแสดงบทละครกันอยู่

เด็กหญิงคนนี้ ก็น่าจะมีบทบาทเป็น 'ชาวบ้านที่กำลังตกที่นั่งลำบาก'

'ถ้าอย่างนั้น พวกเราขอฟังเรื่องราวของเธอหน่อยละกัน' พวกเราพูดกับเธอแบบนั้น และจบลงด้วยการพาเธอมายังที่พักของพวกเรา... แต่ว่า..

เมื่อพวกเรามาถึง.. พวกเราก็เจอกับโทโมเอะ ซึ่งกำลังทำสีหน้าภาคภูมิใจ ยืนอยู่ข้างหน้าทางเข้า

 'ข้าไม่ได้ฆ่าหมดทุกคนน้าา นายน้อย!'

คือสิ่งที่เธอพูด..

แน่นอนอยู่แล้ว.. เด็กผู้หญิงที่ผมพามาด้วย เมื่อได้ยินแบบนั้น ก็ย่อมกลัวเป็นธรรมดา

ผมพาเธอไปยังห้องของพวกเรา และพยายามอย่างมากที่สุด เพื่อทำให้เธอใจเย็นลง

ตอนที่ผมฟังสถานการณ์ทั้งหมดจากโทโมเอะอีกครั้ง

ดูเหมือนว่า โจรทั้งหมดจะมีอยู่ 6 คน และโทโมเอะปล่อยให้คน 3 คนหนีไปได้

มันก็ฟังดูไม่เลวร้ายเลยนะ

'เธอจับตัวได้ 3 คนสินะ?' คือสิ่งที่ผมถามเธอเพื่อความแน่ใจ.. แต่ว่า..

" ข้าฆ่าไป 2 คน! และจับได้ 1 คน! ซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ตรงนั้นยังไงหล่ะ! " (โทโมเอะ)

นั้นคือสิ่งที่เธอตอบกลับมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

ผมจำได้ว่า ผมบอกโทโมเอะไปว่า 'ได้โปรดอย่าฆ่าใครเด็ดขาด และถ้าหากมีใครสักคนพยายามจะหนีก็ให้จับตัวพวกเขาซะ'

นั้นคือสิ่งที่ผมบอกเธอไม่ใช่เหรอ!

จากนั้นโทโมเอะก็พูดว่า 'ก็อย่างที่เห็นแหละน้า.. ส่วนสำคัญที่บอกว่า ห้ามฆ่าใครเด็ดขาด ข้าไม่ค่อยเข้าใจประโยคนั้นซักเท่าไหร่หน่ะ!'

แล้วเธอก็พูดลอยๆต่อไปว่า คนแรกหน่ะตายจากอุบัติเหตุ ส่วนคนที่สอง ตายเพราะมันเหนือความคาดหมายของเธอ.. แต่ว่านั้นมันยังจำเป็นต้องถามอีกเหรอ!

ไม่ว่าจะฟันด้วยดาบ หรือเตะจนปลิวไปเต้นบนอากาศ มันก็แค่ข้ออ้างไม่ใช่เหรอไง?

เหมือนกับ 'ข้าพยายามจะเล็งไปที่อาวุธแล้วน้า แต่ดาบมันกลับฟันขาดครึ่งทั้งคนทั้งอาวุธซะงั้นแหละ' 

จริงๆมันก็ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่มากเกินไปหรอก แต่การทำเสียง 'ฮิฮิ' ไปพร้อมๆกับอธิบาย มันจะไม่โหดร้ายเกินไปหน่อยเหรอ!

นี่มันที่เกิดเหตุอาชญกรรมแบบไหนกัน?!

ผมพยายามถามมิโอะว่า เธอจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ได้บ้างถ้าเธอหิว... เอ่อ..ผมหมายถึง.. เธอจะช่วยเก็บกวาดเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายทั้งสองนี้ได้รึเปล่า เธอก็ตอบกลับมาว่า 'ได้ค่ะ'

ผมเลยบอกให้เธอไปยังสถานที่เกิดเหตุทันที

จากนั้น.. ก่อนที่ผมจะเริ่มอธิบายสถานการณ์ให้กับเด็กหญิง ซึ่งตอนนี้กำลังจ้องเขม่งไปที่โทโมเอะอยู่.. ผมก็ได้พาตัวคนที่โดนโทโมเอะจับได้ไปนอนราบไว้บนเตียง

เขามีร่างกายที่ผอมบางมาก.. ผมจะไม่พยายามเข้าใจมาตรฐานของโลกนี้อีกแล้ว ถ้าหากมีใครสักคนมาบอกผมว่า ร่างที่ผอมบางนี้คือร่างของผู้ชายจริงๆ ผมก็คงจะต้องขอยกมือทั้งสองข้างขึ้น แล้วก็ยอมแพ้

" เฮ้ โทโมเอะ.. เธอจับคนที่เป็นผู้หญิงมาเหรอ? " (มาโกโตะ)

" คึหึๆๆๆๆ! " โทโมเอะ)

อะไร? หัวเราะทำไมรึ คุณโทโมเอะ?

" ข้าคิดไว้แล้วว่า นั้นคือสิ่งที่นายน้อยจะต้องพูด! " (โทโมเอะ)

แล้ว.. เธอตั้งใจจะบอกอะไรกับผมหล่ะ?!

" และนี่คือสิ่งที่นายน้อยอยากจะพูดใช่ไหมหล่ะ?! 'โทโมเอะ.. เธอนี่มันผู้พิพากษาที่ชั่วร้ายจริ~งๆ' " 
(โทโมเอะ)

ทำไมเธอต้องพูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจถึงขนาดนั้นด้วยหล่ะ? แต่ก็ว่ากันไม่ได้หล่ะนะ เพราะนั้นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะพูดจริงๆ.. แต่การเลือกจับเฉพาะคนที่เป็นผู้หญิง ไม่ว่าจะดูยังไง มันก็เป็นวิธิการของผู้พิพากษาที่ชั่วร้ายชัดๆเลยไม่ใช่เหรอ!
[*แปลมาถึงจุดนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วครับว่า evil magistrate นี่อ้างอิงถึงเกมส์หรือการ์ตูนเรื่องอะไรสักอย่างรึเปล่า หรือแปลว่าผู้พิพากษาที่ชั่วร้ายนั้นถูกต้องแล้ว ]

" คนที่ข้าจับมาหน่ะ คือผู้ชายน้า! " (โทโมเอะ)

ท่าทางของเธอ ตอนที่เธอพูดประโยคนั้น.. เหมือนมันมาพร้อมกับเสียงซาวด์เอ็ฟเฟคว่า '*บลิ้ง!' เลย...

....

ไม่สิ..

ถึงแบบนั้นก็เถอะ..

ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ

แล้วมันจะต่างจากเดิมตรงไหน?!

ผมหมายถึง.. ก่อนที่จะเก็บอาวุธของตัวเอง อย่างน้อยก็ต้องค้นร่างกายของอีกฝ่ายก่อน ใช่ไหม?

เธอทำแบบนั้นแล้วสินะ? เพราะเธอมั่นใจมากนี่นา ว่าคนคนนี้คือผู้ชาย

" ฮ่า~ ผมไม่สนเรื่องนั้นหรอก.. แต่ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้ซ่อนอาวุธอะไรไว้อีกใช่ไหม? เธอค้นร่างกายเขาแล้วสินะ? " (มาโกโตะ)

ถึงผมจะบอกว่า พาเขามานอนไว้บนเตียงก็เถอะ ผมก็ไม่ได้คิดจะห่มผ้าให้เขาหรอกนะ.. ตอนนี้พวกเรามองเห็นตัวเขาได้อย่างชัดเจน แต่ว่า...

นี่มันผู้ชายจริงๆเหรอ?

สำหรับผม เขาเหมือนผู้หญิงมากเลยนะ.. โดยเฉพาะบริเวณเอว...

เอ๋? เฮ้ย เฮ้ยยยย

โทโมเอะ~ ได้โปรดช่วยสนใจเป้าหมายที่เธอจับมาหน่อยเถอะ

บริเวณเข้มขัดเอว ผมมองเห็นอะไรบางอย่างที่มีลักษณะคล้ายกับอุปกรณ์ที่มีความแหลมคม

" เธอไม่ได้ค้นร่างกายจริงๆด้วยสินะ? เฮ้อ... ถ้าเธอจะพาเขามาหลับข้างในห้อง อย่างน้อยช่วยเก็บกวาดพวกของอันตรายทั้งหลายทีเถอะนะ ประมาทจริงๆเลย " (มาโกโตะ)

ผมดึงมีดออกมาจากเข็มขัดเอวของเขา แล้วก็ยึดมันเอาไว้.. มันมีไว้สำหรับปางั้นเหรอ? ดูเหมือนมันจะไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ฟันสินะ.. อย่างน้อย มันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกว่า มันเป็นอาวุธลับที่มีไว้ใช้เป็นไพ่ตาย ในเหตุการณ์ที่ช่วยไม่ได้ อย่างเช่นหลังถูกจับกุม...

" ขะ..ข้าไม่คิดว่านายน้อยจะพาพลเมืองมาด้วยนี่นา.. ดังนั้น ถ้าหากมีแค่ข้ากับนายน้อยหล่ะก็ ข้าคิดว่ามันน่าจะดูตื่นเต้นขึ้น ข้าก็เลย... เอ่อ... " (โทโมเอะ)

โทโมเอะกำลังพยายามส่งเสียง 'อะหวาหว๊า' พร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ.. เธอนี่ดึงดูดแต่เรื่องน่ากลัวจริงๆ

" คร่อก... ฟี้~ " 

คนคนนี้หลับลึกน่าดูเลยนะ

*แคว่ก!

" หวา? "

ผมได้ยินเสียงเหมือนกับ.. เสื้อผ้าที่ถูกดึงจนขาด..

บริเวณหน้าอกของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย เริ่มที่จะขยายออก...

ความเงียบ...

ความเงียบสงัดเข้าปกคลุม...

ไม่มีใครพูดอะไรเลย...

โทโมเอะกำลังตะลึงอย่างหนัก พร้อมๆกับมองไปที่เหยื่อและตัวผม.. เธอเริ่มที่จะหดตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนลงไปนั่งกับพื้น

มันเป็นผ้าชนิดที่มีไว้พันบริเวณหน้าอกแล้วรัดไว้ และคนคนนี้ก็ทำแบบนั้นชัดๆเลย.. นี่มันไม่ราบรื่นเลย

ดูเหมือนเธอจะรัดมันไว้แน่นมาก จนไม่สังเกตุเห็นด้วยซ้ำว่ามันนูนออกมา

ถ้าหากเธอไม่ได้รัดมันจนแน่น มันก็คงจะไม่ขาดดัง '*แคว่ก' หรอก

" นะ..นี่มันการก่อกบฎอะไรสักอย่างชัดๆเลยค่ะ! ใช่แล้ว! ไม่มีทางหรอก! กับการที่ 'ถูกรัดจนราบเป็นหน้ากลอง' จะมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ค่ะ! " (โทโมเอะ)

คำยืนกรานของเธอ มันน่าอนาถมาก..

" เธอ~ อย่างน้อยสงสารคนที่เป็นเจ้านายของเธออีกสักนิดเถอะ.. เธอก็รู้สินะว่าเพศไหน จะไต่สวนได้ง่ายกว่า สำหรับตัวผมที่เป็นผู้ชาย ใช่ไหม? ใช่ไหมมม?! " (มาโกโตะ)

" ไม่! อย่างที่ข้าบอกนั้นแหละ ก็แค่อย่าสนใจบริเวณหน้าอก! แล้วทีนี้แหละ เขาจะต้องกลายมาเป็นผู้ชายอย่างแน่นอน! " (โทโมเอะ)

อย่าสนใจหน้าอก? เธอพูดถึงอะไร? ผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอพยายามจะสื่ออะไร

" ยังไงก็ตาม.. ผมกำลังพยายามที่จะบอกให้เธอ อย่างน้อยที่สุด ค้นร่างกายของเขาก่อน.. ถ้าหากเธอถอดเสื้อผ้าของเขาออก เธอก็จะยึดอาวุธแล้วก็อุปกรณ์ต่างๆของเขาได้ในเคราวเดียวเลยนะ " (มาโกโตะ)

" ไม่ใช่ว่า.. นายน้อยจะเห็นว่าข้าเป็นพวกโรคจิตหรอกเหรอ ถ้าหากข้าถอดเสื้อผ้าของเธอหมด? เพราะแบบนั้นแหละ ข้าก็เลยกัง.... " (โทโมเอะ)

" ต้องทำสิ่งที่จำเป็นก่อนสิ! นี่ไม่ใช่ละครนะ ฉะนั้นเขี่ยเรื่องจริยธรรมทิ้งไปได้เลย! ระหว่างคนโง่กับคนโรคจิต ผมคิดว่าคนโรคจิต ยังมีโอกาสช่วยให้คนอื่นพ้นภัยได้มากกว่าเลยด้วยซ้ำ! " (มาโกโตะ)

แต่นั้นมันก็แค่ความคิดส่วนตัวของผมนะ

" คือ... " (โทโมเอะ)

ยังไม่ยอมรับอีก!

" ยิ่งไปกว่านั้นนะ! โทโมเอะ.... " (มาโกโตะ)

" อะ...อือ... "

หือ?

นั้นมันอะไรหน่ะ? เป็นเสียงที่เบามาก จนมันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับผู้พูดไม่มีตัวตนอยู่.. นี่ไม่ใช่เสียงของมิโอะหรือโทโมเอะแน่ๆ.. ในห้องนี้ มีคนอื่นอยู่อีกงั้นเหรอ?

โอ้! จริงด้วย!

พลเมือง ก! เด็กหญิงสุดสวย ก คนนี้นี่เอง!

ตอนที่ผมมองให้ดีอีกครั้ง.. มีเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังทำหน้าตาไม่สบายใจอยู่ในห้องเดียวกันกับพวกเรา

พวกเรากำลังพูดในสิ่งที่เธอไม่น่าจะเข้าใจ.. แถมพวกเรายังเป็นคนแปลกหน้าที่เธอแถบจะไม่รู้จักอีกด้วย

อ่าห์.. ผมไม่แปลกใจหรอก ที่มันจะสร้างความไม่สบายใจให้กับเธอ.. เพราะผมบอกเธอผ่านการเขียนไปแล้วว่า ผมไม่สามารถพูดได้.. มันก็ช่วยไม่ได้นั้นแหละ ที่เธอจะสงสัยในตัวผม

" ก็ได้.. ผมจะยกโทษให้เธอ.. ครั้งต่อไปก็ระวังหน่อยละกันนะ " (มาโกโตะ)

" โอ้~ ข้าต้องขอขอบคุณจริงๆนะ องค์หญิงน้อยที่ข้าไม่รู้จัก! " (โทโมเอะ)

เธอต้องเป็นฝ่ายขอบคุณผมก่อนไม่ใช่เหรอ?! เธอไปขอบคุณบุคคลที่สามก่อนได้ยังไง?!

ยิ่งไปกว่านั้น... เธอยังใช้ภาษากลางพูดอีกด้วย

เธอมีความมั่นใจแค่ไหนกัน?

ผมหล่ะอยากจะให้เธอใช้การตัดสินใจอันรวดเร็วนั้น มาสร้างประโยชน์ให้กับผมบ้างจริงๆ! ผมแถบจะร้องไห้อยู่แล้วนะ รู้ไหม? ฮึกๆ

" พี่ชาย.. หนูได้ยินมาว่า พี่พูดไม่ได้ไม่ใช่เหรอค่ะ? "

" ผมพูดได้ " (มาโกโตะ)

ผมพยายามพูดภาษากลาง ด้วยน้ำเสียงและถ้อยคำที่แลดูเป็นมิตรให้มากที่สุด.. เพราะผมคิดว่าบางที มันอาจจะได้ผลก็ได้

" ?? "

 ตอนที่เธอเอียงคอ ผมก็รู้คำตอบโดยทันที.. ผมหันไปมองโทโมเอะ เธอพยักหน้า แล้วเธอก็หันไปหาเด็กหญิง.. จริงๆเลย.. ทีเรื่องแบบนี้เอาใจใส่ดีจริงๆ

" เมื่อกี้นี้.. นายน้อยพยายามจะพูดว่า 'ผมพูดได้' เป็นภาษากลาง เธอฟังไม่รู้เรื่องสินะ? " (โทโมเอะ)

" เอ๋? แต่หนูได้ยินเขาพูดว่า 'การกินคือเพื่ออะไร'?! "

บะ..บ้าไปแล้ว! นี่มันจะน่าตกใจเกินไปแล้ว!

"  คือว่า.. นั้นหน่ะเป็นส่วนหนึ่งของคำสาป จริงๆแล้วนายน้อย สามารถพูดได้หลายภาษาเลยน้า และตอนนี้ เขาพยายามจะใช้หนึ่งในภาษาเหล่านั้น ในการสื่อสารกับพวกเรา " (โทโมเอะ)

" อะ..เอ๋? มันไม่ใช่อาการป่วยเหรอค่ะ? "

" ใช่แล้ว.. มันเกิดจากคำสาปหน่ะ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะแพร่คำสาปนั้นไปสู่ผู้อื่นได้หรอกนะ.. มีแต่คนมองว่า เขานั้นแตกต่างจากคนปกติ ถึงจริงๆแล้วเขาจะไม่อยากแตกต่างก็เถอะน้า " (โทโมเอะ)

โอ้~ โทโมเอะพูดด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน และสามารถแยกคำว่า อาการป่วย กับ คำสาป ออกจากกัน ให้เด็กหญิงรับรู้ได้

ดูเหมือนว่าเด็กหญิงเอง ก็ยอมรับมันได้อย่างง่ายดายเลยนะ.. โทโมเอะ วันหลังช่วยใช้ความสามารถนั้นให้เป็นประโยชน์ต่อตัวผม อย่างน้อยสักครั้งด้วยเถอะ

" การที่เขาสามารถพูดได้หลายภาษา แต่โดนผนึกภาษากลางไว้.. นั้นจะต้องเป็นฝีมือของเผ่าดีม่อนแน่ๆ! โหดร้ายจริงๆเลยค่ะ! "

เดี๋ยวก่อนนะ.. ทำไมถึงเป็นเผ่าดีม่อนหล่ะ?

คำสาป คือเวทย์มนต์เฉพาะของเผ่าดีม่อนงั้นเหรอ? ถ้าหากเป็นแบบนั้นจริงๆ ผมอาจจำเป็นจะต้องหาข้ออ้างใหม่สินะ

ข้อแก้ตัวที่ทำให้ผมไม่สามารถพูดได้ ดันไปทำให้ผู้คนเกลียดเผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย

" ใช่แล้วหล่ะ ช่างเป็นเผ่าพันธุ์ที่สร้างแต่ปัญหาจริงๆเลยน้า~ ว่าแต่สาวน้อย ทำไมเธอถึงกลับมาพร้อมกับ
นายน้อยหล่ะ? " (โทโมเอะ)

[ เดี๋ยวก่อนโทโมเอะ ] (มาโกโตะ)

ครั้งนี้ ผมกลับมาใช้วิธีเขียนเหมือนเดิม... ผมแตะไปที่ไหล่ของโทโมเอะ

ทำไม~ เธอถึงยอมรับบทสนทนาเมื่อกี้นี้ได้อย่างหน้าตาเฉยเลยนะ โทโมเอะ? มีบางอย่างที่เธอยังไม่ได้บอกผมอีก ใช่ไหม?!

" โอ้~  นายน้อย มีอะไรเหรอออ? " (โทโมเอะ)

อ่า.. ผมมั่นใจแล้ว มันจะต้อง 'มี' อะไรบางอย่าง ที่ผมยังไม่รู้อยู่อีกแน่นอน!

[ ทำไมเธอถึงมั่นใจว่า การที่ผมโดนสาป เป็นฝีมือของเผ่าดีม่อน? ] (มาโกโตะ)

ผมถามเด็กหญิง.. แต่มันน่ายินดีจริงๆ ที่อย่างน้อยเธออ่านตัวหนังสือออก

แน่นอนว่านี่เป็นเรื่องของโชคล้วนๆ เพราะที่โลกแห่งนี้ คนที่อ่านและเขียนได้มีจำนวนไม่มากนัก 

" เพราะว่าภาษากลางหน่ะ เป็นพรศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านเทพธิดามอบให้กับพวกเรามาตั้งแต่เกิดค่ะ และด้วยเหตุผลนั้น ทำให้ทุกๆคนบนโลกนี้สามารถพูดได้ค่ะ! "

" ... "

" อ่า... แต่ว่าพวกดีม่อนกับพวกอมนุษย์จะไม่สามารถพูดได้ค่ะ เพราะพวกเขาจะไม่ได้รับการยอมรับจากท่านเทพธิดา ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องศึกษาและเรียนรู้มันก่อน ถึงจะสามารถพูดภาษากลางได้ค่ะ "

" .. "

" แต่จะมีคนอยู่อีกจำพวกหนึ่ง เรียกว่า 'เทมเมอร์' ค่ะ พวกเขาสามารถพูดคุยกับเหล่ามอนสเตอร์ที่ไม่สามารถพูดภาษากลางได้ แล้วคนพวกนั้นบางคน ก็สามารถจับมอนสเตอร์พวกนั้นเป็นทาสได้ด้วยค่ะ "

เธอพูดเหมือนกับว่า คำว่า 'เทมเมอร์' เป็นคำที่เธอเกลียดยังไงอย่างงั้น

แล้วตอนที่เธอพูดว่า 'ทุกๆคนบนโลก' เธอน่าจะหมายถึงแค่ เผ่าพันธุ์ฮิวแมน เท่านั้น.. และนั่นก็ ทำให้ผมรู้สึกเศร้าเล็กน้อยนะ.. แต่ยิ่งไปกว่านั้น
[*คำนี้กลับมาแล้วครับหลังจากหายไปนานเลย จริงๆมันคือคำว่า มหนุษย์ นั้นแหละครับ แต่มีคนบอกผมมาว่าต้นฉบับญี่ปุ่น มันเขียนทับศัพท์อ่านว่า ฮิวแมน เลยครับ ฉะนั้นผมก็จะขอตามต้นฉบับญี่ปุ่นเลยละกัน หรือถ้าใครอยากให้เรียกว่า มหนุษย์ เหมือนเดิมก็บอกได้นะครับ ถ้ามีคนอยากได้แบบเดิมกันเยอะ ตอนต่อๆไปผมก็จะเปลี่ยนกลับครับผม  ]

การจำแนกเผ่าพันธุ์.. มอนสเตอร์?.. ผมเป็นหนึ่งในนั้นสินะ...

แล้วก็.. พรงั้นเหรอ? จากที่ผมได้ยินมา ถ้าหากคุณไปเยี่ยมศาลของท่านเทพธิดาทุกๆปี คุณก็จะเข้าใจภาษากลางอย่างช้าๆ แล้วไม่นานคุณก็จะสามารถพูดภาษากลางได้ 

มันอาจจะมีคนที่ต่างไปจากพวกอยู่บ้าง แต่โดยพื้นฐานแล้ว พวกเขาจะสามารถเข้าใจภาษาพูดได้ตั้งแต่ 3 ขวบ.. ส่วนเด็กหญิงตรงหน้าผม บอกผมว่าเธอสามารถเข้าใจมันได้ ตอนเธออายุประมาณ 4 ขวบ..

และด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ผมไม่สามารถพูดภาษากลางได้.. ยิ่งไปกว่านั้น เหล่าดีม่อนกับพวกอมนุษย์ ที่เรียนภาษานี้จากศูนย์จนสามารถพูดมันได้ ผมขอนับถือพวกเขาจากใจจริง

เพราะว่า มันไม่ต่างกับการประสบความสำเร็จเลยไม่ใช่เหรอหน่ะ? พวกเขาฝึกพูดคำว่า 'กยร' ซ้ำๆ จนในที่สุดมันก็ออกมาเป็นภาษาพูดที่ฟังรู้เรื่องจนได้

นี่คือภาษาที่ทุกๆคนใช้ ภาษากลางไงหล่ะ!.. 'เอาหล่ะ ทุกๆคนที่ไม่ใช่ฮิวแมน! ถอดรหัสเสียงครวญครางเหล่านี้ให้ได้ เมื่อทำได้แล้วก็เริ่มเรียนภาษากลางกันเลย!' จะบอกผมแบบนี่เนี่ยนะ?

ฮืม~ ฮืมมมม~

เข้าใจหล่ะ.. มันเป็นอย่างนี้เองสินะ...

....

ไอ้ออออ~อ!!!

แมลลลลลง งี่เง่าาาาาาาาาาา!!!!

ความปราถนาของยัยนั้น ผมจะขัดขืนมันไม่ได้เลยสินะ!

เหอะ.. ผมไม่สนใจหรอก! ถ้าเรื่องมันลงเอยแบบนี้ ผมก็จะไม่ยอมแพ้เหมือนกัน!

เรื่องการตามหาร่องรอยตระกูลของผมมันต้องมาก่อนก็จริง แต่ว่า!

หลังจากทำเรื่องนั้นสำเร็จ.. ผม 'จะต้อง' ต่อยหน้าไอ่เทพธิดานั้นให้ได้สักครั้งเลยยยยย! ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ ผมก็จะไม่ขอออมมือแน่! นี่คือ! ครั้งแรกในชีวิต! ที่ผมสาบานว่า จะขอใช่ความรุนแรงกับผู้หญิง!

ตั้งหน้าตั้งตารอวันที่พวกเราจะได้เจอกันอีกครั้งไว้ให้ดีนะ! ยัยเทพธิดาหน้......... ( คำพูดที่จะพูดต่อไปนี้ มันหยาบเกินกว่าที่หูของพวกเราจะรับได้ และมันอาจจะเป็นคำด่าที่ยาวเกินไป ดังนั้นพวกเราเลยตัดสินใจตัดมันออกไป ได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วย - จาก สึคุโยมิ )
[*ในวงเล็บนั้น เหมือนต้นฉบับจะเขียนมาแบบนี้จริงๆครับ ]

" เข้าใจหล่ะ.. มันอาจจะเป็นคำสาปจากพวกดีม่อนจริงๆนั้นแหละ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ.. เล่าต่อเถอะ " 
[*อันนี้คนแปลอังกฤษไม่มั่นใจนะครับว่ามาโกโตะพูดรึเปล่า เพราะต้นฉบับญี่ปุ่นไม่ได้มี [ ] ครอบประโยคไว้ ]

แล้วจากนั้น....

เด็กหญิงก็เริ่มอธิบายเหตุการณ์ให้โทโมเอะฟัง

ยังไงก็ตาม.. ไอ่พรศักดิ์สิทธิ์บ้าบอนั้นหน่ะ

ผมหล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเธอมอบมันให้กับพวกฮิวแมนด้วยตัวเองรึเปล่า? ไม่ใช่ว่าเธอสั่งให้พวกนางไม้ ไปจัดการแทนเธอหรอกเหรอ?




NEKOPOST.NET