[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 0.2 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.0.2 - ของขวัญอำลาเป็นความลับ


จากการสรุปสิ่งที่ท่านสึคุโยมิกล่าวมา มันเป็นแบบนี้.. ที่จริงแล้วเค้าโครงของการเคลื่อนย้ายและขั้นตอนของมันทั้งหมด ได้ถูกอธิบายไว้ก่อนแล้ว

ครอบครัวของผม แท้จริงแล้วเหมือนจะมาจากอีกโลกหนึ่ง.. ตั้งแต่ตอนที่ผมเป็นเด็ก รุ่นปู่รุ่นย่าของผมได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว และพ่อแม่ของผมก็บอกว่า ไม่มีวิธีติดต่อญาติคนอื่น.. แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วหล่ะ ว่าสาเหตุนั้นมาจากอะไร

ในสมัยที่พวกเขายังอาศัยอยู่ที่อีกโลกหนึ่ง.. ด้วยโชคชะตาบางอย่าง พวกเขาได้ตลกทำสัญญาไว้กับเทพของโลกใบนั้น.. และนั่นคือสาเหตุ ที่ทำให้ผมตกมาอยู่กับสถานการณ์ในปัจจุบัน

เพราะค่าใช้จ่ายในการส่งข้ามโลกก็คือ 'วันใดวันหนึ่ง ข้าจะเอาสิ่งที่สำคัญที่สุดหนึ่งอย่าง ไปจากพวกเจ้า'

เทพที่พวกเขาทำสัญญาด้วย เป็นปีศาจหรือไงกัน?!

แต่ดูเหมือนว่าพ่อและแม่ของผมตอบตกลง

ผมเพิ่งจะมาเริ่มคิดเอาป่านนี้.. ทั้งน้องสาวคนโต น้องสาวคนเล็ก แล้วก็ตัวผมเอง.. พวกเราทั้งสามคนถูกสอนให้ทำงานต่างๆด้วยตัวเองทั้งหมด แถมยังถูกสอนให้เรียนรู้ศิลปะป้องกันตัวบางอย่างเอาไว้.. ทั้งหมดนั่น ทำไปเพื่อการเตรียมการสำหรับวันนี้หรือเนี่ย?! เพื่อที่จะทำให้พวกเรา ไม่วันใดก็วันหนึ่ง สามารถอยู่ด้วยตัวคนเดียวได้ไม่ว่าสถานการณ์ใดก็ตามเนี่ยนะ?!

ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่! อย่าล้อเล่นแบบนั้นสิ.. เรื่องที่เกี่ยวกับโลกใบอื่น.. ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องพรรค์นั้นหลุดออกมาจากปากของครอบครัวผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ.. แม้ว่าพวกเขาจะเล่าให้ผมฟัง ผมก็คงจะคิดว่าพวกเขาโกหกอยู่ดี

คุณพ่อของผมนั้น ได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนที่เชี่ยวชาญทางด้านการแต่งนิยายแฟนตาซี ซึ่งเนื้อหานั้น จะเต็มไปด้วยสเน่ห์และความสมจริงอย่างหาที่สุดไม่ได้.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นั่นคือประสบการณ์จริงของคุณพ่อ.. เรื่องการกินเสต็กมังกร และการเล่าถึงความสะดวกสบายในการนอนหลับในคอกม้า มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

และโลกที่ผมกำลังจะไปแห่งนี้ คือโลกแฟนตาซีซึ่งเต็มไปด้วยพลังเวทย์มนต์

ดูเหมือนว่าผมจะถูกส่งไปยังโลกใบนั้น พร้อมๆกับพละกำลังซึ่งต่างไปจากคนธรรมดาทั่วไป.. ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง บุคคลจากโลกของผมซึ่งถูกส่งไปยังโลกใบนั้น จะแข็งแรงมากซะจนเรียกได้ว่างี่เง่า

พูดง่ายๆก็คือ.. มันเหมือนกับการได้ถอดเสื้อผ้าหนักๆออกจากร่างกาย.. จริงๆมันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเป็นอมตะหรอกนะ ผมยังตายได้เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ท่านบอกมาแบบนั้น

จากสิ่งที่ท่านสึคุโยมิกล่าวมา.. ดูเหมือนว่า ตัวผมซึ่งสามารถอาศัยอยู่ในโลกปัจจุบันได้นั่นค่อนข้างน่าทึ่ง

โลกเดิมของผมไม่มีพลังเวทมนตร์อยู่เลยด้วยซ้ำ ส่วนพรศักดิ์สิทธิ์จากพระเจ้าก็แถบจะส่งมาไม่ถึง.. สภาพของโลกเรียกได้ว่าโหดร้ายต่อผู้อยู่อาศัยมาก.. ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นั่นคือสิ่งที่คนโลกอื่นๆคิด

ถึงแม้ว่า ที่แล้วๆมาผมกลับใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างปกติก็เถอะ... แบบนี้ก็สบายเกินไปนะ

" เอ่อ~ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมตะโกนใส่ท่านเมื่อครู่นี้..  ดูเหมือนว่าท่านเองก็ลำบากน่าดูเลย ท่านสึคุโยมิ " (มาโกโตะ)

และยิ่งไปกว่านั้น การต้องยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างตัวตนอันยิ่งใหญ่อย่างพี่สาวและน้องชายของเขา ท่านสึคุโยมิต้องผ่านเรื่องเลวร้ายต่างๆมามากมายแน่ๆ.. ผมรู้สึกได้ถึงความรู้สึกต่างๆนาๆของท่านถาโถมเข้ามาภายในจิตใจ.. และยิ่งถูกบุคคลที่ท่านรู้จักเพียงน้อยนิดอย่างผมตะคอกใส่ เขาจะต้องรู้สึกลำบากใจเป็นอย่างมากแน่ๆ

" เอาหล่ะๆ.. ดีจริงๆที่เจ้าเข้าใจข้า! ความรู้สึกอันเป็นสุขนี้ มันนานแค่ไหนกันแล้วนะ? แต่ว่าถ้าจะให้พูดหล่ะก็ท่านมาโกโตะเองก็ลำบากพอตัวเช่นกัน " ( สึคุโยมิ )

เขาเข้าใจความรู้สึกของผมดี.. ความรู้สึกของการเป็นลูกชายเพียงคนเดียว ระหว่างน้องสาวทั้งสองคน..ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่ผมได้รับความเห็นอกเห็นใจแบบนี้! ผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ถ้าหากในโลกนี้มีลัทธิของท่าน สึคุโยมิ มิโคโตะ ผมจะต้องเข้าร่วมด้วยแน่ๆ! ท่านสึคุโยมิ จงเจริญ!

" แม้ว่าที่ผ่านมา ทั้งน้องสาวรวมไปถึงตัวผมเอง จะใช้ชีวิตอยู่แบบธรรมดาก็เถอะ.. สำหรับเทพธิดาที่เพิ่งจะมาบอกเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันก็สายเกินไปอยู่ดี " (มาโกโตะ)

" เมื่อเทียบกับโลกอื่นๆทั้งหมดแล้ว โลกของเจ้าหน่ะอาศัยอยู่ได้ลำบากที่สุดแล้ว.. ในสายตาของชาวโลกอื่นๆ มันก็คงไม่ต่างจากการต้องอาศัยอยู่ใต้พื้นทะเลลึก หรือการว่ายอยู่ในทะเลลาวานั้นแหละ.. อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนทางนั้นจะช้าจังเลยนะ " ( สึคุโยมิ )

ตอนนี้พวกเรากำลังรอคอยผู้ที่ดูแลโลกใบนั้นอยู่ แต่ว่า...

แต่เหมือนเขาจะไม่ยอมมารับผมสักที

ดูเหมือนโลกที่ผมกำลังจะถูกส่งไปนั้น เป็นโลกที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านวิญญาณและตัวตนอันสูงส่งของเทพธิดา.. แล้วเรื่องแค่นั้นทำให้มันโด่งดังได้ยังไงน่ะเหรอ? พูดจากใจ ผมเองก็ไม่รู้เช่นกัน

ยังไงก็ตาม.. ผมได้เซ็นต์สัญญาเพื่อเคลื่อนย้ายกับท่านเทพเสร็จสิ้นแล้ว.. หลังจากลังเลมานาน

เพราะถ้าผมไม่ไปหล่ะก็ พี่สาวคนโตหรือน้องสาวคนเล็กของผมจะต้องไปแทนผม..

ผมลำบากใจมาก รู้ไหม? ลำบากใจมากจริงๆ

สาเหตุเพราะว่า.. ผมจะไม่มีโอกาสได้เล่นเกมส์อีกแล้ว.. ในโลกที่เทคโนโลยีไร้ตัวตนอยู่ แค่เกมส์มือถือยังเล่นไม่ได้เลย.. ถึงเวลาแล้วสินะ ที่ผมต้องกล่าวคำอำลามังงะและนิยายทั้งหลายที่ยังอ่านค้างอยู่..

ส่วนในคอมพิวเตอร์ของผม.. ย่อมมีสิ่งที่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ไม่ควรได้เห็นอยู่แล้ว.. แล้วถ้าหากมีคนมาเจอมัน ผมคงจะแก้ตัวไม่ได้แน่ๆ

ยังไงผมก็เป็นเด็กผู้ชายที่กำลังโตนะ ได้โปรดเข้าใจผมหน่อยเถอะ?!

นั้นคือเหตุผลที่ผมได้พูดกับท่านสึคุเกี่ยวกับมัน และพยายามขอร้องให้เขาพยายามเก็บมันเข้ากรุในวิธีที่ครอบครัวของผมจะไม่สังเกตุเห็น

ผมจะพูดให้เหมือนพวกวายร้ายนะ แต่นอกจากครอบครัวของผมแล้ว คนอื่นจะมาเห็นผมก็ไม่สนใจหรอก

อาการจนมุมนี่ มันทำให้ผมเข้าใจดีเลยหล่ะว่าตัวผมหน่ะเล็กแค่ไหน แต่นั้นก็เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกจริงๆ

ยังไงก็ตาม นั้นมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย

เพราะอย่างนั้นแหละ ผมถึงตัดสินใจว่าจะยอมแพ้กับการคิดถึงแต่ตัวเอง  จะพูดยังไงดีหล่ะ ผมรู้สึกประหลาดใจมากที่ผมจัดลำดับความสำคัญของตัวเองไว้ขนาดนี้

แต่ผมแค่อยากจะจัดการอะไรบางอย่างกับด้านมืดนั้น ก็แค่นั้นเอง

มันก็จริงที่เขาบอกว่าผมจะกลับไปไม่ได้อีก แต่การที่ผมจะไม่ได้เจอครอบครัวของผมอีก.. และพวกเขาเจอด้านมืดของผมและสิ่งของพวกนั้นละก็...

" เด็กอย่างเธอมีงานอดิเรกแบบนี้เหรอ! " (พ่อของมาโกโตะ)
" เป็นลูกของเราแท้ๆ ทำไมทำแบบนี้!" (แม่ของมาโกโตะ)
" พี่ชาย โสโครกที่สุด! (น้องสาวคนเล็กของมาโกโตะ)
" เป็นพี่ภาษาอะไรกัน! หรือว่าเขาจ้องมองเราด้วยสายตาแบบนั้นมาตลอดเลย?! " (น้องสาวคนโตของมาโกโตะ)

" ไม่มมมมมมมมมมมมมมมมม!! หยุดดด เดี๋ยววว นี้นนนนน!!! " (มาโกโตะ)

ผมคงจะทำใจรับไม่ได้แน่ๆ! แค่จินตนาการถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ผมก็อยากจะฆ่าตัวตายสะตรงนั้นเลย!

" ไม่ต้องห่วง " ( สึคุโยมิ )

แต่ว่าท่านสึคุนั้นต่างออกไป ขณะที่ผมกำลังดิ้นไปมากับความบ้าคลั่งในหัวใจของผม และกำลังจะถูกมันกลืนกิน เขาได้บอกกับผมว่า

" ความฝันของลูกผู้ชาย ทั้งในหนังสือ เครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วก็ข้างใน HDD ขอเจ้าทั้งหมดนั้น ฉันจะจัดลบออกให้หมดเอง! " ( สึคุโยมิ )

ท่านสึคุได้กล่าวขณะกำลังพยักหน้าไปด้วย เขาเข้าใจทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างเกี่ยวกับมัน ท่านเทพ ท่านเป็นผู้สูงศักดิ์จริงๆ! ถึงแม้ว่าท่านจะมีบทบาทต่ำ แต่ระดับในจิตใจผม ท่านก็ครองอันดับหนึ่งไปแล้ว ท่านกลายมาเป็นหัวหน้าของเหล่าเทพทั้งปวง!

ผมรู้สึกประทับใจจริงๆ ที่ท่านรู้ถึงคำศัพท์ที่ยากแบบ HDD ยังไงก็เถอะอย่าเพิ่งไปคิดถึงมันเลย ผมควรจะยินดีต่อฝันร้ายทั้งที่พึ่งจางหายไป

พวกเราได้พูดคุยเรื่องเกี่ยวกับสังคมมนุษย์และอื่นๆ ขณะที่กำลังดื่มชาไปด้วย ผมนั่งฆ่าเวลาไปพร้อมๆกับท่านสึคุ

" ยังไงก็ตาม ผมเข้าใจนะว่าในโลกใบนั้นผมจะมีพลังด้านกายภาพและเวทย์มนต์ที่แข็งแกร่ง แต่ว่า... " ( มาโกโตะ )

" หืม? " ( สึคุโยมิ )

" แบบว่า ผมจะไม่ได้รับความสามารถพิเศษหรืออะไรทำนองนั้นบ้างเหรอครับ? แบบ บาเรีย หรือไม่ก็ ดวงตามารแห่งความจริง หรือจะเป็น กุหลาบพยากรณ์* หรือ เฟสสวรรค์* ? " [*Rose Logia กับ Heavenly Phase ผมไม่รู้ว่าคืออะไรจริงๆครับ ใครรู้ก็บอกด้วยนะครับ ]

จริงๆมันก็ไม่ได้มีผลอะไรมากมายหรอก เพราะยังไงผมก็จะพลังเวทย์มนต์ที่สุดยอดอยู่แล้ว แต่เพื่อความโรแมนติก ผมก็อยากมีพลังพิเศษเหล่านั้นบ้าง

มีคนหลายบุคคลเลยที่ได้พลังเหล่านั้นมาจากการเคลื่อนย้ายไปยังอีกโลกหนึ่ง นั้นคือสาเหตุที่ผมเองก็อยากได้มันมาเหมือนกันนั้นแหละ แต่นั้นก็เรื่องราวที่เอามาจากเรื่องแต่งหน่ะนะ

จากที่ผมได้ยินมา ที่นั้นจะมีเผ่าพันธุ์อมนุษย์หรือแม้กระทั่งเผ่าพันธุ์สัตว์ประหลาดอาศัยอยู่ ดังนั้นการที่ผมมีบางสิ่งที่ผิดแผกไปจากโลกใบนั้น ก็คงจะไม่ได้รับการปฏิบัติที่แปลกแยกหรอก

นั้นแหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมผมอยากได้พลังพิเศษมาสักอย่างหนึ่ง นั้นคือสิ่งที่ผมคิด

" แน่นอน เจ้าจะได้รับมัน! " (สุคึโยมิ)

" จริงเหรอครับ?! แบบไหน? พลังแบบไหนที่ผมจะได้รับ? " (มาโกโตะ)

ตอนแรกผมคิดว่ามันจะเป็นำขอร้องที่เป็นไปไม่ได้ซะอีก~ แต่ดูเหมือนว่าถ้าอยากรู้ก็ต้องถามเท่านั้นสินะ

" ข้าก็ไม่รู้ ขอโทษนะ แต่มันจะต้องทำให้เจ้าตกใจมากแน่ เมื่อเจ้าได้รับมันมา  ส่วนข้าสามารถไปที่นั้นได้เพียงครั้งเดียว และข้าจะไม่สามารถพูดคุยอะไรกับเจ้าได้อีกเลย ดังนั้นข้าจะบอกเป็นนัยๆแทนละกัน ตกลงไหม? " (สึคุโยมิ)

" โอ้~ ผมหวังว่ามันจะเป็นทักษะคล้ายๆความว่างเปล่าหรือทักษะแบลงค์ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้พลังอะไรก็ได้ " (มาโกโตะ)

" เปล่า เป็นไปไม่ได้หรอก ข้าขอโทษ แต่ตัวข้าเองก็มีข้อจำกัดในเรื่องของความสามารถถึงแม้จะเป็นเทพก็ตาม " 
(สึคุโยมิ)

"??" (มาโกโตะ)

" ข้าถูกเรียกว่าผู้ควบคุมดูแลยามราตรีและดวงจันทร์ แต่คุณสมบัติจริงๆของข้าหน่ะมันครุมเครือมาก มันอาจจะเป็นอย่างที่เธอบอกก็ได้ 'ทักษะแบลงค์' หรือก็คือทักษะความว่างเปล่า " (สึคุโยมิ)

" แต่ก็นั้นแหละ ข้าเลยจะมอบพลังเท่าที่ข้าจะสามารถมอบให้แก่เจ้าได้ แต่ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันจะผลิออกมาเป็นพลังแบบไหน มันอาจจะกลายมาเป็นพลังที่เจ้าอาจจะไม่ต้องการมันเลยก็เป็นได้ ข้าต้องขอโทษด้วย " (สึคุโยมิ)

หลังจากพูดเสร็จ ท่านสึคุก็เรียกผมให้เข้าไปหา

ขณะเรียบเรียงสิ่งที่เขาพูด ผมก็นั่งลงข้างๆกับเขา เขาวางมือลงที่ผมและผมรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังไหลเข้ามาในตัวผม อะไรบางอย่างนั้นเข้าผ่านกระดูกสันหลังแล้วก็เริ่มกระจัดกระจายไปทั่วๆร่างของผม หลังจากนั้นก็มาอยู่รอบๆกลางอกของผมและก็ค่อยๆหยุดนิ่งลง นี่คือ พร ที่ท่านบอกจะมอบให้กับผมอย่างงั้นเหรอ?

" ผมรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างกำลัมรวบรวมตัวของมันเอง นี่คือสิ่งที่เรียกว่า จุดกำเนิด ใช่ไหมครับ? " (มาโกโตะ)

" ถูกต้องแล้ว เจ้านี่เข้าใจอะไรไวดีจริงๆเลยนะ เกี่ยวกับใช้งาน มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรสำหรับเจ้า แค่เจ้านึกถึงภาพของตัวเองกำลังเรียกใช้พลังงานนั้น พลังนั้นก็จะทำงานด้วยตัวของมันเอง ยังไงก็ตาม ความรู้สึกในการปลดปล่อยพลังนี้ออกมาจากอุ้งมือน่าจะเป็นส่วนที่เข้าใจได้ง่ายที่สุดแล้ว แต่ว่าตอนนี้มันยังเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะใช้มัน เพราะที่แห่งนี้ยังคงเป็นโลกใบเดิมของเจ้าอยู่ " (สึคุโยมิ)

ผมอยากจะลองใช้มัน แต่ว่าท่านสึคุรั้งผมไว้ พร้อมๆกับหัวเราะไปด้วย

" แล้วก็นะ ท่านมาโกโตะ ข้าจะบอกเรื่องนี้อีกครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ในสนธิสัญญาแล้วก็ตาม เทพธิดาที่อยู่ในโลกใบนั้นก็จะมอบพลังให้กับเจ้าเช่นกัน เพราะเจ้าจะต้องละทิ้งโลกใบเดิมของเจ้า พวกเราก็เลยจำเป็นต้องให้เจ้าได้รับผลตอบแทนที่เพียงพอ " (สึคุโยมิ)

แล้วก็อีกครั้งกับใบหน้าที่แสดงอาการให้เห็นถึงความรู้สึกผิด ท่านสึคุก้มหัวลง

" เปล่าเลยครับ ท่านสึคุโยมิ ผมรู้สึกขอบคุณอย่างมาก แล้วก็ถ้า แค่ถ้านะครับ ถ้าหากผมถูกส่งกลับไปยังโลกเดิม ตอนที่ปฏิเสธเงื่อนไข โดยที่ท่านไม่ได้อธิบายอะไรให้ผมฟังเลย แล้วในวันต่อมาผมกลับผมว่าหนึ่งในพี่สาวหรือน้องสาวของผมหายตัวไป ผมคงจะเสียใจไปตลอดทั้งชีวิตแน่ๆ" (มาโกโตะ)

" ท่านมาโกโตะ เป็นคนดีจริงๆเลยนะ  ดูเหมือนว่าในที่สุดเธอก็มาแล้ว " (สึคุโยมิ)

" ในที่สุด หือ พวกเราคุยกันมานานมากเลยนะเนี่ย ไม่สิพวกเรามีโอกาสได้พูดคุยกันต่างหาก " (มาโกโตะ)

" ถ้าหากเจ้าไม่ว่าอะไร ข้าสามารถบันทึกบทสนทนาทั้งหมดที่พวกเราคุยกันไว้ในหมอนความฝันได้นะ เธอจะโอเคจริงๆ เหรอ กับแค่สิ่งนี้? " (สึคุโยมิ)

ในมือของท่านสึคุโยมิ มีจดหมายอยู่สองฉบับ

ตอนที่ผมถามท่านสึคุ ว่าผมสามารถทิ้งอะไรไว้ดูต่างหน้าได้บ้าง ท่านก็ยื่นหนทางและวิธีการหลายอย่างมาให้กับผมในลักษณะที่ดูเหมือนคนอกหักนิดๆ แต่สุดท้ายผมก็เลือกเพียงแค่จดหมาย ซองนึงถึงพ่อแม่ของผม ส่วนอีกซองหนึ่งถึงพวกน้องสาวของผม

สำหรับพ่อแม่ของผม ถ้าหากผมบอกพวกเขาเกี่ยวกับอีกโลกหนึ่ง พวกเขาน่าจะเข้าใจได้ในทันที แต่การจะใช้คำพูดพวกนั้นพูดกับพี่สาวน้องสาวของผม มันยากเกินไปสำหรับผม ผมเลยเขียนจดหมายมาสองฉบับ ถ้าหลังจากนั้นพ่อแม่ของผมตัดสินใจจะเล่าความจริงให้พี่สาวน้องสาวของผมฟัง ผมจะให้พวกเขาตัดสินใจเองก็แล้วกัน

หลังจากพูดคุยถึงเรื่องนั้นแล้ว ผมก็ได้ถามว่ามันจะเป็นไปได้ไหม ที่ผมจะเอาบางสิ่งบางอย่างจากโลกนี้ไปยังโลกนั้นด้วย และดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้

ผมเลือกหนังสือหลายๆเล่ม รวมไปถึงอุปกรณ์การเขียน ปากกาลูกกลิ้งกับดินสอไส้ดำดูเหมือนจะเอาไปไม่ได้ ผมเลยจำเป็นต้องไปเอาแค่ดินสอธรรมดา ผมอยากเอาอาหารไปด้วยเช่นกัน แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเลยถูกปฏิเสธ อาจจะเป็นเพราะกฎบางอย่างในการบริหารโลกแต่ละใบ ซึ่งก็คือห้ามเอาของที่ไม่มีอยู่ในโลกใบนั้นมายังโลกอีกใบละมั้ง

" ครับ ผมฝากแค่นี้- เอ๋?! " (มาโกโตะ)

อยู่ดีๆร่างกายของผมก็เริ่มที่จะโปร่งใส ผมพยายามจะยืนยันมันอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของผมกว่าครึ่งกลายเป็นร่างโปร่งใสไปแล้ว?!

" อะไรเนี่ย?! นี่หล่อนวางแผนจะพาตัวเจ้าไปโดยไม่บอกไม่กล่าวแม้กระทั่งข้าเนี่ยนะ?! หล่อนคิดอะไรอยู่ ยัยผู้หญิง
งี่เง่าคนนั้น! " (สึคุโยมิ)

แม้แต่ท่านสึคุเองก็ดูจะตื่นตระหนกกับเหตุการณ์นี้เช่นกัน มันไม่ได้หมายความว่าผมกำลังจะตาย แต่เป็น ผมกำลังจะถูกเคลื่อนย้าย ผมรู้สึกโล่งอกนิดหน่อย

" ท่านมาโกโตะ ข้าขอโทษ! เทพที่เจ้ากำลังจะเข้าพบ เจ้าไม่มีทางเลือก แต่เจ้าจำเป็นต้องซ่อนความไม่พอใจต่อเธอเอาไว้ ยัยนั้นเป็นคนที่มีปัญหาน่าดูเลย แต่ว่าถ้าเจ้าสามารถทำได้ละก็ ได้โปรดมองข้ามการกระทำของหล่อนด้วยเถอะ " (สึคุโยมิ)

ท่านสึคุเป็นบุคคลที่ใช้คำพูดได้ฉลาดมาก เขาน่าจะเคยได้พูดคุยกับบุคคลมานักต่อนักแล้ว

ผมยิ้มไปพร้อมๆกับพยักหน้าไป

ท่านทำให้ผมแก้ไขตัวผมเอง เพื่อที่จะได้ย้ายไปยังอีกโลกหนึ่ง อีกทั้งยังทำให้ผมยอมรับมันได้ ท่านได้พูดกับผมและทำให้จิตใจของผมนั้นสงบลง

นั้นคือคำพูดที่ผมกล่าวถึงท่าน สึคุโยมิ มิโคโตะ ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมกำลังจะได้พบกับเทพธิดาที่ไม่เคยเจอมาก่อนก็ตาม ผมเองก็จะยอมรับในตัวท่านเทพธิดาเช่นกัน




NEKOPOST.NET