[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 14 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.14 - การเปิดตัว.. ซึ่งทำให้อาการปวดหัวของผมรุนแรงขึ้นถึงระดับ 2


เช้าวันต่อมา หลังจากค่ำคืนแห่งการมอบชื่อให้แก่เช็นและแมงมุม

ตอนที่ผมเดินออกมาจากเต้นท์ ผมก็มองเห็นเหล่าออร์คมารวมตัวกัน และมองเห็นผู้ติดตามทั้งสองคนของผมยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขา

มีเรื่องอะไรกันตั้งแต่เช้าละเนี่ย?

" เอาหล่ะ ทุกคน! เมื่อคืนนี้ข้าได้รับชื่อมาจากนายท่านของข้า.. อย่างที่ข้าบอกไปก่อนหน้านี้ ว่านับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป.. โปรดเรียกข้าว่า โทโมเอะ! " (เช็น->โทโมเอะ)

" ฉันเองก็ได้รับชื่อเช่นเดียวกันค่ะ.. โปรดเรียกฉันว่า มิโอะ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป " (แมงมุม->มิโอะ)

หวา...

พวกออร์คเริ่มส่งเสียงเชียร์ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเชียร์ไปทำไม

อะไร.. นี่เป็นเหตุการณ์ระดับประวัติศาสตร์หรือไงกัน?

ผมทำอะไรพลาดไปอีกแล้วงั้นเหรอ?

" ในส่วนของการที่นายท่าน ซึ่งเป็นผู้ปกครองสูงสุดของดินแดนแห่งนี้.. ข้าคิดว่าไม่ดีแน่ ถ้าหากพวกเจ้าเรียกเขาว่า นายท่าน เช่นเดียวกันกับข้า " (โทโมเอะ)

" และฉันเองก็คงไม่ชอบด้วยเช่นกัน ถ้าหากพวกคุณเรียกเขาว่า ท่านเจ้านาย หรือว่า ท่านเจ้าบ่าว.. แล้วก็แน่นอนค่ะ ว่าฉันจะไม่ยกโทษให้กับคนที่เรียกชื่อของเขาห้วนๆเช่นกัน " (มิโอะ)

ไม่.. ผมไม่ได้ถือสาอะไรเลยนะ ที่ใครจะเรียกชื่อผมตรงๆหน่ะ รู้ไหม? ถ้ายิ่งมีสรรพนามเรียกตัวผมแบบนี้ ผมจะยิ่งรู้สึกแย่นะ! ไว้ชีวิตผมด้วยเถอะ!

แต่ดูเหมือนว่า.. เหล่าออร์คต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อเสนอต่างๆเหล่านั้น

ผม.. ตัวผมยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน?

" ดังนั้น! "

พวกเขาทั้งสองคนตะโกนออกมาพร้อมกัน.. ยิ่งไปกว่านั้น เสียงเชียร์นี่.. แล้วก็คำพูดที่ดูทรงพลัง... พวกเธอช่างชำนาญในเรื่องแบบนี้จริงๆ ให้ตายซิ!

ดูเหมือนว่าผมคงต้องปล่อยให้เรื่องมันผ่านไปเฉยๆงั้นเหรอ?

" ทุกๆคน! "

ครับ ครับ.. จะพูดอะไรกันแน่ครับ?

" ท่านชาย.. นายน้อย... ผู้อาวุโส... เลือกมาหนึ่งอย่าง! เราจะเริ่มด้วยการโหวตจากเสียงส่วนใหญ่น้า! " (โทโมเอะ)

หะ..หา? หาาาา?

ชื่อเรียกพวกนั้นมันอะไรกัน?! ผมหมายถึง... แต่ละชื่อนี่ที่เสนอมานั้น เห็นผมเป็นอะไรกัน?!

" ดะ...ดะ...ก่.. " (มาโกโตะ)

ผมพูดออกมาไม่เป็นภาษาแล้วเนี่ย!

ยิ่งไปกว่านั้น.. ตัวเลือกที่สามนั้นมันอะไรกัน?

อย่าว่าแต่อันที่สามเลย มันไม่มีอันไหนที่เหมาะเลยสักอันเดียว!

" ถ้าอย่างนั้น.. คนที่อยากจะเรียกเขาว่า ท่านชาย ยกมือขึ้น! " (โทโมเอะ)

หวา...

มีคนยกมือเยอะขนาดนี้เลยเรอะ?!

" ต่อไป.. คนที่อยากจะเรียกเขาว่า นายน้อย ยกมือขึ้น! " (โทโมเอะ)

หวา...?!

มากกว่าชื่อแรกอีกเรอะ?!

" ชื่อสุดท้าย! คนที่อยากจะเรียกเขาว่า ผู้อาวุโส ยกมือขึ้น!! " (โทโมเอะ)

หวา...

เห็นผมแก่แล้วเรอะไงกัน!

จากนั้น.. ผู้ติดตามของผมทั้งสองคน ก็หันมาจ้องหน้าผม

" และนั้นก็คือข้อสรุปน้า " (โทโมเอะ)

" และนั้นก็คือข้อสรุปค่ะ " (มิโอะ)

สรุปอะไร?!

" ได้โปรดเรียกตัวเองว่า นายน้อย ด้วยน้า " (โทโมเอะ)

" เธอบ้าไปแล้วเหรอ? บ้าไปแล้วเหรอไง? หรือแค่งี่เง่า?! " (มาโกโตะ)

" ข้าได้ตัดสินมันในรูปแบบของการโหวตเลยน้า.. ท่านชอบมันใช่ไหมหล่ะ? ตัดสินกันที่เสียงส่วนใหญ่หน่ะ " (โทโมเอะ)

" ฉันเองก็มีคะแนนโหวตหนึ่งคะแนนเหมือนกันค่ะนายน้อย.. เพราะว่านับจากนี้เป็นต้นไป ท่านก็คือนายน้อยค่ะ " (มิโอะ)

ผมรับมันไม่ได้!

ถ้าดูจากสถานการณ์แล้ว นี่มันเรื่องที่พวกเธอวางแผนมาก่อนแล้วชัดๆ!

" ไม่ ไม่.. ผมคือเจ้านายของพวกเธอ ใช่ไหม? ทำไมมันกลายมาเป็นแบบนี้? " (มาโกโตะ)

" ท่านบอกเองว่าให้พวกเราตัดสินใจเรื่องชื่อเรียกของท่านกันเอง หลังจากที่พูดคุยกันเมื่อคืนนี้.. พวกเราเลยมาตัดสินใจร่วมกันกับทุกคน " (โทโมเอะ)

" แล้วทำไมมันถึงมีตัวเลือกแปลกๆแบบตัวเลือกที่สามด้วยหล่ะ?! " (มาโกโตะ)

" ตัวเลือกที่สามนั้น คือตัวเลือกที่พวกเราได้รับมาหลังจากที่ปรึกษากับทุกคนตลอดทั้งคืนเลยน้า! มันไม่ใช่ตัวเลือกที่แปลกแน่นอน! " (โทโมเอะ)

ตะ..ตลอดทั้งคืน?!

คุณโทโมเอะครับ คุณทำอะไรอยู่?!

หมายความว่า ทุกๆคนที่กำลังยืนอยู่ที่นี่.. ไม่ได้หลับมาตลอดทั้งคืนเพื่อตัดสินเรื่องบ้าบอนี่เนี่ยนะ?

ตัวเลือกที่สามนั้น โทโมเอะจะต้องเป็นต้นคิดอย่างแน่นอน...

อือ.. ผมขอโทษ

พวกออร์ค และใครก็ไม่รู้อีกสองคนที่ผมไม่อยากจะนึกถึง.. กำลังยืนจ้องผมด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง และรอคอยคำปราศรัยของผมอยู่

อือ...

ผมไม่มีปัญหาจริงๆนะ ถ้าหากพวกคุณจะเรียกผมด้วยชื่อของผมหน่ะ

แต่ตอนนี้.. พวกเขากำลังส่งสายตาแฝงคำพูดมาให้ผมว่า 'เอาเลย! เอาเลย!.

การที่ผมตื่นมาเจอเรื่องแบบนี้..

ผมกำลังโดนรังแกอยู่นิดหน่อยใช่ไหม?

" เรียกว่า นายน้อย ก็ได้ครับ... " (มาโกโตะ)

เสียงเชียร์อันยิ่งใหญ่ที่เต็มไปด้วยความสุขดังขึ้น.. เสียงที่ทำให้ผมอยากอุดหูและแทรกแผ่นดินหนียังคงดังก้องอยู่ข้างในหัวของผมต่อไป..

ก็ยังดีที่เธอไม่ได้ล้างสมองพวกเขาให้เรียกผมด้วยตัวเลือกที่สามหล่ะนะ

----

หลังจากวันนั้น.. ทุกๆคนที่ผมเจอในดินแดนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ เด็ก หรือผู้สูงอายุ.. ต่างเรียกผมว่านายน้อย... นายน้อย.. แล้วก็นายน้อย..

จริงๆเลย..

ผมไม่สนอีกต่อไปแล้ว และเริ่มออกเดินทางต่อไป เพื่อที่จะไปยังเมืองของมหนุษย์.. และในตอนที่ผมมองเห็นเมือง ความตึงเครียดของผมก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง.. แต่ว่า..

พวกเขาบอกให้ผมรอก่อน...

อีกแล้วเรอะ?!

ผมเริ่มจะประสาทแล้วนะเนี่ย

เอาเถอะ ไม่เป็นไร...

ค่อยเข้าไปในเมืองพรุ่งนี้ก็แล้วกัน

ผมยอมแพ้อย่างช่วยไม่ได้ และตัดสินใจกลับไปพักผ่อนที่อะโซระ

อืม.. พรุ่งนี้เหล่าดวอร์ฟน่าจะโยกย้ายกันเสร็จแล้วสินะ

ถ้าเสร็จเมื่อไหร่.. ก็แค่ปล่อยให้ร่างโคลนของเช็นนำทางพวกเขาไปดูรอบๆ ก็เท่านั้น

แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง

พวกเขาบอกผมว่า เหล่าดวอร์ฟจะมาขอเข้าพบผมพรุ่งนี้ ตอนช่วงบ่าย.. ผมเลยนอนหลับขณะที่จ้องมองไปที่พวกเขาด้วยสีหน้าสงสัย

เหตุการณ์คราวนี้ คงจะไม่แย่เหมือนครั้งก่อน.. ใช่ไหม?

---

เช้าวันต่อมา

นี่มันแย่มากๆ ผมปวดหัวแล้วเนี่ย

เมื่อวานมีแค่พวกออร์คแค่นั้นเอง แต่ว่า...

วันนี้ผมเห็นเหล่าดวอร์ฟยืนอยู่ทางฝั่งซ้าย และผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าสุดของพวกเขาก็คือ คุณเบเรน.. ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีจำนวนประมาณ 50 คน

ตรงกลาง ถ้าผมคิดถูกต้อง.. พวกเขาน่าจะเป็นมนุษย์กิ้งก่าซึ่งมีเกล็ดเป็นสีน้ำเงิน และคนที่ยืนอยู่หน้าสุดก็คือ คุณโทโมเอะ.. ทางด้านนี้ดูเหมือนว่าจะมีจำนวนมากกว่า 100 คน

ส่วนด้านขวา เป็นตัวอะไรสักอย่างที่มีท่อนล่างเป็นแมงมุมและท่อนบนเป็นมนุษย์ และคนที่ยืนอยู่หน้าสุดก็คือ คุณมิโอะ.. ดูเหมือนว่าทางฝั่งนี้จะมี 5 คน ถ้านับรวมคุณมิโอะด้วย

นี่มันเรื่องอะไรกัน?! ยังมีมากกว่านี้อีกเหรอ?! หาาาาา?!

" เอาหล่ะ งั้นมาเริ่มกันเถอะ.. เจ้าบอกกับเขาเองว่าจะเป็นช่วงบ่ายนี่นา " (โทโมเอะ)

คุณโทโมเอะ ผู้ซึ่งกำลังชมคุณเบเรน

" ไม่หรอกครับ.. ถ้าหากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวผู้อยู่ในอุปการะหล่ะก็.. ในโอกาสแบบนี้ ผมก็อยากทักทายเขาพร้อมกันกับทุกคนมากกว่า! เพราะมันจะให้ความประทับใจที่ต่างไปจากเดิมหน่ะครับ! " (เบเรน)

" ... " (?)  [อันนี้น่าจะเป็นครึ่งคนครึ่งแมงมุมที่ยืนอยู่กับมิโอะครับ]

" เฮ้อ.. พวกเจ้านี่ช่างทำตัวขรึมซะจริงนะ~ ฉันจะบอกอะไรไวอย่างนะ.. ถ้าหากพวกเจ้าทำอะไรสักอย่างที่เป็นการลบหลู่นายน้อยหล่ะก็ ฉันจะจับกินให้หมดเลย " (มิโอะ)

" !!! (*พยักหน้า*พยักหน้า) " (?) [นี่ก็น่าจะครึ่งคนครึ่งแมงมุมเช่นกัน]

อือ... ความวุ่นวาย

ผมไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ในตอนนี้เลย..

ผู้อยู่ในอุปการะ.. นั่นคือสิ่งที่คุณเบเรนพูด

ถ้าพูดถึงผู้อยู่ในอุปการะหล่ะก็ มันให้ความรู้สึกถึงสมุน.. หรือไม่ก็บางที ลูก?

ยังไงก็ตาม.. จำนวนคนมากมายนี่ก็เต็มพื้นที่ไปหมด

ถ้านั้นคือจำนวนดวอร์ฟทั้งหมดในหมู่บ้าน ดูเหมือนพวกเขาจะมีจำนวนไม่มากนัก

ครอบครัวโดยพื้นฐานแล้ว มักจะมีสองคนหรือมากกว่านั้น และถูกควบคุมด้วยคู่ที่สมรสกัน หรือไม่ก็พ่อแม่แล้วก็ลูก.. ถ้าหากพูดถึงการมี พ่อ แม่ แล้วก็ลูก ก็จะมีจำนวน 3 คนต่อครอบครัว.. ฉะนั้นพวกเขาก็น่าจะมีทั้งหมด 16 ครอบครัวด้วยกัน

ถ้าหากพวกเขามีรุ่นปู่ย่าตายายด้วยแล้วหล่ะก็.. จำนวนทั้งหมดน่าจะเหลือสัก 10 ครอบครัว

จำนวนแค่นั้นก็ก่อตั้งหมู่บ้านได้แล้วเหรอ?

หรือบางที ความคิดในแง่ของการตั้งหมู่บ้านของผมมันจะแคบเกินไป? เพราะยังไงผมก็มาจากประเทศญี่ปุ่นอันแสนสงบสุขอยู่แล้ว..

แล้วถัดไป.. ก็มีมนุษย์กิ่งก่าที่มีเกล็ดสีน้ำเงินอันงดงาม ถ้าหากตัดสินจากการที่มีโทโมเอะยืนอยู่ข้างหน้าแล้วหล่ะก็.. พวกเขาน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกันกับตระกูลของโทโมเอะนั้นแหละ

ด้วยดาบที่ถูกเสียบลงบนพื้น พวกเขาวางมือไว้บนด้ามจับของตัวดาบ และยกหน้าอกของพวกเขาขึ้น ไหล่และหัวของพวเขาลดต่ำลงมาเล็กน้อย.. ภาพลักษณ์นั้นทำให้ผมนึกถึงอัศวิน

ดูเหมือนว่าจะไม่มีฝักดาบอยู่ ผมคิดว่าควรจะมีไว้สักอันนึงนะ.. ผมมาจากวัฒธรรมที่เกี่ยวกับดาบคาตานะ.. ฉะนั้น ถ้าหากผมเห็นดาบที่ไม่ได้อยู่ในฝักหล่ะก็ มันจะรู้สึกอันตรายอย่างบอกไม่ถูก

ผมไม่เคยคิดเลยว่าแม้แต่เช็นเอง ก็มีครอบครัวในเผ่าพันธุ์ด้วยเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นประเภทที่ ได้รับสิทธิเหนือกว่าคนอื่นๆ ในครอบครัวหน่ะนะ

ที่ด้านหลังของมิโอะ มีครึ่งคนครึ่งแมงมุมยืนอยู่ 4 คน

จำนวนแค่นี้ไม่น่าจะเรียกได้ว่ามาจากหมู่บ้านนะ.. ฉะนั้นพวกเขาก็น่าจะเป็น ลูกสมุนของเธอ?

แต่ในระหว่างการต่อสู้ พวกเขาไม่ได้ปรากฎตัวขึ้นมา.. แล้วก็ จะพูดว่ายังไงดี.. มันดูเหมือนว่าพวกเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่จะอาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มด้วยสิ

มันให้ความรู้สึกที่เหมือนกับว่า.. พวกเขาแต่ละคนเป็นถึงระดับบอสเลยมากกว่า

พวกเขากำลังยืนตรง วางมือขวาของพวกเขาไว้กลางอก และก้มหัวของพวกเขาลง

และน่าจะเป็นเพราะความขรึม.. ปากของพวกเขายังไม่อ้าเลยสักครั้ง

ในดวงตาของพวกเขา.. ผมรู้สึกได้ถึงสติปัญญา และความรู้สึกอื่นอีกที่ผมยังไม่แน่ใจ

ตอนนี้พวกเขากำลังก้มหัวของพวกเขาลง ผมเลยไม่ค่อยมั่นใจมากนัก

" พวกเจ้าเข้าใจสินะ? ฟังให้ดี.. ท่านผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น หรือก็คือนายน้อย.. ได้ช่วยเหลือฉัน และช่วยเหลือพวกเจ้าจากความหิวโหย.. จงอุทิศตนรับใช้เขา เด็กๆทั้งหลาย " (มิโอะ)

พวกเขาคือเด็ก? ฮ่า~ สำหรับพวกเขาแล้ว.. ตัวผมมันน่าอร่อยแค่ไหนกัน?

เข้าใจหล่ะ.. นอกจากสายตาที่เต็มไปด้วยสติปัญญาแล้ว ดูเหมือนสายตาของพวกเขายังถามอีกด้วยว่า 'นั้นคือต้นกำเนิดของอาหารอันโอชะของพวกเรา?"

ถ้าหากพวกเขาเป็นนญาติของมิโอะแล้วหล่ะก็.. เวลาเกิดภาวะฉุกเฉิน(หิว) พวกเขาก็คงปรากฎตัวขึ้น แล้วก็กลืนกินทุกอย่างสินะ

อือ.. หลังจากที่มิโอะดูดพลังเวทย์ของผมไป แล้วนำไปแจกจ่ายต่อให้กับพวกเขาอีก 4 คนที่เหลือ ดูเหมือนว่ามิโอะจะยังสามารถควบคุมสติของตัวเองได้อยู่สินะ

ไม่สิ.. ตอนนี้หยุดความคิดเรื่องพลังเวทย์ของผมไปก่อนแล้วกัน

" อือ.. พวกคุณ " (มาโกโตะ)

โทโมเอะได้ยินเสียงของผม เสร็จแล้วพวกเขาทั้งสองคนก็หันมาหาผม

เมื่อพวกเขาสองคนหันมามองผม พวกเขาก็ปรับเปลี่ยนท่าทางของพวกเขาใหม่

" อ่า... อรุณสวัสดิ์ครับทุกๆคน? " (มาโกโตะ)

ดีแล้วรึเปล่านะ ที่จะพูดว่าทุกๆคน? ผมรู้สึกกังวลเล็กน้อย

" อรุณสวัสดิ์ครับ/ค่ะ นายน้อย!! "

โอ้? ผมสามารถเข้าใจภาษาที่พวกเขาพูดออกมาได้อย่างชัดเจนเลยแฮะ.. ยิ่งไปกว่านั้นการที่พวกเขาทักทายผมกลับได้ นั้นก็หมายความว่าพวกเขาเข้าใจในสิ่งที่ผมพูดเช่นกัน.. เจ้าแมลง ขอบคุณที่มอบพลังนี่ให้แก่ผมนะ ผมซึ้งจริงๆ

เบเรนขออนุญาตจากโทโมเอะและมิโอะ.. แล้วเขาก็ก้าวออกมาข้างหน้า

เหล่าดวอร์ฟซึ่งกำลังนั่งคุกเค่าอยู่ ลุกขึ้นมาพร้อมกัน แล้วก็ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับโค้งคำนับ.. อย่างที่คิด.. พวกเขาดูจริงจังเป็นอย่างมาก

" ท่านมาโกโตะ.. ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย สำหรับความไร้มารยาทของผมที่เรียกชื่อของท่าน.. เหล่าดวอร์ฟอาวุโสซึ่งกำลังยืนอยู่ที่นี่ มีทั้งหมด 54 คนครับ.. และจากนี้เป็นต้นไป พวกเราจะขอเข้าอาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนี้.. พวกเราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้ทำงานร่วมกันกับท่านครับ! " (เบเรน)

" ผมเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอเหมือนกันครับ.. ผมชื่อว่ามาโกโตะ และผมก็ไม่ถือสาอะไร ถ้าหากพวกคุณจะเรียกผมว่ามาโกโตะนะครับ รู้ไหม~? " (มาโกโตะ)

" ถ้าอย่างนั้น.. ผมจะให้หัวหน้าหมู่บ้านของพวกเรามาเข้าพบท่านด้วยนะครับ!! " (เบเรน)

คุณเบเรนถอยหลังไปหลายก้าว แล้วเหล่าดวอร์ฟคนอื่นๆก็กลับไปนั่งในท่าคุกเค่าอีกครั้งหนึ่ง จากนั้น.. ดวอร์ฟผู้มีหนวดเคราน่าเกรงครามและสง่าผ่าเผยก็เดินออกมาข้างหน้า เขาจ้องมองผมด้วยสายตาที่กำลังประเมินในตัวผม แต่ผมไม่รู้สึกว่ามันเป็นสายตาหยาบคายหรอกนะ

เขาคือคนที่ผมรู้สึกได้ว่า ยืนอยู่เหนือคนอื่นๆ.. เขาแก่กว่าคุณเบเรนอย่างแน่นอนเลยหล่ะ ดูเหมือนว่า ที่คุณเบเรนบอกมาว่าตัวเองอายุยังน้อยดูจะเป็นเรื่องจริงสินะ

แต่การมองคนอื่นที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกด้วยสายตาแบบนี้มันออกจะ... แล้วก็การทำอะไรบางอย่างที่เหมือนกับการทูตในสถานที่แบบนี้มันก็...

เขาก้มหัวของเขาลง ผมเห็นเขาทำแบบนั้นผมก็เลยก้มตามอย่างอัตโนมัติ.. ดูเหมือนว่าในโลกแห่งนี้ยังมีวัฒนธรรมที่ต้องก้มหัวให้กันอยู่สินะ

" ข้าคือผู้นำของเหล่าดวอร์ฟอาวุโส ข้ามีนามว่าเอลโดะ.. สำหรับพวกเราที่ต้องคอยหลบซ่อนตัว อยู่ในดินแดนที่โหดร้ายนั้น.. ข้ารู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้มอบโอกาสให้พวกเรา ได้อาศัยอยู่ในดินแดนที่อุดมสมบูรณ์แห่งนี้ " (เอลโดะ)

" อ่า ไม่มีปัญหาครับ.. ผมชื่อว่ามาโกโตะ ถ้าหากมีอะไรบางอย่างกวนใจคุณ หรือมีเรื่องบางเรื่องที่คุณอยากจะถามผม ก็ถามมาได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ " (มาโกโตะ)

" ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้นขอถามเลยได้ไหม? " (เอลโดะ)

" ครับ? " (มาโกโตะ)

" นายน้อยดูเหมือนจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่เกือบจะเป็นมหนุษย์.. แต่ว่าผู้ติดตามที่ท่านทำสนธิสัญญากันไว้.. หนึ่งในนั้นคือ ผู้ควบคุมภาพมายา.. มังกรชั้นสูง.. ท่านเช็น.. และอีกคนหนึ่งก็คือ สิ่งมีชีวิตที่ถูกหวาดกลัวว่าวันใดวันหนึ่งจะกลืนกินโลกทั้งใบ.. แมงมุมภัยพิบัติดำ.. ไม่ว่าข้าจะมองยังไง ก็ไม่มีทางเลยที่ตัวตนที่เรียกว่ามหนุษย์  จะสามารถปกครองพวกเขาได้ " (เอลโดะ)

" เอ่อ.. ครับ... " (มาโกโตะ)

พอเขาพูดแบบนั้น ทั้งงูบินแล้วก็แมงมุมโรคจิตต่างก็ตกใจเช่นกัน.. บางทีอาจจะเป็นเพราะร่างกายสุดโกงของผมก็เป็นได้.. แล้วที่เขาพูดว่า เผ่าพันธุ์ 'ที่เกือบจะเป็น' มหนุษย์ มันหมายความว่ายังไงกัน?

" จะขอถามตรงๆเลยละกันครับ.. ท่านถูกมอบหมายภารกิจจากเทพธิดาผู้ซึ่งปกครองโลกแห่งนี้ รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ และถูกส่งตัวมายังดินแดนรกแล้งแห่งนี้ ใช่ไหมครับ? " (เอลโดะ)

ดวงตาของคุณผู้ใหญ่บ้านเริ่มมีประกายเล็กน้อย.. แต่ว่าผมมีเรื่องจะเถียงนะ!

" พะ..พูดอย่างกับว่าผมอยากจะได้การคุ้มครองศักดิ์สิทธิ์บ้าบอจากแมลงพรรค์นั้น! จริงอยู่ว่าผมถูกโยนมาตกแม๊ะอยู่ที่นี้.. แต่ตอนที่ผมอยู่ที่นี่ ผมแถบจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว! " (มาโกโตะ)

" มะ..แมลง? " (เอลโดะ)

" ใช่.. ยัยผู้หญิงนั้นเหมาะแล้วที่จะเรียกเธอว่าแมลง! ยัยนั้นพูดว่า 'ไปใช้ชีวิตอยู่กับเหล่ามาโมโนะที่สุดขอบของโลกซะ' พอพูดเสร็จก็โยนผมออกมาโผล่ที่ดินแดนแห่งนี้!! (มาโกโตะ)

อ๊ากกก แค่นึกถึงมันก็ทำให้ผมโมโหขึ้นมา!

" อะ...เอ่อ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีภารกิจอะไรเลย? ท่านไม่มีเป้าหมายอะไรเลยเหรอครับ? " (เอลโดะ) 

" ใช่ ไม่มีเลย! ไม่มีแม้แต่อย่างเดียว! ผมเป็นผู้เคราะห์ร้ายนะรู้ไหม?! แต่อย่างน้อย ยัยนั้นก็ทำให้ผมสามารถพูดคุยกับเหล่ามาโมโนะ แล้วก็พวกสัตว์ปีศาจได้.. ผมก็รู้สึกขอบคุณเธอเล็กน้อยนะ แต่ว่า.. " (มาโกโตะ)

เสียงจากคำพูดของผม เริ่มที่จะเบาลงเรื่อยๆ

" การที่ท่านสามารถพูดคุยกับพวกเราได้ ไม่ใช่ว่าท่านได้รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์มาจริงๆเหรอครับ? " (เอลโดะ)

" ความสามารถนั่นเรียกว่า 'หยั่งรู้'... ยัยนั้นบอกกับผมว่า มันน่าขยะแขยงจะตายที่จะมอบการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ให้กับผม! " (มาโกโตะ)

ผมไม่อยากจะนึกถึงมันเลยจริงๆ

ดูเหมือนว่า คุณผู้ใหญ่บ้านของเหล่าดวอร์ฟกำลังใช้ความคิดอะไรบางอย่างอยู่

" ถะ..ถ้าอย่างนั้น นายน้อยเป็นมหนุษย์ ที่ไม่ได้รับมอบอิทธิพลมาจากพลังอะไรเลย.. อย่างนั้นเหรอครับ? " (เอลโดะ)

" ครับ.. แล้วก็ ได้โปรดหยุดเรียกผมว่ามหนุษย์สักทีได้ไหมครับ? ผมจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าถูกเรียกว่ามนุษย์นะ " (มาโกโตะ)

" มนุษย์? นั่นมันชื่อของเผ่าพันธุ์โบราณ.. บางคนเรียกพวกเขาว่าเป็นบรรพบุรุษของเหล่ามหนุษย์.. " (เอลโดะ)

" อะไรก็เถอะ แต่ผมหน่ะเป็นมนุษย์.. แล้วก็ ด้วยสาเหตุบางอย่าง ผมถึงมีพลังเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่งอย่างสมเหตุสมผล รวมไปถึงพลังทางด้านกายภาพด้วย " (มาโกโตะ)

โทโมเอะพูดว่า 'ต่อยมังกรจนกระเด็นแล้วยังกล้าพูดว่า 'แข็งแกร่งอย่างสมเหตุสมผล' อีกงั้นเหรอ?' เสร็จแล้วก็หันหน้าไปอีกด้านหนึ่ง

ส่วนมิโอะ.. 'พลังเวทย์นั้น.. ร่างกาย.. แล้วก็เลือดของเขา.. มันอร่อยมากๆถึงมากที่สุดเลยค่ะ!' เธอพูดด้วยสีหน้าที่มีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก...

ผมไม่ได้ยิน.. ไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!

" ข้ารู้สึกโล่งใจ พวกเราเป็นเผ่าพันธุ์ที่ไม่เห็นด้วยกับเทพธิดา.. แต่พวกเราก็ไม่ได้คิดเป็นศัตรูกับเธอนะครับ.. แต่ว่าพวกเราก็ไม่มีมหนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ปีศาจ ที่พวกเราสามารถเรียกพวกเขาว่าพวกพ้องได้เลยสักคนเดียว " (เอลโดะ)

" นั่นก็... พวกคุณดูจะคอยพึ่งพาซึ่งกันและกันเองดีจริงๆเลยนะ หืม~ " (มาโกโตะ)

" แต่ว่าตัวท่านดูน่าสนใจมากครับ ความคิดในเรื่องของเมืองลับแล.. ความสามารถในการพูดคุยกับพวกเรา.. และพลังเวทย์มนต์ที่สูงจนทะลุขีดจำกัดนั้น " (เอลโดะ)

จะต้องน่าสนใจมากแน่ๆ ถ้าหากพวกเราติดตามท่านไป

นั้นคือสิ่งที่เขาพูด

" อะ..เอ่อคือ ผมก็ไม่ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่อะไรขนาดนั้นหรอกนะครับ " (มาโกโตะ)

" หึๆๆ ถ้าอย่างนั้น ข้าต้องขอโทษด้วยสำหรับบทสนทนาอันยาวนาน.. ข้าจะนำผลิตภัณฑ์มาให้ เป็นคำทักทายในอนาคตที่จะถึงนี้ก็แล้วกันครับ " (เอลโดะ)

หัวหน้าหมู่บ้านถอยหลังกลับไป เขาคงคิดว่าการมอบของคงจะเป็นการนอบน้อมหล่ะมั้ง? แล้วก็.. พลังเวทย์มนต์ที่สูงจะทะลุขีดจำกัดงั้นเหรอ

พลังเวทย์มันเป็นสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ด้วยเหรอ?

" เอาหล่ะ ดูเหมือนว่าจะถึงตาข้าแล้วสินะ " (โทโมเอะ)

เสียงนั้นคือเสียงของโทโมเอะ.. เหมือนอย่างเคยเลย ดูเหมือนเธออารมณ์ดีอยู่ตลอดเวลาเลยนะ

เหล่ามนุษย์กิ้งก่าเกล็ดน้ำเงินต่างก็ยืนกันอย่างเป็นรูปแบบ ช่างเป็นภาพที่งดงามจริงๆ.. มันทำให้ผมคิดว่า พวกเขาเป็นกองกำลังที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

" นายน้อย! ผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลังข้า ต่างก็เป็นผู้ที่อยู่ในตระกูลเดียวกับข้า พวกเขาคือมนุษย์กิ้งก่าสายหมอก.. น้ำและลม พวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์หายากที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถควบคุมธาตุทั้งสองอย่างนั้นได้อย่างเชี่ยวชาญ! และลักษณะพิเศษของพวกเขา ไม่ว่าจะมองยังไงก็ต้องเป็นที่เกล็ดสีน้ำเงินอันงดงามของพวกเขาอย่างแน่นอน! " (โทโมเอะ)

" นี่เป็นครั้งแรกเลย.. ที่ผมได้ยินว่าเธอมีญาติด้วย " (มาโกโตะ)

" ถ้าหากนับพวกที่นับถือข้าด้วยตัวพวกเขาเองแล้ว พวกเขามีกันเยอะมากเลยนะรู้ไหม? แล้วไหนจะพวกที่เรียกข้าว่าพระเจ้าอีก.. แต่ว่าพวกที่ใกล้เคียงกับข้ามากที่สุดก็คือพวกเขานี่แหละน้า เหมาะสมกับจะเป็นญาติข้าจริงๆ.. พวกเขาหนึ่งคน เป็นนักรบที่สามารถต่อสู้ได้สูสีกับมังกรระดับต่ำเลยทีเดียวน้า " 
(โทโมเอะ)

" นั้นมันน่าทึ่งมากเลย.. ยิ่งไปกว่านั้น ตัวตนของพวกเขาบ่งบอกผมว่า พวกเขาเชี่ยวชาญในเรื่องของการต่อสู้กันเป็นกลุ่ม.. พวกเขาแข็งแกร่งจนเทียบด้กับอาวุธเลยทีเดียว " (มาโกโตะ)

" ดูแปลกจริงๆที่ท่านพูดแบบนี้.. แล้วก็ช่างน่าตกใจจริงๆ ที่ท่านมองเห็นความสามารถของพวกเขาได้อย่างทะลุปรุโปร่งแบบนี้.. ยังไงก็ตาม นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกเขาทั้ง 108 คนจะย้ายมาอาศัยอยู่ ณ ที่แห่งนี้...  ได้โปรดดูแลพวกเรานับจากนี้เป็นต้นไปด้วย! " (โทโมเอะ)

โทโมเอะก้มศรีษะลงเล็กน้อย เหล่ามนุษย์กิ้งก่าเองก็เช่นกัน.. พวกเขาแสดงท่าทางขอบคุณ ด้วยการเคลื่อนไหวที่เหมือนกับผ่านการฝึกมาก่อน

จริงเหรอเนี่ย พวกเขาดูดีเกินไปสำหรับโทโมเอะด้วยซ้ำ.. พวกเขาสามารถสู้กับมังกรขั้นต่ำแบบหนึ่งต่อหนึ่งได้ แล้วถ้าเกิดพวกเขาทำงานกันเป็นทีมหล่ะก็.. ถ้าเลือกสถานการณ์ได้อย่างเหมาะสม พวกเขาน่าจะต่อสู้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะถูกเรียกว่านับรบ.. แต่สำหรับผม ผมมองว่าพวกเขาเหมือนกับอัศวินมากกว่าแฮะ ดังนั้นพวกเขาอาจจะไม่สามารถเคลื่อนไหวแบบกองกำลังพิเศษได้ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พวกเขาจะต้องเป็นระดับหัวกะทิอย่างแน่นอน..

ต่อไปก็ มิโอะ

" นายน้อย.. พวกที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันคือญาติของฉันเองค่ะ พวกเขาถูกเรียกว่า อาร์เกะ ค่ะ.. พวกเขาเองก็เหมือนกับฉัน ซึ่งไม่สามารถหนีจากความหิวโหยได้.. แต่ต้องขอบคุณพลังงานจากนายน้อยจริงๆค่ะ พวกเขาเลยกลับมามีสติอีกครั้ง.. ฉันเลยพาพวกเขามายังที่แห่งนี้ " (มิโอะ)

อาร์เกะ.. ผมไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

อย่างที่คิด.. ญาติของมิโอะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน และดูเหมือนว่าจะไม่มีอยู่ในโลกของผมด้วย 

เดี๋ยวนะ ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น...

พลังงาน? เธอหมายความยังไงเรื่องพลังงาน?

ผมคิดว่าเธอน่าจะมอบพลังเวทย์ของผมให้กับพวกเขาเล็กน้อย แต่เรียกมันว่าพลังงานเนี่ยนะ? ผมไม่ชอบมันเลย..
[ในภาษาญี่ปุ่นใช้ตัวอักษร 精 ซึ่งนอกจากแปลว่าพลังงานแล้ว ยังแปลว่าน้ำ...ด้วยครับ  นั้นแหละ.. เข้าใจตรงกันนะครับ]

ยิ่งไปกว่านั้น เธอแบ่งมันให้พวกเขาได้ยังไงหน่ะ?

" ธะ..เธอแบ่งบางอย่าง ที่แค่มองยังมองไม่เห็นให้พวกเขาได้ยังไงกันหน่ะ? " (มาโกโตะ)

ผมพยายามพูดให้สุภาพที่สุดแล้ว.. อย่างที่คิดเลยมันกลายเป็นบางอย่างที่..?

" นั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว.. แบบนี้ค่ะ! " (มิโอะ)

เธอแสดงให้ดูก่อนจะอธิบายจบซะอีก.. เธอเรียกหนึ่งในอาร์เกะที่ใกล้ที่สุดให้เข้ามาหา และเธอก็แทงมือของเธอเข้าไปบริเวณไหล่ของเขา ใช่แล้ว..แทงเข้าไปจริงๆ

" เฮ้ยย!! " (มาโกโตะ)

เสียงของผมหลุดออกมาโดยที่ผมไม่ทันได้คิด

" ~~♫ "

แต่ดูเหมือนว่าอาร์เกะกลับรู้สึกดีที่ถูกแทง

เอ๋..เอ๋อ?!

พวกนี้เป็นแบบนี้กันหมดเลยหรือไงนะ?!

ถ้าเป็นแบบนี้ผมก็มีมิโอะจิ๋วเพิ่มขึ้นหนึ่งคน สองคน สามค..?! โอ็ย ผมปวดหัว...

จากจุดที่มิโอะแทงเข้าไปเพื่อให้อาหารญาติของเธอ ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างไหลเข้าไปในร่างกายของพวกเขา.. นี่คือสิ่งที่เธอบอกว่าแบ่งสินะ

ดูรุนแรงจริงๆ..

" โอเค~ ผมเข้าใจแล้ว.. ไม่สิ ผมเข้าใจดีเลยหล่ะ ฉะนั้นพอได้แล้วมิโอะ " (มาโกโตะ)

" ค่ะ ขอบคุณสำหรับเวลานะ " (มิโอะ)

เธอดึงมือของเธอออก.. แล้วปากแผลที่ถูกแทงนั้นก็ปิดลงโดยที่ไม่มีเลือดไหลเลยสักหยด.. วิธีการให้อาหารนั้นก็ดูลึกลับชอบกล สืบทอดมาจากสายเลือดหรือยังไงกันนะ.. พวกเขาก็เป็นเผ่าพันธุ์ที่ค่อนข้างขี้โกงเหมือนกันนะเนี่ย 

" พวกเรา เรียกว่า อาร์เกะ ชื่อ ไม่มี ได้โปรด ดูแลพวกเรา "

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพูดไม่ค่อยเก่ง

แต่พวกเขาก็ยังพยายามจะพูดกับผมอย่างช้าๆ พวกเขาน่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่หมั่นเพียรน่าดู

แล้วอีกอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าพวกเขาต้องอาศัยอยู่ด้วยตัวของตัวเอง พวกเขาก็เลยไม่มีใครให้พูดคุยด้วยเลยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา.. นั่นน่าจะเป็นเหตุผลที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องพูดสินะ

และมิโอะเองก็หิวโหยเหมือนกับพวกเขาเช่นกัน ไม่สิ.. เธอเคยหิวโหยต่างหาก

" ลืมพูดว่า 'ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนะ' รู้ตัวไหม? อยากจะถูกกินมากเหรอไง หา?! แง่ง?! " (มิโอะ)

เธอมาจากแก๊งยากูซ่าเหรอไงกัน!

" มิโอะ ไม่เป็นไร! พวกเขาพูดได้ดีแล้ว.. แล้วจากนี้พวกเขาก็ต้องคอยปรับตัว ให้เข้ากับการอาศัยอยู่ที่นี่อีกด้วยนะ " (มาโกโตะ)

เมื่อมิโอะถอยกลับไป เหล่าอาร์เกะเองก็รู้สึกโล่งอก และเหมือนจะเห็นด้วยกับสิ่งที่ผมพูด

พวกเขาซึ่งนำโดยมิโอะ ทำให้ผมรู้สึกกังวลเกี่ยวกับอนาคตเล็กน้อย...

" ตัวฉัน และเหล่าอาร์เกะ สามารถสร้างวัตถุดิบพิเศษขึ้นภายในร่างกายของพวกเราได้.. และพวกเราก็ยังมีความรู้ด้านการเล่นแร่แปรธาตุจากสมัยโบราณอีกด้วยค่ะ.. พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจะช่วยทำประโยชน์ให้กับท่านได้ ในทุกๆหนทางค่ะ.. พวกเราอาจจะดูเหมือนเผ่าพันธุ์ที่ไม่คู่ควร แต่ได้โปรดดูแลพวกเรานับจากนี้เป็นต้นไปด้วยค่ะ นายน้อย " (มิโอะ)

ช่างตีเหล็กพวกเรามีดวอร์ฟ.. เย็บผ้ามีเหล่าอาร์เกะ.. ในการต่อสู้พวกเราก็มีมนุษย์กิ้งก่าสายหมอก และในงานทั่วๆไป พวกเรามีเหล่าออร์คภูเขา และพวกเราก็หวังพึ่งพวกมนุษย์กิ้งก่าในงานด้านนี้ได้เช่นกัน 

อืม.. ดูเหมือนว่ามันจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นเยอะเลยแฮะ.. แต่พวกเรายังขาดจำนวนคนที่มากเพียงพอในการก่อตั้งเมืองอยู่สินะ

และในที่สุด การแนะนำตัวก็จบลง.. แล้วด้วยเหตุผลนี้ การเดินทางของผมไปยังเมืองของเหล่ามหนุษย์ก็ช้าเข้าไปอีก 

ยังไงก็ตาม ตอนนี้ผมก็สามารถไปได้แล้ว.. หลังจากแนะนำตัวกันเกือบจะชั่วโมง ในที่สุดผมก็สามารถไปเยี่ยมเยือนเมืองของมหนุษย์ได้สักที

ในที่สุดผมก็จะได้เจอกับมนุษย์ตัวเป็นๆแล้ว! เย้!

" เอาหล่ะทุกๆคน ผมจะตั้งหน้าตั้งตารอสำหรับสิ่งที่เราจะทำร่วมกันในอนาคตนะครับ.. ถ้าหากต้องการทราบรายละเอียดต่างๆ ถามได้จากผู้ติดตามของผมได้เลย.. โทโมเอะ มิโอะ พาคุณเอลโดะไปดูรอบๆทีนะ คุณจะเลือกที่ดินตรงไหนเป็นที่อาศัยก็เลือกได้เต็มที่เลยครับ แต่ว่าอย่ามีเรื่องอะไรกันนะครับ.. ส่วนผมจะเดินทางไปยังเมืองของมหนุษย์.. มันอยู่ไม่ไกลมาก ฉะนั้นผมจะไปคนเดียว " (มาโกโตะ)

" ไปคนเดียวไม่อันตรายเหรอ? " (โทโมเอะ)

" ใช่ค่ะ ให้ฉันได้ไปกับท่านด้วยเถอะ " (มิโอะ)

" ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเทียบกับตอนที่ผมสู้กับพวกเธอแล้ว นี่มันปลอดภัยกว่ากันเยอะเลย.. แล้วก็ผู้คนทั้งหมดนี่ ถ้าหากไม่มีใครชี้แนะพวกเขา มันอาจจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นทีหลังได้.. ไม่ต้องห่วงผมหรอก ถ้าหากทุกๆอย่างไปได้สวยหล่ะก็ ผมจะขอพักอยู่ที่นั้นหนึ่งคืน แล้วพรุ่งนี้ผมจะกลับมา... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวหล่ะนะ " (มาโกโตะ)

หลังจากที่พูดแบบนั้น ผมก็เดินออกประตูหมอกไป โดยที่ไม่ได้กินแม้แต่ข้าวเช้าด้วยซ้ำ

ทั้งโทโมเอะกับมิโอะ ก็เหมือนจะยินยอมกับสิ่งที่ผมพูด เพราะพวกเขาไม่ได้ตามผมออกมา

ถ้าหากอะโซระมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้น เดี๋ยวผมค่อยกลับมาแก้ไขทีหลังก็ได้!

ตอนนี้.. ผมควรจะไปที่เมืองก่อน

นี่มันก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว หลังจากที่ผมมายังโลกแห่งนี้

เดินทางโดยที่ไม่เจอมนุษย์เลยสักคน.. ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกือบตายอีกตั้งสองครั้ง

ในที่สุดก็ถึงเวลาสักที ที่ผมจะได้เจอกับมนุษย์ตัวเป็นๆ!




NEKOPOST.NET