[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 15 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.15 - เมืองและความสงบสุข.. สิ่งที่ยิ่งห่างออกไปเมื่อผมเข้าไปใกล้มัน


ในที่สุดผมก็มาถึง..

ประตูเมืองธรรมดา.. เมือง? ไม่สิ ที่นี่เรียกว่าหมู่บ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ.. มันมีขนาดเล็ก จนเหมือนกับค่ายอะไรสักอย่างมากกว่า 

ระหว่างทางผมเจอกับหญิงสาวซึ่งน่าจะเป็นคนที่มาจากเมืองแห่งนี้.. เธอสวยจนน่าตะลึงมาก

ผมของเธอเป็นสีทองธรรมชาติ ที่ถูกสะท้อนด้วยแสงจากดวงอาทิตย์อย่างสวยงาม แล้วก็พริ้วไหวไปตามสายลมราวกับภาพวาด

ถึงแม้ว่าที่แห่งนี้จะมีดินแดนที่โหดร้าย แต่ผิวของเธอก็ยังขาวอย่างกับเครื่องลายคราม

น่าทึ่งจริงๆ.. เธอจะต้องถูกจัดอันดับอยู่บนจุดสูงสุดในชมรมยิงธนูของผมเป็นแน่..

ผมหมายถึง.. ชมรมยิงธนูของผมโด่งดังในเรื่องของ การที่มีผู้ชายที่หล่อแล้วก็หญิงสาวที่สวยอยู่เป็นจำนวนมาก

ตอนที่ผมกำลังจ้องมองเธอ... อยู่ดีๆเธอก็หันมามองผม.. นี่มันอะไรกัน? ถ้าหากมีแฟล็กเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้ ผมก็จะรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยนะรู้ไหม?

ถึงแม้ว่าสายตาของผมในตอนนี้จะดีขึ้น แล้วก็น่าจะดีกว่าของหญิงสาวคนนี้ด้วยเช่นกัน แต่ถ้าเธอมองเห็นผมได้แบบนี้... หรือว่านี่คือ ชะ..โชคชะตา?

ถึงจริงๆแล้ว การที่เธอมองเห็นผมก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ก็เถอะ เพราะเธอเบิกตาของเธอออกกว้างขนาดนั้น.. แต่ในชั่ววินาทีนั้น.. ผมกลับไม่รู้สึกว่า เธอเบิกตากว้างเพราะอะไร

เธอกำลังตัวแข็งเหมือนกับเป็นอมพาต จากอะไรบางอย่างที่ร่างกายของผมปล่อยออกมา

แต่หญิงสาวก็ไม่ได้วิ่งหนี.. ผมก็เลยหวังว่าเรื่องจะดำเนินไปอย่างราบรื่น

ผมเดินเข้าไปหาเธอทั้งแบบนั้น.. และพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงที่ตรงไปตรงมาและเป็นมิตรว่า 'ขอโทษครับ' แล้วก็ต้องไม่ลืมใบหน้ายิ้มแย้มที่ดีที่สุด เท่าที่ผมจะทำได้ด้วยเช่นกัน

แต่ปฏิกิริยาของหญิงสาวคือ.. เธอกรีดร้องออกมาจนแถบจะเรียกได้ว่าหมดปอด แล้วพุ่งออกไปอย่างกับจรวด เธอวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง ดูเหมือนเธอจะตกใจจนเซเล็กน้อยก่อนจะวิ่งออกไปด้วยซ้ำ

นี่คือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า... โดนปฏิเสธแบบไร้เยื้อใย? ผมเจ็บปวดมากเลยนะเนี่ย

เธอวิ่งหนีไปยังเมืองแห่งนั้นแน่นอน ผมก็เลยวิ่งตามเธอไป

จริงๆผมก็แค่เดินตามเธอไปเท่านั้นแหละ จริงไหม? เพราะไม่อย่างนั้นเรื่องอาจจะยิ่งแย่ลงไปอีก ถ้าหากผมวิ่งตามเธอไป 

แล้วสุดท้าย.. ผมก็มาหยุดอยู่หน้าประตูเมือง

ด้านหน้าของผม มีมหนุษย์ยืนเรียงรายกันอยู่ แล้วก็ยังมีคนที่ดูแล้วน่าจะเป็นเผ่าเอล์ฟ.. เผ่าบีสถ์(ครึ่งคนครึ่งสัตว์).. แล้วก็คนตัวเล็กๆอีกด้วย 

คนที่มีผิวสีน้ำเงินน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ดีม่อน*.. แต่เผ่าเดม่อนที่ผมเคยเจอ ตอนก่อนจะสู้กับเช็น.. ให้ความรู้สึกที่ดูหยาบคายกว่านี้เยอะ ฉะนั้นผมอาจจะเข้าใจผิดไปเองก็ได้
[*ขอเปลี่ยนจากเผ่าพันธุ์ ปีศาจ เป็น ดีม่อน นะครับ]

พวกเขามีอาวุธครบมือ และแสดงความเป็นศัตรูให้เห็นอย่างชัดเจน.. ไม่ว่าผมจะคิดยังไง ผมก็คิดไม่ออกเลยว่าผมไปทำอะไร ให้พวกเขาดูแค้นเคืองผมถึงขนาดนี้?

เหมือนอย่างเคยเลย.. ทุกๆอย่างในโลกแห่งนี้ มันชอบเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน.. แล้วก็ยากที่จะสวนกระแสเนื้อเรื่องอีกด้วย 

ยังไงก็ตาม พวกเขาก็ยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่มีความนึกคิด.. ทางฝั่งของผมอาจจะไม่มีอาวุธอะไรอยู่เลยก็จริง แต่ผมยังมีบทสนทนาเป็นอาวุธอยู่

" อืม.. ขอโทษนะครับ ที่ทำให้หญิงสาวคนเมื่อกี้นี้ตกใจกลัว.. ผมชื่อมิซุมิ มาโกโตะครับ ผมขออนุญาตเข้าไปในเมืองได้ไหมครับ? " (มาโกโตะ)

" ?? "

ไม่มีเสียงตอบรับ.. ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาแสดงท่าทางที่เห็นผมเป็นศัตรูอย่างชัดเจนมากกว่าเดิมอีก แต่ผมทำไปแค่การแนะนำตัวเองนะ?!

" !!!!!?!?!!!???! "

ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังหาลือกันอยากเร่งรีบเลยหล่ะ 

ผมควรจะรอสักพัก.. มันอาจจะใช้เวลาก่อนที่พวกเขาจะรวบรวมความคิดเห็นของแต่ละคนได้ 

หลังจากนั้นไม่นาน เสียงพูดคุยก็เงียบลง.. ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ตั้งแถวเป็นแนวยาว และคนที่ยืนอยู่แถวหน้า ก็เตรียมอาวุธออกมา

อะ..เอ๋?!

แถวกลางและหลังเตรียมยิงธนู และคนที่มีคทาอยู่ในมือก็เตรียมร่ายคาถา

นี่มันอะไรกัน?!

" ดะ..เดี๋ยวก่อนครับ! ผมแค่อยาก... " (มาโกโตะ)

" ฟพะ่นร่นผปน!!! "

!!!

กำลังล้อผมเล่นใช่ไหม?

ผมยืนนิ่ง

และเงี่ยหูฟังอีกครั้ง

พวกเขายังไม่ได้โจมตี.. ยังไม่ได้โจมตี.. แต่ว่า...!

" ยานัะ่มหกทดาส!! "

ผมพยายามยกมือทั้งสองข้างขึ้นเพื่อยอมแพ้

แต่ดูเหมือนว่า...

พวกเขากลับใช้มือของผม.. เป็นสัญญาณเปิดฉากโจมตี

ไม่ดีแน่! ทั้งลูกธนูแล้วก็เวทย์มนต์ ถูกปล่อยออกมาพร้อมกัน!

ผมสร้าง [ซากาอิ] แล้วขยายมันออกไปรอบๆตัว เพื่อป้องกันตัวเอง

เวทย์หลากสีและลูกธนูหลายดอกปักลงไปที่บาเรียนั่น แล้วก็จางหายไป

คนที่กำลังวิ่งเข้ามาหาผมด้วยดาบและหอก เห็นปรากฎการณ์ประหลาดนั่น แล้วก็หยุดวิ่ง 

พวกเขาปรึกษากันอีกแล้ว.. แต่ว่านี่มัน..

ผมทำอะไรไม่ได้เลย

ผมคิดว่าถ้าหากผมไม่รีบหนีไปในตอนนี้.. ผมอาจจะทำอะไรบางอย่าง ซึ่งไม่มีทางย้อนกลับมาแก้ไขได้อีกแล้ว

บ้าที่สุด! ไม่นานมานี่ผมยังรู้สึกขอบคุณยัยเทพธิดานั่นนิดหน่อยอยู่เลยแท้ๆ.. แต่ตอนนี้มันกลับเป็นแบบนี้?!

ไอ่แมลงบ้านั้น!!

ผมหันหลังกลับ แล้ววิ่งออกไปด้วยกำลังทั้งหมดที่ผมมี.. มันเป็นความเร็วที่แม้แต่ม้าก็ไม่มีทางไล่ตามทัน.. มีฝุ่นตลบอบอวนในเส้นทางที่ผมวิ่งไป

" บ้าที่สุดดดดดดดดด!! ตัวผมที่เป็นมนุษย์ กลับไม่เข้าใจภาษาของมนุษย์เนี่ยนะ?! " (มาโกโตะ) 

จุดที่แย่ที่สุดก็คือ..

คำที่ผมพูดออกไป พวกเขาควรจะฟังรู้เรื่องได้อย่างชัดเจนสิ!

แต่พวกเขากลับไม่เข้าใจมัน...

ชีวิตของผมยังมีวันพรุ่งนี้อยู่อีกไหม?!

----

~ ปราสาทไหนสักแห่งหนึ่ง ~

บรรยากาศอันหนักอึ้ง สามารถรู้สึกได้จากผู้คนที่กำลังคุกเข่าอยู่ในห้องบรรลังก์.. เป็นห้องที่ซึ่งถูกตกแต่งอย่างงดงามในทุกๆด้าน.. ผู้คนที่กำลังอยู่ที่นี่ ต่างไม่พูดไม่จา..

โลว์สปิริต(วิญญาณขั้นต่ำ) ได้บอกพวกเขาว่า ตอนนี้เทพธิดาได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง และได้ทำการเรียกเหล่าวีรบุรุษมาจุติยังโลกใบนี้.. ตอนนี้พวกเขาก็เลยมาเข้าร่วมประชุมหาลือกัน ในประเด็นดังกล่าว

คนที่นั่งอยู่ที่บรรลังก์ก็คือดีม่อนลอร์ด.. สีหน้าของเขาดูไม่ร่าเริงเลยสักนิด และเขากำลังขมวดคิ้วอยู่..

" ท่านทั้งหลายอาจจะทราบแล้ว แต่ว่า.. "

ดีม่อนลอร์ดเปิดปากของเขา.. น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยเกียรติภูมิและความมั่นใจ.. จากคำพูดของเขา.. ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเป็นผู้ปกครองที่ยอดเยี่ยม

" เทพธิดาได้ตื่นขึ้นมาแล้ว.. นี่เป็นคำเตือนจากสปิริต ดังนั้น.. มันจึงเป็นไปไม่ได้ ที่เรื่องนี้จะเป็นเรื่องโกหก.. "

" ถ้าอย่างนั้น พวกวีรบุรุษก็.... "

" ใช่.. พวกเขาถูกเรียกตัวมาแล้ว "

ดีม่อนลอร์ดตอบกลับ เพื่อยืนยันในสิ่งที่แม่ทัพซึ่งมีแขนสี่แขนพูดออกมา

เสียงถอนหายใจดังขึ้นมา จากบรรดาผู้ร่วมประชุม..

การหลับใหลของเทพธิดา.. และความร่วมมือจากโลว์สปิริต.. ด้วยโอกาสทั้งสองอย่างนี้ เผ่าดีม่อนได้เริ่มต้นสงคราม เพื่อที่จะขยายอาณาเขต

ผลลัพธ์คือ ชนะอย่างง่ายดาย

พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ ซึ่งถูกขับไล่ไปสู่ดินแดนอันแห้งแล้ง และถูกปฏิเสธการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์.. สงครามในครั้งนี้เกิดขึ้น เพื่อหวังที่จะได้รับดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี..

แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า พวกเขาได้ทำลายขั้วอำนาจของโลกอย่าง 'เอสซิออน' ซึ่งศรัทธาในตัวเทพธิดาลงได้.. และยึดครองอาณาเขตของเอสซิออนไปได้กว่าครึ่ง.. 

ชัยชนะ.. ซึ่งได้รับจากการต่อสู้อันดุเดือดทางตอนใต้ของเอสซิออน

แล้วพวกเขาก็ยังคงมุ่งโจมตี ทางทิศตะวันตกและทิศตะวันออกด้วยเช่นกัน.. ราวกับว่าเป็นช้าง ซึ่งกำลังไล่กระทืบมดตัวเล็กๆ

จากผลลัพธ์ของการต่อสู้นี้.. แผนที่ของโลกก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง.. ถ้านับรวมทั้งโลกแล้ว.. มีมากกว่า 10 ประเทศที่ล้มสลาย

ถ้าพูดถึงอาณาเขตที่อุดมสมบูรณ์.. ทางเผ่าดีม่อนได้รับแม้กระทั่งทะเลด้วยเช่นกัน พวกเขาคาดหวังว่า ด้วยการยึดครองเขตพื้นที่ชายทะเล พวกเขาจะสามารถช่วยเหลือผู้อดอยากมากมายได้.. และในความเป็นจริง ผมลัพธ์ที่ได้กลับดีกว่าความคาดหมายของพวกเขาในตอนแรกด้วยซ้ำ

แต่หลังจากที่ทำลายเอสซิออนลงได้.. สิ่งที่ตามมาจากทางทิศใต้ก็คือ มหาอำนาจของมหนุษย์.. อาณาจักรลิเมียร์ และ จักรวรรดิกริโตเนียร์

สองประเทศของมหนุษย์.. ที่ซึ่งมีกำลังทางการทหารแข็งแกร่งที่สุดในโลก

ทั้งสองประเทศนี้ต่างก้าวออกมาต้านทานพวกเขา และถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำลายเอสซิออนลงได้ พวกเขากลับไม่สามารถสยบเอสซิออนลงได้อย่างเต็มที่ เนื่องด้วยการแทรกแซงจากทั้งสองประเทศนี้..

ถ้าหากพูดถึงขนาดของกองกำลัง มหนุษย์สามารถสู้กันได้อย่างสูสีกับเผ่าพันธุ์ดีม่อนเลยทีเดียว.. แต่นั้นก็แค่การคำนวณจากแผนที่เท่านั้น

พวกเขาเลยตั้งเป้าไปที่กิจการภายใน.. ให้การปกครองนั้นมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะสามารถดูแลและปกครองอาณาเขต ซึ่งขยายออกอย่างกระทันหันได้อย่างทั่วถึง

นั้นคือเหตุผล.. ที่เผ่าพันธุ์ดีม่อนหยุดการเดินทัพเพื่อขยายอาณาเขตของพวกเขา.. พวกเขายับยับยั้งตัวเอง และตอนนี้ก็ยุ่งอยู่กับการจัดการภายใน..

นี่คือสถานการณ์ในปัจจุบัน.. และด้วยเหตุนี้ ความสงบสุขก็ดำเนินมาตลอด 10 ปี

ถึงแม้ว่าจะยังมีจุดบกพร่องอยู่บ้าง.. แต่ตอนนี้ การบริหารภายในของพวกเขา ก็เสถียรมากขึ้นแล้ว 

การที่เทพธิดาตื่นขึ้นมา และการกำเนิดเหล่าวีรบุรุษ " เอาหล่ะ.. ในที่สุดก็ถึงเวลาที่พวกเราจะตอบโต้กลับแล้ว! " หลังจากที่พูดแบบนั้น พวกมหนุษย์ก็เริ่มเคลื่อนไหว.. นี่เป็นรายงานที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่ที่พวกดีม่อนเคยได้ยินมา

นอกจาก กริโตเนียร์ และ ลิเมียร์ ที่ซึ่งกำลังเฝ้าระวังอยู่ในด้านหน้าสุดของสนามรบแล้ว.. ในอาณาเขตรกแล้งทางขอบของทิศตะวันตก ก็มีเผ่าพันธุ์ที่เริ่มเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน..
พวกเขากำลังรวมตัวกัน เพื่อให้ความร่วมมือกับพวกเรา

ดังนั้น เพื่อแลกกับการปล่อยกริโตเนียร์ทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจอยู่ในแนวป้องกัน.. พวกเราก็ตัดสินใจสายฟ้าแลบ เพื่อที่จะสยบ อิออน และ โลเอรุ ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ทางตอนใต้ของ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์

การเตรียมการของเผ่าพันธุ์ที่อยู่ในเขตชายแดนเอง ก็กำลังไปได้สวย

โดยเฉพาะกับสปิริต ผู้ซึ่งมีพลังของ 'เพลิง' และได้เข้าร่วมกับเผ่าดีม่อนแล้วในตอนนี้.. พวกเขาได้เพิ่มกำลังรบให้กับเผ่าดีม่อนมากขึ้น

อำนาจในการควบคุมดินแดนรกล้าง อยู่ภายใต้การนำของ สปิริตไฟ และ สปิริตดิน.. ด้วยเหตุผลนั้นเอง.. ความร่วมมือจากโลว์สปิริต คือสถานการณ์ที่หลอกลวงสำหรับเผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเขตชายแดน

ในดินแดนรกล้างนั้น.. หนึ่งเผ่าพันธุ์สามารถต่อสู้อย่างสูสีได้กับทั้งกองทัพเลยทีเดียว.. ที่แห่งนั้นมีเผ่าพันธุ์ซึ่งแข็งแกร่งและไร้จิตใจอยู่เต็มไปหมด

มันเป็นแผนที่เป็นไปได้ทั้งหมด สำหรับการประชุมในครั้งนี้

" กับแค่การที่เทพธิดาตื่นขึ้นมา.. ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะยอมให้ทุกๆสิ่ง ที่พวกเราอุตส่าห์ทำมาทั้งหมดต้องศูนย์เปล่า "

ผู้ที่พูดด้วยสีหน้าไม่พอใจก็คือ คนที่มีลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งงู 

ถ้าหากแผนการในครั้งนี้สำเร็จ.. ความเป็นไปได้ที่พวกเราจะสร้างโลกซึ่งมีมหนุษย์เป็นทาส และเผ่าดีม่อนอยู่เหนือพวกมันอาจจะเป็นจริงขึ้นมา.. นั่นคือหนึ่งในสิ่งที่พวกเขาปราถนา หลังจากเป็นฝ่ายที่ได้รับการดูถูกเหยียดหยามและขับไล่

แต่สิ่งนั้นจะเป็นจริง.. ก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถสยบ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์ ลงได้เท่านั้น.. มันเป็นแผนที่ขึ้นอยู่กับสถานการร์ในปัจจุบัน

แต่การที่เกิดเหตุการณ์พิเศษอย่างกระทันหัน ซึ่งก็คือการปรากฎตัวของเหล่าวีรบุรุษ.. แผนที่จะต้องแยกกำลังรบแล้วโจมตีทั้งสองประเทศพร้อมกัน จะต้องเป็นการฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน..

( นี่มันเลวร้ายมาก.. )

ถ้าหากเทพธิดา หลับต่ออย่างน้อยอีกสักปีหล่ะก็... ช่างเถอะ ยังไงเรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้.. นี่คือสิ่งที่ดีม่อนลอร์ดกำลังคิดอยู่

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขา

" มันไม่ได้หมายความว่าทุกๆอย่างที่เตรียมมาจะไร้ค่า.. ขุมกำลังจากชายแดนสามารถนำมาใช้เพื่อลอบโจมตีลิเมียร์ได้.. อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง.. "

ดีม่อนลอร์ดตัดประโยคที่เขากำลังจะพูดออกไป และแสดงสีหน้าจริงจังมากขึ้นมาแทน..เขาขมวดคิ้วด้วยแรงที่มากยิ่งกว่าเดิม..

" ไม่ผิดแน่.. ที่ว่ามีวีรบุรุษกำเนิดขึ้นที่ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์.. ข้ารู้สึกได้ถึงพลังเวทย์มนต์ของพวกเขา แม้ว่าข้าจะอยู่ที่ปราสาทหลังนี้ก็ตาม.. ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังไม่รู้วิธีปิดซ่อนพลังงานของพวกเขา... ยิ่งไปกว่านั้น.. พลังเวทย์ของพวกเขาที่ข้ารู้สึกได้ ก็ยังมากกว่าพลังเวทย์ของข้าอีกด้วย..

" อะไรนะครับ?! "

" นั่นมันเป็นไปไม่ได้! แม้ว่าพวกเขาจะมีร่างกายเป็นของมหนุษย์เนี่ยนะ?! "

" พวกเขาน่าจะมาจากโลกอื่น ดูเหมือนจะเป็นโลกที่พิเศษกว่าโลกอื่นๆอีกด้วย.. เมื่อพวกเขาเรียนรู้วิธีการต่อสู้ของโลกแห่งนี้แล้ว สถานการณ์ที่พวกเขาจะเข้ามาโจมตีเราจะต้องมาถึงอย่างแน่นอน.. และไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตอนนี้พวกเขาได้รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์มากมายมหาศาลจากเทพธิดาอีกเช่นกัน "

จะต้องเป็นเพราะความมั่นใจในทักษะการใช้พลังเวทย์ของเขาอย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าพวกวีรบุรุษจะมีพลังเวทย์ที่มากมายกว่าตัวเขาเอง.. แต่น้ำเสียงของเขาก็ไม่ได้แฝงไปด้วยความรู้สึกที่สิ้นหวังแต่อย่างใด

" ผมจะจัดรูปแบบกองทัพที่อยู่ในแนวหน้าใหม่ทั้งหมดนะครับ.. ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอตัวครับ "

หลังจากพูดเสร็จ ยักษ์ 4 แขนซึ่งเงียบมาตลอดก็เดินออกไป.. ดูเหมือนดีม่อนลอร์ดจะไม่สงสัยในการตัดสินใจของแม่เทพซึ่งเป็นยักษ์คนนี้.. เพราะเขาถูกสั่งจากท่านลอร์ดโดยตรง ว่าให้เป็นคนนำทัพแนวรบหน้าสุดเพื่อเข้าโจมตีลิเมียร์

" ไว้ใจได้เสมอเลยนะ.. แต่ตอนนี้พวกเราก็รู้แล้วว่าพวกเขาทั้งสองคนอยู่ที่ไหน และพวกเรายังสามารถรับรู้ถึงพลังของพวกเขาได้ ฉะนั้นตอนนี้สถานการณ์ยังไม่น่าห่วงเท่าไหร่นัก.. ภัยคุกคามเพิ่มขึ้น ดังนั้นพวกเราก็ต้องมาคิดถึงเรื่องนี้กันเพิ่มเติม ก็เท่านั้น.. "

นั้นคือเรื่องเดียวที่เขาจะพูด เกี่ยวกับการปรากฎตัวของเหล่าวีรบุรุษ.. มันเป็นคำพูดที่ตัดความกังวลออกไป และให้กำลังใจกับทุกคน

แม่ทัพและเหล่าผู้บริหารซึ่งกำลังยืนอยู่ในการประชุม ต่างก็มองไปยังท่านลอร์ดด้วยสีหน้ายกย่อง

" ปัญหาคือ.. "

ดีม่อนลอร์ดยังคงพูดต่อไป

" มีอีกคนหนึ่งที่ปรากฎตัวขึ้น.. พร้อมกับพลังเวทย์อันมหาศาลจนไม่สามารถวัดค่าได้ "

" ท่านจะบอกว่า.. มีวีรบุรุษคนที่สามเหรอครับ?! "

" ไม่หรอก วีรบุรุษหน่ะมีแค่สองคน.. พวกเขาผู้ซึ่งได้รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ ต่างปรากฎตัวขึ้นที่ ลิเมียร์ และ กริโตเนียร์ เรื่องนี้ไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน.. แต่ว่า.. "

ท่านลอร์ด.. ผู้ซึ่งไม่เคยพูดตะกุกตะกักให้ได้เห็นบ่อยนัก ตอนนี้กำลังทำสีหน้างุนงง.. ขุนนางทั้งหลายต่างรอให้เขาพูด ด้วยสีหน้าสงสัยเช่นกัน

" ข้ารู้สึกได้ว่า.. มีอีกหนึ่งคนอยู่ที่สุดขอบของโลก "

เขารู้สึกได้ถึงเศษเสี้ยวของพลังเวทย์นั้น แต่มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่เขาจะรู้สึกถึงพลังเวทย์ของใครสักคน จากระยะห่างซึ่งไกลถึงขนาดนี้.. ตัวปราสาทนั้น ตั้งอยู่ที่เขตรกแล้งทางตอนเหนือของโลก ซึ่งห่างจากสุดขอบของโลกอย่างเห็นได้ชัด

แต่เขากลับรู้สึกถึงพลังนั้นได้.. นี่มันอะไรกัน?

แม้แต่ตัวดีม่อนลอร์ดเอง ก็ยังหาคำตอบไม่ได้.. นั้นคือเหตุผลที่เขากำลังทำสีหน้างุนงงอยู่ตอนนี้

" ไม่ว่าจะด้วยสถานการณ์ไหนก็ตาม.. ข้าไม่น่าจะสามารถรับรู้ถึงพลังเวทย์มนต์ของใครสักคน ซึ่งกำลังอยู่ที่เขตรกล้างของสุดขอบโลกได้.. เรื่องนี่อาจจะไม่แน่ชัด แต่ข้าคิดว่ายังมีอีกคนหนึ่ง.. ผู้ที่มาจากโลกอื่น แต่ไม่ได้เป็นวีรบุรุษ.. "

เขาได้รับมอบหมายภารกิจบางอย่าง.. หรือเขามีความสัมพันธ์อะไรกับเทพธิดากันแน่นะ..

มันคงจะดีกว่านี้ ในการหาหนทางตอบโต้.. ถ้าหากดีม่อนลอร์ดรู้ว่าเขาเป็นหนึ่งในวีรบุรุษ

ถ้าหากนี้เป็นหนึ่งในแผนของเทพธิดาหล่ะก็.. ถึงจะเป็นเทพธิดาก็เถอะ แผนปั่นหัวนี่ก็ควรค่าแก่การชมเชย

ดีม่อนลอร์ดรู้สึกสลดใจ..

" แน่นอนว่าเรื่องนี้.. สำคัญน้อยกว่าผู้ที่ยืนยันได้ว่าเป็นฮีโร่ทั้งสองคน.. แต่ว่า.. ให้มอบหมายภารกิจลงไป ว่าให้ผู้ที่กำลังทำภารกิจอยู่ที่สุดขอบของโลกในตอนนี้.. หาข้อมูลของชายหรือว่าหญิงผู้นี้ไว้ก่อน "

แม่ทัพซึ่งเป็นผู้ดูแลเรื่องกลยุทธ์พยักหน้าด้วยความเชื่อถือ.. ภารกิจนี้ถูกมอบหมายให้กับเหล่าสายลับของพวกเขา.. พวกเราจำเป็นจะต้องรู้ ถึงภัยคุกคามปริศนานี้.. ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อแผนการของพวกเราในอนาคต

ฮืม.. ถ้าหากคนคนนี้ ซึ่งมีพลังมากมายมหาศาล ถึงขั้นที่ข้าสามารถรับรู้พลังของเขาได้จากสุดขอบของโลกแบบนี้.. และถ้าหากเขา.. มาอยู่ข้างเดียวกันกับข้าแล้วหล่ะก็.. ถ้าหากวันนั้นเป็นจริงเมื่อไหร่ ไม่ใช่แค่เหล่าวีรบุรุษเท่านั้น.. แต่พวกเราอาจจะไปถึงคอของเทพธิดาเลยก็เป็นได้

ดีม่อนลอร์ด.. กำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องน่าสนใจ ของสิ่งมีชีวิตปริศนาที่อยู่ดีๆก็ปรากฎตัวขึ้นในดินแดนรกล้าง.. ขณะที่ตอนนี้ ตัวเขาเองก็มีปัญหาล้นมือให้จัดการเช่นกัน

มีวีรบุรุษอยู่สองคนทางฝ่ายของพวกมหนุษย์ และยังมีเทพธิดาคอยหนุนหลังพวกเขาอีกด้วย..

' ดังนั้น.. มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร.. ถ้าหากพวกเราเอง ก็มีคนซึ่งสามารถพลิกวิกฤตสงครามในครั้งนี้ได้ มาอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเรา.. ' นั่นคือสิ่งที่เขาคิด

มิซุมิ มาโกโตะ..  ตอนนี้ได้ดึงดูดความสนใจ จากผู้ที่ทำให้ขั้วอำนาจของโลกต้องสั่นครอนอย่างดีม่อนลอร์ดแล้ว.. ดูเหมือนความทุกข์ทรมานของเขา หลังจากต้องหนีออกห่างจากมหนุษย์ซึ่งอยากจะเจอมานาน.. คงจะไม่จบลงเร็วๆนี้..




NEKOPOST.NET