[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu ตอนที่ 0.1 | Nekopost.net 
NEKOPOST
การแสดงผล

[นิยายแปล] จันทรานำพาสู่ต่างโลก - Tsuki ga Michibiku Isekai Douchuu

Ch.0.1 - ปฐมฤกษ์แห่งท้องฟ้าฤดูใบไม้ร่วง


ตื่นนอน..ทำอาหารเช้า.. เสร็จแล้วก็เตรียมข้าวกล่อง

ฝึกซ้อมกับชมรม.. เข้าเรียนต่อในภาคกลางวัน แล้วก็วนกลับมาที่ชมรมอีกครั้ง

หลังเสร็จจากการทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนที่ชมรม ผมก็กลับมาที่บ้าน เสร็จแล้วก็อาบน้ำ พร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้า

นั่งล้อมวงกับครอบครัว แล้วก็พักผ่อน..

ในค่ำคืนแห่งฤดูใบไม้ร่วงนี้.. ผมอ่านหนังสือหลายเล่ม เล่นเกมส์หลายเกมส์ ท่องโลกอินเทอร์เน็ต..

แล้วก็หลับ

นั่นคือสิ่งที่ผมทำเป็นประจำในแต่ละวัน

อาจจะมีกิจกรรมอย่างอื่นอีก ที่ผมทำขั้นกลางตารางเวลาเหล่านี้ แต่มันก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากมายหรอก และนั้นก็เป็นเหตุผลที่ว่า...

" มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอ ที่ตัวผมไม่ได้กำลังนอนหลับอยู่ในบ้านของตัวเอง! "

ก็นั่นหน่ะสิ แล้วนี่มันยังไงกัน..

โดยไม่ทันได้รู้สึกตัว ร่างของผมก็มาปรากฎอยู่ ณ "ที่แห่งนี้" แล้ว

ในห้องสี่เหลี่ยมซึ่งดูเหมือนจะมีดวงดาวหลายดวงถูกสลักติดไว้กับผนังห้อง.. ผมเดินไปสำรวจรอบๆห้อง ไม่เว้นแม้แต่พื้นหรือกำแพง

หลังจากสำรวจได้สักพักผมก็ประหลาดใจ เพราะว่าห้องนี้ไม่มีประตูหรือทางออกใดๆปรากฎให้เห็นเลย

และตั้งแต่ตอนที่ผมรู้สึกตัว ผมกลับไม่รู้สึกถึงตัวตนของบุคคลอื่นๆ นอกเหนือจากตัวของผมเองเลยในห้องสี่เหลี่ยมนี้

ผมยืนเอาหลังแนบติดกับมุมห้อง แล้วก็ได้แต่บ่นพึมพำ

" เจ้าดูใจเย็นจังเลยนะ หือ? "

" ?! "

เสียง? มันเป็นเสียงที่ก้องมาก.. แต่ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับห้องอันว่างเปล่านี่อยู่ดี.. ผมมองไปรอบๆห้องอีกครั้ง แต่ก็ยังหาความผิดปกติไม่ได้

" ข้าใช้เสียงพูดในโทนดังแค่ครั้งเดียว.. แต่เจ้ากลับเดินไปสำรวจรอบๆห้อง แล้วพยายามทำความเข้าใจกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็จัดระเบียบความคิดของตัวเองด้วยงั้นสินะ หืม? "

" คุณเป็นใครกัน? "

เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง.. ผมเข้าใจแค่ว่ามันเป็นเสียงของใครสักคนเท่านั้น.. ดูเหมือนว่า ถ้าผมอยากจะเข้าใจสถานการณ์ให้มากขึ้น ผมคงต้องถามเจ้าของเสียงปริศนานี่ไปตรงๆเท่านั้นสินะ?

" พระเจ้า.. ถ้าข้าพูดออกไปแบบนั้นแล้ว เจ้าจะเชื่อรึเปล่าหล่ะ? "

" เชื่อก็บ้าแล้ว "

เจ้าของเสียงปริศนานี่.. สติยังดีอยู่รึเปล่า?

" ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้.. เอาหล่ะ จากนี้ข้าจะส่งเจ้าไปยังโลกอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกที่ดีมากๆเลยหล่ะ.. แต่บอกไว้ก่อนนะว่า มันเป็นตั๋วเที่ยวเดียวไม่มีเที่ยวกลับ.. ดังนั้นเจ้าจะไม่มีวันได้กลับมาเยือนโลกเดิมของเจ้าอีกต่อไป "

" ฮะ..ฮะ.เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ย เฮ้ยยยยยยยยยยยย!!! "

พูดเรื่องงี่เง่าพรรค์นั้นออกมาหน้าตาเฉยได้ยังไงกัน?

" เรื่องที่เจ้าจะต้องทำเมื่อไปถึง ค่อยไปถามผู้ดูแลของโลกใบนั้นเอาเองก็แล้วกัน.. แต่ก่อนอื่น.. ข้าต้องขอโทษด้วย แต่ข้าจำเป็นต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าก่อน "

" ให้ตายก็ไม่ไป! "

ไม่แปลกใจเลย ที่น้ำเสียงของผมจะดุดันขึ้น.. มันก็แน่นอนอยู่แล้ว! ใครมันจะไปยอมรับข้อตกลง หลังจากได้ยินเรื่องเหลวใหลพรรค์นั้นกัน?

" หืม.. เจ้าไม่อยากจะไปอย่างนั้นรึ? จะพูดแบบนี้มันก็ยังไงอยู่ แต่ข้าได้ยินมาว่าคนที่จะไปก็คือเจ้านะ? "

ตอนนี้ต้นตอของเสียงนั่น พูดด้วยน้ำเสียงซึ่งเหมือนกับกำลังลำบากใจ.. แต่เรื่องล้อเล่นพรรค์นี้หน่ะ ควรจะมีขอบเขตบ้าง เพราะผมไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องงี่เง่าแบบนี้มาก่อนเลย!!!

" ผมไม่ได้โกหก ผมไม่เห็นเคยได้ยินใครพูดถึงเรื่องงี่เง่าพรรค์นี้เลย! โอเคไหม? ยิ่งไปกว่านั้น จะมีคนบ้าที่ไหนเชื่อเรื่องเกี่ยวโลกต่างมิติแบบนี้กัน?! และการที่พวกเราซึ่งกำลังคุยถึงประเด็นนี้อยู่ ยิ่งประหลาดกว่าอีก! "

ผมพยายามอธิบาย ด้วยความสามารถทั้งหมดที่ผมมี

" หืม.. ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เจ้าจริงๆสินะ.. ข้าทำเรื่องเลวร้ายลงไปซะแล้ว ข้าต้องขอโทษด้วย "

" คือ... ผมก็รู้สึกดีใจนะที่คุณขอโทษผม แต่จะช่วยส่งผมกลับได้รึยัง?! "

โทนเสียงแบบปกติของผมยังคงไม่กลับมา.. มันอาจฟังดูไม่เหมือนเสียงของคนที่มีแรงอาฆาตก็จริง แต่ยังไงมันก็ไม่ใช่น้ำเสียงที่สุภาพแน่นอน.. เพราะมันเป็นความผิดของเขา ที่ทำให้ผมต้องตกมาอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่แบบนี้

" แน่นอนอยู่แล้ว "

เจ้าของเสียงพูดว่าแบบนั้น..

โล่งอกไปที อย่างน้อยเจ้าของ 'เสียง' ก็ดูเป็นคนมีเหตุผล.. ปกติแล้ว ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ ประโยคที่ตามมามักจะเป็น 'ขอโทษด้วย' 'ส่งกลับไม่ได้หรอก' หรือไม่ก็ 'เออ.. ก็พยายามเข้าละกันนะ' เสร็จแล้วก็ถีบส่งผมไปยังโลกใบใหม่

ไม่ก็พูดว่า 'เธอน่ะตายไปแล้ว~' เสร็จแล้วก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ส่งตัวผู้เคราะห์ร้ายรายนั้นไปยังโลกใบใหม่ นั้นเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะเกิดขึ้น แต่ว่า...

ผมรอดแล้วสินะ~

" ยังไงก็ต้องขอโทษเจ้าด้วย... แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น คนที่จะถูกส่งไปก็ต้องเป็น น้องสาวคนโต หรือไม่ก็ น้องสาวคนเล็กของเจ้าอย่างนั้นสินะ? "

ผมถอนคำพูดเดิมแถบจะไม่ทัน ผู้ชายคนนี้พูดในสิ่งที่ตอนนี้เรียกว่าเรื่องตลกไม่ได้แล้ว.. เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใยดี แต่จะให้ผมทำเป็นหูทวนลมไปเฉยๆก็ไม่ได้

" คุณพูดว่าอะไรนะ? "

" หือ? ก็ถ้าหากเจ้าไม่ได้เป็นคนที่ถูกเลือกหล่ะก็ หมายความว่าคนที่ถูกเลือกก็ต้องเป็นน้องสองคนใดของนึงของเจ้า "

" อย่าพูดว่า 'หือ?' กับผมเลย! เพราะถ้าคุณทำอะไรน้องสาวของผมหล่ะก็ ผมไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่ "

พวกน้องสาวของผมทั้งสองคน ที่ผ่านมาไม่เห็นมีท่าทีที่แตกต่างไปจากเดิมเลย.. ดังนั้น การที่พวกเขาจะยอมรับข้อเสนอพรรค์นี้ล่วงหน้าย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ผู้ชายคนนี้กลับพูดว่า จะพาตัวคนใดคนหนึ่งไปโดยไม่สนใจใยดี.. อย่ามาเล่นตลกกับผมนะ

" เจ้ารู้สินะ ว่าตัวเจ้าคือลูกชายคนโตของตระกูล มิซุมิ..  ดังนั้นเธอก็คือ มิซุมิ มาโกโตะ.. ใช่ไหม? "

แล้วเขารู้จักชื่อของผมได้ยังไงกัน?

" รุ่นลูกๆของตระกูล มิซุมิ ได้ยินและทราบเรื่องราวทั้งหมดนี้แล้ว.. คือสิ่งที่ฉันได้ยินมาหน่ะนะ "

ดูเหมือนเจ้าของเสียงปริศนานี้ จะมีน้ำเสียงปนกังวลมากขึ้นอีกระดับหนึ่ง.. ผมรู้สึกตกใจเล็กน้อยกับน้ำเสียงของเขา.. ถึงแม้ว่าเขาจะลักพาตัวผมมาขังไว้ที่ไหนก็ไม่รู้ก็เถอะ แต่เขาก็ยังรักษาน้ำใจของผม

ถ้าอย่างนั้น...

" คือว่า.. ยังไงตอนนี้ก็แนะนำตัวให้ผมรู้จักหน่อยได้ไหม? " (มาโกโตะ)

นั้นสินะ.. ผมไม่รู้ตัวว่าผมทำได้ยังไง ที่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองในสถานการณ์แบบนี้ได้ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมยังใจเย็นอยู่หรอกนะ

แต่จิตใจของผมมันกลับสงบอย่างบอกไม่ถูก.. บางที ผมอาจเริ่มที่จะใจเย็นลงแล้ว

แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้จักชื่อของเจ้าของเสียงปริศนานี้เลยด้วยซ้ำ

" ??. หืม นั้นสินะ.. ข้าต้องขอโทษด้วยที่ข้าไม่ได้แนะนำตัวก่อน.. ข้ามีนามว่า สึคุโยมิ " (สึคุโยมิ)

" งั้นเหรอครับ.. สึคุโยมิ สึคุโยมิ.... เดี๋ยวก่อนนะ สึคุโยมิ อย่างงั้นเหรอ?!" (มาโกโตะ)

" โอ้โฮ.. รู้จักข้าด้วยงั้นรึ? เจ้าค่อนข้างรอบรู้หมือนกันนะเนี่ย " (สึคุโยมิ)

" หนึ่งในสามเทพเจ้าแห่งชินโต.. สึคุโยมิ โนะ มิโคโตะ?! " (มาโกโตะ)

" โอ้ออ.. ถูกต้องแล้ว! แต่ว่าเมื่อเทียบกับเทพอีกสองตนแล้ว ข้ามีบทบาทน้อยกว่าเยอะเลย " (สึคุโยมิ)

จะว่าไปก็จริงอยู่.. แต่ไม่ว่ายังไงชื่อของสึคุโยมิ มันก็ยังยิ่งใหญ่อยู่ดี

ผมสนใจในเรื่องของตำนานและประวัติศาสตร์ (ถึงจะนิดหน่อยก็เถอะ).. ถ้าเจ้าของเสียงลึกลับนี่พูดความจริง ตัวตนของเขาค่อนข้างยิ่งใหญ่มากทีเดียว

" การที่ท่านสึคุโยมิผู้นั้น รู้จักตัวตนของผม.. มันเป็นไปได้ยังไงกันครับ?" (มาโกโตะ)

เรื่องแรกสุดเลยที่ผมยังไม่เข้าใจแม้แต่น้อย.. ก็คือ ทำไมผมถึงเป็นผู้ที่ถูกเลือกให้ไปผจญภัยในโลกใบอื่นแบบนี้?

" ...ข้าเข้าใจแล้ว.. ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้อะไรเลยจริงๆสินะ.. เอาหล่ะก็ได้ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง " (สึคุโยมิ)

หลังจากนั้น ทุกๆอย่างที่เขาเล่าให้ผมฟัง.. มันน่าเหลือเชื่อซะจนผมจำเนื้อหาของมันแถบไม่ได้เลย

แต่อย่างน้อยตัวผม ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่โชคดีกว่าที่คิด.. ถ้าหากเทียบกับเรื่องราวในนวนิยาย ของคนที่ถูกเรียกตัวไปโลกใบอื่น หรือไม่ก็คนที่ได้ไปเกิดใหม่ในโลกใบนั้น.. นั่นคือสิ่งที่ผมคิดในตอนแรก..




NEKOPOST.NET