[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 0.4 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.0.4 - อารัมภบท POV - พบเทพแห่งจันทรา ซึคุโยมิ


อารัมภบท POV: พบกับเทพแห่งจันทรา ซึคุโยมิ

 

          มีการติดต่อมาจากเทพธิดาผู้ดูแลโลกนี้หลังจากห่างหายไปเนินนาน หลังจากนั้นผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วตามความรู้สึกของมนุษย์

           เมื่อโลกที่เธอดูแลอยู่เกิดปัญหาขึ้นมา ในเวลานั้นจะมีมนุษย์อยู่ด้วยเสมอ

 

           “นั้นเป็นไปไม่ได้” ตอนแรกฉันไม่ได้สนใจมันมากนัก นั้นเพราะทุกคนที่อาศัยอยู่ในโลกนี้มีความพิเศษอยู่บางอย่าง

 

          “มนุษย์” กล่าวได้ว่าเป็นสิ่งมีชิวิตที่ยืนอยู่เหนือสุดบนห่วงโซ่ก็ไม่ใช่เรื่องที่กล่าวเกินจริง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แม้กระทั่งพระเจ้าก็อาจจะโดนพวกเขากระชากลงมาได้

          หากมองจากภายนอกที่นี่เรียกว่า โลก เป็นสถานที่พวกเขาเหล่านั้นอาศัยอยู่มาตั้งแต่แรกเริ่มในโลกดั้งเดิม ณ ที่นั้นพวกเขาไม่ร้องไห้อ้อนวอนหรือสวดภาวนาแก่พระเจ้าที่มองไม่เห็นแต่กลับทำงานด้วยสองมือในโลกอันเข้มงวดชีวิตมีอยู่อย่างจำกัดแทน พวกเขาส่วนมากไม่รู้แม้แต่นิดเดียวว่าสภาพแวดล้อมที่พวกเขาอยู่มันโหดร้ายขนาดไหน แต่กลับคิดว่านี่เป็นสถานที่มหัศจรรย์ที่พวกเขาได้เข้ามาอยู่ บางคนอาจจะถึงกับขอบคุณพระเจ้าที่ได้เกิดมาในสถานที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ

 

รู้สึกจะเป็นทัศนคติที่ผิดไปหน่อย

 

          เทพเจ้าผู้รู้จักโลกใบอื่นรู้ว่าโลกดั้งเดิมมีสภาพแวดล้อมโหดร้ายอย่างไม่น่าเชื่อ นั้นเป็นเหตุผลที่ว่าอายุขัยตามปกติของมนุษย์จะมีแค่ 100 ปีเท่านั้นและพวกเขาส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเวทมนตร์ได้แม้แต่บทเดียว มันเป็นเรื่องธรรมดาเพราะสิ่งที่เรียกว่าพลังเวทมนตร์มีเบามากเป็นการแลกเปลี่ยนกับความสามารถทางกายที่มีมากกว่าขีดจำกัดของพวกเขา

 

นั้นมันเลวร้ายมาก

 

          แค่เพียงเกิดในโลกใบนี้  ไม่เพียงแค่แขนขวาของพวกเขา(เวทมนตร์)ถูกพรากไป มันเหมือนกับบอกว่าพวกคุณมีชีวิตได้ไม่นานหรอก สำหรับคนจากโลกอื่นที่จะอาศัยในโลกใบนี้ ถ้าเปรียบเทียบกับมนุษย์คงจะเหมือนกับอาศัยอยู่บนก้อนเมฆหรือพยายามจะใช้ชีวิตตามปกติใต้ท้องทะเล แต่ทว่าพวกเขากลับไม่ได้รับความเดือดร้อนจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ ทำให้นั้นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมมนุษย์ถึงถูกประเมินไว้ระดับสูงสุดเพราะพวกเขามีความสามารถ อีกทั้งยังพัฒนาและใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้ด้วย

 

“ความเป็นไปได้” เป็นพลังที่ยอดเยี่ยมที่สุดแต่ทว่าเลวร้ายที่สุดด้วยเช่นกัน

 

          ในสภาพแวดล้อมตามธรรมชาตินี้ที่ไม่น่าจะมีสิ่งใดอาศัยอยู่ได้อีกการแทรกแซงจากพระเจ้าทำได้เบาบางอีกทั้งภูมิปัญญาเป็นสิ่งที่ยากลำบากจนไม่น่าเชื่อว่าจะได้มา แต่ทว่าโลกในปัจจุบันพวกเขาสามารถครอบครองสิ่งนั้นได้แล้ว

          โดยแรกเริ่มเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะได้มา ทว่าราวกับเป็นเรื่องแดกดันที่ความโหดร้ายในโลกใบนี้ทำให้พวกเขาครอบครองวิทยาศาสตร์ได้ เป็นเพราะมนุษย์เรียนรู้จากแนวคิดของโลกและสร้างมันขึ้นมาจากนั้นจึงประดิษฐ์เครื่องมือต่างๆ มากมายเพื่อให้โลกนี้อยู่สบายมากขึ้นสำหรับพวกเขา

 

ทฤษฎีการเกิดปรากฏการณ์ของธรมมชาติที่ใช้ได้จริง

 

          ในสถานที่ๆพระเจ้าแทรกแซงได้ยากลำบาก นอกจากนั้นโลกที่สปิริตไม่สามารถมีตัวตนอยู่ได้ แม้ว่าพวกเขาเหล่านี้จะมีพลังน่าเหลือเชื่อก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถโกงหรือยืดหยุ่นหลักความเป็นจริงและปรากฎการณ์ตามธรรมชาติได้

 

ใช่แล้ว ถ้าคุณสนใจในเรื่องนั้น ไมว่าใครก็สามารถเข้าใจตรรกะของมันได้

 

          เมื่อมนุษย์ให้กำเนิดไฟเป็นครั้งแรกและใช้ตรรกะนี้เป็นการเปิดประตูที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ แม้ในหมู่เทพเจ้ายังมีความเห็นแตกแยกเกี่ยวกับเรื่องที่มนุษย์ใช้ตรรกะ(ทฤษฎี)ทำให้นั้นกลายเป็นการเหนี่ยวไกก่อให้เกิดการโต้เถียงหลายอย่างปะทุออกมาและกลายเป็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างเหล่าเทพเจ้าที่ดูแลโลกนี้

 

ทิ้งเรื่องผลลัพธ์การต่อสู้นี้ไปก่อน

 

          ในขณะนี้มนุษย์ได้แสดงความน่าสะพรึงกลัวจำนวนมากของความเป็นไปได้ในโลกใบนี้ แม้ว่าตอนนี้มันยังไม่เป็นอะไร แต่ถ้าเมื่อถึงเวลาที่พวกเขาไปแทรกแซงโลกใบอื่น นั้นหมายความว่านั้นเป็นเวลาที่เทคโนโลยีในมือพวกเขาจะพามาเผชิญหน้ากับตัวตนที่เรียกว่าเทพเจ้า

          ในเวลานั้นมนุษย์จะยังคงเป็นมนุษย์หรืออาจจะถูกปฎิบัติดังเช่นกึ่งเทพ แม้แต่ตอนนี้เทพเจ้าบางองค์ยังคงตั้งคำถามเกี่ยวกับสิ่งนี้อยู่ และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อพวกเขาได้สิ่งที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์มาทำให้โลกในตอนนี้สามารถต่อกรได้แม้กระทั่งเทพเจ้า ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเตรียมพร้อมรับมือถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรร้ายแรงขึ้นมา

 

ตัวตนนี้พิเศษและผิดปกติจากธรรมชาติอย่างชัดเจน

 

          นั้นเป็นเหตุที่ว่าทำไมโดยพื้นฐานแล้วมนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่โลกต้นกำเนิดนี้ชั่วนิรันด์กลับถูกเทพจากโลกอื่นไปจนถึงเทพผู้สร้างค้นหาและเชิญชวนมนุษย์ไป แต่ทว่าคนที่สามารถทำได้แทบจะไม่มีเลย เพราะผลกระทบที่พวกเขาได้รับมันยิ่งใหญ่เกินไป พวกเขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับโลกถ้าพวกเขาอัญเชิญมนุษย์หนึ่งคน อย่างน้อยที่สุดก็พูดได้ว่าโลกใบนั้นจะเกิดอนาคตขึ้นมากมายที่แต่เดิมแล้วมันไม่ควรจจะเกิดขึ้น มันอาจจะบอกได้ว่าพวกเขาเดินไปในอาณาเขตที่พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้

          บางครั้งพลังแห่งความเป็นไปได้อาจจะล้มเหลวโดยเฉพาะตัวตนที่อ่อนแอ สำหรับโลกอื่นแล้วการจะได้มันมาเป็นเรื่องที่เกิดได้ยากมากและจากทั้งหมดนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะได้มันมา

          เมื่อเกิดการล้มเหลวขึ้นมา ทั้งเทพเจ้าที่จัดการดูแลโลกใบนั้นและเทพเจ้าที่ดูแลโลกต้นกำเนิดจะจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นมา แต่ในตอนนี้ยังไม่มีเหตุการณ์ใหญ่ๆ เกิดขึ้น

 

          และเป็นเรื่องแน่นอน ฉันปฏิเสธคำขอของเทพธิดา เพราะปราศจากเหตุผลที่เหมาะสมและดูแล้วมันไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรหรืออะไรบางอย่างขึ้นมา แล้วจะให้ส่งมนุษย์ไปต่างโลกเนี่ยนะ? อย่ามาล้อเล่นกับฉันนะ

 

แต่ว่า

 

เทพธิดานั้นบอกฉันบางสิ่งบางอย่างที่น่าสนใจมาก

งั้นถ้าไม่ใช่มนุษย์ก็ไม่เป็นอะไร

นั้นเป็นสิ่งที่เธอพูดออกมา

 

          เมื่อฉันถามเธอถึงรายละเอียดในโลกที่เธอดูแลอยู่ ที่นั้นดูเหมือนจะมีเผ่าพันธ์ที่เรียกว่ามหนุษย์อยู่และสร้างมาโดยใช้มนุษย์เป็นพื้นฐานจากนั้นนำมาดัดแปลงเพื่อให้เป็นตัวตนที่เหมาะสม พอฉันไปตรวจดูมันอยู่ที่นั้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยและยิ่งไปกว่านั้นยังอยู่ในยุคสมัยใหม่หรือบอกได้ว่า”อาศัยอยูในสังคม”ญี่ปุ่น อีกทั้งชื่อที่ชวนเข้าใจผิดของมหนุษย์เป็นเรื่องที่น่ารำคาญด้วย มันเป็นเหมือนกับของคนละยี่ห้อมากกว่า และความสามารถทางกายภาพของพวกเขาเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้วอ่อนแอกว่า แทนที่จะเป็นสัตว์ประหลาดแห่งความเป็นไปพวกนั้น ทางนี้ดูแล้วจะเป็นไปได้น้อยกว่า และเมื่อเทียบกับมนุษย์แล้ว ฝั่งนี้มีแนวโน้มที่จะมีผู้หญิงมากกว่าอีกทั้งพลังเวทมนตร์ของพวกเขาใช้งานได้ง่ายอาจจะเป็นเพราะผลจากการเข้าไปยุ่งกับร่างกายพวกเขา

          เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นเพราะรสนิยมของเทพธิดานั้นทำให้ผู้หญิงเกิดง่ายกว่า ยิ่งไปกว่านั้นมันยังบอกได้อีกว่านั้นทำให้พวกเขาอ่อนแอและความเป็นไปได้ต่ำกว่ามนุษย์ด้วย สำหรับเธอมันอาจจะเป็นการปรับปรุงแต่ในมุมมองของคุณภาพแล้วมันเป็นการทำให้ด้อยค่าลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอคิดอะไรถึงได้ทำให้ผู้หญิงโดดเด่นกว่า?

 

เป็นเพราะเธอเป็นเทพเจ้าหญิง?

 

ไม่ซิ, เป็นถึงเทพธิดาแล้วแต่การสร้างอะไรบางอย่างจากความเคยชินและกฎข้อบังคับแบบนี้ฉันยังไม่เคยเห็นใครทำมาก่อนเลย

 

เธอทำอะไรบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ

 

          ยังไงก็ตามมหนุษย์เหล่านั้นอาศัยอยู่ที่โลกแบบนั้น ในปัจจุบันพวกเขามีสุขภาพแข็งแรงดีและอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นพร้อมทั้งก่อร่างสร้างตัวกับเด็กๆ ของพวกเขา ดูเหมือนว่าพวกเขายังได้รับการคุ้มครองจากเทพธิดาของพวกเขาบ้าง

 

มันค่องข้างเป็นสิ่งที่...

 

อย่างไรก็ตามวิธีที่เทพธิดาทำนั้นจะบอกว่ายังไงดี? อย่างน้อยก็น่าแปลกใจที่จะบอกว่า

 

มีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าจะเรียกว่าความฉลาดหลักแหลม

ขี้โกงมากกว่าจะเรียกว่ามีฝีมือ

 

ฉันต่อต้านสิ่งที่เธอทำ

 

          เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับเธอในตอนที่เธอจัดการดูแลโลกทั้งหลายที่แตกต่างกันงั้นหรอ? เธอไม่ใช่ประเภทที่จะเข้าไปแทรกแซงในเรื่องไร้สาระแบบนี้

 

แน่นอนว่าฉันค้านในสิ่งที่เธอเรียกว่าอุบัติเหตุ

 

          ในทำนองเดียวกันมนุษย์โลกต้นกำเนิดจะไปสู่โลกอื่น แม้ว่ามนุษย์โลกอื่นอาจจะทำได้แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่ก็ยังสามารถเป็นไปได้ แต่ว่านั้นไม่น่าเรื่องที่น่าสนใจอะไรมากนัก

 

ทำไมเป็นแบบนั้น?

 

          เพราะส่วนใหญ่พวกเขาจะตายเนื่องจากไม่สามารถปรับตัวได้กับโลกต้นกำเนิด ถึงแม้ว่าพวกเขาบางคนจะรอดมาได้ แต่กรณีนี้พวกเขาแทบจะไม่ส่งผลอะไรกับโลกเลย อย่างเช่น มนุษย์หมาป่า, สาวหิมะ เป็นตัวอย่างที่มีชื่อเสียงไปจนถึงรูปแบบสิ่งมีชิวิตขนาดใหญ่ที่พบเจออย่างกะทันหัน แม้ว่ามันอาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมาบ้าง แต่ในท้ายที่สุดมันก็ไม่ได้สร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ แน่นอนว่าหากเกิดเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากขึ้นมา เทพเจ้าจะให้ความช่วยเหลือแก่มนุษย์เพื่อรับมือกับมัน

          แม้ว่าพวกนั้นจะสามารถรอดมาได้โดยรับการคุ้มครองจากเทพเจ้า ส่วนใหญ่พวกเขาจะอาศัยอยู่อย่างสงบสุขและไม่