[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 0.3 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.0.3 - เทพธิดา = แมลง


" ห้องนี้เรียกว่าห้องทองคำขาวได้เลยนะเนี่ย " (มาโกโตะ)

ผมรู้สึกประหลาดใจจนเหมือนกำลังถูกครอบงำ

ผมคิดว่าผมจะถูกส่งมายังห้องที่เต็มไปด้วยดวงดาวบนท้องฟ้าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมถูกส่งมาที่ห้องที่มีแสงสีขาวสว่างไสวซึ่งไม่ดีต่อตาของผมเอาซะเลย

" โอ้ เธอมาถึงแล้วงั้นรึ? " (เทพธิดา)

น้ำเสียงที่เธอใช้ ช่างเหมาะกับน้ำเสียงของเทพธิดา

" พลังของชายเฒ่าสึคุโยมิดูเหมือนจะอ่อนแอลงมากสินะ หือ  อาศัยอยู่ในโลกที่แสนป่าเถื่อนแบบนั้น มันก็ช่วยไม่ได้นั้นหล่ะนะ " (เทพธิดา)

เสียงที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ช่างเหมือนกับเทพธิดา

" อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันมานานแต่กลับลืมรสนิยมของเรา แล้วตัดสินใจพาตัวเลือกที่เป็นเพศชายมาเนี่ยนะ แบบนี้ก็แน่นอนแล้วว่าเขาถึงวัยชราแล้ว อะฮ่ะๆๆๆๆๆฮ่าาา" (เทพธิดา)

เสียงที่ดังขึ้นอีกเป็นครั้งที่สาม ทะ..เทพธิดา? น่าจะเทพธิดาจริงๆนั้นแหละ

" ในจำนวนนั้นมีเด็กผู้หญิงสองคนที่ตรงรสนิยมของเราพอดีด้วย ตาเฒ่านั้นน่าจะเลือกคนใดคนหนึ่งในสองคนนั้นมากกว่านะ เฮ้ออ นี่ถ้าฉันไม่ได้เตรียมแผนสำรองไว้ละก็ ใครจะรู้หล่ะว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง " (เทพธิดา)

เสียงที่ดังขึ้นเป็นครั้งที่สี่ นะ..นี่คือ ทะ..ทะ..เทพ..เทพธิดา?

" เอาหล่ะ ใจเย็น ใจเย็นก่อน  เจ้าชื่อ มิซุมิ ใช่ไหม? เจ้าถูกเรียกมายังโลกใบนี้ด้วยสนธิสัญญาที่พ่อและแม่ของเจ้าได้ทำไว้กับเรา แต่ว่า... " (เทพธิดา)

เสียงที่ดังเป็นครั้งที่ห้า นี่คงจะเป็นมุขตลกสินะ? มุขตลกที่มีไว้หัวเราะ ต้องใช้สิ ท่านเทพ เป็นมุขตลกที่เยี่ยมยอดมาก

" ก็อย่างที่เจ้าเห็น ขณะที่เราไม่ได้เฝ้ามองโลกของเรา สมดุลบนโลกของแต่ละเผ่าก็ได้สั่นครอน เผ่าพันธุ์มหนุษย์*กำลังถึงขั้นวิกฤษ ส่วนเผ่าพันธุ์ปีศาจกับวิญญาณต่างก็ทำอะไรตามใจชอบ เจ้าเข้าใจสินะ? " (เทพธิดา) 
[ในโลกนี้เผ่ามนุษย์(human) จะถูกเรียกว่า hyuman ครับ ผมเลยจงใจใส่ ห เข้าไปด้วย จริงๆก็อ่านว่า มะ-หนุด นั้นแหละครับ แต่ผมคิดว่าใส่ ห เข้าไป น่าจะตรงกับ hyuman มากที่สุดแล้ว หรือถ้าอยากให้เปลี่ยนเป็นแบบไหน ก็บอกได้ครับ]

เธอพูดว่าไงนะ ขณะที่ไม่ได้เฝ้ามองงั้นเหรอ?

" ดังนั้น ฉันเลยจำเรื่องสนธิสัญญานั้นได้ แต่หลังจากหลับไปงีบหนึ่ง... เราหมายถึง ในชั่วพริบตาพวกเขาก็มีผู้สืบสายเลือดซะแล้ว เราก็เลยคิดที่จะเรียกตัวพวกเขามาและให้พวกเขาช่วย เข้าใจใช่ไหม? " (เทพธิดา)

ยัยบ้านี้ เมื่อกี้เธอพูดออกมาได้เต็มปากเลยสินะว่า หลับไปงีบหนึ่ง

" อะฮ่ะๆๆๆๆๆ!! เจ้า เจ้าเป็นบุตรของสองคนนั้นจริงๆงั้นเหรอ? เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เดี๋ยวก่อนนะ โอ้น้องสาวคนโตกับน้องสาวคนเล็กของเจ้าดูดีมากเลย อ่าา แต่มันเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ ขอเราตรวจสายเลือดของเจ้าก่อน " (เทพธิดา)

ทะ..ท่านสึคุโยมิ นะ..นี่มันมากเกินไปสำหรับผม

" อ่า ดูเหมือนเลือดของเจ้าจะเชื่อมถึงกันนะ แต่เจ้านั้นอัปลักษณ์ใช่ไหม~? ในรูปรวมครอบครัว ไม่สิ ในทุกๆที่ที่เจ้าไป เจ้ามันก็คงเป็นได้แค่ลูกเป็ดอัปลักษณ์! ไม่มีแม้แต่ความเป็นหงส์ เจ้ามันน่ารังเกียจ ใช่ไหม~? " (เทพธิดา)

เฮ้ ผมจะไม่ทนอีกต่อไปแล้วนะ

" การมอบพลังให้กับเจ้ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เราขอโทษก็แล้วกัน แต่ช่วยหายไปโผล่ที่ไหนสักแห่งบนพื้นดินซักทีได้ไหม ตัวตนของเจ้ามันน่าขยะแขยงจะตายอยู่แล้ว " (แมลง)

ตัวอย่างเช่น ถ้ามีแมลงมีพิษที่มีชื่อว่าเทพธิดา ซึ่งแม้แต่สิงโตก็วิ่งหนีแล้วละก็ แม้อย่างนั้นเจ้าสิ่งนั้นมันก็คงยังจะดีกว่าเจ้าสิ่งนี้เยอะ ถ้าให้ผมเลือกระหว่างสองสิ่ง ผมคงจะเลือกเป็นเพื่อนสนิทกับแมลงมีพิษธรรมดามากกว่าแมลงมีพิษชื่อเทพธิดาตัวนี้

มันอาจจะเกิดจากความโกรธเกลี้ยวของผม แต่ว่าความคิดของผมมันว่างเปล่ามาก ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าผมมีตัวตนแบบนี้ซ่อนอยู่ในตัวด้วย

อย่างน้อยที่สุด สำหรับเจ้าสิ่งนี้ที่มันลากคอคนจากอีกโลกหนึ่งมา แล้วพยายามให้พวกเขาทำในสิ่งที่เธอต้องการ.. คำพูดที่เธอพูด มันคือสิ่งที่ควรจะพูดอย่างงั้นเหรอ?!

มันมากเกินไปแล้ว ถ้าหากผู้บริหารของโลกเป็นแบบนี้หล่ะก็ เด็กสาวมัธยมปลายที่เอาแต่สนใจในแฟร์ชั่นเพียงอย่างเดียวยังมีทัศนคติที่ดีกว่าเจ้าสิ่งนี้เลย

"??"

นี่มันแย่มาก แม้แต่จะพูดตอบโต้กลับยังทำไม่ได้ ถ้อยคำมันไม่ยอมออกมา

จะว่ายังไงดีหล่ะ มันเหมือนกับว่าปากของผมมันแค่ขยับขึ้นลงแค่นั้น

" เจ้าจะทำอะไร? เจ้าหน่ะไม่จำเป็นพูดต้องตอบโต้กับบุคคลอื่นได้ภายในโลกนี้หรอก ในโลกนี้น่ะเราเป็นเทพเพียงองค์เดียว เทพที่บริสุทธิ์ เจ้าเข้าใจสินะ? สำหรับเจ้าที่มาอยู่ในห้องห้องเดียวกับเราก็นับว่าบาปแล้ว ถ้าหากเราท้องขึ้นมาเจ้าจะหาอะไรมาทดแทนได้?" (แมลง)

ยะ..ยัยบ้านี่คือเทพธิดา?  เทพขั้นแรร์เลยนะเนี่ย

ในเกมส์จีบสาว ผู้หญิงที่มีความระดับความซึน 100% ยังน่าหลงใหลมากกว่าเจ้าแมลงนี่ซะอีก มากกว่า มากกว่า มากกว่ามากๆๆๆๆ!

นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ด้วยพลังทั้งหมดที่ผมมี ผมพูดคำขอร้องออกไปถึงสองครั้ง

ผมไม่ต้องการ ผมไม่ต้องการ ที่จะไปอาศัยในโลกที่ถูกควบคุมดูแลด้วยเทพธิดาพรรค์นี้ มันต้องเป็นโลกที่ไม่ปกติแน่ๆ ไม่มีทางเลยที่ผมอยากจะไป

ท่านสึคุ ได้โปรด ช่วยผมด้วย การจะไปยังโลกใบใหม่ มันเป็นไปไม่ได้สำหรับผมอีกแล้ว!!

" เอาหล่ะ ตามกฎระเบียบแล้ว เหมือนจะบอกว่าเจ้าสามารถถูกเคลื่อนย้ายได้เพียงครั้งเดียว แต่ในเมื่อมันถูกทำให้เสร็จสิ้นไปแล้ว เราเองก็ปราถนาจะให้เจ้าได้ออกเสียงอย่างน้อยสักครั้งเหมือนกัน " (แมลง)

" ธะ..เธอ! เรียกผมมาที่นี่เพราะปัญหาที่เกิดจากตัวเธอเองแท้ๆ  อย่ามาพูดแบบนั้นกับผมหน่อยเลย! " (มาโกโตะ)

" อุหว๊าาา ช่างป่าเถื่อน! พอเจ้าพูดได้ เจ้าก็พูดกับเราแบบนี้? แม้แต่เสียงของเจ้าก็ไม่งดงามเอาซะเลย เราไม่สนใจอีกแล้วที่จะให้เจ้ามาช่วยเหลือเรา " (แมลง)

" อะไรนะ?! " (มาโกโตะ)

" เราได้เตรียมเหล่าวีรบุรุษที่เหมาะสมกับโลกของเราเอาไว้แล้ว เจ้าหน่ะแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว อาศัยในโลกของเราแบบเงียบๆ แล้วอย่าสร้างปัญหาให้กับมันหล่ะ ได้ยินไหม? จริงๆเลย การเตรียมประกันล่วงหน้านี่เป็นสิ่งที่ถูกต้องจริงๆ " (แมลง)

เพียงพอก็บ้าแล้ววว!!! นั้นมันตรรกะอะไรกันเนี่ย?!

ตัวผมเองกว่าจะตัดสินใจที่จะมายังโลกใบนี้ได้!

เพราะท่านสึคุโยมิ ท่านเทพทั้งหลาย รวมไปถึงผู้คนรอบตัว

ด้วยสิ่งเหล่านั้น ผมเลยเตรียมใจให้พร้อมในรูปแบบของตัวผมเอง ผมได้สละโลกใบเดิมของผม เพื่อที่จะมายังโลกใบใหม่นี้ แต่ผมกลับถูกปฏิบัติแบบนี้เนี่ยนะ!

" อ่าห์~ เรากำลังหาพื้นที่ที่เหมาะสมในการโยนเจ้าออกไป โอเคไหม~? ดูเหมือนว่า แม้เจ้าจะล่วงจากความสูงระดับนี้เจ้าก็คงจะไม่ตาย อ่าห์~ ผู้คนจากโลกทางนั้นนี่ช่างหัวดื้อซะจริงๆ หือ? เรานี่ช็อคไปเลย " (แมลง)

ผมมาถึงที่นี่ได้เพียงไม่กี่นาที แต่กลับพูดคำเหล่านี้ด้วยความเห็นแก่ตัวออกมาได้ยังไง ถ้าหากผมตายแล้วมีคนมาสอบสวนหาสาเหตุหล่ะก็ ผมจะเรียกเจ้าสิ่งนี้เป็นผู้ต้องสงสัยสิ่งแรกด้วยความรู้สึกเคียดแค้นเลยคอยดู! ในตอนแรกสุด มันไม่มีเหตุผลเลยที่ผมจะได้รับการปฏิบัติที่ดีมากขนาดนี้! ใช่ไหม?!

" แล้วก็นะ เราจะบอกเจ้าไว้อย่างหนึ่ง ตกลงไหม? อย่าได้พยายามแพร่กระจายเมล็ดเน่าเหม็นในตัวเจ้าไปยังผู้อาศัยในโลกของเราเด็ดขาด การแต่งงานก็ด้วย ไม่อย่างนั้นโลกใบนี้คงจะกลายเป็นโลกที่สกปรกและโสมนน่าดู " (แมลง)

ไม่เป็นไร ผมเบื่อที่จะรับฟังอะไรก็ตามเข้ามาในหูผมแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย

ตอนที่อาจารย์ประจำสำนักหรือรุ่นพี่ในชมรม มอบหมายให้ผมไปทำงานมากมายที่แถบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้เสร็จ แต่ยังไงมันก็ยังดีกว่าสถานการณ์ในปัจจุบันของผมมาก

มีเหตุการณ์นั้นด้วยสินะ ที่ทำให้ผมเกือบเป็นโรคกลัวอะไรบางอย่าง แล้วก็ตอนนั้นด้วย! ตอนนู้นอีกเช่นกัน!

ไม่ใช่สิ

นี่มันแย่มาก ผมเกือบจะหนีออกจากความเป็นจริงไปซะแล้ว

แต่ความเป็นจริงที่ผมอยู่ ณ ตอนนี้ คือความเป็นจริงที่น่าสิ้นหวังมาก

โลกที่ผมจำเป็นต้องไปไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม แล้วตอนนี้ผมก็ยังยืนยันได้อีกว่า ผู้ปกครองโลกใบนี้คือเทพธิดาที่มีความผิดปกติทางจิต มันเป็นสถานการณ์ที่น่าตื่นตระหนกมาก

" อ่าห์ จริงด้วยสิ ตอนที่เราบอกจะไม่มอบพลังบางอย่างกับเจ้านะ เราไม่ได้พูดเล่นหรอกนะ แต่อย่างน้อยเราก็ควรจะมอบพลัง 'หยั่งรู้' ให้กับเจ้า  มันไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเราจำเป็นต้องมอบสิ่งนี้ให้กับเจ้า เพื่ออนาคตหน่ะนะ " (แมลง)

ด้วยเหตุผลบางอย่างแมลงนี้กลับตอบรับเงื่อนไขด้วยตัวเอง ให้ตายเถอะ อย่ามาเล่นตลกกับผมหน่อยเลย แต่เหมือนกับว่า มันเป็นเรื่องปกติอย่างงั้นเหรอ ที่เทพจะมีความหยิ่งยโสถึงขั้นนี้? ท่านสึคุแปลกไปจากเทพตนอื่น หรือเจ้าสิ่งนี้กันแน่ที่แปลกกว่าเทพตนอื่นๆ ผมหล่ะอยากจะซดน้ำชาจริงๆ เพื่อสุขภาพจิตที่ดีต่อตัวผมเอง

" เฮ้ คุณมิซุมิ ยังฟังอยู่รึเปล่า? " (แมลง)

ในที่สุด ชื่อของผมก็มีคำว่า 'คุณ' นำหน้าสักที  มันก็ยังดีกว่า 'สิ่งนี้' หรือ 'สิ่งนั้น' จริงไหม? ทุกๆคนครับ ผมคือ ลูกชายคนโตของตระกูล มิซุมิ และชื่อของผมคือ มาโกโตะ มิซุมิ

" มีอะไรรึ? " (มาโกโตะ)

ผมไม่รู้สึกอยากจะพูดสุภาพกับผู้หญิงคนนี้เลย ยังไงมันก็คงได้รับการให้อภัย เพราะในมุมมองของคนอื่นๆ ฝ่ายที่ถูกหน่ะคือผมต่างหาก

" เราได้ทำให้เจ้า สามารถพูดคุยกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ รวมไปถึงเหล่ามาโมโนะ(สัตว์ประหลาด) เพื่อที่เจ้าจะได้รับการ 'หยั่งรู้' ถึงความหมายในสิ่งที่เผ่าพันธุ์เหล่านั้นพูดออกมา ฉะนั้นก็พยายามเข้าหล่ะ แล้วไปสร้างมิตรสหายกับพวกก็อปลินหรือไม่ก็พวกออร์คก็แล้วกัน ตกลงไหม? แต่ห้ามไปยุ่งกับเผ่าพันธุ์อื่นเด็ดขาดนะ ตกลงไหม? เอาหล่ะ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ไปจากที่นี่ได้แล้ว " (แมลง)

" วิธีการพูดของเธอนี่มัน.... วะ? ว๊ากกกกกกก?! " (มาโกโตะ)

" อ่าห์~?! แม้แต่น้ำเสียงของเจ้าตอนกำลังตะโกนก็ไม่งดงามเอาซะเลย! นิมป์(นางไม้)! ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมภายในห้องนี้ซะ! ถ้าหากเชื้อโรคมันแพร่กระจายละก็ เราคงทนไม่ไหวแน่ " (แมลง)

อยู่ดีๆผมก็รู้สึกได้ถึงการร่วงหล่น

คำพูดสุดท้ายที่ผมได้ยินนั้น คิดว่าผมเป็นร่างอวตารของปีศาจหรือยังไง?!

แม้แต่พวกเชื้อโรคเองก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ให้ถึงที่สุด รู้ไหม?!

อย่างน้อย ถ้าหล่อนพูดว่า

" อ่าห์ เราขอโทษ จริงๆแล้วเรารู้สึกตกหลุมรักเจ้าตั้งแต่แรกพบ เพราะว่าเราจำเป็นต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเรานั้นเป็นเทพ เราจึงจำเป็นต้องทำตัวรุนแรงกับเจ้า เราขอโทษจริงๆ " 

" อ่าห์ ท่านพ่อ ทำไมท่านถึงมอบหมายให้ข้าทำการต้อนรับที่โหดร้ายแบบนี้ ทำไมถึงต้องพิสูจน์เขาด้วยวิธีนี้ "

ใช่แล้ว พูดแบบนั้น แล้วก็ถ้าร้องไห้ขณะที่พูดด้วย บางทีผมอาจจะให้อภัยเธอเล็กน้อยก็ได้

ไม่สิ มันเป็นไปไม่ได้หรอก

น้ำเสียงของเธอก็บ่งบอกทุกอย่างแล้ว มันเป็นการแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติมาก ใช่แล้ว

ไอ่เทพธิดางี่เง่านั้นนนนนน!!!!

ผมจะไม่เรียกยัยนั้นว่าเทพธิดาอีกแล้ว!

บ้าที่สุด!!!!!!!!

ใกล้กับวิสัยทัศน์ของผม เป็นพื้นที่ที่มืดสนิท ยิ่งไปกว่านั้น มันหนาวมาก!!

" อุ๊หวาาา?! "

สิ่งที่ปรากฎขึ้นบนดวงตาของผมคือพื้นดินรกร้างที่ไม่มีอะไรเลย

ลมหนาวเย็นยามค่ำคืนที่คอยกระทบกับตัวของผม

ตาของผมที่ถูกลมเย็นยะเยือกเบิกกว้างออกและหลั่งน้ำตา

แต่มันไม่ใช่น้ำตาที่ให้ความรู้สึกต่อสถานการณ์หรอกนะ

จากห้องแวววาว สู่ท้องฟ้าอันมืดมนยามค่ำคืน

ฮ่าฮ่าฮ่า!

ยัยเทพธิดาบ้านั้น ปล่อยผมตกลงมาจริงๆด้วยแฮะ~

ผมอยู่ในระดับความสูงที่สามารถบ่งบอกได้ว่าข้างล่างนั้นคือดินแดนรกร้างไม่ก็แห้งแล้ง ถ้าหากมันสว่างละก็ ผมคงจ้องมองมันเหมือนกับภาพที่ถูกถ่ายในยุคที่ทันสมัย

แต่ว่านะ ความสูงในระดับที่ผมร่วงลงมาเนี่ย เทียบได้กับความสูงของตึกที่สูงมากจนไม่น่าเชื่อเลยหล่ะ ไม่ว่าผมจะคิดยังไง ผมก็คงต้องตายอย่างนั้นสินะ?

มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะไม่ตายจากความสูงระดับนี้

มีคนบอกว่า การเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งนั้นยากลำบาก

แต่ผมคงจะแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กๆเป็นแน่!

นี่ผมกำลังเล่นมุขอยู่อย่างงั้นเหรอ?

ผมไม่จำเป็นต้องไปคิดถึงมันเลย ระดับของผมในกลุ่มวิชาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์คือระดับที่สอง ผมเป็นทั้งสื่อกลาง และคนแก้ไขปัญหา รวมไปถึงคอยช่วยเหลือผู้นำ เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ

ผมในบางครั้ง พยายามที่จะเป็นนักแสดงตลก แต่มันก็เป็นไปไม่ได้  การเล่นมุขนั้นก็เป็นทักษะในตัวมันเองอยู่แล้ว ถ้าหากว่ามีเวทย์มนต์ มันก็ต้องมีทักษะติดมาด้วยอย่างนั้นสินะ แต่แย่หน่อย ที่ผมคิดว่าผมไม่มีสิ่งเหล่านั้นเลย

ไม่ดีแน่

แล้วจะทำยังไงดี? ยอมรับในสิ่งที่แมลงอาบยาบ้าบอนั่นพูด แล้วก็ตาย? ตรงนี้เนี่ยนะ?

หนทาง! มันต้องมีหนทางสักอย่างสิ!

ผมตรวจสอบรอบๆตัวของผม

ท้องฟ้า

พื้นดินที่เหมือนกับดินแดนรกร้างแห้งแล้ง หรือนั้นก็คือสิ่งที่ผมคิด

จุดจบ

เป็นอย่างที่คิด นี่มันไม่ดีแน่!

คุณพ่อครับ คุณแม่ครับ ขอบคุณที่ให้กำเนิดผมมาในโลกใบเดิมของผม

การที่ไม่ได้เกิดมา แล้วอาศัยอยู่ในการดูแลของเทพธิดาพรรค์นั้น ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เทพธิดาตนนั้นไม่มีทางจะเป็นการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ มิหนำซ้ำอาจจะสาบแช่งผมที่กำเนิดมาด้วยก็ได้ 

ยูกิ และ ริน การที่ผมมายังโลกใบนี้แล้ว หมายความว่าพวกเธอทั้งสองคนจะไม่เจออันตรายใดๆ

ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงเวลา 10 ปีก็ตาม ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้อยู่ร่วมกันกับ....

อ่าห์ ผมเผลอกัดลิ้นตัวเอง

ผมไม่สามารถจบคำบอกลาของผมได้ แม้ว่านี้จะเป็นจุดจบของผมอย่างงั้นเหรอ บางทีด้วยเรื่องนี้ ผมอาจจะมีพรสวรรค์ในเรื่องขบขันขึ้นมาบ้างแล้วก็ได้

นั้นสินะ อย่างน้อยที่สุด ผมก็ควรจะปิดตาของผมลง

ผมภาวนาว่าผมจะไม่เจ็บปวด

เพื่อทุกๆคนที่ได้ร่วมกันอ่าน Tsuki ha Michibiku Isekai Douchuu…

" ....โตะ! ท่านมาโกโตะ? ท่านมาโกโตะ! "

" ท่านสึคุโยมิ ดูเหมือนว่าผมจะเริ่มได้ยินเสียงของท่านผ่านเข้ามาแล้ว ผมสงสัยเหลือเกิน ว่าทำไมท่านถึงไม่เป็นเทพที่ดูแลโลกใบนี้ มันเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังจริงๆนะครับ " (มาโกโตะ)

" ตั้งสติ ได้โปรดตั้งสติก่อน! เจ้าได้ยินเสียงของข้าใช่ไหม?! " (สึคุโยมิ)

หา ตัวจริงอย่างงั้นเหรอ?!

แต่ไม่ใช่ว่ามันเป็นไปไม่ได้แล้วเหรอ ที่จะติดต่อมาหาผมในโลกใบใหม่นี้

" นั้นมันแย่มาก ข้าได้ยินบทสนทนาทั้งหมดแล้วหล่ะ ข้าต้องขอโทษด้วย ข้าขอโทษแทนพวกเราทั้งสองคน ข้าไม่คิดเลยว่าหล่อนจะทำอะไรที่บุ่มบ่ามแบบนี้ "

" ท่านสึคุโยมิ! ผมอยากจะเจอท่านเหลือเกิน! "

โดยเหตุผลบางอย่าง ทำให้ผมพูดเร็วมาก แต่ก็ช่างมันเถอะ

" มันเป็นเรื่องจริง ที่ว่าท่านมาโกโตะจะไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่เพียงน้อยนิด แต่มันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่สมควรทำอยู่ดีนั้นแหละ! " (สึคุโยมิ)

" ยังไงก็ตาม เจ้าโอเครึเปล่า? ลองพยายามทรงตัวดูสิ " (สึคุโยมิ)

มันยังเหลือระยะทางอีกเล็กน้อย ก่อนที่ตัวผมจะกระทบลงกับพื้นดิน หรือว่านี่จะเป็นผลข้างเคียงจากปรากฎการณ์โคมไฟหมุนจากภาพซ้ำซ้อนขณะร่วงหล่น เลยทำให้ผมรู้สึกว่า เวลามันยาวนานขึ้น?

" เจ้าจะได้รับแรงกระแทก ในระดับที่เหมือนกับตกลงมาบนพรมจากชั้นสอง แต่เจ้าจะไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างแน่นอน " (สึคุโยมิ)

" ว้าว " (มาโกโตะ)

ผมดูผิดมนุษย์มากกว่าที่ตัวผมเองคิดซะอีก นี่มันสุดยอดมาก ผมนำความผิดปกติจากโลกใบนู้นมายังโลกใบนี้มากแค่ไหนกันนะ?

" ท่านมาโกโตะหน่ะ ฝึกซ้อมอย่างหนักในโลกใบนั้นอยู่ตลอดเวลานี่นา ปกติแล้วคงจะได้รับแรงกระแทกในระดับเดียวกับการไม่มีพรมลองรับนั่นแหละ " (สึคุโยมิ)

" การฝึกฝนของผม ทำให้ตัวผมเหมือนกับร่วงลงมาที่พรมงั้นเหรอเนี่ย? น่าแปลกดีนะครับ ที่มันส่งผลมาแบบนี้ " (มาโกโตะ)

ไม่คิดเลยว่าฝึกฝนแค่นั้น ก็ทำให้ร่างกายของผมมีประสิทธิภาพที่ต่างจากเดิม

" แต่ว่า การร่วงหล่นจากระดับความสูงขนาดนี้ มันก็คงจะน่ากลัวอยู่ดีสำหรับเจ้า ข้าจะพยายามทำอะไรสักอย่างก็แล้วกัน  เจ้าทำใจให้สบายเถอะ แต่ขณะเดียวกัน ข้าก็มีเรื่องที่อยากจะบอกเจ้า " (สึคุโยมิ)

ดูเหมือนว่าท่านสึคุ จะดูลำบากมากกับการจะพูดอะไรบางอย่างที่เขาจะพูด พอคิดถึงเรื่องนี้แล้ว....

"  อืม ไม่ใช่ว่าท่านไม่สามารถติดต่อกับผมได้อีกแล้ว เหรอครับ? " (มาโกโตะ)

" อ่า ต้องขอบคุณความพยายามนั่นหล่ะนะ เพราะข้าต้องใช้พลังไปมากพอดูเลย ข้าน่าจะจำเป็นต้องหลับไปอีกซักหนึ่งร้อยปีหรือมากกว่านั้น " (สึคุโยมิ)

" หา?! " (มาโกโตะ)

ผมเผลอหลุดปากออกมาโดยไม่ทันคิด แต่ว่านั้นเป็นปัญหามากเลยไม่ใช่เหรอน่ะ! ทำทั้งหมดนั้นเพื่อพยายามที่จะช่วยเหลือมนุษย์เพียงคนเดียวอย่างผม  นี่แหละ นี่แหละคือสิ่งที่เทพควรจะทำ

ผมทำไปเพื่อความสะดวกสบายของผม แต่ผมก็คงจะไม่ปฏิเสธสถานการณ์ในตอนนี้หรอกที่ผมต้องคอยพึ่งพาท่าน

คำกล่าวของท่านสึคุไม่ได้เป็นคำโกหก รอบๆร่างกายผมที่กำลังจะตกลงสู่พื้นดิน ถูกล้อมไปด้วยแสงสีขาว และดูเหมือนว่าความเร็วในการร่วงหล่นจะลดลงไปแล้ว

" ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนว่าในระหว่างที่รอเทพธิดามารับตัวเจ้าหน่ะ ใช้เวลามากพอดูเลยใช่ไหมหล่ะ? " (สึคุโยมิ)

" ใช่ครับ " (มาโกโตะ)

" ยัยผู้หญิงคนนั้นทำมันลงไปแล้ว ใช้หลักความจริงที่ว่าทั้งสองโลกกำลังเชื่อมถึงกันอยู่  หล่อนดึงคนอื่นอีกสองคนที่อยู่ในโลกเดิมของเจ้ามายังโลกใบนี้ด้วย! " (สึคุโยมิ)

ขะ..เขาพูดว่าอะไรนะ?!

นั้นมันลักพาตัวแล้วไม่ใช่เหรอน่ะ?!

ยังไงก็มีชื่อของเทพธิดาอยู่ การทำอะไรแบบนี้มันยังโอเคอยู่อีกเหรอ?!

" เด๋ว เด๋วก่อนนะ! หรือว่าคนที่ถูกพาตัวมา?! " (มาโกโตะ)

สิ่งที่แล่นเข้ามาในหัวผมเป็นอันดับแรกก็คือญาติของผม

" ไม่ใช่ญาติของท่านมาโกโตะหรอก แต่ว่าหนึ่งในนั้นก็ใกล้เคียงทีเดียว ในระหว่างการเคลื่อนย้าย หล่อนแทรกแซงได้อย่าแนบเนียนมาก คนๆนั้นน่าจะเป็นคนที่เจ้ารู้จัก ข้าต้องขอโทษด้วยที่ปล่อยให้หล่อนแทรกแซงได้ มันเป็นความประมาทของข้าเอง " (สึคุโยมิ)

นี่ไม่เกี่ยวข้องกับความประมาทแล้วครับ

ผมไม่รู้เกี่ยวกับกฎของเหล่าเทพหรอก แต่ว่าดูจากความกระวนกระวายของท่านสึคุโยมิแล้ว เทพธิดาของโลกใบนี้คงกำลังในสิ่งที่สวนทางกับกฎเหล่านั้นอย่างแน่นอน

" อีกไม่นานข้าก็คงจะฝืนร่างกายไม่ไหว แล้วก็หลับในที่สุด  ในช่วงเวลาที่เจ้ามีชีวิตอยู่ พวกเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีก แต่ว่าเหตุการณ์นี้ ข้าจะต้องรายงานให้เทพตนอื่นทราบและหาหนทางจัดการอย่างแน่นอน  แม้ว่าหล่อนจะเป็นเทพธิดาผู้สร้างโลกก็ตาม การกระทำอันแสนป่าเถื่อนนั่น จะต้องมีบทลงโทษอย่างแน่นอน " (สึคุโยมิ)

เสียงของเขาเริ่มจะอ่อนแรงลงทุกที

ดูเหมือนว่าเขาจะฝืนตัวเองจริงๆด้วยสินะ

บ้าที่สุด

ผมอยากให้สิ่งที่เกิดกับท่านเทพดีๆแบบท่านสึคุโยมิ เกิดขึ้นกับยัยแมลงนั้นมากกว่าจริงๆ เพราะยัยบ้านั้นแท้ๆ ที่ทำให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้

" คนสองคนนั้น พวกเขาปลอดภัยไหมครับ? " (มาโกโตะ)

" พวกเขาปลอดภัย ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่ถูกเรียกตัวไปยังพระราชวัง และได้พบกับเหล่ามหนุษย์อย่างปลอดภัยแล้ว ยัยเทพธิดานั้นมอบการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ให้พวกเขาอยากมากมายมหาศาลเลยหล่ะ " (สึคุโยมิ)

ประโยคสุดท้ายนั้น เหมือนว่าแม้แต่ท่านสึคุเอง ก็ยากที่จะพูดออกมาได้

มันเหลือเชื่อมาก กับการถูกปฏิบัติที่ต่างกันถึงขั้นนี้

" ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะ เจ้าไม่มีสิทธิจะเชื่อมต่อตัวเจ้าเองเข้ากับโลกเดิมของเจ้าอีกแล้ว นั้นแหละคือเหตุผลว่า มันเป็นสิ่งที่ไม่ควร ที่ข้าจะพูดแบบนี้ แต่ว่า ถ้าหากเจ้าเจอสองคนนั้นหล่ะก็ ได้โปรดปฏิบัติตัวต่อพวกเขาให้ดีด้วยเถอะ " (สึคุโยมิ)

อ่าห์~ ท่านผู้นี้ จริงๆเลย คิดถึงผู้อื่นเสมอเลยสินะ

" ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบจากเทพธิดา เหรอครับ? " (มาโกโตะ)

การได้รับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก จากเทพธิดาที่มีพลังระดับพระเจ้า มันฟังดูแข็งแกร่งมากเลย มันยังจำเป็นอยู่อีกเหรอ ที่จะกังวลเกี่ยวกับพวกเขา?

" ถ้าหากพวกเราไม่นับพลังของเทพธิดาแล้วละก็ พลังของท่านมาโกโตะหน่ะ แข็งแกร่งที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีพลังเวทย์มนต์เพิ่มมา แต่เจ้าซึ่งเดิมทีควรจะเป็นมหนุษย์หน่ะ มีพลังเวทย์มนต์หลับใหลอยู่ในตัวอยู่แล้ว และเจ้าได้ไปอาศัยอยู่ในโลกใบเดิมของเจ้าซึ่งโหดร้ายกว่าโลกใบนี้อีกมาก จึงทำให้พลังเวทย์มนต์ในตัวเจ้าตอนนี้อยู่ในระดับที่เรียกได้ว่ามากมายมหาศาลเลยหล่ะ เทียบไม่ได้กับพลังของพวกเขาเลย " (สึคุโยมิ)

ท่านสึคุยังคงพูดต่อไป

" ข้าเป็นตัวตนที่ครุมเครือซึ่งไม่รู้ตัวของข้าเองกำลังควบคุมพลังอะไรอยู่ แล้วก็ เมื่อข้าเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งหรือหลับใหล คงจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับดวงจันทร์อยู่พอสมควร แต่ว่า เทพดวงจันทร์ตนอื่น ก็คงมาจัดการอะไรสักอย่างแทนข้านั้นแหละ ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับตัวข้าที่จะพูดเช่นนี้ มันก็.... แต่ว่า ข้าได้รับพลังมากมายมหาศาลมาจากครอบครัวของข้า และพลังที่ข้ามีสำรองไว้ก็ยังมีเหลืออยู่พอสมควร " (สึคุโยมิ)

จากครอบครัว น่าจะหมายถึง อิซานางิ

" พลังของข้า ไม่มีวันพ่ายให้กับการคุ้มครองอันศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาประเภทนั้นหรอก อย่าห่วงไปเลย " (สึคุโยมิ)

โอ้~ เต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่คำพูดนั้นแฝงไปด้วยพิษร้ายนิดหน่อยแฮะ

" ในสถานการณ์แบบนี้ ปกติแล้ว สถานะของวีรบุรุษควรจะเป็นของเจ้า แต่คนที่ควรจะมอบสถานะนั้นให้กับเจ้า กับชิงสถานะนั้นไปซะเอง ฉะนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องออมมือหรอก ในนามของสึคุโยมิ ข้าขออนุญาตให้ มิซุมิ มาโกโตะ มีอิสระในโลกใบใหม่นี้ ทำอะไรก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ! " (สึคุโยมิ)

ท่านสึคุกำลังโกรธอยู่จริงๆด้วย! อย่างที่คิดเลย ท่านสึคุยอดเยี่ยมที่สุด!

ท่านไม่จำเป็นต้องอนุญาตให้ผมหรอก เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ผมตั้งใจจะทำอยู่แล้ว แต่ว่า!

ตอนนี้ผมมีกระทั่งใบอนุญาตอีกด้วย!! ยะฮู้ฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!!!

ร่างของผมที่ถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีเดียวกับดวงจันทร์ กำลังค่อยๆร่อนลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ

" ด้วยประสงค์แห่งจิตวิญญาณ ข้าขอภาวนาให้พวกเรา ได้พบกันอีกครั้ง " (สึคุโยมิ)

เสียงของท่านเทพค่อยๆแตกหัก แล้วก็หายเงียบไป

" ครับ! " (สึคุโยมิ)

จากท่านเทพที่ผมเคารพนับถือ ผมเพิ่มเสียงขึ้นไปอีกระดับนึง

เทพธิดา?

มันคืออะไร แมลงชนิดใหม่เหรอ? อร่อยไหม?

ผมค่อยๆลุกขึ้นมา ภายในดินแดนที่ผมไม่รู้จักมาก่อน




NEKOPOST.NET